นฤดาบอกเลิกแฟนและดื่มเครื่องดื่มที่มียาตัวใหม่ของเขาอย่างไม่ตั้งใจ หญิงสาวตื่นมาในบ้านของเขาและคิดว่ามันก็แค่วันไนท์ฯ แต่เรื่องมันไม่ง่ายเลยเมื่อเด็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องและเรียกเธอว่าหม่ามี้
View Moreลูคัสมองใบหน้าสวยที่แดงซ่านอย่างหลงใหล ปลายนิ้วร้ายเริ่มขยับปลุกเร้าร่างกายของคนรักอย่างเต็มที่ ขาเรียวสั่นระริกมือเล็กโอบรอบลำคอเขาไว้แน่น ใบหน้าสวยซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง เมื่อรู้สึกถึงแรงตอดบนปลายนิ้ว ชายหนุ่มก็ใช้มืออีกข้างจับปลายคางของนฤดาขึ้นเขาอยากเห็นหน้าคนรักในเวลาที่เธอไปถึงสวรรค์“หวานจ๋าอย่าหลับตาสิที่รัก พี่อยากให้หวานมองหน้าพี่ พี่ชอบเวลาที่เห็นหวานเสร็จ มันเซ็กซี่และน่าเอาที่สุด”คำพูดหื่นห่ามกระตุ้นไฟในกายของหญิงสาวให้ลึกโชนทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพังเขามักจะคำพูดแบบนี้และเธอก็ชอบที่จะได้ฟัง“ดีไหม ชอบไหม”“พี่คีธขา หวาน อื้อ....ใกล้แล้ว อีกนิดพี่คีธ...อ้ายยย....”นฤดากรีดร้องเสียงยาวเมื่อสัมผัสร้อนของคนรักส่งเธอไปยังปลายทางสีรุ้ง ลูคัสมองใบหน้าสวยยามสุขสมแล้วตนเองก็ปวดหนึบไปทั้งแก่นกาย ชายหนุ่มพลิกตัวแล้วดันให้นฤดานอนลงบนที่นอนด้วยความอ่อนโยน จมูกโด่งเริ่มซุกไซร้ฝากรอยรักลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างหิวกระหาย นฤดาไม่เคยทำให้ความต้องการของเขาลดน้อยลงสักครั้งยิ่งได้อยู่ใกล้ได้กลิ่นกายหอมเขาก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าหาเธออย่างห้ามไม่อยู่ที่ผ่านมาลูคัสไม่เคยรู้สึกต้องการผู้หญิงคนไหนมา
จัสมินกลับไปอยู่สิงคโปร์ได้หลายวันแล้ว ช่วงนี้นฤดาเลยเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียว ช่วงกลางวันลูคัสจะออกไปทำงานพอตกเย็นก็กลับมาทานข้าวด้วยกันก่อนจะออกไปตรวจงานที่ผับอีกครั้งและกลับเข้ามาเกือบจะตีสองนฤดารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เขาทำงานหนักขึ้นและมีเวลาให้เธอน้อยลง ถ้าหากชายหนุ่มยังเป็นแบบนี้อีกต่อไปเรื่องที่เธอจะคบกับเขาต่อก็คงจะคิดหนักเสียงรถที่เข้ามาจอดในเวลาห้าทุ่มทำให้นฤดาที่กำลังจะสสมชุดนอนรีบหยิบเสื้อคลุมมาใส่เพราะคิดว่าลูคัสน่าจะลืมของเหมือนทุกครั้งที่เขาออกไปแล้วกลับมาก่อนเวลาเพราะลืมเอกสารหรือบางครั้งก็ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องทำงาน พอเธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขานั่งอยู่บนเตียง“ลืมของเหรอคะ เอาวางไว้ตรงไหนเดี๋ยวหวานช่วยหาให้ค่ะ” เธอกำลังจะเดินออกไปห้องทำงานแต่เขาก็คว้าเอวบางไว้แล้วก็จับให้หญิงสาวมานั่งอยู่บนหน้าตักของตนเอง“จับไว้แบบนี้แล้วหวานจะไปช่วยหาของได้ยังไงล่ะคะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ลืมของ” สรรพนามที่มาเฟียหนุ่มเรียกแทนตัวเองเปลี่ยนนับตั้งแต่เธอบอกว่าจะให้โอกาสเขา“แล้วกลับมาทำไมคะ หรือว่างานเสร็จแล้ว”“งานเสร็จแล้วครับ แต่คนยังไม่เสร็จ” ลูคัสมองหญิงสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจัสมินก็ต้องเดินทางกลับสิงคโปร์แล้ววันนี้เด็กน้อยเลยขอมานอนค้างกับคุณยายประภาพรที่บ้าน ซึ่งลูคัสให้ลูกน้องมาต่อเติมห้องนอนและติดเครื่องปรับอากาศให้ถึงสองห้องสำหรับประภาพรห้องหนึ่งและเอาอีกห้องหนึ่งสำหรับนฤดาที่วันนี้พาจัสมินมาค้างที่นี่ด้วย“คุณยายขาคืนนี้จะจัสมินขอนอนกับคุณยายได้ไหมคะ แดดดี๊บอกว่าห้องคุณยายไม่ร้อนแล้ว”“ได้สิ เดี๋ยวยายจะเล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอนดีไหมคะ”“แต่จัสมินลืมเอาหนังสือนิทานมาจากบ้านค่ะ” เพราะมัวแต่ตื่นเต้นว่าจะมาทานขนมชั้นเธอเลยลืมหยิบหนังสือนิทานมาด้วย ซึ่งปกติเวลาไปค้างที่ไหนจัสมินจะเลือกหนังสือนิทานเล่มที่อยากฟังใส่กระเป๋าเป้เล็กๆ ของเธอเอง“นิทานของยายเป็นนิทานพื้นบ้านค่ะจัสมิน ไม่ต้องใช้หนังสือ”“นิทานพื้นบ้านคืออะไรคะหม่ามี้”“ก็เป็นนิทานของคนที่เล่าสืบต่อกันมา ตอนเด็กๆ คุณยายจะเล่าให้หม่ามี้ฟังตลอดเลย”“แล้วนิทานพื้นบ้านสนุกไหมคะ”“สนุกสิหม่ามี้ว่าหนูจะต้องชอบมากๆ แน่เลย”“เราไปกันเลยไหมคะคุณยายจัสมินอยากฟังนิทานแล้ว”“จัสมินไปรอในห้องคุณยายก่อนนะคะ เดี๋ยวยายตามไปค่ะ”เมื่อจัสมินเข้าไปในห้องแล้วประภาพรก็ช่วยลูกสาวปิดหน้าต่างและประต
“ฉันอาจจะเก่งในเรื่องการทำงานแต่เรื่องความรู้สึกแบบนี้มันเข้าใจยาก”“งั้นหวานขอถามว่าทำไมเมื่อกี้คุณถึงไปแสดงตัวต่อหน้าพี่กายและเพื่อนหวานแบบนั้น”“เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งกับคนฉัน ฉันกลัวเธอจะใจอ่อนแล้วกลับไปคบกับเขา ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ ฉันกับจัสมินจะเป็นยังไง” ลูคัสบอกความรู้สึกของตนเองให้หญิงสาวฟังอย่างไม่มีปิดบัง เขากลัวว่าผู้หญิงจิตใจดีแบบนฤดาจะยอมให้อภัยผู้ชายคนนั้น“คุณอาจจะต้องการหวานตอนนี้เพราะจัสมินอยู่เมืองไทยก็ได้นะคะ หวานอยากรู้ว่าถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วจัสมิและครอบครัวคุณไม่อยู่ที่นี่ความรู้สึกที่คุณมีให้หวานยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”“ไม่ว่าจัสมินจะอยู่ที่นี่หรือเปล่าแต่ฉันก็ต้องการให้เธออยู่ใกล้ๆ เหมือนเดิม นะหวานนะขอโอกาสฉันหน่อย หรือที่เธอไม่อยากเป็นครอบครัวเพราะฉันอายุมากใช่ไหม” เขาพูดด้วยความน้อยใจ“ไม่ใช่เรื่องอายุหรอกค่ะ หวานแค่อยากมั่นใจกว่านี่อีกสักนิด”“ฉันต้องทำยังไงบ้างเธอถึงจะมั่นใจ ให้พ่อแม่ของฉันไปคุยกับแม่ของเธอดีไหม”“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หวานจะลองให้โอกาสคุณดูก็ได้”“จริงนะ”“ค่ะ”“ฉันดีใจที่เธอยอมเปิดใจ แต่ฉั
เมื่อถึงเวลาผับปิดลูคัสก็เดินมาบอกกับเพื่อนของนฤดาว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอที่บ้านเอง หลังจากบอกลาเพื่อนๆ เสร็จแล้วนฤดาก็เดินตามลูคัสมาที่รถทันทีที่ประตูรถปิดลงหญิงสาวก็หันมามองหน้าลูคัสอย่างเอาเรื่อง“คุณไปพูดกับเพื่อนหวานแบบนั้นได้ยังไงคะ หวานบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ ทีนี้เขาก็เข้าใจผิดกันหมดสิว่าเรากำลังคบกัน”“ถ้าฉันไม่พูดไอ้แฟนเก่าของคุณมันจะไปจากคุณไหมล่ะ”“นี่หวานต้องขอบคุณคุณใช่ไหมคะ”“มันก็ควรเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ”“หวานจะขอบคุณก็ได้ที่คุณทำให้พี่กายไปจากหวานจริงๆ แล้วเรื่องที่เราคบกันล่ะ”“ก็ไม่ต้องทำอะไร”“คุณรู้ไหมว่าเพื่อนหวานต่างก็อยากรู้เรื่องของเรามาก”“แล้วเธอบอกเพื่อนยังไงล่ะ”“หวานบอกแค่ว่าเราเพิ่งเริ่มคุยกัน”“ทำไมไม่บอกความจริงเขาไปล่ะ”“ความจริงที่ว่าหวานเป็นเมียคุณเพื่อเงินน่ะเหรอคะ”“ฉันหมายถึงความจริงที่ว่าตอนนี้เรากำลังคบกันอยู่ไง”“เราไม่ได้คบกันนะคะลูคัส คุณจ้างหวานให้อยู่กับคุณต่างหาก”“เธอไม่คิดอะไรกับฉันเลยเหรอ ที่อยู่กับฉันเพราะเงินเหรอหวาน”“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะระหว่างเรามันคือการได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”“ฉันไม่เชื่อหรอก”“ไม่เชื่ออะ
“คุณเฉินเขาน่ารักดีนะ” มีนาเอ่ยชมคนรักของเพื่อนที่ยกเค้กมาอวยพรวันเกิดให้กับปลาเมื่อครู่“นั่นสิน่าอิจฉาปลาจัง เมื่อไหร่ฟ้าจะมีแฟนกับเขาบ้างนะ”“ก็ฟ้าเลือกมากเอง มีคนมาจีบเยอะแยะแต่ไม่ยอมใจอ่อนกับใครสักคน” นุ่นแกล้งว่า“ก็ยังไม่มีใครที่ถูกใจ ฟ้าไม่อยากเสียเวลาคบคนที่ไม่ใช่”“หวานเห็นด้วยกับฟ้านะ จะคบใครต้องดูดีๆ จะได้ไม่โดนหลอกเหมือนหวาน”“พูดเรื่องนี้มาก็ดีเลย ปลาอยากจะถามว่าตอนนี้หวานกับพี่กายยังติดต่อกันอยู่ไหม”“ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วล่ะ”“นุ่นดีใจด้วยนะที่หวานตัดใจจากผู้ชายคนนั้นได้ แสดงว่าตอนนี้หวานก็โสดน่ะสิ”“อือ” นฤดาตอบไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของตนกับลูคัสเป็นแค่ลูกจ้างกับนายจ้าง“แต่มีนาว่าหวานโสดไม่นานหรอกดูผู้ชายคนนั้นสิจ้องหวานตลอดเลย” มีนาบอกเพื่อนให้มองไปยังโต๊ะด้านในสุด“เอ๊ะ นั่นเจ้านายคุณเฉินนี่ คนที่ไปส่งหวานที่บ้านไงละ” ปลาจำหน้าของเจ้านายคนรักได้ดีกว่าใครก็พูดขึ้นนฤดาหันไปมองตามเพื่อนบอกแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจเพราะก่อนออกมาจากบ้านเธอบอกเขาไปแล้วว่าห้ามเข้ามาทักทายหรือแสดงตัวเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เธอยอมเป็นของเขาเพื่อแลกกับเงิน“ดูเหมือนเขาสนใจหว
นฤดายกจานขนมและน้ำดื่มมาวางตรงหน้าสองพ่อลูกที่นั่งดูทีวีรออยู่ห้องรับแขก“ขนมของคุณยายอร่อยที่สุดเลยค่ะคุกกี้แบบนี้จัสมินชอบมากค่ะ”“ถ้าชอบเดี๋ยวหม่ามี้จะเอาใส่กล่องไปให้กินที่บ้านด้วยดีไหมคะ”“ดีค่ะหม่ามี้ทำขนมเหมือนคุณยายได้ไหมคะ”“หม่ามี้ทำได้ค่ะแต่ไม่อร่อยเท่าคุณยายไม่อร่อยก็ต้องฝึกค่ะคุณย่าบอกว่าเราทำอะไรไม่เก่งเราก็ต้องฝึกอีกหน่อยก็เก่งเองค่ะ”“ช่างพูดจริงนะ” ประภาพรที่เดินเข้ามาหลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็วก็อดชื่นชมไม่ได้“คุณยายขา ขนมของคุณยายอร่อยมากๆ ค่ะ”“ถ้าหนูชอบยายจะทำอีกนะคะ”“ขอบคุณค่ะ คุณยายของจัสมินใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”“วันนี้ผมคงต้องขอตัวกลัวก่อนนะครับเอาไว้วันหลังจะแวะมาใหม่” ลูคัสพูดขึ้นหลังจากนั่งคุยกันมาได้พักใหญ่“คุณยายขาจัสมินจะมาเยี่ยมคุณยายใหม่นะคะ” จัสมินที่นั่งอยู่บนตักของประภาพรพูดอย่างประจบตั้งแต่มาถึงมาถึงบ้านหลังนี้เด็กเด็กน้อยก็คลอเคลียอยู่ข้างคุณยายของเธอไม่ห่างมันยิ่งทำให้ประภาพรทั้งรักและเอ็นดูเพราะความสดใสและความช่างอ้อน“ได้สิคะ ถ้าหนูจะมาวันไหนให้หม่ามี้ของหนูโทรบอกคุณยายก่อนคุณยายจะได้ทำขนมอร่อยๆ ไว้รอดีไหมคะ”“ดีค่ะ คุณยายขาจัสมินอยากกินขนมที่
ตลอดระยะเวลาที่ได้เที่ยวด้วยกันตามลำพังพ่อแม่ลูกหนึ่งสัปดาห์ความผูกพันระหว่างนฤดาและจัสมินก็เพิ่มมากขึ้นทั้งสองเข้ากันได้ดีจนลูคัสมองแล้วอยากจะให้เธอมาเป็นครอบครัวของเขาจริงๆ แต่มันก็เป็นไปได้ยากเพราะเขาไม่เคยคิดจะให้ใครมาแทนที่มีร่าภรรยาคนก่อนที่เสียชีวิตไปเกือบจะสี่ปีแล้ว“จัสมินไม่อยากกลับกรุงเทพเลยค่ะแดดดี๊ ขอจัสมินเที่ยวต่ออีกได้ไหมคะ”“แดดดี้กับหม่ามี้ต้องกลับไปทำงานค่ะเอาไว้ถ้าช่วงไหนหยุดหลายวันเราค่อยมาเที่ยวด้วยกันอีกดีไหมคะ” ลูคัสบอกลูกสาวที่งอแงเพราะพรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ“ครั้งหน้าแดดดี้จะพาหนูขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่”“ที่เชียงใหม่มีอะไรคะแดดดี๊” เพราะไม่เคยไม่เคยไปมาก่อนพอได้ยินก็เลยอยากจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรน่าสนใจบ้าง“เชียงใหม่ก็มีอากาศเย็นๆ วิวสวยๆ แดดดี๊จะพาหนูไปเก็บสตรอว์เบอร์รีดีมั้ยคะ”“ดีค่ะจะจัสมินชอบกินสตอว์เบอร์รีหม่ามี้ล่ะคะชอบไหม”“หม่ามี้ก็ชอบค่ะ”“จัสมินอยากไปเชียงใหม่”“แต่กลับไปครั้งนี้แดดดี๊ต้องทำงานก่อนค่ะ หนูเที่ยวในกรุงเทพกับหม่ามี้ได้ไหมคะ” เพราะมีงานใหญ่รออยู่เขาจึงพาเธอไปเที่ยวไม่ได้“หม่ามี้ต้องทำงานไหมคะ”“หม่ามี้ขอไปทำธุระหนึ่งวันจากนั้น
“ชอบไหม รู้สึกดีหรือเปล่า”เขาขยับตัวขึ้นกระซิบถาม ชายหนุ่มจ้องไปในตาของหญิงสาวแล้วกระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอเองก็กำลังต้องหารเขา“คีธ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะหวานกลัวจัสมินตื่น”“นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน”นฤดาร้อนไปทั้งร่างเธออยากให้เขาช่วยปลดปล่อยความเสียวซ่านที่แสนทรมานหญิงสาวโน้มศีรษะเขาลงมามอบจูบกระตุ้นให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดไปทั่วร่าง ลูคัสแทบคลั่งตอนนี้แก่นกายของเขาปวดหนึบจนมันแทบระเบิดเขาดันขาเธอให้แยกออกจนเห็นกลีบกุหลาบงามที่ปิดสนิทตรงหน้าลิ้นร้อนของเขาชอนไชไปทั้งทุกซอกหลืบของกุหลาบดอกสวย น้ำหวานที่ไหลรินทำให้เขาทั้งดูดเลียอย่างไม่รู้เบื่อ“หอมหวานที่สุด ฉันกำลังเสพติดเธอแล้วนะหวาน”“คีธ..อื้อ คุณ...หวาน...อื้อ....”หญิงสาวเสียวจนพูดอะไรไม่ออกเมื่อเขารัวลิ้นและดูดเลียสลับกันไปมา เธอดิ้นพล่านผมกระจายเต็มที่นอน สองมือกดศีรษะเขาให้เขาอย่างลืมตัว ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างกายจะเกร็งสะท้านแอ่นเข้าหาปากร้อน แล้วเสียงกรีดร้องเพราะความสุขก็ดังไปทั่วห้องลูคัสมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาชอบที่เห็นเธอมีความสุข ใบหน้าหล่อก้มต่ำลงอีกครั้งเพ
“เดินทางปลอดภัยนะคะแม่” เสียงใสบอกกับมารดาที่กำลังจะเดินทางกลับต่างจังหวัด“แม่ไม่อยู่หนูก็ดูแลตัวเองดีๆ นะล็อกประตูรั้วล็อกประตูบ้านๆ ดีแล้วก็อย่านอนดึก” ประภาพรบอกกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วงแม้นฤดาลูกสาวของเธอจะโตแล้วแต่ในสายตาของคนเป็นแม่ก็ยังเป็นห่วงและเห็นเธอเป็นเด็กอยู่ตลอด“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะแม่หวานดูแลตัวเองได้ แม่นั่นแหละที่น่าเป็นห่วงนั่งรถตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงอุตรดิตถ์อย่าลืมหาอะไรกินรองท้องด้วยนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอกลูกบนรถไฟเขามีขาย”“แต่หวานว่าแม่น่าจะซื้อไปจากตลาดดีกว่านะคะ ถ้าเกิดเขาขายหมดหรือของที่แม่อยากกินไม่มีแม่จะทำยังไง”“ก็ได้จ้ะเดี๋ยวแม่จะหาซื้อก่อนขึ้นรถ หวานรีบกลับบ้านเถอะลูกรถเมล์มาแล้ว”“ถึงแล้วอย่าลืมไลน์มาบอกหวานนะคะแม่” หญิงสาวตะโกนบอกมารดาที่ขึ้นไปนั่งบนรถเมย์เรียบร้อยแล้ว“จ้ะลูก ดูแลตัวเองดีๆ นะ”นฤดามองรถตามหลังรถเมล์ไปจนสุดสายตาจากนั้นเธอก็เดินกลับมายังบ้านหลังเล็กด้านในซอย บ้านหลังนี้เธออยู่กับมารดามาตั้งแต่จำความได้ถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะยี่สิบปีแล้วปกติแล้วมารดาไม่ค่อยทิ้งให้เธออยู่คนเดียวเวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันตลอดแต่ครั้งนี้มารดาต้องกลับไปทำธ...
Comments