“ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นคนเห็นแก่เงินขนาดนี้” ลูคัสมองหน้านฤดาอย่างผิดหวังเขาแอบคิดว่าเธอจะต่างจากคนอื่นแต่พอเขาบอกจำนวนเงินหญิงสาวก็ทำตาโต
“เงินตั้งล้านนะคะใครไม่เอาก็บ้า แต่ฉันต้องทำงานทั้งเดือนเลยเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิเงินหนึ่งล้านแลกกับระยะเวลาหนึ่งเดือนที่เธอต้องมาอยู่ที่นี่ในฐานะหม่ามี้ของจัสมิน” เขาบอกถึงเงื่อนไขการทำงาน
“ฉันลดให้คุณเหลือห้าแสน”
“ไหนว่าอยากได้เงิน”
“ก็เพราะอยากได้เงินน่ะสิ แต่ฉันมีข้อแม้” ระยะเวลาหนึ่งเดือนที่เขาเสนอนั้นเธอคิดว่าตนเองไม่น่าจะทำได้ครบเวลา
“อะไรของเธออีกล่ะ”
“ฉันอยู่กับคุณและลูกได้แค่อาทิตย์เดียว”
“ทำไมอาทิตย์เดียวเธอเรียกฉันถึงห้าแสนล่ะ มันน่าจะแค่สองแสนห้านะ แต่ฉันอยากจ้างเธอหนึ่งดือน”
“ฉันสัญญาเลยว่าฉันจะทำให้ความทรงจำของลูกคุณมีแต่ความสุขระหว่างที่ฉันทำหน้าที่แม่” นฤดาพูดออกไปอย่างนั้นทั้งที่ไม่รู้หรอกว่าหน้าที่แม่ของจัสมินต้องทำอะไรบ้าง หญิงสาวต้องการเงินค่าจ้างแต่ครั้นฉันจะอยู่เต็มหนึ่งเดือนอย่างที่เขาบอกมันก็เป็นไปไม่ได้เพราะมารดาของเธอไปทำธุระต่างจังหวัดแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น
“ฉันขอเหตุผลหน่อยว่าทำไมเธอถึงจะอยู่กับจัสมินได้แค่อาทิตย์เดียว”
“ก็ถ้าฉันต้องมาอยู่ที่บ้านคุณแล้วฉันจะบอกแม่ฉันยังไง”
“แล้วหนึ่งอาทิตย์เธอจะบอกยังไง” ลูคัสถามกลับเพราะเขาคิดด่าหญิงสาวทำแบบนี้เพราะกำลังโก่งค่าตัว
“ตอนนี้แม่ฉันไปต่างจังหวัดฉันก็เลยคิดว่าน่าจะมาอยู่กับคุณได้”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“คุณก็หาคนใหม่มารับหน้าที่แม่สิ”
“เธอนี่พูดอะไรคิดถึงจิตใจของเด็กบ้างไหมจัสมินไม่เคยมีเจอแม่มาก่อนเลยและตอนนี้จัสมินก็คิดว่าเธอแม่ของเขาแล้วจะให้ฉันหาผู้หญิงคนอื่นมาเป็นแม่ของจัสมินอีกตลกเกินไปแล้ว”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงถ้าแม่ฉันกลับมาจะให้ฉันบอกแม่ว่ายังไง”
“ก็บอกไปตามตรงสิไม่เห็นจะยาก”
“สำหรับคุณมันไม่ยากหรอกแต่สำหรับฉันมันยากมากนะเรื่องแบบนี้มันยากที่จะเข้าใจ”
“ถ้างั้นผมเพิ่มให้คุณอีกเป็นสองล้านแลกกับระยะเวลาหนึ่งเดือนที่คุณจะมาดูแลจัสมินในฐานะแม่ของเธอ”
“หนึ่งเดือนสองล้านเหรอคะ”
“ใช่สิหนึ่งเดือนสองล้านฉันจะโอนให้ทันถ้าเธอตกลง”
“แล้วทุกอย่างจบเลยใช่ไหมคะ”
“ใช่สิทุกอย่างจะจบลงภายในหนึ่งเดือน”
“ฉันขอถามหน่อยค่ะ ทำไมต้องหนึ่งเดือนคะ” เพราะรายได้ดีแบบนี้นฤดาก็อยากให้เขาจ้างไปเรื่อยๆ
“เพราะจัสมินจะมาอยู่ที่นี่แค่เดือนเดียว”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“เธอถามทำไม”
“ก็คุณจะให้ฉันทำหน้าที่แม่ของลูกคุณฉันก็อยากรู้ข้อมูลบ้างฉันจะได้เตรียมคำพูดถูกเผื่อลูกของคุณจะถาม”
พอนฤดาพูดแบบนี้เขาก็เริ่มคิดถึงอนาคตหลังจากหนึ่งเดือนลูคัสกลัวว่าลูกสาวจะไม่ยอมกลับไปอยู่กับปู่และย่าที่สิงคโปร์
“ระหว่างนี้เธออย่าพูดเรื่องระยะเวลาที่จะอยู่กับจัสมิน”
“ฉันจะไม่พูดก็แต่ถ้าเธอถามล่ะคะ”
“จัสมินมีกำหนดอยู่เมืองไทยแค่หนึ่งเดือนจากนั้นเธอจะกลับไปอยู่สิงคโปร์” เขาตอบไปโดนไม่รู้เลยว่าถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วลูกสาวจะกลับไปหรือเปล่า
“ค่ะ”
“บางทีฉันอาจจ้างเธอเพิ่มถ้าจัสมินกลับมาที่นี่และอยากเจอเธออีกหรือวันไหนจัสมินอยากจะคุยกับเธอฉันก็จะจ้างเธอเป็นครั้งๆ ไป”
“ยังไงคะ”
“ถ้านัดมาเจอฉันจะให้เธอครั้งละแสนแต่ถ้าวิดีโอคอลหาฉันจะให้เธอครั้งละหมื่นตกลงไหม”
“แล้วถ้าลูกสาวคุณโทรหาฉันทุกวันล่ะ”
“ฉันก็จะจ่ายคุณตามนั้นแหละ ตกลงเธอจะรับงานนี้ใช่ไหม”
“รับสิงานดีเงินดีแบบนี้มีหรือคนอย่างฉันจะไม่รับ” เมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่จะเพิ่มขึ้นในบัญชีนฤดาก็ยินดีรับงานด้วยความเต็มใจ
แต่ปัญหามันติดอยู่ที่ว่าหญิงสาวจะบอกมารดายังไงเรื่องที่จะมาทำงานที่บ้านของเขาเพราะถ้ามารดาถามถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวของลูคัสเข้าใจผิดเธอจะบอกได้ยังไงว่าตนเองออกไปเที่ยวและเมาจนไร้สติถึงขั้นมากับผู้ชายแปลกหน้า
“คุณลูคัสคะฉันขอร้องคุณอย่างหนึ่งได้ไหม” น้ำเสียงฟังดูอ่อนลงเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ทำตามที่เธอขอร้องและเงินจำนวนมากจะหายไปในพริบตา
“อะไรล่ะ ลองว่ามาสิ” ลูคัสมองออกว่าตอนนี้ตนเองกำลังถือไพ่เหนือกว่าจึงถามด้วยเสียงที่วางอำนาจ
“เรื่องที่เราเจอกัน”
“มีปัญหาอะไร เราเจอกันในผับ”
“คือฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเจอกันที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับคุณ เราไม่บอกคนอื่นได้ไหม”
“ได้สิไม่มีปัญหา”
“แต่...”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่บอกใครแล้วเธอจะมีข้อแม้อะไรอีก”
“ถ้าฉันรับงานนี้แล้วแม่ฉันถามว่าเราเจอกันได้ยังไงฉันไม่รู้จะตอบแม่ว่ายังไง”
“ฉันจ้างเธอแล้วยังจะต้องคิดคำแก้ตัวให้เธออีกเหรอ”
“นะคุณช่วยฉันคิดหน่อยสิ”
“ตอนนี้เธอทำงานอะไร”
“ฉันทำงานที่ฝ่ายบัญชีในโรงพยาบาลค่ะ”
“ก็บอกไปสิว่าเธอเจอฉันที่นั่นแล้วฉันก็อยากได้พี่เลี้ยงเด็กง่ายๆ แค่นี้เอง”
“นั่นสิทำไมฉันถึงคิดไม่ออกนะ”
“ฉันช่วยคิดคำโกหกให้แล้วเธอตกลงรับงานแล้วใช่ไหมจะได้เริ่มงาน”
“ฉันต้องทำงานวันนี้เลยเหรอ”
“แน่สิ วันนี้เธอต้องทำงานแล้วคืนนี้เธอก็ต้องมานอนที่นี่”
“เอ่อฉันขอกลับไปเตรียมเสื้อผ้าก่อนได้ไหมคะ”
“เดี๋ยวฉันให้คนจัดการให้ รออยู่ในห้องนี้ก่อนเดี๋ยวเขาจะเอาชุดใหม่มาให้เธอเปลี่ยน และเราต้องพาจัสมินไปเที่ยวทะเล”
“ทะเลเหรอคะ”
“ใช่สิ มีปัญหาอะไร”
“คุณจะไปหลายวันไหมคะ คือฉันได้หยุดแค่วันนี้วันเดียว”
“อย่างน้อยก็สามวัน”
“แล้วงานของฉัน”
“บอกชื่อโรงพยาบาลมาเดี๋ยวฉันจัดการเรื่องวันหยุดของเธอเอง”
“ฉันเพิ่งทำงานได้ไม่กี่เดือนถ้าลางานนานๆ เขาคงไล่ออก”
“เงินเดือนเธอทั้งปีจะเท่าเงินเดือนที่ฉันจ้างเธอหนึ่งเดือนไหม”
นฤดาคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว เงินมากขนาดนั้นเธอต้องทำงานอีกหลายปีกว่าจะได้
“ถึงเงินเดือนของฉันจะน้อยแต่ฉันก็ภูมิใจในงานของฉัน”
“แปลว่าไม่รับงาน”
“รับสิใครไม่รับก็โง่เต็มทีแล้ว”
ลูคัสโอนเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่งให้กับนฤดาส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเขาจะจ่ายให้เธอหลังจากทำงานครบหนึ่งเดือน“รออยู่ตรงนี้ก่อนเดี๋ยวคนของฉันจะเอาชุดมาให้เปลี่ยน”“แล้วคุณจะไปไหนคะ”“ฉันก็จะเปลี่ยนชุดสิ หรือเธอจะให้ฉันนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัว ฉันเห็นนะว่าเธอแอบมองกล้ามท้องฉันอยู่”"ฉันจะแอบมองทำไม ทำอย่างกับตัวเองหุ่นดีนัก”“แต่เมื่อคืนเธอไม่ได้พูดแบบนี้นะ ฉันจำได้เธอชมว่าฉันหุ่นดีกล้ามน่าจับ”“ที่ฉันพูดเพราะฉันเมา แต่มันก็แปลกนะปกติฉันก็เคยกินเหล้าแต่ก็ไม่เคยมีอาการเหมือนเมื่อคืน หรือคุณวางยาฉัน”“ฉันจะทำแบบนั้นทำไม แล้วเครื่องดื่มที่ฉันสั่งให้เธอฉันก็เป็นคนกินเอง”“หรือว่าแก้วนั้น” นฤดาคิดถึงเครื่องดื่มที่ว่างอยู่บนโต๊ะของปรเมศวร์“นึกออกแล้วเหรอว่าไปกินที่ไหนมา”“นึกออกแล้ว น่าจะเป็นแก้วที่อยู่บนโต๊ะของแฟนฉัน ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าแฟนเก่ามากกว่าเพราะฉันบอกเลิกเขาไปแล้ว” เสียงพูดเบาลงอย่างเห็นได้ชัด“เธอบอกเลิกเขาตอนเมาหรือเปล่า แล้วถ้ามาทำงานกับฉันแบบนี้เขาจะไม่ว่าใช่ไหม” ลูคัสรีบชวนคุยเรื่องอื่นเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะนึกออกว่าตนเองนั้นไปดื่มอะไรที่ไหนมาบ้าง“ฉันเมาก็จริงแต่ฉันก็พอมีสติ” นฤดาจำเรื
“ไม่มีผู้หญิงที่ไหนรักลูกของฉันได้เท่ากับฉันและครอบครัวหรอกนะ พวกเธอก็หวังแค่เงินเท่านั้น” สิ่งที่นฤดาบอกไม่ใช่ว่าลูคัสไม่เคยทำ เขาเคยพาผู้หญิงที่คิดจะจริงจังด้วยมาทานข้าวมาลองทำความรู้จักกับจัสมินเธอทำดีกับจัสมินทุกอย่างแต่พอลับหลังลูคัสพวกเธอก็พูดจาทำร้ายจิตใจจัสมินและบอกว่าเขาจะมีลูกคนใหม่และจัสมินจะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการ“แล้วทำไมคุณถึงจ้างหนูล่ะ ไม่กลัวว่าหนูจะทำให้หลานสาวของคุณเสียใจเหรอ” “กลัวสิ ฉันเลยต้องพาเธอมาคุยกับพวกเราที่นี่ก่อน” “คืออย่างนี้นะหนูหวาน พวกเราอยากขอร้องว่าเวลาอยู่กับจัสมินห้ามพูดเรื่องมีน้องหรือมีลูกคนใหม่ให้จัสมินได้ยิน ห้ามพูดว่าลูคัสจะไม่รักจัสมินห้ามบอกว่าจะไปจากเธอ ถ้าจัสมินถามว่าทำไมถึงไปไม่ไปที่สิงคโปร์ให้หนูบอกว่าจะอยู่ดูแลลูคัสที่นี่” “แล้วถ้าหนูจัสมินถามว่าทำไมหนูถึงมาหาเธอล่ะคะ” “พวกเราบอกว่าแม่ของเธอไปทำงานที่ไกลๆ และที่มาหาไม่ได้หลายปีเพราะงานมันสำคัญมากและถ้ากลับมาก่อนกำหนดจะมีความผิด“ค่ะ” นฤดาพยายามเข้าใจทุกอย่างและคำขอร้องที่มารดาเขาบอกนั้นมันก็ไม่ยากเลยแต่เธอกลัวว่าตนเองจะเข้ากับจัสมินไม่ได้มากกว่า“ถ้าคิดว่าตัวเองทำได้ก็เซ็นชื
“ใช่สิ อย่าลืมว่าเธอคือแม่และฉันคือพ่อหรือเธอกลัวที่จะนอนห้องเดียวกับฉัน”“ใครกลัวกันล่ะคะ ก็แค่นอนด้วยกันคุณคงไม่คิดทำอย่างอื่นใช่ไหม”“ทำอย่างอื่นหมายถึงเหมือนเมื่อคืนเหรอ แต่เมื่อคืนเธอขอร้องให้ฉันช่วยเธอเองนะ หรือจำไม่ได้”“จำได้สิ ฉันจำได้ทุกอย่าง” นฤดาตอบเขาอย่างมั่นใจเธอจำได้ว่าเขาพามาในห้องนอนและเธอขอร้องให้เขาช่วยจากนั้นก็จำเรื่องที่เหลือไม่ได้ แต่คิดแล้วว่าตอนนี้ตัวเองคงเสียความบริสุทธิ์ให้กับเขาไปแล้ว แม้จะอดแปลกใจที่ตื่นเช้ามาผ้าปูที่นอนไม่มีเลือด ไม่รู้สึกเจ็บจนเดินแทบไม่ได้เหมือนนิยายที่อ่านแต่เธอเปลือยกายล่อนจ้อนต่อหน้าเขาแบบนั้นคงไม่มีผู้ชายคนไหนปล่อยให้เธอนอนอยู่เฉยๆ เป็นแน่หรือที่เธอไม่เจ็บไม่มีเลือดเพราะขนาดของเขามันเล็กมากก็เป็นได้ นฤดาหัวเราะคิกๆ เมื่อนึกไปถึงขนาดน้องชายของเขา“เธอหัวเราะแบบนี้หมายความว่ายังไงไม่เสียใจเลยเหรอ”“เสียใจสิคะ เป็นใครก็ต้องเสียใจด้วยกันทั้งนั้น แต่มันก็เรียกร้องอะไรคืนมาไม่ได้ อีกอย่างผู้ชายสมัยนี้เขาก็ไม่สนใจกันหรอกค่ะว่าผู้หญิงจะยังบริสุทธิ์ไหม เขาสนแค่ลีลาบนเตียงแค่นั้นอง”“ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน” เขามองเธออย่างผิดหวังเพราะไม่ค
ลูคัสส่งครีมกันแดดให้นฤดาตามที่ลูกสาวบอก เธอรับมาถือไว้แต่ก็ยังไม่ยอมทาให้เขาสักที“รออะไรรีบทาสิฉันไม่อยากให้จัสมินรอนานนะ”“คุณก็หันหลังมาสิ”นฤดาหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นแผ่นหลังของเขาที่มีรอยเล็บอยู่เต็มไปหมดซึ่งมันมากกว่าทางด้านหน้าที่เธอเห็นเมื่อเช้าอยู่มาก“คุณเจ็บไหม”“ถ้าฉันบอกว่าเจ็บเธอจะทำยังไง”“หวานขอโทษ” คำขอโทษเป็นสิ่งเดียวที่นฤดาจะพูดกับเขาเพราะนึกคำอื่นไม่ออกเลย สีหน้าของเธอกำลังสำนึกผิด“มันก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ ฉันคิดว่ามันคุ้มนะ”“คุ้มอะไร”“ไม่มีอะไรหรอกน่ารีบทาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน”“หวานว่าคุณควรใส่เสื้อนะคะ ถ้าคนอื่นเห็นรอยพวกนี้...”“ฉันก็จะบอกทุกคนว่าเธอเป็นคนทำ” เขาพูดพลางหัวเราะเมื่อเห็นหญิงสาวอายจนหน้าแดง ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ไปมาเร็วจนเขานึกสนุกที่ได้แกล้ง“เอาสิหวานก็จะบอกทุกคนเหมือนกันว่าคุณก็ทำรอยไว้บนตัวหวานเหมือนกัน” พูดจบหญิงสาวก็ถอดเสื้อยืดออกเพื่อให้ลูคัสเห็นสิ่งที่เขาทำไว้ชายหนุ่มมองคนที่สวมชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่สีตำตรงหน้าแล้วต้องยอมรับเลยว่านฤดาเป็นผู้หญิงที่สวยและตรงสเปกเขามากที่สุดเพียงแค่เห็นร่างกายของเขาก็ร้อนรุ่มและอยากจะสานต่อเรื่องเมื่อคื
หลังจากทานอาหารเย็นและเล่านิทานให้กับจัสมินฟังจนเด็กสาวหลับไปแล้วนฤดาก็กลับมายังห้องนอนของเธอและลูคัสซึ่งเขาบอกว่าเธอกับเขาต้องนอนห้องเดียวกันถ้าส้มโอหรือคนอื่นรู้ก็อาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับจัสมิน ลูกสาวเขาอาจจะเกิดความสงสัยว่าทำไม่บิดามารดาถึงไม่นอนห้องเดียวกัน“หวานนอนบนโซฟาก็ได้ค่ะ”“เตียงตั้งกว้างนอนสองคนคงไม่เบียดกันเท่าไหร่หรอกหรือกลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอล่ะ”“หวานว่าคุณคงไม่ทำอะไรหวานหรอกค่ะ เพราะถ้าคุณทำให้หวานไม่พอใจขึ้นมาแล้วหวานหนีไปจากที่นี่คุณกับลูกคงว้าวุ่นกันน่าดู”“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะทำให้เธอไม่พอใจล่ะ หรือเพราะคิดว่าขนาดของฉันมันเล็กจนไม่รู้สึกอะไร” เขาเดินมาใกล้แล้วใช้แขนแกร่งรวบตัวเธอเข้ามาใกล้โดยที่นฤดาไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นกายหอมของนฤดาทำให้เขาติดใจ“ปล่อยหวานนะคะ ถ้าไม่ปล่อยหวานจะร้องให้คนช่วย”“ถ้าเธอร้องคนก็จะรู้กันทั้งบ้านว่าเราทำอะไรกันหรืออยากจะให้คนอื่นรู้กันล่ะ”“คุณลูคัสขาอย่าล้อเล่นสิคะ หวานทำหน้าที่แม่ของลูกคุณอยู่นะคะ” เมื่อต่อต้านไม่ได้ผลนฤดาก็เรียกเขาเสียงหวานเหมือนที่จัสมินเรียกเขา“อย่าอ้อนไปเลยเธอไม่ใช่จัสมินที่ฉันยอมใจอ่อน”“คุณโกรธที่หวานดูถูกคน เอา
“อื้ม...ลูคัส” “ฉันรู้เธอชอบแบบนี้” เขากระซิบแหบต่ำก่อนจะเพิ่มน้ำหนักไปบนเต้าอวบอิ่มอย่างไม่ปรานี หญิงสาวดิ้นพล่านเพราะความเสียวซ่าน มือข้างหนึ่งลากต่ำมายังเนินเนื้ออ่อนนุ่มปลุกเร้าความต้องการของหญิงสาว ริมฝีปากร้อนก็ยังคงดูดกินเม็ดทับทิมบนอกอวบอิ่ม ยิ่งได้บดเบียดแบนชิดความต้องการของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นริมฝีปากร้อนลากต่ำลงมายังหน้าท้องแบบราบก่อนจะแยกเรียวขาสวยให้กางออกแล้วแทรกเข้ามาอยู่กลางหว่างขาของเธอ“สวยน่ากินมาก คืนนี้ฉันจะกินให้อิ่มเลยคอยดูสิ” “ลูคัส...อย่านะ...อื้อ” เธอครางสะท้านเมื่อมาเฟียหนุ่มก้มลงหาจุดกลางกาย เสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าเมื่อลิ้นร้อนพลิ้วไปบนกลีบดอกไม้งามแล้วแทรกลึกเข้ามาภายในโพรงอ่อนนุ่มหญิงสาวครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดชิมน้ำหวานภายในโพรงถ้ำสลับกับดูดเม้มบนยอดเกสรแดงฉ่ำครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ปรานี“อื้ม...ลูคัส....ลูคัส” สัญชาตญาณที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกกำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งจากฝีมือของมาเฟียหนุ่มที่ช่ำชองในเกมพิศวาส ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ท้องน้อยบิดเป็นเกลียวความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสูงส
"ลูคัสขา หวาน อื้อ...หวานเสียว"หญิงสาวกรีดเล็บไปบนแผ่นหลังของเขาจนขึ้นรอยแดงเพื่อระบายคามรู้สึกเสียวซ่านที่มันมากกว่าครั้งไหน ลูคัสอยากจะห้ามแต่กลับรู้สึกดีที่เห็นเธอเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนเข้าออกปลายท่อนเอ็นร้อนก็ครูดไปกับโพรงอ่อนนุ่มเพิ่มความเสียวซ่านจนแทบหลอมละลายด้วยกันทั้งคู่“ชอบแบบนี้เหรอหวานชอบให้ฉันทำแบบนี้ใช่ไหม”เขาถามพลางกดสะโพกหมุนวนจนความใหญ่โตด้านในสัมผัสลงบนจุดกระสันเสียวเป็นจังหวะที่เร่าร้อน สติของนฤดาแตกกระเจิงเมื่อเจอกับพายุตัณหาที่โหมกระหน่ำอย่างไม่มีพัก เธอหลงลืมทุกอย่างรอบตัวรู้แต่ว่าต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ปรารถนาที่มีเพียงเข้าเท่านั้นที่จะพาไปได้“ลูคัสขา หวานจะไม่ไหว แรงอีกนิดได้”เธอร้องขอเพราะความเสียวมันมากเกินกว่าจะทนต่อไปได้ลูคัสครางในลำคออย่างพอใจก่อนจะกดสะโพกเข้าหาอย่างหนักหน่วง นฤดากอดเขาแน่นปากเล็กจูบลงบนไหล่หนาเพื่อระบายความเสียวซ่านร่างกายเกร็งสะท้านก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกมาเมื่อเขาส่งเธอถึงสวรรค์ด้วยท่อนเอ็นร้อนเป็นครั้งแรก“ลูคัส...ไม่ไหว หวานจะไม่ไหว ลูคัสขา...อ๊าย...”หญิงสาวสุขสมอย่างรุนแรงช่องทางรักตอดรัดท่อน
ลูคัสเดินออกจากห้องไปแล้วนฤดาก็นั่งทบทวนตัวเองอยู่ในห้องนอนเธอรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เธอก่อขึ้น ถ้าหากก่อนหน้านี้เธอถามๆ ไปตรงๆ ถึงเรื่องคืนนั้น ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างเรื่องก็คงไม่จบแบบนี้ และเธอยังไปดูถูกถึงขนาดอวัยวะของเขามันเลยทำให้เขาโกรธและอยากจะเอาชนะ ถ้าหากเธอใจเย็นอีกนิดคุยกับเขาดีๆ บางทีเธออาจจะไม่ต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับเขาแต่ถึงตอนนี้ทุกอย่างมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเธอเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดของผู้หญิงไปให้เขาและสิ่งนี้มันไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ จำนวนเงินที่ลูคัสเสนอนั้นมันค่อนข้างมากถ้าคนอื่นรู้คงคิดว่ากำลังขายตัวให้กับเขา แต่จะสนใจทำไมล่ะในเมื่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้เงินเป็นปัจจัยหลักที่สามารถทำให้เธออยู่รอดได้หญิงสาวคิดว่าในเมื่อเสียไปแล้วก็จะต้องเรียกร้องจากเขาให้คุ้มค่ามากที่สุดเงินห้าล้านที่เขาเสนอมานั้นต่อให้เธอทำงานตลอดชาติก็คงไม่ได้มากขนาดนั้นแต่สิ่งที่ยังทำให้นฤดาตัดสินใจไม่ได้ก็คือถ้าเรื่องนี้มารดาของเธอรู้มันจะเป็นยังไงต่อไป มารดาของเธอเป็นคนหัวโบราณและสอนเสมอว่าอย่าทำตัวเองไร้ค่าอย่านอนกับใครง่ายๆ เพียง
ลูคัสมองใบหน้าสวยที่แดงซ่านอย่างหลงใหล ปลายนิ้วร้ายเริ่มขยับปลุกเร้าร่างกายของคนรักอย่างเต็มที่ ขาเรียวสั่นระริกมือเล็กโอบรอบลำคอเขาไว้แน่น ใบหน้าสวยซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง เมื่อรู้สึกถึงแรงตอดบนปลายนิ้ว ชายหนุ่มก็ใช้มืออีกข้างจับปลายคางของนฤดาขึ้นเขาอยากเห็นหน้าคนรักในเวลาที่เธอไปถึงสวรรค์“หวานจ๋าอย่าหลับตาสิที่รัก พี่อยากให้หวานมองหน้าพี่ พี่ชอบเวลาที่เห็นหวานเสร็จ มันเซ็กซี่และน่าเอาที่สุด”คำพูดหื่นห่ามกระตุ้นไฟในกายของหญิงสาวให้ลึกโชนทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพังเขามักจะคำพูดแบบนี้และเธอก็ชอบที่จะได้ฟัง“ดีไหม ชอบไหม”“พี่คีธขา หวาน อื้อ....ใกล้แล้ว อีกนิดพี่คีธ...อ้ายยย....”นฤดากรีดร้องเสียงยาวเมื่อสัมผัสร้อนของคนรักส่งเธอไปยังปลายทางสีรุ้ง ลูคัสมองใบหน้าสวยยามสุขสมแล้วตนเองก็ปวดหนึบไปทั้งแก่นกาย ชายหนุ่มพลิกตัวแล้วดันให้นฤดานอนลงบนที่นอนด้วยความอ่อนโยน จมูกโด่งเริ่มซุกไซร้ฝากรอยรักลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างหิวกระหาย นฤดาไม่เคยทำให้ความต้องการของเขาลดน้อยลงสักครั้งยิ่งได้อยู่ใกล้ได้กลิ่นกายหอมเขาก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าหาเธออย่างห้ามไม่อยู่ที่ผ่านมาลูคัสไม่เคยรู้สึกต้องการผู้หญิงคนไหนมา
จัสมินกลับไปอยู่สิงคโปร์ได้หลายวันแล้ว ช่วงนี้นฤดาเลยเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียว ช่วงกลางวันลูคัสจะออกไปทำงานพอตกเย็นก็กลับมาทานข้าวด้วยกันก่อนจะออกไปตรวจงานที่ผับอีกครั้งและกลับเข้ามาเกือบจะตีสองนฤดารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เขาทำงานหนักขึ้นและมีเวลาให้เธอน้อยลง ถ้าหากชายหนุ่มยังเป็นแบบนี้อีกต่อไปเรื่องที่เธอจะคบกับเขาต่อก็คงจะคิดหนักเสียงรถที่เข้ามาจอดในเวลาห้าทุ่มทำให้นฤดาที่กำลังจะสสมชุดนอนรีบหยิบเสื้อคลุมมาใส่เพราะคิดว่าลูคัสน่าจะลืมของเหมือนทุกครั้งที่เขาออกไปแล้วกลับมาก่อนเวลาเพราะลืมเอกสารหรือบางครั้งก็ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องทำงาน พอเธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขานั่งอยู่บนเตียง“ลืมของเหรอคะ เอาวางไว้ตรงไหนเดี๋ยวหวานช่วยหาให้ค่ะ” เธอกำลังจะเดินออกไปห้องทำงานแต่เขาก็คว้าเอวบางไว้แล้วก็จับให้หญิงสาวมานั่งอยู่บนหน้าตักของตนเอง“จับไว้แบบนี้แล้วหวานจะไปช่วยหาของได้ยังไงล่ะคะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ลืมของ” สรรพนามที่มาเฟียหนุ่มเรียกแทนตัวเองเปลี่ยนนับตั้งแต่เธอบอกว่าจะให้โอกาสเขา“แล้วกลับมาทำไมคะ หรือว่างานเสร็จแล้ว”“งานเสร็จแล้วครับ แต่คนยังไม่เสร็จ” ลูคัสมองหญิงสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจัสมินก็ต้องเดินทางกลับสิงคโปร์แล้ววันนี้เด็กน้อยเลยขอมานอนค้างกับคุณยายประภาพรที่บ้าน ซึ่งลูคัสให้ลูกน้องมาต่อเติมห้องนอนและติดเครื่องปรับอากาศให้ถึงสองห้องสำหรับประภาพรห้องหนึ่งและเอาอีกห้องหนึ่งสำหรับนฤดาที่วันนี้พาจัสมินมาค้างที่นี่ด้วย“คุณยายขาคืนนี้จะจัสมินขอนอนกับคุณยายได้ไหมคะ แดดดี๊บอกว่าห้องคุณยายไม่ร้อนแล้ว”“ได้สิ เดี๋ยวยายจะเล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอนดีไหมคะ”“แต่จัสมินลืมเอาหนังสือนิทานมาจากบ้านค่ะ” เพราะมัวแต่ตื่นเต้นว่าจะมาทานขนมชั้นเธอเลยลืมหยิบหนังสือนิทานมาด้วย ซึ่งปกติเวลาไปค้างที่ไหนจัสมินจะเลือกหนังสือนิทานเล่มที่อยากฟังใส่กระเป๋าเป้เล็กๆ ของเธอเอง“นิทานของยายเป็นนิทานพื้นบ้านค่ะจัสมิน ไม่ต้องใช้หนังสือ”“นิทานพื้นบ้านคืออะไรคะหม่ามี้”“ก็เป็นนิทานของคนที่เล่าสืบต่อกันมา ตอนเด็กๆ คุณยายจะเล่าให้หม่ามี้ฟังตลอดเลย”“แล้วนิทานพื้นบ้านสนุกไหมคะ”“สนุกสิหม่ามี้ว่าหนูจะต้องชอบมากๆ แน่เลย”“เราไปกันเลยไหมคะคุณยายจัสมินอยากฟังนิทานแล้ว”“จัสมินไปรอในห้องคุณยายก่อนนะคะ เดี๋ยวยายตามไปค่ะ”เมื่อจัสมินเข้าไปในห้องแล้วประภาพรก็ช่วยลูกสาวปิดหน้าต่างและประต
“ฉันอาจจะเก่งในเรื่องการทำงานแต่เรื่องความรู้สึกแบบนี้มันเข้าใจยาก”“งั้นหวานขอถามว่าทำไมเมื่อกี้คุณถึงไปแสดงตัวต่อหน้าพี่กายและเพื่อนหวานแบบนั้น”“เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งกับคนฉัน ฉันกลัวเธอจะใจอ่อนแล้วกลับไปคบกับเขา ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ ฉันกับจัสมินจะเป็นยังไง” ลูคัสบอกความรู้สึกของตนเองให้หญิงสาวฟังอย่างไม่มีปิดบัง เขากลัวว่าผู้หญิงจิตใจดีแบบนฤดาจะยอมให้อภัยผู้ชายคนนั้น“คุณอาจจะต้องการหวานตอนนี้เพราะจัสมินอยู่เมืองไทยก็ได้นะคะ หวานอยากรู้ว่าถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วจัสมิและครอบครัวคุณไม่อยู่ที่นี่ความรู้สึกที่คุณมีให้หวานยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”“ไม่ว่าจัสมินจะอยู่ที่นี่หรือเปล่าแต่ฉันก็ต้องการให้เธออยู่ใกล้ๆ เหมือนเดิม นะหวานนะขอโอกาสฉันหน่อย หรือที่เธอไม่อยากเป็นครอบครัวเพราะฉันอายุมากใช่ไหม” เขาพูดด้วยความน้อยใจ“ไม่ใช่เรื่องอายุหรอกค่ะ หวานแค่อยากมั่นใจกว่านี่อีกสักนิด”“ฉันต้องทำยังไงบ้างเธอถึงจะมั่นใจ ให้พ่อแม่ของฉันไปคุยกับแม่ของเธอดีไหม”“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หวานจะลองให้โอกาสคุณดูก็ได้”“จริงนะ”“ค่ะ”“ฉันดีใจที่เธอยอมเปิดใจ แต่ฉั
เมื่อถึงเวลาผับปิดลูคัสก็เดินมาบอกกับเพื่อนของนฤดาว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอที่บ้านเอง หลังจากบอกลาเพื่อนๆ เสร็จแล้วนฤดาก็เดินตามลูคัสมาที่รถทันทีที่ประตูรถปิดลงหญิงสาวก็หันมามองหน้าลูคัสอย่างเอาเรื่อง“คุณไปพูดกับเพื่อนหวานแบบนั้นได้ยังไงคะ หวานบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ ทีนี้เขาก็เข้าใจผิดกันหมดสิว่าเรากำลังคบกัน”“ถ้าฉันไม่พูดไอ้แฟนเก่าของคุณมันจะไปจากคุณไหมล่ะ”“นี่หวานต้องขอบคุณคุณใช่ไหมคะ”“มันก็ควรเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ”“หวานจะขอบคุณก็ได้ที่คุณทำให้พี่กายไปจากหวานจริงๆ แล้วเรื่องที่เราคบกันล่ะ”“ก็ไม่ต้องทำอะไร”“คุณรู้ไหมว่าเพื่อนหวานต่างก็อยากรู้เรื่องของเรามาก”“แล้วเธอบอกเพื่อนยังไงล่ะ”“หวานบอกแค่ว่าเราเพิ่งเริ่มคุยกัน”“ทำไมไม่บอกความจริงเขาไปล่ะ”“ความจริงที่ว่าหวานเป็นเมียคุณเพื่อเงินน่ะเหรอคะ”“ฉันหมายถึงความจริงที่ว่าตอนนี้เรากำลังคบกันอยู่ไง”“เราไม่ได้คบกันนะคะลูคัส คุณจ้างหวานให้อยู่กับคุณต่างหาก”“เธอไม่คิดอะไรกับฉันเลยเหรอ ที่อยู่กับฉันเพราะเงินเหรอหวาน”“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะระหว่างเรามันคือการได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”“ฉันไม่เชื่อหรอก”“ไม่เชื่ออะ
“คุณเฉินเขาน่ารักดีนะ” มีนาเอ่ยชมคนรักของเพื่อนที่ยกเค้กมาอวยพรวันเกิดให้กับปลาเมื่อครู่“นั่นสิน่าอิจฉาปลาจัง เมื่อไหร่ฟ้าจะมีแฟนกับเขาบ้างนะ”“ก็ฟ้าเลือกมากเอง มีคนมาจีบเยอะแยะแต่ไม่ยอมใจอ่อนกับใครสักคน” นุ่นแกล้งว่า“ก็ยังไม่มีใครที่ถูกใจ ฟ้าไม่อยากเสียเวลาคบคนที่ไม่ใช่”“หวานเห็นด้วยกับฟ้านะ จะคบใครต้องดูดีๆ จะได้ไม่โดนหลอกเหมือนหวาน”“พูดเรื่องนี้มาก็ดีเลย ปลาอยากจะถามว่าตอนนี้หวานกับพี่กายยังติดต่อกันอยู่ไหม”“ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วล่ะ”“นุ่นดีใจด้วยนะที่หวานตัดใจจากผู้ชายคนนั้นได้ แสดงว่าตอนนี้หวานก็โสดน่ะสิ”“อือ” นฤดาตอบไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของตนกับลูคัสเป็นแค่ลูกจ้างกับนายจ้าง“แต่มีนาว่าหวานโสดไม่นานหรอกดูผู้ชายคนนั้นสิจ้องหวานตลอดเลย” มีนาบอกเพื่อนให้มองไปยังโต๊ะด้านในสุด“เอ๊ะ นั่นเจ้านายคุณเฉินนี่ คนที่ไปส่งหวานที่บ้านไงละ” ปลาจำหน้าของเจ้านายคนรักได้ดีกว่าใครก็พูดขึ้นนฤดาหันไปมองตามเพื่อนบอกแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจเพราะก่อนออกมาจากบ้านเธอบอกเขาไปแล้วว่าห้ามเข้ามาทักทายหรือแสดงตัวเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เธอยอมเป็นของเขาเพื่อแลกกับเงิน“ดูเหมือนเขาสนใจหว
นฤดายกจานขนมและน้ำดื่มมาวางตรงหน้าสองพ่อลูกที่นั่งดูทีวีรออยู่ห้องรับแขก“ขนมของคุณยายอร่อยที่สุดเลยค่ะคุกกี้แบบนี้จัสมินชอบมากค่ะ”“ถ้าชอบเดี๋ยวหม่ามี้จะเอาใส่กล่องไปให้กินที่บ้านด้วยดีไหมคะ”“ดีค่ะหม่ามี้ทำขนมเหมือนคุณยายได้ไหมคะ”“หม่ามี้ทำได้ค่ะแต่ไม่อร่อยเท่าคุณยายไม่อร่อยก็ต้องฝึกค่ะคุณย่าบอกว่าเราทำอะไรไม่เก่งเราก็ต้องฝึกอีกหน่อยก็เก่งเองค่ะ”“ช่างพูดจริงนะ” ประภาพรที่เดินเข้ามาหลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็วก็อดชื่นชมไม่ได้“คุณยายขา ขนมของคุณยายอร่อยมากๆ ค่ะ”“ถ้าหนูชอบยายจะทำอีกนะคะ”“ขอบคุณค่ะ คุณยายของจัสมินใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”“วันนี้ผมคงต้องขอตัวกลัวก่อนนะครับเอาไว้วันหลังจะแวะมาใหม่” ลูคัสพูดขึ้นหลังจากนั่งคุยกันมาได้พักใหญ่“คุณยายขาจัสมินจะมาเยี่ยมคุณยายใหม่นะคะ” จัสมินที่นั่งอยู่บนตักของประภาพรพูดอย่างประจบตั้งแต่มาถึงมาถึงบ้านหลังนี้เด็กเด็กน้อยก็คลอเคลียอยู่ข้างคุณยายของเธอไม่ห่างมันยิ่งทำให้ประภาพรทั้งรักและเอ็นดูเพราะความสดใสและความช่างอ้อน“ได้สิคะ ถ้าหนูจะมาวันไหนให้หม่ามี้ของหนูโทรบอกคุณยายก่อนคุณยายจะได้ทำขนมอร่อยๆ ไว้รอดีไหมคะ”“ดีค่ะ คุณยายขาจัสมินอยากกินขนมที่
ตลอดระยะเวลาที่ได้เที่ยวด้วยกันตามลำพังพ่อแม่ลูกหนึ่งสัปดาห์ความผูกพันระหว่างนฤดาและจัสมินก็เพิ่มมากขึ้นทั้งสองเข้ากันได้ดีจนลูคัสมองแล้วอยากจะให้เธอมาเป็นครอบครัวของเขาจริงๆ แต่มันก็เป็นไปได้ยากเพราะเขาไม่เคยคิดจะให้ใครมาแทนที่มีร่าภรรยาคนก่อนที่เสียชีวิตไปเกือบจะสี่ปีแล้ว“จัสมินไม่อยากกลับกรุงเทพเลยค่ะแดดดี๊ ขอจัสมินเที่ยวต่ออีกได้ไหมคะ”“แดดดี้กับหม่ามี้ต้องกลับไปทำงานค่ะเอาไว้ถ้าช่วงไหนหยุดหลายวันเราค่อยมาเที่ยวด้วยกันอีกดีไหมคะ” ลูคัสบอกลูกสาวที่งอแงเพราะพรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ“ครั้งหน้าแดดดี้จะพาหนูขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่”“ที่เชียงใหม่มีอะไรคะแดดดี๊” เพราะไม่เคยไม่เคยไปมาก่อนพอได้ยินก็เลยอยากจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรน่าสนใจบ้าง“เชียงใหม่ก็มีอากาศเย็นๆ วิวสวยๆ แดดดี๊จะพาหนูไปเก็บสตรอว์เบอร์รีดีมั้ยคะ”“ดีค่ะจะจัสมินชอบกินสตอว์เบอร์รีหม่ามี้ล่ะคะชอบไหม”“หม่ามี้ก็ชอบค่ะ”“จัสมินอยากไปเชียงใหม่”“แต่กลับไปครั้งนี้แดดดี๊ต้องทำงานก่อนค่ะ หนูเที่ยวในกรุงเทพกับหม่ามี้ได้ไหมคะ” เพราะมีงานใหญ่รออยู่เขาจึงพาเธอไปเที่ยวไม่ได้“หม่ามี้ต้องทำงานไหมคะ”“หม่ามี้ขอไปทำธุระหนึ่งวันจากนั้น
“ชอบไหม รู้สึกดีหรือเปล่า”เขาขยับตัวขึ้นกระซิบถาม ชายหนุ่มจ้องไปในตาของหญิงสาวแล้วกระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอเองก็กำลังต้องหารเขา“คีธ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะหวานกลัวจัสมินตื่น”“นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน”นฤดาร้อนไปทั้งร่างเธออยากให้เขาช่วยปลดปล่อยความเสียวซ่านที่แสนทรมานหญิงสาวโน้มศีรษะเขาลงมามอบจูบกระตุ้นให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดไปทั่วร่าง ลูคัสแทบคลั่งตอนนี้แก่นกายของเขาปวดหนึบจนมันแทบระเบิดเขาดันขาเธอให้แยกออกจนเห็นกลีบกุหลาบงามที่ปิดสนิทตรงหน้าลิ้นร้อนของเขาชอนไชไปทั้งทุกซอกหลืบของกุหลาบดอกสวย น้ำหวานที่ไหลรินทำให้เขาทั้งดูดเลียอย่างไม่รู้เบื่อ“หอมหวานที่สุด ฉันกำลังเสพติดเธอแล้วนะหวาน”“คีธ..อื้อ คุณ...หวาน...อื้อ....”หญิงสาวเสียวจนพูดอะไรไม่ออกเมื่อเขารัวลิ้นและดูดเลียสลับกันไปมา เธอดิ้นพล่านผมกระจายเต็มที่นอน สองมือกดศีรษะเขาให้เขาอย่างลืมตัว ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างกายจะเกร็งสะท้านแอ่นเข้าหาปากร้อน แล้วเสียงกรีดร้องเพราะความสุขก็ดังไปทั่วห้องลูคัสมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาชอบที่เห็นเธอมีความสุข ใบหน้าหล่อก้มต่ำลงอีกครั้งเพ