“ไม่มีผู้หญิงที่ไหนรักลูกของฉันได้เท่ากับฉันและครอบครัวหรอกนะ พวกเธอก็หวังแค่เงินเท่านั้น” สิ่งที่นฤดาบอกไม่ใช่ว่าลูคัสไม่เคยทำ เขาเคยพาผู้หญิงที่คิดจะจริงจังด้วยมาทานข้าวมาลองทำความรู้จักกับจัสมินเธอทำดีกับจัสมินทุกอย่างแต่พอลับหลังลูคัสพวกเธอก็พูดจาทำร้ายจิตใจจัสมินและบอกว่าเขาจะมีลูกคนใหม่และจัสมินจะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีใครต้องการ
“แล้วทำไมคุณถึงจ้างหนูล่ะ ไม่กลัวว่าหนูจะทำให้หลานสาวของคุณเสียใจเหรอ”
“กลัวสิ ฉันเลยต้องพาเธอมาคุยกับพวกเราที่นี่ก่อน”
“คืออย่างนี้นะหนูหวาน พวกเราอยากขอร้องว่าเวลาอยู่กับจัสมินห้ามพูดเรื่องมีน้องหรือมีลูกคนใหม่ให้จัสมินได้ยิน ห้ามพูดว่าลูคัสจะไม่รักจัสมินห้ามบอกว่าจะไปจากเธอ ถ้าจัสมินถามว่าทำไมถึงไปไม่ไปที่สิงคโปร์ให้หนูบอกว่าจะอยู่ดูแลลูคัสที่นี่”
“แล้วถ้าหนูจัสมินถามว่าทำไมหนูถึงมาหาเธอล่ะคะ”
“พวกเราบอกว่าแม่ของเธอไปทำงานที่ไกลๆ และที่มาหาไม่ได้หลายปีเพราะงานมันสำคัญมากและถ้ากลับมาก่อนกำหนดจะมีความผิด
“ค่ะ” นฤดาพยายามเข้าใจทุกอย่างและคำขอร้องที่มารดาเขาบอกนั้นมันก็ไม่ยากเลยแต่เธอกลัวว่าตนเองจะเข้ากับจัสมินไม่ได้มากกว่า
“ถ้าคิดว่าตัวเองทำได้ก็เซ็นชื่อสิ”
นฤดาหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านทั้งสองแผ่นแล้วมองหน้าครอบครัวของเขาอีกครั้ง
“ค่าปรับนี่คืออะไรคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พวกเราแค่อยากมั่นใจว่าหนูจะไม่ทำให้ให้จัสมินเสียใจ”
“แต่เงินค่าปรับตั้ง 10 ล้านแบบนี้หนูไม่เอาดีกว่า”
“แต่เธอรับปากฉันแล้วนะ”
“ก็ค่าปรับเยอะขนาดนั้นมันน่ากลัว”
“ถ้าเธอคิดว่าตัวเองทำตามที่คุยกันไว้ได้ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวเลย ท่องไว้สิว่าทุกอย่างทำเพื่อเงิน”
“ถึงหนูจะอยากเงินมากขนาดนั้นแต่ถ้าสัญญาเอาเปรียบกันขนาดนี้หนูไม่เอาดีกว่าค่ะ ถึงแม้หนูจะทำงานกินเงินเดือนไม่มากแต่มันก็ไม่เสี่ยงขนาดนี้”
“เอาล่ะ พ่อว่าเราไม่ต้องทำสัญญากันหรอกนะพ่อเชื่อว่าหนูจะทำตามที่พูดได้ สัญญานี้มันก็แค่กระดาษ” เดวิดบิดาของลูคัสพูดขึ้นก่อนที่เขาจะหยิบสัญญาทั้งสองฉบับมาฉีกทิ้ง
“พ่อ”
“เอาน่าคีธเชื่อพ่อเถอะถ้าเธอไม่ยอมทำงานแล้วจัสมินจะเป็นยังไง” เดวิดห่วงความรู้สึกของหลานสาวที่เขาเลี้ยงมากับมือ
“ก็ได้ครับพ่อ”
เพราะเมื่อไหร่ที่บิดาเรียกเขาด้วยชื่อเล่นนั่นก็หมายความว่าท่านเริ่มจะหมดความอดทนกับสิ่งที่เขาทำอยู่
“ทีนี้ก็สบายใจได้แล้วนะหนูหวาน” มารดาของเขาหันมาพูดแล้วยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี
“แม่คะ ถ้าเกิดน้องจัสมินไม่ชอบหนูแล้วเข้ากับหนูไม่ได้ล่ะคะ” เพราะเธอเจอกับหนูจัสมินไม่ถึงห้านาทีนฤดาเลยกังวลว่าจะเข้ากับลูกสาวของเขาไม่ได้
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยเพราะหนูจัสมินบอกแม่ว่าเธอดีใจมากที่ได้เจอกับหม่ามี้และบอกพวกเราหม่ามี้ของเธอนั้นสวยและดูใจดีมาก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นนฤดาก็โล่งใจขึ้นมาบ้างแต่เธอไม่เคยเลี้ยงเด็กและไม่เคยมีน้องมาก่อนก็เลยกลัวว่าจะทำตัวไม่ถูก
“แต่หนูไม่เคยมีลูก ไม่เคยมีน้องหนูเลี้ยงเด็กไม่เป็น”
“จัสมินมีพี่เลี้ยงอยู่แล้วหนูก็แค่เล่นกับเธอพูดคุยกับเธอก็พอ”
"หนูตกลงทำงานค่ะ"
ครอบครัวสุขสันต์ออกเดินทางจากกรุงเทพหลังจากทุกคนทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้วรถตู้คันหรูสองคันและรถลูกน้องอีกสองคันวิ่งไปตามถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่บ้านพักตากอากาศที่อำเภอหัวหิน
ลูคัสนั่งเบาะแถวหน้าสุดคู่กับลูกสาวที่นั่งอยู่บนคาร์ซีทซึ่งต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าเธอจะยอมขึ้นมานั่งเพราะอยากจะไปนั่งที่เบาะแถวหลังกับมารดาที่เพิ่งได้เจอกัน นฤดาเลยต้องให้เหตุผลว่าเธออยากให้จัสมินได้มองวิวสองข้างทางส่วนตัวเธอเองก็อยากจะนอนพักผ่อนอีกนิด จัสมินเลยต้องยอม แต่เด็กน้อยก็มักจะหันมามองนฤดาอยู่บ่อยๆ จนหญิงสาวต้องแกล้งทำเป็นหลับ
พอรถออกมาได้สักพักจัสมินที่เริ่มง่วงพอนฤดาเห็นว่าลูกสาวปลอมๆ ของเธอหลับไปแล้วหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นข้อมูลการดูแลเด็กซึ่งอ่านเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็พยายามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด
รถคันนี้มีผู้โดยสารด้านหลังแค่สามคนเพราะบิดามารดาของลูคัสแยกไปนั่งรถอีกคันเนื่องจากอยากให้ลูกชายและครอบครัวได้อยู่กันตามลำพัง
“คุณลูคัสคะ” เธอเรียกเขาเบาๆ เพราะกลัวจัสมินจะตื่น
“ฉันบอกให้เรียกแค่ชื่อเรียกห่างเหินแบบนี้อยากให้ลูกสงสัยหรือไง” เขาหันมาทำหน้าดุและทำเสียงเข้มเพราะขัดใจที่เธอไม่ฟังคำสั่ง
“ฉันขอโทษ ก็มันชินนี่คะแต่คุณก็ไม่เห็นต้องทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเลย ถ้าจัสมินเห็นคงคิดว่าคุณกำลังดุฉัน” เพราะรู้ว่าเขารักลูกมากเลยเขาชื่อของจัสมินมาอ้าง
“ก็ตอนนี้ลูกหลับอยู่ เธอก็ควรจะพักอีกนานเลยกว่าจะถึง”
“ฉันมีเรื่องจะถามคุณเยอะ”
“จะถามอะไร ฉันจะพักสายตาอย่ากวนได้ไหม”
“ก็แค่อยากถามเรื่องจัสมิน”
เมื่อเธอจะถามเรื่องลูกสาวสุดที่รักชายหนุ่มเลยย้ายมานั่งเบาะหลังเพราะกลัวจะคุยกันเสียงดังจนจัสมินตื่น
“ว่ามาจะถามอะไร”
“ฉันจะถามว่า”
“หวาน เธอต้องแทนตัวเองว่าหวาน”
“ค่ะ คือหวานอยากรู้ข้อมูลของจัสมินว่าเธอชอบกินอะไรเป็นพิเศษ ชอบกินขนมแบบไหน ไอติมรสโปรดคือรสอะไร”
“จัสมินชอบกินทุกอย่างที่ไม่ใช่ข้าว พวกสปาเก็ตตี้ พาสต้า ราดหน้า ขนมปัง ชอบกินเค้กบลูเบอร์รี่ ไอติมรสช็อกโกแลต ไม่ชอบกินน้ำอัดลมชอบกินน้ำเปล่า ไม่กินลูกอม”
“ชอบสีอะไรคะ ชอบดูการ์ตูนเรื่องไหนมากที่สุด ชอบเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหน”
“ชอบสีชมพูกับฟ้า ชอบดูการ์ตูนทุกเรื่องแต่ถ้าเรื่องไหนมีสัตว์เลี้ยงจะชอบเป็นพิเศษส่วนเจ้าหญิงที่ชอบก็น่าจะเป็นเอลซ่า”
“คุณจำได้หมดเลยเหรอคะเก่งจัง” นฤดามองเขาด้วยสายตาที่ชื่นชมเพราะไม่คิดว่าเขาจะจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของลูกสาวได้
“ฉันมีลูกสาวคนเดียว จัสมินคือทุกอย่างของฉัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะลูกคือทุกอย่างของเขาอะไรที่ทำให้ลูกได้เขายินดีจะทำก็เหมือนกับที่ทำอยู่ในตอนนี้ เมื่อจัสมินคิดว่านฤดาคือมารดาของเธอเขาก็ไม่คิดจะขัดใจหรือบอกความจริงกับลูกเพราะกลัวจัสมินจะเสียใจและผิดหวัง เขาจะรอให้เธอโตกว่านี่ถึงจะบอกความจริง
ปกติแล้วจัสมินจะอยู่กับบิดามารดาของเขาที่สิงคโปร์และจะกลับมาเมืองไทยไม่ค่อยบ่อย การจ้างให้นฤดามาทำงานจึงเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
“หวานขอถามหน่อยนะคะ” นฤดาอยากทำงานให้คุ้มกับเงินที่เขาจ้างมากที่สุดเธอจึงต้องถามข้อมูลของนายจ้างมากขึ้น
“ถามมาสิ” เพราะลูคัสรู้ว่าสิ่งที่เธอจะถามคือเรื่องของลูกสาวเขาจึงไม่รำคาญหรือหงุดหงิด
“เวลานอนหวานต้องเล่านิทานให้จัสมินฟังไหมคะ”
“ปกติจัสมินจะนอนกับแม่ฉันนะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าคืนนี้เธอจะมานอนกับเราไหม”
“เราเหรอคะ หมายความว่าเราต้องนอนห้องเดียวกันเหรอคะ”
“ใช่สิ อย่าลืมว่าเธอคือแม่และฉันคือพ่อหรือเธอกลัวที่จะนอนห้องเดียวกับฉัน”“ใครกลัวกันล่ะคะ ก็แค่นอนด้วยกันคุณคงไม่คิดทำอย่างอื่นใช่ไหม”“ทำอย่างอื่นหมายถึงเหมือนเมื่อคืนเหรอ แต่เมื่อคืนเธอขอร้องให้ฉันช่วยเธอเองนะ หรือจำไม่ได้”“จำได้สิ ฉันจำได้ทุกอย่าง” นฤดาตอบเขาอย่างมั่นใจเธอจำได้ว่าเขาพามาในห้องนอนและเธอขอร้องให้เขาช่วยจากนั้นก็จำเรื่องที่เหลือไม่ได้ แต่คิดแล้วว่าตอนนี้ตัวเองคงเสียความบริสุทธิ์ให้กับเขาไปแล้ว แม้จะอดแปลกใจที่ตื่นเช้ามาผ้าปูที่นอนไม่มีเลือด ไม่รู้สึกเจ็บจนเดินแทบไม่ได้เหมือนนิยายที่อ่านแต่เธอเปลือยกายล่อนจ้อนต่อหน้าเขาแบบนั้นคงไม่มีผู้ชายคนไหนปล่อยให้เธอนอนอยู่เฉยๆ เป็นแน่หรือที่เธอไม่เจ็บไม่มีเลือดเพราะขนาดของเขามันเล็กมากก็เป็นได้ นฤดาหัวเราะคิกๆ เมื่อนึกไปถึงขนาดน้องชายของเขา“เธอหัวเราะแบบนี้หมายความว่ายังไงไม่เสียใจเลยเหรอ”“เสียใจสิคะ เป็นใครก็ต้องเสียใจด้วยกันทั้งนั้น แต่มันก็เรียกร้องอะไรคืนมาไม่ได้ อีกอย่างผู้ชายสมัยนี้เขาก็ไม่สนใจกันหรอกค่ะว่าผู้หญิงจะยังบริสุทธิ์ไหม เขาสนแค่ลีลาบนเตียงแค่นั้นอง”“ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน” เขามองเธออย่างผิดหวังเพราะไม่ค
ลูคัสส่งครีมกันแดดให้นฤดาตามที่ลูกสาวบอก เธอรับมาถือไว้แต่ก็ยังไม่ยอมทาให้เขาสักที“รออะไรรีบทาสิฉันไม่อยากให้จัสมินรอนานนะ”“คุณก็หันหลังมาสิ”นฤดาหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นแผ่นหลังของเขาที่มีรอยเล็บอยู่เต็มไปหมดซึ่งมันมากกว่าทางด้านหน้าที่เธอเห็นเมื่อเช้าอยู่มาก“คุณเจ็บไหม”“ถ้าฉันบอกว่าเจ็บเธอจะทำยังไง”“หวานขอโทษ” คำขอโทษเป็นสิ่งเดียวที่นฤดาจะพูดกับเขาเพราะนึกคำอื่นไม่ออกเลย สีหน้าของเธอกำลังสำนึกผิด“มันก็ไม่เจ็บเท่าไหร่ ฉันคิดว่ามันคุ้มนะ”“คุ้มอะไร”“ไม่มีอะไรหรอกน่ารีบทาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน”“หวานว่าคุณควรใส่เสื้อนะคะ ถ้าคนอื่นเห็นรอยพวกนี้...”“ฉันก็จะบอกทุกคนว่าเธอเป็นคนทำ” เขาพูดพลางหัวเราะเมื่อเห็นหญิงสาวอายจนหน้าแดง ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ไปมาเร็วจนเขานึกสนุกที่ได้แกล้ง“เอาสิหวานก็จะบอกทุกคนเหมือนกันว่าคุณก็ทำรอยไว้บนตัวหวานเหมือนกัน” พูดจบหญิงสาวก็ถอดเสื้อยืดออกเพื่อให้ลูคัสเห็นสิ่งที่เขาทำไว้ชายหนุ่มมองคนที่สวมชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่สีตำตรงหน้าแล้วต้องยอมรับเลยว่านฤดาเป็นผู้หญิงที่สวยและตรงสเปกเขามากที่สุดเพียงแค่เห็นร่างกายของเขาก็ร้อนรุ่มและอยากจะสานต่อเรื่องเมื่อคื
หลังจากทานอาหารเย็นและเล่านิทานให้กับจัสมินฟังจนเด็กสาวหลับไปแล้วนฤดาก็กลับมายังห้องนอนของเธอและลูคัสซึ่งเขาบอกว่าเธอกับเขาต้องนอนห้องเดียวกันถ้าส้มโอหรือคนอื่นรู้ก็อาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับจัสมิน ลูกสาวเขาอาจจะเกิดความสงสัยว่าทำไม่บิดามารดาถึงไม่นอนห้องเดียวกัน“หวานนอนบนโซฟาก็ได้ค่ะ”“เตียงตั้งกว้างนอนสองคนคงไม่เบียดกันเท่าไหร่หรอกหรือกลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอล่ะ”“หวานว่าคุณคงไม่ทำอะไรหวานหรอกค่ะ เพราะถ้าคุณทำให้หวานไม่พอใจขึ้นมาแล้วหวานหนีไปจากที่นี่คุณกับลูกคงว้าวุ่นกันน่าดู”“ทำไมถึงคิดว่าฉันจะทำให้เธอไม่พอใจล่ะ หรือเพราะคิดว่าขนาดของฉันมันเล็กจนไม่รู้สึกอะไร” เขาเดินมาใกล้แล้วใช้แขนแกร่งรวบตัวเธอเข้ามาใกล้โดยที่นฤดาไม่ทันได้ตั้งตัว กลิ่นกายหอมของนฤดาทำให้เขาติดใจ“ปล่อยหวานนะคะ ถ้าไม่ปล่อยหวานจะร้องให้คนช่วย”“ถ้าเธอร้องคนก็จะรู้กันทั้งบ้านว่าเราทำอะไรกันหรืออยากจะให้คนอื่นรู้กันล่ะ”“คุณลูคัสขาอย่าล้อเล่นสิคะ หวานทำหน้าที่แม่ของลูกคุณอยู่นะคะ” เมื่อต่อต้านไม่ได้ผลนฤดาก็เรียกเขาเสียงหวานเหมือนที่จัสมินเรียกเขา“อย่าอ้อนไปเลยเธอไม่ใช่จัสมินที่ฉันยอมใจอ่อน”“คุณโกรธที่หวานดูถูกคน เอา
“อื้ม...ลูคัส” “ฉันรู้เธอชอบแบบนี้” เขากระซิบแหบต่ำก่อนจะเพิ่มน้ำหนักไปบนเต้าอวบอิ่มอย่างไม่ปรานี หญิงสาวดิ้นพล่านเพราะความเสียวซ่าน มือข้างหนึ่งลากต่ำมายังเนินเนื้ออ่อนนุ่มปลุกเร้าความต้องการของหญิงสาว ริมฝีปากร้อนก็ยังคงดูดกินเม็ดทับทิมบนอกอวบอิ่ม ยิ่งได้บดเบียดแบนชิดความต้องการของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นริมฝีปากร้อนลากต่ำลงมายังหน้าท้องแบบราบก่อนจะแยกเรียวขาสวยให้กางออกแล้วแทรกเข้ามาอยู่กลางหว่างขาของเธอ“สวยน่ากินมาก คืนนี้ฉันจะกินให้อิ่มเลยคอยดูสิ” “ลูคัส...อย่านะ...อื้อ” เธอครางสะท้านเมื่อมาเฟียหนุ่มก้มลงหาจุดกลางกาย เสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระเส่าเมื่อลิ้นร้อนพลิ้วไปบนกลีบดอกไม้งามแล้วแทรกลึกเข้ามาภายในโพรงอ่อนนุ่มหญิงสาวครางกระเส่าเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมาเมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดชิมน้ำหวานภายในโพรงถ้ำสลับกับดูดเม้มบนยอดเกสรแดงฉ่ำครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่ปรานี“อื้ม...ลูคัส....ลูคัส” สัญชาตญาณที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกกำลังถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งจากฝีมือของมาเฟียหนุ่มที่ช่ำชองในเกมพิศวาส ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ท้องน้อยบิดเป็นเกลียวความเสียวซ่านพุ่งขึ้นสูงส
"ลูคัสขา หวาน อื้อ...หวานเสียว"หญิงสาวกรีดเล็บไปบนแผ่นหลังของเขาจนขึ้นรอยแดงเพื่อระบายคามรู้สึกเสียวซ่านที่มันมากกว่าครั้งไหน ลูคัสอยากจะห้ามแต่กลับรู้สึกดีที่เห็นเธอเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนเข้าออกปลายท่อนเอ็นร้อนก็ครูดไปกับโพรงอ่อนนุ่มเพิ่มความเสียวซ่านจนแทบหลอมละลายด้วยกันทั้งคู่“ชอบแบบนี้เหรอหวานชอบให้ฉันทำแบบนี้ใช่ไหม”เขาถามพลางกดสะโพกหมุนวนจนความใหญ่โตด้านในสัมผัสลงบนจุดกระสันเสียวเป็นจังหวะที่เร่าร้อน สติของนฤดาแตกกระเจิงเมื่อเจอกับพายุตัณหาที่โหมกระหน่ำอย่างไม่มีพัก เธอหลงลืมทุกอย่างรอบตัวรู้แต่ว่าต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ปรารถนาที่มีเพียงเข้าเท่านั้นที่จะพาไปได้“ลูคัสขา หวานจะไม่ไหว แรงอีกนิดได้”เธอร้องขอเพราะความเสียวมันมากเกินกว่าจะทนต่อไปได้ลูคัสครางในลำคออย่างพอใจก่อนจะกดสะโพกเข้าหาอย่างหนักหน่วง นฤดากอดเขาแน่นปากเล็กจูบลงบนไหล่หนาเพื่อระบายความเสียวซ่านร่างกายเกร็งสะท้านก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกมาเมื่อเขาส่งเธอถึงสวรรค์ด้วยท่อนเอ็นร้อนเป็นครั้งแรก“ลูคัส...ไม่ไหว หวานจะไม่ไหว ลูคัสขา...อ๊าย...”หญิงสาวสุขสมอย่างรุนแรงช่องทางรักตอดรัดท่อน
ลูคัสเดินออกจากห้องไปแล้วนฤดาก็นั่งทบทวนตัวเองอยู่ในห้องนอนเธอรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เธอก่อขึ้น ถ้าหากก่อนหน้านี้เธอถามๆ ไปตรงๆ ถึงเรื่องคืนนั้น ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างเรื่องก็คงไม่จบแบบนี้ และเธอยังไปดูถูกถึงขนาดอวัยวะของเขามันเลยทำให้เขาโกรธและอยากจะเอาชนะ ถ้าหากเธอใจเย็นอีกนิดคุยกับเขาดีๆ บางทีเธออาจจะไม่ต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับเขาแต่ถึงตอนนี้ทุกอย่างมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเธอเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดของผู้หญิงไปให้เขาและสิ่งนี้มันไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ จำนวนเงินที่ลูคัสเสนอนั้นมันค่อนข้างมากถ้าคนอื่นรู้คงคิดว่ากำลังขายตัวให้กับเขา แต่จะสนใจทำไมล่ะในเมื่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้เงินเป็นปัจจัยหลักที่สามารถทำให้เธออยู่รอดได้หญิงสาวคิดว่าในเมื่อเสียไปแล้วก็จะต้องเรียกร้องจากเขาให้คุ้มค่ามากที่สุดเงินห้าล้านที่เขาเสนอมานั้นต่อให้เธอทำงานตลอดชาติก็คงไม่ได้มากขนาดนั้นแต่สิ่งที่ยังทำให้นฤดาตัดสินใจไม่ได้ก็คือถ้าเรื่องนี้มารดาของเธอรู้มันจะเป็นยังไงต่อไป มารดาของเธอเป็นคนหัวโบราณและสอนเสมอว่าอย่าทำตัวเองไร้ค่าอย่านอนกับใครง่ายๆ เพียง
ร้านอาหารริมทะเลกรุกระจกตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานทำให้มองเห็นวิวทางด้านนอกได้อย่างชัดเจน หลังทานอาหารคาวแล้วบิดามารดาของลูคัสก็สั่งผลไม้มานั่งทานพลางมองวิวรอบๆ ด้วยความสบายใจส่วนจัสมินกับนฤดาก็ย้ายที่นั่งมายังโซฟาที่หันหน้าออกไปทางทะเลขณะที่ลูคัสก็แยกออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อสั่งงานลูกน้อง“หนูชอบทะเลเหรอคะ” นฤดาสังเกตว่าตั้งแต่มาเที่ยวทะเลจัสมินดูจะร่าเริงและมีความสุขมากเธอนั่งมองทะเลอยู่นานทั้งที่เด็กวัยนี้ไม่น่าจะอยู่นิ่งได้“ค่ะ จัสมินชอบทะเลมากๆ ค่ะ แต่ชอบที่สุดก็ตอนที่ได้มาเที่ยวกับหม่ามี้และแดดดี๊ เรามาทะเลกันบ่อยๆ ได้ไหมคะ”“ได้สิคะ เมืองไทยมีทะเลสวยเยอะเลยค่ะ เสาร์หน้าเราไปภูเก็ตกันดีไหมคะ” ลูคัสเดินกลับมาได้ยินที่ลูกสาวพูดก็รีบเสนอ“ภูเก็ตไกลไหมคะแดดดี๊”“ไกลค่ะ เราต้องนั่งเครื่องบินได้”“หม่ามี้ก็จะไปกับเราใช่ไหมคะ”นฤดาหันมามองหน้าลูคัสก่อนจะหันกลับไปตอบลูกสาวของเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ใช่ค่ะ หม่ามี้จะไปด้วย”“เย้ๆ จัสมินอยากไปเร็วๆ จังเราไปกันเลยไม่ได้เหรอคะ”“แดดดี๊มีประชุมค่ะ คงต้องรอให้ถึงวันเสาร์”“ว้า...” จัสมินทำสีหน้าผิดหวัง“จัสมินขา หม่ามี้ว่าระหว่างที่รอให้ถึงวันเสาร์เร
ขณะที่นฤดาจูงมือจัสมินไปเข้าห้องน้ำโทรศัพท์ของหญิงสาวก็สั่นจนลูคัสต้องชะโงกไปมอง เธอเปิดหน้าโปรแกรมบางอย่างค้างไว้เขาจึงไม่ต้องเสียเวลาปลดล็อกลูคัสถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดูแต่ไม่คิดจะกดรับแต่คนที่โทรมาก็ยังต่อสายเข้ามาเรื่อยๆ จนชายหนุ่มรู้สึกรำคาญจึงกดรับสาย“หวานทำไมรับโทรศัพท์พี่ช้าจังมัวทำอะไรอยู่” เสียงต่อว่าดังมาตามสายโดยที่ลูคัสยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยสักคำ“ฉันไม่ใช่หวาน” เขาตอบด้วยเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่“แล้วนายไปใครมารับโทรศัพท์ของแฟนฉันได้ยังไง หรือนายขโมยโทรศัพท์ของหวานมา” ปลายสายโวยวาย“ฉันเป็นสามีของหวาน” เขาตอบอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจว่าคนปลายสายจะเป็นใครเพราะตอนนี้นฤดาคือคนของเขาและเขาก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับคนของตนเอง“นายพูดบ้าอะไร เรียกหวานมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้นะ”“ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งของนายด้วยล่ะ นายมันก็แค่คนที่ถูกผู้หญิงบอกเลิก” ลูคัสพอจะเดาออกว่าคนที่โทรศัพท์เข้ามานั้นคือใครเขาจึงพูดออกไปตามที่ได้ฟังมาจากปากของนฤดา“อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย ถึงหวานจะบอกเลิกแต่ฉันง้อนิดหน่อยเธอก็ไม่มีทางไปไหนรอด” ปรเมศวร์พูดด้วยความมั่นใจเพราะเขาลองพูดหวานๆ อ้อนนิดหน่อยนฤดาก็จะต
ลูคัสมองใบหน้าสวยที่แดงซ่านอย่างหลงใหล ปลายนิ้วร้ายเริ่มขยับปลุกเร้าร่างกายของคนรักอย่างเต็มที่ ขาเรียวสั่นระริกมือเล็กโอบรอบลำคอเขาไว้แน่น ใบหน้าสวยซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง เมื่อรู้สึกถึงแรงตอดบนปลายนิ้ว ชายหนุ่มก็ใช้มืออีกข้างจับปลายคางของนฤดาขึ้นเขาอยากเห็นหน้าคนรักในเวลาที่เธอไปถึงสวรรค์“หวานจ๋าอย่าหลับตาสิที่รัก พี่อยากให้หวานมองหน้าพี่ พี่ชอบเวลาที่เห็นหวานเสร็จ มันเซ็กซี่และน่าเอาที่สุด”คำพูดหื่นห่ามกระตุ้นไฟในกายของหญิงสาวให้ลึกโชนทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพังเขามักจะคำพูดแบบนี้และเธอก็ชอบที่จะได้ฟัง“ดีไหม ชอบไหม”“พี่คีธขา หวาน อื้อ....ใกล้แล้ว อีกนิดพี่คีธ...อ้ายยย....”นฤดากรีดร้องเสียงยาวเมื่อสัมผัสร้อนของคนรักส่งเธอไปยังปลายทางสีรุ้ง ลูคัสมองใบหน้าสวยยามสุขสมแล้วตนเองก็ปวดหนึบไปทั้งแก่นกาย ชายหนุ่มพลิกตัวแล้วดันให้นฤดานอนลงบนที่นอนด้วยความอ่อนโยน จมูกโด่งเริ่มซุกไซร้ฝากรอยรักลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างหิวกระหาย นฤดาไม่เคยทำให้ความต้องการของเขาลดน้อยลงสักครั้งยิ่งได้อยู่ใกล้ได้กลิ่นกายหอมเขาก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าหาเธออย่างห้ามไม่อยู่ที่ผ่านมาลูคัสไม่เคยรู้สึกต้องการผู้หญิงคนไหนมา
จัสมินกลับไปอยู่สิงคโปร์ได้หลายวันแล้ว ช่วงนี้นฤดาเลยเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียว ช่วงกลางวันลูคัสจะออกไปทำงานพอตกเย็นก็กลับมาทานข้าวด้วยกันก่อนจะออกไปตรวจงานที่ผับอีกครั้งและกลับเข้ามาเกือบจะตีสองนฤดารู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เขาทำงานหนักขึ้นและมีเวลาให้เธอน้อยลง ถ้าหากชายหนุ่มยังเป็นแบบนี้อีกต่อไปเรื่องที่เธอจะคบกับเขาต่อก็คงจะคิดหนักเสียงรถที่เข้ามาจอดในเวลาห้าทุ่มทำให้นฤดาที่กำลังจะสสมชุดนอนรีบหยิบเสื้อคลุมมาใส่เพราะคิดว่าลูคัสน่าจะลืมของเหมือนทุกครั้งที่เขาออกไปแล้วกลับมาก่อนเวลาเพราะลืมเอกสารหรือบางครั้งก็ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องทำงาน พอเธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเขานั่งอยู่บนเตียง“ลืมของเหรอคะ เอาวางไว้ตรงไหนเดี๋ยวหวานช่วยหาให้ค่ะ” เธอกำลังจะเดินออกไปห้องทำงานแต่เขาก็คว้าเอวบางไว้แล้วก็จับให้หญิงสาวมานั่งอยู่บนหน้าตักของตนเอง“จับไว้แบบนี้แล้วหวานจะไปช่วยหาของได้ยังไงล่ะคะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ลืมของ” สรรพนามที่มาเฟียหนุ่มเรียกแทนตัวเองเปลี่ยนนับตั้งแต่เธอบอกว่าจะให้โอกาสเขา“แล้วกลับมาทำไมคะ หรือว่างานเสร็จแล้ว”“งานเสร็จแล้วครับ แต่คนยังไม่เสร็จ” ลูคัสมองหญิงสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจัสมินก็ต้องเดินทางกลับสิงคโปร์แล้ววันนี้เด็กน้อยเลยขอมานอนค้างกับคุณยายประภาพรที่บ้าน ซึ่งลูคัสให้ลูกน้องมาต่อเติมห้องนอนและติดเครื่องปรับอากาศให้ถึงสองห้องสำหรับประภาพรห้องหนึ่งและเอาอีกห้องหนึ่งสำหรับนฤดาที่วันนี้พาจัสมินมาค้างที่นี่ด้วย“คุณยายขาคืนนี้จะจัสมินขอนอนกับคุณยายได้ไหมคะ แดดดี๊บอกว่าห้องคุณยายไม่ร้อนแล้ว”“ได้สิ เดี๋ยวยายจะเล่านิทานให้หนูฟังก่อนนอนดีไหมคะ”“แต่จัสมินลืมเอาหนังสือนิทานมาจากบ้านค่ะ” เพราะมัวแต่ตื่นเต้นว่าจะมาทานขนมชั้นเธอเลยลืมหยิบหนังสือนิทานมาด้วย ซึ่งปกติเวลาไปค้างที่ไหนจัสมินจะเลือกหนังสือนิทานเล่มที่อยากฟังใส่กระเป๋าเป้เล็กๆ ของเธอเอง“นิทานของยายเป็นนิทานพื้นบ้านค่ะจัสมิน ไม่ต้องใช้หนังสือ”“นิทานพื้นบ้านคืออะไรคะหม่ามี้”“ก็เป็นนิทานของคนที่เล่าสืบต่อกันมา ตอนเด็กๆ คุณยายจะเล่าให้หม่ามี้ฟังตลอดเลย”“แล้วนิทานพื้นบ้านสนุกไหมคะ”“สนุกสิหม่ามี้ว่าหนูจะต้องชอบมากๆ แน่เลย”“เราไปกันเลยไหมคะคุณยายจัสมินอยากฟังนิทานแล้ว”“จัสมินไปรอในห้องคุณยายก่อนนะคะ เดี๋ยวยายตามไปค่ะ”เมื่อจัสมินเข้าไปในห้องแล้วประภาพรก็ช่วยลูกสาวปิดหน้าต่างและประต
“ฉันอาจจะเก่งในเรื่องการทำงานแต่เรื่องความรู้สึกแบบนี้มันเข้าใจยาก”“งั้นหวานขอถามว่าทำไมเมื่อกี้คุณถึงไปแสดงตัวต่อหน้าพี่กายและเพื่อนหวานแบบนั้น”“เพราะฉันไม่อยากให้ใครมายุ่งกับคนฉัน ฉันกลัวเธอจะใจอ่อนแล้วกลับไปคบกับเขา ฉันยอมไม่ได้หรอกนะ ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ ฉันกับจัสมินจะเป็นยังไง” ลูคัสบอกความรู้สึกของตนเองให้หญิงสาวฟังอย่างไม่มีปิดบัง เขากลัวว่าผู้หญิงจิตใจดีแบบนฤดาจะยอมให้อภัยผู้ชายคนนั้น“คุณอาจจะต้องการหวานตอนนี้เพราะจัสมินอยู่เมืองไทยก็ได้นะคะ หวานอยากรู้ว่าถ้าครบหนึ่งเดือนแล้วจัสมิและครอบครัวคุณไม่อยู่ที่นี่ความรู้สึกที่คุณมีให้หวานยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”“ไม่ว่าจัสมินจะอยู่ที่นี่หรือเปล่าแต่ฉันก็ต้องการให้เธออยู่ใกล้ๆ เหมือนเดิม นะหวานนะขอโอกาสฉันหน่อย หรือที่เธอไม่อยากเป็นครอบครัวเพราะฉันอายุมากใช่ไหม” เขาพูดด้วยความน้อยใจ“ไม่ใช่เรื่องอายุหรอกค่ะ หวานแค่อยากมั่นใจกว่านี่อีกสักนิด”“ฉันต้องทำยังไงบ้างเธอถึงจะมั่นใจ ให้พ่อแม่ของฉันไปคุยกับแม่ของเธอดีไหม”“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หวานจะลองให้โอกาสคุณดูก็ได้”“จริงนะ”“ค่ะ”“ฉันดีใจที่เธอยอมเปิดใจ แต่ฉั
เมื่อถึงเวลาผับปิดลูคัสก็เดินมาบอกกับเพื่อนของนฤดาว่าเขาจะเป็นคนไปส่งเธอที่บ้านเอง หลังจากบอกลาเพื่อนๆ เสร็จแล้วนฤดาก็เดินตามลูคัสมาที่รถทันทีที่ประตูรถปิดลงหญิงสาวก็หันมามองหน้าลูคัสอย่างเอาเรื่อง“คุณไปพูดกับเพื่อนหวานแบบนั้นได้ยังไงคะ หวานบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่อยากให้คนอื่นรู้ ทีนี้เขาก็เข้าใจผิดกันหมดสิว่าเรากำลังคบกัน”“ถ้าฉันไม่พูดไอ้แฟนเก่าของคุณมันจะไปจากคุณไหมล่ะ”“นี่หวานต้องขอบคุณคุณใช่ไหมคะ”“มันก็ควรเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ”“หวานจะขอบคุณก็ได้ที่คุณทำให้พี่กายไปจากหวานจริงๆ แล้วเรื่องที่เราคบกันล่ะ”“ก็ไม่ต้องทำอะไร”“คุณรู้ไหมว่าเพื่อนหวานต่างก็อยากรู้เรื่องของเรามาก”“แล้วเธอบอกเพื่อนยังไงล่ะ”“หวานบอกแค่ว่าเราเพิ่งเริ่มคุยกัน”“ทำไมไม่บอกความจริงเขาไปล่ะ”“ความจริงที่ว่าหวานเป็นเมียคุณเพื่อเงินน่ะเหรอคะ”“ฉันหมายถึงความจริงที่ว่าตอนนี้เรากำลังคบกันอยู่ไง”“เราไม่ได้คบกันนะคะลูคัส คุณจ้างหวานให้อยู่กับคุณต่างหาก”“เธอไม่คิดอะไรกับฉันเลยเหรอ ที่อยู่กับฉันเพราะเงินเหรอหวาน”“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะระหว่างเรามันคือการได้ผลประโยชน์ร่วมกัน”“ฉันไม่เชื่อหรอก”“ไม่เชื่ออะ
“คุณเฉินเขาน่ารักดีนะ” มีนาเอ่ยชมคนรักของเพื่อนที่ยกเค้กมาอวยพรวันเกิดให้กับปลาเมื่อครู่“นั่นสิน่าอิจฉาปลาจัง เมื่อไหร่ฟ้าจะมีแฟนกับเขาบ้างนะ”“ก็ฟ้าเลือกมากเอง มีคนมาจีบเยอะแยะแต่ไม่ยอมใจอ่อนกับใครสักคน” นุ่นแกล้งว่า“ก็ยังไม่มีใครที่ถูกใจ ฟ้าไม่อยากเสียเวลาคบคนที่ไม่ใช่”“หวานเห็นด้วยกับฟ้านะ จะคบใครต้องดูดีๆ จะได้ไม่โดนหลอกเหมือนหวาน”“พูดเรื่องนี้มาก็ดีเลย ปลาอยากจะถามว่าตอนนี้หวานกับพี่กายยังติดต่อกันอยู่ไหม”“ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วล่ะ”“นุ่นดีใจด้วยนะที่หวานตัดใจจากผู้ชายคนนั้นได้ แสดงว่าตอนนี้หวานก็โสดน่ะสิ”“อือ” นฤดาตอบไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของตนกับลูคัสเป็นแค่ลูกจ้างกับนายจ้าง“แต่มีนาว่าหวานโสดไม่นานหรอกดูผู้ชายคนนั้นสิจ้องหวานตลอดเลย” มีนาบอกเพื่อนให้มองไปยังโต๊ะด้านในสุด“เอ๊ะ นั่นเจ้านายคุณเฉินนี่ คนที่ไปส่งหวานที่บ้านไงละ” ปลาจำหน้าของเจ้านายคนรักได้ดีกว่าใครก็พูดขึ้นนฤดาหันไปมองตามเพื่อนบอกแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจเพราะก่อนออกมาจากบ้านเธอบอกเขาไปแล้วว่าห้ามเข้ามาทักทายหรือแสดงตัวเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เธอยอมเป็นของเขาเพื่อแลกกับเงิน“ดูเหมือนเขาสนใจหว
นฤดายกจานขนมและน้ำดื่มมาวางตรงหน้าสองพ่อลูกที่นั่งดูทีวีรออยู่ห้องรับแขก“ขนมของคุณยายอร่อยที่สุดเลยค่ะคุกกี้แบบนี้จัสมินชอบมากค่ะ”“ถ้าชอบเดี๋ยวหม่ามี้จะเอาใส่กล่องไปให้กินที่บ้านด้วยดีไหมคะ”“ดีค่ะหม่ามี้ทำขนมเหมือนคุณยายได้ไหมคะ”“หม่ามี้ทำได้ค่ะแต่ไม่อร่อยเท่าคุณยายไม่อร่อยก็ต้องฝึกค่ะคุณย่าบอกว่าเราทำอะไรไม่เก่งเราก็ต้องฝึกอีกหน่อยก็เก่งเองค่ะ”“ช่างพูดจริงนะ” ประภาพรที่เดินเข้ามาหลังจากอาบน้ำอย่างรวดเร็วก็อดชื่นชมไม่ได้“คุณยายขา ขนมของคุณยายอร่อยมากๆ ค่ะ”“ถ้าหนูชอบยายจะทำอีกนะคะ”“ขอบคุณค่ะ คุณยายของจัสมินใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”“วันนี้ผมคงต้องขอตัวกลัวก่อนนะครับเอาไว้วันหลังจะแวะมาใหม่” ลูคัสพูดขึ้นหลังจากนั่งคุยกันมาได้พักใหญ่“คุณยายขาจัสมินจะมาเยี่ยมคุณยายใหม่นะคะ” จัสมินที่นั่งอยู่บนตักของประภาพรพูดอย่างประจบตั้งแต่มาถึงมาถึงบ้านหลังนี้เด็กเด็กน้อยก็คลอเคลียอยู่ข้างคุณยายของเธอไม่ห่างมันยิ่งทำให้ประภาพรทั้งรักและเอ็นดูเพราะความสดใสและความช่างอ้อน“ได้สิคะ ถ้าหนูจะมาวันไหนให้หม่ามี้ของหนูโทรบอกคุณยายก่อนคุณยายจะได้ทำขนมอร่อยๆ ไว้รอดีไหมคะ”“ดีค่ะ คุณยายขาจัสมินอยากกินขนมที่
ตลอดระยะเวลาที่ได้เที่ยวด้วยกันตามลำพังพ่อแม่ลูกหนึ่งสัปดาห์ความผูกพันระหว่างนฤดาและจัสมินก็เพิ่มมากขึ้นทั้งสองเข้ากันได้ดีจนลูคัสมองแล้วอยากจะให้เธอมาเป็นครอบครัวของเขาจริงๆ แต่มันก็เป็นไปได้ยากเพราะเขาไม่เคยคิดจะให้ใครมาแทนที่มีร่าภรรยาคนก่อนที่เสียชีวิตไปเกือบจะสี่ปีแล้ว“จัสมินไม่อยากกลับกรุงเทพเลยค่ะแดดดี๊ ขอจัสมินเที่ยวต่ออีกได้ไหมคะ”“แดดดี้กับหม่ามี้ต้องกลับไปทำงานค่ะเอาไว้ถ้าช่วงไหนหยุดหลายวันเราค่อยมาเที่ยวด้วยกันอีกดีไหมคะ” ลูคัสบอกลูกสาวที่งอแงเพราะพรุ่งนี้จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ“ครั้งหน้าแดดดี้จะพาหนูขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่”“ที่เชียงใหม่มีอะไรคะแดดดี๊” เพราะไม่เคยไม่เคยไปมาก่อนพอได้ยินก็เลยอยากจะรู้ว่าที่นั่นมีอะไรน่าสนใจบ้าง“เชียงใหม่ก็มีอากาศเย็นๆ วิวสวยๆ แดดดี๊จะพาหนูไปเก็บสตรอว์เบอร์รีดีมั้ยคะ”“ดีค่ะจะจัสมินชอบกินสตอว์เบอร์รีหม่ามี้ล่ะคะชอบไหม”“หม่ามี้ก็ชอบค่ะ”“จัสมินอยากไปเชียงใหม่”“แต่กลับไปครั้งนี้แดดดี๊ต้องทำงานก่อนค่ะ หนูเที่ยวในกรุงเทพกับหม่ามี้ได้ไหมคะ” เพราะมีงานใหญ่รออยู่เขาจึงพาเธอไปเที่ยวไม่ได้“หม่ามี้ต้องทำงานไหมคะ”“หม่ามี้ขอไปทำธุระหนึ่งวันจากนั้น
“ชอบไหม รู้สึกดีหรือเปล่า”เขาขยับตัวขึ้นกระซิบถาม ชายหนุ่มจ้องไปในตาของหญิงสาวแล้วกระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอเองก็กำลังต้องหารเขา“คีธ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะหวานกลัวจัสมินตื่น”“นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน”นฤดาร้อนไปทั้งร่างเธออยากให้เขาช่วยปลดปล่อยความเสียวซ่านที่แสนทรมานหญิงสาวโน้มศีรษะเขาลงมามอบจูบกระตุ้นให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดไปทั่วร่าง ลูคัสแทบคลั่งตอนนี้แก่นกายของเขาปวดหนึบจนมันแทบระเบิดเขาดันขาเธอให้แยกออกจนเห็นกลีบกุหลาบงามที่ปิดสนิทตรงหน้าลิ้นร้อนของเขาชอนไชไปทั้งทุกซอกหลืบของกุหลาบดอกสวย น้ำหวานที่ไหลรินทำให้เขาทั้งดูดเลียอย่างไม่รู้เบื่อ“หอมหวานที่สุด ฉันกำลังเสพติดเธอแล้วนะหวาน”“คีธ..อื้อ คุณ...หวาน...อื้อ....”หญิงสาวเสียวจนพูดอะไรไม่ออกเมื่อเขารัวลิ้นและดูดเลียสลับกันไปมา เธอดิ้นพล่านผมกระจายเต็มที่นอน สองมือกดศีรษะเขาให้เขาอย่างลืมตัว ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างกายจะเกร็งสะท้านแอ่นเข้าหาปากร้อน แล้วเสียงกรีดร้องเพราะความสุขก็ดังไปทั่วห้องลูคัสมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาชอบที่เห็นเธอมีความสุข ใบหน้าหล่อก้มต่ำลงอีกครั้งเพ