“แม่ครับ พี่ภัณต์กลับมาแล้วครับ” นภัณต์รีบวิ่งเข้ามากอดขาแม่ที่กำลังง่วนอยู่ในครัว“ว่ายน้ำสนุกไหมครับ” ติณคุกเข่าลงรับกอดจากลูกชาย“สนุกครับ แต่ป๊าไม่ยอมให้พี่ภัณต์เล่นต่อ พี่ภัณต์ยังไม่อยากเลิก” เด็กชายนภัณต์หน้างอฟ้องแม่“ป๊ากลัวพี่ภัณต์จะไม่สบายนี่ครับ อากาศเริ่มเย็นแล้ว” มีนเดินตามเข้ามา “ไปอาบน้ำกับป๊าก่อนนะครับ”พี่ภัณต์ยังดื้อเกาะขาแม่ไม่ยอมปล่อย “ไปอาบน้ำกับป๊าก่อนนะครับ จะได้ออกมากินข้าวกัน วันนี้แม่อบขนมของโปรดพี่ภัณต์ด้วยนะ” พอได้ยินคำว่าขนม พี่ภัณต์ก็เปลี่ยนอารมณ์เดินตามป๊าออกไปทันทีพ่อลูกอาบน้ำเสร็จ ติณก็จัดโต๊ะมื้อเย็นเสร็จทันกันพอดี“น่ากินจัง” มีนเดินมาโอบเอวจากทางด้านหลัง หอมแก้มติณฟอดใหญ่“พี่ภัณต์จะหอมแม่ด้วย” เด็กชายนภัณต์เกาะขาแม่ ไม่ยอมให้ป๊าทำแม่คนเดียว“แม่ให้สองข้างเลยครับ” ติณหันแก้มให้เด็กชายหอมทั้งซ้ายทั้งขวา“ทำไมพี่ภัณต์ได้หอมแม่สองแก้มเลยล่ะ ป๊าไม่ยอมนะ” มีนทำเป็นงอน“ป๊าไม่ใช่พี่ภัณต์ ป๊าต้องทำใจนะครับ” เด็กชายพูดอย่างผู้ชนะ“ป๊ายอมให้พี่ภัณต์คนเดียวนะครับ” มีนพูดพร้อมยกเด็กน้อยขึ้นนั่งบนเก้าอี้สูงประจำตำแหน่งของเขา“กินข้าวเสร็จแล้ว เราเอาขนมขึ้นไปกิ
“ป๊าม๊าจะเอาเจ้าเด็กแสบอยู่หรือเปล่านะ” ติณเดินบ่นเข้าห้องมาด้วยความกังวล“เดี๋ยวก็รู้” มีนพูดขำ ๆ “อยู่ ๆ อยากปวดหัวตอนแก่”“คอยดูว่าพี่ภันต์จะดูแลทุกคน หรือพี่ภัณต์จะปล่อยโฮคนแรก” ติณคิดตามคำพูดมีนแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหัว“แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ” ติณถามด้วยความสงสัย ปกติเวลานี้มีนจะอยู่ออฟฟิศข้างล่างหรือไม่ก็เข้าเช็กงานที่สำนักงานใหญ่มีนทำหน้ากรุ้มกริ่ม “ป๊าม๊าเปิดทางให้ขนาดนี้ ขอลาวันหนึ่งนะครับ” เลียริมฝีปาก “นาน ๆ จะมีโอกาสแบบนี้สักที ขอจัดแบบทั้งวันทั้งคืนเลยนะ”“ทะลึ่ง...ทั้งวันทั้งคืนร่างพังกันพอดี”มีนเดินเข้ามาโอบเอวคุณแม่ “นะครับ...ทำน้องให้พี่ภัณต์กันนะครับ” ริมฝีปากหนากดจูบลงซอกคอ“อื๊อ...จักจี้” ติณย่นคอหลบ“ขอน้องให้พี่ภัณต์อีกคนนะครับ”มือเริ่มลูบไล้ผิวเนียนเรียบ กระดุมเสื้อโดนปลดอย่างไม่ทันรู้ตัว ติณตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดสามี สองมือบดขยี้หัวนมชูชันสู้มือ ร่างบางถูกอุ้มขึ้นแนบอก มือโอบรอบคอโน้มลงมา เผยอปากรอรับลิ้นอุ่น ขยี้จูบอย่างเร่าร้อนร่างบางถูกวางลงบนโซฟาอย่างเบามือ “ขอเป็นแฝดเลยนะรอบนี้”“ไม่สงสารติณเหรอ” สายตาหวานเยิ้ม สองแขนโน้มคอคนบนร่างลงมาแนบชิด“มีนจะดู
“มึงจะเอาไง มึงประชดกูทำเหี้ยอะไร”“มึงนั่นแหละ เป็นไรมากปะวะ”“มึงเสือกจะไปนอนกับไอ้เหี้ยนี่”“กูจะนอนกับใครก็ได้ ไม่เกี่ยวกับมึง”“แม่งเอ๊ย!!” พิจิกเตะกระป๋องข้างเท้า เพื่อระบายอารมณ์ส่วนรรรทำเป็นไม่สนใจเดินไปกับคู่นอนพิจิกกระชากกลับมา“มึงอยากมากใช่มั้ย มึงไปกับกู เดี๋ยวกูจัดการให้มึงเอง”คู่นอนคนใหม่ของรรรง้างหมัด พุ่งเข้าใส่พิจิก “มึงหยุด” เขาชี้หน้า “นี่เมียกู” พร้อมกับหยิบขวดเบียร์ขึ้นง้างเตรียมฟาด“ไอ้สัตว์!!!...ไอ้เหี้ยจิก มึงมีสิทธิ์อะไรมาเรียกกู...เมีย”“สิทธิ์ที่กูได้เอามึงไง” หน้าตากวนตีนกลับ“เอากันครั้งเดียวเรียกเมีย ถ้างั้นกูก็มีผัวนับไม่ถ้วน” “เหี้ย!!” รรรถูกไอ้จิกลากขึ้นรถ“มึงกับกูแค่พลาด” รรรน้ำเสียงอ่อนลง“มึงพลาด แต่กูไม่” พิจิกยังคงกวนตีน“แล้วเมียมึง” รรรหันมาถามกลับอย่างไม่เข้าใจ“มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด กูเป็นแค่ผัวบังหน้าให้ไอ้ติณมัน ผัวมันตามรังควานจะเอาตัวมันกลับไป”“มึงจะให้กูเชื่อเรื่องปัญญาอ่อน” รรรลอยหน้าถาม“ถ้ามึงไม่เชื่อกู” ยื่นโทรศัพท์ที่กดสายถึงติณ “มึงคุยกับมันเลย”“ทำไมกูต้องคุย” รรรปิดโทรศัพท์ “จะเมียจริง เมียปลอมมันก็เรื่องของพวกมึง ไม่เกี่ย
วันเสาร์...รรรกลับถึงห้องด้วยอาการเมาค้าง แถมยังต้องปวดหัวกับเรื่องเมื่อคืนที่เขาเอาแต่ครุ่นคิดมาตลอดทางว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์แต่มันก็เลือนรางจนปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรไม่ได้เลยใจหนึ่งก็ดีใจที่คนที่ตื่นมาเจอคือพิจิก คนที่เขาคิดถึงและโหยหามานาน แต่อีกใจก็เศร้า ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ การที่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่คนเดียว ทำงานแล้วเลือกไม่ติดต่อเพื่อนฝูงเลย เพราะไม่อยากรับรู้เรื่องราวของพิจิกอีก“ทำไมกูหนีมึงไม่พ้นสักที” ได้แต่คิดเสียงโทรศัพท์ทำให้รรรหลุดจากความคิด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นเบอร์แปลกที่เขาไม่ได้เมมไว้“สวัสดีครับ”“เป็นไงบ้าง ยังแฮงค์อยู่หรือเปล่ามึง”“มึงมีเบอร์กูได้ไง”“กูก็กดเซฟไว้ตอนมึงเมาไง” อดไม่ได้ที่จะกวนกลับ เวลาได้แกล้งรรรให้โกรธมันมีความสุข “อย่าเพิ่งวางสายหนีกู กูแค่เป็นห่วง” กลับมาเป็นจริงจัง เพราะจริง ๆ แล้วเขาอดเป็นห่วงรรรไม่ได้ รู้ว่าเวลาเมาทีไรจะแฮงค์นาน บางทีพาลกลายเป็นป่วยไปเลย“เออ...กูไม่เป็นไร”“มึงปากแข็ง” เขาเงียบรอฟังเสียงปลายสายสักพัก แต่รรรก็ไม่พูดอะไรกลับมา
…ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...“รรร...เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันนานเลย” ติณเดินเข้ามาในห้องพร้อมคำทักทายเพื่อนเก่า“ก็เรื่อย ๆ น่ะ” รรรตอบไปอย่างเสียไม่ได้ รรรไม่ได้รู้สึกเกลียดหรือไม่ชอบติณ เพราะเขารู้ดีว่าติณไม่เกี่ยว“แล้วมึงเรียกกูมาทำไม กูจะนอนอยู่แล้ว” ติณหันมาถามพิจิกที่นั่งอยู่ข้างรรร“รรรมันไม่เชื่อว่ากูกับมึงไม่มีอะไรกัน” “แล้วยังไง...” ติณยิ่งสงสัย เพราะติณไม่เคยรู้เรื่องระหว่างพิจิกกับรรรมาก่อน “หรือว่ามึงกับรรร...”“เออ...มึงก็อย่าเพิ่งสงสัยมากได้ปะวะ” พิจิกดักคอ“เออ ๆ แล้วที่มึงเรียกกูมาคือ...จะให้กูยืนยันกับรรรว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ติณเขม่นตาจับผิดทั้งคู่ “เออ...ก็ตามนั้นแหละ กูกับไอ้จิกไม่ได้เป็นอะไรกัน”รรรยิ่งทำหน้าสงสัย จากที่มึน ๆ เมา ๆ เริ่มสร่าง“กูเป็นผัวมันแค่ในนาม” พิจิกอธิบาย “ตอนนั้นไอ้ติณมันจะหนีจากไอ้ธูป มันเลยขอให้กูช่วย เพราะมีแต่กูที่รู้เรื่องมันกับไอ้ธูป”“แล้วทำไมต้องหนี” รรรยังไม่ปักใจเชื่อ“มันเลว มันคบซ้อน พอกูจับได้กูขอเลิก มันไม่ยอม เริ่มระราน ข่มขู่กูทุกอย่าง จะแบล็กเมล์กู ขู่จะเอาคลิปกูกับมันลงประจาน มันทำเลวกับกูทุกทาง” ติณเล่าให้ฟังด้วยแววตาเจ็บปวด“แ
เช้าวันเสาร์...รรรลืมตาตื่นขึ้นมา เจอตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของพิจิก เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แต่จะให้แสดงออกมามันก็ไม่ใช่ รรรพยายามเอาตัวเองออกจากกอดของพิจิก แต่พิจิกกลับกระชับกอดแน่นกว่าเดิม“นอนต่อก่อน ยังเช้าอยู่เลย”“มึงก็นอนไป กูจะลุก” รรรพยายามดันตัวเองลุกขึ้น แต่กลับโดนพิจิกรวบตัวลงมากอดท่าเดิม“ขอกอดก่อน” รรรยังพยายามดิ้น “อย่าดิ้น...นอนดี ๆ ขอนอนกอดเฉย ๆ แต่ถ้าดิ้นมาก กูจะทำอย่างอื่น โทษฐานที่ทำกูตื่น” พิจิกพูดทั้งที่ยังหลับตา“กูจะกลับห้อง” รรรยังคงดื้อ แต่ก็ยอมให้พิจิกนอนกอด“วันนี้วันเสาร์มึงจะรีบกลับไปทำไม เดี๋ยวกูไปส่ง” พิจิกกระชับกอดรรรแน่นกว่าเดิม รรรเองก็เผลอหลับในอ้อมกอดของพิจิกไปอีกรอบ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นกันอีกทีก็เกือบบ่าย“ไอ้จิกตื่นได้แล้ว”“ยังง่วงอยู่เลย” พิจิกงัวเงีย แต่ไม่ยอมปล่อยกอด“บ่ายแล้วมึง กูหิวข้าว”“รรร”“อะไร...”“มึงย้ายมาอยู่กับกูนะ”“…”“มึงฟังกูก่อน อย่าเพิ่งด่ากู” พิจิกดักคออย่างรู้ทัน “ไอ้ติณมันท้อง กูดูแลมันคนเดียวกูกลัวกูพลาด”“มึงชวนกูมาอยู่กับมึง เพื่อให้กูมาช่วยดูแลเมียมึงเนี่ยนะ”“เคลียร์แล้วไงมึง อย่าเพิ่งหาเรื่อง”“แล้วทำไมกูต้องช่วยพวก
คอนโดรรร...“กูบอกให้จ้างรถมาย้ายออกให้หมดทีเดียวก็ไม่เชื่อ” พิจิกบ่น“ขอกูไป ๆ มา ๆ เถอะนะ กูยังไม่ชิน และอีกอย่าง...มึงกับกูมันเหมือนทดลองอยู่ ถ้าเกิดมันไม่ใช่ หรือมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางของเรา กูก็ยังมีที่ของกู” รรรพูดไป มือก็เก็บเสื้อผ้า และของใช้จำเป็นใส่กระเป๋า“แต่กูจริงจังกับมึง...”“กูรู้ กูเองก็จริงจัง แต่มันก็ไม่มีอะไรแน่นอนไงมึง มันเพิ่งเริ่มต้นเองนะ” รรรยิ้มบาง ๆ ส่งสายตาขอให้พิจิกเข้าใจ“เฮ้อ...” พิจิกได้แต่ยืนถอนหายใจ“แต่ถ้ามึงไม่โอเค กูอยู่ที่นี่เหมือนเดิมก็ได้นะ” รรรทำหน้าทะเล้นใส่“ไม่ต้องเลยมึง...เก็บเสร็จแล้วใช่ไหม” พิจิกดึงกระเป๋าจากมือรรรมาเป็นคนถือให้เอง “ปะ...ไปห้องหอของเรา...” ...อึก... “มึงทุบกูทำไมเนี่ย...เขินรุนแรงฉิบหาย” เขาบ่นงึมงำ“ปากดีนะมึง” รรรเองก็ทำเป็นทุบหลังพิจิกแก้เขินระหว่างทางกลับคอนโดพิจิก...เสียงโทรศัพท์ของพิจิกดังขึ้น เขากดต่อเข้าบลูทูธของรถ“ไอ้จิก...กูปวดท้อง”“มึงรอกูแป๊บหนึ่ง กูจะถึงแล้ว มึงอย่าวางสายนะ”“โอ๊ย...” เสียงติณร้องด้วยความเจ็บปวด“มึงใจเย็น ๆ หายใจลึก พวกกูกำลังจะถึงแล้ว” บอกให้ติณใจเย็นแต่ตัวเองสติแทบแตก ทำอะไรไม่ถูกรรร
โรงพยาบาล...“เป็นไงบ้างมึง” พิจิกและรรรถามขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อติณเริ่มรู้สึกตัว“ยังปวดท้องอยู่นิดหน่อย” ติณตอบแต่ใดวงตาเหม่อลอย “ถ้าไม่ได้พวกมึงกูคงไม่รอด”“อย่าคิดมากสิ ตอนนี้มึงกับลูกปลอดภัยแล้วนะ” รรรพยายามปลอบใจ“พวกมึงเคลียร์กันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ติณยังคงเป็นห่วง“ไม่ต้องห่วงพวกกู ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อน นอนพักได้แล้วมึงจะได้หายไว ๆ” พิจิกดุ“มึงตอบกูมาก่อน” ติณเริ่มดื้อใส่“เราสองคนเคลียร์กันแล้ว ทุกอย่างโอเคแล้ว มึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยววันนี้กูสองคนจะนอนเฝ้ามึงที่นี่เอง” รรรพูดให้ติณได้รู้สึกผ่อนคลาย และหันไปดุใส่พิจิก “เรื่องแค่นี้มึงก็ไม่เห็นต้องดุมันเลย” พิจิกเตรียมจะอ้าปากเถียง “ไม่ต้องเถียงด้วย” พิจิกจึงได้แต่เงียบไม่กล้าพูดอะไรอีก“ไอ้จิกกลายเป็นหมาหงอยเลย” ติณแซว ก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียคาเฟ่ในโรงพยาบาล...ด้วยความที่ไม่อยากกวนคนป่วย พวกเขาจึงย้ายตัวเองลงมานั่งกินกาแฟ และหาอะไรรองท้อง“มึงทำกูเสียการปกครองไอ้ติณหมด” พิจิกว่าเสียงอ่อย“เสียการปกครองอะไรของมึง” รรรยังคงไม่รู้ตัว“ก็มึงดุกูต่อหน้ามัน...” พิจิกเสียงอ่อย“ไร้สาระน่ามึง” รรรไม่สนใจดูดกาแฟ กินเค้กต่อ ปล่อ
“ป๊าม๊าจะเอาเจ้าเด็กแสบอยู่หรือเปล่านะ” ติณเดินบ่นเข้าห้องมาด้วยความกังวล“เดี๋ยวก็รู้” มีนพูดขำ ๆ “อยู่ ๆ อยากปวดหัวตอนแก่”“คอยดูว่าพี่ภันต์จะดูแลทุกคน หรือพี่ภัณต์จะปล่อยโฮคนแรก” ติณคิดตามคำพูดมีนแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหัว“แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ” ติณถามด้วยความสงสัย ปกติเวลานี้มีนจะอยู่ออฟฟิศข้างล่างหรือไม่ก็เข้าเช็กงานที่สำนักงานใหญ่มีนทำหน้ากรุ้มกริ่ม “ป๊าม๊าเปิดทางให้ขนาดนี้ ขอลาวันหนึ่งนะครับ” เลียริมฝีปาก “นาน ๆ จะมีโอกาสแบบนี้สักที ขอจัดแบบทั้งวันทั้งคืนเลยนะ”“ทะลึ่ง...ทั้งวันทั้งคืนร่างพังกันพอดี”มีนเดินเข้ามาโอบเอวคุณแม่ “นะครับ...ทำน้องให้พี่ภัณต์กันนะครับ” ริมฝีปากหนากดจูบลงซอกคอ“อื๊อ...จักจี้” ติณย่นคอหลบ“ขอน้องให้พี่ภัณต์อีกคนนะครับ”มือเริ่มลูบไล้ผิวเนียนเรียบ กระดุมเสื้อโดนปลดอย่างไม่ทันรู้ตัว ติณตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดสามี สองมือบดขยี้หัวนมชูชันสู้มือ ร่างบางถูกอุ้มขึ้นแนบอก มือโอบรอบคอโน้มลงมา เผยอปากรอรับลิ้นอุ่น ขยี้จูบอย่างเร่าร้อนร่างบางถูกวางลงบนโซฟาอย่างเบามือ “ขอเป็นแฝดเลยนะรอบนี้”“ไม่สงสารติณเหรอ” สายตาหวานเยิ้ม สองแขนโน้มคอคนบนร่างลงมาแนบชิด“มีนจะดู
“แม่ครับ พี่ภัณต์กลับมาแล้วครับ” นภัณต์รีบวิ่งเข้ามากอดขาแม่ที่กำลังง่วนอยู่ในครัว“ว่ายน้ำสนุกไหมครับ” ติณคุกเข่าลงรับกอดจากลูกชาย“สนุกครับ แต่ป๊าไม่ยอมให้พี่ภัณต์เล่นต่อ พี่ภัณต์ยังไม่อยากเลิก” เด็กชายนภัณต์หน้างอฟ้องแม่“ป๊ากลัวพี่ภัณต์จะไม่สบายนี่ครับ อากาศเริ่มเย็นแล้ว” มีนเดินตามเข้ามา “ไปอาบน้ำกับป๊าก่อนนะครับ”พี่ภัณต์ยังดื้อเกาะขาแม่ไม่ยอมปล่อย “ไปอาบน้ำกับป๊าก่อนนะครับ จะได้ออกมากินข้าวกัน วันนี้แม่อบขนมของโปรดพี่ภัณต์ด้วยนะ” พอได้ยินคำว่าขนม พี่ภัณต์ก็เปลี่ยนอารมณ์เดินตามป๊าออกไปทันทีพ่อลูกอาบน้ำเสร็จ ติณก็จัดโต๊ะมื้อเย็นเสร็จทันกันพอดี“น่ากินจัง” มีนเดินมาโอบเอวจากทางด้านหลัง หอมแก้มติณฟอดใหญ่“พี่ภัณต์จะหอมแม่ด้วย” เด็กชายนภัณต์เกาะขาแม่ ไม่ยอมให้ป๊าทำแม่คนเดียว“แม่ให้สองข้างเลยครับ” ติณหันแก้มให้เด็กชายหอมทั้งซ้ายทั้งขวา“ทำไมพี่ภัณต์ได้หอมแม่สองแก้มเลยล่ะ ป๊าไม่ยอมนะ” มีนทำเป็นงอน“ป๊าไม่ใช่พี่ภัณต์ ป๊าต้องทำใจนะครับ” เด็กชายพูดอย่างผู้ชนะ“ป๊ายอมให้พี่ภัณต์คนเดียวนะครับ” มีนพูดพร้อมยกเด็กน้อยขึ้นนั่งบนเก้าอี้สูงประจำตำแหน่งของเขา“กินข้าวเสร็จแล้ว เราเอาขนมขึ้นไปกิ
โรงพยาบาล...“มากันหมดแบบนี้หมอจะไม่ตกใจแน่นะ” ติณมองทั้งสามคนที่นั่งเรียงกันอยู่หน้าห้องตรวจ“ถ้าอย่างนั้นจิกกับมีนรอหน้าห้อง” รรรเสนอ“ได้ไงล่ะพี่รรร ผมเป็นพ่อนะ” มีนโวยวาย“ติณ...จิกว่าคิดใหม่ดี ๆ นะ จะเอาไอ้นี่เป็นพ่อของลูกจริงอะ” พิจิกแกล้งแขวะน้อง“…” มีนกำลังจะอ้าปากเถียง แต่พยาบาลหน้าห้องเรียกเสียก่อน“แกเป็นเด็กเปิดเผยครับ ดูสิครับชัดเจนเลย” คุณหมอเลื่อนลูกศรชี้ให้ดู “ผู้ชายครับ” คุณหมอยิ้มก่อนจะพูดต่อ “ชัดเจนขนาดนี้ไม่น่าจะผิดพลาดนะครับ หรือถ้าอยากดูให้ชัดกว่านี้อายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ลองมาทำ 4 มิติได้ครับ”“รรรร้องไห้ทำไม” พิจิกหันมาเจอรรรกำลังน้ำตาไหล“ก็มันดีใจ” มือเช็ดน้ำตาป้อย ๆ“ช่วงนี้คุณแม่จะอ่อนไหวเป็นพิเศษครับ เป็นเพราะฮอร์โมน คุณพ่ออย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ” คุณหมอหันไปบอกพิจิก“ผมเริ่มจะชินบ้างแล้วครับหมอ” พิจิกเอามือลูบหัวรรรด้วยความเอ็นดู“ไปซื้อของให้หลานกัน” รรรเสนอเมื่อทุกคนเดินออกมาจากห้องตรวจ“ใจเย็นก่อนรรร” เดี๋ยวค่อยทยอยซื้อก็ได้ติณพูดดักคนขี้เห่อไว้ก่อน“ก็ได้” รรรหน้าจ๋อย“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม พี่รรรเริ่มกินอาหารได้เยอะหรือยัง” มีนเสนอ“พี่ยังไม
รรรทิ้งตัวลงบนเบาะรถด้วยสภาพอิดโรย “รรรเป็นไงบ้าง”“วันนี้แพ้เยอะมาก กินอะไรไม่ได้เลย อ้วกออกหมด”พิจิกเอื้อมมือไปช่วยปรับเบาะให้เอนลง “นั่งแบบนี้แหละ ยิ่งเอนเบาะยิ่งเวียนหัว” ขณะพูดก็ดมยาไปด้วย“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม” รรรส่ายหน้า “ลูกครับทำไมทำแม่หนักแบบนี้ล่ะครับ” พิจิกก้มลงพูดกับท้องน้อย ๆ ของรรร จุ๊บที่ท้องไปหนึ่งที ก่อนที่จะขึ้นมาหอมแก้ม และจูบปากคุณแม่ที่ตอนนี้ซีดเซียวจนน่าสงสาร“อยากกลับบ้านแล้ว ไม่อยากมาทำงานแล้ว” น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินออกทางหางตาพิจิกยังไม่อยากถามอะไรตอนนี้ ไม่อย่างนั้นรรรจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม ช่วงนี้รรรอ่อนไหวมาก อารมณ์แปรปรวนมาก แต่จะไปทางอ่อนไหว มากกว่าโมโหเกรี้ยวกราด“จิกรีบพากลับบ้านก่อน แล้วเราค่อยคุยกันนะ” พิจิกเอามือลูบหัว และเช็ดน้ำตาที่เลอะแก้มให้ ก่อนจะออกรถ“รรรนอนพักก่อน” พิจิกประคองตัวรรรเอนลงที่โซฟา“รรรยื่นใบลาออกแล้วนะ” แทนที่จะดีใจ แต่พิจิกกลับเป็นห่วงมากว่า“มีอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้รรรยังอยากทำงานอยู่เลย หรือที่ทำงานเขาไม่โอเคกับการที่รรรท้อง”“ที่ทำงานโอเค แต่รรรรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่เหมือนเมื่อก่อน รู้สึกทำอะไรก็ไม่
“หมั่นไส้เฮียชะมัด” มีนเดินบ่นเข้าห้อง และเดินเลยเข้าห้องครัว ออกมาพร้อมนมอุ่น“ไม่รู้สึกว่าตัวเองก็น่าหมั่นไส้หรือไง” ติณรับแก้วนมมาดื่มได้แค่ครึ่งแก้ว“ทำไมไม่กินให้หมดล่ะครับ” มีนเริ่มบ่น“เราต่างจากจิกตรงไหน ไม่เห็นต่างสักนิด” ติณแกล้งแซว “กินข้าวเยอะมากวันนี้ ถ้าให้พี่กินเยอะกว่านี้ อ้วกแน่ ๆ”“จะว่าไปก็ตื่นเต้นเหมือนกันเนอะ ต่อไปจะมีเด็กวิ่งซนรอบบ้านตั้งสองคนแน่ะ อายุห่างกันไม่กี่เดือน สงสัยจะพากันป่วนน่าดู”“ถึงวันนั้นพ่อ ๆ คงเห่อแต่ลูก จนลืมแม่กันหมด” ติณตัดพ้อ“พี่ติณ...เมื่อกี้พี่บอกว่า พ่อ ๆ พี่หมายถึงผมด้วยใช่ไหม” หน้าติณตอนนี้ทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้น“มีนรังเกียจหลานไหม” ติณนั่งลูบท้องตัวเอง มองตามีนอย่างรอคำตอบมีนคุกเข่าลงเอาหูแนบท้องทำเหมือนกำลังฟังเสียงคนข้างใน “ให้อามีนเป็นพ่อหนูนะครับ”“…” ติณได้แต่นั่งลูบหัวมีน ด้วยความตื้นตันใจที่มีนไม่รังเกียจลูกของเขา“สัญญากันแล้วนะครับ” มีนพูดกับตัวเล็กในท้อง พร้อมจุ๊บหนึ่งที“คุยอะไรกันฮึ” มือยังไม่หยุดลูบหัวมีน“ทำสัญญาพ่อลูกกันอยู่ครับ” ติณได้แต่ยิ้มอ่อนใจให้กับท่าทางของมีน ที่ดูเห่อลูกไม่ต่างจากพิจิกมีนยังคงกอดพุงน้อย ๆ ไม่ป
“ยินดีด้วยครับ ตอนนี้อายุครรภ์ 4 สัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอยิ้มให้ทั้งสองคน “อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่ก็จะอยู่ช่วง 4-12 สัปดาห์ แต่บางคนก็แพ้ถึงคลอดเลยก็มี และอีกอย่างหนึ่งคุณแม่อาจจะมีอารมณ์ขึ้นลง ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนไม่ต้องตกใจ และหมอแนะนำให้คุณพ่อเตรียมรับมือให้ดีนะครับ” คุณหมอสบตาให้กำลังใจพิจิก“หมอนัดอีกทีเดือนหน้าเลยนะครับ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติให้มาหาก่อนได้เลย วันนี้หมอจะจ่ายยาบำรุงเลือด วิตามินรวม และยาแก้แพ้ท้องไปนะครับ” คุณหมอแนะนำพร้อมรอยยิ้ม“รรรระวัง ค่อย ๆ เดิน” พิจิกตามประกบหน้าประกบหลัง จนรรรเริ่มรำคาญ“อุ้มรรรเลยไหม รรรจะสะดุดล้มก็เพราะจิกเดินดักหน้าดักหลังอยู่แบบนี้นี่แหละ”“ก็จิกห่วง” พิจิกเสียงอ่อย“ห่วงหรือเห่อ ไม่ใช่นาน ๆ ไปกลายเป็นเบื่อนะ” รรรเดินมาทิ้งตัวลงโซฟา“ทั้งห่วงทั้งเห่อ แต่ไม่มีทางเบื่อแน่นอน” พิจิกพูดด้วยความมั่นใจ“จิกไม่อยากให้รรรไปทำงานเลย ยิ่งรรรมีอาการแพ้ท้องแบบนี้ด้วย จิกเป็นห่วง”“รรรจะลองไปคุยกับหัวหน้าดูก่อน”“ลาออกได้ไหม” พิจิกจริงจัง“จิก” รรรเองก็รู้สึกกังวล เพราะเขารู้ดีว่าผู้ชายเวลาท้องแล้วอาการต่าง ๆ จะรุนแรงกว่าผู้หญิงมาก “รรรขอลองไปคุยกับหัวห
“ไม่หรอกมั้ง” รรรยังไม่อยากจะคิดไปในทางนั้น“รรรย้ายมาอยู่กับจิกได้เดือนกว่าแล้วใช่ไหม” ติณยิ้ม“อืม...”“และก่อนหน้านั้น รรรก็ป่วย อ่อนเพลีย กินอะไรไม่ลง แต่ช่วงนั้นมันน่าจะเร็วไปสำหรับการตรวจ”“…” รรรเริ่มเงียบ สีหน้าวิตกกังวล“อาการติณก็คล้าย ๆ แบบนี้เลยนะตอนแรก จิกกับมีนลองนึกดูสิ” ติณหันไปมองสองหนุ่มที่กำลังนั่งอึ้งอยู่“เนี่ย...ร้อยวันพันปีกินของพวกนี้หรือเปล่าล่ะ รรรยังไม่เท่าไหร่นะ อาจกินเพราะเวียนหัว มึนหัว แต่จิกล่ะ ทำไมกินได้อร่อยขนาดนั้น” ติณชวนสังเกต“จริงของพี่ติณนะเฮีย เฮียกินเยอะกว่าพี่รรรอีก”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน” พิจิกเริ่มสงสัย“เฮียไม่เคยได้ยินเหรอ...แพ้ท้องแทนเมียน่ะ” มีนลอยหน้าลอยตาแซว “ว่าแต่พี่รรรยอมรับเฮียเป็นสามีหรือยังเหอะ”“รับแล้วโว้ย” พิจิกพูดเสียงดังด้วยความภูมิใจแต่รรรกลับก้มหน้า เขี่ยยำในจานด้วยความเขิน“เลอะหมดแล้วพี่” มีนแซว“กลับห้องกันดีกว่า แกล้งพี่เขาอยู่ได้” ติณตีเข้าให้ที่แขนมีน“อีก 2 อาทิตย์จะได้รู้เพศหลานแล้วนะ”รรรเงยหน้าจากจานยำขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “รรรไปดูด้วยนะ”“อืม...แต่รรรต้องไปตรวจด้วยนะ”“พรุ่งนี้จิกพาไปตรวจนะ” พิจิกนั่งลงข้างรร
รรรตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนหัว มองไปรอบห้อง เมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ในห้องที่คุ้นเคย จึงเริ่มมองหาคนข้างกายแต่กลับว่างเปล่า รรรพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องพิจิกเปิดประตูกลับเข้ามาพอดี รีบเข้ามาประคองพาไปนั่งที่โซฟา“รีบลุกออกมาทำไม”“ตื่นมาแล้วไม่เจอใคร รรรกลัว”“จิกออกไปซื้อข้าว ซื้อยามา แล้วก็แวะดูติณมาด้วย รรรเป็นอย่างไรบ้าง”“ติณเป็นอะไรมากหรือเปล่า”“ไม่เป็นอะไร แต่ยังมีอาการเศร้าอยู่ เดี๋ยววันนี้มีนจะพาไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกที”“ไม่ต้องเอาแต่ห่วงคนอื่นเลย ห่วงตัวเองบ้าง รู้ไหมว่าจิกเป็นห่วงขนาดไหน” พิจิกไล่จับดูตามตัว ดูว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้าง “หน้าช้ำหมดเลย เจ็บไหม” พิจิกใช้ปลายนิ้วลูบแผลเบา ๆ“…” รรรส่ายหน้าอมยิ้ม จับมือพิจิกขึ้นมาดู “ทำไมถึงได้บ้าระห่ำขนาดนี้ เจ็บมากไหม” สันหมัดพิจิกตอนนี้เต็มไปด้วยรอยช้ำ“ก็มันมาทำรรร” พิจิกกุมมือทับมือรรรไว้ “บอกแล้วไงว่าให้เลิกห่วงคนอื่น”“จิกไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย จิกเป็นสามีรรร” ประโยคสุดท้ายแผ่วเบาเสียจนคนฟังแทบจะไม่ได้ยิน“จิกได้ยินไม่ถนัด” พิจิกดีใจแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ “ขอฟังอีกครั้งได้ไหม”“ครั้งเดียวพอแล้ว” รรรเขิน“นะ...อยาก
“เชิญเข้าห้องครับ เดินเข้าไปดี ๆ อย่าให้ต้องใช้กำลังนะครับ”“จะทำอะไรพวกเราน่ะ” รรรตั้งสติถาม“ตอนแรกก็ว่าจะสนุกกับพี่แค่สองคน อยู่ ๆ ก็เพิ่มมาอีกหนึ่ง แต่พี่ติณท้องอยู่ด้วยสิ ทำไงดีนะ” ธูปมองติณอย่างเย็นชา“ลูกในท้องติณก็ลูกธูปนะ” รรรเตือนสติ“ใช่แน่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ทุกวันนี้ก็เห็นระรื่นอยู่กับไอ้มีนนี่” ด้วยความโมโห ติณลุกขึ้นซัดหมัดเข้าปากธูปให้ได้เลือด“ปากหมานักนะมึง อย่าคิดว่าคนอื่นจะสันดานเดียวกับมึงสิ” ติณเตรียมพุ่งตัวใส่อีกครั้ง แต่รรรรีบคว้าตัวไว้ก่อน“ติณใจเย็นก่อน”ไอ้ธูปพุ่งตัวใส่ง้างหมัด แต่รรรเข้ามาขวาง รับหมัดเข้าที่หน้าเต็ม ๆ จนเซล้มลงไปกองกับพื้น“พี่รรรผมไม่ได้ตั้งใจ” ธูปตามลงไปจับหน้ารรร บีบคางแน่น “หน้าช้ำแบบนี้ไอ้จิกเห็นมันคงจะบ้าน่าดู”มันเดินไปหยิบขวดน้ำที่โต๊ะหัวเตียง กลับลงมานั่งคุกเข่าหน้ารรร หยิบซองยาจากกระเป๋ากางเกง “พี่จะกินเองดี ๆ หรือจะให้ผมป้อน” มันหยิบยาเม็ดเล็กออกจากซอง“รรรอย่ากินนะ” ติณเห็นก็รู้ทันที เพราะที่เขาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะไอ้ยาตัวนี้...ผัวะ... ฝ่ามือมันตบลงหน้าติณ “หรือพี่อยากจะระลึกความหลังกับผมด้วย”“สารเลว” …ผัวะ... ธูปง้างมือตบลงหน้