หลังจากถูกดรัณภพดูดเลียและรีดเอาน้ำหวานออกไปจนเธอร่างกระตุก บุรารีก็ถึงกับขาสั่นหมดแรง สองมือยังคงประครองเกาะขอบพนักที่นั่งของด้านในเรือเอาไว้อย่างนั้นแม้ว่าดรัณภพจะขยับลุกออกมาแล้ว
หลังจากที่ใช้ลิ้นทรงอำนาจของตัวเองทั้งดูด เลีย เขี่ย แหย่ จนกระทั่งบุรารีถึงฝั่งฝัน ดรัณภพยังคงยืนจ้องมองเรือนร่างงดงามของบุรารีจากทางด้านหลังอยู่อย่างนั้น ภาพที่เห็นด้านหน้าเขาคือเรือนร่างหญิงสาวที่สุดแสนจะงดงามคนหนึ่ง แขนทั้งสองข้างของเธอยังคงเท้าไปด้านหน้ากับพนักที่นั่งด้านในเรือเอาไว้ แต่มิวายเรียวขางามนั่นกลับยังคงแง้มแยกออกจากกันจนมันเห็นกุหลาบงามทั้งดอก
ดรัณภพเห็นก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ พลางมือก็ลูบไล้ไปยังตัวตนของตัวเองที่ยังคงตั้งแข็งและประดับไปด้วยพวกเหล่าพวกเส้นเลือดปูดโปน ยืนมองเพียงไม่นานท่อนเอ็นแข็งๆนั้นก็ถูกเขาจับจ่อใส่เข้ามาในร่องก้นขาวเนียนอีกครั้ง พอบุรารีรู้เข้าก็ยิ่งถ่างขาของตัวเองให้ถ่างกว้างยิ่งขึ้นอีก
"อ๊า พี่ดิม อยากทำอีกหรอคะ"
"เมื่อกี้แบมเสร็จไปแล้ว รอบนี้ขอเป็นตาพี่บ้างนะครับ"
"เดี๋ยวค่ะ นี่พี่ดิมจะทำก้นแบมเลอะเทอะอีกแล้วใช่ไหมคะ"
"ถ้าแบมไม่ชอบใจคราวนี้พี่จะระวังนะครับ"
"ไม่ใช่ไม่ชอบใจค่ะ แต่แบมแค่อยากให้พี่ดิมแตกมาให้ถูกที่ถูกทางมากกว่า เอาเป็นว่าแตกมาที่นี่นะคะ แบมกำลังหิวน้ำ" บุรารีชี้มาที่ปากพร้อมกับอ้าปากออกกว้างๆเพื่อรอรับตัวตนของเขาเอาไว้
เมื่อเห็นว่าบุรารีเปิดทาง ลำกายแข็งแกร่งก็ถูกริมฝีปากบางดูดกินอีกครั้งจนได้ บุรารีกำลังดีใจจนเนื้อเต้นในทุกๆครั้งที่ดรัณภพกระแทกกระทั้นสะโพกอัดมันเข้ามา โดยเขาได้ลงไปยืนอยู่ที่พื้น แต่ขาอีกข้างหนึ่งยกขึ้นมาเหยียบบนเบาะเดียวกันกับที่เธอนั่งไว้
บุรารีได้ทีก็เริ่มแสดงฝีมือ โอกาสครั้งที่สองที่ดรัณภพมอบหมายให้นี้เธออยากทำให้เขาติดอกประทับใจ จึงได้ใช้ลิ้นเล็กนั้นโบกสะบัดช้าๆ เพื่อให้ทุกอย่างมันพริ้วไว
"อ่าส์แบม พี่เสียวมาก เสียวจนใกล้จะแตกแล้ว"
"งั้นพี่ดิมก็แตกออกมาเลยสิคะ แตกใส่เข้ามาในปากแบมนี่ แบมอยากกินน้ำพี่อีก"
"แบมแน่ใจนะ ว่าอยากให้พี่แตกใส่ปาก"
"หรือว่าพี่ดิมอยากจะแตกใส่XXแบมล่ะคะ"
"ถ้าทำได้พี่คงแตกใส่ไปตั้งนานแล้ว ไม่มัวมาทนอยู่แบบนี้หรอก"
"พี่ดิมหมายความว่ายังไง แล้วทำไมถึงแตกใส่XXของแบมไม่ได้ แล้วทำไมถึงต้องทนคะ"
"อ่าส์แบมอย่าพึ่งสงสัย พี่เสียวมากกำลังใกล้จะแตกแล้ว แบมช่วยดูดและก็อมให้พี่แตกก่อนสิครับ ซี๊ด"
ไม่ทันใจเขาเลย บุรารีกำลังทำท่าว่าจะอ้าปากสงสัยต่อ แต่นาทีนี้เขาเองก์เสียวจนทนไม่ไหวแล้ว ดรัณภพเลยจับศรีษะทุยงามนั่นขยับเข้าออกตามจังหวะที่เร็วขึ้น แม้บางทีฟันของเธอจะมีครูดไปกับตัวตนของเขาบ้าง แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขาเสียวขึ้นมาราวกับพวกกลุ่มคนที่ชอบความรุนแรง
"อ่าส์แบม เสียวมากๆ"
บุรารีเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่มันกำลังบิดเบี้ยวเพราะความซ่าน ดรัณภพทั้งครางและซี๊ดปาก แต่ยังมิวายก้มมองลงมาดูเธอดูดกลืนตัวตนของเขาเอาจนมิด จนเธออดที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างพอใจมากที่ตัวเองสามารถทำให้ชายหนุ่มตรงหน้ามีความสุขได้มากขนาดนี้
"อ่าส์แบม เสร็จแล้วครับ พี่เสร็จแล้ว"
แล้วสายธารแห่งความสุขสมของดรัณภพก็พุ่งทะลักเข้าไปจนเต็มปาก บุรารีแลบลิ้นออกมาเลียรอบริมฝีปากและรีบดูดกลืนมันลงไปด้วยความเร่าร้อน แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ล้นทะลักออกมาและไหลเป็นทางลงไปตามลำคอยาวลงไปจนถึงหน้าอก
"พี่ขอโทษที่แตกใส่ปากแบมอีกแล้ว"
"ถ้าขืนพี่ดิมยังจะพูดขอโทษอีก คราวหน้าจะบังคับให้แตกใส่XXเลยนะคะ อุตส่าห์บอกไปแล้วว่าแบมน่ะเต็มใจที่จะกินน้ำพี่ แต่ถ้ามันทำให้พี่ดิมรู้สึกผิดนักล่ะก็ คราวหน้ามาแตกใส่XXแบมเลยค่ะ"
บุรารีทำหน้างอนๆใส่เมื่อเห็นว่าดรัณภพยังคงพูดขอโทษเธออยู่อย่างนั้น มันใช่เรื่องไหมล่ะ ทั้งๆที่เธอก็อุตส่าห์บอกไปแล้วว่าเธอน่ะอยากกินน้ำเขามากแค่ไหน แต่พี่ดิมของเธอก็ดูท่าว่าจะไม่เข้าใจเธอเอาเสียเลย
"โธ่ พี่ก็แค่กลัวว่ามันจะไม่อร่อย"
"แล้วถ้าแบมบอกว่ามันอร่อย พี่ดิมจะให้แบมกินอีกหรือเปล่าล่ะคะ"
บุรารีลุกยืนขึ้นเหมือนกันกับเขาแล้วคล้องแขนไปโอบกอดบนลำคอเอาไว้อีกครั้ง ดรัณภพได้แต่สบตามองใบหน้าหวานตรงหน้า เมื่อตอนนี้บุรารียังคงดันหน้าอกคู่งามถูไถ ภายในใจของเขากำลังคิดอะไรเธอเองก็ตอบไม่ถูก มีเพียงแค่ฝ่ามือใหญ่ที่ค่อยๆยกขึ้นลูบไล้มาที่บริเวณเอวคอดของเธอ ก่อนจะลามเลื้อยลงไปบีบคลึงแก้มก้นสองลูกใหญ่ๆ สายตาคมคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอราวกับว่าต้้องการที่จะสื่อความหมาย
"ถ้าเป็นไปได้ พี่ก็อยากให้แบมกินพี่ทุกวันนั่นแหละ"
"พี่ดิม" บุรารีครางรับออกมาเสียงเบาอย่างแทบจะไม่อยากเชื่อหูของตัวเองว่าดรัณภพจะพูดแบบนี้ นี่เขากำลังเมาเรือหรือเปล่านะหรือว่าศรีษะถูกกระทบกระแทกตรงไหน
"พูดจริงๆหรอคะ" บุรารีถามย้ำเพราะยังไม่ค่อยอยากที่จะเชื่อ
"จริงสิ อยากโดนแบมกินทุกวัน และอยากกินแบมทุกวัน"
"แล้วทำไมพี่ถึงไม่ทำ ทั้งๆที่แบมก็ออกจะเต็มใจให้พี่ขนาดนี้"
"แบมอย่าทำให้พี่รู้สึกว่าตัวเองเลวไปมากว่านี้เลย แค่ที่พี่ทำกับแบมตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปมองดูหน้าท่านเจ้าสัวได้อย่างสะดวกใจได้ยังไง พี่ทำลายความเชื่อใจของท่านไปแล้ว แล้วยังบังอาจมาละเมิดล่วงเกินลูกสาวท่านได้"
"ถ้าอย่างนั้นพี่ดิมก็ทำให้มันถูกต้องเสียสิคะ เรามาตกลงปลงใจคบหากัน จากนั้นพี่ดิมจะทำกับแบมมากน้อยแค่ไหนก็ได้ แบมก็อยากทำกับพี่ดิมทุกวันเลย นะคะ"
บุรารีรีบเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบ ในขณะดรัณภพก็อุ้มตัวเธอยกลอยขึ้นจากพื้นแล้วตอบรับจูบจากคนตัวเล็กเอาไว้ ทั้งสองจูบปากแลกลิ้นกันอยู่เนิ่นนาน เมื่อต่างคนต่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งดวงอาทิตย์นั้นลับขอบฟ้า แสงแห่งความมืดมิดเริ่มปกคลุมมา คนสองคนจึงได้เปลี่ยนจากการดูพระอาทิตย์ตกดินขึ้นมานอนดูดาวแทน
"พรุ่งนี้เรากลับกรุงเทพกันเถอะนะ พี่มีงานค้างที่ท่านเจ้าสัวฝากให้เร่งดูให้อยู่ไม่น้อย แบมเล่นลากพี่มาติดเกาะแบบนี้ พี่กลายเป็นคนเถลไถลเสียงานเสียการหมดพอดี"
ร่างสองร่างยังคงนอนกอดกันเปลือยเปล่า ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดที่เห็นเพียงแค่แสงดาว บุรารีนอนอยู่ภายในอ้อมแขนของดรัณภพอย่างสุขใจ
"อยากหยุดเวลาเอาไว้อย่างนี้จังค่ะ แบมมีความสุขมากที่ได้นอนอยู่ในอ้อมกอดพี่ดิมแบบนี้ เมื่อไหร่กันนะที่พี่ดิมจะยอมใจอ่อน ยอมให้แบมได้เป็นเจ้าของและครอบครองพี่ อยากให้พี่ได้ครอบครองแบม"
ในขณะที่พูดไป มิวายคนซุกซนก็ใช้มือบีบคลึงท่อนเอ็นที่เคยนอนหลับสลบไสลเล่นไปด้วย สัมผัสจากมือนุ่มๆของเธอทำเอาดรัณภพครางเสียว จนตอนนี้มันกำลังตื่นตัวผงกหัวชูตั้งขึ้นมาอีกรอบจนได้
"อ่าส์แบม เด็กดื้อมือซนอีกแล้วนะครับ สงสัยรอบนี้คงต้องถูกทำโทษหนักกว่าเดิม โทษฐานที่ทำให้มันตื่น แบมคงต้องรับผิดชอบด้วยการทำให้มันหมดฤทธิ์และหลับลงไปอย่างเดิมให้ได้"
จากนั้นเสียงครางของทั้งดรัณภพและบุรารีก็ดังกระเส่าขึ้นแข่งกัน ทั้งสองคนใช้เวลาแห่งค่ำคืนนี้มอบความสุขสมและปรนเปรอกัน(อย่างมีขอบเขตตามข้อตกลง)ไม่หยุด ก่อนที่ค่ำคืนนี้จะหมดลงและต้องพากันไปเผชิญหน้ากับวิถีการดำเนินชีวิตในเช้าวันใหม่
แม้ว่าบุรารีจะไม่มีทางรู้เลยว่าความรู้สึกลึกๆของดรัณภพที่เวลานี้มีต่อเธอนั้นเป็นเช่นไร แต่สำหรับบุรารีแล้วเธอกำลังเกิดความโลภ และต้องการครอบครองในตัวเขามากขึ้น มันคงจะถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องแสดงตัวเพื่อแย่งชิงเขามา ก็ในเมื่อเรื่องระหว่างเธอกับพี่ดิมนั้นมันมาไกลจนถึงขนาดนี้ และหากพี่ดิมไม่ได้คิดมีใจ คงไม่ปล่อยให้เธอทำหลายสิ่งหลายอย่างกับร่างกายของเขาอย่างเช่นที่ผ่านมา บอกแล้วนะว่าพี่ดิมเป็นของเธอ จากนี้ไปใครหน้าไหนก็ห้ามมาเเตะ
เจ็ดโมงครึ่งเรือสปีดโบ๊ทลำใหญ่ก็เข้ามาเทียบท่า ดรัณภพและบุรารีพากันเดินก้าวข้ามจากขอบสะพานไม้มาและพากันเข้ามานั่งในตัวเรือ ระหว่างนี้บุรารียังคงกอดแขนเขาเอาไว้ไม่ยอมห่าง จะว่าไปตั้งแต่กลับเข้าฝั่งมาตั้งแต่เมื่อคืน เธอก็ทำตัวติดแหมะกับเขาเอาไว้ ไม่ว่าจะไปอาบน้ำด้วยกัน นอนดูหนังด้วยกัน แล้วก็ยังนอนด้วยกันกอดกันจนถึงเช้าอีก เรียกได้ว่าครบสูตรของการเป็นคนรักกันอย่างแท้ทรูจนกระทั่งสปีดโบ๊ทขับพาทั้งสองข้ามมาจอดส่งถึงฝั่ง เขาและเธอจึงได้พากันเดินกลับมายังจุดที่ได้ฝากรถยนต์เอาไว้"แบมมีความสุขมากๆเลยค่ะพี่ดิม เอาไว้เราหาโอกาสกลับมารื้อฟื้นความหลังด้วยกันใหม่นะคะ" ดรัณภพหันมองคนข้างๆด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม บุรารียังคงเป็นผู้หญิงที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังคงดูน่ารักสำหรับเขาไปหมด หากไม่ติดว่าหลังๆมานี้เธอมักจะทำแต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาไปเรื่อยๆ "หิวหรือเปล่า ถ้าแบมหิวบอกนะ เดี๋ยวพี่จอดปั๊มข้างหน้าให้""ยังไม่หิวเลย ช่วงนี้แบมอยู่ในช่วงกำลังอิ่มอกอิ่มใจอิ่มทิพย์ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าพี่ดิมจะจอดหน่อยก็ดี แบมอยากจะขอแวะเข้าห้องน้ำหน่อย""ไปเองได้หรือเปล่า ต้องให้พี่ลงไปด้วยไหม""พี่ดิมขาแบมโตแล้วนะ
หลังจากที่ได้คำตอบจากบุรินทร์ผู้เป็นพี่ชาย บุรารีก็รีบตรงไปยังจุดหมายที่พึ่งจะได้รับรู้มาในทัาที อาการตัวสั่นร้อนรนจนเลือดขึ้นหน้ากำลังเกิดขึ้นกับเธอและดูเหมือนว่าเธอกำลังจะไม่สามารถควบคุมมันได้ใช่แน่ๆเขาต้องการหลบหน้าเธอ และมากกว่านั้นตามที่บุรินทร์บอกว่าดรัณภพนัดเจอกับอรลลินนั้น ทำเอาเธอแทบคลั่ง ขอบอกเอาไว้เลยว่าเธอนั้นกำลังทั้งหึง และก็กำลังโมโหสุดขีด ราวกับว่านาทีนี้ประหนึ่งว่าตัวเธอเองนั้นเป็นเมียหลวงและกำลังแอบตามมาดักจับสามีกับเมียน้อย"เมื่อกี้พี่บังเอิญเจอไอ้ดิมข้างนอก วันนี้เป็นวันเกิดลิน มันกำลังจะพาลินไปกินข้าว""นี่พี่ดิมกลับมาก็รีบไปหาผู้หญิงคนนั้นเลยหรอคะ""แล้วมันจะไปแปลกอะไรล่ะ ก็คนเขาเป็นแฟนกัน ถ้าไม่ไปหากันสิแปลก"คำพูดทุกคำของบุรินทร์ยังดังกระทบลอยวนอยู่ในหัว สองข้อมือเล็กกำเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนหน้าขาทั้งสองข้างอย่างเต็มแรง ภายในหน่วยตาเกิดม่านน้ำตาเอ่อล้น พอบุรารีกระพริบเพียงแค่ไม่กี่ทีมันก็ตกแหมะลงมาดรัณภพกล้าทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร ทั้งๆที่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอหาช่องทางในการติดต่อเข้าทุกช่อง แต่แล้วก็ไร้การตอบกลับ ทีแรกเธอก็อุตส่าห์คิ
หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย""ไม่เป็นไรครับ""แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน""ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น""อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้""คุณท่านหมายความว่า
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
หลังจากตื่นเช้ามาดรัณภพก็ยังคงขอทำหลานให้บิดาเธอแข่งกับบุรินทร์ไปอีกสองรอบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายถึงได้ยอมขับรถพาเธอไปส่งบ้าน ระหว่างทางบุรารีจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็แปลกใจที่เมื่อคืนอคิณไม่ได้โทรมาตามหาเธอเลยแม้แต่สายเดียว นี่เขาไม่คิดสงสัยบ้างเลยหรือว่าเธอหายออกไปไหน แล้วความสงสัยทั้งหมดก็ได้รับความกระจ่างเมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน ทันทีที่เดินเข้าไปข้างใน ก็พบกับพี่ชายและพี่สะใภ้นั่งชิบชายามบ่ายอยู่กับบิดาที่ในสวนทันทีที่เธอและดรัณภพเข้ามาถึง สามคู่สายตาก็พากันหันมามองทางเธอและดรัณภพเป็นตาเดียว ยิ่งดรัณภพจับมือเธอเอาไว้แน่นอยู่อย่างนี้ พอคริมาเห็นก็แอบยิ้มจนเธอรู้สึกเขินก็อย่างว่า เธอกับดรัณภพพึ่งจะพากันไปทำเรื่องทำราวบางอย่างมา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาตอนนี้มันเหมือนราวกับว่าเธอเองกำลังมีชนักติดหลังยังไงยังงั้น ยิ่งพอได้เห็นคริมามองมาหาเธอแล้วอมยิ้มแบบนี้ บุรารีก็ยิ่งอดสงสัยไม่ได้ว่าคริมาหมายความว่ายังไงกัน ราวกับว่าเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งพี่สะใภ้นั้นรู้อะไรอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า"พี่อคิณโทรหาพี่ บอกว่าเมื่อคืนถูกแกทิ้งไว้ที่นั่น แล้วแกก็ขึ้นรถกลับไปกับเจ้าดิม""เอ่อ คือว่าเมื่อคืน
บุรารียังคงยืนแอ่นก้นให้งอนๆขึ้นเพื่อรองรับการตอกอัดที่สวนแทรกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ สองมือแนบชิดฝาผนังเอาไว้แน่น ยามที่ดรัณภพกระแทกเข้ามาเมื่อใดก็เกิดความรู้สึกเสียวจนแทบจะขาดใจไปหมด "อ๊า พี่ดิมขาเเบมเสียวเหลือเกิน""ได้กินพี่สมใจแล้ว หวังว่าพี่คงจะไม่ทำให้แบมผิดหวังนะครับ""มะ ไม่เลยค่ะ แค่นี้แบมก็แทบจะสำลักความสุขตายอยู่แล้ว""งั้นหันหน้ามาทีสิครับ ขอพี่เอาเน้นๆแรงๆด้านหน้าหน่อย"จากนั้นดรัณภพก็ถอดชักท่อนความแข็งแกร่งของตัวเองออกไป ก่อนจะสอดใส่กลับเข้ามาใหม่เมื่อได้จับบุรารีหันหน้ามาแล้วยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้น""อ่าส์แบมครับ รูแบมช่างแน่นดีจริงๆ""แบมก็เสียวเหลือเกินค่ะพี่ดิมขา"บุรารีครางไปอ้อนไป ทำเอาดรัณภพทนเสียวจนแทบจะไม่ไหวจึงได้ประกบปิดปากหวานนั้นเอาไว้ด้วยจูบ ลิ้นร้อนทำหน้าที่กวาดต้อนซุกซอนไปทั่วโพรงปาก ในขณะที่เอวด้านล่างก็ขยับซอย พลอยให้มือส่วนด้านบนบีบเฟ้นเสียจนรุนแรง จนเนื้อบริเวณเต้างามแดงขึ้นเป็นรอยสองร่างกายสอดประสานกันแนบชิด ดรัณภพขยับกระแทกแรงขึ้นทุกเมื่อที่บุรารีจิกเล็บคมๆลงไปบนแผ่นหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับๆลั่นห้อง ปลุกปั่นเปลวคลื่นพิศวาสให้โหมกระพือจนแทบจ
ทันทีที่บานประตูถูกปิดล็อกลง ร่างทั้งร่างของบุรารีก็ถูกดรัณภพดึงเข้ามาประกบปิดปาก ตัวเธอถูกเขาดันจนแนบชิดติดไปกับฝาผนังและพยายามตะบี้ตะบันจูบบุรารีตกใจมากกับการกระทำนี้ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆดรัณภพที่เธอเคยรู้จัก คนที่ตั้งมั่นในปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเองว่าจะไม่มีทางล่วงเกินเธอ เวลานี้กลับกำลังพยายามปล้ำจูบเธออย่างดุเดือด"อี้อิม อ่อยๆ ปละปล่อยแบมก่อนค่ะ นี่พี่เป็นอะไรไป""พี่ก็กำลังทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการให้แบมไง ถึงขนาดว่าเดินมาขอถุงยางกับพี่ขนาดนี้ แสดงว่าคงต้องการมาก หรือว่าเมื่อตอนเย็นที่พี่ทำให้เสร็จไปจะยังไม่เต็มอิ่ม เห็นว่าที่ผ่านมาแบมอยากกินพี่นักไม่ใช่หรอ ตอนนี้พี่ยอมทำแบบนั้นให้แบมแล้วไง จะมัวมาร้องค้านไปทำไม"อะไรนะ..เมื่อกี้ดรัณภพใช้คำว่าอะไรบ้าง 'ยอมทำ' บางแหละ 'ทำหน้าที่' บ้างแหละ 'สนองความต้องการ' อีกต่างหาก เเสดงว่าเมื่อก่อนนี้เขาเคยจำใจยังไง ตอนนี้ก็คงจะยังไม่แตกต่าง ยิ่งพาให้ความรู้สึกน้อยใจพากันประดังประเดเข้ามา ถมเข้ามาจนใจเธอปวด มันจะเคยมีสักครั้งบ้างไหมนะที่ดรัณภพจะรู้สึกดีกับเธอจากใจจริง เคยมีบ้างไหมที่เขารู้สึกอยากที่จะใกล้ชิดสัมผัสเธอแบบที่ผู้ชายกับผู้หญิงที่ร
เดินไปเอากับพี่ที่รถอย่างนั้นหรอ..ทำไมประโยคมันฟังแล้วถึงกับรู้สึกแปลกๆจังนะ แต่ด้วยความที่ว่าไหนๆเธอก็อยากชิ่งไปจากที่นี่จะแย่ด้วยแล้ว จึงทำให้บุรารีตัดสินใจเดินตามดรัณภพออกไปด้านนอกโดยที่ไม่มีการคิดคัดค้าน ขอแค่ให้เธอได้ออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ก็พอดรัณภพเดินนำเธออกจากสถานที่นั้นตรงมายังรถของเขาที่จอดอยู่ด้วยความโมโหระดับร้อยล้านพันล้าน อารมณ์ความโกรธของเขาเรียกว่าแทบอยากจะจับบุรารีมันเขย่าเสียจนให้หัวสั่นหัวโยกหัวคลอนไปเลยก็ว่าได้พอเดินมาถึงก็กดรีโมทรถยนต์ให้ส่งสัญญาณ หากแต่ว่าตัวเขากลับกลับยืนกอดอกมองเธออยู่อย่างนั้น จนบุรารีสงสัย"ไหนล่ะคะถุงยาง เอามาค่ะแบมจะรีบกลับเข้าไปข้างใน ป่านนี้พี่อคิณรอแย่แล้ว"กรี๊ด..อยากตบปากตัวเองว่าทำไมถึงได้พูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไป พึ่งจะหลบออกมาได้แล้วแท้ๆยังจะมีหน้ามาพูดว่าจะรีบกลับเข้าไปด้านในอีก นี่เธอเอาสมองส่วนไหนคิดนะบุรารี"ถุงยางอยู่ในเก๊ะตรงคอนโซลหน้ารถ แบมเปิดแล้วหยิบออกมาสิ พี่อยากจะขอยืนสูบบุหรี่เสียหน่อย"ดรัณภพยืนบอกน้ำเสียงเรียบ หากแต่ภายในใจกำลังเดือดปุดคิดหาทางจัดการคนเก่งเสียให้ควัก "แล้วแบมรู้หรอว่าเขาใส่ไซส์ไหน ใช่ใส่ไซส์เดียวกันกับ
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดซุ่มดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน กำปั้นใหญ่ถูกบีบเข้าหากันจนแน่นก่อนที่มันจะถูกทุบลงไปบนพวกมาลัยด้านหน้าอย่างแรงไปอยู่หลายที ยามเมื่อสายตามองถนนข้ามฝั่งไปเห็นภาพที่บุรารีถูกอคิณกอดเอวเดินปลิวหายเข้าไปด้านใน"คนอะไรไม่รู้จักมีความละอาย มาเที่ยวกับผู้ชายวันแรกก็ยอมให้เขาเตะเนื้อต้องตัวละ"ดรัณภพหายใจกระฟึดกระฟัดด้วยความโกรธที่บุรารียอมให้ผู้ชายที่พึ่งจะพากันมาเดตตั้งแต่วันแรกได้ถูกเนื้อต้องตัวมากถึงเพียงนี้ ถึงแม้ว่าการเดตครั้งนี้มันจะเป็นการเห็นดีจากบิดาของเธอเองก็เถอะ แต่อย่างไรเสียบุรารีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงไม่ได้แล้ว เขาคงทนนั่งรออยู่ในรถแบบนี้อีกต่อไปไม่ไหว คงต้องขอตามเข้าไปดูจนถึงข้างในเสียหน่อยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เพราะถ้าเผื่อว่าข้างในมันเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เขาจะได้ถือโอกาสพาตัวบุรารีออกไปจากที่นี่ได้ทันจากตอนแรกที่ทำเพียงแค่แอบขับรถตามมาอย่างไกลๆ ไปๆมาๆ ดรัณภพก็พาตัวเองเข้ามายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและเสียงเพลงดังสนั่นเป็นที่เรียบร้อย พอเดินเข้ามา ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งสายตาก็สอดส่องหาบุรารีอย่างว่องไว แต่มองหายังไงก็ยังไม่เจ
เสียงครางแหบพร่าและต่ำทุ้มที่ดังเล็ดลอดออกมาจากคนที่กำลังนั่งเงยหน้าและหลับตาพริ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้แต่ก็แอบปนความพออกพอใจให้บุรารีอยู่ไม่น้อยดรัณภพกำลังเสียว ลำเอ็นท่อนโตของเขาแข็งเกร็งจนเกิดเส้นเลือดปูดโปนคับไปทั้งปากนุ่ม แม้ว่าบุรารีจะอยากเงยหน้าขึ้นมาชำเรืองมองหลายต่อหลายหน แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กดศรีษะของเธอให้มุดต่ำลงไปจนแทบจะมิดด้ามทุกที"เมื่อยปากหน่อยนะ พอดีว่าของพี่ใหญ่"ไอ้หมั่นไส้น่ะเธอก็หมั่นไส้จริงๆ แต่บุรารีก็เถียงออกไปไม่ได้ว่าสิ่งที่ดรัณภพพูดมานั้นมันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่..เขา 'ใหญ่' เธอไม่เถียง ส่วนตัวเธอไม่รู้หรอกว่าขนาดของผู้ชายคนอื่นที่ว่าใหญ่นั้นมันจะสักแค่ไหน แต่จากที่ประเมินได้ทางสายตาและนำขนาดไปนึกเทียบกับพระเอกในหนังผู้ใหญ่ที่เคยดูมา ทั้งขนาดของไซส์และสีผิวของดรัณภพนั้นงดงามราวกับพวกฝรั่งอะไรไปทางนั้นถามจากส่วนลึกว่าเธอรู้สึกพอใจไหมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ บอกเลยว่าพอใจมาก แต่การกระทำและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างหากที่เธอไม่พอใจสิ่งที่ดรัณภพทำกำลังสร้างความสับสนและไม่พึงพอใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนอยากผลักไสเธอมาตลอด ก็ตอนนี้
หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อคิณก็ถือโอกาสขออนุญาตเจ้าสัวมีชัยพาบุรารีออกไปเที่ยว โดยอ้างว่าวันนี้พื่อนเขามีเปิดร้านอาหารกึ่งบาร์แถวๆนี้ จึงอยากขออนุญาตพาบุรารีออกไปด้วยแน่นอนว่าท่านเจ้าสัวเองไม่ได้ขัด ส่วนบุรารีก็ดูเหมือนว่าจะเต็มอกเต็มใจที่อยากจะออกไปกับชายผู้นั้นเสียเหลือเกิน ส่วนคนที่ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะไม่ชอบอกชอบใจเอาเสียเลยก็น่าจะเป็นดรัณภพเสียมากกว่าจังหวะที่บุรารีขอกลับขึ้นไปแต่งตัวและอคิณเองก็ยังนั่งคุยกับท่านเจ้าสัวและบุรินทร์อยู่บนโต๊ะอาหาร คนที่กำลังร้อนอกร้อนใจไม่อยากให้บุรารีออกไปจึงทำทีว่าขอตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาโกหก เป้าหมายของเขาคือห้องที่อยู่บนชั้นสองของคฤหาสน์หลังนี้ต่างหาก ดรัณภพแอบเดินย่องขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ผ่ามือใหญ่จะบิดไปตรงลูกบิดประตูห้องที่เป็นเป้าหมายและมันก็ถูกเปิดออกอย่างง่ายดายและกดล็อกสายตามองไปตามทางที่มีเสียงน้ำไหลดังออกมาจากห้องน้ำ ก่อนต้นขายาวๆจะก้าวพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้องเพื่อรอจังหวะ ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ดรัณภพก็รีบลุกก้าวเดินไป แน่นอนว่าพอบุรารีเปิดประตูออกมาก็ได้แต่ตกใจและทำ
แม้ว่าจะถูกบุรารีสั่งว่าให้เว้นระยะห่างจากเธอนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปแล้ว หากแต่ดรัณภพก็ยังคงทำเป็นเหมือนทองไม่รู้ร้อน วันทั้งวันนั้นเขายังคงปักหลักอยู่ในคฤหาสน์แบบไม่ยอมที่จะออกไปไหน อยู่รอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมายในตอนเย็น เพื่อรอแขกที่เจ้าสัวมีชัยนัดให้เดินทางมาถึง"อ้าวดิม ไปไงมาไงถึงได้มาที่นี่ได้" บุรินทร์ทักขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นว่าดรัณภพนั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟารับแขก"พอดีท่านเจ้าสัวเรียกเข้ามาคุยเมื่อตอนกลางวัน แล้ววันนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องไปทำที่ไหน ก็เลยว่าจะอยู่ขอกินข้าวเย็นด้วยน่ะ""หึ แล้วคุณพ่อเรียกนายมาคุยเรื่องอะไรล่ะ ใช่เรื่องที่ยัยแบมก่อเอาไว้หรือเปล่า" บุรินทร์ถามคนที่โตมาด้วยกันจนถือว่าเป็นดั่งคนในครอบครัวยิ้มๆ เมื่อพอที่จะคาดเดาถึงเรื่องที่น้องสาวของตัวเองก่อเอาไว้ได้"ก็ตามนั้นแหละ แต่คราวนี้ท่านเจ้าสัวอยากที่จะลงโทษแบมด้วย ก็เลย...""คิดจะหาแฟนให้ยัยแบม""อื้ม แกเองก็คงรู้แล้วใช่ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร""คุณพ่อบอกฉันแล้ว ทีนี้แกก็เลยต้องมานั่งเศร้าเป็นหมาหงอย อยู่เพื่อคอยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่อย่างนี้ใช่ไหมวะ" บุรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามเมื่อเห็นหน้าคนที่ทำเป็นเก๊
หลังจากวันนั้นมาบุรารีก็ทำตัวเงียบกริบอย่างที่ว่า โดยเธอไม่คิดที่จะโทรไปตามหาหรือตามมารบกวนให้เขาได้วุ่นวายใจ ตั้งแต่ที่ดรัณภพได้รู้จักเธอมาบุรารีไม่เคยเป็นแบบนี้ กระทั่งรายการการโทรเข้าโทรออกในโทรศัพท์มือถือของเขาที่เคยมีแต่ชื่อเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเงียบสนิทไปอย่างน่าใจหาย มันเงียบเกินไป จนดรัณภพเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ ยิ่งหลังจากนั้นมาอีกแค่ไม่กี่วันก็มีข่าวออกตามมาจริงๆ ว่าคุณหมอสาวลูกสาวทายาทเจ้าของโรงพยาบาลดังก่อเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกลางห้าง เจ้ามีชัยจึงได้เรียกขอให้เขาเข้าไปหา"ฉันต้องขอโทษดิมมากด้วยจริงๆที่คราวนี้ยัยแบมก่อเรื่องรุนแรงจนหน้าอับอาย ลูกสาวฉันอายุอานามตั้งขนาดนี้ หน้าที่การงานก็มีแต่กลับมาทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวและวงศ์ตระกลูเสียหาย""ไม่เป็นไรครับ""แล้วนี่แฟนดิมเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า บาดเจ็บอะไรตรงไหน""ลินไม่ได้เป็นอะไรมากครับท่าน แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น""อื้มเอาเถอะ งั้นต่อไปนี้ทั้งดิมและแฟนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เห็นทีว่าเรื่องยัยแบมฉันคงต้องหาทางจัดการให้เด็ดขาด ที่ผ่านมาทุกคนตามใจยัยแบมมามากเกินไป จนทำให้ยัยแบมเสียนิสัยแบบนี้""คุณท่านหมายความว่า