หลิงอวี๋เข้าใกล้เซียวหลินเทียน แต่กลับดูเงอะงะ กระโปรงของนางพันกันโดยไม่ได้ตั้งใจ นางเซถลาทิ้งตัวลงบนเท้าของเขา คิดที่จะส่งตัวเองเข้าในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง? หลิงอวี๋ใช้อุบายนี้หลายครั้งตั้งแต่เซียวหลินเทียนกลับมาเมืองหลวง! พฤติกรรมของนางผู้นี้ทำให้เขาคิดว่านางเปลี่ยนไปแล้ว แต่เขาไม่คาดคิดว่านางจะยังน่าขยะแขยง! เขาไม่ควรเชื่อเลยว่า นางจะช่วยเฮยจื่อได้จริง! เซียวหลินเทียนโกรธจนอยากจะเตะนางออกไป ทว่าเขาไม่สามารถขยับเท้าได้เลย เขากำลังจะเรียกชิวเฮ่าเข้ามา ก็ได้ยินเสียงแหบแห้งของหลิงอวี๋เอ่ยออกมา “ท่านอ๋อง ท่านเหนื่อยเกินไปแล้ว พักผ่อนเถอะ...” สองขาของเซียวหลินเทียนนั้นไม่มีความรู้สึก ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าตอนที่หลิงอวี๋แกล้งล้มลง เข็มฉีดยาในมือได้ฉีดยาสลบเข้าที่ขาของเขาแล้ว จนรู้สึกว่าการมองเห็นค่อย ๆ มัวลง…“คนชั้นต่ำ เจ้าทำอะไรข้า...” เซียวหลินเทียนตระหนักได้ทันทีว่า มีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ประมาทเกินไปจนตกลงไปในแผนของคนชั้นต่ำนี้! วินาทีต่อมา เซียวหลินเทียนก็ตกอยู่ในความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด... เซียวหลินเทียนหมดสติ หลิงอวี๋ช่วยพยุงเขาขึ้นรถเข็น
“เข้ามา...” เซียวหลินเทียนเมื่อเห็นหลิงอวี๋กระอักเป็นเลือดออกมาก็ไม่ได้หายโกรธ! คนชั้นต่ำนี่ท้าทายความอำนาจของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า และเขาจะไม่ให้โอกาสนางอีกต่อไป! เมื่อได้ยินเสียงคำรามของเซียวหลินเทียน ลู่หนานและชิวเฮ่าที่อยู่ด้านนอกก็เตะเปิดประตูเข้ามา “จับนางไว้ ลงโทษให้ตาย!” เซียวหลินเทียนจ้องไปที่หลิงอวี๋ด้วยดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ชิวเฮ่าคิดว่าเฮยจื่อถูกหลิงอวี๋รักษาจนตายแล้ว ดังนั้นเขาจึงชักมีดออกมาแล้วพุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธ “ท่านอ๋อง กระหม่อมบอกแล้วว่าไว้ใจนางไม่ได้… กระหม่อมพูดถูกแล้ว! กระหม่อมจะฆ่านางเพื่อล้างแค้นให้เฮยจื่อ!” “เฮยจื่อตายแล้วหรือ?” เมื่อเซียวหลินเทียนได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ่งเสียใจมากขึ้น กัดฟันแล้วเอ่ยออกมา "เช่นนั้นก็สับนางให้เป็นชิ้นซะ!" นี่คือราคาที่เขาต้องจ่ายจากการเชื่อคำโป้ปดของหลิงอวี๋... เฮยจื่อถูกผู้หญิงคนนี้ฆ่าตายแล้ว! “ช้าก่อน... ใครบอกว่าเฮยจื่อตายแล้ว” หลิงอวี๋กระอักเลือดออกมา แล้วตะโกนอย่างร้อนรน น่าเสียดายที่เซียวหลินเทียนกำลังโกรธจัด และเมื่อเขาได้ยินเสียงที่น่าเกลียดของนางแล้ว เขาก็อยากจะหั่นนางให้เป็นชิ
แต่ความอัปยศอดสูนี้ยังไม่หมดสิ้นไป ดูเหมือนว่า แม่นมสอพลอนั่นจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับชิวเฮ่า เมื่อครู่นี้ชิวเฮ่าถูกหลิงอวี๋เยาะเย้ยมาหลายครั้ง เขาเต็มไปด้วยความโกรธจนไม่มีโอกาสระบายออกมา บัดนี้โอกาสมาถึงแล้ว! "แม่นมเกา มีอะไรให้กินบ้าง เอาออกมาหน่อย!" ชิวเฮ่ายิ้มออกมาอย่างมุ่งร้าย "พวกเราใจดี ก่อนที่จะส่งนางไปนั้น จะต้องให้นางได้เป็นผีที่กินอิ่มแล้ว!” "ได้สิ!" แม่นมเกาบิดเอวอ้วนของนางเดินไป หลังจากนั้นไม่นาน นางก็นำหม้ออาหารหมูมาวางตรงหน้าหลิงอวี๋ สิ่งที่ดำ มัน มีกลิ่นเน่า ทำให้หลิงอวี๋อยากจะอาเจียนเมื่อเห็นมัน... ทว่าวินาทีต่อมาชิวเฮ่า ก็จับผมของนางแล้วกดหน้านางลงในหม้อ "กินสิ! กินเข้าไป!" ชิวเฮ่ากดใบหน้าของนางลงไปอย่างโหดเหี้ยม หลิงอวี๋รู้สึกได้เพียงกลิ่นเหม็นเน่าโชยเข้ามาที่ปลายจมูก นางรีบปิดปากแน่น ใบกะหล่ำปลีเน่าและอาหารหมูเปื้อนเลอะเทอะไปทั่วหน้า "อร่อยหรือไม่?" ชิวเฮ่าดึงผมของนางขึ้นมา ใบหน้าของหลิงอวี๋ในตอนนี้เต็มไปด้วยอาหารหมู คาดว่าแม้แต่ท่านเสนาบดีก็จำบุตรตนมิได้! "ฮ่าฮ่า… น่าขันนัก! นี่มันสัตว์ประหลาดน่าเกลียดจากที่ใดกัน!" คนรับใช้ทั้งหม
“สกปรก… ข้าจะล้างให้...”อ่างน้ำเย็นราดบนร่างของหลิงอวี๋อย่างกะทันหัน และนางก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดอย่างประหลาดนั้นอีกครั้ง"หนาว...”นางทั้งหิวทั้งหนาว ม้วนขดตัวเข้าโดยไม่รู้ตัว"พระ...ชายา… ข้าไม่คิดเลยว่าข้า...ข้าจะยังมี… วาส… วาสนาเช่นนี้!"ปากเบี้ยวเดินเข้ามาหาหลิงอวี๋พร้อมน้ำลายไหลฟันที่ดำสนิทของเขากระจายกลิ่นเหม็นจากปาก ทำให้หลิงอวี๋ได้สติขึ้นมา!นางยังคงอยู่ในสถานที่บ้าบอแห่งนี้!นางยังไม่ตาย!“ท่านอ๋องมอบ… ท่านเป็นราง… วัลให้กับข้า!”ปากเบี้ยวหรี่ตาลงยิ้มชั่วร้ายให้กับหลิงอวี๋“ขอเพียงแค่ท่าน.. .เชื่อฟังข้า ข้า… ข้าก็จะไม่ฆ่าท่าน!”ก่อนที่หลิงอวี๋จะสลบไปนั้น จำได้เพียงว่า ชิวเฮ่าไม่หยุดที่จะกดตนเข้าไปยังถาดอาหารหมู...เมื่อได้ยินคำนี้เข้า นางก็คิดว่าเซียวหลินเทียนมอบตนเองเป็นรางวัลให้กับชายอุจาดนี้จริง ๆ !หลิงอวี๋โมโหเสียจนเลือดเดือดพล่านอารมณ์โศกเศร้าเสียใจปะทุเข้ามาในใจ!คนเราจะสามารถเลวร้ายถึงขั้นนี้ได้เชียวหรือ?หลิงอวี๋อย่างไรแล้วก็เป็นชายาของเซียวหลินเทียน!เป็นภรรยาของเขา!เขาจะมอบเป็นรางวัลให้คนรับใช้เช่นนี้ได้อย่างไร?อีกทั้งยังเป็นสัตว์ประหลา
ไม่ทันแล้ว!หลิงอวี๋ไม่สนใจว่าใครบอกว่าหยุด!นางใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ นำกิ่งไม้ที่เพิ่งจะคว้าเอาไว้ได้กระแทกเข้าไปในดวงตาของปากเบี้ยวอย่างแรงแทบจะเป็นในเวลาเดียวกัน มีดทำครัวในมือของปากเบี้ยวเองก็ฟันลงมาเช่นกันเพียงแต่ว่าหลิงอวี๋จะเร็วกว่าอยู่สองสามวินาที!ปากเบี้ยวรู้สึกเจ็บตาอย่างแรงจนมือสั่น มีดในมือจึงเบี่ยงออกเล็กน้อย ใช้แรงเหวี่ยงลงไปข้างหูของหลิงอวี๋ผมยาวที่คลอเคลียอยู่ข้างหูของหลิงอวี๋ถูกตัดออก!เซียวหลินเทียนเข้ามา มองเห็นภาพฉากนี้เข้าได้พอดิบพอดีเขามาไม่ทันได้พุ่งเข้าไป ทำได้เพียงแค่คำรามอย่างโกรธเกรี้ยว “หยุด!”มีดก็ยังคงเหวี่ยงลงไป!ทันใดนั้นหัวใจของเซียวหลินเทียนแทบจะพุ่งออกมาจากคอ!เขามาช้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ?“อ๊าก… ตาข้า...”วินาทีต่อมา ปากเบี้ยวก็ปิดตาพร้อมร้องครวญครางออกมาหลิงอวี๋ไม่ขยับเขยื้อนใด ดวงตาไร้เรี่ยวแรงจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่ขาวโพลนทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ นั้นดูเหมือนว่าจะห่างไกลจากขอบฟ้า...เซียวหลินเทียนจ้องมองนางด้วยความอึ้งตะลึงเสื้อผ้าขาดวิ่นของหลิงอวี๋เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ขาเรียวยาวถูกเผยออกมาไร้ซึ่งยางอาย… สี่คำนี้ เขาไม่แม
เรือนบุหงาแม่นมลี่และหลิงซินช่วยกันเช็ดทำความสะอาดคราบเลือด และอาหารหมูที่อยู่บนกายของหลิงอวี๋แม่นมลี่เมื่อมองเห็นสภาพที่น่าสังเวชของหลิงอวี๋แล้ว ปวดใจเสียจนน้ำตาร่วงอย่างมิอาจควบคุมได้“พระชายา.... ท่านไปช่วยเฮยจื่อหรอกไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เฮยจื่อฟื้นขึ้นมาแล้ว! แต่เหตุใดท่านถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้เจ้าคะ?”หลิงอวี๋กึ่งหลับกึ่งฝัน นางได้ยินคำของแม่นมลี่ แต่ไม่อาจตอบกลับได้นางเหนื่อยเกินไป แค่อยากจะนอนหลับให้สบาย“ท่านแม่ ข้าจะเป่าให้ท่านขอรับ!”เสี่ยวเมาน้ำตาไหลริน คลานมายังขอบเตียงแล้วจ้องมองหลิงอวี๋เซียวหลินเทียนยังไม่เข้าไปในห้อง นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์จ้องมองยังพวกเขาไป๋สือเอ่ยออกมาเสียงเบา “กระหม่อมได้จัดยารักษาภายนอกให้กับหลิงอวี๋แล้ว และเขียนใบเทียบยาไว้ให้ อีกประเดี๋ยวให้หลิงผิงต้มยาให้นาง… นางจะไม่ตายพ่ะย่ะค่ะ!”เซียวหลินเทียนพยักหน้า นำลู่หนานจากไปเสี่ยวเมาจ้องยังเบื้องหลังของพวกเขาอย่างเกลียดชัง มือเล็กกำหมัดแน่นท่านแม่ถูกพวกคนร้ายเหล่านี้ทุบตีจนกลายเป็นเช่นนี้ เมื่อเติบใหญ่จะต้องแก้แค้นให้กับท่านแม่ให้จงได้!……ชิวเฮ่าคุกเข่าอยู่ในเรือนข
"น่องไก่เคเอฟซี แฮมเบอร์เกอร์แมคโดนัล... อยากกินทั้งหมดเลย!"หลิงอวี๋หิวท้องร้อง ในฝันกำลังกดโทรศัพท์มือถือสั่งอาหารเดลิเวอรีจู่ ๆ รู้สึกเจ็บที่กราม เจ็บจนรู้สึกตัวขึ้นมาเสียใจจนอยากจะร้องไห้!ทั้งเบอร์เกอร์และน่องไก่ของเธอกำลังบินจากไปแล้ว...“พระชายา ทาสผู้นี้รอให้ท่านกินยาอยู่นะเจ้าคะ!”มือที่เอื้อมมาบีบคางอย่างแรงเจ็บจนหลิงอวี๋ได้สติขึ้นมาชามดินเผาที่มีน้ำแกงยาถูกกรอกใส่ปากของนาง และยาถูกเทเข้าปากของนางอย่างแรงหลิงอวี๋เห็นใบหน้ายิ้มแปลกๆ ของหลิงผิงได้อย่างชัดเจน และในขณะเดียวกัน ประสาทรับรสที่เฉียบแหลมของนางก็ตรวจพบบางอย่างผิดปกติในยา...มันมีสารหนูอยู่ในนั้น!นางยกมือปัดชามยาทิ้งโดยสัญชาตญาณ และคายน้ำแกงยาออกมาเพล้ง!ชามยาตกลงไปที่พื้นและแตกเป็นเสี่ยง ๆจู่ ๆ สีหน้าของหลิงผิงก็เปลี่ยนไป นางจิกผมของหลิงอวี๋อย่างโหดเหี้ยมและตะคอกว่า“เจ้าคิดว่าเจ้ายังเป็นพระชายาผู้สูงส่งอยู่งั้นรึ?”“ข้าป้อนยาเจ้า แต่เจ้าไม่สำนึกบุญคุณ ยังกล้าทำชามยาตกแตก!”“วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย หญิงสารเลวมิรู้จักบุญคุณคน”หลิงผิงตบหน้าหลิงอวี๋ จู่ ๆ หลิงอวี๋ก็ยกมือขึ้นไปคว้าข้อมือของนางทันท
"ท่านแม่!"“ปล่อยเขาซะ!”เสียงของหลินอวี๋และเสี่ยวเมาที่ดังขึ้นพร้อมกันแตกต่างกันก็คือเสียงเล็ก ๆ ของเสี่ยวเมาที่ยังมึนงงอยู่บ้าง เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่น้ำเสียงของหลิงอวี๋นั้นเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งบรรยากาศเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาทำให้แม่นมที่อยู่ใกล้นางตัวสั่นไปหมดโดยไม่รู้ตัว“เสี่ยวเมาไม่ต้องกลัว!”เมื่อเห็นเสี่ยวเมาจ้องมองมาที่นาง หลิงอวี๋ก็ลดรังสีอมหิตลงไปได้บ้างนางยิ้มให้เสี่ยวเมาอย่างอ่อนโยน "พวกเรามาเล่นเกมกันนะ ปิดหู หลับตาไว้ จบเกมแล้วค่อยลืมตานะ!"“ขอรับ ข้าจะเชื่อฟังท่านแม่!”หลิงอวี๋ไม่เคยยิ้มให้เสี่ยวเมาอย่างอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน เสี่ยวเมาหลับตา และเอามือเล็ก ๆ ปิดหูของเขาไว้อย่างเชื่อฟังเชื่อฟังจริง ๆ !หลิงอวี๋พยักหน้าอย่างชื่นชมเมื่อนางหันหน้ากลับไป รอยแผลที่บนใบหน้าน่าเกลียดดูน่ากลัวเป็นพิเศษ และแผ่บรรยากาศเย็นเยียบกดดันออกมา“ข้าบอกให้ปล่อย ไม่ได้ยินรึ?”หลิงอวี๋ยื่นมือชี้ไปที่แม่นมที่กำลังอุ้มเสี่ยวเมา น้ำเสียงของนางเย็นชาราวกับยมทูตจากนรก!"ได้สิ ถ้าเจ้าอยากให้พวกเราปล่อยเสี่ยวเมาไป ก็แค่คุกเข่าลงคำนับให้พวกเราสามครั้ง ไม่สิ... สาม
แม่ทัพเฉิงฟังแล้วก็เผลอยกหมอนขึ้นแนบจมูกโดยมิรู้ตัว เมื่อได้ดม หมอนก็เป็นอย่างที่หลิงอวี๋พูดจริง ๆ ไม่มีกลิ่นใด ๆ ทั้งยังสะอาดหมดจด ไม่มีรอยคราบเหงื่อแม้แต่น้อย"หากหมอนใบนี้มิใช่หมอนที่ฮูหยินเฉิงเคยนอน ก็ต้องมีคนเปลี่ยนหมอนไปแล้ว!"หลิงอวี๋ยิ้มอย่างเย็นชา "หมอนอาจเปลี่ยนได้ แต่ฟูกรองนอนเปลี่ยนมิได้!"ว่าแล้วหลิงอวี๋ก็ปีนขึ้นเตียงพลิกผ้าปูที่นอนด้านบนขึ้น เผยให้เห็นฟูกรองนอนที่อยู่ด้านล่างหลิงอวี๋ชักกริชออกจากเอวตัดฟูกรองนอนออกมาหนึ่งชิ้นนางลงจากเตียง ยื่นให้แม่ทัพเฉิง ท่านแม่ทัพเห็นว่าฟูกรองนอนซึ่งเดิมเป็นสีขาว บัดนี้กลายเป็นสีเหลือง ทั้งยังมีคราบเหงื่อติดอยู่บ้าง"ท่านแม่ทัพเฉิง เชิญทางนี้!"หลิงอวี๋เดินไปที่ข้างหน้าต่างแล้วหยิบขวดแก้วหลายใบออกมาจากพื้นที่มิติ หนึ่งในนั้นมีน้ำยาอยู่หลิงอวี๋นำฟูกที่ตัดออกมาแช่ลงในน้ำยา แม่ทัพเฉิงก็เห็นว่าน้ำยาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง"นี่หมายความว่าอย่างไร?"แม่ทัพเฉิงถามด้วยความประหลาดใจ"น้ำยานี้ข้าปรุงขึ้นเอง สามารถแสดงให้เห็นพิษที่อยู่ในเครื่องนอนได้ ฮูหยินเฉิงถูกพิษจากตะกั่ว ตะกั่วจะทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ และเกิดความเสียหายต่ออว
ส่วนทางด้านอนุภรรยาอีกคนนั้น รูปโฉมมิอาจเทียบอนุภรรยาผู้นี้ได้ เพียงเรียกได้ว่างามพอประมาณอาภรณ์ที่นางสวมใส่ก็มิหรูหราเท่าอนุภรรยาคนนี้ รูปร่างค่อนข้างผอมบาง ผิวพรรณออกคล้ำเล็กน้อย ดูขาดชีวิตชีวาไปบ้าง"พี่หญิงสิง นี่คือเฟิ่งอี๋เหนียง จางอี๋เหนียง!"เฉิงเหล่ยแนะนำให้หลิงอวี๋รู้จักหลิงอวี๋เหลือบมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเฟิ่งอี๋เหนียงคืออี๋เหนียงที่แต่งกายหรูหราผู้นั้น ในใจก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว"พี่หญิงสิง? เสี่ยวเหล่ย นี่คือคุณหนูสิงแห่งสำนักศึกษาชิงหลง ศิษย์ของปรมาจารย์เย่ใช่หรือไม่?"ดวงตาของเฟิ่งอี๋เหนียงพลันฉายแววระแวดระวัง แม้จะหายวับไปในชั่วพริบตา แต่หลิงอวี๋ก็ยังสังเกตเห็นได้อย่างว่องไว"เจ้าค่ะ พี่หญิงสิงบอกว่ามีวิธีรักษาท่านแม่แล้ว จึงได้มาที่นี่!"เฉิงเหล่ยเอ่ยอย่างยินดี"อ้อ คุณหนูสิงทราบหรือว่าฮูหยินของพวกเราถูกพิษชนิดใด?"เฟิ่งอี๋เหนียงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "เมื่อวันก่อนท่านแม่ทัพกลับมาบอกว่าฮูหยินถูกพิษ พวกเราแทบมิอยากเชื่อ คิดว่าเจ้าวินิจฉัยผิดไป!""ฮูหยินเป็นคนจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ ใครจะใจร้ายวางยาพิษฮูหยินได้ลงคอ!""สองวันมานี้ท่านแม่ทัพวุ่นอยู่กั
หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน เย่หรงก็ฟื้นตัวได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อหลิงอวี๋มาเขาอาบน้ำแต่งตัวรอหลิงอวี๋ไว้แล้ว“ข้านำอาหารเช้ามาให้เจ้า กินเสร็จแล้วเราจะออกเดินทางกัน!”เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าใบหน้าของเย่หรงมีสีเลือดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นและเมื่อเห็นว่ารอบ ๆ ตัวเย่หรงไม่มีคนรับใช้ นางจึงเอ่ยถามออกไป “ก่อนหน้านี้มีคนรับใช้อยู่กับเจ้ามิใช่หรือ? หายไปไหนเสียแล้วเล่า?”“ท่านหมายถึงเยวี่ยซานหรือ? เขามิใช่คนรับใช้ของข้า เขาเป็นสหายของข้า เขาอยู่ข้างนอกช่วยข้าจัดการการค้าอยู่!”เย่หรงยิ้มออกมา เขาเองก็เปิดร้านโอสถอยู่ข้างนอกสองแห่งเช่นกัน ที่คิดจะไปจากเมืองหลวงแดนเทพคราวนี้ก็ให้เยวี่ยซานช่วยขายยาให้โดยปกติแล้วเยวี่ยซานจะรับผิดชอบแค่การช่วยเขาจัดการกิจการเท่านั้น จึงมิค่อยมาที่ตระกูลเย่ ดังนั้นแม้แต่เย่ซวินและคนอื่น ๆ ก็มิรู้เช่นกันว่าเขามีร้านค้าอยู่ข้างนอกเย่หรงอยู่ในตระกูลเย่ก็เสียเปรียบไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงมิต้องการคนรับใช้ที่ตระกูลเย่มอบให้ และต้องการที่จะดูแลตนเองหลังจากกินอาหารเช้าที่หลิงอวี๋นำมาให้แล้วเย่หรงก็ออกไปกับหลิงอวี๋หลิงอวี๋คิดว่าเย่หรงได้รับบาดเจ็บ จึงให้หานเหมยเช
เย่ซื่อเจียงมีความรักต่อเลี่ยวหงเสีย ตอนเด็กเย่หรงยังไร้เดียงสามิเข้าใจเรื่องเหล่านี้ แต่ในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ เขามักจะเห็นเย่ซื่อเจียงเข้าไปในห้องของเลี่ยวหงเสียแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคืนแต่ตราบใดที่เย่ซื่อเจียงทำเช่นนี้ ในวันถัดไปเย่หรงก็จะถูกฮูหยินเย่ลงโทษด้วยวิธีต่าง ๆ หากมิบอกว่าเขาทำอะไรบางอย่างผิดแล้วจับเขาขังไว้ในห้องให้หิวโซ ก็จะหาข้อผิดพลาดของเขาแล้วตีเขาต่อมามีอยู่วันหนึ่งมิรู้ว่าเย่ซื่อเจียงไปถูกยั่วยุอะไรมา จึงไปทำลายห้องของเลี่ยวหงเสียจนพังยับเยิน หลังจากนั้นห้องนั้นก็ถูกลงกลอนไว้ แล้วเย่ซื่อเจียงก็มิเคยไปที่ห้องนั้นอีกเลยแต่ฮูหยินเย่ก็ยังมิปล่อยเย่หรงไป เมื่อเย่หรงอายุได้เจ็ดขวบ เย่ซื่อเจียงและเย่ซื่อฝานก็ออกไปซื้อเครื่องยาสมุนไพรกันข้างนอก ฮูหยินเย่ก็สั่งให้คนรับใช้วางยาพิษเย่หรงฮูหยินเย่กังวลว่าท่านผู้เฒ่าเย่จะพบเบาะแส พิษที่วางใส่เย่หรงจึงเป็นพิษที่คล้ายกับโรคฝีดาษ เพราะต้องการจะให้ร่างกายของเย่หรงพังทลายลงอย่างช้า ๆ และในที่สุดก็จะกลายเป็นไม่มีทางรักษาได้เย่หรงนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว พวกคนรับใช้ล้วนกลัวว่าจะติดเชื้อจึงไม่มีใครเข้าใกล้เขา เย่หรงคิดว่าตนเป็นโร
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเย่ซวินเป็นหนี้พนันก้อนโต เป็นเรื่องจริงหรือ?”เย่ซื่อเจียงเอ่ยถามออกไปเย่หรงยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย แล้วเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “บ่อนการพนันมากมายในเมืองหลวงแดนเทพล้วนเปิดโดยสำนักซิงหลัวทั้งนั้น ท่านมิเคยไป จึงมิรู้ว่าบ่อนการพนันมีวิธีการพนันอะไรบ้างกระมัง!”“การทอยลูกเต๋าเป็นเพียงวิธีการเล่นธรรมดา ส่วนการแข่งม้า การเล่นไพ่และอื่น ๆ เป็นวิธีเล่นที่เสียเงินมากที่สุด เมื่ออยู่ข้างในหากท่านใช้เงินมาก ผู้คนในนั้นก็จะเห็นว่าท่านเป็นนายใหญ่ ยิ่งวิธีเล่นระดับสูงก็จะยิ่งเสียเงินมาก!“การสูญเสียเงินหลายแสนในนั้นภายในคืนเดียวมิถือว่าเป็นเงินหรอก! ท่านเข้าไปในนั้นแล้วลองไปถามดู แทบจะไม่มีใครที่มิรู้จักเย่ซวิน! เมื่อรวมเงินที่เขาเป็นหนี้อยู่ครั้งที่แล้ว อย่างน้อยเขาก็ทำกำไรให้สำนักซิงหลัวไปสิบกว่าล้านแล้ว!”หัวใจของเย่ซื่อเจียงจมดิ่งลง แม้ว่าเงินเหล่านั้นจะมิได้มากสำหรับตระกูลเย่ แต่ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มากอยู่ดี เย่ซวินยังหาเงินมิเป็น ก็กล้าใช้เงินราวกับน้ำเช่นนี้แล้วหรือ?“ท่านคิดว่าเป็นครั้งแรกที่เย่ซวินใช้เครื่องยาสมุนไพรปลอมมาหลอกลวงพวกท่านหรือ?”เย่หรงยิ้มเยาะแล้ว
เมื่อองค์หญิงหานเยวี่ยที่ปฏิบัติกับตนราวกับแม่มิช่วยเหลือ หยางหงหนิงก็คิดวิธีที่จะบังคับให้เย่หรงแต่งงานกับตนมิออกแล้วนางพูดออกไปเสียใหญ่โตแล้วด้วย หากถึงเวลาแล้วเย่หรงมิยอมแต่งงานกับตน เช่นนั้นนางจะยังมีหน้าไปเจอผู้คนอีกหรือ?ความคิดนี้ของเย่ซวินเรียกได้ว่าตรงใจนางเลยทีเดียวหยางหงหนิงครุ่นคิดแล้วก็เข้าใจ หากเย่หรงมิเชื่อว่าตนรักเขามากถึงเพียงนั้น เช่นนั้นนางก็จะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า นางต่างหากที่เป็นคนที่รักเขามากที่สุด!หากเรื่องนี้ดำเนินไปด้วยดี นางก็มิเชื่อหรอกว่าเย่หรงจะยังคงมิสนใจตนอีก“เย่ซวิน ข้าให้สองล้านกับท่านได้ ขอเพียงท่านช่วยให้ข้าบรรลุเป้าหมาย เงินเหล่านั้นท่านก็มิต้องคืนหรอก!”หยางหงหนิงเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น “เรื่องนี้ข้าขอฝากให้ท่านจัดการ ท่านต้องช่วยข้าคิดแผนการที่สมบูรณ์แบบ และต้องแน่ใจว่าเย่หรงจะมิตกอยู่ในอันตราย!”“วางใจเถิด ข้าจะช่วยให้เจ้าสำเร็จดังปรารถนาแน่นอน!”เมื่อเย่ซวินได้ยินว่าตนมิต้องคืนเงิน หัวใจก็พองโตด้วยความดีใจ นี่มันหาเงินได้ง่ายเกินไปแล้ว!“เจ้ารอข้าสักสองสามวัน ตอนนี้เย่หรงได้รับบาดเจ็บ มิสะดวกที่จะไปสระเก้ามังกร รอข้าจัดการเรียบร้อยแล้
คำพูดของหยางหงหนิงคือสิ่งที่เย่ซวินกำลังคิดอยู่พอดี แต่เขาจะยอมรับได้อย่างไรเย่ซวินเอ่ยขึ้นมาอย่างมิพอใจทันที “เจ้าพูดไร้สาระอะไร? ข้าจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร! ข้าหวังดีกับเจ้าหรอกนะ!”หยางหงหนิงยิ้มออกมาอย่างดูถูก “ท่านคิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือ? เรื่องที่ท่านใส่ร้ายเย่หรงเมื่อครู่นั้นข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว เย่หรงเปิดโปงคำโกหกของท่าน ท่านจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร!”เย่ซวินโกหกจนเคยชิน จึงเอ่ยออกมาโดยที่สีหน้ามิเปลี่ยนไป “ข้าไม่มีทางปล่อยเขาไปแน่ แต่ข้าก็ไม่มีทางสังหารพี่น้องของข้าเช่นกัน!”“ข้าจะบอกความจริงกับเจ้าแล้วกัน ที่ข้าช่วยเจ้าเช่นนี้ ประการแรกก็เพราะข้ามิอยากให้สิงอวี๋แต่งงานเข้าตระกูลเย่ ก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่าตระกูลข้าเคยบอกกับท่านพ่อของข้าไว้ว่า เขาอยากให้เย่หรงแต่งงานกับสิงอวี๋!”“เจ้าคงเห็นอิทธิพลที่สิงอวี๋มีต่อเย่หรงแล้วกระมัง หากให้สิงอวี๋แต่งงานเข้าตระกูลเย่ พวกเราก็คงจะมิได้มีชีวิตที่ดี!”“ที่ข้าช่วยเจ้ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งด้วย… หงหนิง เมื่อครู่เจ้าได้ยินเย่หรงบอกว่าข้าเป็นหนี้จำนวนหนึ่งหรือไม่? เจ้าให้ข้ายืมสักสองล้านได้หรือไม่ รอเจ้าแต่งงานเข้าตระกูลเย่แล้ว
ขณะที่เย่ซวินกำลังคิดจะไป เขาก็เห็นหยางหงหนิงยืนอยู่ที่เดิมอย่างสิ้นหวัง และพลันใจเต้นขึ้นมาเย่ซวินถึงวัยที่จะแต่งงานแล้ว แต่ฮูหยินเย่หาคู่แต่งงานมาให้หลายครั้ง เขาก็ล้วนมิพอใจเมื่อก่อนเขาก็เคยชอบหยางหงหนิงเช่นกัน แต่อย่างไรสายตาของหยางหงหนิงก็มีปัญหา เพราะนางชอบแค่เย่หรงเท่านั้นนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่เย่ซวินมิชอบเย่หรงเช่นกันตอนนี้เมื่อเห็นว่าหยางหงหนิงยังคงหลงใหลเย่หรงอยู่ เย่ซวินก็ทั้งโกรธทั้งเกลียด เย่หรงมีอะไรดีนัก ถึงได้คู่ควรให้หยางหงหนิงรักอย่างมั่นคงอยู่เช่นนี้!หากคนที่นางชอบคือตน ตนจะมิทำให้นางเสียใจอย่างแน่นอน!“จูเอ๋อร์ เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้าจะคุยกับหงหนิงสักหน่อย!”เย่ซวินส่งเย่จูไปแล้วเดินกะเผลกไปหาหยางหงหนิง“หงหนิง เจ้าจะลำบากไปเพื่ออะไรกัน สายตาของเย่หรงมิได้มีเจ้าแม้แต่น้อย ต่อให้เจ้าทำมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางชอบเจ้า!”เย่ซวินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจหยางหงหนิงจ้องมองเขาด้วยความโกรธ จากนั้นก็หันหลังเดินไปคนที่รังแกเย่หรงผู้นี้ หยางหงหนิงมิสนใจจะพูดกับเขาหรอก“ข้าได้ยินมาว่า เจ้าสาบานไว้ว่าจะให้เย่หรงแต่งงานกับเจ้าภายในหนึ่งเดือน เจ้าทำได้หรือ?
เย่จูเห็นว่าบรรดาพี่น้องทุกคนล้วนคุกเข่าลงหมดแล้ว นางก็คุกเข่าลงอย่างมิเต็มใจเช่นกันเย่ซงเฉิงมองเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงทุ้มลึก “ครอบครัวคืออะไร? คือรากฐานที่พวกเจ้าพึ่งพาในการดำรงชีวิต หากไม่มีรากฐาน พวกเจ้าจะนับว่าเป็นอะไร?”“อย่าได้คิดไปว่าในยามนี้มิต้องกังวลเรื่องกินดื่ม แล้วจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นนี้ไปได้ตลอดชีวิต!"“เย่หมิง เจ้าเป็นพี่ชายคนโต ช่วยท่านพ่อของเจ้าจัดการเรื่องต่าง ๆ หรือว่าเจ้ามิรู้เลยว่ายามนี้ตระกูลเย่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไร?”“หอโอสถไป๋เป่าแห่งเดียวก็สามารถปรามตระกูลเย่ได้จนไม่มีที่ยืนในเมืองหลวงแดนเทพแล้ว มิต้องพูดถึงตระกูลอื่น!”“อีกมินานเมืองหลวงแดนเทพจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ในเวลานี้พวกเจ้ามิคิดที่จะร่วมแรงร่วมใจกันเป็นครอบครัวเพื่อผ่านอุปสรรค แต่กลับคิดที่จะรังแกพี่น้องของตน เช่นนั้นเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น พวกเจ้าจะทำเยี่ยงไร?”“หรือว่าจะมองพี่น้องของตนต่างคนต่างหนีตายกันไป และจากนี้ไปตระกูลเย่ก็จะหายไปจากเมืองหลวงแดนเทพเช่นนั้นหรือ?”เย่หมิงถูกพูดใส่ก็รู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เย่ซงเฉิงพูดมิผิด การปราบปรามที่หอโอสถไป๋เป