ครั้นผู้อาสุโวกล่าวจบ ประหนึ่งนึกอะไรขึ้นได้บ่ายศีรษะไปมองทางเซียวหลินเทียน ยิ้มตาหยีกล่าวคำ“ท่านอ๋องอี้ นี่คือกฎของภัตตาคารจี๋เสียงที่จะลงโทษแขกที่ทานอาหารไม่จ่ายเงิน ท่านพอพระทัยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เซียวหลินเทียนไม่ชอบรอยยิ้มเหน็บแนมนี้ของท่านผังอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงมองไปยังหลิงอวี๋ด้วยความเย็นชาเมื่อหลิงอวี๋เห็นสายตาเขาพลันเข้าใจทันที เจ้าใช้แววตานี้สื่อเป็นนัยว่าเพียงขอโทษนาง เขาก็จะช่วยจ่ายเงินให้ทว่าหัวใจของหลิงอวี๋ล้วนถูกเขาทำให้เยือกเย็นไปแล้ว ไฉนเลยจะรู้สึกซาบซึ้งได้!หลิงอวี๋มิใช่เป็นคนที่โค้งคำนับเพื่อข้าวสารหาถัง!เซียวหลินเทียนต้องการให้นางละทิ้งหลักการของตนเพื่อเงินสองสามร้อยตำลึง แล้วนี่มีสิ่งใดแตกต่างจากท่านผังที่ทำให้นางต้องอัปยศกัน!ในเมื่อเซียวหลินเทียนต้องการแบ่งแยกชัดเจนถึงเพียงนี้ ได้ หากเขาไม่กลัวขายหน้าตำหนักอ๋องอี้ นางหลิงอวี๋ผู้นี้ก็จะไม่หวั่นเกรง!“ข้าจะใช้หนี้เอง ข้าจะคืนเอง!”“พวกเจ้าให้ข้าพบกับท่านเกิ่งเอ้อร์สักหน่อย บอกไปว่าข้ามีธุรกิจจะคุยกับเขา!”“ท่านเกิ่งเอ้อร์ของพวกเรากำลังยุ่งอยู่ มิใช่ว่าผู้ใดอยากคุยธุรกิจกับเขาก็
นางสลัดการเกาะกุมตนของเสี่ยวเอ้อร์ ก่อนจะยกชายกระโปรงขึ้นวิ่งรุดตามไปชั้นบนเพียงตนช่วยชีวิตท่านเกิ่งเอ้อร์ได้ ความอัปยศในวันนี้ก็จะล้างมลทินออกไปได้…หลิงอวี๋เพิ่งวิ่งถึงชั้นสองก็พลันเห็นแม่นมลี่ดึงหลิงอวี๋เอาไว้ หลิงซินยืนอยู่ทางออกใกล้บันไดอย่างพะว้าพะวังครั้นเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงแม่นมลี่มากล่าวปลอบขวัญ “พวกเจ้าไปนั่งรอข้าเถอะ หากอยากกินสิ่งใดสั่งได้เลย!”“พวกเจ้าเชื่อข้า วันนี้พวกเราจะไม่ต้องจ่ายอาหารมื้อนี้สักเฟินเดียว!”เมื่อนางเอ่ยจบก็รีบไล่ตามขึ้นไปแม่นมลี่น้ำตาแทบไหล นางเพิ่งกลับมาก็เห็นหลิงอวี๋จะถูกลากไปประจาน!หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้แต่แรก เมื่อกี้ก็ไม่น่าขอเทียบเชิญกับแม่นมเว่ย ควรจะขอเงินสองสามร้อยตำลึงแค่นี้ก็แก้ไขเรื่องจวนตัวเพื่อคุณหนูได้แล้วเฮ้อ จะมาเสียใจภายหลังก็ไม่ทันแล้ว!“ดูสิ หลิงอวี๋กำลังคุยโวอย่างไม่กระดากอายอีกแล้ว!”ครั้นได้ยินคำพูดนี้เสิ่นจวนที่ยืนอยู่ด้านล่างบันไดก็ลั่นวาจาเย้ยหยันทันใดนางรั้งสายตาไปยังเซียวหลินเทียนแล้วกล่าวคำ “ผู้พี่ เราขึ้นไปดูสักหน่อยเถอะ! หม่อมฉันยังไม่เคยเห็นคนที่ถูกก้างปลาติดคอตายเลยเพคะ!”“อีกทั้งเปี่ยวจิ้วก็ไปแล้วด้วย
เกิ่งเสี่ยวหาวหันหน้ากลับมามองบิดาของตนเอง พบว่าเกิ่งเสี่ยวเหยนิ่งเงียบไปแล้ว เหลือเพียงหน้าอกที่ยังกระเพื่อมแผ่วเบา“เรามาเดิมพันกันเถอะ! ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป ข้าจะช่วยชีวิตท่านพ่อของเจ้า!”“หากข้าทำสำเร็จ เจ้าต้องยอมรับข้าเป็นพี่สาว! แต่หากข้าทำล้มเหลว ข้าจะชดใช้ให้เจ้าด้วยชีวิต!”หลิงอวี๋พบว่าคนสกุลเกิ่งผู้นี้ในแววตาค่อนข้างพอใจ แม้ว่าเขาจะพุ่งปราดมาตรงหน้าตนแล้ว แต่หมัดนั้นกลับไม่เคยโดนนางเลยอีกนัยหนึ่งคือนางอยากสร้างรายได้นั่นเอง ถ้ามีลู่ทางสายนี้ของเกิ่งเสี่ยวหาวคงจะราบรื่นยิ่งความคิดเรื่องยอมรับเป็นน้องชายนี้ก็พลันแวบสว่างเข้ากลางใจทันใด“คุณชายเกิ่ง อย่าฟังนาง! เดิมทีนางมิได้วิชาแพทย์ด้วยซ้ำ! หมอของโรงหมอยังไม่มีวิธี แล้วนางจะมีวิธีทำอะไรได้!” เจิงจื่ออวี้กล่าวดังลั่นครั้นหมอเหวินได้ยินชื่อตนหยิบยกขึ้นก็กระแอมไอเบา ๆ และกล่าวคำ“เรารอหมอหลวงจางดีกว่าเถอะ! ถ้าหมอหลวงไม่มีวิธี เช่นนั้นผู้ใดก็ไม่มีวิธีเหมือนกัน! คงต้องปล่อยไปตามยถากรรมแล้ว!”แต่เกิ่งเสี่ยวหาวกลับจ้องเขม็งไปยังหลิงอวี๋และนางก็กำลังมองเขาอย่างยั่วยุเช่นกัน สายตาทั้งสองประสานกัน“เสี่ยวหาว อย่าเสียแรงเป
ฝูงชนมองไปทางท่านเกิ่งเอ้อร์อีกครั้ง พบเพียงท่านเกิ่งเอ้อร์ไอค่อกแค่กสองสามครั้งและหายใจทางปาก“มา นี่คือลูกอมเย็นสดชื่นเป็นยาอมแก้เจ็บคอ ให้ท่านพ่อเจ้าอมเสีย!”เมื่อเห็นลมหายใจเข้าออกของท่านเกิ่งเอ้อร์ค่อย ๆ สม่ำเสมอ ดังนั้นจึงถอดถุงมือหยิบยาอมแก้เจ็บคอสองสามเม็ดส่งให้เกิ่งเสี่ยวหาวครั้นเกิ่งเสี่ยวหาวเห็นสีหน้าบิดาดีขึ้นเยอะแล้วก็ถอดถุงมืออย่างเชื่อฟัง ก่อนจะแกะยาอมแล้วป้อนเข้าในปากเขาท่านเกิ่งเอ้อร์คว้าตัวเขาไว้ แค่นกล่าวสองคำ “ช่วย… นั่ง!”เกิ่งเสี่ยวหาวรีบคุกเข่าลงทันควัน พยุงเขาขึ้นนั่งหายใจได้ราบรื่นมากแบบนี้ทำให้ท่านเกิ่งเอ้อร์รู้สึกสบายขึ้นเยอะเมื่ออมยาอมแก้เจ็บคอที่หลิงอวี๋ให้ไว้ในปาก ความรู้สึกเจ็บปวดแผดเผาที่ถูกก้างปลาแทงในลำคอก็เริ่มมลายหายไปอย่างช้า ๆเขามองไปยังหลิงอวี๋ด้วยความซึ้งใจ เมื่อครู่เขาพูดไม่ได้เพราะถูกก้างปลาแทงคอ ทว่าก็รู้กระจ่างถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวและเขาก็รู้ด้วยว่าถ้าไม่มีหลิงอวี๋ ตนก็คงสิ้นใจไปธารเหลือง(1)แล้วจริง ๆ“ดียิ่ง… ขอบคุณพระชายาอ๋องอี้...”ท่านเกิ่งเอ้อร์บีบมือเกิ่งเสี่ยวหาวอย่างลึกซึ้งพ่อลูกเกิ่งเสี่ยวหาวมีความสัมพันธ์แน่
วันรุ่งขึ้น หลิงอวี๋กำลังคิดว่าต้องพูดคุยเรื่องธุรกิจกับเกิ่งเสี่ยวหาว นางสั่งให้หลิงเยวี่ยเชื่อฟังแม่นมลี่ จากนั้นก็ออกตำหนักพร้อมกับหลิงซินหลิงซินได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ซื้อใหม่และกำลังถือกระปุกยารักษาแผลที่หลิงอวี๋เตรียมไว้ เดินตามนางออกตำหนักอย่างเบิกบานคราวนี้พอทั้งสองคนมาถึงภัตตาคารจี๋เสียงก็ได้รับการปฏิบัติแตกต่างไปจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิงเสี่ยวเอ้อร์ของร้านคนนั้นก็ไม่เหมือนเมื่อวานแล้ว สีได้หน้าผันแปรใหม่ครั้นเห็นหลิงอวี๋ก็กล่าวอย่างเคารพนบน้อม “พระชายาอ๋องอี้ ท่านมาแล้ว คุณชายน้อยเหลือห้องส่วนตัวไว้ให้ท่านที่ชั้นสามขอรับ!”“ท่านขึ้นไปดื่มชาก่อนเถิด กระผมจะส่งคนไปแจ้งคุณชายน้อยและท่านเอ้อร์เดี๋ยวนี้ขอรับ!”หลิงอวี๋ผงกศีรษะด้วยรอยยิ้มแล้วเดินตามขึ้นไปชั้นสามการตกแต่งของชั้นนี้หรูหราโอ่อ่ากว่าชั้นสองเสียอีก!เมื่อวานหลิงอวี๋วุ่นอยู่กับการช่วยคน ไม่ได้สังเกตให้ละเอียดวันนี้มีเวลาว่างแล้วจึงได้ดูละเอียดถี่ถ้วนหลิงซินสับสนวุ่นใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก สถานที่หรูหราแห่งนี้ทำให้นางรู้สึกประหม่ายิ่งผ่านไปสักพักหนึ่ง เสี่ยวเอ้อร์ก็ยกชาดีกับขนมอบมาหลิงอวี๋ดึงหลิงซินให้นั่งล
สีหน้าของท่านเกิ่งเอ้อร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรออกมาหลิงอวี๋แย้มรอยยิ้ม “ท่านเอ้อร์ ท่านกล้าเปิดบ่อนการพนัน กล้าปล่อยเงินกู้! แต่กลับมิกล้าผูกมิตรกับผู้หญิงคนหนึ่ง! นี่ดูไม่คล้ายนิสัยของท่านเลย!”ท่านเกิ่งเอ้อร์กระแอมไอเบา ๆ พลางพูด “นั่นมันไม่เหมือนกัน พระชายากับข้าต่างก็รู้ดี เรื่องบางเรื่องให้อยู่ได้แค่ในที่ลับ ไม่สามารถให้มาอยู่ในที่แจ้งได้!”หลิงอวี๋พยักหน้า “แต่ผลมันไม่เหมือนกันหรือ? เขาคิดจะจัดการท่าน จะที่ลับหรือที่แจ้งเจ้าก็หนีไม่พ้นหรอก!”“ท่านไม่ให้เสี่ยวหาวไปทำให้ผู้สูงศักดิ์ขุ่นเคือง แต่ผู้สูงศักดิ์คิดจะจัดการท่าน จะไปทำให้ขุ่นเคืองหรือไม่ผลก็ไม่ต่างกัน!”สีหน้าของท่านเกิ่งเอ้อร์เรียบนิ่ง พลางพูด “นี่พระชายากำลังขู่ข้า หรือว่าจะตีสนิทแทนท่านอ๋องเล่า?”“แน่นอนว่าไม่ใช่”หลิงอวี๋โบกมือ พลางยิ้มเย็นชาแล้วพูด “เมื่อวานข้าก็พูดไปแล้ว ว่าเซียวหลินเทียนก็คือเซียวหลินเทียน ส่วนข้าก็คือข้า! หนี้ที่ข้าติดไว้ข้าจะชดใช้คืนเอง!”“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าติดหนี้อยู่มากถึงเพียงนี้ เซียวหลินเทียนไม่เคยสนใจข้าอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของข้ากับเขาก็มิได้ดี ท่านเอ้อร์อย่ามาพูดว่าไม่รู
“ท่านเอ้อร์รวดเร็วดีมาก!”หลิงอวี๋ชอบที่จะคบค้าสมาคมกับคนฉลาดมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าท่านเกิ่งเอ้อร์เข้าใจสิ่งสำคัญที่อยู่ข้างในได้ทันที ก็ยิ่งชื่นชมท่านเกิ่งเอ้อร์นางเอ่ยขึ้นมาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “ท่านเอ้อร์ ข้านั้น ก็มิได้ชอบที่จะเข้าไปอยู่ในเรื่องถูก ๆ ผิด ๆ อะไรเช่นกัน!”“ในเมื่อท่านเอ้อร์ให้ความสนใจ ต่อไปหากมีการคบค้าสมาคมใดที่หาเงินได้ ข้าก็จะร่วมงานกับแค่ท่านเอ้อร์เท่านั้น!”“หากท่านเอ้อร์หลอกข้า! เช่นนั้นเราจะคบค้ากันแค่ครั้งเดียว!”หลิงอวี๋เอ่ยคำพูดที่แฝงความนัย “ข้าหวังว่าเราจะใจเดียวกัน พยายามหาเงินก็เพียงพอแล้ว!”“ย่อมแน่อยู่แล้ว! ข้าเองก็คิดเพียงแค่จะพยายามหาเงินเท่านั้น!”ท่านเกิ่งเอ้อร์เข้าใจความนัยของหลิงอวี๋ จึงยิ้มพลางพยักหน้าขอเพียงไม่เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งภายในราชสำนัก เขาก็ไม่คิดอะไรให้มากเรื่องหรอก!“เช่นนั้นเรามาพูดกันให้ชัดเลยแล้วกัน นี่คือตำรับโอสถ!”“ท่านเอ้อร์ไปลองสรรพคุณโอสถ หลังจากแน่ใจว่าจะร่วมงานกันแล้ว เสี่ยวหาวก็ไปรวบรวมเครื่องยาสมุนไพรตามตำรับ แล้วค่อยเลือกสถานที่หนึ่งเพื่อเตรียมผลิตในจำนวนมาก!”หลิงอวี๋เอาตำรับยาที่เขียนไว้แล้วส่งให้
หลิงอวี๋รับจดหมายมา แล้วเปิดออกดู ข้างในมีธนบัตรบาง ๆ อยู่ห้าใบทันทีที่นางหยิบออกมาดู ก็รู้สึกเจ็บที่ปลายจมูก คิดไม่ถึงว่ามันคือเงินห้าหมื่นตำลึงเงิน!นึกถึงภาพที่เกิ่งเสี่ยวหาววิ่งเข้าไปแล้ววิ่งออกมา หลิงอวี๋ก็รู้เลยว่าเกิ่งเสี่ยวหาวเป็นคนใส่เข้าไป!เขากลัวว่าถ้าให้ต่อหน้าแล้วนางจะไม่รับ จึงได้หาข้ออ้างเอาของกินให้ลูกชายนางแล้วใส่มาให้นางน้องชายผู้นี้นี่… เหตุใดจึงได้จริงใจกับตนเองเยี่ยงนี้นะ!หลิงอวี๋ซึ้งใจจนอยากจะร้องไห้!น้องชายผู้นี้ นางมิได้ถูกเอาเปรียบเลยจริง ๆ !ในชั่วพริบตา ความโกรธที่หลิงอวี๋มีต่อท่านเกิ่งเอ้อร์ที่กังวลต่อตัวตนของนาง และไม่ยอมให้เกิ่งเสี่ยวหาวเรียกนางว่าพี่นั้นก็พลันหายไป!นี่นับว่าเป็นความจริงใจแรกนอกจากแม่นมลี่ หลิงเยวี่ย และหลิงซินที่นางได้รับตั้งแต่ที่มาถึงในโลกนี้เลย!หลิงอวี๋แอบสาบานในใจว่า นางจะต้องทำดีกับเกิ่งเสี่ยวหาวให้มากยิ่งขึ้นอีก!เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือในยามยากนี้!เซียวหลินเทียนกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว กำลังสูดอากาศอยู่กับลู่หนานในสวน แล้วก็เห็นหลิงอวี๋ยกหีบมาเดินเข้ามา“นี่คือมรดกของท่านอ๋อง! รับไปสิเพคะ!”หลิงอวี๋ก็ไม่พูดพร
พี่น้องตระกูลเย่เปิดอกคุยกัน การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาทำให้ท่านผู้เฒ่าเย่มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างไรเสียก็มิอาจหลีกหนีจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้ เช่นนั้นเชื่อฟังพี่ใหญ่เถิด สนับสนุนหลิงอวี๋อย่างเต็มที่!หลิงอวี๋มิรู้เรื่องนี้เลย วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางไปยังภูเขาหมางหลิ่งพร้อมกับฉินซานและคนอื่น ๆเซียวหลินเทียนได้โอกาสที่จะร่วมเดินทางไปกับหลิงอวี๋ จึงมาแต่เช้าตรู่ครั้งนี้ไม่มีจ้าวหรุ่ยหรุ่ยและคนอื่น ๆ มาขัดขวาง พวกเขาจึงเดินทางมาถึงหน้าผานั้นในวันเดียวกันหลิงอวี๋กำลังจะให้เซียวหลินเทียนและคนอื่น ๆ ช่วยตัดเถาวัลย์มาถักเป็นบันไดเชือกปีนลงไป เซียวหลินเทียนก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “จะทำเรื่องยุ่งยากไปไย ดูข้า!”เซียวหลินเทียนลูบหม้อมังกรศักดิ์สิทธิ์ มิถึงสิบวินาที เสือปีกกาฬก็กระโจนขึ้นมาจากใต้หน้าผาหลิงอวี๋มองดูอย่างตกตะลึง ผ่านไปเพียงมินานเสือปีกกาฬก็เติบโตขึ้นมาก ปีกทั้งสองข้างแข็งแรง เมื่อกางออกก็ยาวถึงสองเมตรกว่า“นี่เป็นเพราะโอสถสร้างรากฐานปราณที่เจ้าให้!”เซียวหลินเทียนยื่นขวดโอสถเสริมพลังวิญญาณให้หลิงอวี๋ “เจ้าป้อนมันเองเถอะ ต้องการสมุนไพรอะไรก็บอกมัน ให้มันไปเก็บให้!”นางเคยให
สีหน้าของท่านผู้เฒ่าเย่ซีดเผือด เขาเข้าใจพี่ชายของตนดี หากมิใช่เรื่องที่สำคัญร้ายแรง เขาจะมิพูดจาให้ตื่นตระหนกตามที่เย่ซงเฉิงพูด แม้ว่าตนจะส่งลูกหลานของตระกูลเย่ไปแล้ว พวกเขาก็มิอาจรอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้!“พี่ใหญ่ เรื่องนี้ไม่มีทางแก้ไขเลยเชียวหรือ?”ท่านผู้เฒ่าเย่ถามอย่างร้อนรน “ฝูไห่มิตาย หลงอี้ก็อาจจะยังมิตาย หากพวกเราร่วมมือกับตระกูลอื่น ๆ จะต้องสามารถสังหารฝูไห่ได้แน่!”ท่านผู้เฒ่าเย่พูดไปก็เริ่มมิมั่นใจ มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของหลงอี้ก็ปรากฏออกมาแล้ว เขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร!เย่ซงเฉิงยิ้มเยาะอย่างเย็นชา “สองวันมานี้ ข้าและเจ้าสำนักศึกษาจินได้ไปเยี่ยมเยียนผู้อาวุโสของตระกูลต่าง ๆ หลายตระกูล พวกเขาก็เหมือนกับท่าน มิเชื่อคำพูดของเรา!”“แดนเทพสงบสุขมาหลายร้อยปี คนที่มองการณ์ใกล้เหล่านี้ต่างก็คิดว่าเราสองคนกำลังพูดจาให้ตื่นตระหนก!”“มหาเทพหลงก็มิไว้วางพระทัยข้าเหมือนเมื่อก่อน คอยแต่ถามข้าว่ามียาอายุวัฒนะที่ทำให้เป็นอมตะหรือไม่ พระองค์เองก็อยากจะมีชีวิตอยู่หลายร้อยปีเหมือนหลงอี้!”เย่ซงเฉิงส่ายหน้าอย่างนึกผิดหวัง “มีเพียงรอให้อันตรายมาถึงเสียก่อนเท่านั้น พวกเขาจึง
เย่ซงเฉิงกล่าวเสียงขรึม “น้องรอง การต่อสู้ระหว่างฝูไห่ หลงอี้ และหวงฝู่ฉีในครั้งนั้น เจ้าคงเคยได้ยินท่านปู่ของตระกูลเราเล่าให้ฟังแล้ว ในยามนั้นแดนเทพถูกทำลายไปกว่าครึ่ง สุดท้ายต้องใช้เวลาหลายร้อยปีและความพยายามของคนหลายรุ่นจึงได้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้!”“หากฝูไห่ถูกปล่อยตัวออกมา เจ้าลองมองไปรอบ ๆ แดนเทพสิ ยามนี้ใครจะเก่งกาจพอเป็นคู่ต่อสู้ของฝูไห่ได้บ้าง?”ร่างของท่านผู้เฒ่าเย่สั่นสะท้านขึ้นมา เย่ซงเฉิงกลับมาในวันนั้นก็ได้พูดถึงเรื่องนี้กับเขาแล้ว ทว่ายามนั้นท่านผู้เฒ่าเย่มิได้ให้ความสำคัญเขาคิดว่าฝูไห่ก็เหมือนกับหลงอี้ ที่มิอยู่ในใต้หล้านี้แล้วยามนี้เย่ซงเฉิงพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ท่านผู้เฒ่าเย่จึงถามด้วยเสียงสั่นเครือ “หรือว่าฝูไห่ยังมีชีวิตอยู่?”เย่ซงเฉิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ยามนั้นเขาเพียงแค่ถูกหลงอี้และหวงฝู่ฉีสะกดไว้ใต้ภูเขาหิมะ ถูกแช่แข็งไว้!”“แต่สองวันมานี้ข้าได้สอบถามจากผู้รู้หลายคน พวกเขาต่างก็บอกว่าหากมีโอกาสที่เหมาะสม ผู้ที่ถูกแช่แข็งก็สามารถฟื้นคืนชีพได้!”“น้องรอง ตำหนักปีกเงินก็คือลูกหลานของตระกูลฝูที่นำมหาปราชญ์มาทำลาย ตระกูลจงเจิ้งในยามนี้ก็ร่
เย่หรงเหงื่อชุ่มฝ่ามือไปหมดแล้ว ความคิดของเขาถูกอ่านออกได้ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?“หามิได้ขอรับ ข้าแค่ไปเป็นเพื่อนเสี่ยวชีรักษาฮูหยินเฉิงเท่านั้น!”เย่หรงฝืนยิ้ม “ท่านแม่ทัพเฉิงมิได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดอะไรกับข้า เขาจะเสี่ยงยั่วยุฝ่าบาทเพียงเพราะข้าได้อย่างไร? ท่านปู่ ท่านอย่าคิดมากเลย!”“อีกอย่าง ท่านแม่ทัพเฉิงยังให้เงินเสี่ยวชีสองล้านตำลึงเป็นค่าตอบแทนในการช่วยชีวิตฮูหยินเฉิงด้วย เขามิได้ติดค้างอะไรพวกเรา!”ท่านผู้เฒ่าเย่ลองตรึกตรองดูก็รู้สึกว่าตนคิดมากเกินไปท่านแม่ทัพเฉิงจงรักภักดีต่อฝ่าบาทมาหลายสิบปี จะเอาชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดมาเสี่ยงเพื่อเลี่ยวหงเสียคนเดียวได้อย่างไร!“เย่หรง แม้ว่าพ่อของเจ้าจะเย็นชากับเจ้ามาหลายปี แต่เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรหลานของตระกูลเย่และมีชื่ออยู่ในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูล มิว่าเมื่อใด ต้องจำไว้เสมอว่าเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเย่ อย่าได้ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อตระกูลเย่เป็นอันขาด!”ท่านผู้เฒ่าเย่กำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ข้าทราบขอรับ!”เย่หรงยิ้มรับ “ท่านปู่ เสี่ยวชีบอกว่า ท่านมิควรวิตกกังวล ท่านก็อย่าคิดมากเลยนะขอรับ!”“มิต้องพูดถึงเรื่องอื่น ท
เย่หรงและหลิงอวี๋แยกกัน เย่หรงก็ตรงไปหาฉินซานที่คฤหาสน์อู่ทันทีเมื่อฉินซานได้ยินว่าอีกฝ่ายขอให้ไปส่งหลิงอวี๋ที่ภูเขาหมางหลิ่ง เขาก็ตอบตกลงโดยมิลังเล“นี่มิใช่เรื่องใหญ่อะไร วางใจได้ พวกเราจะส่งสิงอวี๋ไปที่นั่นอย่างปลอดภัย และพานางกลับมาอย่างปลอดภัย!”เย่หรงเห็นฉินซานเป็นคนมีน้ำใจเช่นนี้ก็นัดหมายเวลากับฉินซาน จากนั้นเขาก็กลับไปบอกหลิงอวี๋เดิมทีหลิงอวี๋ก็คิดว่า เซียวหลินเทียนและคณะย่อมมิปฏิเสธที่จะไปภูเขาหมางหลิ่งกับตน เมื่อเห็นเย่หรงจัดการเรียบร้อยแล้วจึงได้ตัดสินใจออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นทันทีเย่หรงกลับถึงบ้านก็ไปเยี่ยมท่านผู้เฒ่าเย่ท่านผู้เฒ่าเย่อาการดีขึ้นมากแล้ว เย่ซงเฉิงบังคับให้ชายชรานอนพักอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเย่หรงก็ตำหนิว่า“เจ้าได้รับบาดเจ็บ ไยมิพักผ่อนอยู่บ้านให้ดี ออกไปวุ่นวายอะไรอีก?”เย่หรงยิ้ม “เสี่ยวชีหาวิธีช่วยชีวิตฮูหยินเฉิงได้ ข้าจึงติดตามเสี่ยวชีไปรักษาฮูหยินเฉิงด้วยขอรับ!”ท่านผู้เฒ่าเย่ประหลาดใจ “เสี่ยวชีตรวจพบแล้วหรือว่าฮูหยินเฉิงถูกพิษอะไร? นางเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียว!”“ขอรับ เสี่ยวชีมีพรสวรรค์จริง ๆ หากให้เวลาสักหน่อย นางจะต้องประสบความสำเร็จอย่างที
“ใครจะไปตรวจสอบ?”หลิงอวี๋อยากรู้ให้แน่ชัด จะได้ช่วยเลี่ยวหงเสียวางแผนหลบหนีได้อย่างสมบูรณ์แบบ“เจ้าแห่งทะเล มหาเทพหลง!”แม่ทัพเฉิงตกลงจะช่วยแล้วก็หวังว่าหลิงอวี๋จะทำได้สมบูรณ์แบบ และมิทำให้ตนต้องเดือดร้อน“นักโทษที่ถูกขังอยู่ในคุกน้ำล้วนเป็นพวกที่มีความผิดร้ายแรง ยกเว้นเลี่ยวหงเสีย! นางถูกจับเข้าคุกน้ำไปเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ก็มิเคยมีการไต่สวนนาง!”“ช่วงปีแรก เจ้าแห่งทะเลจะไปเยี่ยมเลี่ยวหงเสียปีละครั้ง มิพาองครักษ์ไปด้วย เข้าไปแล้วก็อยู่ที่นั่นถึงสองชั่วยาม!”“เป็นเช่นนี้อยู่ห้าปี หลังจากนั้นเจ้าแห่งทะเลก็ไปเยี่ยมเลี่ยวหงเสียสองปีครั้ง!”ท่านแม่ทัพเฉิงเอ่ยเสียงเคร่งขรึม “ข้าสงสัยว่า เลี่ยวหงเสียมีความลับ เจ้าแห่งทะเลก็ไปเพื่อขุดคุ้ยความลับนี้! แต่เห็นได้ชัดว่าเขามิได้คำตอบสมปรารถนา!”หลิงอวี๋และเย่หรงมองหน้ากัน ทั้งสองต่างมีสีหน้าสงสัยเลี่ยวหงเสียไปรู้ความลับอะไรมา?แม่ทัพเฉิงเห็นสีหน้าสงสัยของทั้งสองคนก็ชี้แนะว่า “เย่หรง ลองคิดถึงชาติกำเนิดของแม่เจ้าสิ!”“ท่านตาเจ้าเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ข้างกายมหาเทพหลง มหาเทพหลงทรงไว้วางพระทัยเขามากกว่ามหาปราชญ์คนปัจจุบันเสียอีก! แต่เมื่อสามสิบ
แม่ทัพเฉิงเดินไปที่โต๊ะหนังสือด้วยสีหน้าตึงเครียด และหยิบตั๋วเงินสองล้านตำลึงออกมาจากลิ้นชัก"เรื่องนี้ข้าจะมิพูดกับใคร พวกเจ้ารับตั๋วเงินไปเถอะ!"เย่หรงมองหลิงอวี๋อย่างผิดหวังเดิมทีคิดว่า หากช่วยชีวิตฮูหยินเฉิงได้ท่านแม่ทัพเฉิงจะยอมยื่นมือช่วยเหลือ ไหนเลยจะคิดว่าท่านแม่ทัพเฉิงกลับปฏิเสธหลิงอวี๋เองก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดดูอีกที หากจะต้องทำให้ท่านแม่ทัพเฉิงและครอบครัวต้องเดือดร้อน นางก็รู้สึกมิสบายใจเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?ในสมองของหลิงอวี๋พลันเกิดประกายความคิด ถามอย่างร้อนรน "ท่านแม่ทัพเฉิง ผู้ที่ถูกขังอยู่ในคุกน้ำ หากตายไปจะจัดการกับศพอย่างไร?"ท่านแม่ทัพเฉิงมองหลิงอวี๋อย่างมิเข้าใจ แล้วเอ่ยว่า "หากมีญาติก็สามารถมารับศพกลับไปได้ หากไม่มีใครมารับศพก็จะนำไปฝังแทน!"หลิงอวี๋ตื่นเต้นขึ้นทันที "ท่านแม่ทัพเฉิง ท่านเข้าพบเลี่ยวหงเสียได้หรือไม่?"มิเพียงแต่ท่านแม่ทัพเฉิง แม้แต่เย่หรงก็ยังตามความคิดของหลิงอวี๋มิทัน หลิงอวี๋คิดจะทำอะไรกันแน่?หลิงอวี๋มองแม่ทัพเฉิงแล้วเอ่ยเสียงเคร่งขรึม "ข้าเคยอ่านเจอในตำราว่า มีสมุนไพรชนิดหนึ่งที่หากกินเข้าไปแล้วคนผู้นั้นจะอยู่ในสภาพเหมื
หลิงอวี๋มาถึงห้องของฮูหยินเฉิง ตรวจชีพจรให้นาง เขียนใบเทียบยาให้ตามอาการ ทั้งยังมอบยาถอนพิษที่ตนปรุงขึ้นหนึ่งขวดให้แก่เฉิงเหล่ย“ยานี้ให้กินวันละหนึ่งเม็ด ส่วนยาตามใบเทียบให้ไปจัดมาต้มวันละหนึ่งเทียบ กินวันละสามครั้ง!”หลิงอวี๋กำชับเฉิงเหล่ยเฉิงเหล่ยพยักหน้า จากนั้นก็ให้บ่าวรับใช้ไปจัดยาตามสั่งทันทีอาการพิษของเฉิงซวี่มิรุนแรงเท่าฮูหยินเฉิง หลิงอวี๋เพียงให้เขากินยาถอนพิษ และดื่มน้ำตามมาก ๆเฉิงซวี่ยังมิรู้ว่าตนถูกพิษ ยังคิดว่าช่วงนี้เหนื่อยเกินไป จึงมีอาการวิงเวียนศีรษะและนอนมิหลับเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากเฉิงเหล่ย เฉิงซวี่ก็หน้าเปลี่ยนสี อยากจะพุ่งไปสังหารเฟิ่งอี๋เหนียงเพื่อแก้แค้นให้ตนและมารดาเรื่องการปลอบโยนเฉิงซวี่ หลิงอวี๋มิได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนในครอบครัวจัดการกันเอง นางกำชับข้อควรระวังกับเฉิงซวี่ จากนั้นก็ไปรอแม่ทัพเฉิงที่ห้องตำราแม่ทัพเฉิงเสียเวลาอยู่นานกว่าจะมา สีหน้าดูมิสู้ดีนักหลิงอวี๋เล่าขั้นตอนการรักษาฮูหยินเฉิงให้ฟัง ท่านแม่ทัพพยักหน้า “คุณหนูสิงรักษาเช่นนี้ ข้าไม่มีข้อโต้แย้ง จัดการตามที่เจ้าว่าเถิด!”“คุณหนูสิง เรื่องในวันนี้หวังว่าเจ้า
เย่หรงยืนดูอยู่ข้าง ๆ ในใจก็รู้สึกสับสนฮูหยินของตระกูลเฉิงจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ แต่กลับถูกอนุภรรยาวางยาส่วนมารดาของตนเป็นอนุภรรยา ตนกลับถูกฮูหยินใหญ่วางยา เรื่องนี้หากจะกล่าวไปก็เป็นเพราะความริษยาและความโลภของตนที่ชักนำให้ก้าวผิดไปทีละก้าวมิใช่หรือ?“ท่านพ่อ ข้ามันเดรัจฉาน ข้าเพียงหลงผิดไปชั่วครู่ ข้ายินดีชดใช้ชีวิตให้ท่านแม่!”เฉิงหมิงกล่าวอย่างแน่วแน่“เฉิงหมิง เจ้าคิดว่าการทำเช่นนี้คือความกตัญญูหรือ?”หลิงอวี๋ส่ายหน้า “เจ้าคิดว่า หากเจ้ารับผิดแทนมารดาของเจ้าแล้ว นางจะยังได้อยู่อย่างสุขกายสบายใจไปตลอดชีวิตหรือ?”“ที่ท่านแม่ทัพเฉิงทำเช่นนี้ก็เพราะมิต้องการปรักปรำคนดี! หากเจ้าต้องการไถ่โทษให้มารดาของเจ้าจริง ต่อไปก็จงดูแลปรนนิบัติฮูหยินเฉิงให้ดี ดูแลน้องชายและน้องสาวให้ดี!”“พิษของฮูหยินเฉิง ข้าสามารถช่วยถอนพิษให้นางได้ แต่ถึงแม้จะถอนพิษแล้ว ร่างกายของนางก็มิอาจกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม! เจ้าเร่งรีบอยากตาย เป็นเพราะต้องการหลีกหนีความรับผิดชอบของตนหรือไร?”หลิงอวี๋เอ่ยอย่างจริงใจ “ตายไปอาจจะจบสิ้นทุกสิ่ง แต่การมีชีวิตอยู่จึงจะสามารถชดเชยความผิดที่มารดาของเจ้าก่อไว้ได้ หากเจ้าต้