แชร์

บทที่ 74

ผู้เขียน: กานเฟย
ฝูงชนมองไปทางท่านเกิ่งเอ้อร์อีกครั้ง พบเพียงท่านเกิ่งเอ้อร์ไอค่อกแค่กสองสามครั้งและหายใจทางปาก

“มา นี่คือลูกอมเย็นสดชื่นเป็นยาอมแก้เจ็บคอ ให้ท่านพ่อเจ้าอมเสีย!”

เมื่อเห็นลมหายใจเข้าออกของท่านเกิ่งเอ้อร์ค่อย ๆ สม่ำเสมอ ดังนั้นจึงถอดถุงมือหยิบยาอมแก้เจ็บคอสองสามเม็ดส่งให้เกิ่งเสี่ยวหาว

ครั้นเกิ่งเสี่ยวหาวเห็นสีหน้าบิดาดีขึ้นเยอะแล้วก็ถอดถุงมืออย่างเชื่อฟัง ก่อนจะแกะยาอมแล้วป้อนเข้าในปากเขา

ท่านเกิ่งเอ้อร์คว้าตัวเขาไว้ แค่นกล่าวสองคำ “ช่วย… นั่ง!”

เกิ่งเสี่ยวหาวรีบคุกเข่าลงทันควัน พยุงเขาขึ้นนั่ง

หายใจได้ราบรื่นมากแบบนี้ทำให้ท่านเกิ่งเอ้อร์รู้สึกสบายขึ้นเยอะ

เมื่ออมยาอมแก้เจ็บคอที่หลิงอวี๋ให้ไว้ในปาก ความรู้สึกเจ็บปวดแผดเผาที่ถูกก้างปลาแทงในลำคอก็เริ่มมลายหายไปอย่างช้า ๆ

เขามองไปยังหลิงอวี๋ด้วยความซึ้งใจ เมื่อครู่เขาพูดไม่ได้เพราะถูกก้างปลาแทงคอ ทว่าก็รู้กระจ่างถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว

และเขาก็รู้ด้วยว่าถ้าไม่มีหลิงอวี๋ ตนก็คงสิ้นใจไปธารเหลือง(1)แล้วจริง ๆ

“ดียิ่ง… ขอบคุณพระชายาอ๋องอี้...”

ท่านเกิ่งเอ้อร์บีบมือเกิ่งเสี่ยวหาวอย่างลึกซึ้ง

พ่อลูกเกิ่งเสี่ยวหาวมีความสัมพันธ์แน่
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 75

    วันรุ่งขึ้น หลิงอวี๋กำลังคิดว่าต้องพูดคุยเรื่องธุรกิจกับเกิ่งเสี่ยวหาว นางสั่งให้หลิงเยวี่ยเชื่อฟังแม่นมลี่ จากนั้นก็ออกตำหนักพร้อมกับหลิงซินหลิงซินได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ซื้อใหม่และกำลังถือกระปุกยารักษาแผลที่หลิงอวี๋เตรียมไว้ เดินตามนางออกตำหนักอย่างเบิกบานคราวนี้พอทั้งสองคนมาถึงภัตตาคารจี๋เสียงก็ได้รับการปฏิบัติแตกต่างไปจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิงเสี่ยวเอ้อร์ของร้านคนนั้นก็ไม่เหมือนเมื่อวานแล้ว สีได้หน้าผันแปรใหม่ครั้นเห็นหลิงอวี๋ก็กล่าวอย่างเคารพนบน้อม “พระชายาอ๋องอี้ ท่านมาแล้ว คุณชายน้อยเหลือห้องส่วนตัวไว้ให้ท่านที่ชั้นสามขอรับ!”“ท่านขึ้นไปดื่มชาก่อนเถิด กระผมจะส่งคนไปแจ้งคุณชายน้อยและท่านเอ้อร์เดี๋ยวนี้ขอรับ!”หลิงอวี๋ผงกศีรษะด้วยรอยยิ้มแล้วเดินตามขึ้นไปชั้นสามการตกแต่งของชั้นนี้หรูหราโอ่อ่ากว่าชั้นสองเสียอีก!เมื่อวานหลิงอวี๋วุ่นอยู่กับการช่วยคน ไม่ได้สังเกตให้ละเอียดวันนี้มีเวลาว่างแล้วจึงได้ดูละเอียดถี่ถ้วนหลิงซินสับสนวุ่นใจจนทำสิ่งใดไม่ถูก สถานที่หรูหราแห่งนี้ทำให้นางรู้สึกประหม่ายิ่งผ่านไปสักพักหนึ่ง เสี่ยวเอ้อร์ก็ยกชาดีกับขนมอบมาหลิงอวี๋ดึงหลิงซินให้นั่งล

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 76

    สีหน้าของท่านเกิ่งเอ้อร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรออกมาหลิงอวี๋แย้มรอยยิ้ม “ท่านเอ้อร์ ท่านกล้าเปิดบ่อนการพนัน กล้าปล่อยเงินกู้! แต่กลับมิกล้าผูกมิตรกับผู้หญิงคนหนึ่ง! นี่ดูไม่คล้ายนิสัยของท่านเลย!”ท่านเกิ่งเอ้อร์กระแอมไอเบา ๆ พลางพูด “นั่นมันไม่เหมือนกัน พระชายากับข้าต่างก็รู้ดี เรื่องบางเรื่องให้อยู่ได้แค่ในที่ลับ ไม่สามารถให้มาอยู่ในที่แจ้งได้!”หลิงอวี๋พยักหน้า “แต่ผลมันไม่เหมือนกันหรือ? เขาคิดจะจัดการท่าน จะที่ลับหรือที่แจ้งเจ้าก็หนีไม่พ้นหรอก!”“ท่านไม่ให้เสี่ยวหาวไปทำให้ผู้สูงศักดิ์ขุ่นเคือง แต่ผู้สูงศักดิ์คิดจะจัดการท่าน จะไปทำให้ขุ่นเคืองหรือไม่ผลก็ไม่ต่างกัน!”สีหน้าของท่านเกิ่งเอ้อร์เรียบนิ่ง พลางพูด “นี่พระชายากำลังขู่ข้า หรือว่าจะตีสนิทแทนท่านอ๋องเล่า?”“แน่นอนว่าไม่ใช่”หลิงอวี๋โบกมือ พลางยิ้มเย็นชาแล้วพูด “เมื่อวานข้าก็พูดไปแล้ว ว่าเซียวหลินเทียนก็คือเซียวหลินเทียน ส่วนข้าก็คือข้า! หนี้ที่ข้าติดไว้ข้าจะชดใช้คืนเอง!”“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าติดหนี้อยู่มากถึงเพียงนี้ เซียวหลินเทียนไม่เคยสนใจข้าอยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของข้ากับเขาก็มิได้ดี ท่านเอ้อร์อย่ามาพูดว่าไม่รู

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 77

    “ท่านเอ้อร์รวดเร็วดีมาก!”หลิงอวี๋ชอบที่จะคบค้าสมาคมกับคนฉลาดมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าท่านเกิ่งเอ้อร์เข้าใจสิ่งสำคัญที่อยู่ข้างในได้ทันที ก็ยิ่งชื่นชมท่านเกิ่งเอ้อร์นางเอ่ยขึ้นมาอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “ท่านเอ้อร์ ข้านั้น ก็มิได้ชอบที่จะเข้าไปอยู่ในเรื่องถูก ๆ ผิด ๆ อะไรเช่นกัน!”“ในเมื่อท่านเอ้อร์ให้ความสนใจ ต่อไปหากมีการคบค้าสมาคมใดที่หาเงินได้ ข้าก็จะร่วมงานกับแค่ท่านเอ้อร์เท่านั้น!”“หากท่านเอ้อร์หลอกข้า! เช่นนั้นเราจะคบค้ากันแค่ครั้งเดียว!”หลิงอวี๋เอ่ยคำพูดที่แฝงความนัย “ข้าหวังว่าเราจะใจเดียวกัน พยายามหาเงินก็เพียงพอแล้ว!”“ย่อมแน่อยู่แล้ว! ข้าเองก็คิดเพียงแค่จะพยายามหาเงินเท่านั้น!”ท่านเกิ่งเอ้อร์เข้าใจความนัยของหลิงอวี๋ จึงยิ้มพลางพยักหน้าขอเพียงไม่เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งภายในราชสำนัก เขาก็ไม่คิดอะไรให้มากเรื่องหรอก!“เช่นนั้นเรามาพูดกันให้ชัดเลยแล้วกัน นี่คือตำรับโอสถ!”“ท่านเอ้อร์ไปลองสรรพคุณโอสถ หลังจากแน่ใจว่าจะร่วมงานกันแล้ว เสี่ยวหาวก็ไปรวบรวมเครื่องยาสมุนไพรตามตำรับ แล้วค่อยเลือกสถานที่หนึ่งเพื่อเตรียมผลิตในจำนวนมาก!”หลิงอวี๋เอาตำรับยาที่เขียนไว้แล้วส่งให้

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 78

    หลิงอวี๋รับจดหมายมา แล้วเปิดออกดู ข้างในมีธนบัตรบาง ๆ อยู่ห้าใบทันทีที่นางหยิบออกมาดู ก็รู้สึกเจ็บที่ปลายจมูก คิดไม่ถึงว่ามันคือเงินห้าหมื่นตำลึงเงิน!นึกถึงภาพที่เกิ่งเสี่ยวหาววิ่งเข้าไปแล้ววิ่งออกมา หลิงอวี๋ก็รู้เลยว่าเกิ่งเสี่ยวหาวเป็นคนใส่เข้าไป!เขากลัวว่าถ้าให้ต่อหน้าแล้วนางจะไม่รับ จึงได้หาข้ออ้างเอาของกินให้ลูกชายนางแล้วใส่มาให้นางน้องชายผู้นี้นี่… เหตุใดจึงได้จริงใจกับตนเองเยี่ยงนี้นะ!หลิงอวี๋ซึ้งใจจนอยากจะร้องไห้!น้องชายผู้นี้ นางมิได้ถูกเอาเปรียบเลยจริง ๆ !ในชั่วพริบตา ความโกรธที่หลิงอวี๋มีต่อท่านเกิ่งเอ้อร์ที่กังวลต่อตัวตนของนาง และไม่ยอมให้เกิ่งเสี่ยวหาวเรียกนางว่าพี่นั้นก็พลันหายไป!นี่นับว่าเป็นความจริงใจแรกนอกจากแม่นมลี่ หลิงเยวี่ย และหลิงซินที่นางได้รับตั้งแต่ที่มาถึงในโลกนี้เลย!หลิงอวี๋แอบสาบานในใจว่า นางจะต้องทำดีกับเกิ่งเสี่ยวหาวให้มากยิ่งขึ้นอีก!เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือในยามยากนี้!เซียวหลินเทียนกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว กำลังสูดอากาศอยู่กับลู่หนานในสวน แล้วก็เห็นหลิงอวี๋ยกหีบมาเดินเข้ามา“นี่คือมรดกของท่านอ๋อง! รับไปสิเพคะ!”หลิงอวี๋ก็ไม่พูดพร

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 79

    สิบกว่าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ววันงานฉลองวันเกิดไทเฮา แขกเหรื่อทุกครัวเรือนที่ได้รับเทียบเชิญ ต่างก็ตื่นแต่เช้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัวกันตรวจดูเสื้อผ้าอาภรณ์ ตรวจดูของขวัญ และเตรียมคำแสดงความยินดีครั้งแล้วครั้งเล่าการได้รับเทียบเชิญอันล้ำค่านี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ไม่มีใครอยากจะทำผิดพลาดเลยแม้แต่น้อยหลังจากตรวจดูครั้งแล้วครั้งเล่าและเตรียมพร้อมแล้ว ผู้ที่ได้รับเทียบเชิญก็ขึ้นรถม้ารีบไปที่ประตูวังงานฉลองวันเกิดปีนี้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ เพื่อป้องกันมิให้มีใครแอบเข้าไป จึงมีการจัดทหารองครักษ์สามกลุ่มคอยเฝ้าระวังอยู่ที่ประตูวังองครักษ์สองแถวซ้ายขวาล้วนสวมหมวกบนศีรษะ ที่ตัวก็สวมชุดเกราะแวววาวใหม่เอี่ยม ที่เท้าสวมรองเท้าบูตยาว และต่างก็ถือดาบไว้ในมือองครักษ์อีกกลุ่มหนึ่ง ในมือจะมีคันธนูและลูกธนู แล้วกระจายกำลังกันอยู่ข้างนอกเมื่อเห็นท่าทางนี้ ลูก ๆ ของขุนนางระดับสูงที่มากับบิดามารดาต่างก็ตัวสั่นด้วยความกลัว พูดจาก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา กลัวว่าจะทำให้องครักษ์เหล่านี้โกรธแล้วต้องเผชิยกับผลที่ตามมาเจิงจื่ออวี้กับเสิ่นจวนลงจากรถม้าก็พบกันเลย ทั้งสองคนรวมตัวกัน แล้วเสิ่นจวนก็เอ่ยถาม

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 80

    ดาบส่องประกายเจิดจ้าเมฆดำอึมครึมเข้าปกคลุมทั้งเมือง...เพียงชั่วพริบตา คนที่รอคอยดูเรื่องสนุกอยู่ด้านนอกวังต่างก็ตกใจจนกลั้นหายใจกันหมด...แม้ว่าจะคาดเดาไว้แล้วว่าหลิงอวี๋จะต้องถูกสกัดเอาไว้ หรืออาจจะถึงขั้นถูกแทงเลยด้วย!แต่พอเห็นภาพนี้กับตา คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกใจจนตัวสั่นอันเจ๋อเองก็ตกใจจนกำมือทั้งสองข้างแน่นเช่นกัน ใจเด้งขึ้นมาถึงลำคอ รู้สึกว่าใจของตนเต้นตุบ ๆๆๆ...ไกลออกไป เซียวหลินเทียนเองก็ชะโงกหน้าอยู่บนรถเข็นไปดูโดยไม่รู้ตัว พลันใจก็เต้นลู่หนานก็ตกใจจนจับตรงที่จับรถเข็นเซียวหลินเทียนแน่นเช่นกัน มือที่กำแน่นนั้นเส้นเลือดแทบจะพุ่งออกมา...มีเพียงชิวเหวินซวงที่ยิ้มอย่างเย็นชาหลิงอวี๋ ครั้งนี้ดูสิว่าเจ้าจะยังตายยากตายเย็นอยู่หรือไม่?ข้าบอกไว้ตั้งนานแล้วว่า หากเจ้าไม่รู้จักความเป็นความตายกล้ามาร่วมงานฉลองวันพระราชสมภพ เจ้าก็จะมาแล้วไม่ได้กลับ!หึ… ข้าพูดไว้ถูกต้องทีเดียว!เสิ่นจวนกับเจิงจื่ออวี้จับมือกันไว้แน่นจนเจ็บ แต่กลับไม่สังเกตเลยสักนิด ได้แต่จ้องดาบพวกนั้นเขม็ง หัวสมองว่างเปล่าไปหมดพระชายาผิงหยางหัวเราะขึ้นมา “หลิงอวี๋คนโง่ คิดไม่ถึงว่าจะยังกล้าเอาเทียบเชิ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 81

    แม่นมเว่ยที่ตามมาติด ๆ วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็เอ่ยขึ้นอย่างจนใจ“ราชองครักษ์ผาง… เมื่อครู่ซุ่ยเอ๋อร์บอกเรื่องข่าวลือกับข้าแล้ว ข้าถึงได้รู้ว่ามีคนกุข่าวลือเช่นนี้...”“เทียบเชิญนี้เป็นของจริง...ไทเฮาทรงพระอักษรมันด้วยพระองค์เอง!”“ข้ากลัวว่าราชองครักษ์ผางจะฟังข่าวลือนั้นแล้วทำให้พระชายาอ๋องอี้ลำบาก ถึงได้รีบออกมาต้อนรับ...”“ยังดี… ยังดีที่ไม่ได้มาช้าไป!”“คิดไม่ถึงเลยว่าไทเฮาจะทรงเชิญพระชายาอ๋องอี้ด้วยพระองค์เอง?”ราชองครักษ์ผางยากที่จะเชื่อ เขารับหน้าที่ผู้บัญชาการทหารองครักษ์มาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นไทเฮาเขียนเทียบเชิญแขกด้วยพระองค์เอง“ใช่! วันนี้ข้ายังเป็นคนที่ส่งเทียบเชิญให้ขันทีด้วยตัวข้าเอง ให้เขาไปเชิญ!”แม่นมเว่ยมองขันทีเซี่ยอย่างตำหนิขันทีเซี่ยก็เอ่ยขึ้นมาอย่างโหดเหี้ยม “ผู้นั้นอ้างว่าตนเป็นแม่นมของพระชายาผิงหยาง บอกว่าพระชายาผิงหยางกำลังรับประทานอาหารกับพระชายาอ๋องอี้ ตอนนั้นข้ารีบกลับวัง จึงให้นางไปโดยไม่ได้ถามให้ละเอียด...”“ไฉนเลยจะคิดว่าข่าวลือเรื่องเทียบเชิญปลอมจะแพร่สะพัดออกไป! รอให้จบเรื่องก่อนแล้วข้าค่อยถามอีกทีว่าใครที่ใส่ร้า

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 82

    มีผู้คนจำนวนมากที่รู้สึกเช่นเดียวกับเจิงจื่ออวี้ พวกเขาทั้งหมดลงเดิมพันว่าหลิงอวี๋จะเข้าไปไม่ได้ แต่คิดไม่ถึงว่านางจะเข้าไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ!เงินน่ะสิ… คนนับไม่ถ้วนอยากจะลงไปร้องไห้กับพื้น!ให้ตายเถอะ แพ้อย่างน่าอนาถเสียจริง!“ฮ่า ๆ … ฮ่า ๆ ...”อันเจ๋อเห็นคนที่อยู่รอบ ๆ ที่วางเดิมพันว่าหลิงอวี๋จะแพ้ดูหน้าเหมือนจะร้องไห้ ก็แค่อยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆแต่กลัวว่าจะไปยั่วโมโหทุกคน เขาจึงทำได้เพียงอดกลั้นไว้มุมปากของคนรับใช้เขาแทบจะฉีกไปถึงหูอยู่แล้ว เป็นดังที่คิด วางเดิมพันตามนายท่าน เดิมพันร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง!ห้าสิบตำลึงกลายเป็นห้าพันตำลึง...โอ้โห ความรู้สึกของการมีเงิน สามารถเอากลับไปซื้อที่ดินให้แม่ได้เลย!“องค์รัชทายาท สายพระเนตรของพระองค์ช่างเฉียบคมนัก! กระหม่อมนับถือยิ่งพ่ะย่ะค่ะ!”อันเจ๋อเหลือบมองเขา “เสี่ยวย่าง เจ้าลงเดิมพันพระชายาตามข้าสินะ? อย่าได้พูดว่าไม่เชียว หากปากของเจ้ายิ้มขึ้นไปอีกก็คงไปแขวนอยู่บนหูแล้ว!”“เหอะ ๆ… ไหนเลยจะได้เยอะเท่าพระองค์ ที่ได้เงินถึงสองแสนพ่ะย่ะค่ะ!”คนรับใช้ไม่กล้าคิดเลยว่าเงินมากขนาดนั้นจะไปกองเต็มห้องกี่ห้อง ชีวิตนี้ต่อให้เป็น

บทล่าสุด

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1966

    ราวกับเป็นการพิสูจน์ว่าตนมิได้โกหก เซียวหลินเทียนยกมือขึ้น จ้าวหรุ่ยหรุ่ยเห็นเพียงแสงสะท้อนจากคมกริชเย็นเยียบวาบผ่านตรงหน้า แล้วใบหน้าก็รู้สึกเย็นขึ้นมาในทันที...กระทั่งเซียวหลินเทียนถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างเยาะเย้ย จ้าวหรุ่ยหรุ่ยจึงได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดบนใบหน้าขึ้นมา แล้วหยดเลือดนับมิถ้วนไหลลงมาตามแก้ม“เซียวหลินเทียน ท่านทำอะไรกับหม่อมฉัน?”จ้าวหรุ่ยหรุ่ยตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนกใบหน้าของนาง?หรือว่าตนจะถูกเซียวหลินเทียนกรีดหน้านับครั้งมิถ้วน เช่นเดียวกับที่ตนทำกับหลิงอวี๋?“ก็ดังที่เจ้าทำกับอาอวี๋… หากเจ้ามิยอมบอกความจริง ก็อย่ามาหาว่าข้าไร้ความปรานี!”เซียวหลินเทียนเอ่ยอย่างดุร้าย “นี่เพิ่งเริ่มต้น หากเจ้ายังมิบอกความจริงอีก ข้าก็จะตัดเนื้อเจ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วป้อนให้เจ้ากินไปเสีย!”เมื่อจ้าวหรุ่ยหรุ่ยเห็นความเกลียดชังเต็มเปี่ยมอยู่ในดวงตาของเซียวหลินเทียน ก็รู้ว่าวันนี้ตนมิสามารถหนีจากการทรมานของเขาไปได้แล้ว!หรือว่าวันนี้ตนจะต้องตายอยู่บนภูเขารกร้างแห่งนี้จริง ๆ?ไม่!นางมิยอม!“หม่อม… หม่อมทำอะไรผิด?”จู่ ๆ จ้าวหรุ่ยหรุ่ยก็ตะโกนขึ้นมา “เซียวหลินเทียน พวกท่านกำลังร

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1965

    แต่มีหรือที่เซียวหลินเทียนจะหลงกลจ้าวหรุ่ยหรุ่ย เขาเข้าสนามรบตั้งแต่อายุยังน้อยมาก แล้วเขาจะมิเข้าใจวิธีการถามคำถามล่อศัตรูเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!“ดูป่าลึกแห่งนี้เถิด ข้างหน้าไม่มีหมู่บ้าน ข้างหลังก็ไม่มีร้านค้า คนที่ร่วมเดินทางมากับเจ้าก็ล้วนหนีไปกันหมดมิเหลือร่องรอยใด ๆ แล้ว!”“จ้าวหรุ่ยหรุ่ย เจ้าคิดว่าข้าจับเจ้าได้แล้ว ข้าจะปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ง่าย ๆ รึ?”เซียวหลินเทียนเอ่ยอย่างเหยียดหยาม“การให้ข้าซักถามเจ้า มิสู้เจ้าสารภาพมาเองว่าเจ้าทำอะไรกับฮองเฮาของข้าไปบ้าง?”“หากเจ้ายอมรับสารภาพดี ๆ มิแน่ว่าข้าอาจเมตตาให้เจ้าตายแบบศพครบถ้วนก็ได้!”หัวใจของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยจมดิ่งลงน้ำเสียงนี้ของเซียวหลินเทียนแสดงให้เห็นว่า เขามิคิดที่จะปล่อยตนไปแล้ว!เช่นนั้นหากตนเอ่ยออกไปก็ต้องตาย มิเอ่ยออกไปก็ต้องตายเช่นกัน แล้วเหตุใดตนจะต้องทำให้เซียวหลินเทียนสมปรารถนาด้วยเล่า!ทันทีที่มุมปากของจ้าวหรุ่ยหรุ่ยกระตุกขึ้นอย่างเย้ยหยัน เซียวหลินเทียนก็เห็นแล้ว“จ้าวหรุ่ยหรุ่ย เจ้ากำลังคิดว่าหากบอกก็ตาย มิบอกก็ตาย แล้วเหตุใดจะต้องบอกใช่หรือไม่?”เซียวหลินเทียนเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “หากเจ้ามีความคิดเช่นนี้

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1964

    “เสือมาแล้ว!”ในตอนที่เซียวหลินเทียนเห็นจ้าวหรุ่ยหรุ่ยพร้อมด้วยคนที่กำลังวิ่งหนีเหล่านั้นมุ่งหน้ามา ที่มุมริมฝีปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่มีความหมายขึ้นมาทันทีก่อนหน้านี้ตนวางแผนให้หานอวี้ล่อลวงให้จ้าวหรุ่ยหรุ่ยมา มิคาดคิดเลยว่าโอกาสจะเข้ามาหาถึงที่เช่นนี้เขามองหาทิศทางที่จ้าวหรุ่ยหรุ่ยวิ่งหนี แล้วก็วิ่งเข้าไปหานางมิรู้ว่าหลิงอวี๋วิ่งหนีไปที่ใดแล้ว ดังนั้นเขาขอจัดการกับจ้าวหรุ่ยหรุ่ยก่อนแล้วค่อยไปตามหานางแล้วกันจ้าวหรุ่ยหรุ่ยวิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนกโดยมิมองทาง แม้ว่านางจะรู้ตัวแล้วว่าเซียวหลินเทียนตามตนมา แต่ก็มิได้ระวังตัว คิดเพียงว่าอีกฝ่ายก็คงหนีเสืออยู่เหมือนกันด้วยจำนวนของเสือนั้นมีจำกัด เมื่อคนที่วิ่งหนีแยกทางกันออกเป็นหลายทาง จึงทำให้ความสนใจของเสือถูกแยกออกไปจ้าวหรุ่ยหรุ่ยวิ่งไปอีกสักพัก เมื่อนางมิได้ยินเสียงคำรามของเสือแล้ว นางจึงถอนหายใจโล่งอกไปได้นางพิงต้นไม้แล้วหายใจพลางหันกลับไปมองอย่างระมัดระวังบุรุษที่ตามตนมาเมื่อครู่ก็หายไปแล้วเช่นกัน เขาคงจะหนีไปทางอื่นแล้วจ้าวหรุ่ยหรุ่ยมองไปรอบ ๆ พยายามแยกแยะทิศทางที่จะออกไปจากป่าทึบนี้แต่รอบ ๆ ล้วนเป็นต้นไม้ใหญ่ส

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1963

    “น้องหญิง เหตุใดมิวิ่งไปเล่า? เสือตามมาแล้ว!”ผู้รอบรู้วิ่งไปก็มองด้านหลังอย่างระแวงไป เขาหันกลับมาเห็นหลิงอวี๋ยืนนิ่งค้างอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ไม่มีทางให้ไปแล้ว!”หลิงอวี๋ชี้ไปข้างหน้า แล้วจู่ ๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามา จึงตะโกนออกไป “พี่ชาย ข้ามีวิธีแล้ว! รีบตามข้ามาเร็วเข้า!”“ท่านเห็นเถาวัลย์หลาย ๆ เส้นที่อยู่ตรงขอบหน้าผาหรือไม่? พวกเราล่อเสือไปที่ขอบหน้าผาแล้วกระโดดลงไป จากนั้นก็คว้าเถาวัลย์เหล่านั้นไว้กันเถิด!”“เถาวัลย์เหล่านั้นแข็งแรงมาก จะต้องรองรับน้ำหนักของพวกเราไว้ได้อย่างแน่นอน!”หลิงอวี๋ยังพูดมิทันจบ เสือก็กระโจนเข้ามาแล้ว และลมที่มีกลิ่นคาวที่มันพามาด้วยก็ทำให้หลิงอวี๋อยากจะอาเจียนออกมาและในความตื่นตระหนกนั้น นางก็รีบกระโดดขึ้นแล้วพุ่งไปที่ขอบหน้าผาอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังห่างอยู่อีกหลายเมตรทีเดียว หลิงอวี๋ยังคงไปมิถึงที่ขอบหน้าผา แล้วเสือก็กระโจนเข้าใส่นาง มันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือด แล้วกัดไปที่คอของหลิงอวี๋“น้องหญิง!”เมื่อผู้รอบรู้เห็นเช่นนั้นก็กรีดร้องออกมา แล้วเหวี่ยงกระบี่ไปที่เสือ เมื่อเสือรู้สึกถึงอันตราย มันจึงเบี่ยงหัวหนีไป ทำให้กระบี่ของผู้รอบรู้

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1962

    “หลีกไป! อย่าบีบให้ข้าต้องลงมือ!”ใบหน้าของเย่หรงมืดมนลง จากนั้นเขาก็ขยับนิ้วแล้วกระบี่ก็โผล่ออกมาจากฝักครึ่งหนึ่งเผยอวี้กับฉินซานเห็นท่ามิดี จึงล้อมเข้ามาด้วยกันเซียวหลินเทียนไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่ หรือว่าเขาจะพบสิ่งผิดปกติอะไร?“อู่เถา บอกให้พี่ชายของเจ้าหลีกทางไปเสีย อย่าบังคับให้ข้าลงมือ!”หลิงอวี๋ก็เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “พวกเจ้าก็เคยเห็นวิชาพิษของข้าไปแล้ว หากมิอยากตายอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ ก็อย่ามายั่วยุข้า!”“พี่ใหญ่…”เถาจื่อมิรู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่เช่นนี้ นางจึงมองไปทางเซียวหลินเทียนอย่างสงสัย“อาอวี๋!”เซียวหลินเทียนกำลังคิดจะเรียกชื่อของหลิงอวี๋ และเปิดเผยตัวตนของตนออกมาแต่ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวุ่นวายดังมา ทั้งยังมีคนส่งเสียงร้องออกมาอีก “รีบหนีเร็วเข้า เสือโกรธแล้ว...”“โฮก… โฮก…”และแทบจะในเวลาเดียวกันนั้น ก็ได้ยินเสียงคำรามของเสือดังมาหลายครั้ง ตามมาด้วยเสียงวุ่นวายที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ“เสือมาแล้ว!”“โฮก...”พวกคนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งเข้ามาทางนี้ พร้อมทั้งเสียงกรีดร้อง“ช่

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1961

    ไม่! มิได้!จะทำให้เรื่องยุ่งเองมิได้!หลิงอวี๋สงบลงในทันที นางมั่นใจในการแปลงโฉมของตนหากคนผู้นี้มั่นใจว่าตนคือคนที่พวกเขาตามหา จะไม่มีทางพูดคำเหล่านี้มาหยั่งเชิงตนเป็นอันขาด!ที่นี่ไม่มีคนนอกอยู่ หากพวกเขาคิดจะลงมือก็คงจะทำไปนานแล้วเห็นได้ชัดว่า ตอนนี้พวกเขาแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้น ก็คล้ายกับการหยั่งเชิงของตระกูลเฉียวที่งานเลี้ยงชมบุปผาของหลงอิงขอเพียงนางมิทำให้เรื่องยุ่งขึ้นมาเสียเอง พวกเขาก็จะไม่มีทางลงมือใด ๆ ในตอนนี้!“นายท่านอู่มีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนัก ข้าแต่งงานแล้วจริง ๆ แล้วก็เคยตั้งครรภ์ด้วย!”“แต่ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นกับสามีของข้า ข้าเสียใจมาก จนลูกมิได้อยู่กับข้าแล้ว...”หลิงอวี๋มองตรงเข้าไปในดวงตาของเซียวหลินเทียน แล้วเอ่ยด้วยท่าทีที่มิได้ถ่อมตนหรือยโสจนเกินไปรูปร่างของสตรีที่เคยตั้งครรภ์มาแล้วนั้นแตกต่างจากสตรีที่ยังมิได้แต่งงานอย่างสิ้นเชิง หลิงอวี๋รู้ดีว่าการปฏิเสธนั้นรังแต่จะเป็นการพิสูจน์ว่าตนกังวลใจ สู้พูดออกมาอย่างเปิดเผยดีกว่าเซียวหลินเทียนจ้องมองหลิงอวี๋อยู่ตลอด เมื่อนางเห็นว่าตนพูดถึงลูกขึ้นมา มือของนางก็สั่นไปเล็กน้อยแต่นี่ก็มิสามารถพิสูจน์ได้ว่

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1960

    มีผู้บำเพ็ญตนที่ขึ้นไปหาสมบัติที่ภูเขาหมางหลิ่งอยู่มากมาย ในตอนแรกเริ่มนั้นเส้นทางที่ขึ้นภูเขายังคงเห็นผู้คนอยู่ แต่เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ผู้บำเพ็ญตนเหล่านั้นต่างก็หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนเยอะ และเข้าไปในป่าทึบเพื่อหาเส้นทางใหม่ที่ตนจะไปตามหาสมบัติ“พวกเราเองก็ไปที่ที่คนน้อยกันเถิด หากอยากเจอสมบัติดี ๆ ยิ่งอยู่สถานที่ห่างไกลก็ยิ่งมีโอกาสเจอสมบัติมาก!”เย่หรงเอ่ยให้กำลังใจทุกคนเซียวหลินเทียนจึงมองไปทางหลิงอวี๋แล้วยิ้มจาง ๆ จากนั้นก็เอ่ยออกมา “คนที่รู้เรื่องเครื่องยาสมุนไพรมากที่สุดในหมู่พวกเราก็คือคุณหนูสิง คุณหนูสิง เจ้าคิดว่าพวกเราควรจะไปอย่างไรดี?”หลิงอวี๋นึกถึงเครื่องยาสมุนไพรในประกาศรางวัล แล้วก็เอ่ยขึ้นมา “จากการเจริญเติบโตของพวกเครื่องยาสมุนไพรราคาสูงที่ข้าตามหาอยู่นั้น มันชอบอากาศเย็นและชื้น พวกเราเดินลึกเข้าไปในป่ากันเถิด!”“ไปตามที่เจ้าว่าเลย!”เซียวหลินเทียนมีข้อสงสัยอยู่ในใจ ยิ่งเขามองสิงอวี๋ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางคล้ายกับหลิงอวี๋น้ำเสียงของเขาจึงมีความตามใจขึ้นมาโดยมิรู้ตัวแต่หลิงอวี๋มิได้รู้สึกถึงสิ่งนั้น นางรู้สึกเพียงว่าสายตาของพี่ชายศิษย์น้องหญิงที่มองตนนั้นดูใ

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1959

    เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าเย่หรงเห็นด้วย จึงมิได้คัดค้านเช่นกันผู้รอบรู้ได้สืบเรื่องภูเขาหมางหลิ่งมาแล้ว มันอันตรายมากจริง ๆ พวกเขามาสำรวจที่นี่เป็นครั้งแรก ดังนั้นหากมีผู้ช่วยเพิ่มก็คงจะปลอดภัยกว่า“ศิษย์พี่หญิง ข้าได้ยินมาว่า เหมียวหยางมีตุ่มน้ำขึ้นตามตัวหนักมาก ส่วนอาจารย์ของเขาก็หมดหนทางจัดการกับพิษนั้นแล้วเช่นกัน ข้าว่ามิต้องถึงสิบวันเขาจะต้องมาขอร้องเจ้าอย่างแน่นอน!”เถาจื่อกับหลิงอวี๋เป็นสตรีเพียงสองคนในกลุ่ม ดังนั้นจึงเดินตามแล้วเดินไปพูดคุยกันไปเซียวหลินเทียนก็กำลังคุยกับเย่หรงอยู่เช่นกันเมื่อคืนนี้เซียวหลินเทียนได้รับข้อมูลของสิงอวี๋มาแล้วจากที่คนของสือหรงไปสืบมาจากหลาย ๆ ทาง ก็พบข้อมูลเกี่ยวกับสิงอวี๋มามิน้อยตัวอย่างเช่นสิงอวี๋กับสิงจั๋วมิใช่พี่น้องกัน!สิงจั๋วเป็นศิษย์ของตำหนักปีกเงินที่ถูกไล่ออกจากตำหนักไป เมื่อสือหรงมั่นใจเรื่องตัวตนของเขาแล้ว จึงมาบอกกับเซียวหลินเทียน“ก่อนหน้านี้เจ้าตำหนักคนก่อนมีศิษย์ที่เป็นเด็กกำพร้าอยู่หลายคนขอรับ เจ้าตำหนักรับเลี้ยงสิงจั๋วผู้นี้มาตั้งแต่เขาอายุได้หกเจ็ดขวบ จวบจนกระทั่งตอนที่เขาจากไปก็มิเคยมีครอบครัวมาตามหาเขาเลย!”“ข้าได้ไป

  • ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา   บทที่ 1958

    หลิงอวี๋หลบไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นนางก็เอ่ยกับบุรุษผู้นั้นอย่างเย็นชา “เห็นแก่ที่เจ้ามิได้ทำอะไรมิดีกับข้า แค่ทำไปตามคำสั่งเท่านั้น ดังนั้นข้าก็จะเมตตาผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นเจ้า!”“หากอยากจะรักษาดวงตาของเจ้า ก็รีบไปหาน้ำมาล้างสักสองสามครั้ง มิฉะนั้นหากตาบอดไปก็มิเกี่ยวกับข้านะ!”บุรุษที่อยู่ตรงข้ามผู้นั้นกำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วแต่หลิงอวี๋กลับเอ่ยอย่างใจเย็น “กลับไปบอกเหมียวหยางว่า อย่าได้หาใครมาตามข้าอีก หากเขามิขอโทษข้าต่อหน้าธารกำนัล และยอมรับว่าเขาเป็นคนทำลายเรือนของข้า ข้าก็จะมิให้ยาแก้พิษกับเขาเป็นอันขาด!”“เขาจะส่งคนมาจับข้าต่อก็ได้ แต่ครั้งหน้าข้าไม่มีทางเมตตาอีกแล้ว!”หลังจากพูดจบ หลิงอวี๋ก็เดินไปดวงตาของบุรุษผู้นั้นเจ็บปวดจนบวมขึ้นมาในทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของสหายตน เขาก็ตะโกนออกไป “รีบพาข้าไปหาน้ำเร็วเข้า ข้ามิอยากตาบอด...”บุรุษที่มาทีหลังเห็นจุดจบของสหายตนแล้วก็มิกล้าไปจับหลิงอวี๋อีก จึงช่วยประคองสหายของตนไปหาน้ำล้างหลิงอวี๋มิได้สังเกตเลยสักนิดว่า บนที่สูงมีบุรุษรูปร่างสูงผอมคนหนึ่งกำลังเฝ้ามองภาพนี้อยู่ทั้งหมด เขาคือสายลับจากตำหนักปีกเงิน ท

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status