ข้อมูลในคำพูดของมู่หรงชิ่งมีมากเกินไปจนทำให้หลิงอวี๋มิสามารถทำความเข้าใจได้ไปสักพัก นางอยากจะเอ่ยถามอะไรอีกแต่ก็ได้ยินเสียงนางรับใช้คนสนิทของมู่หรงชิ่งดังมาจากข้างนอกเสียก่อน“องค์หญิงชิ่ง รีบออกมาเร็วเพคะ พระชายาเว่ยมาแล้ว!”มู่หรงชิ่งมองไปทางหลิงอวี๋อย่างร้อนใจ หลิงอวี๋จึงรีบเอ่ย “เจ้าออกไปก่อนเถิด! วางใจได้ ข้าต้องขัดขวางงานแต่งของเจ้ากับเฮ่อหรงให้ได้! ส่วนเรื่องของหลิงเยี่ยน ข้าจะช่วยให้เสด็จพี่ของเจ้าได้ชี้แจงให้ชัด!”มู่หรงชิ่งมองหลิงอวี๋อย่างลึกซึ้งพลางเอ่ยออกมาอย่างมีความหมาย “พี่หญิงหลิงหลิง พวกเรากับเจ้าต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน!”“ตอนนี้หลิงเยี่ยนข่มขู่เสด็จพี่มิหยุดเลย แล้วก็อาจจะข่มขู่เจ้าด้วย… ตัวตนของเจ้า หากหลิงเยี่ยนรู้เข้าละก็ เช่นนั้นเจ้าต้องรีบคิดหามาตรการรับมือแล้ว!”หลิงอวี๋ใจสั่น หวางซือกับหลิงเสียงเซิงต่างก็รู้เรื่องที่ตนมิใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของหลิงเสียงเซิง หากหวางซือบอกกับหลิงเยี่ยน เช่นนั้นตนก็ต้องรีบคิดมาตรการรับมือไว้จริง ๆ มู่หรงชิ่งไปแล้ว พระชายาเว่ยก็ซื้อชุดที่ถูกใจไปสองสามชุด นางมิได้สงสัยมู่หรงชิ่ง เมื่อเรียกมู่หรงชิ่งแล้วก็ออกไปเลยหลิงอวี๋รอ
ไป๋สั่วมิ่งหยิ่งผยองเช่นนี้ กล้าอวดดีว่าจะเป็นวิญญาณร้ายตามรังควานหลิงอวี๋ หลิงอวี๋ก็มิกังวลแล้วว่านางจะมิโผล่มาขอเพียงติดตามนางไปก็จะต้องเจอหัวหน้าหอเหยี่ยวราตรีที่มิเปิดเผยตัวผู้นั้นแน่นอนหลิงอวี๋จดจำเรื่องของมู่หรงชิ่งแล้วกลับตำหนักอ๋องอี้ไปก่อนเซียวหลินเทียนกำลังรออยู่อย่างร้อนใจ ครั้นเห็นว่าหลิงอวี๋เข้าห้องมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก็รู้เลยว่าหลิงอวี๋พบอะไรบางอย่างมาแล้ว“อาอวี๋ องค์หญิงชิ่งว่าอย่างไรบ้าง?”เซียวหลินเทียนเอ่ยถามอย่างรอมิไหวหลิงอวี๋จึงเล่าสิ่งที่มู่หรงชิ่งบอกมาให้เซียวหลินเทียนฟังเมื่อได้ยินเรื่องของจินโหย่ว เซียวหลินเทียนก็ตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่นหลิงอวี๋รู้เรื่องของจินโหย่วมิมากนัก แต่เซียวหลินเทียนรู้ว่าตอนนั้นจินโหย่วผู้นี้เป็นทหารกล้าที่อยู่ใกล้ชิดจักรพรรดิสูงสุด ว่ากันว่าวรยุทธของเขาแข็งแกร่งมาก ทั้งยังเป็นคนมีปัญญาดีอีกด้วยครั้นเมื่อองค์จักรพรรดิสูงสุดสิ้นพระชนม์ เซียวหลินเทียนยังเด็กอยู่ เขาชื่นชมจินโหย่วผู้นี้มากตอนนั้นจินโหย่วเป็นอาจารย์วิชาวิทยายุทธขององค์ชายเว่ย องค์ชายเว่ยถูกจักรพรรดิอู่อันที่ตอนนั้นยังเป็นองค์รัช
เซียวหลินเทียนครุ่นคิดตาม เขาคิดไปเรื่อย ๆ แล้วความคิดก็มุ่งไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเฮ่อกับค่ายกองทหารเสือเหตุใดตระกูลเฮ่อต้องวางยาพิษจักรพรรดิสูงสุดด้วยเล่า?ตอนนั้นมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?“องค์หญิงใหญ่กับฮองเฮาเว่ยรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่?”เขาคิดแล้วก็ตั้งคำถามออกมาโดยมิรู้ตัวหลิงอวี๋กำลังคิดอยู่ว่าจะช่วยมู่หรงเหยียนซงลบล้างความผิดอย่างไรดี แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินคำถามของเซียวหลินเทียน จึงเอ่ยออกไป“หม่อมฉันยังสงสัยอยู่เลยเพคะว่า องค์หญิงใหญ่กับไทเฮามีความแค้นอะไรต่อกันกันแน่ เหตุใดพระนางจึงไปอยู่ที่อารามจิ้งซือนานหลายปีมิกลับมาเลย?”“เซียวหลินเทียน หม่อมฉันรู้สึกว่า จินโหย่วผู้นี้อาจจะมิได้รู้เพียงแค่สิ่งที่มู่หรงชิ่งบอกพวกเราเพคะ! หากต้องการที่จะรู้รายละเอียดมากกว่านี้ก็ต้องไปหาเขา!”เซียวหลินเทียนยิ้มขมขื่น “อีกมิกี่วันก็จะถึงงานแต่งงานของมู่หรงชิ่งกับเฮ่อหรงแล้ว พวกเรามีเวลาไปตามหาเขามากมายถึงเพียงนั้นที่ไหนกัน!”“เรื่องสำคัญต้องจัดการทันที คิดวิธีขวางงานแต่งงานก่อนเถิด!”หลิงอวี๋พยักหน้าแล้วเล่าเรื่องที่เจอกับไป๋สั่วมิ่งในวันนี้ สุดท้ายก็เอ่ย “พวกเราเตรียมตัวก่
หลิงอวี๋กุมที่ปากแผลไว้แล้วก็ถูกหานเหมยกับเถาจื่อประคองเข้าไปในห้องเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว หลิงอวี๋จึงได้ปล่อยมือ ในมือของนางซ่อนถุงเลือดเล็ก ๆ ไว้หนึ่งถุง เมื่อครู่ก็ถือโอกาสตอนที่ไป๋สั่วมิ่งแทงมาที่นางตั้งใจบีบถุงเลือดให้แตกหลิงอวี๋ได้กลิ่นที่ตนทิ้งไว้ที่ตัวไป๋สั่วมิ่งตั้งแต่ตอนที่นางปลอมเป็นลุงแก่เข้ามาใกล้แล้ว นางใช้แผนซ้อนแผน แสร้งทำเป็นถูกแทงเพราะอยากให้ไป๋สั่วมิ่งภูมิใจสักหน่อยเมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนที่เซียวหลินเทียนกับจ้าวซวนแล้วก็ปี้ไห่เฟิงตามไป๋สั่วมิ่งไป ไป๋สั่วมิ่งจะได้มิสังเกตหานเหมยเอาอาภรณ์สะอาดมาให้หลิงอวี๋เปลี่ยนใหม่ เถาจื่อเรียกสตรีที่รูปร่างพอ ๆ กันกับหลิงอวี๋มาใส่ชุดของหลิงอวี๋ไว้ แล้วแสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บจึงกลับตำหนักอ๋องอี้ไปก่อนหลิงอวี๋แต่งตัวเป็นนางรับใช้ต่ำต้อยหน้าตาอัปลักษณ์แล้วพาหานอวี้ออกไปทางด้านหลังไร่นาสองวันมานี้คนของเซียวหลินเทียนที่แอบปกป้องนางอยู่พบว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่แอบตามสอดแนมหลิงอวี๋อยู่ คนเหล่านี้คือคนของจ้าวเจินเจินตอนที่หลิงอวี๋ได้ยินก็รู้แก่ใจเลยจ้าวเจินเจินจะต้องได้ยินว่า ตนกับไป๋สั่วมิ่งเจอกันแล้วแน่นอน ดังนั้นจึงอยากจะจ
เซียวหลินเทียนไปหารายชื่อและข้อมูลของบ่าวเหล่านั้นมาให้หลิงอวี๋ตามแผนของหลิงอวี๋หลิงอวี๋พอจะคุ้นเคยกับประวัติความเป็นมาของพวกเขาบ้างแล้ว ดังนั้นนางกับหานอวี้จึงแฝงตัวกับกลุ่มของจวนอ๋องหรงที่ออกมาจ่ายตลาดเข้าไปในจวนโดยที่มิดึงดูดความสนใจของผู้ใดเลยพ่อบ้านจวนอ๋องหรงตอนนี้คือเฮ่อเฉียงซึ่งเป็นพ่อบ้านที่ไร่นาของเฮ่อหรง เซียวหลินเทียนไปตรวจสอบเขามาแล้วปีนี้เฮ่อเฉียงอายุสี่สิบกว่า เป็นคนรับใช้ของตระกูลเฮ่อ ตอนแรกเป็นบ่าวติดตามพ่อของเฮ่อหรง มีความจงรักภักดีต่อเฮ่อหรงมากเขาแต่งงานมีลูกแล้ว เฮ่อหยางลูกชายของเขาก็เป็นคนรับใช้ของเฮ่อหรงเช่นกัน ส่วนภรรยาก็ช่วยเฮ่อหรงดูแลไร่นาหลิงอวี๋ดูข้อมูลแล้วก็มิเห็นความพิเศษของเฮ่อเฉียง ทว่าแฝงตัวเข้าไปมิถึงครึ่งวัน นางก็พบมุมที่เก่งกาจของเฮ่อเฉียงแล้ว...หลิงอวี๋กับหานอวี้เข้าไปในจวนอ๋องหรงแล้วแยกกันทำงาน นางไปทำงานในครัวกับสตรีอายุสามสิบกว่าสตรีผู้นี้เป็นแม่ครัวที่จักรพรรดิอู่อันประทานเป็นรางวัลมาให้อ๋องหรง นางสกุลลั่ว นางเห็นหลิงอวี๋เข้ามาช่วยตอนยุ่งกับการซื้อของจึงให้หลิงอวี๋อยู่ด้วยหลิงอวี๋ใช้นามแฝงว่าหลิงเอ๋อร์ นี่เป็นชื่อที่มีอยู่ในรายชื่อ
หลิงอวี๋ฝืนทนไว้ มือก็จงใจจับที่ชายเสื้อผ้าของตนเองอย่างดูอึดอัดหลังจากนั้นสักพัก เฮ่อเฉียงจึงหันไปถามแม่นางลั่ว “ก่อนหน้านี้มิได้เห็นนางรับใช้ผู้นี้เลย มาจากที่ใดกัน?”แม่นางลั่วยิ้มทันทีพลางเอ่ย “ก่อนหน้านี้หลิงเอ๋อร์ตามบ่าวไปจ่ายตลาด บ่าวเห็นว่านางคล่องแคล่วดี ทั้งยังรู้หนังสือด้วยจึงให้นางอยู่ช่วยในครัวเลยเจ้าค่ะ!”“พ่อบ้านเฮ่อ ดูสิเจ้าคะ ครัวมีงานมากถึงเพียงนี้ หากไม่มีคนที่คล่องแคล่วมาช่วยบ่าวก็ทำมิเสร็จจริง ๆ เจ้าค่ะ! นางมาช่วยงานบ่าวไปได้มากทีเดียว!”“เช่นนั้นก็ให้นางอยู่เถิด!”เฮ่อเฉียงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินถอยออกไปหลิงอวี๋เห็นว่าเขาไปไกลแล้วจึงกล้าที่จะลอบถอนหายใจสิ่งนี่พิสูจน์แล้วว่าตนปลอมตัวสำเร็จ อีกทั้งการเตรียมตัวก่อนหน้านี้ก็เต็มที่ด้วย ดังนั้นเฮ่อเฉียงจึงมิได้สงสัยตนที่เขาซักไซ้ตนก่อนหน้านี้ก็แค่มิคุ้นหน้าตนเท่านั้นแต่ในช่วงเวลาเล็กน้อยนี้ก็ทำให้หลิงอวี๋มองออกถึงความสามารถของเฮ่อเฉียงที่คนทั่วไปมิสังเกตข้อแรก เฮ่อเฉียงมิดูบันทึก แค่ฟังชื่อของตนแล้วก็มิได้ถามละเอียดนี่แสดงว่าเขามีความทรงจำที่ดีมาก สามารถจดจำข้อมูลของคนรับใช้ทุกคนในจวนได้ข้อสอง เฮ่อ
หลิงอวี๋สำรวจอยู่ในจวนอ๋องหรงทางด้านเซียวหลินเทียนก็มิได้ว่าง กำลังพลต่าง ๆ กำลังไล่ตามไป๋สั่วมิ่งอยู่ สุดท้ายก็เจอแหล่งกบดานของไป๋สั่วมิ่ง ก็คือเรือนที่อยู่บนถนนด้านหลังจวนอ๋องหรง ปี้ไห่เฟิงจึงรีบส่งคนไปแจ้งเซียวหลินเทียนเซียวหลินเทียนรีบมาทันทีแล้วก็เห็นว่าเรือนนั้นกับจวนอ๋องหรงอยู่ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียวเท่านั้นหัวใจของเซียวหลินเทียนบีบแน่นทันที หรือหัวหน้าหอเหยี่ยวราตรีจะเป็นเฮ่อหรง?เป็นไปได้หรือ?เขานึกย้อนไปถึงการตรวจสอบหอเหยี่ยวราตรีก่อนหน้านี้ นักฆ่าที่เว่ยโจวครั้งที่แล้วบอกพวกเขาว่ามิเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหัวหน้าเลย ทุกครั้งที่หัวหน้าปรากฏตัวก็จะใส่หน้ากากปิดตลอดแสดงว่าเฮ่อหรงก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นหัวหน้าหอเหยี่ยวราตรีตอนนั้นเฮ่อจิ้นผู้นำตระกูลเฮ่อสามารถควบคุมค่ายกองทหารเสือและมีองครักษ์ที่ฝึกฝนด้วยเฮ่อหรงก็อาจจะใช้วิธีนี้ฝึกนักฆ่าของหอเหยี่ยวราตรีได้!หรือกระทั่ง… นักฆ่าเหล่านี้อาจจะเป็นคนของค่ายกองทหารเสือก็เป็นได้!เพราะว่านอกจากองค์จักรพรรดิกับราชองครักษ์ของค่ายกองทหารเสือแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าสมาชิกของค่ายกองทหารเสือมีผู้ใดกันบ้าง!หลิงอว
คำพูดที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยของเซียวหลินเทียนทำให้องค์ชายอิงตะลึง นี่อ๋องอี้กำลังบอกอะไรเป็นนัย ๆ อยู่หรืออย่างไร?เซียวหลินเทียนเห็นท่าทีตะลึงขององค์ชายอิงก็หัวเราะออกมา “ก่อนหน้านี้เยวี่ยเยวี่ยของข้าเห็นความสง่าของเหยี่ยวดำตัวนี้ของเจ้าแล้วอิจฉามาก มาอ้อนข้าให้หาให้เขาสักตัว!”“ข้าเองก็มิเคยเห็นเหยี่ยวที่สง่าถึงเพียงนี้เช่นกันจึงได้ถาม!”ทันทีที่องค์ชายอิงได้ยินว่าเป็นเรื่องนี้ ก็แอบหัวเราะเยาะตัวเองที่คิดมากไป“การจะจับเหยี่ยวมาเป็นสัตว์เลี้ยงมิใช่เรื่องที่มีความสามารถแล้วจะทำกันได้ ต้องพึ่งโชคด้วย!”องค์ชายอิงเอ่ยอย่างภาพภูมิใจ “เป็นเพราะโชคชะตาทำให้ข้าได้ช่วยเหลือเหยี่ยวตัวนี้ในตอนที่ข้ายังเด็ก และมันก็ติดตามข้ามาหลายปีแล้ว! มันจงรักภักดีกับข้ายิ่งกว่าคนเสียอีก!”“อ๋องอี้… เชิญ!”องค์ชายอิงยื่นมือออกไปทำท่าเชิญ เมื่อเห็นเซียวหลินเทียนนั่งลงแล้วก็รินชาให้เซียวหลินเทียนด้วยตัวเอง“อ๋องอี้คิดว่า ที่จู่ ๆ ข้ามาหาเช่นนี้กะทันหันมากใช่หรือไม่? ข้าเป็นคนตรงไปตรงมา และรู้ว่าเวลาของอ๋องอี้มีค่ามาก ข้าจะมิพูดอ้อมค้อมกับเจ้า มีสิ่งใดก็จะพูดเลยตามตรง!”เซียวหลินเทียนรับถ้วยชามาอย่างมีมารย
เย่หรงยืนดูอยู่ข้าง ๆ ในใจก็รู้สึกสับสนฮูหยินของตระกูลเฉิงจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ แต่กลับถูกอนุภรรยาวางยาส่วนมารดาของตนเป็นอนุภรรยา ตนกลับถูกฮูหยินใหญ่วางยา เรื่องนี้หากจะกล่าวไปก็เป็นเพราะความริษยาและความโลภของตนที่ชักนำให้ก้าวผิดไปทีละก้าวมิใช่หรือ?“ท่านพ่อ ข้ามันเดรัจฉาน ข้าเพียงหลงผิดไปชั่วครู่ ข้ายินดีชดใช้ชีวิตให้ท่านแม่!”เฉิงหมิงกล่าวอย่างแน่วแน่“เฉิงหมิง เจ้าคิดว่าการทำเช่นนี้คือความกตัญญูหรือ?”หลิงอวี๋ส่ายหน้า “เจ้าคิดว่า หากเจ้ารับผิดแทนมารดาของเจ้าแล้ว นางจะยังได้อยู่อย่างสุขกายสบายใจไปตลอดชีวิตหรือ?”“ที่ท่านแม่ทัพเฉิงทำเช่นนี้ก็เพราะมิต้องการปรักปรำคนดี! หากเจ้าต้องการไถ่โทษให้มารดาของเจ้าจริง ต่อไปก็จงดูแลปรนนิบัติฮูหยินเฉิงให้ดี ดูแลน้องชายและน้องสาวให้ดี!”“พิษของฮูหยินเฉิง ข้าสามารถช่วยถอนพิษให้นางได้ แต่ถึงแม้จะถอนพิษแล้ว ร่างกายของนางก็มิอาจกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม! เจ้าเร่งรีบอยากตาย เป็นเพราะต้องการหลีกหนีความรับผิดชอบของตนหรือไร?”หลิงอวี๋เอ่ยอย่างจริงใจ “ตายไปอาจจะจบสิ้นทุกสิ่ง แต่การมีชีวิตอยู่จึงจะสามารถชดเชยความผิดที่มารดาของเจ้าก่อไว้ได้ หากเจ้าต้
“ไปตรวจค้น!”แม่ทัพเฉิงออกคำสั่ง ผู้คุ้มกันหลายคนที่ตามมาก็วิ่งไปค้นห้องของเฟิ่งอี๋เหนียงเฟิ่งอี๋เหนียงร้องเรียกอย่างน่าเวทนา “ท่านพี่ รีบให้ยาถอนพิษแก่เฉิงหมิงเถิด! เป็นความผิดของข้าเอง เฉิงหมิงหาได้รู้เรื่องอันใดไม่ ข้าเอาชีวิตเป็นประกันก็ย่อมได้ เรื่องนี้มิเกี่ยวข้องกับเขา!”“เฉิงซวี่ถูกพิษก็เป็นฝีมือเจ้าด้วยใช่หรือไม่?”แม่ทัพเฉิงถามเสียงดัง“เป็นข้าเอง! ข้ายอมรับทั้งหมด!”เฟิ่งอี๋เหนียงร้องไห้ “ข้าโลภมาก คิดจะแสวงหาอนาคตที่ดีให้สองพี่น้อง ข้า... ข้าจึงได้กระทำเรื่องเช่นนี้ลงไป!”“ท่านแม่ ท่านวางยาพิษท่านแม่ใหญ่และพี่ใหญ่จริง ๆ หรือ?”เฉิงหมิงถามอย่างมิอยากเชื่อเฟิ่งอี๋เหนียงเผชิญหน้ากับสายตาตำหนิของบุตรชายก็พูดมิออก ได้แต่ยกมือปิดหน้าร้องไห้เฉิงหมิงมองท่านแม่ทัพทีมองเฟิ่งอี๋เหนียงที ก่อนจะคุกเข่าลงอย่างเจ็บปวด“ท่านพ่อ เป็นข้าเองที่วางยา ท่านแม่เพียงแต่อยากรับผิดแทนข้า ข้าสมควรตาย หากท่านจะปลิดชีพก็ปลิดชีพข้าเถิด!”เฉิงหมิงก้มหน้าลง สีหน้าสิ้นหวังอย่างยิ่ง“เป็นข้าต่างหาก ท่านพี่ ท่านอย่าฟังเฉิงหมิงพูดเหลวไหล ข้าเป็นคนทำ ขอร้องท่านรีบให้ยาถอนพิษแก่เฉิงหมิงเถิด!”เ
แม่ทัพเฉิงเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเฟิ่งอี๋เหนียงก็ลุกขึ้นเดินออกไป หลิงอวี๋ก็ตามออกไปเช่นกันแผนการได้ดำเนินไปตามขั้นตอนแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการแสดงของเฟิ่งอี๋เหนียง“ท่านพ่อ นี่มันเรื่องอันใดกัน?”เฉิงเหล่ยและเย่หรงรออยู่ด้านนอก เมื่อเห็นเฟิ่งอี๋เหนียงวิ่งออกไปหน้าตาตื่นตระหนกก็ถามด้วยความสงสัย“ไปดูประเดี๋ยวก็รู้เอง!”แม่ทัพเฉิงตอบด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วเดินตามไปเมื่อกลุ่มคนเดินมาถึงห้องของเฉิงหมิงบุตรชายคนรอง ยังมิทันเข้าประตูไปก็ได้ยินเสียงร้องเรียกอย่างร้อนรนของเฟิ่งอี๋เหนียง “เฉิงหมิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง อย่าทำให้แม่ตกใจสิ!”“อ้วก!”สิ่งที่ตอบกลับเฟิ่งอี๋เหนียงคือเสียงอาเจียนแม่ทัพเฉิงเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เห็นเฉิงหมิงอาเจียนออกมาเป็นเลือดเต็มอก สีหน้าเริ่มซีดเขียว“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงทำกับเฉิงหมิงเช่นนี้?”เฟิ่งอี๋เหนียงเห็นแม่ทัพเฉิงเข้ามา ก็ร้องเรียกอย่างร้อนรน “ข้ากล้าสาบานต่อฟ้าดิน เฉิงหมิงมิเคยคิดร้ายต่อฮูหยิน เหตุใดท่านจึงให้เขากินยาพิษ?”แม่ทัพเฉิงกล่าวอย่างเย็นชา “ข้ามิปรักปรำผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว!”“วันนั้นหลังกลับจากสำนักศึกษาชิงหลง ข้าบอกว่าฮ
"คุณหนูสิง เจ้าว่ามาเถอะ!"แม่ทัพเฉิงสงบสติอารมณ์ลง เฟิ่งอี๋เหนียงนั้นน่าชังก็จริง แต่ภายใต้การอบรมสั่งสอนของนาง บุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยาทั้งสองก็ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี มีนิสัยซื่อตรง เคารพนบนอบต่อตน ทั้งยังรักใคร่ปรองดองกับเฉิงซวี่และเฉิงเหล่ยเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันหากตนใจร้อนสังหารเฟิ่งอี๋เหนียงโดยไม่มีหลักฐาน บุตรชายทั้งสองก็จะตีตัวออกห่างจากตนตัวเขาอายุมากแล้วคงมิอาจมีบุตรเพิ่มได้อีก"ท่านต้องทำเช่นนี้..."หลิงอวี๋เข้าไปกระซิบแผนการที่ข้างหูแม่ทัพเฉิง แม่ทัพฟังไปก็พลางพยักหน้าไปเมื่อหลิงอวี๋พูดจบ แม่ทัพเฉิงก็เดินออกไป เรียกผู้คุ้มกันมาคนหนึ่ง มอบขวดที่หลิงอวี๋ให้แล้วให้อีกฝ่ายนำออกไปเฟิ่งอี๋เหนียงหอบรายการอาหารหลายเล่มเข้ามา เห็นผู้คุ้มกันถือขวดหน้าตาประหลาดนั้นเดินออกไปก็มองตามด้วยความสงสัย"คุณหนูสิง รายการอาหารที่เจ้าต้องการมาแล้ว!"เฟิ่งอี๋เหนียงนำรายการอาหารเข้ามาให้หลิงอวี๋ หลิงอวี๋เปิดดูเพียงผ่าน ๆเฟิ่งอี๋เหนียงมองท่านแม่ทัพ เห็นว่าท่านแม่ทัพนั่งอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้ามิสู้ดีนัก"ท่านพี่ มีกระไรผิดแปลกไปหรือ?"เฟิ่งอี๋เหนียงถามอย่างหยั่งเชิงด้วยใจ
แม่ทัพเฉิงฟังแล้วก็เผลอยกหมอนขึ้นแนบจมูกโดยมิรู้ตัว เมื่อได้ดม หมอนก็เป็นอย่างที่หลิงอวี๋พูดจริง ๆ ไม่มีกลิ่นใด ๆ ทั้งยังสะอาดหมดจด ไม่มีรอยคราบเหงื่อแม้แต่น้อย"หากหมอนใบนี้มิใช่หมอนที่ฮูหยินเฉิงเคยนอน ก็ต้องมีคนเปลี่ยนหมอนไปแล้ว!"หลิงอวี๋ยิ้มอย่างเย็นชา "หมอนอาจเปลี่ยนได้ แต่ฟูกรองนอนเปลี่ยนมิได้!"ว่าแล้วหลิงอวี๋ก็ปีนขึ้นเตียงพลิกผ้าปูที่นอนด้านบนขึ้น เผยให้เห็นฟูกรองนอนที่อยู่ด้านล่างหลิงอวี๋ชักกริชออกจากเอวตัดฟูกรองนอนออกมาหนึ่งชิ้นนางลงจากเตียง ยื่นให้แม่ทัพเฉิง ท่านแม่ทัพเห็นว่าฟูกรองนอนซึ่งเดิมเป็นสีขาว บัดนี้กลายเป็นสีเหลือง ทั้งยังมีคราบเหงื่อติดอยู่บ้าง"ท่านแม่ทัพเฉิง เชิญทางนี้!"หลิงอวี๋เดินไปที่ข้างหน้าต่างแล้วหยิบขวดแก้วหลายใบออกมาจากพื้นที่มิติ หนึ่งในนั้นมีน้ำยาอยู่หลิงอวี๋นำฟูกที่ตัดออกมาแช่ลงในน้ำยา แม่ทัพเฉิงก็เห็นว่าน้ำยาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง"นี่หมายความว่าอย่างไร?"แม่ทัพเฉิงถามด้วยความประหลาดใจ"น้ำยานี้ข้าปรุงขึ้นเอง สามารถแสดงให้เห็นพิษที่อยู่ในเครื่องนอนได้ ฮูหยินเฉิงถูกพิษจากตะกั่ว ตะกั่วจะทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ และเกิดความเสียหายต่ออว
ส่วนทางด้านอนุภรรยาอีกคนนั้น รูปโฉมมิอาจเทียบอนุภรรยาผู้นี้ได้ เพียงเรียกได้ว่างามพอประมาณอาภรณ์ที่นางสวมใส่ก็มิหรูหราเท่าอนุภรรยาคนนี้ รูปร่างค่อนข้างผอมบาง ผิวพรรณออกคล้ำเล็กน้อย ดูขาดชีวิตชีวาไปบ้าง"พี่หญิงสิง นี่คือเฟิ่งอี๋เหนียง จางอี๋เหนียง!"เฉิงเหล่ยแนะนำให้หลิงอวี๋รู้จักหลิงอวี๋เหลือบมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเฟิ่งอี๋เหนียงคืออี๋เหนียงที่แต่งกายหรูหราผู้นั้น ในใจก็พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้ว"พี่หญิงสิง? เสี่ยวเหล่ย นี่คือคุณหนูสิงแห่งสำนักศึกษาชิงหลง ศิษย์ของปรมาจารย์เย่ใช่หรือไม่?"ดวงตาของเฟิ่งอี๋เหนียงพลันฉายแววระแวดระวัง แม้จะหายวับไปในชั่วพริบตา แต่หลิงอวี๋ก็ยังสังเกตเห็นได้อย่างว่องไว"เจ้าค่ะ พี่หญิงสิงบอกว่ามีวิธีรักษาท่านแม่แล้ว จึงได้มาที่นี่!"เฉิงเหล่ยเอ่ยอย่างยินดี"อ้อ คุณหนูสิงทราบหรือว่าฮูหยินของพวกเราถูกพิษชนิดใด?"เฟิ่งอี๋เหนียงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ "เมื่อวันก่อนท่านแม่ทัพกลับมาบอกว่าฮูหยินถูกพิษ พวกเราแทบมิอยากเชื่อ คิดว่าเจ้าวินิจฉัยผิดไป!""ฮูหยินเป็นคนจิตใจดีงามถึงเพียงนี้ ใครจะใจร้ายวางยาพิษฮูหยินได้ลงคอ!""สองวันมานี้ท่านแม่ทัพวุ่นอยู่กั
หลังจากพักผ่อนไปหนึ่งคืน เย่หรงก็ฟื้นตัวได้ครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อหลิงอวี๋มาเขาอาบน้ำแต่งตัวรอหลิงอวี๋ไว้แล้ว“ข้านำอาหารเช้ามาให้เจ้า กินเสร็จแล้วเราจะออกเดินทางกัน!”เมื่อหลิงอวี๋เห็นว่าใบหน้าของเย่หรงมีสีเลือดขึ้นมาแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นและเมื่อเห็นว่ารอบ ๆ ตัวเย่หรงไม่มีคนรับใช้ นางจึงเอ่ยถามออกไป “ก่อนหน้านี้มีคนรับใช้อยู่กับเจ้ามิใช่หรือ? หายไปไหนเสียแล้วเล่า?”“ท่านหมายถึงเยวี่ยซานหรือ? เขามิใช่คนรับใช้ของข้า เขาเป็นสหายของข้า เขาอยู่ข้างนอกช่วยข้าจัดการการค้าอยู่!”เย่หรงยิ้มออกมา เขาเองก็เปิดร้านโอสถอยู่ข้างนอกสองแห่งเช่นกัน ที่คิดจะไปจากเมืองหลวงแดนเทพคราวนี้ก็ให้เยวี่ยซานช่วยขายยาให้โดยปกติแล้วเยวี่ยซานจะรับผิดชอบแค่การช่วยเขาจัดการกิจการเท่านั้น จึงมิค่อยมาที่ตระกูลเย่ ดังนั้นแม้แต่เย่ซวินและคนอื่น ๆ ก็มิรู้เช่นกันว่าเขามีร้านค้าอยู่ข้างนอกเย่หรงอยู่ในตระกูลเย่ก็เสียเปรียบไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงมิต้องการคนรับใช้ที่ตระกูลเย่มอบให้ และต้องการที่จะดูแลตนเองหลังจากกินอาหารเช้าที่หลิงอวี๋นำมาให้แล้วเย่หรงก็ออกไปกับหลิงอวี๋หลิงอวี๋คิดว่าเย่หรงได้รับบาดเจ็บ จึงให้หานเหมยเช
เย่ซื่อเจียงมีความรักต่อเลี่ยวหงเสีย ตอนเด็กเย่หรงยังไร้เดียงสามิเข้าใจเรื่องเหล่านี้ แต่ในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ เขามักจะเห็นเย่ซื่อเจียงเข้าไปในห้องของเลี่ยวหงเสียแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคืนแต่ตราบใดที่เย่ซื่อเจียงทำเช่นนี้ ในวันถัดไปเย่หรงก็จะถูกฮูหยินเย่ลงโทษด้วยวิธีต่าง ๆ หากมิบอกว่าเขาทำอะไรบางอย่างผิดแล้วจับเขาขังไว้ในห้องให้หิวโซ ก็จะหาข้อผิดพลาดของเขาแล้วตีเขาต่อมามีอยู่วันหนึ่งมิรู้ว่าเย่ซื่อเจียงไปถูกยั่วยุอะไรมา จึงไปทำลายห้องของเลี่ยวหงเสียจนพังยับเยิน หลังจากนั้นห้องนั้นก็ถูกลงกลอนไว้ แล้วเย่ซื่อเจียงก็มิเคยไปที่ห้องนั้นอีกเลยแต่ฮูหยินเย่ก็ยังมิปล่อยเย่หรงไป เมื่อเย่หรงอายุได้เจ็ดขวบ เย่ซื่อเจียงและเย่ซื่อฝานก็ออกไปซื้อเครื่องยาสมุนไพรกันข้างนอก ฮูหยินเย่ก็สั่งให้คนรับใช้วางยาพิษเย่หรงฮูหยินเย่กังวลว่าท่านผู้เฒ่าเย่จะพบเบาะแส พิษที่วางใส่เย่หรงจึงเป็นพิษที่คล้ายกับโรคฝีดาษ เพราะต้องการจะให้ร่างกายของเย่หรงพังทลายลงอย่างช้า ๆ และในที่สุดก็จะกลายเป็นไม่มีทางรักษาได้เย่หรงนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว พวกคนรับใช้ล้วนกลัวว่าจะติดเชื้อจึงไม่มีใครเข้าใกล้เขา เย่หรงคิดว่าตนเป็นโร
“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเย่ซวินเป็นหนี้พนันก้อนโต เป็นเรื่องจริงหรือ?”เย่ซื่อเจียงเอ่ยถามออกไปเย่หรงยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย แล้วเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “บ่อนการพนันมากมายในเมืองหลวงแดนเทพล้วนเปิดโดยสำนักซิงหลัวทั้งนั้น ท่านมิเคยไป จึงมิรู้ว่าบ่อนการพนันมีวิธีการพนันอะไรบ้างกระมัง!”“การทอยลูกเต๋าเป็นเพียงวิธีการเล่นธรรมดา ส่วนการแข่งม้า การเล่นไพ่และอื่น ๆ เป็นวิธีเล่นที่เสียเงินมากที่สุด เมื่ออยู่ข้างในหากท่านใช้เงินมาก ผู้คนในนั้นก็จะเห็นว่าท่านเป็นนายใหญ่ ยิ่งวิธีเล่นระดับสูงก็จะยิ่งเสียเงินมาก!“การสูญเสียเงินหลายแสนในนั้นภายในคืนเดียวมิถือว่าเป็นเงินหรอก! ท่านเข้าไปในนั้นแล้วลองไปถามดู แทบจะไม่มีใครที่มิรู้จักเย่ซวิน! เมื่อรวมเงินที่เขาเป็นหนี้อยู่ครั้งที่แล้ว อย่างน้อยเขาก็ทำกำไรให้สำนักซิงหลัวไปสิบกว่าล้านแล้ว!”หัวใจของเย่ซื่อเจียงจมดิ่งลง แม้ว่าเงินเหล่านั้นจะมิได้มากสำหรับตระกูลเย่ แต่ก็ยังเป็นจำนวนเงินที่มากอยู่ดี เย่ซวินยังหาเงินมิเป็น ก็กล้าใช้เงินราวกับน้ำเช่นนี้แล้วหรือ?“ท่านคิดว่าเป็นครั้งแรกที่เย่ซวินใช้เครื่องยาสมุนไพรปลอมมาหลอกลวงพวกท่านหรือ?”เย่หรงยิ้มเยาะแล้ว