คนหนึ่งไม่ศรัทธาในความรัก อีกคนก็รักอิสระไม่อยากมีครอบครัว แต่พอได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกำแพงที่ทั้งสองคนตั้งไว้ก็ค่อยๆ พังลง รู้ตัวอีกจากเพื่อนก็กลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว
View Moreตลอดบ่ายของวันนี้พ่อเลี้ยงทิศเหนือและมนสิชาทำตัวราวกับเป็นคู่รักที่มาออกเดต พวกเขาเดินซื้อของด้วยกันเสร็จก็ดูหลังกันต่อ ก่อนจะพากันมาทานอาหารเย็นที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง“อาหารร้านนี้อร่อยมากค่ะ พ่อเลี้ยงนึกยังไงถึงพาฉันมากินสเต๊กล่ะคะ” “ผมเห็นคุณทานแต่อาหารไทยมานานก็เลยคิดว่าคุณน่าจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ร้านนี้เจ้าของเป็นคนฝรั่งเศสนะ แต่ที่ทำให้เราน่าจะเป็นรุ่นลูก” “พ่อเลี้ยงมากินบ่อยเหรอคะ” “แต่ก่อนมาบ่อยครับ แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้มาเพราะแม่มีร้านประจำอีกร้านที่เป็นเพื่อนของแม่ ผมเลยต้องเปลี่ยนร้านตามใจท่าน” แม้ชอบรสชาติอาหารร้านนี้มากแค่ไหนแต่เขาก็ยอมทำตามใจมารดา“ดูเหมือนว่าพ่อเลี้ยงไม่เคยขัดใจแม่เลยนะคะ” “ใช่ครับ เราเหลือกันแค่สองคนอะไรที่ทำให้ท่านสบายใจผมก็ยินดีทำ” “คุณจะทำตามท่านทุกอย่างเลยไหมคะ” มนสิชาถามเพราะถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมารดาของเขาจะหาผู้หญิงมาให้เพราะเคยได้ยินแม่เลี้ยงบุปผาเปรยว่ายังไงปีนี้ลูกชายของแม่เลี้ยงจะต้องมีข่าวดีเรื่องคู่ครอง ซึ่งถ้าพ่อเลี้ยงตามใจมารดาขนาดนั้นมนสิชาก็คงไม่กล้าบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป“ผมทำตามที่ท่านบอก ถ้านั่นมีเหตุผลพอครับ” พอได้ยินแ
มื้อเที่ยงของวันนี้นอกจากแม่เลี้ยงบุปผาแล้วที่บ้านของเธอยังมีผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ในห้องรับแขกซึ่งแม่เลี้ยงแนะนำว่าเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนซึ่งวันนี้แวะมาหาพอดี“ที่คุณป้าบอกว่ามีลูกสาวคนใหม่ ภัทรก็นึกว่ายังเป็นเด็ก อีกนะคะ แบบนี้ไม่กลัวคนเข้าใจผิดเหรอคะ” “เข้าใจผิดยังไงล่ะภัทร” พ่อเลี้ยงถามณภัทราหญิงสาวที่เคยตามตื๊อเขาอยู่หลายครั้งแต่เขาไม่เล่นด้วยและวันนี้ตนเองก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นเธอมาที่นี่“ก็พ่อเลี้ยงยังโสดคนอื่นเขาอาจจะเข้าใจผิดเอาได้นะคะว่าพ่อเลี้ยงกับน้ำปิงอาจจะกำลังคบกัน” “ถึงคนอื่นจะเข้าใจผิดมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมนี่ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับคุณเลยนะ” “พ่อเลี้ยงไม่กลัวคนอื่นเข้าใจผิดเหรอคะ ทั้งไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดแล้วยังให้เธอมาค้างที่บ้านด้วย” “ผมยังโสดนี่ ไม่เห็นจะต้องกลัวใครเข้าใจผิดเลย” “แต่ให้คนอื่นเข้าใจผิดบ้างก็ดีนะ สาวๆ จะได้เลิกยุ่งกับลูกชายแม่” “แล้วแบบนี้เมื่อไหร่คุณป้าจะได้ลูกสะใภ้ล่ะคะ” “ป้าว่าไม่น่าจะเกินปีนี้หรอกจ้ะ หมอดูท่านว่าปีนี้พ่อเลี้ยงจะเจอเนื้อคู่ วันมะรืนนี้ป้าก็จะไปไหว้พระขอพรให้ทิศเหนือได้เจอเนื้อคู่ด้วย” “จริงสิคะ ภทัรเกือบลืมเลยว่าเราจะได้ไปเ
พ่อเลี้ยงมารับมนสิชาที่บ้านของเธอตั้งแต่เช้าก่อนจะพาไปทานอาหารเช้าที่ร้านเล็กๆ ซึ่งอยู่ติดกับโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เขาสั่งกาแฟและครัวซองต์มาให้มนสิชากับตนเองคนละชิ้น“ผมชอบกินครัวซองต์ที่ร้านนี้มาก เขาทำสดใหม่ทุกวัน” “ถึงว่ากลิ่นหอมออกมาจากร้านเลยนะคะ พ่อเลี้ยงมากินบ่อยเหรอ” “ก็มากินเกือบทุกครั้งที่มาโรงงานครับ” รอไม่นานครัวซองต์หอมกรุ่นและกาแฟร้อนก็มาวางตรงหน้า มนสิชาชิมไปนิดก็รู้สึกว่ามันอร่อยอย่างที่เขาพูดจริง“ทั้งหอมทั้งอร่อยเลยค่ะ” “คุณชอบไหม” “ชอบค่ะ ฉันว่ามันอร่อยกว่าที่เคยกิน” “ถ้าคุณชอบเราก็มากินบ่อยๆ ก็ได้นะ หรือคุณจะถามสูตรเขาแล้วไปทำเองก็ได้” “ฉันไม่เสียมารยาทขนาดนั้นหรอกค่ะ อีกอย่างฉันก็ไม่เคยทำมาก่อนซื้อเขากินน่าจะง่ายกว่านะคะ” “เอาไว้เรามากินกันอีกก็ได้” “ปกติพ่อเลี้ยงเข้าโรงงานบ่อยไหมคะ” “ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็สัปดาห์ละครั้งครับ” “ไม่ที่คุณซื้อเอามาทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเลยเหรอคะ” “ครับ แต่ก่อนผมใช้ไม้จากปางไม้ แต่ตอนนี้ไม่เริ่มไม่พอก็เลยหันไปซื้อไม้เก่าแบบนั้น” “คุณโกรธฉันไหมเรื่องบ้านของตาสัก” มนสิชาอยากถามเขาเรื่องนี้มานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส“ไม่ครับ ผมดีใจด
“คุณว่าหมออาร์ตเป็นยังไงบ้าง” พ่อเลี้ยงทิศเหนือเอ่ยปากถามมนสิชาหลังจากที่ทั้งสองนั่งรถออกมาจากบริเวณบ้านได้ไม่นาน“คำถามกว้างไปค่ะ ขอแคบลงอีกนิดได้ไหมคะ” “ก็อย่างเช่นหน้าตา อาชีพนิสัยอะไรพวกนี้” “หน้าตาดีค่ะ ถือว่าหล่อเลยทีเดียวหน้าออกไปทางเกาหลีหน่อยๆ อาชีพก็ดีค่ะ แต่เรื่องนิสัยฉันตอบไม่ได้เพราะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก แต่เท่าที่ดูก็คงไม่เลวร้ายอะไรหรอกนะคะ” มนสิชาตอบไปตามที่ตนเองเห็น“คุณชอบเขาไหม” “ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ” “ก็ผมอยากรู้เพราะดูเหมือนว่าเขาจะชอบคุณมากนะ” “ขอไม่ตอบได้ไหมคะ” “ตอบมาเถอะน่า ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอก คุณเองก็โสดมานานแล้ว ถ้าตอนนี้จะคบใครสักคนมันก็ไม่มีอะไรเสียหายเลย” “พ่อเลี้ยงอยากจะรู้คำตอบไปทำไมล่ะคะ” “ก็เราเป็นเพื่อนกัน ทำงานด้วยกันนี่ครับ” “แค่นั้นเหรอคะ” “ครับ” “นั้นสิคะเราเป็นเพื่อนกัน ฉันจะตอบคำถามของพ่อเลี้ยงก็ได้ค่ะ ฉันไม่ชอบหมออาร์ตเพราะฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” “อะไรนะน้ำปิง คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วเหรอ เขาเป็นใคร ผมรู้จักไหม แล้วคุณกับเขาไปเจอกันตอนไหน” พ่อเลี้ยงถามด้วยความแปลกใจ เพราะเขาไปไหนมาไหนกับมนสิชามาตลอดหลายเดือนแถมเธอยังมานอนที่บ้านของเข
มนสิชากลับมาอยู่บ้านของตนเองได้สามวันแล้ว แม้จะรู้สึกเหงาที่ต้องอยู่คนเดียวแต่หญิงสาวก็พยายามทำตัวให้ชินเข้าไว้ การไปอยู่ที่บ้านของแม่เลี้ยงบุปผาและพ่อเลี้ยงทิศเหนือนานๆ นั้นมันไม่ดีเลย เพราะยิ่งใกล้ความรู้สึกที่มีให้เขาก็มากขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะความใกล้ชิดก็เป็นได้ที่มนสิชาถอยห่างออกมาก็เพื่ออยากจะทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่าที่เธอรู้สึกกับพ่อเลี้ยงนั้นเป็นความรักหรือมันเป็นเพียงแค่ความใกล้ชิดแต่ตอนนี้ผ่านมาสามวันแล้วแต่มนสิชาก็ยังคิดถึงเขาอยู่และยิ่งคิดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคืนที่ผ่านหญิงสาวแทบจะนอนไม่หลับเพราะวันนี้เธอจะไปทำงานกับพ่อเลี้ยงเป็นวันแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอเขามานานถึงสามวัน แม้ว่าเขาจะโทรหาแต่ความรู้สึกที่จะได้เจอหน้ามันก็ต่างกันตั้งแต่เธอไม่อยู่บ้านพ่อเลี้ยงก็ให้คนมาทำระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติทำให้มนสิชาไม่ต้องเสียเวลารดน้ำต้นไม้ เช้านี้เธอจึงมีเวลาทำบัตเตอร์เค้กให้กับพ่อเลี้ยงและมารดาของเขา แม้ว่าจะเป็นขนมธรรมดาแต่เธอก็อยากจะทำให้เสียงรถจอดที่หน้าบ้านทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าหัวใจตนเองเต้นจังหวะแปลกไปก
มนสิชาช่วยดูแลพ่อเลี้ยงทิศเหนือจนกระทั่งเขาได้รับอนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งพอดีกับแม่เลี้ยงกลับจากเชียงใหม่พอดี“เหนื่อยไหมน้ำปิง ลูกชายแม่ดื้อไหม”“ไม่ค่ะ แล้วแม่ล่ะคะ ไปเที่ยวมาสนุกไหม”“ไม่ค่อยได้เที่ยวเลยจ้ะ เน้นพูดคุยกันมากกว่าอีกอย่างเชียงใหม่แม่กับเพื่อนก็เที่ยวกันมาเยอะแล้ว เราเลยนัดกันว่าเดือนหน้าจะไปไหว้พระขอพรที่ฮ่องกงกันจ้ะ น้ำปิงไปกับแม่ไหม”“หนูอยากไปนะคะ แต่ตารางงานสอนของหนูกำหนดมาแล้วค่ะคงจะไปด้วยไม่ได้”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ขอพรเผื่อนะ”“ขอบคุณค่ะแม่”“แม่ชวนแค่น้ำปิงเหรอครับ ไม่เห็นจะชวนผมบ้างเลย” พ่อเลี้ยงที่นั่งฟังสองคนคุยกันท้วงขึ้น“ก็แม่เคยชวนทิศเหนือไปเที่ยวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่เห็นจะสนใจ พอแม่ไม่ชวนล่ะทำมาเป็นบ่น เอาล่ะ ครั้งนี้แม่จะไปกับเพื่อนๆ ถ้าเหนืออยากไปเที่ยวจริงๆ ก็หาเวลาว่างไปกับน้ำปิงสองคนเถอะ” แม่เลี้ยงบุปผาพูดจบก็หันมามองหน้าลูกสาวคนเล็ก“หนูไม่อยากไปเที่ยวหรอกค่ะ”“แต่ผมอยากไป”“พ่อเลี้ยงอยากไปก็ไปคนเดียวสิคะ”“ผมไปคนเดียวจะสนุกได้ยังไงแล้วอีกอย่างการไปเที่ยวต่างประเทศมันก็ไม่ถนัดเลยสำหรับผม”“แม่ว่าน้ำปิงพาเขาไปเที่ยวหน่อยก็ดีเดี๋ยว
“น้ำปิง ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” พ่อเลี้ยงถามขึ้นหลังจากที่พยาบาลเดินออกไปแล้ว เขาจำได้ว่าตนเองนอนพักอยู่บนโซฟาในห้องทำงานของตนตัวเองหลังจากกลับออกมาจากโรงงาน“ฉันติดต่อคุณไม่ได้เลยโทรไปถามที่โรงงานค่ะ รปภ.บอกว่าคุณยังไม่ออกมาฉันคิดว่าคุณน่าจะไม่สบายมากจึงเข้าไปหา แล้วมันก็จริงอย่างที่คิดไว้เลย คุณตัวร้อนมาก ตอนที่ฉันกับรปภ.พาคุณมาขึ้นรถฉันคิดว่าคุณรู้สึกตัวแล้วนะคะ”“ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ นึกว่ากำลังฝัน”“แล้วตอนนี้ล่ะคะ รู้สึกยังไงบ้างคะ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง“เพลียๆ ยังไงก็ไม่รู้ หมอบอกว่าผมเป็นอะไรแค่เป็นไข้ไม่น่าจะถึงขั้นนอนโรงพยาบาลนะครับ” เขามองตนเองที่นอนอยู่บนเตียงและยังมีสายน้ำเกลือติดอยู่ที่มือข้างซ้ายอีกด้วย“คุณเป็นไข้ค่ะแต่ไม่ใช่ไข้ธรรมดาเพราะคุณเป็นไข้เลือดออกค่ะ หมอเลยให้นอนโรงพยาบาลค่ะ”“เหรอครับ” พ่อเลี้ยงพยายามนึกว่าตนเองไปถูกยุงที่ไหนกัด“ค่ะ ตอนนี้ไข้คุณก็สูงมากเลยเดี๋ยวพยาบาลจะเข้ามาเช็ดตัวให้นะคะ”“คุณเช็ดให้ผมไม่ได้เหรอน้ำปิง ผมไม่อยากให้คนอื่นเช็ด” พ่อเลี้ยงไม่มีปัญหาว่าใครจะเป็นคนเช็ดตัวให้ แต่ถ้าเลือกได้อยากให้มนสิชาเป็นคนเช็ดให้มากกว่าและตอนนี้เขาก็ป่วยอยู่จึ
กว่ามนสิชาจะเลิกงานและกลับมาถึงบ้านก็เกือบทุ่มครึ่ง ปกติแล้วเธอจะเจอแม่เลี้ยงบุปผานั่งดูทีวีรออยู่กับมะลิแต่ปรากฏว่าวันนี้ที่ห้องรับแขกนั่นมีแค่มะลิอยู่คนเดียว“มะลิ แม่เลี้ยงไปไหนล่ะ ถึงได้ดูทีวีอยู่คนเดียว”“แม่เลี้ยงไปเชียงใหม่ค่ะ”“ไปเชียงใหม่ เมื่อเช้าแม่บอกมีนัดกับเพื่อนพี่ก็ถึงว่านัดกันที่นี่”“มะลิก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แม่เลี้ยงสั่งให้มะลิบอกพี่น้ำปิงว่าให้ช่วยดูแลพ่อเลี้ยงด้วย”“พ่อเลี้ยงของมะลิยังไม่กลับมาเลยนะ”“ปกติพ่อเลี้ยงไม่เคยกลับบ้านค่ำเลยนอกจากจะไปดื่มกับเพื่อน แต่ส่วนใหญ่ก็จะบอกไว้ตั้งแต่เช้านะคะว่าจะกลับดึก”“แต่พ่อเลี้ยงไม่ค่อยสบายพี่ว่าจะลองโทรถามดู มะลิว่าดีไหม”“ดีค่ะถามเลยค่ะ มะลิจะได้อุ่นราดหน้ารอ”“วันนี้มะลิทำราดหน้าเองเหรอ” มนสิชาถามด้วยความแปลกใจเพราะปกติแล้วมะลิจะทำอาหารไม่ค่อยเป็น“เปล่าคะ แม่เลี้ยงทำราดหน้าเอาไว้มะลิก็แค่เอามาอุ่นเองค่ะพี่น้ำปิง”“อย่าเพิ่งอุ่นนะ พี่ขอโทรถามก่อน”“พี่น้ำปิงกินข้าวจากข้างนอกมาอีกแล้วใช่ไหมคะ”“จ้ะ” เพราะกว่าตัวเองจะสอนเสร็จก็หนึ่งทุ่ม มนสิชาเลยเลือกที่จะทานอาหารจากข้างนอกก่อนจะกลับบ้านในวันอังคารถึงวันพฤหัสส่วนวันที่เหลื
เช้าวันรุ่งขึ้นมนสิชาไม่เห็นพ่อเลี้ยงมาทานอาหารเช้าก็คิดว่าเขาคงจะไม่สบายจนลุกไม่ขึ้น แต่พอถามแม่เลี้ยงถึงรู้ว่าชายหนุ่มเข้าที่โรงงานอบลำไยตั้งแต่เช้าเพราะเครื่องจักรมีปัญหา“เขาหายดีแล้วเหรอคะแม่”“แม่ว่ายังนะ แต่แม่ก็ไม่ทันได้คุยอะไรมาก เมื่อคืนเขามีไข้ไหม”“มีค่ะ หนูเข้าไปเช็ดตัวตอนเที่ยงคืน และคิดว่าเช้านี้จะให้กินยาต่อ ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะรีบไปทำงานขนาดนั้น”“แม่ก็ห่วงอยู่ แต่จะไปดูก็ไม่ได้เพราะวันนี้แม่นัดกับเพื่อนไว้” แม่เลี้ยงบุปผาไม่ได้นัดใครไว้แต่เธออยากให้มนสิชาไปที่โรงงาน เพราะอยากให้ได้รู้จักเอาไว้ อีกอย่างที่นั่นสาวๆ หลายคนที่สนใจลูกชายของเธออยู่ บางทีการไปของมนสิชาอาจจะทำให้บรรดาสาวๆ ที่อยากจะสมัครเป็นลูกสะใภ้ถอนตัวไปบ้างแม่เลี้ยงไม่ได้รังเกียจเลยถ้าพ่อเลี้ยงจะเอาลูกจ้างหรือคนงานในโรงงานมาเป็นภรรยา เพราะเธอไม่เคยกังวลเรื่องฐานะหรือชาติตระกูลแต่เพราะแม่เลี้ยงบุปผาดูออกว่าแต่ละคนนั้นเข้าหาพ่อเลี้ยงเพราะหวังในทรัพย์สินมากกว่าสิ่งอื่นใด“โรงงานอยู่ไม่ไกลไหมคะแม่”“ห่างจากนี่สิบกิโลจ้ะ”“ถ้าอย่างนั้นสายๆ หนูจะเข้าไปดูให้นะคะ แล้วค่อยไปทำงาน”“ขอบใจจะน้ำปิง เดี๋ยวแม่ว่าจะฝาก
ณ ผับแห่งหนึ่งกลางเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกามนสิชาสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มกำลังออกไปเต้นกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้สนุกสุดเหวี่ยงแบบนี้เพราะเธอเพิ่งลาออกจากบริษัทและกำลังจะกลับประเทศไทยหญิงสาววัย 26 มาทำงานที่นี่ได้ 4 ปีแล้ว เธอเรียนจบการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศและได้เข้าทำงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สาขาประเทศไทย พอถึงคราวที่เขาต้องย้ายกลับมาประจำที่สาขานิวยอร์กเขาเลยชวนเธอมาทำงานที่นี่ด้วย“แพทต้องคิดถึงมอลลี่มากแน่ๆ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดกับมนสิชาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันระหว่างที่หญิงสาวเดินกลับเข้ามานั่งพักเหนื่อย“เอาไว้มอลลี่จะวิดีโอคอลมาหาบ่อยๆ นะ” เธอตอบด้วยภาษาเดียวกัน“แพทว่ามอลลี่น่าจะพาแกรนด์มาย้ายมาอยู่ที่นี่นะ”“มอลลี่ชวนตั้งหลายครั้งแล้วแต่ท่านไม่ยอมมา” มนสิชาเคยชวนยายของเธออยู่ด้วยกันที่นี่หลายครั้งแล้วแต่คุณยายก็ไม่ยอมมาอยู่ด้วย และที่มนสิชาต้องลาออกแล้วกลับไปอยู่ที่บ้านก็เพราะคุณยายของเธอไม่ค่อยสบายและคนที่เธอจ้างให้ดูแลก็ทนกับความดื้อของยายเธอไม่ได้“แล้วกลับไปจะไปทำงานอะไรล่ะ สาขาที่...
Comments