โรงพยาบาลรักษ์บดินทร์
บานประตูห้องผ่าตัดถูกเปิดออกด้วยฝีมือของนางพยาบาลวัยกลางคนก่อนที่ร่างสูงสมาร์ตในชุดสำหรับผ่าตัดจะก้าวเดินออกมา สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายแต่มีความขรึมอยู่ในท่าที ร่างนั้นเดินตรงไปหาญาติของคนไข้ด้วยท่าทีเป็นมิตรก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วอีก3-4วันก็คงจะฟื้น”
“ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ขอบคุณจริง ๆ” หญิงสาววัยกลางคนกล่าวขอบคุณหมอหนุ่มผู้ทำการผ่าตัดเลือดคั่งในสมองออกให้แก่ผู้เป็นสามีด้วยความตื้นตันใจ
นายแพทย์พงศ์พยัคฆ์ สัตยบดินทร์หรือ หมอเสือ ศัลยแพทย์หนุ่มมือหนึ่งของประเทศที่เชี่ยวชาญทั้งการผ่าตัดระบบประสาท ทรวงอกและหัวใจ และการผ่าตัดทั่วไปจนสามารถเข้าผ่าตัดได้แทนได้ทุกเคสผ่าตัดยิ้มให้ญาติคนไข้เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ “มันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับไม่ต้องขอบคุณหรอก งั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”
พูดจบชายหนุ่มก็โน้มศีรษะลงทำความเคารพผู้สูงวัยกว่าก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้ญาติคนไข้กล่าวชื่นชมถึงฝีมือการผ่าตัดและหน้าตาที่หล่อเหลาของผู้เป็นหมอกันอย่างยินดี
การได้เห็นรอยยิ้มโล่งใจไร้กังวลของญาติผู้ป่วยคือความสุขหนึ่งของชายหนุ่มตลอดหลายปีมานี้...ยอมรับว่ารอยยิ้มของคนไข้และญาติๆ คือกำลังใจที่มีค่าสำหรับเขา เขาผ่าตัดมาแล้วนับร้อยเคสแต่ก็มีหลายเคสที่การผ่าตัดอย่างเดียวไม่อาจจะช่วยได้ จนบางครั้งเขาก็อยากจะเรียนเฉพาะทางเพิ่มเพื่อเข้าไปช่วยในงานด้านนั้น ๆ ...ถ้าหากว่า9ปีก่อนตัวเขาไม่ต้องสละสิทธิ์สำหรับโอกาสหายากนั้นและได้ไปตามที่ตั้งใจไว้ก็คงจะดี...มันคงจะดีกว่านี้ ในทุก ๆ เรื่อง
“การผ่าตัดคงเหนื่อยน่าดูเลยซินะคะคุณหมอ”น้ำเสียงสอบถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยของหญิงสาวในชุดพยาบาลที่เดินตามมาทำให้คนนึกเสียดายดึงสติกลับมาสนใจปัจจุบันอีกครั้ง ชายหนุ่มมองพยาบาลสาวที่เดินตามมาเพื่อมองหาจุดประสงค์ของอีกฝ่าย
“คุณบีเดินตามผมมาทำไมครับ” เขาถามกลับไปด้วยไม่เข้าใจสาเหตุที่พยาบาลฝึกหัดสาวนามว่าเบญจาหรือบีที่เดินตามเขามาทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องตามมา
“บีคิดว่าคุณหมอน่าจะเมื่อยคอน่ะค่ะ บีเลยตามมาอาสาจะนวดให้” พยาบาลฝึกหัดสาวเอ่ยบอกความประสงค์ออกไปพร้อมทั้งส่งสายตาเชิญชวนให้แก่หมอหนุ่มอย่างแพราวพราว สองอาทิตย์ที่ตัวเธอมาเป็นพยาบาลฝึกหัดที่นี่ยอมรับเลยว่าเสน่ห์ของเธอทำให้คุณหมอหลายคนมองตามอย่างหลงใหลแต่กับคนตรงหน้านี้เธอยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะเป็นเหมือนคนอื่น ๆ เลยและนั่นทำให้เธอสนใจอยากจะเอาชนะเขาให้ได้
“ไม่ต้องหรอกครับ เสียเวลาทำงานเปล่า ๆ” พงศ์พยัคฆ์ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนที่จะหันเดินเข้าห้องส่วนตัวไปอย่างไม่สนใจจะรักษาน้ำใจหรือให้เกียรติอีกฝ่าย...เขาก็ไม่ใช่คนใจดีนัก เขาให้เกียรติแค่คนที่ควรให้เกียรติเท่านั้น ที่บ้านไม่ได้สอนให้สุภาพกับคนที่มีความคิดไม่ดีกับตัวเอง
“เย็นชานักนะ คิดว่าฉันจะง้อเหรอ เหอะ” คนโดนเดินหนีไม่ไว้หน้าเอ่ยอย่างโกรธแค้น...ไม่เคยมีใครไม่สนใจเธอได้ ไม่มีทาง
เที่ยง
ก๊อกๆ ๆ
“หมอเสือคะ” เสียงเรียกอันไพเราะดังขึ้นหลังจากเสียงเคาะประตูดังก่อนที่ร่างบางของแพทย์หญิงฟ้ารดา อัครวิทย์ หรือ หมอฟ้า กุมารแพทย์คนสวยที่ได้รับการโหวตว่าเป็นหมอที่น่ารักที่สุดของโรงพยาบาลจะปรากฏขึ้น เสียงของเธอเรียกความสนใจของพงศ์พยัคฆ์จากแผ่นฟิล์มเอกซเรย์สองถึงสามแผ่นตรงหน้าให้หันหน้ามามองเธอได้อย่างดี ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานด้วยความสงสัยขณะที่คนมาใหม่นั้นคลี่ยิ้มกับท่าทีนั้นของเจ้าของห้อง
“เที่ยงแล้วค่ะ ไปทานข้าวกันค่ะ”
“อ้าว นี่เที่ยงแล้วเหรอครับผมยังคิดว่าเพิ่ง10โมงอยู่เลย มิน่าล่ะรู้สึกหิวแปลกๆ” หมอหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมมองนาฬิกาที่มันไม่ใช่แค่เที่ยงตรงแต่เลยเที่ยงตรงไปเกือบ30นาทีแล้วก่อนจะยิ้มอ่อนใจให้ตัวเอง เขามักทำงานจนลืมเวลาแบบนี้เสมอ...ทุกทีนั่นล่ะ
หมอสาวได้แต่ส่ายหน้าคล้ายเอือมระอาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่เที่ยงนะคะแต่อีกครึ่งชั่วโมงจะบ่ายแล้วไปค่ะ ไปทานข้าวกันดีกว่า”
“เฮ้ยเสือ เที่ยงแล้วไปกินข้าวกัน” เสียงแทรกดังมาจากหน้าประตูก่อนที่ร่างสูงสมส่วนของนายแพทย์ปัญจวัตร เกตทิวรากุลหรือ หมอปัญจ์ ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจฝีมือดีของโรงพยาบาลจะปรากฏตัวขึ้นทำให้พงศ์พยัคฆ์และฟ้ารดาหันไปมอง
“งั้นดีเลยไปพร้อมกันสามคนนี่แหละ...หมอฟ้าคิดว่ายังไงครับ?” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยทำลายความเงียบเมื่อฟ้ารดาหันควับไปมองปัญจวัตรอย่างไม่พอใจ เขารู้ดีว่าเพื่อนหนุ่มต้องการเข้ามาขัดขวางไม่ให้กุมารแพทย์สาวได้อยู่กับเขาสองต่อสองเพราะตั้งแต่ฟ้ารดามาทำงานที่นี่เมื่อสามปีก่อนก็มีข่าวลือว่าเขาคบหากับหญิงสาวในทางชู้สาว ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มผู้รักเพื่อนจึงต้องคอยกันข่าวลือในทางลบที่จะเกิดขึ้นโดยการแทรกกลางระหว่างเขากับเธออยู่บ่อยครั้งและเขาเองก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรที่มีเพื่อนคอยทำตัวราวกับเป็นเห็บเป็นหมัดอยู่ข้างๆ ออกจะคิดว่าดีซะอีกเพราะกุมารแพทย์สาวไม่ควรมีข่าวลือแย่ๆ กับเขาถึงแม้หลายคนอาจไม่รู้แต่ก็มีอาจารย์หมอบางคนในโรงพยาบาลที่ทราบว่าเขาแต่งงานแล้วอาจทำให้กุมารแพทย์สาวถูกมองไม่ดีในสายตาคนเหล่านั้นได้
“ก็ได้ค่ะ” แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้ไปกับหมอหนุ่มที่แอบชอบสองต่อสองแต่กุมารแพทย์สาวก็ไม่ปฏิเสธที่จะร่วมโต๊ะอาหารมื้อนี้ แม้จะขัดใจอยู่บ้างที่ตาหมอช่างขัดโผล่มาทั้งที่ก่อนมาห้องนี้เธออุตส่าห์เหลียวซ้ายแลขวาดูต้นทางก่อนแล้วแต่เรื่องอะไรเธอจะยอมยกธงขาวให้ตาหมอเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อนี่ได้ยิ้มเยาะเธอล่ะ หึ เมื่อเธอไม่ได้กินข้าวสองต่อสองกับพงศ์พยัคฆ์ ตาหมอเกย์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อคนนี้ก็ต้องไม่ได้เช่นกัน
เธอจะพิทักษ์หัวใจตัวเอง และพิทักษ์อธิปไตยของพงศ์พยัคฆ์ไว้ให้ได้ “เราไปกันเลยดีกว่าค่ะ ฉันหิวแล้ว”
“งั้นไปรถผมแล้วกันผมจองโต๊ะกับสั่งอาหารไว้แล้ว” ปัญจวัตรเอ่ยบอกแก่ฟ้ารดาก่อนจะเดินนำออกจากห้อง หญิงสาวเดินตามหลังสองหนุ่มด้วยความเจ็บใจ พูดก็พูดเถอะ ถึงจะรู้ว่าปัญจวัตรคิดไม่ซื่อกับพงศ์พยัคฆ์จึงขัดขวางไม่ให้เธอได้ไปไหนมาไหนกับพงศ์พยัคฆ์ประจำก็เถอะ แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เธอไปทำให้อะไรให้ปัญจวัตรโกรธนักหนานะทำไมถึงได้ชอบขัดชอบขวางเธออยู่เรื่อย นายคนนี้น่ะไม่ใช่แค่ขัดเรื่องพงศ์พยัคฆ์หรอก เขาขัดเธอทุกเรื่องนั่นล่ะ แย้งกับเธอได้ทุกเรื่อง ทุกที่เลยล่ะตาคนนี้น่ะ
เวลาต่อมา...
ปัญจวัตรเดินนำสองหนุ่มสาวเข้ามาในร้านอาหารที่ชายหนุ่มจองไว้ก่อนที่พนักงานสาวจะเดินนำทั้งสามมายังโต๊ะติดกับกระจกใสมองออกไปภายนอกกระจกเห็นถนนใหญ่รถแล่นไปมาเสียงดังที่คุณหมอหนุ่มจองไว้
“แหม่! เลือกมุมดีนะคะหมอปัญจ์...มองเห็นถนนด้วยแถมได้ยินเสียงข้างนอกชัดแจ๋วเลย” ฟ้ารดาเอ่ยกับปัญจวัตรอย่างประชดประชัน ตั้งแต่เริ่มได้กลิ่นทะแม่ง ๆ จนมั่นใจว่าปัญจวัตรเป็นศัตรูหัวใจเมื่อปี2ก่อนเธอก็แสดงออกชัดเจนแล้วว่าเธอกับตาคนนี้ไม่มีวันญาติดีกัน เกย์ร่างยักษ์คนนี้เธอจะขัดขวางไม่ให้ได้ล่วงล้ำอธิปไตยของพงศ์พยัคฆ์อย่างแน่นอน เพื่อผู้ชายที่เธอตกหลุมรัก เธอจะประชด เหน็บแนม และจิกกัดตาหมอเกย์นี่ให้ถึงที่สุด
“เปลี่ยนบรรยากาศไงหมอ...บรรยากาศแบบเดิมน่าเบื่อจะตาย” ปัญจวัตรยังคงไม่ทุกข์ร้อนกับคำประชดของกุมารแพทย์สาวก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้หมอสาวนั่งทางฝั่งซ้ายซึ่งติดกับกระจกใสและผายมือให้เพื่อนสนิทนั่งตรงฝั่งตรงข้ามกับกระจกใสส่วนตนก็กลับมานั่งตรงข้ามกับกุมารแพทย์สาวที่ตอนนี้ชักสีหน้าใส่เขาอยู่ครู่ต่อมาพนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ
“นี่ฉันสั่งของโปรดนายมาเลยนะเนี่ยไอ้เสือ กินเยอะๆ” ปัญจวัตรเอ่ยขึ้นพร้อมตักอาหารใส่จานเพื่อนรัก “ทำงานลืมเวลาแบบนายเดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหาเข้าสักวัน...ถ้าหมอป่วยซะเองแล้วใครจะดูแลคนไข้กันล่ะ”
“อย่าว่าแต่คนอื่นครับหมอปัญจ์...นายก็กินเยอะ ๆ หมอฟ้าด้วยนะครับ” ประสาทศัลยแพทย์หนุ่มเอ่ยกลับก่อนที่หยิบช้อนและส้อมขึ้นมาโดยไม่มีคำขอบคุณส่งให้ สำหรับเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แค่มองตาเขาและอีกฝ่ายก็เข้าใจกันแล้ว
ขณะที่พงศ์พยัคฆ์จะตักอาหารคำแรกเข้าปากก็มีบางสิ่งปรากฏต่อสายตาเขาจนต้องหุบยิ้ม มือหนาที่กำลังตกข้าวเข้าปากชะงัก...มันรวดเร็วจนมองไม่ทันแต่เพราะเขาเป็นคนที่สายตาดีทำให้เห็นจังหวะนั้นพอดี สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือภาพรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูงและอีกคันด้านขวามือของชายหนุ่มขับย้อนศรมาก่อนที่รถทั้งสองจะชนประสานงากันเสียงดังสนั่น
โครม!!!
ปัญจวัตรตกใจกับเสียงที่เกิดขึ้นหันมองซ้ายขวาทันทีอย่างระแวดระวังพร้อมกับถามขึ้น “เสียงอะไรวะ”
“รถชนกัน” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะทิ้งช้อนลงและวิ่งออกไปนอกร้านทันทีสองหนุ่มสาวก็วิ่งตามออกไปด้วยสัญชาตญาณ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแน่นอนว่าอาจจะมีคนได้รับบาดเจ็บดังนั้นแล้วพวกเขาควรจะไปให้ถึงที่เกิดเหตุให้ไวถ้าอยู่ใกล้ ๆ
หมอหนุ่มแหวกกลุ่มไทยมุงไปยังที่เกิดเหตุทันทีโดยมีปัญจวัตรและฟ้ารดาตามไปไม่ห่าง “ขอทางหน่อยครับผมเป็นหมอ”
“ผมเป็นหมอครับ หลีกทางหน่อย”
พงศ์พยัคฆ์เข้าไปดูอาการคนเจ็บของรถคันที่เขาเห็นเต็มตาว่าเป็นฝ่ายขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนประสานงากับรถอีกคัน ขณะที่ปัญจวัตรนั้นแยกไปดูรถอีกคันส่วนฟ้ารดายกโทรศัพท์มากดเรียกรถพยาบาลและตำรวจก่อนจะเข้าไปช่วยพงศ์พยัคฆ์
“รถพยาบาลกำลังจะมาแล้วค่ะ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกคนเจ็บยังคงมีสติอยู่ “อดทนไว้นะคะ"
พงศ์พยัคฆ์ที่ดูอาการของคนเจ็บถอนใจโล่งเมื่อสำรวจแล้วอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรมาก “อาการน่าจะเคล็ดขัดยอกและกระดูกแขนร้าวไม่ถึงขั้นสาหัส อดทนอีกนิดนะครับ เดี๋ยวรถพยาบาลก็มา”
ในขณะที่หมอหนุ่มดูอาการคนเจ็บในรถที่ขับมาด้วยความเร็วปัญจวัตร ที่ไปดูอาการคนเจ็บที่ขับรถย้อนศรก็ตะโกนเรียก “เสือมาดูทางนี้หน่อย ที่หัวและจมูกมีเลือดออก”
“ฝากคุณหมอฟ้าดูทางนี้ด้วยนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะตรงไปยังรถที่ปัญจวัตรดูอยู่ในรถมีผู้หญิงเป็นคนขับข้างๆ มีเด็กหญิงวัยประมาณสามถึงสี่ขวบนั่งร้องไห้อยู่ จากรูปการณ์หญิงสาวคงเป็นแม่ของเด็กหญิงและคงกลัวลูกจะบาดเจ็บจึงเอาตัวไปบังไว้และตอนที่รถประสานงากันศีรษะก็ไปกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างจนมีเลือดไหลออกมาอีกทั้งยังมีเลือดไหลออกทางจมูกซึ่งไม่ใช่เลือดกำเดาสาเหตุอาจจะมาจากอาการผิดปกติในระบบประสาท
“อาจจะมีเลือดคั่ง หรือไม่เธอก็น่าจะมีอาการผิดปกติในระบบประสาทมาก่อนหน้านี้แล้วทำให้มีเลือดไหลออกจากจมูก คงต้องพาไปทำำMRIที่โรงพยาบาลดูก่อน ถ้ามีเลือดคั่งก็คงเป็นเคสที่อันตรายมากแล้ว...เด็กเป็นไงบ้างวะ” พงศ์พยัคฆ์สันนิษฐานอาการอย่างไม่ปักใจในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ข้อสันนิษฐานของเขาแยกออกไปสองประเด็นคือมีเลือดคั่งในบริเวณที่อันตรายสาเหตุมาจากการกระแทกรุนแรงของรถ สองคือหญิงสาวอาจจะมีอาการผิดปกติที่ระบบประสาทอยู่ก่อนแล้วอาจจะเป็นเลือดคั่ง หรือไม่ก็เนื้องอกในสมอง แต่ถ้าหญิงสาวโชคร้ายเป็นทั้งสองข้อสันนิษฐานคงเป็นเคสที่อันตรายและต้องระวังมากในการผ่าตัด สีหน้าของคนที่ทำงานหลักเป็นประสาทศัลยแพทย์เครียดขึ้นก่อนจะหันไปถามถึงเด็กหญิงที่ร้องไห้อยู่
“ไม่เป็นไรว่ะ แค่ตกใจงั้นฉันพาไปหาหมอเด็กก่อน ฉันไม่สันทัดเรื่องแบบนี้” ปัญจวัตรเอ่ยก่อนจะอุ้มเด็กหญิงไปที่หมอเด็กหรือกุมารแพทย์สาวนั่นเอง
เวลาต่อมาห้องผ่าตัดหลังจากรถพยาบาลพาคนเจ็บมาถึงโรงพยาบาลหญิงสาวก็ถูกนำตัวเข้าทำMRIทันทีและผลก็ออกมาว่ามีเลือดคั่งอยู่ในสมองบริเวณจุดสำคัญพอดีจึงถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดทันทีโดยมีพงศ์พยัคฆ์เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โชคดีที่ไม่มีเนื้องอกอย่างที่พงศ์พยัคฆ์กังวลแต่คนเจ็บก็มีเลือดคั่งมาก่อนหน้านี้แล้ว“การผ่าตัดครั้งนี้อันตรายมากเราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษขอให้ทุกคนอย่าประมาท เอาล่ะก่อนอื่นเราจะเปิดกะโหลกเพื่อระบายเลือดที่คั่งออกทุกคนพร้อม” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยขึ้นทุกคนพยักหน้าก่อนที่การผ่าตัดจะเริ่มขึ้นอย่างระมัดระวังจนกระทั่งสิ้นสุดการผ่าตัด ร่างอันเหนื่อยล้าก้าวออกจากห้องผ้าตัดก่อนที่จะพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยล้าและโล่งใจ“เป็นไงบ้างวะเสือ ปลอดภัยแล้วใช่มั้ย” ปัญจวัตรเอ่ยถามเพื่อนรักหลังจากให้การกับตำรวจเท่าที่เห็นและพาเด็กน้อยที่ดูท่าจะหิวไปทานข้าวเพราะตนกับกุมารแพทย์สาวก็ทานไปได้ไม่ถึงสามคำก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นซะก่อนจากนั้นชายหนุ่มจึงขับรถกลับมาที่โรงพยาบาลพร้อมกับฟ้ารดาและเด็กหญิงตัวน้อยที่หยุดร้องไห้แล้วหมอหนุ่มพยักหน้าก่อนที่จะสอบถามถึงการติดต่อญาติคนไข้ “ปลอดภัยแล้วการผ่าตัดผ่านไปได
วันต่อมา...บริษัทตกแต่งภายในเกตรัตนากรณ์ภายในห้องประชุมที่ถูกออกแบบอย่างสวยงามละลานตาการประชุมอันเคร่งเครียดกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นก่อนที่จะหยุดลงเมื่อใบหน้าของบุคคลที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดูเคร่งเครียดผิดปกติ“เอาล่ะผมขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้” รณพีร์ เกตรัตนากรณ์หรือบอสพีร์ประธานหนุ่มของบริษัทรับออกแบบและตกแต่งภายในชื่อดังแห่งนี้เอ่ยปิดการประชุมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อเห็นอาการผิดปกติของหญิงสาวที่ตนแอบชอบ“พิมพ์พิชชาคุณเป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายตรงไหน?” รณพีร์เอ่ยด้วยความเป็นห่วงหลังจากที่คนอื่น ๆ ในห้องประชุมออกไปแล้วเหลือเพียงคนที่เขาถามไถ่และเพื่อนสนิทของเธอ ชายหนุ่มสังเกตเห็นหญิงสาวเป็นแบบนี้มาพักใหญ่ ๆ แล้วจนอดเป็นห่วงไม่ได้“นั่นสิทราย แกเป็นไรรึเปล่าปวดหัวเหรอ” แพรวารินทร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพื่อนสาวเอ่ยถามทันทีสภาพที่หญิงสาวได้เห็นคือพิมพ์พิชชาเพื่อนรักผู้พ่วงตำแหน่งน้องสาวสามีที่ยกมือนวดคลึงขมับอยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี“ไม่เป็นไรหรอก แค่ปวดหัวนิดหน่อยเอง” พิมพ์พิชชาเอ่ยพร้อมยิ้มส่งให้เพื่อนรักทั้งที่อาการปวดหัวอย่างหนักกำลังเล่นงานเธออยู่ “เลิกประชุมแล้ว งั้นเราไปหาลูกค้ากันเถอะแ
ร่างของพิมพ์พิชชาถูกพาไปที่ห้องพักโดยมีแพรวารินทร์นั่งอยู่ข้างเตียง คุณหญิงพราวกะรัตและคุณสิงหานั่งมองร่างไร้สติของลูกสาวอยู่ที่โซฟา ส่วนรณพีร์นั้นขอตัวไปกลับก่อนเพราะมีนัดกับลูกค้า พงศ์พยัคฆ์ยืนกอดอกมองน้องสาวอยู่ที่ปลายเตียงก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้“บ่ายโมงกว่าแล้ว แม่ทานข้าวรึยังครับ” ประสาทศัลยแพทย์หนุ่มเอ่ยถามผู้ให้กำเนิดอย่างเป็นห่วง“เรากำลังจะตั้งโต๊ะแต่แพรโทรมาซะก่อน อะ แล้วแพรทานข้าวรึยังลูก” ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกบุตรชายก่อนจะหันไปถามลูกสะใภ้แต่เหมือนหญิงชราจะไม่ได้คำตอบมีแต่ความเงียบตอบกลับมาเท่านั้น“ให้เวลาหนูแพรสักนิดเถอะคุณหญิง อย่างที่อาพยัคฆ์เคยบอกหนูแพรกลัวการสูญเสียที่สุดสภาพของหนูทรายก่อนหน้านี้มันคงทำให้หนูแพรกลัว” คุณสิงหาเอ่ยบอกแก่คู่ชีวิตพร้อมโอบไหล่ไว้ ตนและภรรยารู้ดีว่าหญิงสาวคงสะเทือนใจไม่น้อยเลย เพราะนอกจากคุณตาแล้วพิมพ์พิชชานี่ล่ะคือคนสำคัญของแพรวารินทร์“ผมว่าแม่กับพ่อไปทานข้าวดีกว่าครับหนูทรายคงไม่ฟื้นตอนนี้หรอกอีกสองสามชั่วโมงยาสลบถึงจะหมดฤทธิ์”“ก็ดี ไปเถอะคุณกลับมาลูกคงฟื้นพอดี” คุณสิงหาเอ่ยขึ้นก่อนจะประคองภรรยาลุกขึ้นแต่ร่างของคุณหญิงพราวกะรัตกลับเดินไปห
เช้าวันแรกของการนอนโรงพยาบาลของพิมพ์พิชชาไม่ได้สดใสนัก...ออกจะอึมครึมพิกลเสียด้วย“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าน้องทรายจะเป็นหนักได้ขนาดนี้...แสดงว่าพี่ชายไม่เก่งจริงนี่น่า” น้ำเสียงที่แสดงออกต้องการแขวะพี่ชายของคนไข้ของชายหนุ่มในชุดลายพรางพาให้พิมพ์พิชชาพาลหายใจไม่ออกขึ้นมากะทันหันมือบางสะกิดให้แพรวารินทร์ช่วยทำอะไรสักอย่างแต่เพื่อนสาวกลับไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย...แพรวารินทร์มัวแต่ปอกผลไม้อยู่ไม่ได้มองอะไรเลย“เก่งไม่เก่งถึงเวลาคุณต้องผ่าตัดแล้วผมเป็นหมอเจ้าของไข้คุณจะรู้เอง...อยากลองมั้ยล่ะ” พี่เสือของหญิงสาวก็ไม่ได้ปล่อยให้มีใครมาแขวะอยู่ฝ่ายเดียวเช่นกัน...นี่ล่ะที่ทำให้หายใจไม่ออกไม่รู้ไปเกาเหลากันเมื่อไร่นะคู่นี้...เฮ้อ หนักใจ“พี่เมฆกับพี่เสือนี่ตลกดีเนาะ ฮะฮะ เอ่อ แล้วนี่พี่เมฆรู้ได้ยังไงคะว่าทรายอยู่โรงพยาบาล” พิมพ์พิชชาทำลายบรรยากาศมาคุด้วยการสอบถามชายในชุดลายพรางพงศ์พยัคฆ์เบือนหน้าหนีทันทีราวกับไม่อยากจะมองหน้าคนอุตส่าห์มีน้ำใจมาเยี่ยมน้องสาวของเขา เขารู้จักผู้ชายคนนี้ดี เขาคนนี้ไงล่ะคนที่อยู่ในดวงใจของแพรวารินทร์ ผู้ชายแสนดีที่ชื่อ...เมฆา“พี่โทรหาน้องแพรว่าจะ
ร่างสูงที่ควรจะเฝ้าน้องหรือไม่ก็ทำงานกลับมานั่งซึมอยู่ในห้องของเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งไม่ทักท้วงอะไร พงศ์พยัคฆ์นั่งนิ่งอยู่นานทว่าเพื่อนหนุ่มก็ไม่ถามอะไรสักทีในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องสอบถามออกไป“จะไม่ถามหน่อยเหรอ?”“หึ...ไม่ล่ะ เดี๋ยวอยากบอกนายก็บอกพูดเองแหละ ฉันรู้” ปัญจวัตรเอ่ยบอกพร้อมกับยักไหล่ ไอ้หมอนี่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนมากี่ปีนะถึงได้คิดว่าเขาไม่รู้จักมันดี เขารู้จักพงศ์พยัคฆ์ดีถ้าอยากพูดชายหนุ่มจะพูดเอง แต่ถ้าไม่อยากจะพูดถามให้ตายก็ไม่พูด...นี่คือสิ่งที่เขารู้หลักจากคบกันมาจวนเจียนจะเข้าปีที่30“ฉัน...” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยหลังจากที่นั่งนิ่งมาสักพัก “เข้าใจมาตลอดว่าหนูแพรรักนายเมฆ”“อันนี้ฉันรู้”“แต่ความจริงแล้วฉันเข้าใจผิดว่ะ...หนูแพรปฏิเสธนายเมฆไปแล้ว ฉันเข้าใจผิดมาตลอด”“อันนี้ฉันก็เคยบอกนาย แต่นายไม่เชื่อ นายบอกว่านายได้ยินมากับหู” ปัญจวัตรเอ่ยแล้วก็ร้องเหอะออกมา...เขาเคยพูดแล้วว่าเข้าใจผิด ไงล่ะ ไม่เชื่อเขาดีนัก“9ปี...ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย ฉัน...โคตรเลวเลยว่ะ”“เออ...เลว” ปัญจวัตรไม่ใช่เพื่อนประเภทที่ดีแต่ปลอบใจ ชายหนุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆ “แต่โจรยังกลับใจได้ นั
ภาพคุณหมอหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินจับมือหญิงสาวแสนสวยออกจากห้องทำงานเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะไม่มีใครเคยเห็นคุณหมอหนุ่มทำแบบนี้มาก่อนถึงได้รู้สึกแปลกตาและแปลกใจเป็นอย่างมากและหนึ่งในนั้นก็คือฟ้ารดาที่กำลังจะกลับบ้าน ภาพที่เห็นนอกจากสร้างความแปลกใจให้เธอแล้วยังสร้างความเสียใจให้เธออีกด้วย กุมารแพทย์สาวทอดสายตามองคนที่เธอรู้สึกพิเศษจนลับตาพลางขบคิดว่าเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันแบบไหนกัน...คนรู้จักกันธรรมดาไม่จับมือถือแขนกันอย่างนั้นเป็นแน่“มองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะหมอฟ้า หมอเสือเขากำลังนอกใจเธอชัดๆ” เสียงพยาบาลสาวขี้อิจฉาเอ่ยขึ้น นางพยาบาลสาวไม่ชอบฟ้ารดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเยาะเย้ยและเสี้ยมกุมารแพทย์สาวในทางที่ผิด ฟ้ารดาหันหน้ามามองพยาบาลสาวก่อนจะเดินหนีอย่างไม่สนใจสร้างความโมโหให้พยาบาลสาวอย่างมากจนเผลอคิดในใจอย่างโกรธแค้น‘ฉันจะทำให้เธออับอายให้ได้ฟ้ารดา หมอเสือเขากำลังนอกใจเธอแบบนี้คงเจ็บไม่น้อยฉันจะทำให้เรื่องนี้รู้ไปทั่วโรงพยาบาลเลย’ด้านคนถูกมองว่านอกใจทั้งที่ไม่เคยคบยังคงจับมือมัณฑนากรสาวไม่ยอมปล่อยทั้งที่สาวเจ้าสะบัดก็แล้วจนในที่สุดแพรวารินทร์ก็หยุด
ลานจดรถโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์ร่างสูงเท่ห์เดินมาถึงลานจอดรถก่อนจะหันไปเห็นรถของกุมารแพทย์สาวยังจอดอยู่ทั้งที่เลยเวลาเลิกงานของเธอมาสักพักแล้วปัญจวัตรมองด้วยใบหน้าฉงนก่อนที่ร่างสูงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วเคาะประตูรถร่างบางในรถลดกระจกลงก่อนจะหันมามอง“ยังไม่กลับเหรอหมอฟ้า”“ฉันจะกลับไม่กลับก็เรื่องของฉัน” กุมารแพทย์สาวเอ่ยบอกพลางเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“หมอฟ้า คุณร้องไห้ทำไมใครทำอะไรคุณ” ศัลยแพทย์หัวใจหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูรถแล้วดึงร่างบางออกมาจากรถ“ปล่อยนะหมอปัญจ์คุณทำบ้าอะไร” กุมารแพทย์สาวเอ่ยถามก่อนจะถูกพามาที่รถของปัญจวัตร ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มเปิดประตูข้างคนขับก่อนจะยัดร่างของกุมารแพทย์สาวเข้าไปแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง“หมอฟ้าคุณร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรคุณรึว่าเพราะข่าวลือของไอ้เสือ” หมอหนุ่มพูดก่อนจะสังเกตุเห็นหยดน้ำตาที่ไหลลงเมื่อเอ่ยถึงข่าวลือ“ฉันจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ปลดล็อกฉันจะกลับ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกแต่แทนที่หมอหนุ่มจะฟังกลับสตาร์ทเครื่องก่อนรถหรูจะพุ่งทะยายไปตามทาง บ้านเกตทิวรากุลรถหรูจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังใหญ่
เรือนแสนรักรถหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถของเรือนแสนรักสร้างความแปลกใจให้แก่แม่อุ่นและบรรดาคนรับใช้ในเรือนแสนรักเป็นอย่างมากก่อนที่จะเรียกรอยยิ้มให้พวกเขาเมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถก้าวลงมาก่อนจะอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่คุ้นเคยของบรรดาคนรับใช้“คุณเสือ คุณแพร” แม่อุ่นแม่นมคนสนิทเอ่ยอย่างยินดีที่ได้เห็นคู่สามีภรรยาที่วัน ๆ แทบไม่ได้เจอหน้ากันเดินมาหาตนพร้อมกัน“นมยังไม่นอนเหรอครับ นี่ดึกแล้วนะเดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามแม่นมคนสนิท“โธ่พ่อคุณทูนหัวของนม นมก็ว่าจะนอนแล้วค่ะแต่คุณหนูทรายเธอโทรมาบอกให้จัดการเรื่องให้ก็เลยต้องมาสั่งคนนี่ล่ะค่ะ นมว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่านะคะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกก่อนที่พงศ์พยัคฆ์จะโอบเอวแม่อุ่นเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างไปกุมมือบางของแพรวารินทร์แล้วเดินไปพร้อม ๆกัน“แล้วนี่คุณหนูทรายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ นมลืมถามเธอตอนที่เธอโทรศัพท์มา” แม่อุ่นเอ่ยถามเมื่อทั้งสามนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“อาทิตย์หน้าก็จะผ่าตัดแล้วครับปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ จริง ๆผมอยากจะเฝ้าน้องนะครับแต่พ่อกับแม่บอกว่าจะเฝ้าเองให้ผมกับหนูแพรกลับมานอนที่บ้าน”“ดีแล้วค่ะ คุณแ
บทที่17 เหตุการณ์สร้างพระเอก“ยัยทรายร้ายกาจและใจร้ายที่สุด สงสารหมอฟ้าจัง” แพรวารินทร์เอ่ยต่อว่าเพื่อนก่อนจะเดินนำหน้าออกไป พงศ์พยัคฆ์รีบเดินตามไปอย่างช้า ๆก่อนที่ทั้งคู่จะต้องหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึงหน้าสระน้ำพุภาพที่ปรากฏในสายตาของทั้งคู่คือปัญจวัตรและฟ้ารดา พงศ์พยัคฆ์หันมาสบตากับภรรยาก่อนคิดด่าตัวเองในใจ‘ไม่น่ารีบกลับเล้ยไอ้เสือ ถ้าจะไปที่รถก็ต้องผ่านหน้าสองคนนั้นทำลายบรรยากาศกันพอดี’“จะกลับแล้วเหรอ”ปัญจวัตรเอ่ยถามหลังจากมองเห็นและผละออกจากกุมารแพทย์สาวอย่างนุ่มนวล“ใช่พอดีหนูแพรมีงานพรุ่งนี้น่ะเลยไม่อยากกลับดึกไปนะครับหมอฟ้า ไปนะเพื่อนกอดหน่อย” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะดึงเพื่อนรักมากอดและกระซิบบางอย่าง“ถึงที่ฉันทำมันดูแรงไปแต่ก็เพราะหวังดีกับหมอฟ้าแล้วก็นาย ต่อไปก็จีบไปเรื่อยๆล่ะฉันว่าหมอฟ้าไม่ได้อคติกับนายเหมือนแต่ก่อนแล้ว พยายามให้เต็มที่เอามาเป็นสะใภ้ม้าให้ได้ล่ะ ฉันเองก็จะเป็นหลานเขยที่ดีของม้ากับพ่อนายให้ได้
โต๊ะอาหารหลังจากที่ทุกคนย้ายสถานที่จากห้องรับแขกมาเป็นห้องอาหารพงศ์พยัคฆ์ก็เลื่อนเก้าอี้ให้แพรวารินทร์นั่งโดยจงใจให้ที่นั่งของตนและภรรยาสาวอยู่ตรงข้ามกับฟ้ารดา แพรวารินทร์มองชายผู้เป็นสามีอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรด้านพงศ์พยัคฆ์ก็รู้ว่าภรรยาไม่เข้าใจแต่ก็ไม่อธิบายได้แต่ตักปูมาแกะก่อนจะยื่นมาตรงหน้าแพรวารินทร์“อ้าปากสิครับ พี่จะป้อน” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกน้ำเสียงไม่เบานัก แพรวารินทร์มองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะขยับปากจะพูดแต่ถูกพงศ์พยัคฆ์ขัดขึ้นก่อน“ไม่อ้าปากพี่จูบนะ เลือกเอา” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยขู่จนคนไม่อยากโดนจูบรีบอ้าปากงับเนื้อปูอย่างไม่รอช้า พงศ์พยัคฆ์ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะโน้นศีรษะไปใกล้หญิงสาวแล้วเอ่ยบางอย่างออกมา“น่ารักที่สุด แบบนี้ต้องให้รางวัล” พูดจบริมฝีปากหนาของพงศ์พยัคฆ์ก็ทาบลงจุ๊บที่แก้มเนียนของแพรวารินทร์โดยไม่เอียงอายต่อสายตาของผู้ร่วมโต๊ะคนอื่น ๆ แพรวารินทร์ผงะไปอย่างตกตะลึงก่อนที่แก้มเนียนจะเปลี่ยนเป็นแดงซ่าน“ป้อนให้พี่บ้างสิครับ หนูแพร” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะโน้นศีรษะลงไปใกล้ใบหูของหญิงส
เสียงเครื่องยนต์ของรถที่คุ้นหูทำให้ปัญจวัตรรีบเดินออกมาหน้าบ้านด้วยความแปลกใจทันที เขาจำได้เสียงนี้เป็นเสียงรถพงศ์พยัคฆ์อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดรถหรูของพงศ์พยัคฆ์จอดอยู่ตรงหน้าจริง ๆหลังจากนั้นไม่นานรถของปรียาภัทรก็ขับมาจอดใกล้ๆกัน ปัญจวัตรมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้มีแต่พงศ์พยัคฆ์แต่ยังมีลูกพี่ลูกน้องสุดที่รักอย่างแพรวารินทร์ด้วยความประหลาดใจ“มาได้ไงวะไอ้เสือ น้องแพร” ปัญจวัตรเอ่ยถามอย่างสงสัยทันทีที่เพื่อนรักและลูกพี่ลูกน้องสาวลงจากรถ“ปิ่นชวนเองแหละ เห็นว่าวันนี้ม้าทำแต่ของอร่อยเลยชวนมาแจมด้วย”“ชวนมาแจมเนี่ยนะ” ปัญจวัตรเอ่ยพึมพำหมอหนุ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรแล้วน้องสาวเขาคิดจะทำอะไรนั้นคือสิ่งที่ปัญจวัตรกำลังหาคำตอบให้ตัวเอง ส่วนพงศ์พยัคฆ์และแพรวารินทร์นั้นไม่ได้สนใจปัญจวัตรทั้งคู่เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับปรียาภัทรโดยไม่ต้องมีใครชวน คนนอกเห็นอาจคิดว่าเสียมารยาทแต่ไม่ใช่เลยเพราะทั้งสองเข้าออกบ้านหลังนี้จนเหมือนบ้านตัวเองไปแล้วทั้งคุณหญิงปริศนากับคุณศรันย์ผู้เป็นสามีเองก็เอ็นดูพงศ์พยัคฆ์เหมือนลูกแพ
วันต่อมาโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์การที่พงศ์พยัคฆ์ไปไหนมาในกับแพรวารินทร์ถือเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงไม่หยุดตั้งแต่ที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องทำงานของหมอหนุ่ม บ้างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเงียบขรึมที่ทำให้หมอหนุ่มเปลี่ยนเป็นคนที่มีรอยยิ้ม บ้างก็ใคร่รู้เหลือเกินว่าหญิงสาวเป็นใครทำไมถึงได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเสือยิ้มยากของโรงพบายาลได้แบบนี้และข่าวล่ามาแรงวันนี้ก็คือข่าวสารที่ว่าคืนวานนี้คุณหมอหนุ่มและหญิงสาวคนนั้นไม่ได้กลับออกไปจากโรงพยาบาลจนกระทั่งช่วงสาย ๆ จึงได้จูงมือกันออกไปข้างนอกคุณหญิงปริศนาเงี่ยหูฟังพยาบาลสาวที่เม้าท์กันอย่างเมามันก่อนจะหันมามองหน้าลูกสาวที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ไม่แพ้กันแล้วก็ได้แต่พ้นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย“เรื่องชาวบ้านนี่ขยันจริง ๆ คนเรานี่”“นั่นสิคะ โอ๊ะ นั่นพี่เสือกับพี่แพรนี่คะ” ปรียาภัทรเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็นแม่ก่อนจะหันไปเห็นคนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินไปยังลิฟต์จึงส่งเสียงเรียกทันที“พี่แพร พี่เสือ” เสียงร้องเรียกทำให้แพรวาริน
ดวงตาคู่หวานทอดสายตามองปลาสวยงามในตู้ปลาตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนเธอก็ไม่เคยเหนื่อยล้าและหมดแรงเท่าตอนนี้เลย ตอนรู้ความสัมพันธ์ของพงศ์พยัคฆ์และหญิงสาวอีกคนก็ช็อคแล้วยิ่งได้เห็นทั้งคู่เดินจับจูงมือกันอีกยิ่งรู้สึกเสียใจ“ยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนหมาเปิดปลากระป๋องไม่ได้อีกเหรอคุณ” น้ำเสียงยียวนเอ่ยทักจากด้วยหลังทำให้คนยืนมองตู้ปลาอยู่ต้องละลายตาไปมอง “อุตส่าห์พาไปเลี้ยงข้าวปลอบใจถึงที่บ้านคุณยังไม่หายเศร้าอีกเหรอ อะไรจะอกหักเบอร์นั้นครับหมอฟ้ารดา”“ยุ่ง” คนโดนถามว่าแล้วก็หัวกลับไปดูปลาในตู้ต่อไป “เป็นปลานี่ดีเนอะ ไม่เห็นจะอกหักรักคุดเหมือนคนเลย”“อกหักแล้วเพี้ยนก็มีด้วยเว้ยเห้ย ไปกันใหญ่ ปะ ไปกินข้าวบ้านผมดีกว่าวันนี้ม้าผมทำแต่ของอร่อย เผื่อจะหายจากอาการอกหักบ้าง” ว่าแล้วก็ดันไหล่หญิงสาวจากด้านหลังออกไปจากโรงพยาบาลทันที ที่รีบก็เพราะเขากลัวสาวเจ้าจะได้เห็นภาพบาดตาเข้าอีกน่ะสิวันนี้ก็เป็นอีกวันที่บ้านเกตทิวรากุลได้ต้อนรับแขกสาวอีกครั้งหลังจากที่เมื่อวานนี้ได้ต้อนรับไปแล้วทว่าคุณหญิงปริศนากลับไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรแม้แต่น้อย ออกจะชอบใจ
พงศ์พยัคฆ์นั่งมองแพรวารินทร์คุยงานกับปกรณ์ลูกค้าวัยกลางคนของน้องสาวที่แพรวารินทร์ต้องเข้ามาพูดคุยและรับผิดชอบแทนโดยไม่คิดจะละสายตา เขาไม่ได้มองหญิงสาวมาตั้งนานในตอนนี้เขาจึงอยากจะมองชดเชยที่ไม่กล้ามองมานาน...มองเธอให้นานที่สุดแม้ว่าจะมีพงศ์พยัคฆ์มานั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ แต่แพรวารินทร์ก็ไม่ได้ประหม่าจนเสียงาน หญิงสาวพูดคุยกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงสบายหูจนแม้แต่พงศ์พยัคฆ์เองยังรู้สึกสบายไปด้วยแม้จะมีหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจก็ตาม“ผมไม่มีปัญหากับแบบที่นำเสนอนะครับ ทางผมไม่ได้รีบร้อนอะไรทางบริษัทไม่ต้องกังวล และคุณแพรวารินทร์เองก็ไม่ต้องมาคุมงานนี้แทนหรอกครับ ผมได้ยินว่าคุณแพรวารินทร์มีงานใหญ่ที่ต้องทำอีกหลายงาน ไม่ต้องลำบากหรอก บอกตามตรงผมถูกชะตาคุณพิมพ์พิชชามากอยากให้เธอได้เป็นคนควบคุมงานที่เธอออกแบบด้วยตัวเธอเอง”“ทางเราเองก็อยากให้พิมพ์พิชชาได้ทำค่ะ แต่ก็เกรงว่าทางคุณปกรณ์รอไม่ไหว”“รอได้ครับ ผมจะรอมัณฑนากรเจ้าของแบบนี้ แล้วก็หวังว่าคุณพิมพ์พิชชาจะหายกลับมาจัดการงานนี้ด้วยตัวเองได้ในเร็ววันนะครับ”“พิมพ์พิชชาจะกลั
“ทำอะไรอยู่ครับนมหอมจัง” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามทันทีที่เข้ามาถึงห้องครัวของเรือนแสนรัก แม่อุ่นที่กำลังวุ่นอยู่กับข้าวต้มกุ้งตรงหน้าหันมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ตนอุ้มชูมาก่อนจะเอ่ยตอบ“ก็ข้าวต้มกุ้งของโปรดคุณเสือไงค่ะ รออีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“จริงเหรอครับดีจังเสือคิดถึงข้าวต้มกุ้งฝีมือนมที่สุดเลย” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมทั้งออดอ้อนแม่นมเล็กๆ“แหม่ถ้าจริงอย่างคุณเสือว่าทูนหัวคงอยู่ทานทุกมื้อแล้วค่ะ ไม่รีบร้อนออกไปปล่อยให้อาหารนมกินแห้วแบบนี้ตั้ง9ปีหรอกค่ะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกอย่างแง่งอน“นมครับต่อไปเสือจะทานอาหารนมทุกวันเลยหายงอนนะครับดีกันนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมยกนิ้วก้อยขึ้นมา แม่อุ่นหัวเราะร่าก่อนจะยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจ้านายหนุ่ม“คุณนมขาข้าวต้มกุ้งจะไหม้แล้วค่ะ” แต้วเอ่ยแซวผู้อาวุโสกว่าที่เธอรักดั่งบุพการี แม่อุ่นหันมาตีแขนแต๋วก่อนจะหันมาบอกนายหนุ่ม“คุณเสือไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะทูนหัวเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“ครับนม ผมจะรอที่ศาลาริมน้ำนะครับ” พงศ์พ
เรือนแสนรักรถหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถของเรือนแสนรักสร้างความแปลกใจให้แก่แม่อุ่นและบรรดาคนรับใช้ในเรือนแสนรักเป็นอย่างมากก่อนที่จะเรียกรอยยิ้มให้พวกเขาเมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถก้าวลงมาก่อนจะอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่คุ้นเคยของบรรดาคนรับใช้“คุณเสือ คุณแพร” แม่อุ่นแม่นมคนสนิทเอ่ยอย่างยินดีที่ได้เห็นคู่สามีภรรยาที่วัน ๆ แทบไม่ได้เจอหน้ากันเดินมาหาตนพร้อมกัน“นมยังไม่นอนเหรอครับ นี่ดึกแล้วนะเดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามแม่นมคนสนิท“โธ่พ่อคุณทูนหัวของนม นมก็ว่าจะนอนแล้วค่ะแต่คุณหนูทรายเธอโทรมาบอกให้จัดการเรื่องให้ก็เลยต้องมาสั่งคนนี่ล่ะค่ะ นมว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่านะคะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกก่อนที่พงศ์พยัคฆ์จะโอบเอวแม่อุ่นเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างไปกุมมือบางของแพรวารินทร์แล้วเดินไปพร้อม ๆกัน“แล้วนี่คุณหนูทรายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ นมลืมถามเธอตอนที่เธอโทรศัพท์มา” แม่อุ่นเอ่ยถามเมื่อทั้งสามนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“อาทิตย์หน้าก็จะผ่าตัดแล้วครับปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ จริง ๆผมอยากจะเฝ้าน้องนะครับแต่พ่อกับแม่บอกว่าจะเฝ้าเองให้ผมกับหนูแพรกลับมานอนที่บ้าน”“ดีแล้วค่ะ คุณแ
ลานจดรถโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์ร่างสูงเท่ห์เดินมาถึงลานจอดรถก่อนจะหันไปเห็นรถของกุมารแพทย์สาวยังจอดอยู่ทั้งที่เลยเวลาเลิกงานของเธอมาสักพักแล้วปัญจวัตรมองด้วยใบหน้าฉงนก่อนที่ร่างสูงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วเคาะประตูรถร่างบางในรถลดกระจกลงก่อนจะหันมามอง“ยังไม่กลับเหรอหมอฟ้า”“ฉันจะกลับไม่กลับก็เรื่องของฉัน” กุมารแพทย์สาวเอ่ยบอกพลางเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“หมอฟ้า คุณร้องไห้ทำไมใครทำอะไรคุณ” ศัลยแพทย์หัวใจหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูรถแล้วดึงร่างบางออกมาจากรถ“ปล่อยนะหมอปัญจ์คุณทำบ้าอะไร” กุมารแพทย์สาวเอ่ยถามก่อนจะถูกพามาที่รถของปัญจวัตร ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มเปิดประตูข้างคนขับก่อนจะยัดร่างของกุมารแพทย์สาวเข้าไปแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง“หมอฟ้าคุณร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรคุณรึว่าเพราะข่าวลือของไอ้เสือ” หมอหนุ่มพูดก่อนจะสังเกตุเห็นหยดน้ำตาที่ไหลลงเมื่อเอ่ยถึงข่าวลือ“ฉันจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ปลดล็อกฉันจะกลับ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกแต่แทนที่หมอหนุ่มจะฟังกลับสตาร์ทเครื่องก่อนรถหรูจะพุ่งทะยายไปตามทาง บ้านเกตทิวรากุลรถหรูจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังใหญ่