ร่างสูงที่ควรจะเฝ้าน้องหรือไม่ก็ทำงานกลับมานั่งซึมอยู่ในห้องของเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งไม่ทักท้วงอะไร พงศ์พยัคฆ์นั่งนิ่งอยู่นานทว่าเพื่อนหนุ่มก็ไม่ถามอะไรสักทีในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องสอบถามออกไป
“จะไม่ถามหน่อยเหรอ?”
“หึ...ไม่ล่ะ เดี๋ยวอยากบอกนายก็บอกพูดเองแหละ ฉันรู้” ปัญจวัตรเอ่ยบอกพร้อมกับยักไหล่ ไอ้หมอนี่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนมากี่ปีนะถึงได้คิดว่าเขาไม่รู้จักมันดี เขารู้จักพงศ์พยัคฆ์ดีถ้าอยากพูดชายหนุ่มจะพูดเอง แต่ถ้าไม่อยากจะพูดถามให้ตายก็ไม่พูด...นี่คือสิ่งที่เขารู้หลักจากคบกันมาจวนเจียนจะเข้าปีที่30
“ฉัน...” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยหลังจากที่นั่งนิ่งมาสักพัก “เข้าใจมาตลอดว่าหนูแพรรักนายเมฆ”
“อันนี้ฉันรู้”
“แต่ความจริงแล้วฉันเข้าใจผิดว่ะ...หนูแพรปฏิเสธนายเมฆไปแล้ว ฉันเข้าใจผิดมาตลอด”
“อันนี้ฉันก็เคยบอกนาย แต่นายไม่เชื่อ นายบอกว่านายได้ยินมากับหู” ปัญจวัตรเอ่ยแล้วก็ร้องเหอะออกมา...เขาเคยพูดแล้วว่าเข้าใจผิด ไงล่ะ ไม่เชื่อเขาดีนัก
“9ปี...ไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย ฉัน...โคตรเลวเลยว่ะ”
“เออ...เลว” ปัญจวัตรไม่ใช่เพื่อนประเภทที่ดีแต่ปลอบใจ ชายหนุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมาก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆ “แต่โจรยังกลับใจได้ นับประสาอะไรกับสามีไม่รักดี...นายกลับใจกลายเป็นสามีที่ดีได้ เชื่อดิ”
“แต่...ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะแก้ไขตรงไหนก่อนเว้ย มัน...มันแย่ไปหมด หมดแล้ว” ยิ่งนึกถึงใบหน้าเฉยชาที่ได้เห็นเมื่อคืนนี้รวมไปถึงคำพูดที่เคยได้ยินที่สวนสาธารณะก็ยิ่งทำให้กำลังใจของเขาถดถอย...มันแย่ไปหมดแล้วจริง ๆ ระหว่างเขากับแพรวารินทร์
“อย่าใช้สมองแก้ดิวะ ใช้นี่...ตรงนี้” มือหนาวางลงที่อกซ้ายของตัวเองแทนตำแหน่งที่บอกเพื่อน “ใช้หัวใจในการคิดแก้ไข ฉันเชื่อว่ามันจะต้องดี”
“ใช้หัวใจแก้ไข และแก้ไขด้วยใจไม่ใช่ทำลอย ๆ แล้วทุกอย่างจะดี เชื่อมือหมอปัญจ์ได้เลย รับรองจบสวย”
“ใช้หัวใจเหรอ?” พงศ์พยัคฆ์พึมพำก่อนจะจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
ภายในห้องพักของพิมพ์พิชชาตอนนี้ไม่ได้มีเพียงสองสาวเพื่อนซี้แต่ยังมีคุณหญิงพราวกะรัตและคุณสิงหาที่เพิ่งพากันมานั่งอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ แพรวารินททร์นั้นไม่ได้มีทีท่าอะไรแต่ลูกสาวของพวกเขานี่สิที่มีท่าทีแปลก ๆ ...ยัยตัวแสบของบ้านกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่สักอย่าง
“ฉันว่านะแพร พี่เสือน่ะรักแกแน่ ๆ”
“มั่ว” แพรวารินทร์เอ่ยสวนกลับทันทีที่เพื่อนสาวสันนิษฐานออกมา “ถ้ารัก...เขาไม่แสดงออกกับฉันแบบที่ผ่านมาหรอก”
“แต่พี่เสือไปถามพี่เมฆเรื่องแกกับพี่เมฆทั้งที่เรื่องนี้นอกจากฉันกับแกแล้วก็พี่เมฆไม่มีใครรู้เลย พี่เมฆยังบอกอีกว่าหน้าตาพี่เสือตอนที่รู้ว่าพี่เมฆนกจากแกงี้ตกใจมาก ที่ผ่านมาพี่เสือต้องเข้าใจผิดแล้วก็ถอยห่างจากแกเพราะไม่อยากไปแทรกกลางแกกับพี่เมฆแน่ ๆ พี่เสือต้องรู้สึกกับแกแบบพิเศษ...มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ๆ ”
“เข้าใจผิด9ปีอย่างนั้นเหรอ?...มันเป็นไปได้เหรอ คนฉลาด ๆ แบบเขาเนี่ยนะ?” แพรวารินทร์ไม่เชื่อข้อสันนิษฐานของพิมพ์พิชชาเลยแม้แต่น้อย...ไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว
“โธ่แก...คือคนฉลาดก็พลาดได้ปะ บางคนเก่งทุกเรื่องแต่โง่เรื่องหัวใจก็มี” พิมพ์พิชชาที่มีความคิดจินตนาการเป็นเลิศบอกก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง มันต้องใช่แน่ ๆ
“ฮะฮ่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเขากินปลาไม่พอสินะ”
“นี่ ๆ อย่าทำเป็นเรื่องตลกไปนะยัยแพร”
“ก็แกพูดเพ้อเจ้อนี่ ไม่เอาแล้ว เราจะเลิกคุยเรื่องนี้กัน โอเคมั้ย?” แพรวารินทร์ตัดบทราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่เพื่อนสาวสันนิษฐานทว่าลึก ๆ ข้างในแล้วคนที่ถูกสามีเมินมาตลอดก็อยากจะคล้อยตามที่พิมพ์พิชชาสันนิษฐานไม่น้อย...ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ
เวลาต่อมา
“นี่ห้องพักหรือห้องทำงานเนี่ย?” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความตกตะลึงดังขึ้นทันทีที่เข้ามาในห้องพักภายในห้องทำงานของนายแพทย์หนุ่ม ภาพที่อยู่ตรงหน้าแพรวารินทร์มันห่างไกลกับสิ่งที่หญิงสาวคิดค่อนข้างมาก เธอคิดว่าห้องนี้มีไว้นอนพักหรือพักผ่อนในช่วงวันหลังจากหมอหนุ่มเสร็จจากการผ่าตัดหรือไม่ก็นอนพักในวันที่ไม่อยากจะกลับบ้านซะอีกแต่ความเป็นจริงแล้วห้องนี้น่าจะเรียกว่าห้องทำงานขนาดย่อม ๆ ซะมากกว่า บนเตียงมีทั้งฟิล์มเอ๊กซเรย์ เอกสารนั่นนี่เต็มไปหมด ภายในห้องนอกจากเตียงและโซฟายังมีตู้หนังสือที่เต็มไปด้วยตำราแพทย์ประเทศต่าง ๆ และหนังสือเกี่ยวกับวิชาการแพทย์
ดวงตาคู่หวานแต่เรียบเฉยเหลือบไปมองแฟ้มเอกสารที่อยู่บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะแอบลูบแขนอย่างหวั่น ๆ...แฟ้มผลการชันสูตรศพก็มีภายในห้องนี้
“แล้วนี่เจ้าของห้องไปอยู่ไหนล่ะเนี่ย?” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับหันมองหา เพราะพงศ์พยัคฆ์ไม่โผล่มาหาพิมพ์พิชชาอีกเลยหลังจากที่เมฆากลับไปยัยน้องสาวขี้สงสัยของชายหนุ่มจึงไหว้วานแกมบังคับให้เธอมาดูเขาสักหน่อยและมาชวนเขาไปกินข้าวพร้อมกับครอบครัวเธอจึงต้องมาตามหาเขาถึงห้องทำงานและห้องพักภายในห้องทำงานแห่งนี้
“ไปอยู่ที่ไหนเนี่ย? คุณหมอคะ คุณหมะ...”
แก๊ก
ใบหน้าหวานหันควับไปมองยังประตูห้องที่มีการเปิดเข้ามาก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะหยุดนิ่งมองร่างของคนที่เปิดประตูเข้ามา เป็นพงศ์พยัคฆ์ที่คิดตกและตัดสินใจกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองนั่นเอง ดวงตาของทั้งคู่สบประสานกันก่อนที่แพรวารินทร์จะเป็นฝ่ายหักหลบสายตาไปที่อื่น
“ทรายอยากทานข้าวกับคุณหมอน่ะค่ะ เลยให้มาตาม รีบไปเถอะค่ะทรายรอแย่แล้ว” ร่างบางรีบก้าวทันทีที่พูดจบทว่าไม่ทันได้เดินผ่านคนตัวโตกว่ามือบางก็ถูกฉวยไว้จนต้องหยุดชะงัก
ดวงตาหวานมองไปยังมือหนาที่จับแขนเธอไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ขัดขวางการออกจากห้องของเธอ “มีอะไรรึเปล่าคะ?”
“พอจะมีเวลาคุยกับพี่สักนิดมั้ย”
“คุย?”
“เรื่อง เรื่องของ...เรา” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอก ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดมันค่อนข้างเบาจนแทบจะไม่ได้ยินแต่แพรวารินทร์ก็ได้ยินชัดเต็มสองหู
เรื่องของเราอย่างนั้นเหรอ? ระหว่างเขากับเธอมีเรื่องของเราด้วยเหรอ?
“คุณหมอต้องการจะตกลงเพราะเรื่องที่ทรายขอร้องใช่มั้ย? ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ แพรเข้าใจว่าคุณหมอทำเพื่อทราย แพรจะไม่ทำให้คุณหมอต้องลำบากใจ จะ...”
“อย่าพูดอย่างนี้ และพี่ไม่ได้จะพูดเรื่องนี้ด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยขัดก่อนจะมองใบหน้าหวานตรง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่อยากจะเอ่ย “พี่...พี่อยากขอโทษ”
“ขอโทษ?”
“พี่ขอโทษที่พี่ทำตัวไม่ดีกับเธอ ขอโทษที่หลายครั้งปล่อยให้เธอต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ตามลำพังเพราะอคติและความเข้าใจผิด พี่ขอโทษและขอโอกาสแก้ไขสักครั้ง...ได้มั้ย”
“พี่ไม่ขอแก้ตัวว่าที่พี่ทำตัวแย่ ๆ ไปมันเป็นความผิดของใคร พี่ยอมรับว่าพี่ผิดเองพี่คิดบ้าไปเองคนเดียว การกระทำของพี่มันอาจทำลายความเชื่อมั่นของปู่พยัคฆ์และตัวเธอ และทำให้เธอต้องแบกรับความรู้สึกมากมายจนไม่อยากอยู่ในสภาพนี้แต่พี่ขอโอกาสให้พี่ได้แก้ไขมันสักวันก็ยังดี แต่ถ้าเธอไม่โอเคพี่ก็จะหย่าให้ให้เธอได้เป็นอิสระไม่ต้องทนกับสภาพที่เป็นมา”
“ขอโอกาสงั้นเหรอ” แพรวารินทร์พึมพำเบาๆก่อนจะใช้ความคิดในการตัดสินใจใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าพงศ์พยัคฆ์เป็นคนจริงจังแค่ไหนเมื่อเขาบอกว่าขอโอกาสนั้นก็คือออกมาจากใจของเขาแล้วเธอควรให้โอกาสเขาหรือจะปล่อยให้มันจบลงด้วยการหย่า
“ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาขอโอกาสล่ะ ไม่โกรธแพรที่แพรมีส่วนร่วมกับคุณปู่ทำให้คุณหมอไม่ได้ทำตามความฝันแล้วเหรอ?”
“พี่ไม่เคยโกรธเธอนะ ไม่เคยเลย ที่ผ่านมาที่พี่คอยหลบหน้าเธอตลอดเพราะพี่...พี่อยากให้ปู่เห็นว่าปู่ทำไมถูกที่บังคับเธอแต่งงานกับพี่ทั้ง ๆ ที่เธอมีคนรักอยู่แล้ว พี่ขอโทษ ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพี่เข้าใจผิดไปเอง” ชายหนุ่มอธิบายออกไปแล้วก็รู้สึกละอายไม่น้อย...เพราะความเข้าใจผิดเขาได้ทำเรื่องแย่ ๆ ไปเยอะมาก มากจนเขาไม่กล้าจะคิดว่าแพรวารินทร์จะให้โอกาสเขาได้แก้ไข
แพรวารินทร์ฟังคำอธิบายที่หลายอย่างเธอไม่เข้าใจก่อนจะประมวลผล ดูเหมือนว่าที่พิมพ์พิชชาคาดเดาจะมีความจริงอยู่ไม่น้อย...เขารู้เรื่องที่เมฆาเคยสารภาพรักเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอได้ปฏิเสธไป
“วันนั้นพี่ไปหาเธอที่บ้าน แต่ได้ยินที่เมฆาเขาบอกรักเธอ และก็ได้ยินที่เธอบอกว่ารักเขา” คำบอกเล่าของพงศ์พยัคฆ์ที่ดังตามมาบอกเล่าเหตุการณ์ได้ดีว่าเป็นอย่างไร แพรวารินทร์ร้องอ๋อในใจก่อนจะนึกย้อนไปถึงวันนั้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
9ปีก่อน
“หนู...รักพี่เมฆค่ะ...” “จริงเหรอคะ พี่ดีใจนะที่เราใจตรงกัน” เแพรวารินทร์ไม่ทันจะพูดจนหมดเมฆาก็เอ่ยขึ้นทำให้ใบหน้าหวานสลดลงก่อนที่เด็กสาวจะเงยหน้ามองคนที่มาสารภาพรักกันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“พี่เมฆคะ หนูรักพี่เมฆนะคะ แต่...”
“แต่?”
“แต่หนูรักพี่เมฆแบบพี่ชายค่ะ หนู...หนูมีคนอื่นในใจแล้ว” เด็กสาวเอ่ยไปตามความจริงก่อนจะจับมือคนที่อึ้งไปกับคำตอบของเธอก่อนจะเอ่ยต่อ “หนูขอให้พี่เมฆเป็นพี่ชายที่แสนดีของหนูไปตลอดได้มั้ยคะ นะคะพี่ชาย”
“คนในใจ...คือเจ้าของวันเกิดที่หนูหาของขวัญให้ใช่มั้ย” เมฆาที่แม้จะรู้สึกเจ็บไม่น้อยที่ถูกปฏิเสธแต่ชายหนุ่มก็ยังคงมีสติถามไป คนที่เขาพูดถึงก็คือพี่ชายของเพื่อนสนิทของสาวน้อยที่สาวน้อยกำลังเลือกของขวัญให้อยู่นั่นเองนักศึกษาแพทย์ที่ชอบโผล่มาหาสาวน้อยบ่อย ๆ และเรียกความสนใจของสาวน้อยไปจากเขาได้ทุกครั้งที่โผล่มา...ไอ้หนุ่มที่ชื่อพงศ์พยัคฆ์
แพรวารินทร์ไม่ตอบคำถามนั้นแต่อากัปกิริยาของเด็กสาวที่แสดงออกทำให้เมฆาได้คำตอบในเวลาไม่นาน ชายหนุ่มพ้นลมหายใจอย่างตัดสินใจก่อนจะฝืนยิ้มและเอ่ยออกมา “ได้ค่ะ พี่จะเป็นพี่ชายที่แสนดีของหนูตลอดไป พี่หวังว่าหนูกับเขาจะใจตรงกันนะคะ พี่อยากให้น้องสาวพี่มีความสุข แต่ก็นะ พูดตรง ๆ อิจฉาไอ้นายเสือนั่นจริง ๆ ชื่อน่ากลัวแบบนั้นกลับได้ใจคนน่ารักแบบน้องสาวพี่”
“พี่เมฆบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”
ปัจจุบัน
พอขบคิดแพรวารินทร์ก็ต้องหันหน้าหนีชายหนุ่ม ตอนนั้นเธอรู้สึกดี ๆ ให้กับเขามากกว่าพี่ชายเพื่อนธรรมดาเลยนะ แต่มันก็นานมาแแล้วที่เธอหลงลืมคิดถึงความรู้สึกนั่นไป เธอควรปล่อยให้มันหายไปเลยหรือความลองรื้อฟื้นดูสักครั้งดีล่ะ
ให้โอกาสตัวเองได้ทดทวนความรู้สึกดีมั้ยนะ?...จะเจ็บหรือเปล่า?
“พี่รู้ว่ามันยากที่จะตัดสินใจ เพราะตอนนี้หนูทรายป่วยอยู่ แต่พี่อยากให้เธอตัดสินใจตามความต้องการของเธอเอง ไม่ต้องคิดเผื่อคนอื่น” หมอหนุ่มที่นิ่งรอคำตอบมานานเอ่ยก่อนจะเงียบลงอย่างรอรับความผิดหวัง การที่หญิงสาวหันหลังคงจะบอกได้แล้วว่าเธอตัดสินใจอย่างไร...
คงต้องปล่อยปะ...
“ก็ได้ถ้าคุณหมออยากได้โอกาสแพรจะให้โอกาสหมอจนกว่าคุณตาจะกลับจากอิตาลีปลายปีนี้หมอมีเวลาอีกครึ่งปีถ้าในเวลาครึ่งปีนี้หมอยังทำให้ระหว่างเราดีขึ้นไม่ได้ หรือยังทำให้แพรรู้สึกโอเคไม่ได้ เราจะหย่ากัน” แพรวารินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ หญิงสาวทำตามความต้องการของตัวเองแต่ก็เผื่อใจไว้เจ็บเธอยกเรื่องที่พ่อเลี้ยงพยัคฆ์เดินทางไปช่วยงานหลานชายคนโตที่อิตาลีขึ้นมาอ้างก่อนจะลอบเป่าปาก นับว่าโชคดีที่ผู้เป็นตาโทรศัพท์มาบอกว่าจะไปช่วยงานพัชรซึ่งรับช่วงต่อบริษัทของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์ที่มอบให้แก่พิณณารามารดาของหญิงสาวที่เธอร์ปฏิเสธที่จะรับช่วงต่อบริษัทซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่อิตาลีเพราะพ่อเลี้ยงพยัคฆ์มีบิดาบุญธรรมเป็นชาวอิตาลีพ่อเลี้ยงพยัคฆ์พอดีเธอถึงได้มีข้ออ้างในการตกลงลองให้โอกาสตัวเอง
“ขอบคุณครับหนูแพร” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจด้านคนถูกเรียกว่า “หนูแพร” ถึงกับทำตัวไม่ถูกเกือบ9ปีแล้วที่ชายหนุ่มไม่ได้เรียกเธอแบบนี้ แพรวารินทร์จำได้ว่าตอนเด็กๆพงศ์พยัคฆ์หรือ “พี่เสือ” มักจะเรียกเธอกับพิมพ์พิชชาว่า “หนูแพร” กับ “หนูทราย” แต่หลังจากแต่งงานกันเหมือนเขาจะเรียกชื่อเต็มมาตลอดไม่ก็แทนว่าเธอเหมือนที่เธอเรียกเขาว่า “คุณหมอ” แทนที่จะเป็น “พี่เสือ” มันทำให้หญิงสาวทำตัวไม่ถูกยิ่งไอ้คำว่า “ครับ” นั้นอีกทั้งที่ไม่เคยใช้มันกับเธอเลย
“คะ คุณหมอไม่ต้องเปลี่ยนคำเรียกก็ได้มั้งมันไม่ชิน”
“พี่แค่กลับมาเป็นพี่เสือไม่ได้เปลี่ยนซะหน่อย เป็นพี่เสือไม่ใช่คุณหมอพงศ์พยัคฆ์สามีนิสัยไม่ดี ในเมื่อหนูแพรให้โอกาสพี่แล้ว พี่ก็จะเป็นพี่เสือ สามีที่ดีของหนูแพร หนูแพรบอกเองนิว่าอยากทำอะไรก็ทำพี่อยากทำแบบนี้แหละหรือหนูแพรไม่ชอบถ้าไม่ชอบจะให้พี่เรียกแบบไหนครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยอย่างคนหน้ามึนเท่าที่เคยเป็นมาทำเอาคนที่วันนี้ต้องเจอกับความแปลกประหลาดของชายหนุ่มถึงกับรู้สึกปวดหัว
“คุณหมอจะเรียกอะไรก็เรียกไปแล้วกัน ไปกินข้าวได้แล้ว ป่านนี้ทรายรอแย่แล้ว” แพรวารินทร์ทำทีเอ่ยตัดรำคาญก่อนจะมองไปที่มือหนาที่ยังคงจับแขนเธอไว้อย่างสื่อความหมาย พงศ์พยัคฆ์ปล่อยมือตามที่หญิงสาวต้องการทันทีก่อนจะเปิดประตูให้
คนได้รับการบริการอย่างดีแสดงสีหน้าประหลาดใจนิด ๆ ก่อนจะก้าวเดินนำชายหนุ่มออกมาสิ่งที่พงศ์พยัคฆ์กระทำทำให้เธอเชื่อว่าเขาไม่ได้เสแสร้งแม้แต่น้อย...หวังว่าจะดีได้ตลอดนะ
ภาพคุณหมอหนุ่มที่คุ้นหน้าเดินจับมือหญิงสาวแสนสวยออกจากห้องทำงานเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับบุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะไม่มีใครเคยเห็นคุณหมอหนุ่มทำแบบนี้มาก่อนถึงได้รู้สึกแปลกตาและแปลกใจเป็นอย่างมากและหนึ่งในนั้นก็คือฟ้ารดาที่กำลังจะกลับบ้าน ภาพที่เห็นนอกจากสร้างความแปลกใจให้เธอแล้วยังสร้างความเสียใจให้เธออีกด้วย กุมารแพทย์สาวทอดสายตามองคนที่เธอรู้สึกพิเศษจนลับตาพลางขบคิดว่าเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันแบบไหนกัน...คนรู้จักกันธรรมดาไม่จับมือถือแขนกันอย่างนั้นเป็นแน่“มองไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะหมอฟ้า หมอเสือเขากำลังนอกใจเธอชัดๆ” เสียงพยาบาลสาวขี้อิจฉาเอ่ยขึ้น นางพยาบาลสาวไม่ชอบฟ้ารดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเยาะเย้ยและเสี้ยมกุมารแพทย์สาวในทางที่ผิด ฟ้ารดาหันหน้ามามองพยาบาลสาวก่อนจะเดินหนีอย่างไม่สนใจสร้างความโมโหให้พยาบาลสาวอย่างมากจนเผลอคิดในใจอย่างโกรธแค้น‘ฉันจะทำให้เธออับอายให้ได้ฟ้ารดา หมอเสือเขากำลังนอกใจเธอแบบนี้คงเจ็บไม่น้อยฉันจะทำให้เรื่องนี้รู้ไปทั่วโรงพยาบาลเลย’ด้านคนถูกมองว่านอกใจทั้งที่ไม่เคยคบยังคงจับมือมัณฑนากรสาวไม่ยอมปล่อยทั้งที่สาวเจ้าสะบัดก็แล้วจนในที่สุดแพรวารินทร์ก็หยุด
ลานจดรถโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์ร่างสูงเท่ห์เดินมาถึงลานจอดรถก่อนจะหันไปเห็นรถของกุมารแพทย์สาวยังจอดอยู่ทั้งที่เลยเวลาเลิกงานของเธอมาสักพักแล้วปัญจวัตรมองด้วยใบหน้าฉงนก่อนที่ร่างสูงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วเคาะประตูรถร่างบางในรถลดกระจกลงก่อนจะหันมามอง“ยังไม่กลับเหรอหมอฟ้า”“ฉันจะกลับไม่กลับก็เรื่องของฉัน” กุมารแพทย์สาวเอ่ยบอกพลางเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“หมอฟ้า คุณร้องไห้ทำไมใครทำอะไรคุณ” ศัลยแพทย์หัวใจหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูรถแล้วดึงร่างบางออกมาจากรถ“ปล่อยนะหมอปัญจ์คุณทำบ้าอะไร” กุมารแพทย์สาวเอ่ยถามก่อนจะถูกพามาที่รถของปัญจวัตร ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มเปิดประตูข้างคนขับก่อนจะยัดร่างของกุมารแพทย์สาวเข้าไปแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง“หมอฟ้าคุณร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรคุณรึว่าเพราะข่าวลือของไอ้เสือ” หมอหนุ่มพูดก่อนจะสังเกตุเห็นหยดน้ำตาที่ไหลลงเมื่อเอ่ยถึงข่าวลือ“ฉันจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ปลดล็อกฉันจะกลับ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกแต่แทนที่หมอหนุ่มจะฟังกลับสตาร์ทเครื่องก่อนรถหรูจะพุ่งทะยายไปตามทาง บ้านเกตทิวรากุลรถหรูจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังใหญ่
เรือนแสนรักรถหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถของเรือนแสนรักสร้างความแปลกใจให้แก่แม่อุ่นและบรรดาคนรับใช้ในเรือนแสนรักเป็นอย่างมากก่อนที่จะเรียกรอยยิ้มให้พวกเขาเมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถก้าวลงมาก่อนจะอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่คุ้นเคยของบรรดาคนรับใช้“คุณเสือ คุณแพร” แม่อุ่นแม่นมคนสนิทเอ่ยอย่างยินดีที่ได้เห็นคู่สามีภรรยาที่วัน ๆ แทบไม่ได้เจอหน้ากันเดินมาหาตนพร้อมกัน“นมยังไม่นอนเหรอครับ นี่ดึกแล้วนะเดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามแม่นมคนสนิท“โธ่พ่อคุณทูนหัวของนม นมก็ว่าจะนอนแล้วค่ะแต่คุณหนูทรายเธอโทรมาบอกให้จัดการเรื่องให้ก็เลยต้องมาสั่งคนนี่ล่ะค่ะ นมว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่านะคะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกก่อนที่พงศ์พยัคฆ์จะโอบเอวแม่อุ่นเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างไปกุมมือบางของแพรวารินทร์แล้วเดินไปพร้อม ๆกัน“แล้วนี่คุณหนูทรายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ นมลืมถามเธอตอนที่เธอโทรศัพท์มา” แม่อุ่นเอ่ยถามเมื่อทั้งสามนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“อาทิตย์หน้าก็จะผ่าตัดแล้วครับปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ จริง ๆผมอยากจะเฝ้าน้องนะครับแต่พ่อกับแม่บอกว่าจะเฝ้าเองให้ผมกับหนูแพรกลับมานอนที่บ้าน”“ดีแล้วค่ะ คุณแ
“ทำอะไรอยู่ครับนมหอมจัง” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามทันทีที่เข้ามาถึงห้องครัวของเรือนแสนรัก แม่อุ่นที่กำลังวุ่นอยู่กับข้าวต้มกุ้งตรงหน้าหันมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ตนอุ้มชูมาก่อนจะเอ่ยตอบ“ก็ข้าวต้มกุ้งของโปรดคุณเสือไงค่ะ รออีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“จริงเหรอครับดีจังเสือคิดถึงข้าวต้มกุ้งฝีมือนมที่สุดเลย” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมทั้งออดอ้อนแม่นมเล็กๆ“แหม่ถ้าจริงอย่างคุณเสือว่าทูนหัวคงอยู่ทานทุกมื้อแล้วค่ะ ไม่รีบร้อนออกไปปล่อยให้อาหารนมกินแห้วแบบนี้ตั้ง9ปีหรอกค่ะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกอย่างแง่งอน“นมครับต่อไปเสือจะทานอาหารนมทุกวันเลยหายงอนนะครับดีกันนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมยกนิ้วก้อยขึ้นมา แม่อุ่นหัวเราะร่าก่อนจะยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจ้านายหนุ่ม“คุณนมขาข้าวต้มกุ้งจะไหม้แล้วค่ะ” แต้วเอ่ยแซวผู้อาวุโสกว่าที่เธอรักดั่งบุพการี แม่อุ่นหันมาตีแขนแต๋วก่อนจะหันมาบอกนายหนุ่ม“คุณเสือไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะทูนหัวเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“ครับนม ผมจะรอที่ศาลาริมน้ำนะครับ” พงศ์พ
พงศ์พยัคฆ์นั่งมองแพรวารินทร์คุยงานกับปกรณ์ลูกค้าวัยกลางคนของน้องสาวที่แพรวารินทร์ต้องเข้ามาพูดคุยและรับผิดชอบแทนโดยไม่คิดจะละสายตา เขาไม่ได้มองหญิงสาวมาตั้งนานในตอนนี้เขาจึงอยากจะมองชดเชยที่ไม่กล้ามองมานาน...มองเธอให้นานที่สุดแม้ว่าจะมีพงศ์พยัคฆ์มานั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ แต่แพรวารินทร์ก็ไม่ได้ประหม่าจนเสียงาน หญิงสาวพูดคุยกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงสบายหูจนแม้แต่พงศ์พยัคฆ์เองยังรู้สึกสบายไปด้วยแม้จะมีหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจก็ตาม“ผมไม่มีปัญหากับแบบที่นำเสนอนะครับ ทางผมไม่ได้รีบร้อนอะไรทางบริษัทไม่ต้องกังวล และคุณแพรวารินทร์เองก็ไม่ต้องมาคุมงานนี้แทนหรอกครับ ผมได้ยินว่าคุณแพรวารินทร์มีงานใหญ่ที่ต้องทำอีกหลายงาน ไม่ต้องลำบากหรอก บอกตามตรงผมถูกชะตาคุณพิมพ์พิชชามากอยากให้เธอได้เป็นคนควบคุมงานที่เธอออกแบบด้วยตัวเธอเอง”“ทางเราเองก็อยากให้พิมพ์พิชชาได้ทำค่ะ แต่ก็เกรงว่าทางคุณปกรณ์รอไม่ไหว”“รอได้ครับ ผมจะรอมัณฑนากรเจ้าของแบบนี้ แล้วก็หวังว่าคุณพิมพ์พิชชาจะหายกลับมาจัดการงานนี้ด้วยตัวเองได้ในเร็ววันนะครับ”“พิมพ์พิชชาจะกลั
ดวงตาคู่หวานทอดสายตามองปลาสวยงามในตู้ปลาตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนเธอก็ไม่เคยเหนื่อยล้าและหมดแรงเท่าตอนนี้เลย ตอนรู้ความสัมพันธ์ของพงศ์พยัคฆ์และหญิงสาวอีกคนก็ช็อคแล้วยิ่งได้เห็นทั้งคู่เดินจับจูงมือกันอีกยิ่งรู้สึกเสียใจ“ยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนหมาเปิดปลากระป๋องไม่ได้อีกเหรอคุณ” น้ำเสียงยียวนเอ่ยทักจากด้วยหลังทำให้คนยืนมองตู้ปลาอยู่ต้องละลายตาไปมอง “อุตส่าห์พาไปเลี้ยงข้าวปลอบใจถึงที่บ้านคุณยังไม่หายเศร้าอีกเหรอ อะไรจะอกหักเบอร์นั้นครับหมอฟ้ารดา”“ยุ่ง” คนโดนถามว่าแล้วก็หัวกลับไปดูปลาในตู้ต่อไป “เป็นปลานี่ดีเนอะ ไม่เห็นจะอกหักรักคุดเหมือนคนเลย”“อกหักแล้วเพี้ยนก็มีด้วยเว้ยเห้ย ไปกันใหญ่ ปะ ไปกินข้าวบ้านผมดีกว่าวันนี้ม้าผมทำแต่ของอร่อย เผื่อจะหายจากอาการอกหักบ้าง” ว่าแล้วก็ดันไหล่หญิงสาวจากด้านหลังออกไปจากโรงพยาบาลทันที ที่รีบก็เพราะเขากลัวสาวเจ้าจะได้เห็นภาพบาดตาเข้าอีกน่ะสิวันนี้ก็เป็นอีกวันที่บ้านเกตทิวรากุลได้ต้อนรับแขกสาวอีกครั้งหลังจากที่เมื่อวานนี้ได้ต้อนรับไปแล้วทว่าคุณหญิงปริศนากลับไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรแม้แต่น้อย ออกจะชอบใจ
วันต่อมาโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์การที่พงศ์พยัคฆ์ไปไหนมาในกับแพรวารินทร์ถือเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงไม่หยุดตั้งแต่ที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องทำงานของหมอหนุ่ม บ้างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเงียบขรึมที่ทำให้หมอหนุ่มเปลี่ยนเป็นคนที่มีรอยยิ้ม บ้างก็ใคร่รู้เหลือเกินว่าหญิงสาวเป็นใครทำไมถึงได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเสือยิ้มยากของโรงพบายาลได้แบบนี้และข่าวล่ามาแรงวันนี้ก็คือข่าวสารที่ว่าคืนวานนี้คุณหมอหนุ่มและหญิงสาวคนนั้นไม่ได้กลับออกไปจากโรงพยาบาลจนกระทั่งช่วงสาย ๆ จึงได้จูงมือกันออกไปข้างนอกคุณหญิงปริศนาเงี่ยหูฟังพยาบาลสาวที่เม้าท์กันอย่างเมามันก่อนจะหันมามองหน้าลูกสาวที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ไม่แพ้กันแล้วก็ได้แต่พ้นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย“เรื่องชาวบ้านนี่ขยันจริง ๆ คนเรานี่”“นั่นสิคะ โอ๊ะ นั่นพี่เสือกับพี่แพรนี่คะ” ปรียาภัทรเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็นแม่ก่อนจะหันไปเห็นคนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินไปยังลิฟต์จึงส่งเสียงเรียกทันที“พี่แพร พี่เสือ” เสียงร้องเรียกทำให้แพรวาริน
เสียงเครื่องยนต์ของรถที่คุ้นหูทำให้ปัญจวัตรรีบเดินออกมาหน้าบ้านด้วยความแปลกใจทันที เขาจำได้เสียงนี้เป็นเสียงรถพงศ์พยัคฆ์อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดรถหรูของพงศ์พยัคฆ์จอดอยู่ตรงหน้าจริง ๆหลังจากนั้นไม่นานรถของปรียาภัทรก็ขับมาจอดใกล้ๆกัน ปัญจวัตรมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้มีแต่พงศ์พยัคฆ์แต่ยังมีลูกพี่ลูกน้องสุดที่รักอย่างแพรวารินทร์ด้วยความประหลาดใจ“มาได้ไงวะไอ้เสือ น้องแพร” ปัญจวัตรเอ่ยถามอย่างสงสัยทันทีที่เพื่อนรักและลูกพี่ลูกน้องสาวลงจากรถ“ปิ่นชวนเองแหละ เห็นว่าวันนี้ม้าทำแต่ของอร่อยเลยชวนมาแจมด้วย”“ชวนมาแจมเนี่ยนะ” ปัญจวัตรเอ่ยพึมพำหมอหนุ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรแล้วน้องสาวเขาคิดจะทำอะไรนั้นคือสิ่งที่ปัญจวัตรกำลังหาคำตอบให้ตัวเอง ส่วนพงศ์พยัคฆ์และแพรวารินทร์นั้นไม่ได้สนใจปัญจวัตรทั้งคู่เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับปรียาภัทรโดยไม่ต้องมีใครชวน คนนอกเห็นอาจคิดว่าเสียมารยาทแต่ไม่ใช่เลยเพราะทั้งสองเข้าออกบ้านหลังนี้จนเหมือนบ้านตัวเองไปแล้วทั้งคุณหญิงปริศนากับคุณศรันย์ผู้เป็นสามีเองก็เอ็นดูพงศ์พยัคฆ์เหมือนลูกแพ
บทที่17 เหตุการณ์สร้างพระเอก“ยัยทรายร้ายกาจและใจร้ายที่สุด สงสารหมอฟ้าจัง” แพรวารินทร์เอ่ยต่อว่าเพื่อนก่อนจะเดินนำหน้าออกไป พงศ์พยัคฆ์รีบเดินตามไปอย่างช้า ๆก่อนที่ทั้งคู่จะต้องหยุดชะงักเมื่อเดินมาถึงหน้าสระน้ำพุภาพที่ปรากฏในสายตาของทั้งคู่คือปัญจวัตรและฟ้ารดา พงศ์พยัคฆ์หันมาสบตากับภรรยาก่อนคิดด่าตัวเองในใจ‘ไม่น่ารีบกลับเล้ยไอ้เสือ ถ้าจะไปที่รถก็ต้องผ่านหน้าสองคนนั้นทำลายบรรยากาศกันพอดี’“จะกลับแล้วเหรอ”ปัญจวัตรเอ่ยถามหลังจากมองเห็นและผละออกจากกุมารแพทย์สาวอย่างนุ่มนวล“ใช่พอดีหนูแพรมีงานพรุ่งนี้น่ะเลยไม่อยากกลับดึกไปนะครับหมอฟ้า ไปนะเพื่อนกอดหน่อย” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะดึงเพื่อนรักมากอดและกระซิบบางอย่าง“ถึงที่ฉันทำมันดูแรงไปแต่ก็เพราะหวังดีกับหมอฟ้าแล้วก็นาย ต่อไปก็จีบไปเรื่อยๆล่ะฉันว่าหมอฟ้าไม่ได้อคติกับนายเหมือนแต่ก่อนแล้ว พยายามให้เต็มที่เอามาเป็นสะใภ้ม้าให้ได้ล่ะ ฉันเองก็จะเป็นหลานเขยที่ดีของม้ากับพ่อนายให้ได้
โต๊ะอาหารหลังจากที่ทุกคนย้ายสถานที่จากห้องรับแขกมาเป็นห้องอาหารพงศ์พยัคฆ์ก็เลื่อนเก้าอี้ให้แพรวารินทร์นั่งโดยจงใจให้ที่นั่งของตนและภรรยาสาวอยู่ตรงข้ามกับฟ้ารดา แพรวารินทร์มองชายผู้เป็นสามีอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่เอ่ยอะไรด้านพงศ์พยัคฆ์ก็รู้ว่าภรรยาไม่เข้าใจแต่ก็ไม่อธิบายได้แต่ตักปูมาแกะก่อนจะยื่นมาตรงหน้าแพรวารินทร์“อ้าปากสิครับ พี่จะป้อน” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกน้ำเสียงไม่เบานัก แพรวารินทร์มองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะขยับปากจะพูดแต่ถูกพงศ์พยัคฆ์ขัดขึ้นก่อน“ไม่อ้าปากพี่จูบนะ เลือกเอา” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยขู่จนคนไม่อยากโดนจูบรีบอ้าปากงับเนื้อปูอย่างไม่รอช้า พงศ์พยัคฆ์ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะโน้นศีรษะไปใกล้หญิงสาวแล้วเอ่ยบางอย่างออกมา“น่ารักที่สุด แบบนี้ต้องให้รางวัล” พูดจบริมฝีปากหนาของพงศ์พยัคฆ์ก็ทาบลงจุ๊บที่แก้มเนียนของแพรวารินทร์โดยไม่เอียงอายต่อสายตาของผู้ร่วมโต๊ะคนอื่น ๆ แพรวารินทร์ผงะไปอย่างตกตะลึงก่อนที่แก้มเนียนจะเปลี่ยนเป็นแดงซ่าน“ป้อนให้พี่บ้างสิครับ หนูแพร” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกก่อนจะโน้นศีรษะลงไปใกล้ใบหูของหญิงส
เสียงเครื่องยนต์ของรถที่คุ้นหูทำให้ปัญจวัตรรีบเดินออกมาหน้าบ้านด้วยความแปลกใจทันที เขาจำได้เสียงนี้เป็นเสียงรถพงศ์พยัคฆ์อย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดรถหรูของพงศ์พยัคฆ์จอดอยู่ตรงหน้าจริง ๆหลังจากนั้นไม่นานรถของปรียาภัทรก็ขับมาจอดใกล้ๆกัน ปัญจวัตรมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้มีแต่พงศ์พยัคฆ์แต่ยังมีลูกพี่ลูกน้องสุดที่รักอย่างแพรวารินทร์ด้วยความประหลาดใจ“มาได้ไงวะไอ้เสือ น้องแพร” ปัญจวัตรเอ่ยถามอย่างสงสัยทันทีที่เพื่อนรักและลูกพี่ลูกน้องสาวลงจากรถ“ปิ่นชวนเองแหละ เห็นว่าวันนี้ม้าทำแต่ของอร่อยเลยชวนมาแจมด้วย”“ชวนมาแจมเนี่ยนะ” ปัญจวัตรเอ่ยพึมพำหมอหนุ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรแล้วน้องสาวเขาคิดจะทำอะไรนั้นคือสิ่งที่ปัญจวัตรกำลังหาคำตอบให้ตัวเอง ส่วนพงศ์พยัคฆ์และแพรวารินทร์นั้นไม่ได้สนใจปัญจวัตรทั้งคู่เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับปรียาภัทรโดยไม่ต้องมีใครชวน คนนอกเห็นอาจคิดว่าเสียมารยาทแต่ไม่ใช่เลยเพราะทั้งสองเข้าออกบ้านหลังนี้จนเหมือนบ้านตัวเองไปแล้วทั้งคุณหญิงปริศนากับคุณศรันย์ผู้เป็นสามีเองก็เอ็นดูพงศ์พยัคฆ์เหมือนลูกแพ
วันต่อมาโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์การที่พงศ์พยัคฆ์ไปไหนมาในกับแพรวารินทร์ถือเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงไม่หยุดตั้งแต่ที่หญิงสาวเดินออกมาจากห้องทำงานของหมอหนุ่ม บ้างก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเงียบขรึมที่ทำให้หมอหนุ่มเปลี่ยนเป็นคนที่มีรอยยิ้ม บ้างก็ใคร่รู้เหลือเกินว่าหญิงสาวเป็นใครทำไมถึงได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเสือยิ้มยากของโรงพบายาลได้แบบนี้และข่าวล่ามาแรงวันนี้ก็คือข่าวสารที่ว่าคืนวานนี้คุณหมอหนุ่มและหญิงสาวคนนั้นไม่ได้กลับออกไปจากโรงพยาบาลจนกระทั่งช่วงสาย ๆ จึงได้จูงมือกันออกไปข้างนอกคุณหญิงปริศนาเงี่ยหูฟังพยาบาลสาวที่เม้าท์กันอย่างเมามันก่อนจะหันมามองหน้าลูกสาวที่กำลังตั้งใจฟังอยู่ไม่แพ้กันแล้วก็ได้แต่พ้นลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย“เรื่องชาวบ้านนี่ขยันจริง ๆ คนเรานี่”“นั่นสิคะ โอ๊ะ นั่นพี่เสือกับพี่แพรนี่คะ” ปรียาภัทรเอ่ยอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของผู้เป็นแม่ก่อนจะหันไปเห็นคนที่ถูกพูดถึงกำลังเดินไปยังลิฟต์จึงส่งเสียงเรียกทันที“พี่แพร พี่เสือ” เสียงร้องเรียกทำให้แพรวาริน
ดวงตาคู่หวานทอดสายตามองปลาสวยงามในตู้ปลาตรงหน้าด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนเธอก็ไม่เคยเหนื่อยล้าและหมดแรงเท่าตอนนี้เลย ตอนรู้ความสัมพันธ์ของพงศ์พยัคฆ์และหญิงสาวอีกคนก็ช็อคแล้วยิ่งได้เห็นทั้งคู่เดินจับจูงมือกันอีกยิ่งรู้สึกเสียใจ“ยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนหมาเปิดปลากระป๋องไม่ได้อีกเหรอคุณ” น้ำเสียงยียวนเอ่ยทักจากด้วยหลังทำให้คนยืนมองตู้ปลาอยู่ต้องละลายตาไปมอง “อุตส่าห์พาไปเลี้ยงข้าวปลอบใจถึงที่บ้านคุณยังไม่หายเศร้าอีกเหรอ อะไรจะอกหักเบอร์นั้นครับหมอฟ้ารดา”“ยุ่ง” คนโดนถามว่าแล้วก็หัวกลับไปดูปลาในตู้ต่อไป “เป็นปลานี่ดีเนอะ ไม่เห็นจะอกหักรักคุดเหมือนคนเลย”“อกหักแล้วเพี้ยนก็มีด้วยเว้ยเห้ย ไปกันใหญ่ ปะ ไปกินข้าวบ้านผมดีกว่าวันนี้ม้าผมทำแต่ของอร่อย เผื่อจะหายจากอาการอกหักบ้าง” ว่าแล้วก็ดันไหล่หญิงสาวจากด้านหลังออกไปจากโรงพยาบาลทันที ที่รีบก็เพราะเขากลัวสาวเจ้าจะได้เห็นภาพบาดตาเข้าอีกน่ะสิวันนี้ก็เป็นอีกวันที่บ้านเกตทิวรากุลได้ต้อนรับแขกสาวอีกครั้งหลังจากที่เมื่อวานนี้ได้ต้อนรับไปแล้วทว่าคุณหญิงปริศนากลับไม่ได้รู้สึกไม่ดีอะไรแม้แต่น้อย ออกจะชอบใจ
พงศ์พยัคฆ์นั่งมองแพรวารินทร์คุยงานกับปกรณ์ลูกค้าวัยกลางคนของน้องสาวที่แพรวารินทร์ต้องเข้ามาพูดคุยและรับผิดชอบแทนโดยไม่คิดจะละสายตา เขาไม่ได้มองหญิงสาวมาตั้งนานในตอนนี้เขาจึงอยากจะมองชดเชยที่ไม่กล้ามองมานาน...มองเธอให้นานที่สุดแม้ว่าจะมีพงศ์พยัคฆ์มานั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ แต่แพรวารินทร์ก็ไม่ได้ประหม่าจนเสียงาน หญิงสาวพูดคุยกับลูกค้าด้วยน้ำเสียงสบายหูจนแม้แต่พงศ์พยัคฆ์เองยังรู้สึกสบายไปด้วยแม้จะมีหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจก็ตาม“ผมไม่มีปัญหากับแบบที่นำเสนอนะครับ ทางผมไม่ได้รีบร้อนอะไรทางบริษัทไม่ต้องกังวล และคุณแพรวารินทร์เองก็ไม่ต้องมาคุมงานนี้แทนหรอกครับ ผมได้ยินว่าคุณแพรวารินทร์มีงานใหญ่ที่ต้องทำอีกหลายงาน ไม่ต้องลำบากหรอก บอกตามตรงผมถูกชะตาคุณพิมพ์พิชชามากอยากให้เธอได้เป็นคนควบคุมงานที่เธอออกแบบด้วยตัวเธอเอง”“ทางเราเองก็อยากให้พิมพ์พิชชาได้ทำค่ะ แต่ก็เกรงว่าทางคุณปกรณ์รอไม่ไหว”“รอได้ครับ ผมจะรอมัณฑนากรเจ้าของแบบนี้ แล้วก็หวังว่าคุณพิมพ์พิชชาจะหายกลับมาจัดการงานนี้ด้วยตัวเองได้ในเร็ววันนะครับ”“พิมพ์พิชชาจะกลั
“ทำอะไรอยู่ครับนมหอมจัง” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามทันทีที่เข้ามาถึงห้องครัวของเรือนแสนรัก แม่อุ่นที่กำลังวุ่นอยู่กับข้าวต้มกุ้งตรงหน้าหันมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ตนอุ้มชูมาก่อนจะเอ่ยตอบ“ก็ข้าวต้มกุ้งของโปรดคุณเสือไงค่ะ รออีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“จริงเหรอครับดีจังเสือคิดถึงข้าวต้มกุ้งฝีมือนมที่สุดเลย” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมทั้งออดอ้อนแม่นมเล็กๆ“แหม่ถ้าจริงอย่างคุณเสือว่าทูนหัวคงอยู่ทานทุกมื้อแล้วค่ะ ไม่รีบร้อนออกไปปล่อยให้อาหารนมกินแห้วแบบนี้ตั้ง9ปีหรอกค่ะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกอย่างแง่งอน“นมครับต่อไปเสือจะทานอาหารนมทุกวันเลยหายงอนนะครับดีกันนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยบอกพร้อมยกนิ้วก้อยขึ้นมา แม่อุ่นหัวเราะร่าก่อนจะยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจ้านายหนุ่ม“คุณนมขาข้าวต้มกุ้งจะไหม้แล้วค่ะ” แต้วเอ่ยแซวผู้อาวุโสกว่าที่เธอรักดั่งบุพการี แม่อุ่นหันมาตีแขนแต๋วก่อนจะหันมาบอกนายหนุ่ม“คุณเสือไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนนะคะทูนหัวเดี๋ยวก็เสร็จแล้วค่ะ”“ครับนม ผมจะรอที่ศาลาริมน้ำนะครับ” พงศ์พ
เรือนแสนรักรถหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถของเรือนแสนรักสร้างความแปลกใจให้แก่แม่อุ่นและบรรดาคนรับใช้ในเรือนแสนรักเป็นอย่างมากก่อนที่จะเรียกรอยยิ้มให้พวกเขาเมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถก้าวลงมาก่อนจะอ้อมไปเปิดประตูให้หญิงสาวที่คุ้นเคยของบรรดาคนรับใช้“คุณเสือ คุณแพร” แม่อุ่นแม่นมคนสนิทเอ่ยอย่างยินดีที่ได้เห็นคู่สามีภรรยาที่วัน ๆ แทบไม่ได้เจอหน้ากันเดินมาหาตนพร้อมกัน“นมยังไม่นอนเหรอครับ นี่ดึกแล้วนะเดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ” พงศ์พยัคฆ์เอ่ยถามแม่นมคนสนิท“โธ่พ่อคุณทูนหัวของนม นมก็ว่าจะนอนแล้วค่ะแต่คุณหนูทรายเธอโทรมาบอกให้จัดการเรื่องให้ก็เลยต้องมาสั่งคนนี่ล่ะค่ะ นมว่าเราเข้าบ้านกันดีกว่านะคะ” แม่อุ่นเอ่ยบอกก่อนที่พงศ์พยัคฆ์จะโอบเอวแม่อุ่นเดินเข้าไปในตัวบ้านโดยไม่ลืมที่จะใช้มืออีกข้างไปกุมมือบางของแพรวารินทร์แล้วเดินไปพร้อม ๆกัน“แล้วนี่คุณหนูทรายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ นมลืมถามเธอตอนที่เธอโทรศัพท์มา” แม่อุ่นเอ่ยถามเมื่อทั้งสามนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“อาทิตย์หน้าก็จะผ่าตัดแล้วครับปล่อยไว้นานกว่านี้ไม่ได้ จริง ๆผมอยากจะเฝ้าน้องนะครับแต่พ่อกับแม่บอกว่าจะเฝ้าเองให้ผมกับหนูแพรกลับมานอนที่บ้าน”“ดีแล้วค่ะ คุณแ
ลานจดรถโรงพยาบาลรักษ์บดินทร์ร่างสูงเท่ห์เดินมาถึงลานจอดรถก่อนจะหันไปเห็นรถของกุมารแพทย์สาวยังจอดอยู่ทั้งที่เลยเวลาเลิกงานของเธอมาสักพักแล้วปัญจวัตรมองด้วยใบหน้าฉงนก่อนที่ร่างสูงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วเคาะประตูรถร่างบางในรถลดกระจกลงก่อนจะหันมามอง“ยังไม่กลับเหรอหมอฟ้า”“ฉันจะกลับไม่กลับก็เรื่องของฉัน” กุมารแพทย์สาวเอ่ยบอกพลางเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“หมอฟ้า คุณร้องไห้ทำไมใครทำอะไรคุณ” ศัลยแพทย์หัวใจหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูรถแล้วดึงร่างบางออกมาจากรถ“ปล่อยนะหมอปัญจ์คุณทำบ้าอะไร” กุมารแพทย์สาวเอ่ยถามก่อนจะถูกพามาที่รถของปัญจวัตร ศัลยแพทย์ทรวงอกหนุ่มเปิดประตูข้างคนขับก่อนจะยัดร่างของกุมารแพทย์สาวเข้าไปแล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง“หมอฟ้าคุณร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรคุณรึว่าเพราะข่าวลือของไอ้เสือ” หมอหนุ่มพูดก่อนจะสังเกตุเห็นหยดน้ำตาที่ไหลลงเมื่อเอ่ยถึงข่าวลือ“ฉันจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ ปลดล็อกฉันจะกลับ” ฟ้ารดาเอ่ยบอกแต่แทนที่หมอหนุ่มจะฟังกลับสตาร์ทเครื่องก่อนรถหรูจะพุ่งทะยายไปตามทาง บ้านเกตทิวรากุลรถหรูจอดเทียบท่าหน้าบ้านหลังใหญ่