"อีเอ!!มึงโอนมาหรือยัง อ่านข้อความ กูมั่งไม้"
เสียงแม่แว๊ดแหวจากปลายสาย ดูเร่งร้อนหงุดหงิด " เดี๋ยวก่อนแม่ เต้นอยู่ นี่เพิ่งเห็นโทรศัพท์ โทรมาเป็น 10 สายเลยนะเนี่ย รอก่อนนะแม่ เดี๋ยวออกไปโอนให้" พูดจบก็ อีเอก็รวบวิกถอดโยนโครมลงหน้ากระจก หรี่ตามองรูปลักษณ์ของตัวเอง นายทวีที่เติบโตมาจากเด็กชายทวีตอนนี้กลายเป็นน้องเอ กระเทยหน้าสวยศัลยกรรมกว่า 10 ครั้ง นมปลอมไซส์ 400 cc และใบหน้า ที่พอก ด้วย เครื่องสำอาง หนาประมาณกระดาษ A4 100 แผ่น " มึงรีบไปโอนเลย เดี๋ยวแม่กับพี่ โดนเขายำเอานะ อีลูกเนรคุณ มึงอยากได้แบบนี้เหรอ มึงอยากเห็นกูโดนเขาซ้อมหรือไง" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่ ปวดประสาทยิ่งนัก นี่ก็คงเหมือนเดิม พากันกับพี่ชาย 2 คน แอบไปคาสิโนที่เขมร แล้วก็คงเสียกันยับเยิน จนไม่เหลือตังจ่าย "กี่บาทแม่" ปากพูดมือคว้า ครีมเช็ดเครื่องสำอาง ใช้สำลีควักลวกๆ ถูปาดๆไปตามหน้า "ลูกเวรไม่ได้อ่านที่กู ไลน์ ไปเลย แสนนึง รีบด้วยนะ ตอนนี้ไอ้ปีเตอร์มันให้กูไปรอบนห้องอยู่ ถ้ามึงช้ากูลำบากแน่ " "ค่ะแม่" ตอบเสร็จรีบกดวางทันที ถอนใจเฮือกใหญ่ แม่จะโทรหาก็ตอนเวลาแบบนี้เท่านั้น เวลาที่ต้องการเงิน ถอดคอร์เซ็ทรัดเอว แกะกระดุมชุดเต้น ดึงแควกถุงน่องไม่ต้องเสียเวลาถอดมัน คว้ากางเกงยีนส์เสื้อยืดใส่คลุม ดึงกระเป๋าถือออกจากล็อกเกอร์แล้วรีบแผ่น เสียงเพื่อนสาวในห้องเดียวกัน ตระโกนตามไล่หลังมา "อีเอรีบไปไหนเนี่ย" เฮียเพชรเขารอคุยกับมึงอยู่นะ ซื้อดอกไม้มาให้มึงด้วย "โหนกมึงรับหน้าไปก่อนเลยเดี๋ยวกูออกประตูหลัง แม่กูรีบ ติดอยู่ที่บ่อนเขมร" "แต่เฮียเค้าาาาาา...." โดยที่ไม่ได้สนใจคำพูดต่อของเพื่อน ทิ้งให้เป็นเสียงแว่วไวปานลมพัดเธอกระชากประตูห้องแต่งตัว แล้วเผ่นโผนเหมือนแมวป่า ทางเดินมืดอึมครึมหลังเวทีคาบาเรต์ ไฟเหลืองซีด ดวงเดียวที่ยังติดอยู่ วิ่งซอยเท้า ตาเงยมองป้ายตัวแดงไกลๆที่เขียนว่า Exit ปึ๊ก..โครม!! เอถลาไปข้างหน้าสองมือป่ายปาดหาหลักยึด แล้วมือใหญ่ดุจคีมแข็งคว้าท่อนแขน อีกมือรวบ เอวลากเข้าหาตัว แล้วหน้าเธอก็ปะทะกระแทกกับ เสื้อโปโล สีขาว เฮีย!!!( เกือบหลุดคำสำคัญออกไปแล้ว) "อ้า...พี่เพชร มาได้ไงคะ" หลบสายตาเขามองลงต่ำ เห็นรอยแป้งสีเนื้อเปื้อนบนเสื้อ และช่อดอกกุหลาบที่ตกอยู่ที่พื้น "รีบไปไหนน้องคงรีบมากเลยสิ ถ้าพี่ไม่คว้าไว้ป่านนี้คงหน้าแหกได้ไปผ่าใหม่อีกรอบ" "ค่ะๆเอขอโทษ น้องรีบออกไปหาตู้ atm โอนเงินให้แม่ค่ะ พอดีแม่ติดอยู่ที่บ่...บ่อน เอ้ย.. ติดตังค์เพื่อนค่ะ " เสี่ยเพชรก้มลงคว้าช่อดอกกุหลาบ ที่พื้น ก็ช่อธรรมดาอย่างที่ขายกันหน้าคาบาเรต์นั่นแหละ ยัดใส่มือเธอ ทำตาหรี่เสียงเข้ม " โหนกไม่ได้บอกเหรอ ว่าพี่แวะมา รึคิดจะหนีพี่ ไปคุยกันบนรถ เสื้อเลอะหมดแล้วคงต้องไปเปลี่ยน ไหนบอกแม่จะให้โอนตังค์กี่บาท....บลา....บลา..." ในหัวของเอมึนงงไปหมดแล้ว เสี่ยเพชรเป็นผู้ชายที่พูดไม่หยุด หนุ่มใหญ่เชื้อสายจีน ตัวล่ำบึกบึน คิดจะได้อะไรก็ต้องได้แต่เขาเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของเธอ จ่ายให้หมดตั้งแต่ทำนมทำหน้าจนถึงไปแปลงเพศ เธอได้แต่ โดนเขาลากมือ ให้เดินตามออกไป ถ้าเสี่ยมาหา ก็รู้ได้เลยว่าเขาต้องการอะไร นอกจากว่าเธอจะหลบทัน ซึ่งเธอกับเพื่อนรักโหนก ก็หาวิธีสับขาหลอกช่วยกันโดยตลอด เสี่ยเปิดประตูรถ สปอร์ต 2 ประตู สุดหรู ติดฟิล์มดำเข้มให้เธอเข้าไปนั่งก่อนค่อยวิ่งเหยาะกลับไปเปิดฝั่งตัวเอง สุภาพบุรุษจริ๊ง!!!อยู่กับเมียทำแบบนี้ไหมนะ เอคิดแบบเสียงสูงแล้วเบะปากนิดนึง เมื่อนั่งลงได้ยังไม่ทันคาดเข็มขัด เสี่ยก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ มือขวาคว้าหมับเข้าที่อกข้างซ้ายของเธอ มือซ้ายรั้งหัวดึงเธอมาจูบ "ว้ายพี่เพชรทำไร.. นี่ลานจอดนะคนเพียบ" จริตจะก้านมันต้องมา เอามือดันอกเขาพอเป็นพิธี ดึงหน้าหนีนิดนึงให้ปากเค้าแค่โดนแก้ม กระตุ้นอารมณ์อยาก "เดี๋ยวก่อนได้ไหมคะ เอต้องรีบโอนเงินให้แม่" "เท่าไหร่ มาพี่โอนให้จากโทรศัพท์เลยไม่เสียเวลา" เสี่ยทำปากจุ๊กจิ๊ก เหมือนเริ่มหงุดหงิด คว้าโทรศัพท์บนคอนโซลหน้า มากดเปิดเครื่องด้วยลายนิ้วมือ มือซ้ายยังคงรั้งหัวเธอกดไว้บนไหล่ "แสนนึงค่ะ" เอทำเสียงอ่อน "อีเฮีย!!!....แม่เธอสร้างบ้านเหรอ"เค้าผลักหัวเธอออกจากอกทันที แต่ก็ยังกดโอนต่อ " ไปเปลี่ยนเสื้อที่คอนโดแล้วกัน น้องครีมต้องใช้คืนพี่แทนแม่แล้วนะ" พูดจบก็คว้ามือหมับลงที่เป้ากางเกง คืนนั้น ถ้ามีใครอยู่ที่ลานจอดก็จะเห็นรถสปอร์ตหรูเร่งเครื่องพุ่งออกไป ตามด้วยรถเก๋งโตโยต้าสีดำ ที่มีชาย 2 คน คนหนึ่งโยนบุหรี่ในมือทิ้งเอาเท้าขยี้ คนที่สองรีบถ่ายรูปท้ายรถหรูรูปสุดท้าย แล้วกระโดดขึ้นรถ ขับออกไปเช่นกัน คอนโดริมทะเลพัทยา ชั้น 39 มองออกไปเห็นโค้งหาด ไฟระยิบระยับสวยเหมือนฝัน เอหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของระเบียง มีเสียงน้ำแว่วๆเสี่ยกำลัง อาบน้ำในห้องน้ำ "แม่หนูโอนไปแล้วนะ" "เออ.. ทีหลังมึงอย่าช้า กูเสียวโดนเขากระทืบแทบแย่" "แม่จะกลับเมื่อไหร่ บอกแม่แล้วใช่ไหม นี่ครั้งที่ 3 แล้วนะ " " อย่ามาริสอนแม่ ค่าน้ำนมกู อย่ามาเนรคุณ แล้วเวลามึงกลับมาบ้าน อย่าใส่กระโปรงกลับมานะกูอายคนเขา" แม่ กดวางสายไปเลย ทิ้งให้ปลายทางน้ำตาซึม เอปล่อยให้มันไหล หยดเป็นเม็ดลงพื้น ให้ลมทะเลพัดมันจนแห้งเหือด ตอนจำความได้ก็เป็นเด็กผู้ชายทั่วไป เล่นซนตามประสา ที่บ้านเป็นโรงสีข้าวอยู่จังหวัดสุรินทร์ อายุ 8 ขวบเดินกลับบ้านจากโรงเรียน เจอทั้งรถตำรวจทั้งเพื่อนบ้านอยู่เต็มหน้าบ้านไปหมด พี่วุธพี่ชายตัวสูงลูกป้าแม่บ้านบ้านเดินมากระซิบ " ไอ้เอพ่อมึงผูกคอตาย" สิ่งที่เห็นคือ พ่อนอนบนเตียงถูกเข็นออกจากบ้านมีผ้าสีขาวคลุม แม่เป็นลมพี่ชายประคองอยู่หน้าบ้าน เอซอยเท้าวิ่งไปกอดเอวแม่ "แม่จ๋าา...."ยังไม่ทันพูดจบประโยค รู้ตัวอีกทีก็กลิ้งเป็นขนุนไปอีกทางนึง พี่แป้งพี่ชายอายุ15ถีบโครมเข้าที่ลิ้นปี่ จุกอั๊ก สะอื้นน้ำตาไหลเป็นสาย ในความพร่าพรายน้ำตาสิ่งที่จำได้ดีคือสายตารังเกียจของแม่ ฉันคือลูกที่แม่เกลียด แต่ก่อนบ้านเรารวยมาก พ่อเป็นเจ้าของโรงสีข้าวใหญ่ แม่เป็นนางงามประจำจังหวัด แม่สวยเหมือนางฟ้า พ่อหลงแม่มาก ทำห้องแอร์ให้แม่นั่งคิดเงินตอนนั้นเป็นที่ฮือฮา ใครก็อยากมาซื้อข้าวมาดูเมียคนสวยของหลงจู้ ลูกชายคนแรกก็เป็นผู้ชาย พ่อก็ยิ่งภูมิใจรักหลงแม่เข้าไปอีก จนกระทั่งฉันเกิดมา แม่ก็เริ่มอ้วน ใบหน้ามีฝ้าขึ้น แม่เริ่มโทษว่าฉันเป็นต้นเหตุ หาเรื่องไม่เลี้ยงลูก ขอให้จ้างแม่บ้านมา ผิดกับพ่อที่เอ็นดูฉันมาตลอด พอได้ห้าขวบ ฉันอยากสวยเหมือนแม่แอบเอาลิปสติกมาเล่น แม่โกรธมากบอกพ่อว่าลูกกระเทยไม่อยากได้ จะให้เอาไปยกให้คนอื่น ประกอบกับช่วงนั้นเศรษฐกิจไม่ดีพ่อไม่สามารถเปย์แม่ได้เหมือนก่อน ยิ่งทำให้แม่ยิ่งหงุดหงิด ความเป็นอยู่ของฉันในบ้านก็ไม่ต่างจากลูกคนใช้ สุดท้ายพ่อต้องไปกู้เงินธนาคารมาหมุนใช้ในบ้านเพื่อพยุงฐานะและใช้อุดกิจการโรงสี ตอนพ่อผูกคอตาย เพราะมีหมายยึดที่ดิน มาแปะหน้าบ้าน พ่อเศร้ามากเพราะไม่สามารถรักษาทรัพย์สมบัติของตระกูลไว้ได้...ส่วนแม่โทษว่าลูกคนเล็กเป็นตัวซวยเหมือนเดิมแม่บ้านเล่าว่าพ่อทะเลาะกับแม่ใหญ่โต แล้วหายเข้าห้องเงียบไปกลับออกมาอีกทีก็บนเตียงของกู้ภัยแล้ว
โชคดีที่โรงสีขายทอดตลาดแล้วเหลือเงินมาจำนวนนึง และมีเงินที่ได้จากประกันชีวิตที่พ่อทำยกให้ฉันตอนเกิด แม่ขายบ้านเพราะทนสายตาคนแถวนั้นไม่ได้ แล้วย้ายเข้ากรุงเทพมาซื้อตึกอยู่กับน้าสาวที่ห้วยขวาง พี่แป้งได้มาเรียนมัธยมในกรุงเทพ ส่วนฉันแม่ส่งไปเก็บไว้ที่โรงเรียนกินนอนชายล้วนที่ชลบุรี บอกกับคนอื่นว่าเผื่อมันจะกลับมาเป็นผู้ชายทวี หรือ เอ อายุสิบสอง เข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนกินนอนชายล้วนแห่งหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี เป็นโรงเรียนคริสเตียนเชิงเขา ในโรงเรียนมีโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเรเนซองส์ ซึ่งภายในประดับไปด้วยกระจกสีจากฝรั่งเศสและอิตาลี และนอกจากนี้ภายในยังมีประติมากรรมปูนปั้นที่ทำมาจากหินอ่อนและเพดานโค้งที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ในห้องนอนได้สี่คน สนับสนุนโดยเงินประกันชีวิตก้อนใหญ่ของบิดาถือเป็นลูกคุณหนูทีเดียว สำหรับหอนอนนี้มีสี่ชั้นแต่ละชั้นมีหกห้องใหญ่ ห้องน้ำแยก ในห้องแต่ละห้องแบ่งสี่มุมด้านซ้ายของเตียงมีตู้เก็บเสื้อผ้าแบบบานเลื่อน ด้านขวาข้างเตียงเป็นโต๊ะอ่านหนังสือพร้อมโคมไฟ ด้วยความเรียบร้อยน่ารักผิวขาวหน้าหวานผิดผู้ชาย ก็เลยมีรุ่นพี่ชวนเข้าแกงค์เจ็ดนางฟ้าตั้งแต่ปีแรก เป็นเรื่องปกติของกลุ่มกระเทยที่จะต้องรวมตัวกันเพื่อไม่ให้โดน เด็กหนุ่มทะโมนรังแก แกงค์เจ็ดนางฟ้า พวกเรามี7คน เวลาเดินต้องมาแบบหน้ากระดาน กอดกระเป๋าใบแบนแนบอก เอในฐานะน้องเล็กของกลุ่มก็เลยได้ติดกิ๊บชมพูน่ารัก มีคาแรคเตอร์ทั้งกลุ่มเดินไปไหนก็ไม่พ้นเสียงเป่าปากวี๊ดวิ้วจะหนุ่มในโรงเรียน (นึกภาพการเดินแบบหน้ากระดานขอ
"พี่เลิศ" เลิศศักดิ์ชัย ปลื้มชายหนุ่มชื่อยาวนามสกุลพยางค์เดียว ผอมสูง ผิวสีน้ำตาลไหม้ นัยน์ตาสีสนิมเหล็ก ผมสั้นเกรียน ไถแบบให้เป็นลานเครื่องบินลงจอด เหมือนว่าจะไปเป็นนักเรียนทหารอย่างไงอย่างนั้น อายุ16 รุ่นพี่ม. 5 ลูกชายคนเดียวของภรรยาน้อยคนโปรด ผู้มีอิทธิพลเหตุผลที่อยู่ที่นี่ ถูกส่งมาไว้ในโรงเรียนประจำบนแห่งนี้ เพราะโดนเขม่นจากเหล่าพี่ชายลูกภรรยาหลวง โทษฐาน หล่อกว่า หุ่นดีกว่า ผลการเรียนดีมาก ดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วยพ่อได้ดีเมื่อโตขึ้น พ่อรักมากกว่านั่นแหละ"เรียนในประเทศก็ได้ค่ะท่าน ที่นั่นก็มีครูฝรั่ง ไม่ต่างอะไรจากคุณโตคุณเล็กที่ไปเรียนในต่างประเทศ" เสียงแม่พูดแกมน้อยใจ เมื่อสามี สั่งว่า ภรรยาใหญ่ แนะนำ ให้ส่งลูกชายไปเรียนโรงเรียนประจำ ซึ่งคงไม่พ้นต้องทำตาม ถึงสามีจะเป็นผู้มีอิทธิพล และภรรยาใหญ่ปล่อยให้มีภรรยาเล็กๆได้ แต่เมื่อภรรยาใหญ่หรือแม่ใหญ่สั่งอะไร สามีก็ทำตามอยู่เสมอ เพราะที่อยู่ได้ทุกวันนี้ เนื่องจากเงินสินเดิมของแม่ใหญ่ทั้งนั้นแม่วาดโชคดี ถึงแม้จะเป็นภรรยาน้อยแต่สามีก็เปิดกิจการให้ทำ เป็นเจ้าของห้องอาบน้ำ ในเขตชายหาดในจังหวัดชลบุรี มีรายได้เลี้ยงตัวเอง ส่วนแม
จากที่บอกในตอนที่แล้ว พี่เลิศเรียนม.5 และเวลาความรักของเรา ก็ดำเนินล่วงเลยมา 1 ปีโดยทุกอย่างเป็นความลับสุดยอด พี่เลิศเป็น ประธานนักเรียน ในชั้นม 6 และแอบคบหากัน มีเฉพาะแก๊งนางฟ้าเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ เอยังเป็นเด็ก เรียนเก่งกิจกรรมเด่น สอบชิงทุนการศึกษาได้มาก สะสมเงินรางวัลซึ่ง Master ช่วยดูแลให้ เกือบห้าหมื่นแล้ว ซึ่ง Master มองการณ์ไกลว่า ควรเก็บเงินนี้ไว้ใช้ตอนเข้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากดูแล้วเด็กคนนี้จะไม่เป็นที่ต้องการของครอบครัว ถ้าหมดเงินก้อนที่จ่ายไว้แล้วนี่ ก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่จะหาเงินอื่น มาจ่ายเพิ่มได้ไหม จึงพยายามหา โครงการให้แข่งชิงเงินรางวัลอยู่เป็นประจำ ซึ่งเอก็ทำได้ดี ส่วนในด้านความรัก เราสองคนก็แอบมานอนกอดกันตอนคืนศุกร์เสาร์ มาโดยตลอด อย่าถามเรื่องอย่างว่านั้น มันก็เป็นไปตามครรลองของมันนั่นแหละ แต่มันก็เป็นแบบ อ่อนโยนของผู้ชายกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในความรู้สึกของเลิศศักดิ์ชัย ในอ้อมกอดเขา เอคือ เด็กน่ารักอ่อนโยนบอบบางหวั่นไหว ที่ซุกหัวบนแผ่นอกอย่างน่าถนุถนอม การที่ เลิศศักดิ์ชัย ปฏิเสธกลับบ้านมากว่า 1 ปี หัวหน้าตระกูลปลื้มย่อมไม่ชอบ เพราะต้องห่างเหินกับการทำกิจกรรมกับลูกชา
ชีวิตในโรงเรียนคริสเตียน ที่ต้อง ทำตามกฎระเบียบตลอดเวลาเช้านมัสการ เย็นนมัสการ ทำให้คนฝักใฝ่ทางศาสนาพุทธอย่างเอไม่มีโอกาส เคยเข้าร่วมกิจกรรมทางพุทธซะะเท่าไหร่ยกเว้นถ้าวันสำคัญทางศาสนาวันไหนตรงกับวันหยุด เพื่อนร่วมห้องของครีมอีกคนนึงคือบอสซึ่งพ่อแม่มารับทุกวันศุกร์ ก็จะขออนุญาตมาสเตอร์พาเอออกไปด้วยเพื่อไปวัดด้วยกันอาจจะมีกิจกรรมร่วมกันเล็กๆน้อยๆเช่น ทำบุญสังฆทาน หรือไปเรียนนั่งสมาธิ ซึ่งสำหรับเอมันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ สนใจสักเท่าไหร่เพียงแต่ว่ามันเป็นการได้ออกมาจากรั้วโรงเรียน อะไรก็ได้ตอนนี้ทำไปก่อน ขอให้ได้ออกมาจากกรงนั้นบ้างพ่อแม่ของบอสก็เอ็นดูเอ ไม่ได้รังเกียจเลยเอ้าลูก กรวดน้ำด้วยกันนะ เดี๋ยวว่าตามแม่อิทังเมญาตินังโหตุ สุขิตาโหตุ ญาตะโย ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วทั้งในอดีตชาติและจวบจนปัจจุบัน แก่บิดามารดาญาติทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ เทพยดาทั้งหลายที่อุดหนุนค้ำจุนชีวิตข้าพเจ้า ตลอดจนเจ้าเวรนายกรรม เพื่อนฝูง สิงสาราสัตว์น้อยใหญ่อันข้าพเจ้าเคยล่า เคยฆ่าเคยแกง เคยกิน เคยทำร้าย แม้นจำได้ก็ดี จำไม่ได้ก็ดี ข้าพเจ้าสำนึกผิดแล้วจะไม่ก่อกรรมขึ้นอีก ขอท่านโปรดมารับกุศ
"เห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่เคยมีความรู้สึกอยากเห็นเลย แต่มันก็ชินซะแล้วบางทีก็แยกไม่ออกด้วยซ้ำ ว่านี่คนหรือเปล่า " " เหมือนในหนังป่ะ หน้าเละ แล้วโผล่มาตุ้งแช่ ฮ่ะฮ่าๆๆๆ "เอพูดขำๆใส่เพื่อนหลิ่วตาล้อเลียน"โอ๊ย..อีบ้ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เป็นแค่ความรู้สึก ล่องลอยไร้ร่างกาย บางร่างที่ดูเข้มข้นจะแยกไม่ออกว่าคนหรือผีเพราะว่าเขาอาจจะยังไม่รู้ตัว ว่าจะไปแล้วในบางคนก็มีความเป็นห่วงอย่างสาหัสจนผูกพันเป็นสัญญา ก็มุ่งมั่นอยู่แต่เรื่องเดียวนั่นแหละ ส่วนบางคนก็สับสน ยังหาทางออกไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหนแต่ส่วนใหญ่จะเสียใจนะ เคยดูป่ะข่าวคนผีเข้าอ่ะ ส่วนใหญ่ก็ร้องไห้ร้องไห้หาพ่อหาแม่ร้องไห้เสียใจที่ตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ" บอสพูดพลางถอนหายใจ"แล้วถ้าเราไม่เห็นน่ะดีแล้ว เพราะอย่างฉันที่เห็นก็ทำเป็นไม่เห็นเอาไว้ก่อนไม่งั้นเขาก็จะมาขอให้ช่วยกันอยู่นั่นแหละอย่าไปคิดอยากเห็นเลยแก ทำบุญเถอะ นั่งสมาธิสวดมนต์กัน จะได้แผ่กุศลไปให้พวกเขา หนักจะได้เป็นเบา ที่ทำอยู่นี่ก็ไม่ได้ช่วยเหลือคนอื่นนะหลักๆก็ช่วยตัวเองเนี่ยแหละ"บอสพูดยาวเหยียด ถามไปแค่คำเดียว มันคงรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก เพราะทุก
เมื่อกล่าวถึง ผู้กำเนิดเกิดเป็นเทพ ถ้าเกิดบนตักของเทพอีกองค์หนึ่งก็คือเทวบุตรหรือเทพบุตร ถ้าเกิดบนที่นอน ก็เป็นบาทบริจา ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงหากเกิดบนที่นอนในทิพยวิมานของเทพองค์ใด ก็คือหนุ่มบำเรอหรือนางบำเรอของเทพองค์นั้น ซึ่งมีกรรมพัวพันกันมา ของแต่ละวิญญาณ เทวบุตรและเทวธิดาองค์ใด ที่มีผู้มาเกิดบนตักก็จะถูก ยกเป็นเทวบิดรและเทวมารดร ซึ่งแปลว่าเทพองค์นั้นมีผู้สืบทอดตำแหน่งแล้ว และตนเองก็ต้องไปผุดเกิดใหม่นะยังแห่งหนที่บุญนำพาเขาก็เหมือนกัน ไกรสรหรือจะเรียกว่า ไอ้ไกรสรคุณไกรสรนายไกรสร หรือท่านไกรสร หรือหัวโขนที่สวมไว้ในตำแหน่งพญายมราช หลังจากเขาได้รับตำแหน่งเมื่อนานมาแล้ว และได้ดมดอกไม้ที่เรียกว่าดอกไม้ระลึกชาติดอกปาริชาติ เขาก็ได้พบว่า ตัวเขาเป็นใครกำเนิดมาจากไหน และมีจุดมุ่งหมายยังไง หลังจากที่เขาได้นั่งตำแหน่งนี้เขาก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะช่วยเหลือคนรอบตัว ที่ผูกพันและพัวพันกับเขา ให้สำเร็จ ให้มีความสุขอย่างน้อยก็อยู่ในภพภูมิที่ดี งานรับอสงไขยเวลาที่เขานั่งอยู่ณจุดนี้ เขาได้ช่วยคนรอบตัว ไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือแค่คนเดียว แผนการของเขาก็คือ อัพเกรด ตำแหน่ง เทวดา ขึ้นไปในจุดที่สูงสุด ถ้าเป
เรื่องวุ่นวายยังไม่จบ อีก 2 ชั่วโมงหลังจากนั้นก็มีเสียงรถพยาบาล วิ่งเข้ามาที่หอนอน และเสียงประกาศสั่ง จากมาสเตอร์ ว่าให้ทุกคนอยู่แต่ในห้องห้ามออกมาวุ่นวาย และเมื่อเช้าถัดมาเสียงเล่าลือซุบซิบไปทั่วว่า พี่โบว์อกหัก กินยาเกินขนาด ตอนนี้โคม่าอยู่โรงพยาบาลเอดักพบบอส ก่อนทางเข้าโรงอาหาร "บอสเรามีอะไรจะคุยด้วย"ได้สิ แต่เรายังไม่ว่างนะ แม่เรา อยากให้เราไปช่วยก่อนแม่ของบอส ประมูลร้านอาหารในโรงอาหารของโรงเรียน ได้ทุกปี ร้านของแม่บอสก็จะเป็นอาหาร แบบพวกข้าวแกงตามสั่ง และถ้าเพื่อนคนไหนสนิทสนมกันก็จะแอบเอาอาหารที่พ่อกับแม่ให้จากบ้านมาฝากในตู้เย็นของร้านนี้ อย่างเช่นไอ้โจที่ชอบเอาเป็ดไก่มาฝากไว้เป็นประจำช่วง ประมาณ11.45 หน้าที่ของบอสก็คือ ช่วยหยิบนั่นจับนี่ส่งแม่ในครัวจนกว่าจะถึงเวลา 12:45 น ซึ่งเขาจะต้องไปกินอาหารและเตรียมตัวเข้าชั้นเรียนต่อไป เอรอ 45 นาทีนั้นอย่างกระวนกระวาย จนกระทั่งบอสยิ้มแผล่ออกมาจากครัวพร้อมข้าวผัด 2 จาน"มีอะไรลับนักหนาอะไรด่วนถึงขนาดรอที่โต๊ะนางฟ้าไม่ได้..ฮึอีเอ " จีบปากจีบคอกะแหนะกะแหนเพื่อน บอสไม่ได้เป็นสาวสองเขาเป็นชายหนุ่มเจ้าเนื้อตัวกำยำผิวเข้มผมหยักศกดำสนิท
ชัชเทวบุตรจ้องมองลงไปในบันทึกความทรงจำของนายทวี มันสนุกมาก มันคือทีวี หรือ netflix ของ ชาว เทวดา นี่ เอง เมื่อก้มหน้าลงอ่านในบันทึก ก็ถูกดูดลงไปในเวลานั้นทันที ได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เหมือนอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย เพียงแต่สัมผัสแตะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขไม่ได้ และไม่มีใครเห็นว่ามีตัวตนยืนอยู่ มองอยู่ ทุกอย่างมันฉายชัดยิ่งกว่าหนัง3Dแว๊บเดียวพยายมราชคนใหม่ล่าสุดก็ไปยืนอยู่ท่ามกลางพิธีจบการศึกษาชั้นม.6ซะแล้ววันฉลองจบการศึกษารับประกาศนียบัตร ฉันจำได้ดี เป็นวันที่มีความสุข ที่สุดในชีวิตนักเรียนนายทวี บุญอารักษ์ ชั้นม. 6 เกรด 3.97เสียงมาสเตอร์ประกาศดังลั่นไมโครโฟน ชั้นลุกขึ้น เพื่อเดินขึ้นไปรับประกาศ เอามือจับกลีบกางเกงเล็กน้อย ลูบผมให้เรียบแปล้ วันนี้ห้ามติดกิ๊บ ครูเขาขอไว้ ทำตัวให้ ดูธรรมดา ที่สุด ก็จะมีผู้ปกครองคนอื่นมาจำนวนมาก แม่ก็ไม่มาเหมือนเคยแต่ก็ใครสนกันล่ะ ชินแล้ว ครูไม่ประสงค์จะให้ใครรู้ว่าที่นี่มีแก๊งค์นางฟ้า ทำตัวให้แมนที่สุด เพื่อที่จะได้ถ่ายรูป ปี 2552 มันก็แบบนี้ ใครจะไปรู้ว่าอีก 10 ปีต่อมาเขาจะมีสมรสเท่าเทียม และไม่มีใครรังเกียจชายใจหญิงอย่างพวกเราแล้วใจหายเหมือนกันน
ภัทรดนัย จิตอารีย์ ตัวอักษรเขียนอย่างลวกๆเป็นชื่อนามสกุลติดลงบน แผ่นพลาสติก สายรัดข้อมือ ไกรสรเทวบุตรเดินวนไปวนมา อยู่ข้างเตียงในห้องฉุกเฉิน คนที่ทำให้แม่เล็กต้องมานอนอยู่ตรงนี้คือฉันเอง ตอนที่ฉันอ่านว่าจะต้องมารับวิญญาณฉันก็ลืมนึกไป ว่านี่คือแม่เล็กด้วยการงานรัดตัว เวรกรรมทำงานของมันเสมอไม่มีอะไรบังเอิญ ฉันนี่แหละ ต้นเหตุ ถ้าฉันไม่แปลงสารแม่เล็กก็ไม่กินยา เขาพึมพำพร่ำบ่นในใจเท้าก็เดินวนไปเวียนมาที่นี่มันโรงพยาบาล เหล่านายนิรยบาลเดินขวักไขว่ ทุกคนก็ล้วนแปลกใจเมื่อเห็นหัวหน้างานมาเดินวนเวียนอยู่ข้างเตียง ใครคนหนึ่งในห้องฉุกเฉิน พวกเค้าแอบกระซิบกระซาบกัน เบาๆเมียเก่า!แทนที่พญายมราชจะไม่ได้ยิน เสียงนั้นกับตรงมาเต็มหูกระแทกหัวใจ บ้าเอ้ย นาทีนี้มันไม่ใช่ความใคร่พิศวาสใดๆแล้วมันคือศักดิ์ศรี เราผู้เป็นนายแห่งผี จะไม่ให้เมียเก่าเราตายได้ไหมจะเปลี่ยภพภูมิให้เค้าได้ไหม ทำยังไงดีControl ผีได้แต่ Control คนเป็นไม่ได้ โธ่เอ๊ย แย่ที่สุดโมโหจนอยากจะเอาหมัดต่อยหน้าตัวเอง ยังไม่ทันจะได้ทำจริงๆก็มีหญิงวัยกลางคนในชุดทหาร เต็มยศ แหวกม่านพุ่งพรวดเข้ามา"โบว์ลูกรัก แม่ขอโทษ ขอโทษกับทุกสิ่งทุกอย่างที่แม
ไกรเทวบุตรหลุดจากสมาธิ คืนร่างเป็นพญายมราช ร่างที่จำแลงแปลงกายไว้นั้นเพื่อจะให้กลมกลืนกับเด็กผู้ชาย วัยรุ่นในโรงเรียนนี้ก็หายไป ด้วยความตกใจที่เห็นแม่เล็กใน ชาตินี้ ด้วยความที่จะต้องติดตามจึงกระโดดข้ามรั้วโดยไม่ได้คิดว่าจะมีใครอยู่ตรงนั้นแม่เล็ก ต่อไปนี้จะเรียกว่าโบว์ ใบหน้าหมองคล้ำ เดินกอดอกสับเท้าอย่างว่องไวให้พ้นดงอโศก ไกรสรเทวบุตรแล่นลิ่วไล่ตาม แต่จังหวะแว๊บนึงก็เห็นคนสองคนซ่อนอยู่ เมื่อหันไปมอง มันก็เหมือนเห็นญาติอีก ใครกันนะ ไว้ก่อน ถ้าอยู่ที่นี่เดี๋ยวก็รู้ว่าใคร ได้แต่ยิ้มมุมปาก แล้วรีบตาม โบว์ไปก่อนที่จะคลาดสายตาโบว์หรือแม่เล็กในชาตินี้ เกิดเป็น เพศชาย แต่ข้างในหัวใจเป็นสตรี รู้ตัวว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่ 6 ขวบ แม่เป็นทหาร พ่อเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ทุกคนแอนตี้ ความผิดเพศของเขา เมื่อพอรู้ความดีและอายุเข้าเกณฑ์เขาก็ถูกส่งมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ตอนเขาเกิดแม่มียศเพียงนายสิบ ต่อมา เป็นที่เมตตาเอ็นดูของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ยศคงขึ้นเรื่อยๆมา ปัจจุบันแม่มียศถึงพันเอก ทำงาน ควบคุมด้านการเงิน อยู่ในกองบัญชาการ เป็นคนมี ลูกน้องเยอะและลักษณะนิสัย ระเบียบวินัยเป๊ะ และแค้นใจมากที่ลูกไม่ ไ
"จังหวะนรก"หมายถึง เรื่องราวเลวร้ายที่เกิดอย่าง พอดิบพอดี เหมือนอย่างเช่น นายชัช กับอุณา ที่ดันโดนสังหารแบบจังหวะนรก ตายพร้อมกันทันที โดยไม่มีโอกาสสั่งลาด้วยกระสุนนัดเดียว"เวลานรก" หมายถึงเหตุการณ์เลวร้าย ที่ดันดำเนินไปอย่างเนิบช้า เพราะทุกอย่างในนรกช้า เวลาก็ช้ากว่า เมื่อเทียบกับเวลาของภพ มนุษย์ถึง 1 ปีต่อ 1 วัน ถ้าทีมงานนายนิรยบาล ที่มารับดวงวิญญาณ เกิดลืมของกลับไปที่นรกเพื่อไปเอาแล้วกลับมา ยังภพมนุษย์ ก็เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว ในนรก ส่วนของการลงทัณฑ์ มืดดำหม่นหมอง เต็มไปด้วยมูกเลือด ความสยดสยองเกินบรรยาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสำหรับฑัณฑ์ทรมาน หรือขุมนรกต่างๆ ก็ล้วนแต่ ไม่จรรโลงใจ พาให้เศร้าหมอง สูญเสียแรงบันดาลใจ และความสุข ซึ่งเป็นส่วนที่จะเอาไว้ลงโทษผู้ที่มีความผิดบาปอยู่แล้ว สำหรับนายนิรยบาล ถ้าได้รับเวรมารับวิญญาณบนโลก หรือได้เวลาพักผ่อน ก็มักจะขึ้นมา ผ่อนคลายกัน มักมีคำพูดในภพนรกว่า เทวดาเดินดิน มีต้นแบบมาจาก เทวดาผู้คุมเหล่านี้นี่เองที่มีรูปร่างงดงาม จะเนรมิตสิ่งใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อหาดังนั้นทีมงานที่ไปรับวิญญาณจึงชอบอ้อยอิ่งเที่ยวเล่น อยู่ที่เมืองมนุษย์ ถ้าเห็นใครงดงา
ถ้าความถึงวันก่อนที่ชัชเทวบุตรจะอุบัติมา 1 วัน เวลานรกพญายมราชไกรสรเทวบุตร ได้สำรวจร่างกายของตนเองและพบว่ารัศมีนั้นเปล่งแสงเรืองรองอย่างอัศจรรย์ มากกว่าทุกวัน ทุกคืนที่ผ่านมา เขาจึง อนุมานว่า เขาใกล้จะเปลี่ยนภพภูมิแล้ว เป็นข่าวดีอย่างที่สุด มองนาฬิกาทรายที่ใกล้มือ อีก 1 ชั่วโมงจะถึงเวลาดื่มน้ำทองแดงทันใดนั้นจึงเรียกดอกปาริชาติให้ผุดขึ้นมาบนมือ แล้วสูดดมกลิ่นย้อนรำลึกถึงชาติต่างๆครั้งเป็นมนุษย์ ครอบครัวของเรา ตั้งแต่ครั้งเราเป็นนายไกร ยังช่วยใครไม่หมดนะ เขาค่อยๆไล่เรียงแม่คนโต เกิดใหม่ เป็นฮิปโปที่แอฟริกา เราไปแนะนำให้ถือศีล 5 จนแม่คนโตตายแล้วไปเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง ตอนนี้ก็อายุ 50 กว่าแล้ว บวชเป็นชีตลอดชีวิต น่าจะได้ขึ้นสวรรค์แน่ แม่กลาง น่าจะเหนือกว่าเราเพราะตอนใช้ชีวิตร่วมกัน กับเรา เป็นคนทำดีมีศีลธรรมชอบทำโรงทาน ตายแล้วไปเกิดบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ มีวิมานอยู่ใกล้กับ พระเขี้ยวแก้วจุฑามณี ดีกว่าเราเสียอีกภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจำ ภรรยาคนเล็ก ด้วยการงานแห่งพระยายมราชที่รัดตัวทำให้ลืมไปแล้วตายแล้ว ผ่านไปหลายร้อยวันแล้วสินะ ถ้าเป็นมนุษย์ก็คง เป็นร้อยปี แม่คนเล็กอยู่ที่ไหนแล้ว เขารำ
ย้อนเวลากลับไปไกรสรเทวบุตร หรือเทวบิดร ของ ชัชเทวบุตร ตำแหน่ง ณ ขณะนั้นคือพญายมราช ผ่านวันคืนนับอสงไขย ในตำแหน่งนี้ 1 วันในนรกคือ 1 ปีในเมืองมนุษย์ เวลาของที่นี่มันเดินช้าช้ามากๆ เหล่าดวงวิญญาณ ต่อคิวกันให้เขาได้ตัดสินความ จนไม่มีเวลาได้คิดอย่างอื่น แต่หลายครั้งที่มีโอกาสเขาก็จะ เรียกดอกปาริชาติมาดม เพื่อให้ระลึกได้ว่า ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ตำแหน่งพญายมราชไม่ใช่ตำแหน่ง ที่ต้องผ่านการเลือกสรร หรือตั้งขึ้นมา โดยผู้ใดผู้หนึ่ง แต่อุบัติเกิดขึ้นตามกรรมของผู้นั้น การที่เขาทำงานอยู่ตรงนี้เป็นระยะเวลานานมาก เป็นเพราะว่าไม่มีใครที่กรรมสัมพันธ์กัน และทำบุญ สร้างบาปเท่าเทียมกัน ตอนอยู่ในภพมนุษย์ ที่จะมาแทนเขาได้พอดี ระยะเวลาใน ตำแหน่งนี้ จึงนานกว่า ยมราชคนก่อนหน้าเขา ซึ่งแม้ถ้าเขาเองก็จำไม่ได้แล้ว ว่าเทวบิดรของเขาคือใคร ถ้าไม่เรียกดอกปาริชาติมาดม งานของเขายุ่งมาก และช่วงพักเบรคก็ต้องดื่มน้ำทองแดง ในบางทีเขาก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาทำบาปอะไรมาเวรกรรมนั้นมีวิถีที่ประหลาดมหัศจรรย์มาก สามารถชั่งตวงวัด สิ่งที่จะเกิดขึ้นในถัดเวลาไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญเลย ทุกอย่างเป็นเพราะว่า การกระทำที่ทำไว้แล้
เมื่อเปิดประตูเข้าไปมีเสียงผู้ชายกรีดร้อง แบบสาวแตกในขณะที่พี่แป๊ดก็ร้องเหมือนกันโอ๊ย...อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกใน แกโวยเสร็จก็หุ่งพรวดเข้าไปข้างในทันใดนั้นเอง ยังไม่ทันที่อีก 2 คนจะโผล่หน้าตามเข้าไปในห้อง รวมทั้งชัดเทวบุตรที่ต่อคิวเป็นคนที่ 4 ด้วย ทั้ง 3 ก็ต้องผงะออกมา เพราะประตูถูกเปิดสวนทาง สาวผมบลอนด์ยาว จะใส่ชุดแซกสั้นที่ดูไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไหร่ เอามือขวาปิดปาก มือซ้ายดึงชายกระโปรง แล้ววิ่งพรวดพราดสวนไปทันที. เสียงรองเท้าส้นสูงดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อพี่เรียมแทรกตัวเข้าไปได้ เอก็ตามไปติดๆ สิ่งที่เห็นคือ ผู้จัดการ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ด้านหลังโต๊ะทำงาน เป็นกระจกสูง มองเห็นวิวของเมืองพัทยาทั้งเมืองรวมทั้งโค้งชายหาดแสนสวย ผู้จัดการ เป็นชายไหล่กว้างตัวสูงเกือบ 2 เมตร ในชุดสูทหันหลัง และ มองเห็นภาพสะท้อนออกมาจากกระจกใส ทำท่าเหมือนกำลังใส่เข็มขัด ทั้ง 3 คนพี่แป๊ดเรียมและเอ ยืนเรียงกันหน้าโต๊ะเหมือนนักเรียนโดนครูฝ่ายปกครองเรียกมาทำโทษ พี่แป๊ดแก้มแดงไปจนถึงหู ส่วนพี่เรียมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เอก็เก้ๆกังๆ ชัชเทวบุตรลอยเลื่อนขึ้นไปนั่งบนโซฟา รอดูการแสดงอย่างใจจดใจจ่อ"เอาเงินมาส่
เมื่อทั้ง 3 คนมาถึงหน้าอภิมหาอาคารหรู มันไม่ใช่คฤหาสน์แต่มันเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีที่จอดรถด้านหน้า พร้อมทั้งวงเวียนน้ำพุรูปม้ากำลัง กระโจนโผเผ่นทะยาน ชัชเทวบุตรก็มากับเขาด้วย อารมณ์เหมือน นั่งมาบนหลังคารถ ตอนที่เขายังมีชีวิต เป็นมนุษย์อยู่ เขาก็ไม่ได้ท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ นี่คือการเปิดหูเปิดตาแท้ๆทั้ง 3 คนลงจากแท็กซี่ พี่แป๊ดกรีดนิ้วโชว์เล็บปลอมขนาดยาว ราวกับว่าจะไปฟ้อนเล็บหลังเลิกงาน ส่งสัญญาณ บอกให้รปภ.เปิดประตูให้ เหมือนแกมาหลายครั้งแล้วพนักงานรักษาความปลอดภัยยิ้มมุมปากแล้วกดเปิดประตู อัตโนมัติ สีดำติดฟิล์มหนา ให้ทันที ทั้งสามคนเดินผ่านซุ้มประตูโค้งส่งโรมัน ที่ ข้างเสาคู่ด้านหน้ามีคิวปิดคู่นึงสีขาวประดับอยู่เป็นคิวปิดที่ไม่ใช่ เด็กผู้ชาย มีปีก ผมลอน ถือลูกศรแล้วแก้ผ้า แต่เป็น รูปปั้น คิวปิด ปูนปลาสเตอร์ ชายหนุ่ม กล้ามโต มีปีกผมลอน ขนาดเท่าคนจริงใช้มือปิดอวัยวะส่วนลับ ที่ใหญ่ราวกับ ห่อข้าวมันไก่ ท่าทางเหนียมอาย เหมือนว่าศิลปินผู้ปั้นจะประสบความสำเร็จเพราะไม่มีใครเลย เดินผ่าน โดยไม่มอง แถมยังอยากจะมองให้ทะลุมือผ่านไปอีกด้วยซ้ำผ่านประตูเข้าไปแล้ว ที่นี่ก็คือฮอลล์ขนาดใหญ่ ได
500 บาทแรก หมดไป กับ ค่าข้าวเย็นค่ารถทัวร์ ค่ามอเตอร์ไซค์ เดินทางตะลอนหาที่พัก ห้องเช่าที่แตกต่างจากหอนอน ที่โรงเรียนราวฟ้ากับเหว เป็นห้องเล็กๆที่มี โต๊ะ 1 ตัวอยู่ปลายเท้า เตียงนอนขนาด 3.5 ไม่มีแอร์ พัดลม เพดาน หมุนติ้ว เหมือนกำลังจะหล่นใส่หัว ห้องน้ำรวม แต่พออยู่ได้. ราคารวมน้ำไฟแล้วเดือนละ 1,200 บาท เหลือ 300 บาท กับเศษเหรียญและแบงค์ 20 ตังค์ทอน รวมๆแล้วไม่เกิน 400คนที่อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่ ก็คือ คนขายของหาบเร่ ผู้หญิงหากิน สาวเชียร์เบียร์ แม่ค้าส้มตำ สาวเสิร์ฟ และนักเต้น คาบาเร่ กลุ่มเป้าหมายในใจของเอ ที่มาพัทยาคราวนี้ก็ตั้งใจมาก ที่จะมาหากินในทางที่ตัวเองถนัด ก็คือเขาชอบเต้นแล้วก็อยากเป็นหลังจากได้ห้องเก็บกระเป๋าแล้ว ก็ไม่รู้จะหันไปทางไหนต่อ ไม่รู้จักใครเลย ได้แต่ส่งยิ้มจางๆ ให้กับคนรอบตัวที่หันมาสบตา ลงนึกภาพตามนะกระเทยหัวโปก หมายถึง ผมสั้นเกรียน แบบเด็กนักเรียนจบใหม่ หน้าขาวแก้มนิ่ม ขนตางอนยาว อ่อนไหวและอ่อนวัย ไร้ประสบการณ์ นี่มันคือ เจ้าหมูตัวขาวที่รอ หมาจิ้งจอกมาจับเหยื่อชัดๆเอ เดินออก มานั่งหน้าห้อง ยามนี้โพล้เพล้แล้วพระอาทิตย์กำลังจะตกดินท้องฟ้าเป็นสีวนิลา ห้องเช่าทำ แผงสั
ชัชเทวบุตรจ้องมองลงไปในบันทึกความทรงจำของนายทวี มันสนุกมาก มันคือทีวี หรือ netflix ของ ชาว เทวดา นี่ เอง เมื่อก้มหน้าลงอ่านในบันทึก ก็ถูกดูดลงไปในเวลานั้นทันที ได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เหมือนอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นด้วย เพียงแต่สัมผัสแตะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขไม่ได้ และไม่มีใครเห็นว่ามีตัวตนยืนอยู่ มองอยู่ ทุกอย่างมันฉายชัดยิ่งกว่าหนัง3Dแว๊บเดียวพยายมราชคนใหม่ล่าสุดก็ไปยืนอยู่ท่ามกลางพิธีจบการศึกษาชั้นม.6ซะแล้ววันฉลองจบการศึกษารับประกาศนียบัตร ฉันจำได้ดี เป็นวันที่มีความสุข ที่สุดในชีวิตนักเรียนนายทวี บุญอารักษ์ ชั้นม. 6 เกรด 3.97เสียงมาสเตอร์ประกาศดังลั่นไมโครโฟน ชั้นลุกขึ้น เพื่อเดินขึ้นไปรับประกาศ เอามือจับกลีบกางเกงเล็กน้อย ลูบผมให้เรียบแปล้ วันนี้ห้ามติดกิ๊บ ครูเขาขอไว้ ทำตัวให้ ดูธรรมดา ที่สุด ก็จะมีผู้ปกครองคนอื่นมาจำนวนมาก แม่ก็ไม่มาเหมือนเคยแต่ก็ใครสนกันล่ะ ชินแล้ว ครูไม่ประสงค์จะให้ใครรู้ว่าที่นี่มีแก๊งค์นางฟ้า ทำตัวให้แมนที่สุด เพื่อที่จะได้ถ่ายรูป ปี 2552 มันก็แบบนี้ ใครจะไปรู้ว่าอีก 10 ปีต่อมาเขาจะมีสมรสเท่าเทียม และไม่มีใครรังเกียจชายใจหญิงอย่างพวกเราแล้วใจหายเหมือนกันน