Share

บทที่ 95

Author: มู่โร่ว
เฉินขุยเฉินอู่ย้อนกลับมาที่ห้องประชุม เพื่อบอกว่าท่านเทพรับปากพวกเขาแล้ว

เหล่าทหารต่างโห่ร้องอย่างดีใจ!

เพราะว่า ระเบิดกับหน้าไม้ราชวงศ์ฉินและดาบม่อเตา ชุดเกราะ...สำคัญมากเหลือเกิน!

เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงแคว้นต้าฉี่ที่สามารถเอาชนะอีกสามแคว้นที่ร่วมมือกันได้หรือไม่

หากท่านเทพประทานสิ่งของอย่างทันท่วงที พวกเขาไม่เพียงชนะทั้งสามฝ่าย แต่ยังโต้ตอบอีกสองแคว้นได้ด้วย

โจมตีพวกเขาให้แตกพ่าย แล้วเรียกร้องให้ชดใช้ด้วยดินแดน ด้วยเงินทอง แล้วเซ็นสัญญาไม่รุกรานอีกห้าสิบปี

ทางที่ดีต้องให้พวกเขาสละเมืองหลายเมือง ทำให้แคว้นต้าฉี่ก้าวกระโดดขึ้นเป็นแคว้นที่ใหญ่อันดับหนึ่ง

เมื่อก่อน เหล่าทหารทุกคนต่างเคยฝันว่าจะกลายเป็นแคว้นที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง

แต่เสียดาย ราชวงศ์ของต้าฉี่วุ่นวายเกินไป พวกเขาจึงได้เพียงแค่ฝัน

ตอนนี้ความฝันของพวกเขาใกล้เป็นจริงแล้ว

จะไม่ดีใจได้อย่างไร?

กำลังพลหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ต่อต้านกองทัพห้าแสนห้าหมื่นนาย ในสายตาคนนอกเหมือนรนหาที่ตาย

แต่สำหรับพวกเขาคือโอกาส คือความท้าทาย!

คือศึกแรกแห่งการรวบรวมดินแดนหัวเซี่ยให้เป็นปึกแผ่น

จ้านเฉิงอิ้นเอ่ยขึ้น “ไปดูที่โกดังก่อน ท่านเทพจะส
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
สุดใจ ใจกล้า
ชอบมากอ่านแล้วสนุกค่ะทำให้ลุ้นตลอดชอบๆค่ะ
Tignan lahat ng Komento

Kaugnay na kabanata

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 96

    เธอโอนเงินไปล่วงหน้าห้าสิบล้านเมื่อเจ้าของได้รับเงิน ยิ้มจนปากหุบไม่ลง!บอกว่าจะขนของขึ้นรถ แล้วเอาไปส่งให้คืนนี้เลยเขาจึงขอที่อยู่กับเย่มู่มู่เธอส่งที่อยู่โกดังของรีสอร์ทให้เจ้าของโรงงานจากนั้นเธอติดต่อร้านชุดเกราะ หน้าไม้ราชวงศ์ฉินและโรงงานดาบม่อเตาครั้งที่แล้วเย่มู่มู่สั่งสินค้าสองร้อยล้าน เจ้าของโรงงานต้องเพิ่มไลน์ผลิตหลายสายและรับสมัครคนงานจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเย่มู่มู่ตอนนี้เย่มู่มู่โทรหาเขา แล้วสั่งชุดเกราะ หน้าไม้ราชวงศ์ฉิน ลูกธนู ดาบม่อเตาเพิ่มหน้าไม้ราชวงศ์ฉินหนึ่งแสนคัน ลูกธนูสามล้านดอก ต้องการด่วน...เมื่อเจ้าของได้ยิน ทั้งดีใจและร้อนใจหน้าไม้ราชวงศ์ฉินและลูกธนูสามารถเร่งผลิตให้ได้เย่มู่มู่ให้เขาทำโอทีเพื่อเร่งผลิตออกมาก่อน ภายในหนึ่งอาทิตย์ต้องได้รับสินค้าเจ้าของโรงงานรับปาก เขาให้โรงงานของน้องชายผลิตร่วมกันชุดเกราะราคาต่อชุดแพง ชุดเกราะหนึ่งแสนห้าหมื่นชุด มีมูลค่าสามพันล้านเจ้าของโรงงานไม่อยากเสียโอกาส จึงหาคนทั้งหมู่บ้านช่วยกันประกอบชุดเกราะประกอบได้กี่ชุดก็ส่งสินค้าตามจำนวนนั้นไลน์ผลิตของดาบม่อเตาเพิ่มขึ้นอีกสองสาย แต่ละวันสามาร

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 97

    หลังจากเย่มู่มู่ส่งรายการให้จ้านเฉิงอิ้น ได้ทำบัญชีขึ้นมาการจัดซื้อในครั้งนี้เธอใช้เงินไปทั้งหมดสามพันห้าร้อยกว่าล้านการจัดซื้ออาวุธ ระเบิด เสบียง ถ่านหิน ปูนซีเมนต์ในครั้งที่แล้ว...ใช้เงินไปสองพันล้านรายได้จากการขายวัตถุโบราณครั้งที่แล้ว จอกสุราสามขาสามพันล้าน เหรียญเงินกับม้วนไม้ไผ่สองร้อยล้าน ชุดจานกระเบื้องเคลือบลายหงส์สองพันห้าร้อยล้านรวมทั้งหมดหกพันห้าร้อยล้าน ตอนนี้เหลือแค่ห้าร้อยล้านเดิมทีเธอนึกว่าตัวเองจะเก็บเงินได้จำนวนมาก!สุดท้าย เพื่อให้ประชาชนอยู่รอด เพื่อให้จ้านเฉิงอิ้นชนะศึกเงินแค่นี้ไม่พอให้เธอใช้สอยด้วยซ้ำจ้านเฉิงอิ้นเป็นคนที่เข้าใจความเป็นไปของสังคม จึงส่งเงินทองเครื่องประดับวัตถุโบราณมากมายมาล่วงหน้าเธอนั่งอยู่กลางวัตถุโบราณ แกะถุงกันฝุ่น ค่อย ๆ ค้นหาวัตถุโบราณเธอต้องการวัตถุโบราณที่ไม่หวือหวา แต่ขายได้ราคาสูงภาพวาดสองภาพนั้นเธอขายไม่ลง พิณโบราณก็ตัดใจขายไม่ได้เครื่องประดับไม่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นของใช้เชื้อพระวงศ์ จึงไม่ได้ราคาสุดท้ายเหรียญทอง ทองคำแท่ง ทองหยวนเป่า...ก็ไม่ได้ราคาเมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอไปขนของลงจากรถอีกหลายกล่องเธ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 98

    การรักษาความปลอดภัยสูงมากเย่มู่มู่กดลิฟท์ลงไปถึงชั้นบีสอง เดินทางลับลงไปถึงชั้นบีสามกล่องทั้งสิบสองใบถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของแล้วล็อกไว้อย่างดีเมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอค้นชุดถ้วยชามกระเบื้องห้าชุดที่ยังไม่เคยใช้ ออกมาจากตู้เก็บของในห้องครัวหนึ่งชุดประกอบไปด้วยถ้วย จานเล็ก จานใหญ่ หม้อดิน ตะเกียบ ช้อน...รวมสิบหกชิ้นชุดถ้วยชามขอบทอง ชุดถ้วยชามลายครามดอกไม้ ชุดถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสี ชุดของขวัญถ้วยชามตำบลจิ่งเต๋อสองชุด...บรรจุในกล่องผ้าแพรบุกำมะหยี่พร้อมหูหิ้ว สะดวกมอบเป็นของขวัญเย่มู่มู่เขียนแผ่นกระดาษ “จ้านเฉิงอิ้น ข้ามอบชุดจานชามกระเบื้องให้เจ้าหลายชุด เจ้านำไปแลกถ้วยกระเบื้อง จานกระเบื้อง ขวดกระเบื้อง...ที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวันมาให้ข้าทั้งหมด”เธอส่งชุดกระเบื้องถ้วยชามทั้งห้าชุดข้ามไป*ภายในห้องประชุม ทุกคนอารมณ์ดีมาก ล้วนแต่กำลังกินดื่มกันอยู่ และหารือกันว่าจะโจมตีเผ่าหมานอย่างหนักอีกครั้งเพราะอย่างไรระเบิดก็ส่งมาแล้วหากไม่ระเบิดตอนนี้ จะไประเบิดตอนไหน !ทันใดนั้น กระดาษใบหนึ่งลอยลงมา ยังไม่ทันได้อ่านเนื้อหาบนกระดาษด้วยซ้ำกล่องผ้าแพรกล่องใหญ่ห้าใบก็ตกล

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 99

    สาเหตุที่เย่มู่มู่ย้ายมาอยู่ที่ฟาร์มเพราะข้างคฤหาสน์ มีลำธารสายหนึ่งที่น้ำผุดขึ้นจากใต้ดิน ไหลตั้งแต่ยอดเขาลงไปถึงเชิงเขาคุณภาพของน้ำใสสะอาด สามารถนำมาดื่มกินได้เด็กในหมู่บ้านตรงเชิงเขาอาบน้ำจับปลา ยิ่งในช่วงแรกชาวบ้านนำมาซักผ้าทำอาหารเพียงแต่ ตอนนี้น้ำประปาเข้าถึงบ้านทุกหลัง จึงไม่มีใครมาใช้น้ำที่ลำธารอีกเธออยากลองดู หากเอาแจกันวางในลำธาน น้ำจะถูกส่งข้ามไปได้หรือไม่ทันใดนั้น เธอจึงส่งกระดาษไปให้จ้านเฉิงอิ้นหลังจากจ้านเฉิงอิ้นได้รับ ตอบกลับเธอ “ขอรับ ท่านเทพข้าเตรียมบ่อน้ำไว้แล้ว”เพื่อความสะดวกในการรองน้ำดื่มของทางค่ายทหาร จ้านเฉิงอิ้นให้ทหารทำความสะอาดบ่อน้ำที่แห้งไปแล้วหากบ่อน้ำถูกเติมให้เต็ม เหล่าทหารจะได้ดื่มน้ำอย่างสะดวกสบายมากขึ้นลำธารสายนี้ห่างจากคฤหาสน์ไม่ถึงสิบเมตร น่าจะส่งข้ามไปฝั่งโน้นได้เธอใช้โซ่เหล็กพันรอบปากแจกันแล้วแขวนไว้บนต้นไม้ทั้งสองฝั่ง เพื่อไม่ให้น้ำพัดแจกันไปจากนั้นใช้หินเรียงกันเหมือนแอ่ง เพื่อกั้นแจกันไว้อีกหนึ่งชั้นสุดท้ายวางแจกันลงไปในลำธาน ให้ปากแจกันจมลงไปในน้ำปากแจกันกลายเป็นน้ำวน ไหลเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ไหลออกมาสำเร็จแล้

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 100

    มีผู้อาวุโสมู่ รองผู้อำนวยการจาง และผู้อาวุโสอีกสองคนที่ดูสง่างามเมื่อผู้อาวุโสมู่เห็นคฤหาสน์ที่สร้างอย่างมีกลิ่นอายโบราณ ตั้งอยู่บนไหล่เขาที่มีหมอกรายล้อมด้านหน้าคือที่ดิน ที่เพาะปลูกผลหมากรากไม้และพืชผักด้านหลังมีลำธารหนึ่งสาย ข้างลำธารมีศาลาริมน้ำและศาลาพักร้อนเขาจึงกล่าวขึ้น “ที่แห่งนี้ราวกับดินแดนสุขาวดี น่าอยู่อาศัยมาก”เย่มู่มู่หัวเราะ “หากคุณชอบ สามารถมาพักได้ตลอดเวลาเลยค่ะ ฟาร์มเซียนหยวนยังมีห้องว่าง ให้ฉันแจ้งผู้จัดการเก็บห้องไว้ไหมคะ?”“เฮ้อ ไม่มีเวลาพักหรอก ผมต้องกลับไปดูร้านอีก”เย่มู่มู่เชิญพวกผู้อาวุโสมู่เข้าไปที่ห้องรับแขกภายในห้องรับแขก มีถ้วยกระเบื้อง จานกระเบื้อง ขวดกระเบื้องแบบต่าง ๆ วางไว้บนโต๊ะน้ำชาอย่างละยี่สิบใบบนโต๊ะอีกตัวหนึ่ง วางกาสุราสีทองอร่ามเอาไว้ผู้อาวุโสที่สง่างามสองคน เดินตรงไปที่โต๊ะน้ำชา แล้วหยิบจานขึ้นด้วยนิ้วที่สั่นระริก จากนั้นพลิกดูไม่หยุดผู้อาวุโสที่สวมแว่นตา ถึงขนาดเอาแว่นขยายออกมาส่องดูรองผู้อำนวยการจางกลับมองเห็นกาสุราตั้งแต่แวบแรก เขาหยิบขึ้นด้วยใบหน้าแดงเถือก แล้วตรวจดูที่ก้นกา จากนั้นดูที่ตัวกาสุรา ต่อมาสำรวจดูมังกรสีท

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 101

    รองผู้อำนวยการจางหยิบเหรียญทองขึ้นมาถามว่า “สามพันสองร้อยห้าสิบล้าน คุณเย่คิดว่ายังไงครับ?”เย่มู่มู่นึกไม่ถึงว่าจะขายได้ราคาสูงขนาดนี้!ในรายการตรวจสอบสมบัติ เงินทองในยุคเดียวกันไม่ได้มีราคาเท่าเครื่องลายครามกับภาพเขียนและภาพวาดพู่กันสามพันสองร้อยห้าสิบล้านนั้นสูงเกินราคาจริงของมันไปมากเธอพึงพอใจกับราคานี้มาก “ได้ค่ะ ถ้าคุณคิดว่าคุ้มราคา ฉันก็ขาย”รองผู้อำนวยการจางหยักยิ้มมุมปาก รีบเก็บเหรียญทองทันที เขาใช้ผ้าไหมเช็ดถูอย่างเบามือ จากนั้นก็เก็บไว้ในกล่องเล็ก ๆเขายิ้มให้ผู้อาวุโสมู่ “กาสุรา คุณก็อย่าเอาแต่แย่งกับผมเลย!”ผู้อาวุโสมู่ไม่ยอม!“ผมกับคุณเย่ตกลงราคากันแล้ว จะยอมยกให้คุณได้ยังไงล่ะ?”รองผู้อำนวยการจางบอกว่า “กาสุรากับถังเหล้าเป็นชุดเดียวกัน ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของพิพิธภัณฑ์ คุณตั้งราคาเท่าไร ผมให้เพิ่มหนึ่งร้อยล้าน!”ผู้อาวุโสมู่ถูกเขายั่วโมโห “รู้อย่างนี้ไม่พาคุณมาแต่แรกก็ดี ไม่คิดว่าจะมาแย่งของกันอย่างนี้”รองผู้อำนวยการจางเก็บเหรียญทองกับกาสุราไปในราคารวมทั้งหมดหกพันสองร้อยยี่สิบห้าล้านเขาสั่งให้ฝ่ายการเงินรีบโอนเงินให้เย่มู่มู่เพราะกลัวจะถูกใครแย่งไป

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 102

    นัยน์ตาดำขลับของจ้านเฉิงอิ้นหันไปมองที่ประตูเมืองหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยว่า “กำลังหลักของเผ่าหมาน ปักหลักอยู่ทางทิศตะวันออก”“กำลังสำคัญอยู่ที่คอกม้า จะต้องมีม้าศึกอยู่มากมายเป็นแน่ ต้องหาวิธีขโมยม้าออกมา”“เรามีม้าศึกสองร้อยตัวของกองทัพตระกูลจ้าน คราวก่อนยึดม้ามาหกร้อยตัว ทั้งหมดมีไม่เกินแปดร้อย ไม่พอเลยสักนิด!”เฉินขุยได้ยินก็ตบหัวตัวเองแรง ๆ หนึ่งฉาด“ทำไมข้านึกไม่ถึง ตอนนี้สิ่งที่พวกเราขาดแคลนมากที่สุดก็คือม้าศึก”“ท่านแม่ทัพ กลางคืนข้าจะเอาน้ำและอาหารม้าไปที่คอกม้าของเผ่าหมาน หลอกล่อม้าของพวกมันออกมา”“ทางประตูทิศตะวันตกให้พากำลังคนไปก่อความวุ่นวายสักหน่อยก็พอ วันนี้จุดประสงค์หลักของพวกเราคือหากองทัพม้ามาเพิ่ม”“เอาละ ไปวางแผนกันที่ห้องโถงหารือกัน”สิ้นเสียงคำสั่งของจ้านเฉิงอิ้น น้ำก็หยุดไหลพอดีบ่อน้ำบ่อที่ห้าเต็มแล้วเหล่าทหารเห็นบ่อน้ำเต็มแล้วก็กู่ร้องด้วยความยินดี ต่างหยิบน้ำเต้าของตัวเองขึ้นมาตักน้ำที่ข้างบ่อจ้านเฉิงอิ้นยกแจกันดอกไม้ขึ้นมาห่อด้วยผ้าไหม จากนั้นก็ยกไปที่ห้องโถงหารือด้วยเวลานี้ กระดาษแผ่นหนึ่งลอยลงมา“ข้าซื้อชุดกล่องของขวัญเซราม

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 103

    เผ่าหมานไม่กล้าเดินหน้าเข้ามาอีก ทำได้เพียงถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบลูกธนูเหอหงเป็นคนใจกล้า เขานำทัพเข้าไปทางด้านข้าง มุ่งหน้าสู่คอกม้าทันทีพอเปิดประตูคอกม้า ก็รีบปลดเชือกที่มัดม้าไว้ทุกครั้งที่ปลดเชือกม้า ก็ป้อนอาหารให้ม้าหนึ่งคำ ป้อนน้ำหนึ่งคำลากออกไปได้มากเท่าใดก็เอาเท่านั้นด้านหน้า พลทหารกำลังยั่วยุท้าทาย ยังคงปล่อยธนูอย่างต่อเนื่องด้านข้าง ม้าหนึ่งพันกว่าตัวในคอกถูกปล่อยออกไปหมดแล้วพวกมันวิ่งตามคนชุดดำสิบกว่าคนบนหลังม้าอ้วนท้วมและแข็งแรงบึกบึนซึ่งแบกกระสอบไว้ม้าวิ่งเร็วเกินไป ดึงก็ดึงไม่อยู่เหอหงกับพรรคพวกอีกสิบกว่าคนล่อลวงม้าหนึ่งพันกว่าตัวออกมาได้หลี่จงหยวนกับหลินต้าจวินเห็นเขาทำสำเร็จต่างก็ยกนิ้วโป้งให้ชื่นชมที่เขาใจกล้า เพราะทันทีที่ถูกเผ่าหมานจับได้ พวกเขาคงไม่มีวันได้หวนกลับมาอีกแต่เขากลับทำสำเร็จแล้วครั้นขโมยม้าศึกสำเร็จก็ไม่เสียเวลาสู้ต่อ พวกเขาล่อม้าหนึ่งพันกว่าตัวกลับเมืองเหล่าทหารเห็นม้าศึกฝูงใหญ่พุ่งทะยานมาจากทางประตูเมือง ต่างก็เบิกตากว้างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วม้าศึกของเผ่าหมานถูกล่อกลับมาอย่างนี้เลยหรือ?ม้าเหล่านี้เทียบกับม้า

Pinakabagong kabanata

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 660

    เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 659

    จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status