Share

บทที่ 102

Author: มู่โร่ว
นัยน์ตาดำขลับของจ้านเฉิงอิ้นหันไปมองที่ประตูเมือง

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงเอ่ยว่า “กำลังหลักของเผ่าหมาน ปักหลักอยู่ทางทิศตะวันออก”

“กำลังสำคัญอยู่ที่คอกม้า จะต้องมีม้าศึกอยู่มากมายเป็นแน่ ต้องหาวิธีขโมยม้าออกมา”

“เรามีม้าศึกสองร้อยตัวของกองทัพตระกูลจ้าน คราวก่อนยึดม้ามาหกร้อยตัว ทั้งหมดมีไม่เกินแปดร้อย ไม่พอเลยสักนิด!”

เฉินขุยได้ยินก็ตบหัวตัวเองแรง ๆ หนึ่งฉาด

“ทำไมข้านึกไม่ถึง ตอนนี้สิ่งที่พวกเราขาดแคลนมากที่สุดก็คือม้าศึก”

“ท่านแม่ทัพ กลางคืนข้าจะเอาน้ำและอาหารม้าไปที่คอกม้าของเผ่าหมาน หลอกล่อม้าของพวกมันออกมา”

“ทางประตูทิศตะวันตกให้พากำลังคนไปก่อความวุ่นวายสักหน่อยก็พอ วันนี้จุดประสงค์หลักของพวกเราคือหากองทัพม้ามาเพิ่ม”

“เอาละ ไปวางแผนกันที่ห้องโถงหารือกัน”

สิ้นเสียงคำสั่งของจ้านเฉิงอิ้น น้ำก็หยุดไหลพอดี

บ่อน้ำบ่อที่ห้าเต็มแล้ว

เหล่าทหารเห็นบ่อน้ำเต็มแล้วก็กู่ร้องด้วยความยินดี ต่างหยิบน้ำเต้าของตัวเองขึ้นมาตักน้ำที่ข้างบ่อ

จ้านเฉิงอิ้นยกแจกันดอกไม้ขึ้นมาห่อด้วยผ้าไหม จากนั้นก็ยกไปที่ห้องโถงหารือด้วย

เวลานี้ กระดาษแผ่นหนึ่งลอยลงมา

“ข้าซื้อชุดกล่องของขวัญเซราม
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 103

    เผ่าหมานไม่กล้าเดินหน้าเข้ามาอีก ทำได้เพียงถอยหลังไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลบลูกธนูเหอหงเป็นคนใจกล้า เขานำทัพเข้าไปทางด้านข้าง มุ่งหน้าสู่คอกม้าทันทีพอเปิดประตูคอกม้า ก็รีบปลดเชือกที่มัดม้าไว้ทุกครั้งที่ปลดเชือกม้า ก็ป้อนอาหารให้ม้าหนึ่งคำ ป้อนน้ำหนึ่งคำลากออกไปได้มากเท่าใดก็เอาเท่านั้นด้านหน้า พลทหารกำลังยั่วยุท้าทาย ยังคงปล่อยธนูอย่างต่อเนื่องด้านข้าง ม้าหนึ่งพันกว่าตัวในคอกถูกปล่อยออกไปหมดแล้วพวกมันวิ่งตามคนชุดดำสิบกว่าคนบนหลังม้าอ้วนท้วมและแข็งแรงบึกบึนซึ่งแบกกระสอบไว้ม้าวิ่งเร็วเกินไป ดึงก็ดึงไม่อยู่เหอหงกับพรรคพวกอีกสิบกว่าคนล่อลวงม้าหนึ่งพันกว่าตัวออกมาได้หลี่จงหยวนกับหลินต้าจวินเห็นเขาทำสำเร็จต่างก็ยกนิ้วโป้งให้ชื่นชมที่เขาใจกล้า เพราะทันทีที่ถูกเผ่าหมานจับได้ พวกเขาคงไม่มีวันได้หวนกลับมาอีกแต่เขากลับทำสำเร็จแล้วครั้นขโมยม้าศึกสำเร็จก็ไม่เสียเวลาสู้ต่อ พวกเขาล่อม้าหนึ่งพันกว่าตัวกลับเมืองเหล่าทหารเห็นม้าศึกฝูงใหญ่พุ่งทะยานมาจากทางประตูเมือง ต่างก็เบิกตากว้างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วม้าศึกของเผ่าหมานถูกล่อกลับมาอย่างนี้เลยหรือ?ม้าเหล่านี้เทียบกับม้า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 104

    แต่เธอไม่ใช่เทพยดานะ แล้วก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าด้วย เธอเป็นคนเป็น ๆ ต่างหาก!สร้างวัดให้คนเป็น ๆ จะโอเวอร์เกินไปรึเปล่า“ถ้าอย่างไร พวกเจ้าสร้างวัดพระโพธิสัตว์ดีกว่าไหม?”“เหตุใดต้องเป็นวัดพระโพธิสัตว์?”จู่ ๆ เย่มู่มู่ก็นึกขึ้นได้ ยุคนี้ศาสนาพุทธยังไม่แพร่เข้ามาในประเทศ“ข้าหมายถึง สร้างรูปปั้นไปเลยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้รูปของข้า ข้าเป็นคนเป็น ๆ จะให้คนมากราบไหว้บูชาก็ออกจะ…”ไม่เหมาะสม!“ไม่ขอรับ ท่านช่วยกองทัพตระกูลจ้านของเรา ท่านช่วยอิ้นไว้ ช่วยชาวบ้านทั้งเมืองไว้ด้วย พวกชาวบ้านไม่มีทางกราบไหว้บูชาคนแปลกหน้าที่ไหน”“ท่านคือท่านเทพยดาของพวกเราอย่างไร้ข้อกังขา ได้โปรดส่งรูปเหมือนของท่านมา ช่างฝีมือเร่งเร้าแล้ว ไม่อาจชักช้าได้อีก!”จ้านเฉิงอิ้นจะสร้างวัดให้เธอให้ได้ก็ได้!เธอจะไม่เถียงกับคนโบราณ!คฤหาสน์หลังนี้ไม่มีรูปถ่ายของเธอ แต่บ้านเดิมมีเย่มู่มู่บอกว่า “รออีกสองสามวัน ข้าจะกลับไปเอารูป!”“ได้ขอรับ ท่านเทพอย่าลืมก็แล้วกัน!”“วันนี้ได้ม้ามาเพิ่มสี่พันกว่าตัว อาหารม้าไม่พอแล้วใช่หรือไม่?”“ขอรับ อิ้นอยากบอกท่านอยู่พอดี!”“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ข้าจะสั่งให้คนส่งมาสองคันรถ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 105

    กองทัพแคว้นฉู่และแคว้นฉีใช้เส้นทางอ้อมภูเขาหลายลูก หมายมุ่งหน้ามาโจมตีด่านเจิ้นกวนซ่งตั๋วดักซุ่มโจมตีอยู่ไม่ห่างจากฐานที่มั่นของฝ่ายศัตรู ซุ่มรออยู่นานกลับยังไม่เห็นควันลอยขึ้นจากกระโจมของอีกฝ่ายเขาติดตามกองทัพตระกูลจ้านมาเป็นเวลายี่สิบกว่าปี มีประสบการณ์มากกว่าสองพี่น้องสกุลเฉิน อู๋ซานหลาง และเฉินจวิ้นหลินมากเขาสังเกตได้ถึงความผิดปกติ จึงเรียกทหารเก่าแก่สองนายแฝงตัวเข้าไปในค่ายทหารแคว้นฉู่ในยามวิกาลเวลานี้ พวกเขาค้นพบว่าค่ายทหารแห่งนี้ว่างเปล่าร้างไร้ผู้คนไปแล้วม้าศึก อาวุธ อุปกรณ์ทุกอย่างล้วนถูกเอาไปหมดแล้วเหลือไว้เพียงบ้านอิฐ และกระโจมสิบกว่าหลังที่ยังไม่มีใครแตะต้องซ่งตั๋วสบถด่าด้วยความเดือดดาล“มารดาเอ็งเถอะ พวกเราถูกปั่นหัวแล้ว!”ทหารเก่าแก่รีบถาม “แม่ทัพซ่ง ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”“รีบส่งนกพิราบส่งข่าวกลับไปให้ท่านแม่ทัพใหญ่ บอกเขาว่าแคว้นฉู่เคลื่อนทัพไปด่านเจิ้นกวนแล้ว ให้เตรียมกองทัพตั้งรับศึกได้เลย!”หวังว่าตอนที่ข่าวถูกส่งไปถึง จะยังไม่สายไปนะ!“อย่างนั้นพวกเรารีบกลับไปตอนนี้เลยหรือไม่?”ซ่งตั๋วตอบราวกับร่างไร้วิญญาณว่า “พวกเรากลับไปไม่ทันแล้ว!”เขาหันไปมอ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 106

    ดังนั้น กองทัพเผ่าหมานถูกโจมตีจนสั่นคลอน ผู้นำถูกปลด ผู้นำคนใหม่ก็ยังมาไม่ถึง…พวกเขาจึงตัดเผ่าหมานออกมีความเป็นไปได้สูงที่ทั้งสองแคว้นจะโจมตีเข้ามาทางประตูทิศตะวันออกและประตูทิศเหนือ เพราะสองทิศนี้เป็นเส้นทางที่ใกล้กับแคว้นฉู่และแคว้นฉีมากที่สุดสองแคว้นเปลี่ยนเส้นทาง ไม่ได้ใช้เส้นทางที่ซ่งตั๋วฝังระเบิดไว้ เป็นไปได้ว่าในเมืองมีหนอนบ่อนไส้ซ่งตั๋วออกจากเมืองด้วยเส้นทางลับหากรู้ว่าเขาออกจากเมือง แสดงว่าจะต้องเป็นหนอนบ่อนไส้ที่มีตำแหน่งไม่ธรรมดาแน่นอนนึกมาถึงตรงนี้ จ้านเฉิงอิ้นหันไปมองเหล่าทหารที่ยังไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ทว่ากลับมองเขาด้วยท่าทางขึงขังพร้อมรบพวกเขาล้วนเคยร่วมกินเปลือกไม้มาพร้อมกับเขา เคยแทะรากหญ้าแห้งด้วยกัน และมีมิตรภาพร่วมกันมามากมายจ้านเฉิงอิ้นไม่อยากสงสัยพวกเขาแต่กลับมีคนที่แอบขายข้อมูลให้คนภายนอกแฝงตัวอยู่ในกองทัพเขาเรียกเฉินขุยมาหา กระซิบสั่งข้างหูเขาสองสามประโยคเฉินขุยได้ยินก็เบิกตาด้วยความตกตะลึง ราวกับไม่อยากจะเชื่อ“จริงหรือขอรับ?”เขาพยักหน้า หยิบกระดาษข้อความให้เฉินขุยอ่าน“ท่านเทพไม่มีทางฝันร้ายอย่างไม่มีต

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 107

    กองทัพฉู่อยู่ห่างจากด่านเจิ้นกวนสามสิบกว่าลี้ พลทหารมืดฟ้ามัวดินนับแสนยืนเรียงรายกันโดยมีธงรบสีเหลืองปักอยู่!กองทัพแคว้นฉี่มาถึงในหนึ่งชั่วยามให้หลัง พวกเขาปักหลักอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกยี่สิบลี้ แคว้นฉี่บีบคั้นด่านเจิ้นกวนยิ่งกว่าแคว้นฉู่เสียอีก!ธงมังกรดำโบกสะบัดอยู่ห่างออกไปยี่สิบลี้ ดูน่ากริ่งเกรงอย่างมาก!กองทัพใหญ่บุกประชิดพรมแดน ต่างจากเผ่าหมานที่ไร้ระเบียบแบบแผน กองทัพของทั้งสองแคว้นเป็นระบบระเบียบ มีวินัยเข้มงวด ทั้งยังผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีจ้านเฉิงอิ้นรบรากับเผ่าหมานเสียส่วนมาก เขาไม่เคยสู้กับแคว้นฉู่และแคว้นฉีเลยสักครั้งแม้เขาจะมีชื่อเสียงร่ำลือตั้งแต่อายุยังน้อย และมีบารมีน่าเกรงขามของแม่ทัพหนุ่มอยู่ แต่กลับไม่เคยได้รับแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้มาก่อน!เขาถามหลี่จงหยวน “ยังเหลือธนูอีกเท่าใด?”“เหลือธนูห้าพันคัน ลูกดอกไม่พอแล้วขอรับ เหลือเพียงหนี่งแสนกว่าดอก หักไปไม่น้อยแล้ว”ลูกดอกหนึ่งแสนกว่าเล่มไม่เพียงพอที่จะใช้ต้านศึกจากทหารม้าสามแสนห้าหมื่นนายแน่นอนเวลานี้ เฉินขุยวิ่งกลับมาในสภาพสะบักสะบอมเขาพูดเสียงต่ำว่า “ท่านแม่ทัพ พวกข้าง่วนอยู่สองชั่วยามกว่า ในท

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 108

    อันดับแรก ธนูและลูกดอกยังไม่พอ!เธอค้นหาคันธนูและลูกดอกในพื้นที่ หรือจะเป็นปืนล่าสัตว์ก็ได้เธอหาปืนล่าสัตว์ไม่เจอ แต่กลับเจอร้านขายธนูทดกำลังเจอสามร้านเธอโทรไปทันทีเจ้าของร้านกำลังอยู่ในห้วงความฝัน จึงไม่ได้รับสายเธอรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงรีบขับรถลงจากเขา ตรงดิ่งไปที่หน้าประตูร้านพนักงานทำความสะอาดบอกว่าอย่างเร็วที่สุดร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า บอกให้เธอรอไปก่อน!เย่มู่มู่เหมาไข่ต้มใบชาหนึ่งหม้อ และเหมาเสี่ยวหลงเปากับน้ำเต้าหู้ทั้งหมดในร้านอาหารเช้าข้าง ๆร้านบะหมี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่รอดเช่นกัน เธอสั่งให้เถ้าแก่ห่อบะหมี่หนึ่งร้อยกว่ากล่องจากนั้นก็เหมาน้ำและเครื่องดื่มทั้งหมดในตู้แช่ร้ายขายของชำพอขับรถมาถึงที่ลับตาคน เธอส่งมื้อเช้าทั้งหมดไปเธอกินเสี่ยวหลงเปาและดื่มน้ำเต้าหู้ ขณะที่รอร้านเปิดเจ็ดโมงครึ่ง ในที่สุดเถ้าแก่ก็เดินหาวมาเปิดประตูร้านเย่มู่มู่ถามไปตรง ๆ ว่าธนูทดกำลังในร้านมีกี่คัน?เถ้าแก่เห็นว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง จึงลังเลไปเล็กน้อย ก่อนถามว่าเธอจะเอาขนาดไหนเธอบอกว่า “ยิงระยะไกล สามารถล่าหมูได้!”ล่าหมู ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไร!เถ้าแก่บอกว่า “ในร้านมีหนึ่

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 109

    อาหารในด่านเจิ้นกวนมีมากจนกินไม่หมด ผักสดระเนระนาดเต็มพื้นชาวบ้านยากจนข้นแค้นจากแคว้นฉู่ เพื่อมาจำนนต่อด่านเจิ้นกวน พวกเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามภูเขามา กินเปลือกไม้รากหญ้า หิวจนต้องกินดินขาวเพื่อประทังชีวิตจำนวนคนตอนออกเดินทางมีถึงห้าพันคน ทว่าพอมาถึงด่านเจิ้นกวนกลับเหลือไม่ถึงครึ่ง!ตอนนี้ พวกเขาเห็นผักมากมายขนาดนั้น ดวงตาก็พลันรื้นไปด้วยน้ำใส ๆ ยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตาไม่หยุด!ถึงพวกเขาต้องลำบากยากเข็ญอีกแค่ไหน ขอเพียงคนที่เหลือมีชีวิตรอด เท่านั้นก็คุ้มค่าแล้ว!ทหารที่อยู่แถว ๆ นั้นเคยชินกับปริมาณผักที่มหาศาลไปนานแล้วเฉินขุยหยิบแตงกวาลูกหนึ่งขึ้นมากกัดกินอยู่ตรงนั้นเขาเห็นว่าท่ามกลางชาวบ้านแคว้นฉู่ที่สวมใส่เสื้อผ้าซอมซ่อ มีเด็กหลายคนกำลังจ้องเขากินตาปริบ ๆเขาจึงหยิบแตงกวาอีกหลายลูก และแบ่งให้พวกเด็ก ๆ คนละลูกพ่อแม่ของพวกเด็ก ๆ รีบคุกเข่าลง เฉินขุยรีบปราม “ต่อไปก็จะได้กินอิ่มทุกมื้อ เลี้ยงเด็กให้เติบโตไปอย่างดีเถอะ!”พวกพ่อแม่ของเด็ก ๆ ต่างพากันขอบอกขอบใจเขา จากนั้นก็พาเด็ก ๆ เดินจากไป*เหล่าทหารเตรียมพร้อมทำศึกอย่างเต็มกำลังคนในโรงครัวเก็บกวาดผักสดที่กลิ้งไปทั่วพื้นจ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 110

    เถ้าแก่ชวียิ้มแย้มเบิกบาน สั่งให้คนขนถ่ายสินค้าทั้งหมดซึ่งก็คือเสื้อกันกระสุนและหมวกกันน็อกชุดเกราะทั้งเซ็ต เสื้อกันกระสุนหนึ่งพันสี่ร้อยบาท หมวกกันน็อกค่อนข้างแพง เพราะแผ่นเหล็กหุ้มทั้งใบ และเพิ่มประสิทธิภาพกันแรงสั่นสะเทือน ตกใบละสองพันบาท!เถ้าแก่ชวีขายให้เธอในราคาเซ็ตละสามพันบาททั้งหมดหนึ่งแสนห้าหมื่นเซ็ต รวมเป็นเงินสี่ร้อยห้าสิบล้านบาท!เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ตอนที่เย่มู่มู่โอนเงินแอบเสียดายอยู่ในใจ แต่พอคิดว่าช่วยจ้านเฉิงอิ้นได้คุ้มค่าแล้ว!หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เถ้าแก่ชวียิ้มจนตาหยีเป็นเส้นตรงเขากระซิบเสียงเบาว่า “ในโรงงานมีของคุณภาพดีกว่านี้อีก มีอุปกรณ์กันกระสุนติดอาวุธทั้งตัว แต่ยังไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้”เย่มู่มู่บอกเขาว่า “ถ้าผลิตได้จำนวนมาก ฉันจองล่วงหน้าก่อนห้าหมื่นชุดนะคะ”“ได้ครับ ตกลงตามนี้!”พวกคนขับรถขนถ่ายสินค้าเสร็จแล้ว เย่มู่มู่ให้เงินผู้จัดการโรงงานสองหมื่นห้าพันบาทให้เขาไปซื้อแอร์ฯ มาติดในห้องยามหนึ่งตัว เงินที่เหลือก็ซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้เขาไว้ใช้ในเวลางานพนักงานดูแลโกดังดีใจมาก เขาได้ใช้แค่พัดลมเวลาอยู่ในโกดัง อากาศร้อนมากจริง ๆ!เขารีบไป

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 651

    ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 650

    ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status