Share

บทที่ 108

Author: มู่โร่ว
อันดับแรก ธนูและลูกดอกยังไม่พอ!

เธอค้นหาคันธนูและลูกดอกในพื้นที่ หรือจะเป็นปืนล่าสัตว์ก็ได้

เธอหาปืนล่าสัตว์ไม่เจอ แต่กลับเจอร้านขายธนูทดกำลังเจอสามร้าน

เธอโทรไปทันที

เจ้าของร้านกำลังอยู่ในห้วงความฝัน จึงไม่ได้รับสาย

เธอรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงรีบขับรถลงจากเขา ตรงดิ่งไปที่หน้าประตูร้าน

พนักงานทำความสะอาดบอกว่าอย่างเร็วที่สุดร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า บอกให้เธอรอไปก่อน!

เย่มู่มู่เหมาไข่ต้มใบชาหนึ่งหม้อ และเหมาเสี่ยวหลงเปากับน้ำเต้าหู้ทั้งหมดในร้านอาหารเช้าข้าง ๆ

ร้านบะหมี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่รอดเช่นกัน เธอสั่งให้เถ้าแก่ห่อบะหมี่หนึ่งร้อยกว่ากล่อง

จากนั้นก็เหมาน้ำและเครื่องดื่มทั้งหมดในตู้แช่ร้ายขายของชำ

พอขับรถมาถึงที่ลับตาคน เธอส่งมื้อเช้าทั้งหมดไป

เธอกินเสี่ยวหลงเปาและดื่มน้ำเต้าหู้ ขณะที่รอร้านเปิด

เจ็ดโมงครึ่ง ในที่สุดเถ้าแก่ก็เดินหาวมาเปิดประตูร้าน

เย่มู่มู่ถามไปตรง ๆ ว่าธนูทดกำลังในร้านมีกี่คัน?

เถ้าแก่เห็นว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง จึงลังเลไปเล็กน้อย ก่อนถามว่าเธอจะเอาขนาดไหน

เธอบอกว่า “ยิงระยะไกล สามารถล่าหมูได้!”

ล่าหมู ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไร!

เถ้าแก่บอกว่า “ในร้านมีหนึ่
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Sirilak Thaisiriniyom
เมื่อไหร่จะได้เจอกันหนอ
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 109

    อาหารในด่านเจิ้นกวนมีมากจนกินไม่หมด ผักสดระเนระนาดเต็มพื้นชาวบ้านยากจนข้นแค้นจากแคว้นฉู่ เพื่อมาจำนนต่อด่านเจิ้นกวน พวกเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามภูเขามา กินเปลือกไม้รากหญ้า หิวจนต้องกินดินขาวเพื่อประทังชีวิตจำนวนคนตอนออกเดินทางมีถึงห้าพันคน ทว่าพอมาถึงด่านเจิ้นกวนกลับเหลือไม่ถึงครึ่ง!ตอนนี้ พวกเขาเห็นผักมากมายขนาดนั้น ดวงตาก็พลันรื้นไปด้วยน้ำใส ๆ ยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตาไม่หยุด!ถึงพวกเขาต้องลำบากยากเข็ญอีกแค่ไหน ขอเพียงคนที่เหลือมีชีวิตรอด เท่านั้นก็คุ้มค่าแล้ว!ทหารที่อยู่แถว ๆ นั้นเคยชินกับปริมาณผักที่มหาศาลไปนานแล้วเฉินขุยหยิบแตงกวาลูกหนึ่งขึ้นมากกัดกินอยู่ตรงนั้นเขาเห็นว่าท่ามกลางชาวบ้านแคว้นฉู่ที่สวมใส่เสื้อผ้าซอมซ่อ มีเด็กหลายคนกำลังจ้องเขากินตาปริบ ๆเขาจึงหยิบแตงกวาอีกหลายลูก และแบ่งให้พวกเด็ก ๆ คนละลูกพ่อแม่ของพวกเด็ก ๆ รีบคุกเข่าลง เฉินขุยรีบปราม “ต่อไปก็จะได้กินอิ่มทุกมื้อ เลี้ยงเด็กให้เติบโตไปอย่างดีเถอะ!”พวกพ่อแม่ของเด็ก ๆ ต่างพากันขอบอกขอบใจเขา จากนั้นก็พาเด็ก ๆ เดินจากไป*เหล่าทหารเตรียมพร้อมทำศึกอย่างเต็มกำลังคนในโรงครัวเก็บกวาดผักสดที่กลิ้งไปทั่วพื้นจ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 110

    เถ้าแก่ชวียิ้มแย้มเบิกบาน สั่งให้คนขนถ่ายสินค้าทั้งหมดซึ่งก็คือเสื้อกันกระสุนและหมวกกันน็อกชุดเกราะทั้งเซ็ต เสื้อกันกระสุนหนึ่งพันสี่ร้อยบาท หมวกกันน็อกค่อนข้างแพง เพราะแผ่นเหล็กหุ้มทั้งใบ และเพิ่มประสิทธิภาพกันแรงสั่นสะเทือน ตกใบละสองพันบาท!เถ้าแก่ชวีขายให้เธอในราคาเซ็ตละสามพันบาททั้งหมดหนึ่งแสนห้าหมื่นเซ็ต รวมเป็นเงินสี่ร้อยห้าสิบล้านบาท!เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ตอนที่เย่มู่มู่โอนเงินแอบเสียดายอยู่ในใจ แต่พอคิดว่าช่วยจ้านเฉิงอิ้นได้คุ้มค่าแล้ว!หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เถ้าแก่ชวียิ้มจนตาหยีเป็นเส้นตรงเขากระซิบเสียงเบาว่า “ในโรงงานมีของคุณภาพดีกว่านี้อีก มีอุปกรณ์กันกระสุนติดอาวุธทั้งตัว แต่ยังไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้”เย่มู่มู่บอกเขาว่า “ถ้าผลิตได้จำนวนมาก ฉันจองล่วงหน้าก่อนห้าหมื่นชุดนะคะ”“ได้ครับ ตกลงตามนี้!”พวกคนขับรถขนถ่ายสินค้าเสร็จแล้ว เย่มู่มู่ให้เงินผู้จัดการโรงงานสองหมื่นห้าพันบาทให้เขาไปซื้อแอร์ฯ มาติดในห้องยามหนึ่งตัว เงินที่เหลือก็ซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้เขาไว้ใช้ในเวลางานพนักงานดูแลโกดังดีใจมาก เขาได้ใช้แค่พัดลมเวลาอยู่ในโกดัง อากาศร้อนมากจริง ๆ!เขารีบไป

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 111

    จ้านเฉิงอิ้นกล่าวว่า “เฉินอู่ หน่วยหน้าไม้ราชวงศ์ฉินรอรับคำสั่ง ธนูทดกำลังเตรียมตัวให้พร้อม!”“ขอรับ ท่านแม่ทัพ!”เฉินอู่จึงไปแบ่งหน้าที่ขณะที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ภายในระยะห้ากิโลเมตร ยืนอยู่ในระยะของวัตถุระเบิดแล้ว ก็ยังมีทหารม้าอีกจำนวนมากตามมาข้างหลังด้วยเมื่อห่างจากกำแพงเมืองสามกิโลเมตร จ้านเฉิงอิ้นได้พบกับแม่ทัพแคว้นฉู่ หลิงเซี่ยวเฟิงเขาอายุมากกว่าห้าสิบปีแล้ว เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นฉู่และมีชื่อเสียงในช่วงเวลาเดียวกับพ่อของจ้านเฉิงอิ้นด้วยว่ากันว่าในกองทัพของทั้งหกแคว้น ทางใต้มีหลิงเซี่ยวเฟิง ทางเหนือมีจ้านเทียนอี้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็อยากเห็นพวกเขาสู้รบกันเพื่อดูว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากันแต่เป็นที่น่าเสียดาย บิดาของเขาจ้านเทียนอี้ถูกเผ่าหมานสังหาร ทั้งสองจึงไม่มีโอกาสได้ลงสนามรบแข่งขันกันอีก!หลิงเซี่ยวเฟิงสวมชุดเกราะสีดำ ใบหน้ามีหนวดเครา ร่างกายสูงใหญ่ข้าง ๆ เขาคือลูกชายสองคนของเขาหลิงอวิ๋นเจ๋อและหลิงซื่อเฉิน อายุใกล้เคียงกับจ้านเฉิงอิ้นเพียงแต่ว่าทั้งสองคนนี้ลงสนามรบตอนอายุสิบกว่าปี ความดีความชอบในการรบของพวกเขาไม่ดีเท่าจ้านเฉิงอิ้นจ้านเฉิ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 112

    ติ้ง~เมื่อลูกธนูยิงโดน ก็ทำให้ทหารผู้นั้นถอยไปหลายก้าวทหารผู้นั้นก้าวมาด้านหน้าอีกครั้ง แล้วดึงคันธนูทดกำลังยิงลงไปด้านล่างต่อหมวกกันน็อกบนศีรษะของเขาไม่แตกแต่กลับเป็นลูกธนูของหลิงเซี่ยวเฟิงที่หักที่น่าแค้นยิ่งกว่านั้นคือด้านหน้าหมวกกันน็อกมีแผ่นป้องกันสีดำ สามารถปิดบังใบหน้า ทำให้พวกเขาไม่สามารถยิงไปที่หว่างคิ้วได้!หลิงเซี่ยวเฟิงยิงไปที่หน้าอกของชายผู้นั้นอีกครั้งติ้ง เกิดพวงประกายไฟขึ้นมา ลูกธนูหนักของหลิงเซี่ยวเฟิงก็หักทันที!เขาไม่เคยเห็นอุปกรณ์สวมใส่ที่แปลกประหลาด และการป้องกันยอดเยี่ยมขนาดนี้ อุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ของทหารจ้านเฉิงอิ้นได้มากถึงสามเท่ากองทัพแคว้นฉู่ไม่อาจทำลายกำแพงเมืองได้กองทัพแคว้นฉีก็ดูเหมือนจะเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มเฉินขุย เฉินอู่ เปี้ยนจื่อผิงและหลี่หยวนจง กำลังรับมือกับกองทัพใหญ่สองหมื่นนายของแคว้นฉีพวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าฮ่องเต้แคว้นฉีจะออกสู้รบด้วยตัวเองเขานั่งอยู่บนรถม้า ดื่มสุราไปพร้อมกับมองดูเหล่าทหารเข้าโจมตีเมืองอย่างสำราญใจข้างกายเขามีสตรีรูปร่างดีและใบหน้างดงามสองนาง สวมชุดในวังคอยช่วยรินสุราให้เขา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 113

    จำนวนผู้ตายของกองทัพศัตรูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และศพก็กองพะเนินราวกับภูเขา ใกล้จะสูงเท่ากำแพงเมืองแล้วเลือดรวมเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลเข้าไปในประตูเมืองศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนกำแพงเมือง เลือดไหลนองบนพื้นกำแพงเมืองชุดเกราะป้องกันระดับสูงของกองทัพตระกูลจ้านทำให้กองทัพศัตรูที่ปีนขึ้นไปบนกำแพงเมือง ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ละคนถูกกองทัพตระกูลจ้านสังหารไปทีละคนอยู่บนกำแพงเมืองการต่อสู้ครั้งนี้ยากลำบากและดุเดือด!จนกระทั่งถึงค่ำ กองทัพตระกูลจ้านก็ใช้ไฟโจมตีเมือง!ไม่ผิด ไม่รู้ว่าพวกเขาเอาน้ำมันก๊าดที่มีกลิ่นแรงมาจากไหน เผารถกระทุ้งกำแพงเมืองไปหลายสิบคัน!เผากองทัพศัตรูตายไปนับไม่ถ้วนศพที่กองอยู่ใต้กำแพงเมืองถูกราดด้วยน้ำมันก๊าดแล้วจุดไฟเผา!ป้องกันไม่ให้ศัตรูที่ล้อมโจมตีเข้ามาใกล้!หลิงเซี่ยวเฟิงเห็นว่าไม่มีหวังที่จะโจมตีเมือง เขาทั้งเศร้าและสิ้นหวัง…เขาและจ้านเทียนอี้ไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ ทว่าพ่ายแพ้ให้กับลูกชายของเขาอย่างจนตรอกเขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้!ฮ่องเต้แคว้นต้าฉีตกใจกลัวเพราะระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าเขาอยากจะถอยทัพแม่ทัพเยว่หงนับจำนวนดูอยู่นานสองนาน ต้าฉีสูญเสียทหารไปก

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 114

    “ท่านพ่อ พวกเรากลับไปทำดินปืน หยิบดาบม่อเตามาสักสองสามเล่ม แล้วก็ธนูยาว...เอาทั้งหมดกลับไปศึกษาและผลิตออกมา”“ครั้งนี้พวกเราจะแพ้หรือไม่นั้นไม่สำคัญ พวกเราประจำการอยู่ข้างนอกห่างออกไปร้อยลี้ พัฒนาอาวุธใหม่ แล้วกลับมาอีกครั้ง สังหารเขาแล้ว ความอัปยศอดสูในวันนี้ใคร ๆ ก็รู้!”“ประวัติศาสตร์ย่อมเป็นผู้ชนะที่เขียนขึ้นมาใหม่!”ในที่สุด หลิงเซี่ยวเฟิงก็ถูกลูกชายเกลี้ยกล่อม ดวงตาของเขาแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยความไม่เต็มใจ “ถอยทัพ!”ทหารแคว้นฉู่ ถอยทัพเร็วกว่าทหารของแคว้นฉีทหารที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเขาหนีไปโดยไม่สนใจสิ่งใดเมื่อหลิงเซี่ยวเฟิงเห็นเช่นนี้ ก็โกรธมาก “แบกทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องถูกทุบด้วยท่อนไม้กองทัพ!”กองทัพแคว้นฉู่พาทหารที่ได้รับบาดเจ็บถอยทัพออกไปด้านนอกหนึ่งร้อยลี้ก่อนจะหยุดลงจ้านเฉิงอิ้นที่ร่างกายย้อมไปด้วยเลือด ยืนอยู่บนกำแพงเมืองมองกองทัพทั้งสองแคว้นหนีหัวซุกหัวซุนเขากำดาบม่อเตาเอาไว้ในมือแน่นถอยแล้วในที่สุดแคว้นฉู่ และแคว้นฉีก็ล่าถอย!ในที่สุดพวกเขาก็ชนะการต่อสู้ครั้งนี้!เฉินขุยตื่นเต้น ตะโกนสุดแรง “ทหารแคว้นฉู่และแคว้นฉีถอยไปแล้ว พวกเราชนะแ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 115

    จ้านเฉิงอิ้นยังคงจัดเตรียมงานหลังสงคราม เถียนฉินก็มาพร้อมกับกระดาษมากมายเขารีบพลิกดูกระดาษนั้นอย่างรวดเร็ว กระดาษแต่ละแผ่นล้วนเป็นความกังวลที่เย่มู่มู่มีต่อเขานางกังวลมาก...กลัวว่าด่านเจิ้นจะถูกโจมตี!กลัวว่าเขาจะตายในสนามรบ!กลัวว่าเหล่าประชาชนที่นางช่วยเหลือมานานจะต้องตายภายใต้ดาบของศัตรูในที่สุด!โชคดีที่ด่านเจิ้นกวนชนะ!จ้านเฉิงอิ้นถอดชุดเกราะที่เปื้อนเลือดออก แล้วมอบให้เถียนฉิน ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องโถงหารือมีกระดาษอยู่รอบ ๆ แจกันเย่มู่มู่เขียนตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็นเธอกังวลตลอดทั้งวัน!สิ่งที่เขียนมากที่สุดในกระดาษก็คือเธอจะช่วยเหลือพวกเขาอย่างไร มีสิ่งใดที่เธอจะทำเพื่อเขาได้บ้าง เธอขอให้พวกเขาอดทนไว้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องด่านเจิ้นกวนเอาไว้ให้ได้!เมื่ออาวุธชุดที่สองมาถึงไม่ต้องพูดถึงกองทัพทั้งสองแคว้นของแคว้นฉู่และแคว้นฉี รวมถึงเผ่าหมาน ก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะได้โชคดีที่เขาไม่ทำให้เธอผิดหวัง!จ้านเฉิงอิ้นหยิบพู่กันออกมาเขียนในจดหมาย “ท่านเทพ แคว้นฉู่แคว้นฉีถอยทัพไปแล้ว กองทัพตระกูลจ้านชนะ!”ขณะที่เย่มู่มู่กำลังกังวลมากที่สุด กระดาษใบหนึ่งก็ตกลง

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 116

    แม้แต่มั่วฝานก็แสดงได้ยอดเยี่ยมมากในวันนี้เขาไม่รู้วิธีใช้ดาบม่อเตา ดังนั้นจึงง้างธนูทดกำลังยืนอยู่บนกำแพงเมือง สังหารคนไปหลายสิบคน“ข้าสังหารคนหลายสิบคน ความรู้สึกที่ฆ่าคน ก็ไม่มีอะไรเกินไปกว่านี้!”“จ้านเฉิงอิ้น เจ้าบอกว่าเจ้าจะให้ข้าวสิบหมี่ต่อการสังหารหนึ่งคน เจ้าต้องให้ข้าวสารข้าสามถุง แป้งสาลีหนึ่งถุง”“ข้าอยากจะเอากลับเมืองหลวงด้วย ให้ไทเฮาได้ดู ข้าสามารถลงสนามรบสังหารศัตรู สร้างความดีความชอบในสนามรบได้!”เฉินขุยตบไหล่เขาแล้วพูดว่า “นี่ วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก”“แน่นอน!”“ดื่มกับพี่ชายสักอึก วันนี้พวกเราไม่เมาไม่กลับ!”เพื่อบรรเทาความกดดัน ทหารสิบนายจึงเล่นเกมดื่มเหล้า!จ้านเฉิงอิ้นดื่มเบียร์ลงท้องไปสองสามแก้ว แล้วเดินออกจากห้อง มาที่กำแพงเมืองมีทหารจำนวนมากที่ยังปฏิบัติหน้าที่ พวกเขาไม่สามารถดื่มสุราได้ แต่ยังมีพี่น้องที่ดีนำเนื้อมาให้พวกเขาพวกเขากินเนื้อไปพร้อมกับหัวเราะ“วันนี้ข้าสังหารคนไปกว่ายี่สิบคน ได้ข้าวสารสามถุงร้อยชั่ง แป้งสาลีหนึ่งร้อยชั่ง ไว้รอให้กองทัพศัตรูพ่ายแพ้ถอยทัพไปแล้ว ข้าจะกลับบ้านไปพร้อมกับอาหาร แล้วสู่ขอหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่บ้าน!”“แม่ข

Latest chapter

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 651

    ครั้งนี้ ทันทีที่ได้ยินเสียงซ่งตั๋วประกาศคำสั่ง กองทัพธงเหลืองทั้งหมดต่างพากันทิ้งอาวุธและยอมจำนนทหารกว่าสิบหมื่นนาย นอกจากผู้ที่เสียชีวิตในสนามรบแล้ว!ที่เหลือล้วนแต่ยอมจำนน!พวกเขาคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ชูอาวุธขึ้นเหนือศีรษะ ก้มหน้าลงต่ำด้วยความพ่ายแพ้ ตามธรรมเนียมของสงครามที่ผ่านมา ผู้ที่ถูกจับเป็นเชลยจะมีเพียงสองทางเลือกถูกสังหารในที่นั้น หรือกลายเป็นทาส ใช้ชีวิตอย่างต่ำต้อยเหมือนตายทั้งเป็นแต่พวกเขาอยากเสี่ยงเดิมพัน!พวกเขาทั้งหมดเป็นชาวบ้านผู้หิวโหยที่ไม่มีทางรอด จึงมาสมัครเป็นทหารของกองทัพธงเหลืองเพราะรู้ว่าที่นี่มีเสบียงให้กิน พวกเขาจึงเข้าร่วมหากยังพอมีอาหารให้ประทังชีวิต แม้ไม่ใช่ทาส แม้ต้องลงเหมืองทำงานหนัก พวกเขาก็ยอม!ขอเพียงได้รับค่าตอบแทนตามกำหนด ได้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวพวกเขายอมทำทุกอย่าง!ซ่งตั๋วสั่งให้ทหารผ่านศึกเข้ายึดอาวุธจากผู้ที่ยอมจำนนให้คนที่ยอมจำนนยืนเข้าแถวทีละคน เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจนับจำนวนจ้านเฉิงอิ้นยืนอยู่กลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยบาดแผลแห่งสงคราม ซากศพเกลื่อนกลาดทั่วทุกหนแห่ง~ชนะแล้ว!พวกเขาชนะแล้ว!เดิมที คิดว่า

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 650

    ความมุ่งมั่นในการต่อสู้ของเขาดูเหมือนจะสลายไปหมดแล้ว เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นหวังไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะเดินมาถึงจุดนี้!ไม่ยินยอมยิ่งนัก!ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังคงไม่ยอมจำนน คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าไม่...”ด้านหลังของเขา ซ่งตั๋วรังเกียจที่เขาส่งเสียงดัง จึงใช้ดาบในมือฟาดเขาจนสลบ“ยุ่งยากเสียจริง!”หลีชิงกับสวีจู้กล่าวว่า “ชื่อเสียงของคนผู้นี้ไม่ได้แย่นัก เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไยมู่ฉีซิวถึงได้มอบหมายตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ให้กับเขา!”ซ่งตั๋วกล่าวว่า “ด้วยความภักดีของเขา สามารถรับตำแหน่งที่สำคัญของมู่ฉีซิวได้ ก็ไม่น่าประหลาดใจอันใด!”ในตอนนี้ ซ่งตั๋วขึ้นไปบนรถคันเล็กของมั่วฝาน นำลำโพงที่อยู่ตรงเบาะหลังของเขา ย้ายไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถทั้งหมดหลังจากนั้นก็ขับรถไล่ตามไปยังทิศทางที่ทหารของกองทัพธงเหลืองหลบหนีไปไล่ตามไปด้วย ตะโกนใส่ลำโพงประกาศเสียงขนาดใหญ่ไปด้วย“ผู้ที่ยอมจำนน และมอบอาวุธจะไม่ถูกสังหาร!”“ผู้ที่หันมาพึ่งพิงกองทัพตระกูลจ้านและสร้างผลงาน ไม่มีตำแหน่งขุนนางชั้นสูง ไม่มีที่ศักดินาหนึ่งพันครัวเรือน ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งพันหมู่ให้!”“ทหารกองทัพตระกูลจ้านมีอาหารวันละส

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status