Share

บทที่ 86

Author: มู่โร่ว
เย่มู่มู่โทรหาลุงหยาง

เขาบอกว่าผ่านการชั่งบนเครื่องชั่งรถบรรทุกแล้ว จำนวนถูกต้อง

เธอจึงโอนยอดเงินที่เหลือให้หัวหน้าฝ่ายขาย

หัวหน้าฝ่ายขายโทรกลับมาหาเธออย่างดีใจ “คุณเย่ ได้รับยอดเงินแล้วครับ ผ้าใบกันน้ำกับผ้ายีนส์กำลังเร่งการผลิตอยู่ครับ คุณยังต้องการผ้าชนิดไหนอีก โรงงานผมทำให้ได้หมดครับ”

“ถ้ามีผ้าสีพื้นราคาถูก เอามาขายให้ฉันได้”

“ได้ครับ คุณต้องการเท่าไหร่?”

“ต้องการสินค้าในราคาสิบล้าน สีพื้นที่เหมาะกับผู้ชายอย่างสีเนวี่บลู สกายบลู สีดำ สีเขียวทหาร...ต้องการเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือต้องการผ้าสีพื้นที่เหมาะกับผู้หญิง ชมพูอ่อน เหลืองอ่อน สีขาว สีเขียวอ่อน...เรื่องสีคุณจัดการตามความเหมาะสม”

“ได้ครับ ผมจะรีบสั่งให้ทางโรงงานผลิตให้”

เย่มู่มู่โอนเงินห้าล้านให้เขาเป็นค่ามัดจำ

หลังจากหัวหน้าฝ่ายขายได้รับเงินมัดจำ เขาแจ้งว่าอีกประมาณสิบวันเศษถึงจะส่งสินค้าได้

เย่มู่มู่เตรียมย้ายออกจากคฤหาสน์สักพัก

อย่างน้อยก็ให้ญาติกระหายเงินพวกนั้นหาเธอไม่เจอชั่วคราว

แต่หากจะปล่อยให้บ้านว่าง เธอก็กลัวพวกเขาจะปีนเข้ามายึดบ้าน

หลังจากครุ่นคิด เธอจึงโทรไปหาป้าหลิวแม่บ้านเก่าของเธอ

ป้าหลิวลาออ
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 87

    ป้าหลิวมาถึงคฤหาส์ช่วงบ่ายไม่เจอกันสามเดือนป้าหลิวผอมลงและดำขึ้นบนมือเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย เย่มู่มู่เห็นมือของเธอแล้วขอบตาแดงก่ำเธอจึงรีบซ่อนมือไว้ด้านหลัง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนไปเก็บอาหารหมูแล้วบาดโดน ไม่เจ็บหรอกค่ะ”เมื่อป้าหลิวเห็นสวนดอกไม้ที่มีแต่หญ้ารก ปวดใจเหลือเกินแล้ววิ่งไปดูที่สวนหลังบ้าน สวนหลังบ้านไม่เหลือเค้าของสวนผักแม้แต่น้อย มีหญ้าขึ้นเต็มไปหมดป้าหลิวปวดใจ “สวนใหญ่ขนาดนี้ ทำไมคุณหนูไม่ปลูกพวกแตงกวา มะเขือ แล้วก็พริก...”“ฉันโทรหาสองสามีภรรยาเหล่าจางแล้วค่ะ พวกเขาจะมาถึงตอนเย็น ยามหน้าบ้านสวีฉิ่งตกงาน บอกว่ายินดีกลับมาเหมือนกันค่ะ”“เฝ้าบ้านแค่สี่คนน่าจะพอแล้ว”เย่มู่มู่เอาเงินสดให้เธอสามหมื่น “ป้าคะ ฉันจะไปบ่ายนี้เลย เงินก้อนนี้ป้าเก็บไว้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ซื้อกับข้าว...ถ้าไม่พอก็โทรหาฉัน”“คุณหนูจะไปบ่ายนี้เหรอคะ? รีบร้อนขนาดนี้เลย?”“ใช่ค่ะ!”ก่อนจากมา เย่มู่มู่พาป้าหลิวเข้าไปที่ห้องรักษาความปลอดภัย เพื่อสอนวิธีดูกล้องวงจรปิดป้าหลิวเรียนรู้อย่างตั้งใจเย่มู่มู่บอกเธอว่าบนกำแพงติดตั้งรั้วไฟฟ้า ซึ่งปล่อยกระแสไฟยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อให้คนตระกูลเย

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 88

    ตอนนี้จ้านเฉิงอิ้นพอจะประมาณการปริมาณของหนึ่งคันรถได้แล้วเขาบอกเฉินอู่ “รีบให้คนไปขุดหลุมยักษ์หนึ่งหลุม แล้วปูผ้าใบรองเอาไว้ อีกเดี๋ยวจะมีเนื้อหมูสดถูกส่งมา แล้วก็น้ำแข็งอีกจำนวนมาก”เมื่อได้ยินเนื้อหมูและน้ำแข็ง เฉินอู่ดีใจจนออกนอกหน้าเนื้อหมูเชียวนะ เนื้อที่โรงครัวใกล้จะหมดแล้ว ตอนนี้จึงใช้เนื้อม้าแทนไปก่อนทว่าเนื้อสัมผัสของเนื้อม้าสู้เนื้อหมูไม่ได้ เพราะม้าศึกผอมเกินไป อีกทั้งยังมีกลิ่นสาบเขาชอบกินเนื้อหมูมากกว่าครั้งนี้ท่านเทพยังส่งน้ำแข็งมาให้ด้วยน้ำแข็งเชียวนะ!ด่านเจิ้นกวนอากาศร้อนมาก หากเป็นเมื่อก่อน เรื่องน้ำแข็งไม่กล้าแม้แต่จะคิดในหน้าหนาวหิมะตกที่ด่านเจิ้นกวนเป็นชั้นบาง ๆ เท่านั้นพอวันที่สองและสามหิมะละลาย ทำให้มีปริมาณน้ำไม่มากนักดังนั้น สถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีน้ำแข็งมาก่อนไม่เหมือนเมืองหลวง หน้าหนาวแซะน้ำแข็ง หน้าร้อนเอามาดับร้อนเขาเฝ้ารอน้ำแข็งที่ท่านเทพประทานให้อย่างมาก ช่างคิดถึงความรู้สึกเย็นเยือกเหลือเกินเฉินอู่รีบพาคนไปขุดหลุมทันทีขณะนี้ มั่วฝานพาจวงเหลียงและเจียงหยวน เดินทางมาที่จวนของเฉินขุยเขาเห็นม้วนผ้ามากมายในโกดัง จึงวิ่งเข้าไปรื้อค

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 89

    เฉินขุยมอบสารลับของฮ่องเต้ให้จ้านเฉิงอิ้นด้วยสองมือจ้านเฉิงอิ้นคลี่สาส์นลับออกกองทัพตระกูลจ้านรบสามครั้งชนะสามครั้ง สังหารเผ่าหมานร่วมแสนคน ข่าวได้แพร่ไปถึงเมืองหลวง สร้างความตะลึงให้ราชสำนักอย่างมาก!แม้แต่ประชาชนยังรับรู้ขณะนี้เขามีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่ประชน หนำซ้ำอยู่เหนืออำนาจแห่งราชวงศ์ไปแล้วราชสำนักอยากจะริดรอนอำนาจทหารของเขา ไม่ใช่ทนดูเขาเติบโตยิ่งใหญ่ มีทั้งอำนาจและเชื่อเสียงเยี่ยงนี้เพื่อสังหารจ้านเฉิงอิ้น ทางราชสำนักยินดีสละทหารสองแสนนายที่ด่านเจิ้นกวน พ่อค้าตามหัวเมืองและด่านสำคัญสองแสนคน เพื่อมอบให้เผ่าหมานพวกราชวงศ์และเหล่าขุนนาง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมานาน แต่ละวันลุ่มหลงมัวเมา จนรู้ว่าก้าวต่อไปของเผ่าหมานคือทลายเข้าสู่ดินแดนภาคกลางและยึดครองเมืองหลวงจากนั้นปิดเมืองสังหารประชาชน ล้มล้างการปกครองของแคว้นต้าฉี่ฮ่องเต้น้อยวิสัยทัศน์ตื้นเขิน จิตใจคับแคบ ใช้อำนาจตามแต่ใจส่วนเสนาบดีซูเห็นแก่เงิน แต่ละวันจ้องแต่จะคิดหาวิธีตั้งสารพัดภาษีเพื่อขูดรีดเงินทองพวกเขาไม่รู้เลยว่าแคว้นฉู่และแคว้นฉีจ้องจะเล่นงานแคว้นต้าฉี่นานแล้วทั้งสองแคว้นยอมละวางความแค้นหลายปี เ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 90

    เขาทั้งลับลวงและเปิดเผย เตรียมการณ์ทั้งสองด้านจ้านเฉิงอิ้นพูดต่อไป “พวกเขาต้องการยึดครองแคว้นต้าฉี่ ขอเพียงด่านเจิ้นกวนทลาย พวกเขาสามารถร่วมมือกับเผ่าหมาน แล้วมุ่งหน้าเข้ายึดครองเมืองหลวงได้เลย จากนั้นค่อยแบ่งดินแดนของแคว้นต้าฉี่!”หนังสือพงศาวดารที่ท่านเทพมอบให้เขา แคว้นฉี่ล่มสลายไปเพราะเหตุนี้เวลาการตายของเขา เกิดขึ้นในช่วงนี้เดิมแคว้นฉู่และแคว้นฉีเตรียมลงมือ แต่ไม่คิดว่ากองทัพตระกูลจ้านจะดุดันเช่นนี้เผ่าหมานถูกสังหารไปหนึ่งแสนคน ตอนนี้ได้ถอยออกไปไกลหนึ่งร้อยลี้ไม่มีใครกล้าเฝ้าประตูทางทิศใต้เฉียงเหนือหลัวเก๋อฟื้นแล้ว ขาทั้งคู่ถูกระเบิดจนเละ กลายเป็นคนพิการไปแล้วเพราะเขาไร้ประโยชน์ ทางราชสำนักม่อเป่ยลงโทษเขาและริบอำนาจทางทหารคืน อีกทั้งได้ส่งแม่ทัพคนใหม่มาประจำการที่ด่านเจิ้นกวนกองทัพตระกูลจ้านชนะถึงสามครั้ง ดูเหมือนได้รับชัยชนะอย่างสวยงามแต่ทหารเผ่าหมานยังไม่ยกทัพกลับ แคว้นฉู่และแคว้นฉีก็รอจังหวะลงมือหนำซ้ำยังมีราชสำนักคอยเป็นตัวถ่วง ส่งตัวสวีหวยมาก่อกวน“ต่อต้านภายนอก ภายในต้องสงบก่อน ทำให้คนของสวีหวยกลายเป็นพวกเรา”เฉินขุยสงสัย “ท่านแม่ทัพ คนพวกนี้ติดตามสวีหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 91

    เขาเห็นจ้านเฉิงอิ้นรับชาวฉู่ที่มาสมัครเป็นทหาร จึงได้มาขอสวามิภักดิ์เขาอยู่ที่ด่านเจิ้นกวนมาครึ่งปี จึงเห็นทุกสิ่งชัดเจนตั้งแต่ชาวบ้านที่อดตายทุกวัน จนถึงจวนแม่ทัพแจกจ่ายเสบียง มีน้ำให้ต้มโจ๊กกระทั่งตอนนี้ ที่กองทัพตระกูลจ้านมีอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ที่ไม่ใช่ของยุคสมัยนี้ยุ้งฉางที่มีข้าวสารมากจนไม่มีที่ให้เก็บแตงโมที่ชาวบ้านทั่วเมืองกินมาหลายวัน และยังมีแตง...วันนี้อาหารเช้าเป็นหมั่นโถวหรือชงโหยวปิ่ง ที่กินแกล้มกับโจ๊กอาหารเช้าที่หรูหราขนาดนี้ ไม่ใช่แค่โรงทานโจ๊กที่ตั้งขึ้นเพื่อแจกจ่ายประชาชนทั้งเมืองแต่อาหารเหล่านี้ ต่อให้อยู่ในบ้านของขุนนางเขตรอบวังหลวง ก็ไม่กล้ากินอาหารที่หรูหราเช่นนี้ทุกวันประชาชนด่านเจิ้นกวนมีความสุขมาก พวกเขาไม่ต้องกลุ้มใจเรื่องเสบียงอีกแล้วเมื่อวานแม่น้ำที่แห้งขอดเต็มไปด้วยน้ำมันเต็มภายในชั่วข้ามคืนเรื่องนี้น่าตะลึงเกินไป ทำให้ซื่อเมิ่งผิดคำสาบานต่ออาจารย์ จึงทำนายดูหลังจากทำนายแล้ว มีเลือดพุ่งออกมาจากปากและจมูกของเขา เพราะพลังคำสาบานสะท้อนกลับ!เดิมชะตาของจ้านเฉิงอิ้นเป็นคนอายุสั้น เขาต้องตายภายในครึ่งเดือนแต่ชะตาของเขากลับพลิกผัน เบื

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 92

    เธอสั่งให้ผู้จัดการทำความสะอาดคฤหาสน์ เพราะวันนี้จะย้ายเข้าไปอยู่พ่อแม่ของเธอเหมาภูเขาลูกนี้และสร้างคฤหาสน์ไปร่วมพันล้านกิจการของฟาร์มท่องเที่ยวดำเนินไปด้วยดี หลังหักลบรายจ่าย แต่ละปีมีกำไรสุทธิหนึ่งร้อยห้าสิบล้าน ทว่ายังห่างจากต้นทุนลิบลับ ทำเป็นรีสอร์ทท่องเที่ยว เย่มู่มู่รู้สึกพอใจมาก!เมื่อผู้จัดการหลี่ได้ยินว่าเธอจะมา จึงให้คนไปทำความสะอาดคฤหาสน์ทันทีเย่มู่มู่ขับรถไปที่ฟาร์มท่องเที่ยว เธอขับจนไปถึงไหล่เขาตรงหน้าคฤหาสน์หลังจากบ้านหลังนี้สร้างเสร็จ ทุกปีพ่อกับแม่จะมาพักเป็นเพื่อนเธอสองเดือนบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งความอบอุ่นของครอบครัวเธอตอนนี้กลับมาอีกครั้ง กลับมีเธอแค่คนเดียว!ผู้จัดการหลี่ช่วยเปิดประตูใหญ่ และยกอาหารเย็นมาที่โต๊ะ“คุณหนูเย่ จะพักนานแค่ไหนครับ?”“น่าจะเดือนสองเดือน คุณไปทำงานเถอะ ถ้าไม่มีอะไรอย่ามารบกวนฉัน แล้วก็ไม่ต้องยกอาหารมาหรอก ถ้าฉันหิวจะโทรไปที่ร้านอาหารเอง”“ได้ครับ”หลังจากผู้จัดการออกไป เธอเห็นว่าเซียวหัวโทรมา “มู่มู่ ทำไมหนูไม่รับสาย?”“สินค้าชุดนี้ส่งไปถึงชานเมืองแล้ว หนูยังเอาอยู่หรือเปล่า?”“เอาค่ะ คุณลุงเซียว ตอนนี้หนูอย

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 93

    ดวงตาของเหล่าผู้ใต้บัญชาแต่ละคนจ้องมองจ้านเฉิงอิ้นอย่างมีความหวังทว่าจ้านเฉิงอิ้นกลับย้อนถาม“พวกเจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดที่จวนของเฉินขุยจึงมีม้วนผ้าจำนวนมาก และมีหญิงปักผ้าเย็บผ้าอยู่ในจวน”“เพราะเฉินขุยและเฉินฮูหยินมอบเงินทองให้ท่านเทพหนึ่งหีบ แค่ทองหยองเครื่องประดับก็มีสองกล่องใหญ่แล้ว”“เหตุใดมั่วฝานถึงให้รองเท้าแก่บ่าวในจวนสองคู่ ทุกครั้งที่ผ้ามาถึง เขาต้องได้เลือกก่อน เพราะเขามอบทองคำกับเครื่องประดับให้ท่านเทพสองหีบ”“การแลกเปลี่ยนกับท่านเทพอย่างยุติธรรม ต้องเป็นฝ่ายถวายเงินทอง ไม่ใช่ร้องขอทุกครั้งไป”คำพูดของจ้านเฉิงอิ้น ทำให้เหล่าทหารรู้สึกละอายใจอู๋ซานหลาง เฉินอู่ เฉินจวิ้นหลิน เปี้ยนจื่อผิง หลี่หยวนจง หลินต้าจวิน เหอหง...ทุกคนต่างลุกขึ้นยืน ใบหน้าแดงเพราะอาย จากนั้นทำความเคารพจ้านเฉิงอิ้น “ท่านแม่ทัพ พวกเราขอตัวกลับบ้านก่อน อีกเดี๋ยวจะกลับมาขอรับ!”เมื่อพูดจบ ทุกคนก็วิ่งออกไปพวกเขาขี่ม้าไปกลับอย่างรวดเร็ว ในมือของแต่ละคนมีสิ่งของกลับมาด้วยเฉินอู่ถือเครื่องประดับมาหนึ่งกล่อง มีทั้งปิ่นทอง ปิ่นระย้า ต่างหู กำไล...เครื่องประดับทุกชิ้นทำจากทองคำบริสุทธิ์ ฝีมือประณีต

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 94

    แต่ฮ่องเต้แคว้นฉี่ส่งทัพของแม่ทัพสวีหวยมารับช่วงดูแลด่านเจิ้นกวนต่อ เพราะที่นี่มีน้ำและเสบียงราชสำนักต้องการริดรอนอำนาจทหารของจ้านเฉิงอิ้นเมื่อเห็นอย่างนี้ เย่มู่มู่อยากจะด่าคนอย่างอดไม่ได้จ้านเฉิงอิ้นสังหารศัตรูอย่างกล้าหาญที่แนวหน้า เพื่อปกป้องแผ่นดินของแคว้นฉี่ เขาทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย ยอมสู้ตายเพื่อต้าฉี่ทว่าฮ่องเต้ต้าฉี่กลับระแวงเขา อยากยึดอำนาจจากเขา อยากให้เขาตายอยู่ที่ด่านเจิ้นกวน!มีฮ่องเต้เช่นนี้ แต่แคว้นต้าฉี่ยังสามารถอยู่มาถึงตอนนี้ได้ ถือว่าโชคดีมากแล้วจ้านเฉิงอิ้นยังเขียนในจดหมายว่าเขาขอรับประกันกับท่านเทพ เขาจะอยู่รอดต่อไป จะทำให้กำลังทหารของสวีหวย เข้าสู่สังกัดของกองทัพตระกูลจ้านให้ได้กำลังพลหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ต้านทานกองทัพห้าแสนห้าหมื่นนาย!ไม่มีทางชนะเลยแต่หากมีระเบิดจำนวนมาก จากนั้นฝังไว้บนเส้นทางที่แคว้นฉู่และแคว้นฉีต้องเดินทางผ่าน บางทีอาจขัดขวางไม่ให้พวกเขายึดด่านเจิ้นกวนได้เร็วขนาดนั้นหากมีหน้าไม้ราชวงศ์ฉินหนึ่งแสนคัน ลูกธนูสองล้านดอกชุดเกราะหนึ่งแสนห้าหมื่นชุด เสื้อเกราะกันกระสุนหนึ่งแสนห้าหมื่นตัว ดาบม่อเตาหนึ่งแสนเล่ม...พวกเขาต้องชน

Pinakabagong kabanata

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 660

    เหล่าทหารยังไม่ทันได้เปล่งเสียงร้อง ก็ร่วงลงมาจากหอคอยสูงและเสียชีวิตในทันทีหน้าผากของเขาถูกแรงระเบิดฉีกจนแหลกเละเหล่าทหารเผ่าหมานจำนวนมากพากันกรูเข้าไปดูเมื่อได้เห็นสภาพศพ ทุกคนล้วนเผยสีหน้าตื่นตระหนกนี่คืออาวุธลับอาวุธลับชั้นยอดที่มีระยะยิงไกลพวกเขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศไหน และเป้าหมายที่แท้จริงคือใครผู้คนล้มตายไปโดยไม่ทันได้รู้ตัวแม้แต่น้อยจะสู้อย่างไร?นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!หลัวซู่เห็นเหล่าทหารพากันล้อมเข้ามา เขาตะโกนลั่น เสียงนั้นดุดันจนฝูงชนรีบแตกกระเจิงออกจากกันเขาก้าวไปหาศพของทหารที่เสียชีวิตเมื่อเห็นหน้าผากที่ถูกระเบิดเปิดเป็นโพรงดำสนิท เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุดเขาชักดาบออกมา ก่อนจะฟันลงไปตรงกะโหลกในสมองของทหารคนนั้น มีหัวกระสุนขนาดใหญ่ที่ระเบิดอยู่ภายในทุกคนที่ถูกยิง โดนเข้าทีเดียวก็ตายคาที่!สีหน้าหลัวซู่ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด เขาจ้องมองกระสุนลูกซองแน่นิ่ง“นี่มัน...”นี่มันอะไรกันแน่?ทำไมมันถึงสามารถฆ่าทหารยามของเขาได้จากระยะไกล?เดิมที ศึกครั้งนี้เขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสังหารจ้านเฉิงอิ้นได้ เพื่อแก้แ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 659

    จ้านเฉิงอิ้นเหลือบมองหลัวซู่ที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าอากาศยานไร้คนขับกำลังบินอยู่แต่เขาไม่ได้ยิงมันตก เขาเฉยเมย ราวกับจงใจปล่อยให้มันบันทึกภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้เอาไว้แสดงว่าเขากำลัง วางกับดักล่อเสือออกจากถ้ำอย่างนั้นหรือ?ต้องการให้กองทัพตระกูลจ้านโกรธจนขาดสติ ลุกขึ้นมาโจมตีเผ่าหมานด้วยไฟแค้นเต็มอกทำไมกัน?เป็นเพราะพวกนั้นเพิ่งผ่านศึกหนักกับกองทัพธงเหลืองมา จำนวนทหารจึงอ่อนแอลงแล้วอย่างนั้นหรือเมื่อตรวจสอบจำนวนพลเมื่อครู่ พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่าพันคน และบาดเจ็บอีกสามพันตอนนี้ กำลังพลที่ยังสามารถสู้รบได้ เหลือเพียงสองหมื่นหกพันนายกองทัพย่อมอ่อนแอลงไปบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้เผ่าหมานท้าทายได้!พวกมันกล้าท้าทายเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรให้มั่นใจ ถึงได้ทำให้กล้าบุ่มบ่ามขนาดนี้อะไรคือความมั่นใจของหลัวซู่กันแน่ ถึงได้กล้ากระตุ้นโทสะเช่นนี้?ซ่งตั๋ว เฉินอู่ และมั่วฝานต่างจ้องมองจ้านเฉิงอิ้น เฝ้ารอให้เขาออกคำสั่งเคลื่อนทัพแต่จ้านเฉิงอิ้นกลับกล่าวว่า “เราใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรไม่ได้ และห้ามบุกจู่โจมโดยตรง!”เฉินอู่เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้นจะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 658

    “กองทัพตระกูลจ้านก็จะอยู่รอดต่อไปได้ รัฐทายาทก็จะไม่ต้องมาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร!”หลูซียังกล่าวเสริมด้วยความยินดีว่า “ไม่เพียงแต่จะไม่ด่วนจากไปก่อนวัยอันควร เขายังสามารถสร้างชื่อเสียงเกียรติยศได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งบารมีบรรพบุรุษ!”เย่มู่มู่เห็นพี่น้องทั้งสองดีใจขนาดนี้ “เอาล่ะ วันนี้พวกเราไปโรงงานผลิตอาหารที่ชานเมืองกัน ไปดูว่ามีสินค้าในคลังเป็นยังไงบ้าง”ถ้ามีสินค้าในคลังมาก ก็จะซื้อทั้งหมดเก็บไว้ในที่ว่างเปล่าของแจกันเย่มู่มู่ตรวจสอบแล้ว บริเวณชานเมืองมีนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ทำขนมปัง เค้ก บิสกิตอัดแท่ง...แบรนด์ดังในประเทศ โรงงานล้วนตั้งอยู่ที่ชานเมืองสะดวกต่อเธอในการจัดซื้ออย่างยิ่ง!พวกเขามุ่งหน้าไปยังชานเมืองทันทีฮ่าวอี้ขับรถตามหลังมาอย่างลับ ๆ พร้อมกับหงเหว่ยไม่กล้าเข้าใกล้มากเกินไป เพราะหลูซีกับหลูหมิงมีความระแวดระวังตัวสูงมากหงเหว่ยเห็นเขาขับรถตาม ก็กินข้าวกล่องไปด้วย พูดไปด้วยว่า “พี่ ไม่ต้องห่วง มีพวกเขาสองคนอยู่ คุณหนูเย่ไม่มีทางเป็นอะไรหรอก!”แค่หลูซีคนเดียวพวกเขาก็สู้ไม่ได้แล้ว นี่ยังมีหลูหมิงอีกคน นอกจากจะใช้อาวุธ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางชนะได้ฮ่าว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 657

    คุณนายใหญ่ลู่ผู้ร่ำรวย กำลังช็อปปิงในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แย่งกระเป๋ากับคุณนายที่เธอไม่ชอบหน้ามาโดยตลอด...ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะกระเป๋าแอร์เมสเบอร์กิ้นหนังสัตว์หายาก ทำให้คุณนายคนอื่น ๆ สนใจเข้ามาดูเหตุการณ์ ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นและใส่กุญแจมือเธอเธอร้องโวยวาย กล่าวหาว่าพวกเขาจับผิดคนแต่ตำรวจกล่าวว่า “คุณจ้างวานฆ่าคน เราไม่ได้จับผิดตัว!”การจ้างวานฆ่าคนถูกเปิดเผยออกไปโดยคุณนายที่มีปากเสียงกับเธอตอนนี้ คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของเมืองหลวง ต่างก็รู้ว่าเธอจ้างวานฆ่าคนภาพถ่ายของเธอที่ถูกสวมกุญแจมือ และถูกนำตัวออกไป ถูกเผยแพร่ไปทั่วทุกวงสังคมทันทีที่เธอก้าวขึ้นรถตำรวจ หุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลลู่ก็เริ่มดิ่งลงเงินทุนหลายพันล้านไหลออกเมื่อเธอถูกนำตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ ราคาหุ้นก็ร่วงลงต่ำสุดขีดขณะที่เธอถูกพาตัวมาถึงหน้าสถานีตำรวจ เธอก็ยังคงอาละวาด ไม่ยอมเข้าไปข้างใน บอกว่าจะโทรศัพท์หาทนายความ และสามีไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองแม้แต่น้อย ด้านหลังยังมีนักข่าวตามถ่ายภาพฮ่าวอี้มองดูคุณหญิงลู่ มุมปากยกยิ้ม “ถึงคราวซวยแล้วแท้ ๆ ยังจะสร้างเรื่องอีก!”หงเหว

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 656

    “ฉันจะไปส่งของขวัญเอง นายวางเอาไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”*ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เย่มู่มู่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาสีดำ สวมฮู้ดคลุมศีรษะ อุ้มแจกันขึ้นรถเมย์บัค แล้วออกเดินทางเธอโทรหาทนายก่อน จากนั้นดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จ ถูกตำหนิและอบรมเป็นพิเศษ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาแน่นอนว่า มีบอดี้การ์ดหงเหว่ยที่คอยดูแลจัดการเรื่องทั้งหมดเขาเฝ้าอยู่ที่สถานีตำรวจตลอดเมื่อเห็นรถของเย่มู่มู่ขับเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นทันที“คุณหนูเย่ เขาไม่เป็นไร อารมณ์ค่อนข้างคงที่ ทางตำรวจที่นี่ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจอะไรมาก แค่ตำหนิและอบรมไปหน่อย ยังให้ดูระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย แล้วสั่งให้ท่องจำด้วย!”“ตำรวจบอกว่า เขาใช้กำลังมากเกินไป คนประเภทนี้ หากไม่ถูกอบรมให้ดี แล้วปล่อยตัวไป อาจเป็นภัยต่อสังคมได้!”เย่มู่มู่ถามเสียงเรียบ “ตอนนี้ออกมาแล้วหรือยัง?”“กำลังเซ็นเอกสารขั้นสุดท้ายอยู่ครับ”เย่มู่มู่ยื่นซองอั่งเปาให้เขา “คุณไปหาอะไรดี ๆ กินเถอะ ฉันจะรอเขาออกมาเอง”หงเหว่ยเกาหัว เห็นรถของหัวหน้าจอดอยู่หน้าโรงพักเขารู้สึกแปลกใจ หัวหน้าตามมาด้วยเหรอ? แต่ทำไมถึงไม่มาพร้อมกับคุณหนูเย่ล่ะ

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 655

    เย่มู่มู่รู้สึกว่า การจัดซื้อเสบียงจากต่างประเทศนั้น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานจ้านเฉิงอิ้นนำทัพเข้าเมืองหลวงของต้าฉี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมประชากรเกินครึ่งของแคว้นเสบียงอาหารยี่สิบตู้คอนเทนเนอร์นั้น ไม่เพียงพออย่างแน่นอนเมื่อมาถึงเมืองหลวง เธอจึงมองการณ์ไกลยิ่งขึ้นรอบนอกเมืองหลวงนั้น รายล้อมไปด้วยนิคมอุตสาหกรรม สำนักงานใหญ่ของบริษัทอาหารหลายแห่ง ก็ตั้งอยู่ในเมืองหลวงส่วนผู้จัดการบริษัทไลฟ์สด ก็ได้หาอาคารสำนักงานในเมืองหลวง และเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วอาคารสูงสิบกว่าชั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทไลฟ์สดทั้งหมดบริษัทไลฟ์สดได้จดทะเบียนชื่อใหม่เพราะเริ่มต้นจากบ้านพักตากอากาศเซียนหยวน จึงจดทะเบียนในนาม บริษัทเซียนหยวน มีเดีย จำกัดผู้ถือหุ้นใหญ่คือ เย่มู่มู่ถือหุ้นกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ผู้จัดการถือหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออีกสิบเปอร์เซ็นต์ แบ่งให้ผู้ไลฟ์สด ผู้ควบคุมรายการ ผู้กำกับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์... และทีมงานอื่นๆ คนละเล็กละน้อยยังมีส่วนแบ่งอีกหกเปอร์เซ็นต์ผู้อาวุโสสวี่ ผู้อาวุโสมู่ ผู้อาวุโสจาง หรือแม้แต่เวินลี่ ต่างก็ร่วมลงทุน และถือหุ้นคนละประมาณหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เย่มู

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 654

    การจัดซื้อเสบียง แม้ต้องขนส่งข้ามโลกก็ต้องทำ!การจะนำเข้าอาหารจำนวนมากจากต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหมายถึงการต้องแย่งทรัพยากรจากประเทศอื่นประชาชนต้าฉี่มีถึงยี่สิบล้านคน การให้ทั้งหมดต้องพึ่งพาเธอเลี้ยงดูย่อมเป็นไปไม่ได้ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้จ้านเฉิงอิ้นสามารถพึ่งพาตัวเองได้ข้าวสามารถเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุดในเวลาเพียงสามเดือน หากสภาพอากาศร้อนพอ สามารถปลูกได้ถึงปีละสามรอบขอเพียงมีปุ๋ยและแหล่งน้ำเพียงพอยังมีพืชผลที่ให้ผลผลิตสูง... เช่น มันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพดอีกเพียงสองปี จะเกิดหายนะหิมะครั้งใหญ่ พวกเขาต้องเร่งสะสมเสบียงให้เพียงพอ พวกเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อย่างปลอดภัยแน่นอนดังนั้น เมื่อจ้านเฉิงอิ้นเสนอให้บุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ในตงโจวเย่มู่มู่ก็ตอบรับโดยไม่ลังเล“ดี! จ้านเฉิงอิ้น ข้าจะสนับสนุนเจ้า หากเจ้าอยากทำสิ่งใด จงทำให้เต็มที่!”“ข้าจะเป็นกำลังหนุนของเจ้าเสมอ!”ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา หางตาแดงก่ำ มือที่เปรอะเปื้อนโลหิตลูบไล้แจกันอย่างแผ่วเบาเสียงของเขาต่ำและแหบแห้ง “ขอบคุณท่านมาก ท่านเทพ!” “บุญคุณของท่าน ข

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 653

    เย่มู่มู่ลองใช้พลังดูแล้ว แต่เธอไม่สามารถข้ามไปได้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งมั่วฝาน หลูซีและหลูหมิง ต่างสามารถข้ามไปได้ตามปกติเธอใช้พลังจนหมดสิ้น ใบหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงกลับไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวใด ๆเธอคิดว่า การที่เจ้าของแจกันสามารถเดินทางข้ามสองพันปีได้นั้น...บางทีอาจต้องอาศัยสื่อกลางบางอย่าง หรือไม่ก็ตัวแจกันเองอาจต้องผ่านการอัพเกรดขึ้นอีกระดับเมื่อจ้านเฉิงอิ้นได้ยินคำตอบของเย่มู่มู่ เขากลับหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความสุข เห็นได้ชัดว่า เขาดีใจมากจริง ๆการได้พบเย่มู่มู่ทำให้เขาดีใจยิ่งกว่าการได้รับชัยชนะในศึกครั้งนี้เสียอีกเย่มู่มู่ที่ห่วงใยเขา ถึงกับพยายามเผาผลาญพลังทั้งหมดเพื่อจะข้ามมาให้ได้เธอรีบกล่าวเตือน “จ้านเฉิงอิ้น ข้าสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะพบเจ้า ข้าจะไม่ผิดคำพูดแน่นอน!”“ตอนนี้เผ่าหมานยังไม่ถูกกวาดล้าง เจ้ายังไม่ต้องรีบร้อนข้ามมายังยุคปัจจุบัน กำจัดเผ่าหมานให้เสร็จเสียก่อน!”“เพราะว่า เพราะว่า...การข้ามกาลเวลานั้นต้องใช้พลังชีวิตอย่างมาก เจ้ายังต้องรักษาสติและพลังงานไว้ให้พร้อม ต้องระวังให้มาก เพราะเผ่าหมานอาจบุกเข้ามา

  • ปีแห่งภัยอดอยาก ฉันขายวัตถุโบราณเลี้ยงดูท่านแม่ทัพ   บทที่ 652

    บัดนี้ พวกเขาทุกคนกลายเป็นเชลยศึกพวกเขาทำได้เพียงอ้อนวอน ขอให้กองทัพตระกูลจ้านเมตตาปล่อยผ่าน ขอเพียงได้มื้ออาหารให้มีชีวิตรอดก็เพียงพอ!ซ่งตั๋วสั่งให้เชลยรวบรวมศพทั้งหมดมากองรวมกัน นำไปวางบนไม้แห้ง ราดน้ำมัน แล้วจุดไฟเผาขณะที่เหล่าทหารผ่านศึกต่างเหนื่อยล้า นั่งพักกระจัดกระจายเต็มพื้นสนามรบจ้านเฉิงอิ้นหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา สอบถามขบวนรถ “พวกเผ่าหมานส่งกำลังมาสนับสนุนกองทัพธงเหลืองหรือไม่?”“ท่านแม่ทัพ ไม่มีขอรับ...พวกเราไม่กล้าดับเครื่องรถเลย กลัวพวกมันจะควบม้าบุกมาเล่นงานเรา แต่แปลกมาก ทั้งที่พวกมันรู้ดีว่ากองทัพธงเหลืองกำลังรบกับพวกเรา”“เสียงระเบิดดังไปไกลขนาดนั้น แต่พวกมันยังนิ่งเฉย ปล่อยให้พวกนั้นตายไปต่อหน้าต่อตา!”จ้านเฉิงอิ้นกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าจับตาดูต่อไป หากพวกมันบุกเข้ามา ให้ใช้ระเบิดไล่ต้อน”“รับทราบ ท่านแม่ทัพ!”จ้านเฉิงอิ้นปิดวิทยุสื่อสารก่อนหน้านี้ เขาคิดว่ากองทัพธงเหลืองกับเผ่าหมานม่อเป่ยมีพันธมิตรอันแน่นแฟ้นเมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนจับผู้คนมากินเป็นอาหาร และสังหารประชาชนแคว้นต้าฉี่ แต่กองทัพธงเหลืองกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้นแต่ดูจากสถานการณ์ตอน

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status