แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำให้ขนตางอนยาวของวีรดาค่อยๆ ขยับ ร่างบางรู้สึกตัวตื่นเอาเมื่อตอนช่วงสาย กายสาวตอนนี้รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเป็นที่สุด ช่วงล่างของเธอนั้นมันร้าวไปถึงปลายเท้า
“อื้อ เจ็บจัง” เธอสบถ พรางก้มลงมองสิ่งที่อยู่ภายใต้ชุดนอนบางเบาของเธอนี้ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญเมื่อคืน คนตัวเล็กก้มลงมองคราบหยดน้ำสีแดงเข้มที่แห้งเหือดเป็นจุดๆ แล้วรู้สึกหดหู่ ชีวิตของเธอนี่มันช่างน่าสมเพสสิ้นดี เกิดมาเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแท้ๆ มีแต่พ่อเลี้ยงที่เปลี่ยนหน้ามาให้เธอเห็นเกือบนับไม่ถ้วน
เธอลืมบอกไปว่าเธอมีแม่ที่ยังสวย และหุ่นดี จนมีพ่อม่าย หนุ่ม แก่ อ่อนมาป้อนขนมจีบแม่เธออยู่เป็นประจำ แม่เธอเป็นคนรักสบาย ใครเลี้ยงดูและดูแลเขาได้ เขาก็ไปอยู่กับคนนั้น บางครั้งแม้จะเป็นเมียน้อยเขาก็ยอม แต่ถึงแม่เธอเป็นยังไงก็ไม่เคยทิ้งลูก แม่ไปอยู่ไหนก็จะเอาเธอตามติดไปด้วย จนกระทั่งสามีคนล่าสุด ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าลุงคมเป็นใครมาจากไหน รู้แต่เพียงว่าพอเธอกับแม่ย้ายมาอยู่กับลุงคมที่ญี่ปุ่นนี้ได้ไม่นานแม่เธอก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ โลกของเด็กสาววัย 20 ปี จึงพังทลายในพริบตา ความโดดเดี่ยวอ้างว้างเริ่มก่อตัวขึ้น เธอไม่รู้จักใครที่เป็นคนไทยนอกจากลุงคม ลุงคมบอกอะไร แนะนำอะไรเธอก็เชื่อโดยไม่รู้ตัวเลยว่าลุงคมนั้นพาเธอมาขายให้กับเศรษฐี และมารู้อีกทีคือเธอต้องรับหน้าที่เป็นแม่พันธ์ให้กับทายาทเศรษฐีนี้ ต่อไปชีวิตเธอจะเป็นยังไงไม่รู้เลย หญิงสาวคิดพรางน้ำตาไหลพราก
ก๊อกๆๆๆ !!เ
สียงที่ดังอยู่หน้าประตูทำให้เธอเองต้องปาดน้ำตา ใครมานะ ใช่ลุงคนนั้นหรือเปล่า วีรดานึกถึงคนที่มาบอกเธอเรื่องหน้าที่ของเธอเมื่ออยู่ที่นี่ สำหรับคนที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไรนั้นก็คงจะรู้สึกดีใจเพราะวันๆ ไม่ต้องทำอะไร นั่งๆ นอนๆ กินแต่ของที่มีประโยชน์ แต่พอตกกลางคืนมีหน้าที่เป็นแม่พันธ์เพื่อผลิตทายาทให้กับเศรษฐีญี่ปุ่น แต่นี่เธอเพิ่งรู้เมื่อคืนก่อนที่เขาคนนั้นเข้ามาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ แล้วยิ่งไปกว่านั้น เธอกลับไม่เคยเห็นหน้าคนที่มาเป็นพ่อพันธ์นั่นเอง แปลกจริงทำไมต้องปิดตาเธอด้วยนะ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
ก๊อกๆๆๆ !!
ร่างน้อยสะดุ้งเมื่อเสียงนั้นดังขึ้นมาอีก
“อ้อ เข้ามาได้ค่ะ” ด้วยความลืมตัวเธอจึงตะโกนเป็นภาษาไทย
“สวัสดีค่ะคุณวีรดา หนูชื่อปิ่นค่ะ นายท่านให้มารับใช้คุณวีรดาค่ะ ” เด็กสาววัย15-16 เอ่ยเสียงแจ้ว วีรดายิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนไทยเหมือนกัน
“เธอคนไทยเหรอ ดีใจจัง”
“ค่ะ หนูเป็นแรงงานไทยที่หนีเข้าเมืองมาค่ะ แต่ว่าไม่มีใครทำอะไรหรอกนะคะ เพราะเป็นคนของตระกูลคาวาชิตะค่ะ” เมื่อได้ฟังจึงรู้ว่าชื่อตระกูลนี้คืออะไร
“อ่อ งั้นเหรอจ๊ะ ว่าแต่ปิ่นอายุเท่าไร”
“15 ค่ะ”
“น้อยจัง ไม่ใช้แรงงานเด็กหรอกหรือ”
“ไม่ค่ะ เพราะยังไงหนูก็เต็มใจค่ะ แต่ว่าคุณวีรดาอย่าถามมากเลยนะคะ เพราะหนูก็ไม่รู้อะไรมากกว่าหน้าที่ของตัวเองค่ะ”
วีรดาถึงกับสะอึก เพราะคำพูดนั้นทำให้เธอต้องตระหนักถึงหน้าที่ของเธอเองเหมือนกัน ใบหน้าสวยจึงปรับให้เป็นปกติแล้วบอกความต้องการของตัวเธอเอง
“อื้อ อืมจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นปิ่นพยุงฉันไปอาบน้ำหน่อยสิ”
“ได้ค่ะ อาบน้ำเสร็จเดี๋ยวปิ่นเอาอาหารมาให้เลยนะคะ อยากได้อะไรอีกไหมคะ” เด็กสาวเงยหน้ามาถาม วีรดาส่ายหน้า เพราะตอนนี้เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าต้องการสิ่งใด ในใจจริงๆ อยากออกไปดูโลกภายนอกบ้าง แต่ลุงคนที่พาเธอมาบอกว่าให้เธออยู่ในห้องนี้ครบ 2 อาทิตย์แล้วถึงจะออกไปดูโลกภายนอกได้ หญิงสาวแล้วก็จำต้องถอดใจ
“ไม่แล้วล่ะ แต่ขอยาแก้ปวดหน่อยก็ดีนะปิ่น” วีรดาเอ่ยเสียงอ่อย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยหัวใจที่หดหู่นี้
ทางด้านภายนอกห้องที่วีรดาอยู่นั้นมันคือชั้น 3 ของคฤหาสน์หรูของตระกูลคาวาชิตะ นักธุรกิจที่ร่ำรวยจากการค้าขายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ รวมถึงอะไหล่รถยนต์หรูๆ หลายยี่ห้อที่ทางตระกูลนี้ที่รับผลิตและนำไปสวมยี่ห้อต่างๆ ร่ำรวยเงินทอง ร่ำรวยความสุข แต่ทว่ากลับอาภัพเรื่องทายาทสืบสกุล ซึ่งทายาทรุ่นสุดท้ายตอนนี้เหลือเพียง 2 คนพี่น้องฝาแฝดเท่านั้น คือโทมะ คาวาชิตะ กับ ริเอะ คาวาชิตะ ฝาแฝดชายหญิงที่แต่ละคนเพียบพร้อมไปทุกอย่าง รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง รวมถึงการงาน แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความเพียบพร้อมและห้อมล้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติ เหมือนกับสวรรค์กลั่นแกล้ง สร้างให้แฝดชายนั้นไม่มีอวัยวะสืบพันธ์ ไม่มีแม้น้ำเชื้อที่จะสืบเชื้อสาย แถมยังเป็นชายที่รักชายอีกด้วย แฝดชายจึงเลือดสรรค์สร้างของสงวนนั้นเป็นเพศเดียวกับสิ่งที่ตัวเองชอบ (ไปทำจิมิ) นั่นเอง ส่วนแฝดหญิงนั้น ดันไปมีเจ้าของสงวนเป็นบุรุษเพศ ร่างกายภายในสามารถผลิตน้ำเชื้อในการสืบพันธ์ได้ เรื่องวุ่นวายจึงบังเกิดขึ้นในตระกูลใหญ่ที่มีหน้ามีตาในสังคมนี้
“คิดอะไรอยู่เหรอมิเอะ” เสียงนั้นเอ่ยเป็นภาษาญี่ปุ่น ร่างโปร่งจึงหันไปมองด้านหลังแล้วยิ้มให้กับพี่ชายตัวเอง
“เปล่าค่ะ แค่คิดว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงต้องปิดเรื่องนี้ด้วย โลกสมัยนี้มันเปิดกว้างแล้วนะคะ”
“อ่อ เปิดกว้าง แต่ในหน้าตางสังคมของตระกูลเรา ผู้ใหญ่เขาคงคิดดีแล้ว ว่าแต่เรื่องนั้นโอเคไหม” โทมะมองหน้าน้องสาวฝาแฝดแล้วยิ้มอ่อนๆ
“ก็โอเคนะคะ ว่าแต่ไม่รู้ว่ากับผู้หญิงคนนี้จะได้ผลหรือเปล่า”
“แล้วทำไมถึงเลือกวิธีนี้หละ ทำไมไม่เลือกวิธีทางการแพทย์”
“พี่ก็เห็นนี่คะ ล้มเหลวมากี่ครั้งแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ก็เลยอยากให้ลองวิธีนี้”
“จริงหรือเปล่า พี่เห็นว่ามิเอะเสนอเองไม่ใช่เหรอ ซิงจริงอะป่าว ” โทมะหรี่ตามองน้องสาวแล้วอมยิ้ม เพราะเขารู้ดีว่าที่น้องสาวเลือกวิธีธรรมชาติกับสาวไทยคนนี้ เพราะอยากรู้ว่าเปิดซิงสาวจริงๆ นั้นมันเป็นยังไง เพราะที่นี่สมัยนี้มันไม่มีอีกแล้ว
“อื้อ ไม่บอกค่ะ มิเอะไปดีกว่า” ร่างโปร่งอมยิ้มพรางส่ายหัวไปมา ก่อนจะยกมือลูบปากตัวเองไปมาอย่างมันเขี้ยวเมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนนี้ บอกตามตรงกลิ่นสาวบริสุทธิ์ยังติดอยู่เลย ร่างโปร่งก้มมองเป้าตัวเองก่อนจะนึกแอบภูมิใจลึกๆ กับมัน...>>>>
ร่างโปร่งกำลังนั่งหมุนปากกาด้วยสมองที่ว่างเปล่า สายตามองเหม่อออกไปนอกห้องทำงานหรูที่มีกระจกรอบด้าน ดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับนั้นข้างในใจใครอาจจะรู้ได้ มันปั่นป่วนไปหมดระบบข้างในหัวใจของเธอนี้ มิเอะสะดุ้งเมื่อสมองของเธอนั้นนึกถึงแต่เรือนร่างขาวโพลนที่สุดแสนอรชร“จิ๊!!คิดอะไรอยู่นั่นแหละมิเอะ จะเสร็จไหมวันนี้” หญิงสาวสบถออกมาอย่างหัวเสีย นึกตำหนิตัวเองที่ดูเหมือนว่าเซ็นงานไม่ไปถึงไหนเลย ดวงตาสวยคมกวาดมองกองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วส่ายหัวไปมาก๊อกๆๆๆ !!“เข้ามาได้” ทันทีที่เสียงเคาะเรียกเบาลง เธอจึงเอ่ยขึ้น“ท่ารองคะ ท่านประธานมาขอเข้าพบค่ะ”“อ้าว ก็ให้เข้ามาสิ” น้ำเสียงนั้นเอ่ยด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด นึกถึงแม่พันธ์ของเธอแล้วก็ยิ่งอารมณ์เสีย เพราะเธอคนเดียวที่ทำให้ฉันเสียการเสียงาน ร่างโปร่งคิดในใจก่อนจะวางปากกาแล้วตั้งท่ารอคนที่เข้ามานั้นแกร็ก!!“ไงจ๊ะ น้องสาวของพี่ เห็นเลขาบอกว่าอารมณ์ไม่ดี มีอะไรให้พี่ช่วยมั๊ย” เสียงทุ้มนุ่มลึกของพี่ชายฝาแฝดเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ต่างจากเจ้าของห้องที่ดูยังไงก็ยังอารมณ์ไม่ดีขึ้นเลย“ป่าวหรอกค่ะ พี่โทมะ ว่าแต่มีธุระด่วนหรือเปล่าคะ ให้มิเอะไปหาก็ได้
มิเอะเหลือบมองเรือนร่างงามขาวโพลนที่ยืนบิดกายสาวหนีปากของเธอไปมาก็อมยิ้ม ถูกปิดตาขนาดนี้ยังจะขยับหนีอีก ไม่รู้หรือไงว่าอาจลื่นล้มถึงตายได้ หญิงสาวคิดพรางมุดใบหน้าซุกไซ้ไปตามลำคอขาวของเจ้าหล่อนนี้ มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปจับข้อมือน้อยนั้นเอาไว้แนบข้างลำตัว ส่วนมือข้างที่ถนัดก็กอดรัดเพื่อดึงร่างเจ้าหล่อนให้เข้ามาหา ริมฝีปากยังคงเล็มเลียไปตามลำคอก่อนจะเคลื่อนปลายจมูกขึ้นไปยังซอกหูหอมกรุ่มนี้ ก่อนจะกระซิบเป็นภาษาที่คาดว่าอีกฝ่ายต้องเข้าใจแน่นอน“ขยับอีกก้าว ฉันจะเอาเธอในนี้ทั้งคืนเลย”“อุ๊ย !อึก!” วีรดาหยุดการเคลื่อนไหวร่างกายในทันที ร่างน้อยยืนนิ่งเม้มปากแน่น เธอไม่รู้หรอกว่าเขาพูดจริงหรือว่าพูดเล่น แต่การกระทำของเขาทำให้เธอเข้าใจได้ว่าค่อนไปในทางที่เขาพูดจริงมากกว่า คนตัวเล็กจึงได้แต่หยุดเบี่ยงใบหน้าสวยหลบ มือข้างที่พยายามผลักร่างเขาออกก็ค่อยๆ เคลื่อนลงไปแนบลำตัวอย่างว่าง่าย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อรับรู้ได้ว่าลมหายใจร้อนผ่าวกำลังรินรดลงมาเบื้องหน้า ร่างน้อยเริ่มเกร็งดอก เมื่อรับรู้ได้ถึงเจ้าอาวุธร้ายกาจของเขา ตอนนี้มันกำลังมาสัมผัสอยู่กับกายสาวของเธอนี้“อืมว่าง่ายแบบนี้ซิ ถอยหลัง
มิเอะยืนมองร่างงามที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง ใบหน้าสวยฉายแววพอใจเป็นที่สุด สายตาไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า ครั้งแรกของการได้อยู่ด้วยกันเกิน 12ชม. เพราะปกติพอเช้าเธอก็ต้องออกจากห้องไปแล้วกลับมาใหม่เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ แต่นี้เธอออกไปก็จริง แต่เช้านี้เธอก็ยังได้ตื่นมายืนแอบดูเรือนร่างน้อยนั้นนอนหลับใหล เมื่อคืนคงจะเพลียซินะ ไม่เพลียได้ยังไงกันถูกเธอจับกินตั้งแต่ยังไม่มืด กว่าเธอจะอิ่มก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง คิดแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนตรงหน้านอนหมดแรงอยู่บนเตียง หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปหาโดยไม่ลงน้ำหนักที่ปลายเท้านัก“ขี้เซาจัง” มิเอะเปรยขณะที่ตัวเองก็ยืนอยู่ด้านหลังของคนที่นอนตะแคงอยู่นั้น อีกใจก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาเห็น แล้วด้วยความรอบคอบ เธอจึงหยิบผ้าปิดตาที่หัวเตียวเอาไว้แล้วค่อยๆ ยกศีรษะน้อยสวมใส่มัน กันไว้ก่อน เดี๋ยวความลับแตก หญิงสาวคิด“ถูกตัวขนาดนี้ยังไม่รู้สึกอีก” มิเอะระบุเป็นภาษาญี่ปุ่น ก่อนจะไล่มองเรือนร่างอรชรอย่างเต็มตา หญิงสาวจับร่างนั้นให้นอนหงายจะได้หลับสบายไม่ต้องนอนตัวงออยู่แบบนี้ ดวงตาคู่คมอดไม่ได้ที่จะจ้องดวงหน้าสวย ในเมื่อดวงตาคู่หวานถูกปิดไว้สายตาจึงไล่มองปลายจมูก ริม
“อ๊ะ อื้อ อือ นายท่าน อึก อ่าส์” เสียงหวานครางออกมาในลำคอ คนบนตักเม้มปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นเสียงหวานที่น่าอายนั้น วีรดาอยากกัดลิ้นตัวเองตายนักปากร้องห้ามเขาแต่ข้างในกายสาวกลับตอบสนอง น้ำหวานของเธอไหลเยิ้มออกมาสู่ภายนอกจนทำให้เขายิ้มเยาะ คนตัวเล็กพยายามหนีบขาสวยเอาไว้ เพื่อกันมิให้ปลายนิ้วยาวของเขาไกล่เกลี่ยตรงปุ่มกระสันนี้“อื้อ น้ำเยอะขนาดนี้ เธออย่าหนีไปเลยสาวน้อย” มิเอะกระซิบข้างใบหูเจ้าหล่อน มือข้างที่ถนัดก็คว้าหมับเข้าที่ก้อนเนื้อกลม ขณะที่ใบหน้าสวยคมก็ซุกไซ้ไปตามซอกคอหอมกรุ่น ยิ่งได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงเจ้ามิเอะน้อยมันยิ่งชูคอ ร่างโปร่งยกยิ้มมุมปากขณะที่ให้มีข้างที่กำลังกระตุ้นร่องสวยนั้นเอื้อมมาจัดการปลดปล่อยเจ้ามิเอะน้อยให้ออกมาเป็นอิสระ“อุ๊ย !” วีรดาสะดุ้ง เมื่อเจ้าท่อนเนื้อมันโพล่ขึ้นมาระหว่างกลางตรงนั้น หญิงสาวรับรู้ได้เพราะการเบียดเสียดสีของเจ้าท่อนเนื้อกับน้องสาวของเธอเอง ใบหน้าสวยร้อนผ่าว เธอเม้มปากแน่นมากยิ่งขึ้น“ไม่ต้องตกใจ จะจับมันเข้าไปหรือว่าจะให้ฉันยัดมันเข้าไปเอง” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู ขณะที่มือข้างนั้นยังกุมอยู่กับเจ้าท่อนเนื้อของตัวเอง เธอใช้มันถูไถกับ
วีรดาเริ่มรู้สึกตัวเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้นอึดอัด เอวเล็กของเธอหนักอึ้งเพราะมีบางอย่างมาวางพาดเอาไว้ หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก็รู้ว่าเป็นสิ่งใด“อื้อ ..” เสียงครางอย่างหงุดหงิดดังขึ้นจากลำคอ คนตัวเล็กหยุดชะงัก ก่อนจะพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด เธอเผลอหลับไปตอนไหนนะ ภาพล่าสุดคือถูกเขาจับกินตับเมื่อตอนเกือบเที่ยงคืน เราก็ล้าจนยืนไม่อยู่ จากนั้นก็ขยับร่างออกจากใต้ร่างของเขาแล้วเผลอหลับไปตอนไหนกัน คนตัวเล็กยังคงขยับยุกยิกเพราะรู้สึกแปลกไม่เคยมีใครมานอนกอดแบบนี้“อื้อ เธอทำให้ฉันตื่น” เสียงทุ้มดังข้างใบหู“อุ้ย!! หนูขอโทษค่ะ อุ๊ย!!” เธอรีบตะแคงร่างไปบอกเขา แต่เมื่อหันไปแล้ว หัวใจดวงน้อยก็เต้นระทึก จมูกเล็กของเธอดันไปชนเข้ากับปลายจมูกของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดกันและกัน วีรดาใจเต้นรัว นี่หากเปิดไฟเขาจะรู้ได้เลยว่าแก้มเธอแดงขนาดไหน คงยิ่งกว่าลูกแอปเปิ้ลเสียอีก คนตัวเล็กทำท่าขยับหนี“อ๊ะ!!”“ทำให้ฉันตื่นแล้วไม่รับผิดชอบเหรอ” เสียงแหบพร่าเอ่ยพร้อมกับวงแขนที่รัดแน่นตรงเอวคอดกิ่วนี้“เอ่อๆ นะ หนูขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ“อุ๊ย! อื้อ นายท่านหนูขอโทษจริงๆ อุ๊บ อื้อ อือ อืม” ข้อมือน้อยพยายามดันร่
“มิเอะว่ายังไงดีลูก” เสียงผู้เป็นพ่อเอ่ย พรางมองหน้าบุตรสาวที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าครอบครัวเลยก็ว่าได้ ร่างโปร่งหันไปมองหน้าพี่ชายแล้วส่ายหัว“เห็นไหมคะ เป็นเรื่องจนได้พี่โทมะ”“อื้อ พี่ขอโทษ แฟนพี่ใจร้อนไปหน่อยนี่นะ” เจ้าของเรื่องถึงกับหน้าจ๋อย เขายกมือกุมขมับมิเอะหันไปมองหน้าผู้เป็นแม่ ลำพังเอาเงินปิดปากมันไปได้ไม่นานหรอก คอยดูเหอะ เรื่องนี้จะต้องกระพือขึ้นมาอีก เธอแน่ใจว่ายังไงพนักงานคนนั้นต้องเก็บไฟล์สำคัญไว้อีกแน่ หญิงสาวเหลือบไปมองอากับกิริยาของพี่ชายกับแฟนของเขา ซึ่งเด็กๆดูก็รู้ว่าทั้งสองนั้นเป็นอะไรกัน“คุณแม่ว่ายังไงดีคะ” เธอมองหน้าหญิงชราวัยเกษียณอย่างรอคำตอบ“แม่อยากให้รอก่อนสักพัก”“แต่คุณแม่ครับ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปหละครับ”“แต่แม่ว่ามันคงยังไม่เร็วขนาดนั้น เพราะเงินที่พนักงานคนนั้นได้ไปมันก็มากโขอยู่”“แล้วคุณแม่มีแผนยังไงเหรอคะ”“แม่อยากรอผลตรวจครรภ์ของเด็กสาวคนนั้นก่อน”“หมายความว่า..” มิเอะลากเสียงมองหน้าผู้เป็นแม่ สมองของเธอคิดตามอย่างรวดเร็ว ในใจนึกถึงหญิงสาวที่ยังอยู่ที่บ้านพักบนภูเขา“อื้อ รอให้นังหนูคนนั้นท้อง”“จะให้เป็นลูกเจ้าโทมะเหรอ” พ่อของเธอกล่าว“มันก็ต้
“อุ๊ย!!ไฟดับเหรอ” เท้าเรียวชะงักเมื่อก้าวออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่าห้องทั้งห้องนั้นมันมืดมิด คิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นนึกฉงนใจแล้วหันไปดูไฟที่ห้องน้ำ ห้องน้ำนี่ไฟก็ติดนี่นา เธอนึกในใจก่อนจะเดินมาหารีโมทควบคุมไฟนั้นหมับ !! “อุ๊ย !ว๊าย คะ ใครกัน” เธอถามเสียงสั่นเมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็ถูกคว้าเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน“อะไรกัน ไม่เจอแค่กี่วัน จำไม่ได้หรือไง หึ” เสียงทุ้มที่อยู่ด้านหลังเอ่ยชิดพวงแก้ม ทำเอาคนฟังใจเต้นรัว นึกดีใจที่เป็นเขา“นะ นายท่าน” น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะดีใจมากกว่าประหลาดใจ“ทำไมเหรอ เป็นฉันแล้วมันทำไม หรือว่าอยากให้เป็นคนอื่นบ้าง ” ร่างโปร่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน“เอ่อๆ มะ ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่แบบนั้น อุ๊ย !!อื้อ” วีรดาหน้าร้อนผ่าว เมื่อเธอรับรู้ว่ามีบางอย่างมายุ่มย่ามตามต้นขาเนียนที่ยังมีหยดน้ำนี้ มือนั้นค่อยๆ สอดมือเข้าไปใต้ชายผ้าขนหนู ทำเอาร่างสาวน้อยเกร็งดิกด้วยความสยิว“ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบไหน หรือว่าแบบนี้ หืม อื้ม” มิเอะพูดไปก็ไล่จมูกไปตามซอกหูหอมกรุ่น ขณะที่มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข ร่างนุ่มลื่นตรงหน้าทำให้เธอคิดประโยคต่อว่าเจ้าหล่อนไม่ออก ดูซินุ
มิเอะนอนกระสับกระส่าย ดวงตาหวานภายใต้ความมืดมิดของห้องนั้นมันข่มให้ปิดลงไม่ได้เลย เธอนึกถึงแต่ประโยคของพ่อบ้าน พรุ่งนี้เธอต้องไปเจอหน้ากับทุกคนในบ้านหลังนี้ รวมถึงหน้าพ่อของลูกในท้องเธอด้วย พรุ่งนี้เธอจะเจอนายท่านแล้วใช่ไหม แต่ทำไมอาการดูเหมือนจะไม่ค่อยดีใจ ตรงกันข้ามกลับกังวลใจมากกว่า หากเปิดหน้ามาแล้วเขาอัปลักษณ์ล่ะ จะทำยังไงรับได้หรือไม่ ดำขาวมากน้อยเพียงใด หรือว่าน้ำร้อนลวก หรือไฟไหม้ทั้งตัว เธอจะรับได้หรือเปล่า หญิงสาวนอนครุ่นคิดพรางพลิกตัวไปมาแกร็ก !!เสียงบางอย่างจากด้านนอกทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เสียงเหมือนใครเปิดประตู คนตัวเล็กทำท่าจะขยับลุกขึ้น“หลับหรือยัง กรุณาอย่าเปิดไฟนะ ฉันขอร้อง” น้ำเสียงที่คุ้นหูเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เมื่อได้ฟังรอยยิ้มหวานก็คลายออกกว้าง แต่กระนั้นหัวใจดวงน้อยกลับพองโตและเต้นระทึกขึ้น“นะ นายท่าน” เสียงหวานเปรยข้างประตูห้องนอนเพื่อให้คนด้านนอกได้ยินและรับคำว่าเป็นเขาเพื่อความแน่ใจ“อื้อ ขอผ้าปิดตาได้ไหม” น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะขอร้องมากกว่าออกคำสั่ง วีรดาหันไปมองหัวเตียงก่อนจะหยิบมันขึ้นมาสวมอย่างว่าง่าย แล้วรีบส่งเสียงให้กับเขา นึกแปลกใจพรุ่งนี้ก็
“อ๊ะ อ๊ะ นายท่านขา หนูจะไม่ไหวแล้วค่ะ” วีรดาโน้มใบหน้าสามีเข้ามาบอก ตอนนี้ร่องสวยของเธอเสียวจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว ขาสวยที่อ้าออกกว้างตอนนี้มันสั่นเทิ้มจนเกินจะทน แขนเรียวรีบคว้าร่างของเขาเอามั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกให้เขาอัดกระแทกอย่างแรงเพื่อส่งเธอขึ้นสวรรค์นี้“อื้อ ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน ซี๊ดดดด” มิเอะจับเอวเล็กนั้นแน่นพร้อมออกแรงกระแทกไปมานี้ แต่แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นขัดความสุข“อุแว๊ๆๆๆๆๆๆ !!!”สองสาวมองหน้ากันเลิกลั่นเมื่อได้ยินเสียงบุตรชยหัวแก้มหัวแหวนส่งเสียงร้อง ทุกการกระทำหยุดกึก เหงื่อซึมออกไปทั่วใบหน้า“เอาไงดีที่รักคะ” วีรดาหันมองหน้าเขาขณะที่จุดร่องสาวของเธอกำลังเชื่อมกันอยู่นี้“ไม่ต้องห่วงค่ะคนดี ฉันมีวิธี”พลึ่บ!!“ว๊าย!!อื้อ ไม่หนักหรือคะ” วีรดาร้องเสียงหลงเมื่อเขาช้อนร่างของเธออุ้มขึ้น เธอห้อยโตงเตงอยู่บนร่างของเขาโดยตรงนั้นของเรายังคงสอดรัดกันแนบแน่น ร่างโปร่งพาเธอไปยังห้องนอนของบุตรชาย ใบหน้าสวยของเธอร้อนผ่าวเป็นที่สุด เขาไม่ได้อุ้มเธอเพียงอย่างเดียว ขาเรียวที่เขาช้อนเอาไว้นั้นกับจับมันขยับเข้าออกตามจังหวะ เธอรู้สึกได้ถึงการเข้าไปข้างในที่มันลึกสุดหัวใจนี้“ไม่หนักเลยสักนิด
มิเอะได้รับโทรศัพท์จากพี่ชายฝาแฝด หลังจากกดวางก็ถอนหายใจขึ้นมาทันที ในใจยังนึกโกรธผู้เป็นแม่ แต่อีกใจก็รู้สึกสงสาร ตอนนี้ทั้งบ้านต่างโทษท่านคนเดียวที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอหนีหายไปแบบนี้ และตอนนี้ท่านกำลังได้รับผลของการกระทำนั้นอยู่ พี่โทมะบอกว่าท่านซึมเศร้าและไม่ค่อยท่านข้าวตั้งแต่ที่งานแถลงข่าวที่บ้านทาเคชิ นึกแล้วก็เริ่มใจอ่อนขึ้นมาเสียแล้ว“มีอะไรหรือเปล่าคะที่รัก ทำไมทำหน้าแบบนั้น” วีรดาวางขวดน้ำลงกับโต๊ะ ก่อนจะเดินเข้ามาหาสามีที่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าต่าง“พี่โทมะโทรมาบอกเรื่องคุณแม่”“นายหญิง ๆ เป็นอะไรเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ“พี่โทมะบอกว่าท่านเศร้ามาก”“เอาแบบนี้ไหมคะ เรากลับไปเยี่ยมท่านไหมคะ”“มันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดนะซิ หากไปแล้วฉันกับแม่ก็คง...” มิเอะคิดถึงการสู้หน้าท่าน เธอเกรงว่าจะมองหน้ากันไม่ติด แล้วเธฮเองก็ยังไม่อยากกลับด้วย ไม่อยากให้ท่านมาเจ้ากี้เจ้าการชีวิตของเธออีก“แต่หากว่าท่านล้มป่วย ที่รักจะรู้สึกดีอยู่เหรอคะ” วีรดาเดินเข้าไปจับต้นแขนผู้เป็นสามี สายตามองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เธอรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอรู้ว่าสามีรู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน“ไม่หรอกน่
“อุ๊แว๊ๆๆๆ !!” เสียงสวรรค์นั้นทำให้คุณพ่อลูกอ่อนวัย 4 เดือนสะดุ้ง ร่างโปร่งรีบผุดลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานแล้วตรงไปหาเพราะเกรงว่าแม่จ๋าจะไม่ได้อยู่ใกล้ ใบหน้าสวยคมดูเป็นกังวล แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็อมยิ้ม เสียงที่เงียบไปนั้นไม่บอกก็รู้ว่าได้สิ่งที่สมใจแล้ว ปากเล็กที่ตอนนี้มีนมจากเต้าอุดอยู่มันทำให้มิเอะส่ายหัว“ลูกจ๋าของโอโต้ซังนี่นะ อ้อนดูดนมแม่นี่เอง ร้องเสียงดังเชียว” หญิงสาวยืนกอดอกพร้อมกับส่ายหัว สายตามองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ นี่หากว่าเธอไม่พาวีรดาหนีออกมาป่านนี้คงต้องตามหาแม่จ๋ากันวุ่นแล้ว หรือไม่ก็ถูกจับแยกจนไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ ไม่ได้ยืนมองความน่ารักน่าเอ็นดูที่แสนอบอุ่นแบบนี้ ว่าแต่เห็นเจ้าตัวน้อยก็นึกอิจฉาได้ดูดนมแม่ทุกเวลาที่ร้องเลย ส่วนโอโต้ซังนี่ซิต้องมานอนตะกายฝาเพราะว่าคุณหมอบอกว่างดกิจกรรมหลังคลอด 3 เดือน“เฮ้ย!!นี่มัน....” มิเอะเปรยกับตัวเองพร้อมกับดวงตาเบิกกว้าง สายตคามองภาพตรงหน้าแววตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงระยะเวลาที่หนีออกจากบ้านจนมาคลอด “มิโดริคาวะ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอนี้“ชู่!!เบาหน่อยซิคะ ลูกจ๋ากำลังหลับอยู่ เดี๋ยวก็ตื่นหรอกค่ะ” แม่ลูกอ่อนหันมา
“จริงเหรอครับว่าทางคาวาชิตะกรุ๊ปส่งคนมาทำร้ายคุณทาเคชิน่ะครับ” เสียงนักข่าวคนหนึ่งเอ่ยถามหลังจากที่ทาเคชิและพ่อของเขาแถลงข่าว“จริงซิครับ ทางนั้นไม่ไว้หน้าผมเลย ให้คนมาทำร้ายลูกชายของผมด้วยวิธีสกปรกๆ ครับ แถมลูกชายคนโตยังมีข่าวเรื่องรักร่วมเพศด้วยนะครับ” พ่อของทาเคชิไม่ได้บอกหมดว่าวิธีสกปรกนั้นมันคืออะไร และนำข่าวลือนั้นมาบอกให้ทุกคนเพื่อเป็นข่าว ทางบ้านของมิเอะจะได้เสียชื่อเสียง“ตายจริง ไม่น่าเชื่อนะครับวาชิตะกรุ๊ปจะเป็นยากูซ่า แถมลูกชายยังเป็นรักข้ามเพศด้วย”นักข่าวบางคนเอ่ยถามพรางหันหน้าไปหาบรรดาเพื่อนักข่าวด้วยกัน และมันก็ทำให้เคนและทาเคชิยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ ช่วยไม่ได้ให้แต่งก็ไม่แต่งแถมยังไม่จ่ายเงินชดใช้อีก“ใช่ครับ ไม่อยากจะเชื่อเลย” ทาเคชิเอ่ยสมทบ“หึ แล้วแกไม่บอกนักข่าวเขาไปล่ะว่า ที่ถูกทำร้ายน่ะ แกไปทำเลวอะไรไว้” เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะทาเคชิและเคน“คุณโทมะ !!” บรรดานักข่าวอุทานพร้อมกันพร้อมกับยื่นไมค์ไปทางผู้มาใหม่“อุ๊ย!ทุกคนดูคลิปนั่น” นักข่าวอีกคนตะโกนไปยังจอโปรเจ็คเตอร์ที่ทาเคชิเอามาเพื่อเปิดรูปตอนฟกช้ำให้กับทุกคนเห็น แต่ตอนนี้สิ่งที่ทุกค
วีรดาเริ่มร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว กายอวบอิ่มตอนนี้ไม่มีอาภรณ์ใดๆ ปกปิดเรือนกายเลยก็ว่าได้ ร่างอวบของหญิงสาวท้องโตตอนนี้กำลังนอนพิงอยู่กับโซฟาตัวใหญ่ ใบหน้าของเธอเริ่มมีหยดน้ำผุดๆ ปรากฏขึ้นมาบ้างแล้ว เธอมองร่างโปร่งที่ตอนนี้ก็เปลือยเปล่าเช่นกัน สายตาที่เป็นมันส์ส่งมานั้นทำให้เธอหัวใจเต้นแรง“อ๊ะ นายท่าน อื้อ” ปากบางเผลออุทานเมื่อเขายกขาสวยของเธอทั้งสองข้างตั้งชันขึ้น เธอเม้มปากแน่นเมื่อร่างของเขากลับลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง สายตาคมหวานช้อนขึ้นมามอง เธฮถึงกับเปลอกัดริมฝีปากตัวเองแล้วซูดลมเข้าเบาๆจุ๊บ !! “ขอกินนะคะ จุ๊บ อื้ม” เสียงแหบพร่าเอ่ยหลังจากที่จรดริมฝีปากกับต้นขาสวยของเธอข้างในนี้ ความร้อนจากริมฝีปากนุ่มทำให้ร่างสาวท้องแก่สะดุ้ง มิเอะอมยิ้มก่อนจะค่อยๆ แลบลิ้นลากปลายลิ้นไปตามสรีระของเจ้าหล่อนเธอลากมันจากหัวข่าด้านในนั้นเคลื่อนผ่านลงมารด้านล่าง ก่อนจะจุมพิตข้างๆ ขาหนีบที่ขาวสะอาดจนใครเห็นต้องอิจฉา สายตาเหลือบมองกลีบเนื้ออวบอิ่มสีชมพู ซึ่งเธฮคนเดียวที่รู้ว่ามันสวยมากขนาดไหน หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะจุมพิตตรงส่วนนั้นอย่างหวงแหนจุ๊บ !!“อื้อ นายท่านขา อ่าส์” วีรดาถึงกับเงยหน้าครางเสีย
“อะไรนะครับคุณแม่ มิเอะหายไป” โทมะอุทานเสียงดัง ใบหน้าแตกตื่นเป็นที่สุด เขาหันไปมองหน้าแม่ของตัวเองสีหน้าเป็นกังวลที่สุด ขณะที่ในใจตอนนี้กลับยิ้มร่าด้วยความสะใจ“ใช่นะสิ ไม่รู้ว่าเมื่อไรด้วย เพราะเมื่อสองวันก่อนแม่ก็ไม่ได้เข้าบริษัท มัวแต่ยุ่งๆ เรื่องจัดงานหมั้นที่จะถึง วันจันทร์หน้านี้”“เพราะคุณคนเดียว ผมไม่โทษใครนอกจากคุณ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเข้มสายตาตำหนิภรรยาที่รักของเขา เข้าใจว่ารักครอบครัว แต่ว่ามาทำร้ายจิตใจลูกแบบนี้ไม่ได้“เพราะฉันอะไรคะ ฉันทำไปก็เพราะชื่อเสียงในวงตระกูลนะคะ”“มันจะเสียอะไรนักหนา หรือถ้าเสียก็ให้มันเสียไปซิ แล้วนี่เป็นไงเสียลูกไปแล้วคุณรู้ไหมลดา” เสียงเข้มของผู้เป็นพ่อตะโกนต่อว่าภรรยาสุดที่รัก ซึ่งเขาได้เลี้ยงดูเหมือนกับไข่ในหิน และเชิดชูให้เกียรติเจ้าหล่อนเป็นที่สุด“ไม่หรอกคุณ ฉันรู้ว่าลูกรักฉัน” น้ำเสียงผู้เป็นแม่เริ่มอ่อย หัวใจของเธอตอนนี้บีบรัวจนถึงขีดสุด“ลูกน่ะรักคุณ แล้วคุณอ่ะรักลูกบ้างไหม”“พอแล้วครับคุณพ่อ นี่คุณแม่ก็คงเสียใจมากแล้ว”“เรื่องงานวันจันทร์จะทำยังไงล่ะทีนี้ ผมเตือนคุณแล้วนะ”“ฉันไม่รู้ ฉันจะเป็นลม เอ้อออ...” ร่างท้วมแทบหงายหลังไปพิงโซฟา
วีรดานอนร้องไห้อยู่ภายในห้องนอน หญิงสาวเจ็บปวดใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพียงแค่คำว่าเป็นไปไม่ได้คำเดียวเท่านั้น ร่างอวบอิ่มกระเพื่อมตามแรงสะอื้น มือน้อยข้างหนึ่งปาดน้ำตา ส่วนอีกข้างก็ลูบท้องน้อยๆ ด้วยความห่วงใย“แม่จะทำยังไงดี แม่กลัวเหลือเกินที่จะไม่ได้พบลูก” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพียงแค่คิดถึงนายหญิงจะไม่ให้เจอหน้าลูกหัวใจของเธอก็เหมือนกับถูกเข็มทิ่มเป็นพันๆ เล่ม“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นค่ะฉันไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่”“นายท่านขา อึก ๆ !อือ” เมื่อได้ยินเสียงของเขาเธอรีบผุดลุกขึ้นแล้วหันหลังไปหา ดวงตาหวานนั้นแสนเศร้า ก่อนจะโผเข้าหาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว“เธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ครั้งนี้คุณแม่ทำเกินไปแล้ว” มิเอะเอ่ยเสียงเรียบ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง สมองของเธอตอนนี้มันมีทุกอย่างอยู่ในหัวหมดแล้ว“นายหญิงบอกว่าหากหนูคลอดลูกแล้วยังอยู่ที่นี่ท่านจะไม่ให้หนูเจอลูก” วีรดาสะอึกสะอื้นมองหน้าเขาด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก“เขาก็บอกให้ฉันหมั้นกับทาเคชิเหมือนกัน”“หมั้นเหรอคะ อึก อึก อือ” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเธอก็ปล่อยโฮขึ้นมาอีก เธอรู้ความหมายของคำว่าเป็นไปไม่ได้แล้วว่าอะไร ลำพังไม่ให้เ
รุ่งเช้า มิเอะถูกผู้เป็นแม่เรียกเข้าหาตั้งแต่เช้า คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นรถของบ้านทาเคชิ เธอมองไปรอบๆ ก็พบว่าทาเคชิไม่มา แต่คนที่มาก็คือพ่อของเขา หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินออกไปยังห้องรับแขกนั้น“หึ มาแล้วไงครับ ลูกสาวของคุณ” ชายสูงวัยพ่อของทาเคชิเอ่ยขึ้น สายตามองมายังเธฮด้วยแรงเกรียวกราด“ค่ะ มีอะไรเหรอคะ” ใบหน้าเรียบเฉยมองไปยังแขกผู้มาเยือน“มิเอะ มาแล้วเหรอ เธอไปทำอะไรทาเคชิ สภาพถึงดูไม่จืดเลย” แม่ของเธอมองหน้าอย่างจับผิด มิเอะทำท่าทางเหมือนกับว่าเธอไม่ร็อะไรทั้งนั้นแล้วมองหน้าแม่ตัวเอง“ทำอะไรคะ ไม่หนูไม่รู้เรื่องเลยสักนิด”“เธอดูสภาพลูกฉันซิ เขาบอกว่าฝีมือเธอ ” เคนพ่อของทาเคชิ ส่งรูปใบหน้าลูกชายที่บวมช้ำให้กับมิเอะดู เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้แม่ของมิเอะดูไปก่อนแล้ว“อะไรคะ หนูจะไปทำอะไรทาเคชิได้ หนูผู้หญิงนะคะ”“แต่ลูกฉันบอกว่าเธอเป็นคนทำ ถึงขนาดนอนซมอยู่บนเตียงที่บ้าน เธอนี่ใจร้ายมากเลยนะ ไม่อยากหมั้นก็บอกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องให้คนไปทำร้ายกันเลย แบบนี้มันไม่ให้เกียรติกันเลย”“นั่นนะซิ มิเอะ แกทำแบบนี้มันเกินไปไหม” แม่กล่าวสมทบ“หึ คนที่ไม่ให้เกียรติกันก็คือทาเคชิคนดีข
มิเอะทั้งเตะทั้งถีบเพื่อให้ร่างของตัวเองหลุดพ้นจากการกอดรัดของผู้ชายที่น่ารังเกียจตรงนี้ แม้จะออกแรงไม่เต็มที่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แต่เธอก็จะขอสู้เต็มที่ ไม่ยอมตกเป็นเมียของมันง่ายๆ หรอก ทาเคชิมันอยากที่จะฟันดาบหรือยังไงกัน“นี่ทาเคชิ ปล่อยฉันนะโว้ย ไอ้บ้า” ปากอิ่มพ่นน้ำเสียงแวดเพื่อด่าทอ ขณะที่กำปั้นก็ทุบไปที่ร่างของมันนั้นอีกมือก็ดันหน้าของมันออกห่าง แขนขาก็สะบัดออกแรงเต็มที่“หึ ไม่ปล่อยหรอก แต่ถ้าปล่อยข้างในตัวมิเอะล่ะได้” น้ำเสียงหื่นกระหายนั้นเอ่ยเล็ดลอดไรฟัน ขณะที่ที่แขนแกร่งก็รัดแน่นต“ปล่อยใส่ตูดฉันนี่มา ไอ้บ้าเอ้ย” มิเอะตะโกนใส่หน้าของทาเคชิ ซึ่งตอนนี้เธอเริ่มหายใจแรงด้วยความเหนื่อย“หึ อ๋อ ชอบประตูหลังเหรอ ได้เลย ฉันก็ชอบเหมือนกัน มันเสียวดี” น้ำเสียงแหบพร่านั้นหื่นกระหายเป็นที่สุด สภาพของชายหนุ่มตอนนี้เหมือนกับเป็นคนละคนกับที่เห็นครั้งแรกที่บ้าน ท่าทางสุภาพเรียบร้อยนั้นไม่มีร่องรอยเอาไว้เลย นี่คงเป็นตัวตนของมันซินะ ไม่ถึงอาทิตย์ก็ออกลายเสียแล้ว อยากให้แม่ของเธอมาเห็นเหลือเกินแบบนี้“อี๋ ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ฉะ”ผลั๊ก!“อุ๊ค อื้อ” ร่างบางของเจ้าหล่อนถึงกับตัวงอ เพราะกำปั้นนั