ลี่อินลากรถลากตามหลังหวังชิงหว่านที่คล้ายกำลังมองหาบางอย่าง นางจึงเอ่ยถาม
“พวกเราจะไปไหนต่อหรือเปล่าเจ้าคะ”
“ข้าจำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไปดูร้านผ้าตรงหน้าเถอะ” เอ่ยเสร็จนางก็เดินนำหน้าไปร้านแพรพรรณ หลงจู้เห็นคนเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับ แต่ก็ต้องชะงักในความงามของหวังชิงหว่านอยู่ครู่ใหญ่ ด้วยเป็นร้านผ้าเล็ก ๆ จึงไม่เคยได้ต้อนรับลูกค้าที่เฉิดฉายเช่นนี้มาก่อน เด็กหนุ่มรีบดึงสติเอ่ยถามด้วยความขัดเขิน
“ท่านต้องการผ้าไปตัดหรือเป็นชุดเลยขอรับ”
หวังชิงหว่านยิ้มตอบพลางเอ่ย “ข้าอยากได้ชุดเรียบง่ายสักสามสี่ชุดแล้วก็ผ้าสำหรับตัดด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นท่านเลือกผ้าตรงนี้รอก่อนนะขอรับ ข้าจะไปเลือกชุดที่เหมาะสมกับท่านออกมาให้เลือก”
หวังชิงหว่านหันไปลี่อินแล้วพูดขึ้น
“เจ้าเย็บเสื้อผ้าได้หรือไม่”
ลี่อินพยักหน้าตอบ “แม้ฝีมือข้าจะไม่ละเอียดแต่ก็นับว่าใช้การได้เจ้าค่ะ”
“งั้นมาเลือกผ้าด้วยกันสิ...ถ้ายังไงก็เลือกไปเผื่อคนอื่น ๆ ด้วย เลือกไปเยอะๆ ถือว่าเป็นค่าจ้างเจ้าตัดให้ข้าด้วย” ลี่อินกะพริบตามองพี่สะใภ้สักครู่ก็ยิ้มรีบเลือกผ้าทันที
หลงจู๊หอบชุดออกมาเกือบสิบชุด หวังชิงหว่านเห็นว่าชุดราคาไม่แพงก็รับทั้งหมด ลี่อินก็เลือกผ้ามาได้สี่ห้าพับ หลงจู๊เห็นว่าลูกค้ามีเงินก็รีบแนะนำ “ฮูหยินท่านไม่รับผ้านวมไปตัดเผื่อฤดูหนาวด้วยหรือขอรับ”
ตอนนี้ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว หวังชิงหว่านจึงพยักหน้าให้หลงจู๊เอาผ้านวมมาเพิ่ม
รถลากใส่ของเกือบเต็มแล้ว หวังชิงหว่านคิดว่าวันนี้คงพอเท่านี้ก่อน จึงเอ่ยขึ้น “วันนี้คงพอเท่านี้ก่อน มาข้าจะช่วยเจ้าลาก”
ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง หวังชิงหว่านเห็นลี่อินตอนเงยหน้ามองฟ้าแววตาแฝงความกังวลใจก็เอ่ยถาม “มีอะไรหรือ”
ลี่อินพลันตกใจรีบกล่าว “เปล่าเจ้าค่ะ ... เอ่อ คือตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่คงกลับถึงเรือนแล้ว ปกติข้าจะต้องหุ่งข้าวรอแล้วเจ้าค่ะ”
หวังชิงหว่านหยักหน้าเข้าใจแล้วพูดขึ้น “เช่นนั้นพวกเราซื้ออาหารกลับไปด้วยดีหรือไม่”
ลี่อินส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่ช่วยท่านแม่ทำอาหารเท่านั้น ถึงไม่มีข้า...ท่านแม่กลับมาถึงก็คงจัดการเอง”
หวังชิงหว่านลากรถลากพลางคิด “นี่หมายความว่า อาหารแต่ละมื้อท่านแม่เป็นคนจัดการหรือ”
ลี่อินพยักหน้ากล่าวอย่างยิ้มแย้ม “เจ้าค่ะ...ท่านไม่ทราบท่านแม่ทำอาหารอร่อยมากเลยนะเจ้าคะ อาหารร้านค้าทั่วไปเทียบไม่ติดเลยเจ้าค่ะ”
ภาพหุ่นของเซียวอี้หยางผุดขึ้นมาหวังชิงหว่านพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเอ่ย “แต่จะให้ท่านแม่ทำกับข้าวให้ข้าทาน ข้าว่ามันจะดูผิดธรรมเนียมไปหรือเปล่า...แต่ว่าข้าทำอาหารไม่เป็นนะ”
สกุลเซียวไม่มีธรรมเนียมหลายขั้นตอนยุ่งยาก ลี่อินจึงกล่าว “พี่สะใภ้อย่างกังวลไปเลยเจ้าค่ะ ท่านก็เลือกทำในสิ่งที่ท่านถนัดอย่างจับปลาในลำธารก็ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้แบบท่าน แล้วเงินที่ขายปลาได้อาจจะเยอะกว่าเงินเบี้ยหวัดของพี่ชายอีกนะเจ้าคะ อีกอย่างหากท่านให้ทำอาหารแล้วไม่อร่อยเหมือนท่านแม่ทำ แม้จะดูว่าเหมาะสมแต่คงไม่มีคนยินดี”
หวังชิงหว่านรู้สึกอึ้งกับความคิดและการกล่าวตรงไปตรงมาของลี่อิน จริงอยู่แม้ว่าเรื่องนี้จะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในยุคโบราณไม่มีสะใภ้บ้านไหนรอแม่สามีทำอาหารให้ทานแน่นอน
เห็นสีหน้าชะงักของหวังชิงหว่านลี่อินก็รีบเอ่ยน้ำเสียงระมัดระวัง “ข้าพูดอะไรไม่ดีหรือเปล่าเจ้าคะ”
ชิงหว่านส่ายหน้า “ก็นับว่าชัดเจนดี แบบนี้พวกเราจ้างคนสักคนดีไหม”
ลี่อินรีบส่ายหน้าทันที “พวกเราไม่มีเงินจ้างหรอกเจ้าค่ะ” ขณะนั้นลี่อินก็พลันคิดได้ พี่สะใภ้นางเป็นคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ย่อมมีบ่าวไพร่คอยรับใช้ข้างกาย จึงเอ่ยเสียงเบา
“ขออภัยพี่สะใภ้ ข้าปากไวไป..เรื่องนี้พี่สะใภ้ลองปรึกษาพี่ชายดูจะดีกว่าเจ้าค่ะ”
หวังชิงหว่านจึงเอ่ยขึ้น “อืม...ได้ พวกเราเร่งฝีเท้ากันเถอะจะมืดแล้ว”
เรือนครัวสกุลเซียว
สองสามีภรรยาสกุลเซียวกลับมาถึงเรือนก็ไม่เจอใคร เซียวฮูหยินจึงกล่าวขึ้น “ท่านพี่ไปอาบน้ำเถอะ ข้าจะไปเตรียมอาหาร”
เซียวเฉิงพยักหน้าจากนั้นก็เดินเข้าเรือน เซียวฮูหยินถอนหายใจเล็กน้อยแล้วรีบเดินไปยังครัว จะต้องรีบทำอาหารก่อนจะมืดค่ำ แต่พอนางเดินเข้าไปใกล้เห็นไก่ตัวหนึ่งถูกขังอยู่ก็ขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจ “หรืออี้หยางคงจะซื้อมาไว้ให้ภรรยา”
นางไม่คิดมากไปกว่านั้น แต่พอเปิดประตูครัวสายตาก็เหลือบมองเห็นทั้งไข่และหมูที่วางเรียงไว้
“นี่ทำไม ซื้อมาพร้อมกันมากมายขนาดนี้”
จังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงปลากระโดดอยู่ในถังน้ำ คาดว่าจะมีหลายตัวเซียวฮูหยินเดินไปก้มมองดู แล้วก็ถอนหายใจบ่น
“อี้หยางคงไม่มีเงินมากมายพอที่จะซื้อพวกนี้ได้ทั้งหมด” คงเป็นสะใภ้ที่ออกเงิน ตอนนี้ยังมีเงิน แต่หากไม่มีรายได้เข้ามาทานกินสิ้นเปลื้องเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จะอยู่ไปได้กี่ปี
ลู่อันหาบน้ำกลับมา มองเห็นควันลอยออกมาจากครัวก็ยิ้มแป้น เร่งฝีเท้าไปเทน้ำลงถังก็รีบเดินไปหามารดา พร้อมส่งเสียงเรียกไปก่อน
“ท่านแม่กลับมาแล้วหรือขอรับ ท่านเห็นไข่ ไก่และปลาแล้วใช่ไหมขอรับ...”
เซียวฮูหยินหยิบฟืนใส่เตาเสร็จก็หันมาเอ่ย “พี่สะใภ้เจ้าเป็นคนซื้อของพวกนี้มาหรือ”
ลู่อันคลี่ยิ้มตอบอย่างภาคภูมิใจ “ไม่ใช่ขอรับ นี่เป็นของที่ข้าเอาปลาไปแลกมา”
เซียวฮูหยินขมวดคิ้วเอ่ยถาม “เอาปลาไปแลกมา เจ้าจับปลาที่ลำธารได้?”
ลู่อันส่ายหน้า “ข้าไม่ใช่คนจับได้ขอรับ”
สีหน้าเซียวฮูหยินเริ่มมีอารมณ์กล่าว “จะเล่าก็เล่ามาเสียที...ข้าสักจะโมโหแล้วนะ”
“ขอรับ ๆ พี่สะใภ้เป็นคนจับได้ขอรับ นางให้ข้าเอาไปแลกไข่กับไก่มา เอ๊ะนั้น เนื้อหมูใช่ไหมขอรับ...ลี่อินคงขายปลาได้หมดจึงเอาเงินซื้อเนื้อหมูกลับมาขอรับ”
เซียวฮูหยินเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าบอกว่า พี่สะใภ้เจ้าเป็นคนจับปลาได้!! เจ้าคงไม่สร้างเรื่องใช่ไหม”
ลู่อันโบกมือกล่าวสีหน้าจริงจัง “ข้าไม่กล้าพูดปดกับท่านแม่หรอกขอรับ...พี่ชาย ลี่อินกลับมา ท่านลองสอบถามดูก็ได้”
เซียวฮูหยินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “นี่! พวกเจ้าสองคนกล้าให้พี่ชายกับพี่สะใภ้ไปตัดฟืนด้วยงั้นหรือ”
ลู่อันหน้าเสียทันทีรีบกล่าว “พี่สะใภ้อยากไปด้วย พวกข้าไม่กล้าจะชวนหรอกขอรับ”
เซียวฮูหยินมองดูสีหน้าบุตรชายกับนึกถึงสะใภ้ของตนเอง คงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กสองคนนี้จะกล้าชวน นางครุ่นคิดพลางมองออกไปข้างนอกแล้วพูดขึ้น
“แล้วตอนนี้พวกเขาไปไหนกันหมด”
ลู่อันส่ายหน้าตอบ “ข้าไม่ทราบขอรับ แต่คิดว่าพี่สะใภ้คงไปตลาดในเมืองกับลี่อิน ส่วนพี่ชายข้าไม่มั่นใจขอรับ”
เซียวฮูหยินกลับไปดูหม้อข้าวต่อแล้วพูดขึ้น “อาหารมากมายขนาดนี้ พี่สะใภ้เจ้าได้บอกหรือเปล่าว่านางอยากกินอะไร”
“พี่สะใภ้แค่บอกว่าอยากกินน้ำแกงปลาขอรับ...ท่านแม่ข้าก็อยากกิน” ลู่อันกล่าวด้วยเสียงอ้อน
“เอาเถอะ หลายอย่างยังไม่กระจ่างแต่ในเมื่อเป็นปลาที่พวกเจ้าชวนกันหามา ข้าจะทำขึ้นโต๊ะเย็นนี้”
พอรู้ว่าจะได้กินของอร่อย ลู่อันก็เหมือนมีพลังเพิ่มขึ้น เขายิ้มกว้างอย่างดีใจแล้วพูดขึ้น “ยังไม่มืด ข้าไปตัดน้ำอีกสักรอบนะขอรับ” เซียวฮูหยินพยักหน้าให้รีบไป
เซียวอี้หยางกลับมาถึงเรือนก็เข้าไปหามารดาในครัว
“ท่านแม่...” เซียวฮูหยินหันมามองบุตรชายด้วยสีหน้าอ่อนโยน ชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างแล้วเอ่ยพูดขึ้น
“ข้าเอาปลาไปให้ท่านอามาขอรับ” จากนั้นชายหนุ่มก็เล่าเหตุการณ์วันนี้ให้มารดาฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เซียวฮูหยินทำอาหารพลางฟังบุตรชายด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
จวบจนตะวันคล้อยต่ำจนเกือบจะสิ้นแสงลี่อินและหวังชิงหว่านจึงกลับมาถึงเรือน
คนในสกุลเซียวจะรีบทานข้าวเย็นและเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อจะได้ตื่นเช้าไปทำนาแตกต่างจากเซียวอี้หยางที่บางวันจะมีสังสรรค์ข้างนอก บางคืนก็จะอ่านหนังสือจนดึก พวกเขาเลยแยกสำรับมาที่เรือนเซียวอี้หยางต่างหากและเซียวฮูหยินก็ไม่เคยจะลืมแยกอาหารดีๆ ไว้สำหรับลูกชายเป็นพิเศษ เรือนหลักสกุลเซียว ในมื้อเย็นวันนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นน่ายินดี แต่สีหน้านายท่านเซียวก็ยังมีความลังเล เขาขมวดคิ้วไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่บุตรชายและบุตรสาวกล่าว “พวกเจ้าแน่ใจนะ ว่านางเป็นคนจับปลาด้วยตัวเอง” ลี่อินเคี้ยวอาหารพลางพยักหน้ามองบิดาด้วยสายตาจริงจัง ลู่อันก็ยืนยันกล่าว “ข้ากับลี่อินเห็นด้วยตาตัวเองเลยขอรับ” ขณะนั้นลี่อินก็ล้วงเงินออกมาเอ่ย “นี่ลู่อัน...25 อีแปะพี่สะใภ้แบ่งค่าขายปลาให้พวกเรา” ลู่อันเบิกตาขึ้นเป็นประกายรีบยื่นมือไปรับ “พี่สะใภ้เป็นคนดีจริง ๆ ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ นางไม่เหมือนที่คนอื่นกล่าวลือเลยนะขอรับ” เซียวฮูหยินมองเงินในมือบุตรชายแล้วหันไปพูดกับสามี “ฟังจากที่อี้หยางเล่า...นางแตกต่างจากที่เขาเล่าลือจริง ๆ เจ้าค่ะ” ลี
หวังชิงหว่านนึกว่าเซียวอี้หยางจะหมดแรง ใกล้รุ่งเขาได้สติก็เสียบดันเข้ามาจากข้างหลัง ความใหญ่และยังเข้ามากระทันหันทำให้นางกระตุ้นเฮือกร้องอ๊ะขึ้น ความเสียวซ่าแล่นปราดขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มไม่สนใจอันใด เขาเริ่มขยับบดเบียดส่วนนั้นก็เปียกแฉะอย่างเร็วเอวของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นดุดัน ความซาบซ่านทำให้หวังชิงหว่านรู้สึกพอใจกับการสัมผัสของชายหนุ่มทั้งขนาดและแรงกระแทกนับว่าชาตินี้แค่จุดนี้นางก็คุ้มค่าแล้ว ผ่านไปครู่ใหญ่เซียวอี้หยางก็เกร็งร่างกระตุ้นอย่างสุขสม เขาโอบกอดหญิงสาวอย่างอ้อยอิ่งแล้วพูดเสียงหวาน “ข้าจะไปเตรียมน้ำมาให้เจ้าล้างหน้าล้างตา” หวังชิงหว่านไม่ปฏิเสธนางยังกำชับเพิ่ม “นำผ้ามาด้วยข้าจะเช็ดเนื้อเช็ดตัว เปรอะเปื้อนไปหมดแล้ว” “ได้ ๆ ข้าจะจัดการเดี่ยวนี้” หวังชิงหว่านมองตามหลังสามี สัณชาตญาณบางอย่างบอกว่าชายหนุ่มมีบางอย่างผิดปกติ นางรู้สึกว่าทั้งการพูดคุยกับชายหนุ่มไหลลื่นเป็นธรรมชาติมากเกินไป ไม่มีการโต้แย้งเหมือนนางกำลังถูกควบคุม หวังชิงหว่านสะบัดหน้าทันที น่าจะเป็นเพราะนางอยู่หน่วยสายลับมานานทำให้หวาดระแวงมากเกินไป เซีย
ตอนที่ 12 เป็นข้าที่ผิด เซียวฮูหยินเห็นอี้หยางยกถ้วยออกมาล้างก็เอ่ยขึ้น “แม่สั่งให้ลี่อินกับลู่อันไปรอพวกเจ้าที่เนินเขาแล้ว” เซียวอี้หยางก้มกล่าวขอบคุณอย่างเขินอายพูดขึ้น “ข้าจะพาชิงหว่านไปซื้อทาสสักสองคน ท่านแม่มีสิ่งใดจะกำชับหรือไม่” “ซื้อทาส?” เซียวฮูหยินเอ่ยเสียงสูงเล็กน้อย เซียวอี้หยางรีบกล่าวอธิบาย “นางพอมีเงินบางส่วน ในเมื่อเป็นเงินของนางข้าก็ไม่อยากจะขัดขอรับ...” เหตุใดย่อมซับซ้อนกว่านี้ เซียวฮูหยินไม่เอ่ยถามเพียงแต่เน้นย้ำเพิ่ม “ดูคนให้ละเอียดรอบคอบก็พอ” เซียวอี้หยางพยักหน้ารับ เสียงประตูเรือนเปิดชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น “ข้าไปก่อนนะขอรับ” หวังชิงหว่านไม่รู้ว่าเซียวฮูหยินอยู่ในครัว พลางเดินพลางบ่นรำพึง “เป็นเพราะท่าน ทำให้พวกเราสายขนาดนี้” ชายหนุ่มรีบกล่าวเอาใจ “ย่อมเป็นข้าผิดอยู่แล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นข้าทำ” เสียงหยอกล้อพูดคุยกันห่างออกไปเรื่อย ๆ เซียวฮูหยินจึงเดินออกมาจากครัวมองตามหลังสองคนด้วยแววตาอ่อนโยนตลาดทาส ตลาดทาสย่อมไม่ใช่สถานที่อันดีอะไร หวังชิงหว่านก้าวเข้าไปไห
ตอนที่ 13 ไม่เคยโชคดีสักครั้ง ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว หวังชิงหว่านเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางส่งสายตาขุ่นเคืองมาเซียวอี้หยาง ทว่าชายหนุ่มหาได้สำนึกผิดกล่าว “เจ้าไม่ต้องร้อนใจ ลี่อินกับลู่อัน รู้ว่าพวกเราไปทำธุระ” หวังชิงหว่านดึงสายตากลับ จะกล่าวโทษอีกฝ่ายทั้งหมดไม่ได้ ความจริงนางควรจะต่อต้านมากกว่านี้...แต่ว่าสัมผัสของชายหนุ่มทำให้นางอดใจไม่ไหวเช่นกัน นางเม้มปากแน่นไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะลุ่มหลงอะไรแบบนี้ไปได้ ฝีเท้านางเร่งก้าวไวขึ้นไม่สนใจความแสบปวดร้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างขา“ผ่านเนินตรงหน้าก็คงเจอพวกเขาแล้ว” เซียวอี้หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ลู่อัน ลู่อินพวกเขานั่งตัดฝืนไปจ้องมองทางไป เมื่อเห็นร่างอันคุ้นเคยก็ตะโกนเรียก“พี่สะใภ้พวกข้าอยู่ที่นี่” เซียวอี้หยางขมวดคิ้วเด็กพวกนี้ไม่เห็นหรือไงว่าเขาก็มาด้วย เซียวถิงเงยหน้ามองก็เห็นเซียวอี้หยางเดินมา ข้างกายเขามีหญิงสาวบอบบางคนหนึ่งเคียงคู่มาด้วย ใบหน้าเด็กหนุ่มมีคำถามชัดเจน ลู่อันกล่าวด้วยเสียงภาคภูมิใจ “นั่นพี่สะใภ้ข้า....พี่ชิงหว่าน” เซียวอี้หยางเดินมาใกล้พวกเขา แล้วพูดขึ้น “พวกเราไปพักกันก
ตอนที่ 14 แรงได้อีก ได้กินข้าวมื้อเย็นร่วมกันหวังชิงหว่านก็รู้สึกคุ้นเคยกับครอบครัวเซียวมากขึ้น แววตาผู้อาวุโสที่เคยมองนางอย่างด้วยความหวาดระแวงก็ดูเหมือนจะแฝงความเมตตาขึ้นมาหลายส่วน หลังมื้อเย็นเซียวอี้หยางจูงมือนางกลับเรือนแล้วพูดขึ้น “พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้ากลับไปเยี่ยมบ้านแต่เช้า” หวังชิงหว่านหันมาสบตาชายหนุ่มแล้วพูดขึ้น “หากข้าห้ามท่านไปด้วยท่านคงจะคิดว่าข้าอับอายที่ได้ท่านเป็นสามี” เซียวอี้หยางส่ายหน้าตอบ “หากข้าไม่ไป เจ้าก็คงถูกนินทาว่าอับอายที่มีข้าเป็นสามี แต่หากข้าไป...เจ้าก็ยังต้องอับอายที่มีข้าเป็นสามีและข้าเองก็อาจจะถูกสายตาดูหมิ่นจากคนที่นั้น...แต่..ขอแค่เจ้าไม่รังเกียจข้า...ข้าก็อยากจะไปด้วย...ข้าไม่กลัวว่าจะถูกดูแคลน” ทั้งน้ำเสียงและแววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ หัวใจของหวังชิงหว่านก็รู้สึกว่ามีคนเอาไม้มาขีดนางรู้สึกคันหยุบหยิบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางพินิจดูสามีอีกครั้ง นางไม่เคยสนใจผู้อื่น และไม่ได้เกรงสายตาดูแคลนใคร หากสามีนางเป็นเช่นกันก็นับว่าดี “ได้...เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราไปด้วยกัน” เมื่อเข้ามา
ตอนที่ 15 ผิดไปแล้ว เหมือนได้รับใบอนุญาต เซียวอี้หยางก็ไม่ทะนุถนอมหวังชิงหว่านอีก แม้เวลาผ่านไปครึ่งค่อนคืนก็ยังไม่ทำให้เขาหมดแรง แต่ยังพอมีน้ำใจให้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามให้หวังชิงหว่านได้หลับพักผ่อนใกล้จะรุ่งสาง แต่พอได้สติเซียวอี้หยางก็รีบจัดเตรียมน้ำมาหญิงสาวเช็ดชำระกาย พอวางอ่างน้ำลงชายหนุ่มก็พูดขึ้น “ข้าจะไปเตรียมมื้อเช้ามาให้” น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงความระอายเฉกบัณฑิตหน้าบาง จนหวังชิงหว่านเบ้ปากมองตาม เซียวอี้หยางเดินออกมาจากเรือน ก็เห็นจ้าวเหมยถือถาดอาหารกำลังเดินตรงมา เขาจึงเดินไปรับแล้วพูดขึ้น “เอามาเถอะ ข้าจะจัดการเอง” “เจ้าค่ะ” จ้าวเหมยมอบถาดอาหารให้อีกฝ่ายแล้วถอยหลังกลับไปยังในครัวช่วยเซียวฮูหยินจัดเตรียมมื้อเช้า เซียวอี้หยางมองตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับเรือน เมื่อก่อนมิใช่เขาไม่คิดว่าจะจัดหาสาวใช้ให้มารดาแต่เขาหาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้แค่นั้น หวังชิงหว่านมองใบหน้าตนเองในกระจก รอยคล้ำใต้ดวงตาทำให้นางยิ้มที่มุมปาก เซียวอี้หยางที่กำลังเดินเข้ามาเห็นรอยยิ้มซับซ้อนนั้นพอดี ชายหนุ่มย่นคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่เอ่ยทัก
ตอนที่ 16 คุ้มครอง หวังชิงหว่านยังคงมีท่าทีเย็นชาต่อเซียวอี้หยางจนกระทั่งขึ้นรถม้า เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เฮ้อ!! สิ้นสุดเสียที” เซียวอี้หยางยิ้มระคนเอ็นดูเอ่ย “ตระกูลใหญ่ช่างมีเรื่องราวซับซ้อน...วันเวลาของน้องหญิงที่ผ่านมาไม่ง่ายเลย” หวังชิงหว่านยิ้มมุมปากเปิดหีบออกพลางเอ่ย “ท่านพี่จำเรื่องที่ข้าเคยปรึกษาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่”เซียวอี้หยางครุ่นคิดแล้วตอบ “เรื่องที่น้องหญิงอยากจะที่ซื้อที่นาหรือ?” หวังชิงหว่านพยักหน้ายื่นเอกสารออกไปกล่าว “ที่ดินไม่จำเป็นต้องซื้อแล้ว...ท่านแม่ให้ข้ามาร้อยหมู่เชียวนะ” คิ้วของเซียวอี้หยางขมวดเล็กน้อยพลางยื่นมือไปรับเอกสารพูดขึ้น “ที่ดินร้อยหมู่กว้างขวางไม่น้อย..หากต้องทำกำแพงกั้นทั้งหมดคงต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก...เรื่องนี้ต้องไตร่ตรอง..ข้าจะต้องใช้เวลาคำนวณดูก่อน”หวังชิงหว่านผงกศีรษะกล่าวอย่างดีใจ “ท่านไม่ต้องห่วง...ตอนนี้ข้าร่ำรวยแล้ว ท่านแม่ให้เงินข้ามาตั้งหลายพันตำลึง” เซียวอี้หยางเบิกตาขึ้นแล้วก็อมยิ้มกล่าว “ข้าพึ่งกระจ่างใจ ความงามของน้องหญิงได้รับถ่ายทอดมาจากอนุหลิวนี่เอง” หวังชิงหว่านกำลังนั
ตอนที่ 17 พร้อมเกษียณ หวังชิงหว่านไม่อาจปล่อยตัวหมกมุ่นไปกับกามโลกีย์ นางรีบกินแล้วเอาของไปเก็บ ตะวันคล้อยต่ำเซียวอี้หยางยังไม่กลับมา...หวังชิงหว่านจึงออกมาเดินเล่นนางเดินไปสักพักก็มาถึงเรือนหลังเล็กที่เป็นที่อยู่ของฮูหยินผู้เฒ่า รอบ ๆ เรือนมีเล้าไก่และแปลงผักสำหรับครอบครัวพอนางเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นฮูหยินผู้เฒ่ากำลังพรวนดินอยู่...นางรีบย่อคารวะกล่าว “ขออภัยเจ้าค่ะ...ข้ามารบกวนท่านหรือเปล่า” ฮูหยินผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมามอง ยิ้มมุมปากบาง ๆ “รบกวนอะไรกัน...” ฮูหยินพูดเช่นนั้นก็ก้มหน้าพรวนดินต่อ หวังชิงหว่านเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ” ฮูหยินผู้เฒ่าหยุดมือแล้วยื่นพลั่วให้อีกฝ่ายเอ่ย “เอาสิ” หวังชิงหว่านรับมาแล้วเริ่มลงมือ ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานสะใภ้ครู่หนึ่งจากนั้นก็นั่งลงตั่งข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น“แปลงผักพวกนี้ล้วนเป็นงานของข้า ถึงแม้ข้าจะแก่เฒ่าแล้วก็ยังพอมีแรงพอที่จะจัดการได้ สกุลเซียวไม่ได้มั่งมีย่อมต้องช่วยกันทำมาหากิน” ขณะพูดนางก็ลอบมองสีหน้าของอีกฝ่าย หวังชิงหว่านชำเลืองมองไปที่เล้าไก่เห็นมันว่างเปล
ตอนที่ 52 ช่วงเวลางดงาม กลิ่นอายฤดูหนาวเริ่มมาเยือนอีกครั้ง ไม่เพียงแต่องุ่นของหวังชิงหว่านออกดอกออกผลเต็มสวน มันฝรั่งก็มีเรื่องราวให้ติดตาม ฮ่องเต้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า อี้โถว หลังจากได้ทดลองปลูกจนมั่นใจแล้วก็นำไปให้เหล่าขุนนางได้ชื่นชมในท้องพระโรง ขันทีหันมันเผาเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ แจกจ่ายให้กับเหล่าขุนนาง ส่วนฮ่องเต้ที่อยู่เบื้องบนถือมันเผาหัวใหญ่ พอทุกคนได้ครบแล้วพระองค์ก็กัดกินเป็นตัวอย่าง เหล่าขุนนางเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล้ามีคำถามรีบทำตามทันที ไม่ถือว่าสิ่งรสชาติเลิศรสแต่ก็นับว่าหอมหวานมันอร่อย แปลกใหม่เหล่าขุนนางต่างส่งสายตาให้กัน ขุนนางชั้นผู้น้อยย่อมไม่กล้าเอ่ยถาม เสนาธิการจึงเอ่ยถามขึ้น “ฝ่าบาทสิ่งนี้คือ...” ฮ่องเต้ตรัสทันที “เราให้ชื่อมันว่า อี้โถว เราได้ทดลองปลูกแล้วให้ผลผลิตมากกว่าข้าวถึงห้าเท่า” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ “พระองค์หมายความว่ามันสามารถกินแทนข้าวได้หรือพะยะค่ะ” ฮ่องเต้พยักหน้ากล่าว “ใช่...หากเราปลูกสิ่งนี้คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาอาหารขาดแคลนได้ไม่น้อย...” แววตาเหล
ตอนที่ 51 สวรรค์ประทานพรท้องฟ้าแสงดาวระยิบระยับแสงจันทร์สาดส่อง สายลมราตรีพัดผ่านผ้าม่านปลิวไสว ในช่วงกระพริบตามีเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหว มือของหลิวซูชะงักเล็กน้อยจากนั้นก็วางผ้าปักลงแล้วเอ่ยกับสาวใช้“พวกเจ้าไปพักเถอะ...ข้าจะเข้านอนแล้ว” สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็พากันถอยออกไป แต่ไหนแต่ไรมาหลิวซูก็ไม่ให้ใครมาเฝ้าหน้าห้อง หลังจากที่พวกนางออกไปห้องก็เงียบสงัดขึ้นทันที หลิวซูลุกขึ้นไปปิดหน้าต่างแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน“เหตุใดถึงได้มาเยือนเวลาดึกเช่นนี้...” สักพักก็ปรากฏสตรีผู้หนึ่งเดินออกมาจากฉากกั้น นางเดินเข้ามาหาหลิวซูแล้วพูดขึ้น“ข้ามาเยือนท่านแม่กระทัน...เสียมารยาทแล้ว”หลิวซูยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็ยกจอกชารินแล้วยื่นออกไปเอ่ย “ในเมื่อมาแล้วก็มาดื่มชาเป็นเพื่อนแม่สักจอก...ชาหลงชิงนี้แม่พึ่งได้มาใหม่”หวังชิงหว่านเดินไปนั่งเบื้องหน้ามารดา ยกจอกชาขึ้นจิบพลางชำเลืองมองใบหน้าอีกฝ่าย“เจ้ามีเรื่องจะถามแม่หรือ”หวังชิงหว่านสูดหายใจเข้าแล้วเอ่ย “ข้ามีเรื่องจะขอความกระจ่างใจจากท่านแม่ไม่น้อย” หลิวซูวางจอกชาลงแล้วพูด “เดิมทีแม่ก็ไม่คิดจะปิดปังเจ้า ...เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา” “ท
ตอนที่ 50 ชีวิตเรียบง่าย เซียวอี้หยางเดินเข้ามาในโรงเรือนองุ่น ใช้สายตาสำรวจครู่หนึ่งเมื่อมองเห็นร่างอรชนที่กำลังตัดแต่งกิ่งองุ่นอยู่ ก็เดินตรงเข้าไปหา กล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย “แสงแดดยังเจิดจ้า...น้องหญิงไม่กลัวผิวแห้งกร้านหรือ” หวังชิงหว่านตัดกิ่งองุ่นแล้ววางลงตะกร้าเอ่ย “เหตุใดท่านพี่จึงได้กลับเรือนเวลานี้เจ้าคะ” เซียวอี้หยางถอนหายใจแล้วกล่าว “น้องหญิงคงลืมไปแล้ว ข้าต้องไปตรวจภาษีที่นอกเมืองพรุ่งนี้...จึงต้องกลับมาเตรียมตัว” ดวงตาของหวังชิงหว่านเบิกกว้างขึ้น “ข้าลืมไปเสียสนิท...อ่า..จริงสิ! ข้าจะต้องไปจัดเตรียมสัมภาระให้ท่านพี่” ชายหนุ่มยิ้มคว้าแขนอีกฝ่ายเอ่ย “ไม่ต้อง...ข้าให้ป้าเหมยจัดเตรียมให้แล้ว” หวังชิงหว่านยิ้มพยักหน้า “ป้าเหมยหรือ...เช่นนั้นข้าก็วางใจ” จากนั้นนางก็หันกลับไปตัดแต่งกิ่งองุ่นต่อ เซียวอี้หยางส่งสายตาให้อิงฮว่าที่กำลังช่วยเก็บกิ่งไม้ เด็กสาวเห็นเช่นนั้นย่อคารวะและเดินหลบออกมา หวังชิงหว่านเอ่ยถาม “ท่านพี่มีเรื่องสำคัญหรือ” “อืม...มันฝรั่งของเจ้าตอ
ตอนที่ 49 แยกย้ายกันไปเติบโต เซียวอี้หยางตื่นแต่งกายเตรียมไปทำงานตั้งแต่เช้ามืดเช่นเคย ชายหนุ่มจัดแต่งดึงอาภรณ์ให้เรียบร้อยรอบหนึ่งก่อนจะเดินไปหอมแก้มหวังชิงหว่านที่ยังนอนอยู่บนเตียงด้วยความรักใคร่ “อืม” หญิงสาวพึมพำเบาๆ รับทราบว่าชายหนุ่มกำลังจะไปทำงานแล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้นดึงผ้าห่มปิดขาให้หญิงสาวก่อนจะเดินออกจากห้องมาแล้วตรงไปยังโรงครัว เมื่อเดินมาถึงก็เห็นมารดากำลังจัดแจงตั้งโต๊ะอาหารรอเขาอยู่ ชายหนุ่มจึงเอ่ยทักขึ้น “ท่านแม่” เซียวฮูหยินได้ยินเสียงบุตรชายก็เงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “อี้หยางมาแล้วหรือ...รีบมาทานโจ๊กต้มกระดูกหมู กำลังร้อน ๆ” เซียวอี้หยางรีบก้าวเดินเข้าไปอย่างกระตือรือร้น ขณะตักโจ๊กเข้าปากก็ปรายตามองดูมารดา ยังไม่ทันเอ่ยปากเซียวฮูหยินก็เอ่ยขึ้น “เจ้ากำลังจะห้ามแม่...ไม่ให้ลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าใช่หรือไม่” ชายหนุ่มก้มหน้าลงเอ่ย “ลูกมิกล้า เพียงแต่ตอนนี้ในเรือนก็มีบ่าวไพร่ไม่น้อย...ท่านแม่มิจำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อย” เซียวฮูหยินถอนหายใจแล้วกล่าว “ทำงานมาทั้งชีวิต จู่ ๆ จะให้น
ตอนที่ 48 ไม่เอาได้หรือไม่ หวังหรูเยว่เปิดหนังสือภาพสรุปการปลูกองุ่นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น หวังชิงหว่านส่งมาให้นางเมื่อเช้านี้พร้อมกับเทียบเชิญให้ไปชมต้นองุ่นที่กำลังออกช่อ แม้ใบหน้าของหวังหรูเยว่จะเรียบเฉยทว่ามือกลับสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ สาวใช้ลอบมองแล้วเอ่ยอย่างระมัดระวัง “สะใภ้รองจะให้บ่าว...แจ้งกลับพวกเขาอย่างไรดีเจ้าคะ” หวังหรูเยว่สูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบนิ่ง “ให้คนไปแจ้งน้องเจ็ดว่าข้าจะไปเยือนสวนองุ่นของนางในวันพรุ่งนี้เช้า” “เจ้าค่ะ...สะใภ้รอง” หวังหรูเยว่เหม่อมองอออกไปนอกหน้าต่าง ทบทวนเรื่องราวอยู่อย่างเงียบ ๆ ตกเย็นเมื่อสามีกลับมานางยื่นหนังสือภาพเล่มนั้นออกไป แล้วมองดูใบหน้าสามีที่ตื่นตกตะลึงกับเนื้อหาข้างในด้วยความรู้สึกหลากหลาย คุณชายรองอันเปิดหนังสืออ่านด้วยความรู้สึกลิงโล้ดแม้ว่าตระกูลอันจะเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ ทว่าความมั่งคั่งล้วนมาจากการขายองุ่น มันทำสร้างรายได้หลายหมื่นตำลึงต่อปี หากครั้งนี้สามารถเพิ่มรายได้ขึ้นมามากกว่าเดิม ไม่แน่ว่าตำแหน่งผู้นำตระกูลอาจจะเป
ตอนที่ 47 มีบางอย่างแฝง เรื่องของกัวฉู่เหอกับซ่งหยวนกลายเป็นเรื่องขบขันพูดคุยสนุกปากของคนในเมืองหลวง ทั้งตระกูลกัว ตระกูลซ่งต่างปิดประตูจวนเงียบไม่ออกมาแก้ต่างหรือให้ข้อมูลอะไร แต่กระนั้นก็ยังมีกระแสข่าวเล็ดรอดออกมา ว่ากัวฉู่เหอถูกส่งไปอยู่ชายแดนให้ท่านแม่ทัพกัวอบรม ส่วนซ่งหยวนก็ถูกส่งไปเลี้ยงสัตว์ที่ชายแดนใต้ทั้งคู่คาดว่าอีกหลายปีถึงจะกลับเมืองหลวง หวังชิงหว่านผงกศีรษะฟังเรื่องราวจากเด็กๆ ด้วยสีหน้าตื่นเต้นคล้ายกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง วันเวลาผ่านไป องุ่นเริ่มแทงช่อดอกออกมา “นี่คือดอกองุ่นหรือขอรับพี่สะใภ้” ลู่อันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ใช่แล้ว...อีกสามสี่เดือนพวกเราคงจะได้ทานองุ่นกันแล้ว” “พวกเจ้าเห็นแล้วก็ขยับออกไปให้ข้าดูด้วย” เด็ก ๆที่มารดน้ำต่างเบียดกันเข้ามาดู หวังชิงหว่านหัวเราะเบา ๆ กล่าว “ค่อย ๆ ก็ได้” จากนั้นนางก็หันไปเอ่ยกับลี่อิน “จำได้หรือไม่...ว่าข้าทำช่อดอกองุ่นอย่างไร”ลี่อินยิ้มพยักหน้า “จำได้เจ้าค่ะ...พี่สะใภ้จะให้ข้าเลือกทำช่อต้นอื่น ๆ เลยหรือเปล่าเจ้าคะ”
ตอนที่ 46 คิดไม่ถึง เซียวอี้หยางจูงม้าโดยมีหวังชิงหว่านเดินอยู่เคียงข้าง หญิงสาวเอ่ยถาม “เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรคะ” ชายหนุ่มอมยิ้มชำเลืองมอง “นึกว่าน้องหญิงจะยังอยากจะเดาเรื่องราวต่อ” หวังชิงหว่านส่ายหน้า “ท่านพี่เล่ามาเถอะ...แผนซ้อนที่ท่านวางไว้มีอะไรบ้างกันแน่”เซียวอี้หยางมองไปข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้น “...คุณหนูสามเมิ่งที่ได้รับข้อความหนึ่งจากคนแปลกหน้า .... ช่วงเวลานี้...คงจะอยู่หน้าเรือนลับเรือนนั้นพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทางการแล้ว” หวังชิงหว่านยิ้มกล่าว “ข้อความนั้นคงเป็นพวกท่านที่จัดการ...ทว่ามือปราบของทางการที่หาเรือนลับเจอได้อย่างรวดเร็ว...คงเป็นคนของกัวฉู่เหอที่ปูทางเอาไว้ให้ หวังให้พาท่านพี่..ไปเจอข้ากับเขาอยู่ตามลำพังกระมัง” เซียวอี้หยางพยักหน้ากล่าว “แม้จะคนจะผิดพลาด แต่เรื่องสนุกนับว่ายังมีให้คนชมอยู่” หวังชิงหว่างยิ้มนึกสนุก “พวกเราไปดูกันดีหรือไม่” ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ได้...”เรือนลับ รถม้าคันหนึ่งจอดอยู่ห่างออกไป คุณหนูสามเมิ่งเปิดผ้าม่านดูมีคนจำนวนหนึ่งกำลังมุ่ง นา
ตอนที่ 45 ผู้ไม่บริสุทธิ์ หวังชิงหว่านหยิบเนื้อหมูตุ๋นเข้าปาก ความนุ่มอร่อยกลิ่นหอมอบอวลทำให้นางแทบลืมหายใจ “อืม...อร่อยแล้ว..ในที่สุดแม่ครัวคนใหม่ของเราก็ทำอาหารได้อร่อยแล้ว” เซียวอี้หยางยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วพูด “เจ้าคงสบายใจเสียที” หวังชิงหว่านพยักหน้ากล่าว “แน่สิ...หากให้ท่านแม่เข้าครัวทำอาหารให้ทานทุกมื้อ.. ถึงแม้ท่านจะเต็มใจข้าก็รู้สึกอกตัญญูอยู่ดี” เซียวอี้หยางจับตะเกียบหยิบไก่ทอดสมุนไพรเอ่ย “แต่เจ้าก็รู้...ตอนนี้ท่านแม่ก็มีความสุขกับการทำอาหารมาก” “ถึงกระนั้นพอมีลูกมือ...ก็นับว่าดีกว่าอยู่ดี” เซียวอี้หยางพยักหน้าเห็นด้วย ชายหนุ่มเคี้ยวอาหารเสร็จแล้วก็พูดต่อ “…กัวฉู่เหอจะลงมือแล้วนะ” หวังชิงหว่านหรี่ตามองอีกฝ่ายแล้วพูด “นี่เป็นข่าวจากสายลับข้างกายพวกเราหรือ” เซียวอี้หยางส่ายหน้า “มิใช่...การใช้ข่าวสายลับอาจจะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวได้ ครั้งนี้เป็นการได้มาด้วยวิธีธรรมดาเท่านั้น” หวังชิงหว่านพยักหน้าเข้าใจแล้วเอ่ยถาม “ท่านเห็นว่าอย่างไร” “ช่วงนี้...คงจะต้องรบกวนน้อง
ตอนที่ 44 รอเวลาบรรยากาศยามราตรีสงบ ดวงดาวเปล่งประกายจัดตาใต้รัศมีแสงจันทร์ เซียวอี้หยางพรมจูบหวังชิงหว่านด้วยความรักใคร่ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ข้าอยากจะยกเลิกภารกิจคืนนี้เสียจริง”หวังชิงหว่านทุบอกชายหนุ่มเบา ๆ กล่าว “ท่านเก็บอาการลงเสีย...โน้นมีคนมาทางนี้แล้ว” เซียวอี้หยางมองตาม จากนั้นก็ดันร่างหญิงสาวกระโจนไปหากลุ่มคนดังกล่าว จางเคอกำลังจะชักกระบี่เห็นว่าเซียวอี้หยางก็หยุดแล้วเอ่ยขึ้น “ของที่พวกเจ้าต้องการมาแล้ว...เข้าไปข้างในกันเถอะ”หวังชิงหว่านเดินเข้าไปดูถังน้ำที่นางสั่งให้พวกเขาทำขึ้นมาด้วยความสนใจ เกาเวินเข้ามาอธิบาย“นี่เป็นถังน้ำสองชั้นแบบที่ท่านต้องการ” แล้วชายหนุ่มก็เปิดให้ดูข้างใน หวังชิงหว่านกวาดตาดูรอบหนึ่งแล้วเอ่ยถาม“มันเก็บน้ำได้ใช่หรือไม่” “ได้...สามารถใส่น้ำในถังด้านนอกนี้ได้เลย”หญิงสาวพยักหน้าชื่นชม จางเคอหยิบของในหีบออกมาแล้วเอ่ย “นี่คือดินประสิว...แม่นางหวังคงทราบ ว่าสิ่งนี้นอกจากราชสำนักห้ามผู้อื่นครอบครอง”หวังชิงหว่านพยักหน้าตอบ “ข้าเข้าใจ...อี้หยางเทน้ำลงในถังด้านนอกให้ข้า” เทน้ำได้ปริมาณพอเหมาะ หวังชิงหว่านก็เทดินประส