5ปีต่อมา
"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว
"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง
"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ"
"อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง
"ไม่มีแล้วครับ"
"อืม"
ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว่ามันคือกลิ่นอะไรกันแน่ และที่สำคัญตัวของนายน์เองยังคงแวะเวียนไปที่ผับแห่งนั้น ผับที่เขาได้มีอะไรกับโอเมก้าที่มีกลิ่นฟีโรโมนอันแปลก ประหลาด เผื่อว่าเขาจะได้เจอโอเมก้าของเขาอีก
แต่ทว่าไม่ว่าเขาจะไปกี่หนกี่ครั้งเขาก็ไม่เจอโอเมก้าที่หนีเขาไปเลย
จนตอนนี้ผ่านมา5ปีแล้วเขาก็ยังหาโอเมก้าคนที่เขากัดคอสร้างพันธะไม่เจอแม้แต่เงา และที่สำคัญ เขายังไม่รู้แม้กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนที่เหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้น ว่าตกลงแล้วมันคือกลิ่นอะไรกันแน่
อีกด้าน
"คุณนาย! คุณนาย! คุณนายอยู่ไหนเนี่ย!!"ร่างผอมบางเปิดประตูก้าวลงจากรถกระบะ4ประตูพลางเสียงใสก็ร้องตะโกนลั่นเรียกหาผู้เป็นแม่
ด้านผู้เป็นแม่ที่นั่งเอนหลังดูทีวีอยู่ในบ้านก็ถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่ทันที เพราะรู้ดีว่าเหล่าลูก ๆ ของเธอต้องไปทำอะไรให้เธอปวดหัวอีกแล้วแน่ๆ
"โอ๊ยจะตะโกนอะไรนักหนาไอ้ผัก"ผู้เป็นแม่ของผักขาเอ่ยถามลูกชายขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายพร้อมกับหันไปจ้องมองหน้าลูกชายคนโตที่เดินตึงตังตรงมาหาเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ใครไปทำอะไรให้มันไม่พอใจอีกเนี่ย
"เป็นอะไรของแกอีกผักขา"ผู้เป็นแม่หน้านิ่วคิ้วขมวดเอ่ยถามลูกชายคนโตของตัวเองขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"รอถามลูกชายของคุณนายเองเถอะ"ผักขาตอบผู้เป็นแม่พลางกระแทกก้นนั่งลงยังโซฟาที่ใกล้ตัวแล้วยกแขนขึ้นกอดอกแสดงสีหน้าบึ้งตึง ไม่นานชายรูปร่างสูงลูกชายคนกลางที่ผักขาพึ่งจะเอ่ยถึงก็เดินตามเข้ามาติดๆ
"เฮ่อ...เอ็งไปทำอะไรให้พี่เอ็งอีกหะไอ้ข้าวเม่า"คุณนายอรอนงค์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายอีกครั้ง ก่อนที่จะหันไปเอ่ยถามลูกชายคนกลางของตัวเองที่มีสถานะเป็นเบต้าขึ้น
"ผมไม่ได้ทำอะไรให้พี่มันเลยเถอะ"
"แกไม่ทำก็บ้าแล้วเถอะ แล้วที่แกเกือบจะต่อยเขาที่ตลาดเมื่อกี้มันคืออะไรหะไอ้เม่า"
"ก็มันมาว่าให้พี่ก่อนมั้ยล่ะ ผมไม่ต่อยปากมันจริง ๆ ก็บุญหัวมันแค่ไหนแล้ว"
"แล้วแกจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงหรือไง!"
"จะผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้ามันพูดจาหมา ๆ แบบนั้นผมก็กระทืบได้หมดนั่นแหละ"
"ไอ้ข้าวเม่า!"
"ไอ้พี่ผักขา!"
ด้านคุณนายอรอนงค์ที่พอจับใจความเรื่องที่ลูกชายทั้งสองทะเลาะกันได้คร่าว ๆ ก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้งออกมาเฮือกใหญ่อย่างปลงตก ก่อนที่ตัดสินใจจะเอ่ยห้ามศึกลูกของชายทั้งสองขึ้น
แต่ทว่ายังไม่ทันที่คุณนายอรอนงค์จะได้เอ่ยห้ามศึกของสองพี่น้อง อัญชัน ลูกสาวคุณสุดท้องที่มีสถานะเป็นเบต้าหรือก็คือคนธรรมดาทั่วไปเหมือนกับเธอและข้าวเม่า ก็เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านแล้วเอ่ยพูดขึ้นซะก่อน
"กัดกันเป็นหมาอีกแล้วสองคนนี้"อัญชันเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ พลางสองแขนก็ยกขึ้นมากอดอกแล้วยืนตีหน้านิ่งจ้องมองพี่ชายทั้งสองด้วยแววตาดุ ๆ
สวรรค์คนที่เอาไอ้สองคนนี้อยู่มาแล้ว
"พี่ก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะกับไอ้พี่ผักเท่าไหร่หรอกนะอัญ แต่พี่ของแกเริ่มก่อน"ข้าวเม่าเริ่มเอ่ยพูดแก้ตัวขึ้นก่อนทันทีพร้อมกับเดินมาลูบแขนน้องสาวคนเล็ก อย่างออดอ้อน เพราะกลัวว่าน้องสาวอย่างอัญชันจะโกรธตัวเอง
"จิ๊ แล้วฉันไม่ใช่พี่แกหรือไงไอ้เม่า!"ผักขาที่ได้ยินน้องชายเอ่ยเอาตัวรอดก่อนตัวเองก็ตวัดสายตาไปจ้องน้องชายด้วยแววตาดุ ๆ ก่อนที่นัยน์ตาสวยจะวูบไหวเมื่อเห็นสายตาของน้องสาวจ้องมองมายังตนด้วยดวงตานิ่งๆ
"มีเรื่องอะไรกันอีกครั้งนี้"อัญชันเอ่ยถามขึ้นมานิ่งๆ ก่อนที่จะเป็นข้าวเม่าที่พูดฟ้องน้องสาวขึ้นมาก่อน
"ก็ไอ้ฝนน่ะสิมันมาพูดแขวะพี่ผักอีกแล้ว"
"ไอ้ข้าวเม่าแกหยุดดิ๊"ผักขาเอ่ยแทรกน้องชายขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าน้องชายจะเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาพูดให้น้องสาวกับผู้เป็นแม่ต้องหนักใจไปด้วย
"ผักขาเงียบ มันพูดว่าอะไรไหนเล่าให้แม่ฟัง"ครั้งนี้เป็นคุณนายอรอนงค์ที่เอ่ยพูดขึ้น ซึ่งผักขาที่โดนผู้เป็นแม่สั่งให้เงียบก็ได้แต่นั่งก้มหน้าเม้มปากเข้าหากันแน่นฟังข้าวเม่าเล่าเรื่องวันนี้ที่ตัวเขาโดนฝนลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านที่มีสถานะเป็นโอเม้ก้าเหมือนกัน ต่างกันแค่เธอเป็นยีนเด่นเอ่ยว่าดูถูกมา
เหตุการณ์ที่ตลาด
"อ่าวก็นึกว่าโอเมก้ายีนด้อยที่ไหน ที่แท้ก็โอเมก้ากลิ่นเหม็นฉุนนี่เอง"น้ำเสียงหวานของหญิงสาวที่มีใบหน้าตาจิ้มลิ้มเอ่ยพูดทั้งขึ้นเมื่อเห็นผักขา พลางสายตาที่จ้องมองมาที่ผักขาก็แสดงแววตาดูถูกเหยียดหยามไม่ชอบใจให้เห็นอย่างชัดเจน
"เฮ่อ....เสียงหมาเสียงแมวที่ไหนเนี่ย แกมองเห็นมั้ยข้าวเม่าว่าหมามันเห่าอยู่ตรงไหนจะได้เอาน้ำสาดไล่มัน"
"ไม่เห็นนะพี่ผัก หรือเพราะเราสูงไปอ่ะพี่ เลยไม่เห็นหมาที่มันเห่าอยู่ที่ต่ำ"ข้าวเม่าเอ่ยตอบพี่ชายพลางปรายตามองหญิงสาวที่ชื่อว่าน้ำฝนด้วยแววตาสมเพช
ด้านน้ำฝนที่โดนสองพี่น้องเอ่ยว่าส่วนกลับมา เริ่มโมโหควบคุมฟีโรโมนกลิ่นวานิลลาของตัวเองไม่ได้ก็ปล่อยกลิ่นหอมหวานออกมาให้ผักขาได้กลิ่น ก่อนที่จะเอ่ยพูดคำดูถูกเหยียดหยามผักขาอีกครั้ง
"ว่าให้คนอื่นต่ำไม่ดูพี่ชายตัวเองเลยนะ ไม่รู้โอเมก้ายีนด้อยคนไหนที่กลับมาจากกรุงเทพพร้อมกับรอยกัดสร้างพันธะ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอัลฟ่าเจ้าของรอยกัดนั้น แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรอ่ะแก โอ๊ะ! ถูกคู่ทิ้งแบบไม่ไยดีหรือเปล่านะหรือที่เขาทิ้งเพราะทนกลิ่นฟีโรโมนเหม็นฉุนของผักชะอมจนทนไม่ไหวน๊าาา ฮ่าๆๆ"
"มึง อย่าอยู่เลยอีน้ำฝน"
"กรี๊ดดดแกจะทำอะไรปล่อยฉันนะไอ้ข้าวเม่า!"
"เห๊ย!ข้าวเม่าหยุดนะแกจะต่อยผู้หญิงไม่ได้นะเว้ย"
/////////////////////////////////////////
"พี่ไม่น่าห้ามพี่ข้าวเม่าเลย พี่น่าจะปล่อยให้พี่ข้าวต่อยปากมันสักหมัดสองหมัด"อัญชันที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ชายคนกลางทั้งหมดก็เอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้าหงุดหงิด
ส่วนด้านผักขาก็ได้แต่นั่งจับมือน้องสาวออกแรงบีบสองสามที แล้วคลี่รอยยิ้มบางๆส่งให้ ก่อนที่จะเอ่ยพูดขึ้นอย่างปลงๆ
"ช่างเขาเถอะ ปากของเขาเขาจะพูดอะไรเราห้ามเขาพูดได้หรือไง อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ผ่านมาตั้ง5ปีแล้วนี่น่า"
"จะชินได้ยังไงผัก ผักจะปล่อยให้พวกมันพูดให้แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แม่เข้าใจในเรื่องที่ผิดพลาดนะ แต่ผักจะทนทรมานแบบนี้ไปอีกกี่ปี ผักก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าถึงช่วงฮีทแล้วไม่มีกลิ่นของคู่พันธะของตัวเองคอยปลอบประโลมมันทรมานแค่ไหน"
อรอนงค์เอ่ยพูดขึ้น เธอนั้นพยายามกล่อมลูกชายหลายครั้งต่อหลายครั้งว่าให้ลองกลับขึ้นไปกรุงเทพเพื่อหาคู่พันธะดีมั้ย เพราะเธอทนเห็นลูกชายทรมานในช่วงฮีทที่ขาดคู่มานานหลายปีแล้ว อีกทั้งยังมีคนแถวนี้ที่พูดให้ลูกชายเธอเสียๆหายๆอีกสารพัดนี่อีก
แต่สุดท้ายลูกชายของเธอก็ปฏิเสธทุกที เช่นครั้งนี้ก็เหมือนกัน
"ไม่เอาหรอกคุณนาย อีกอย่างเดิมทีผักก็เป็นโอเมก้ายีนด้อยที่2-3เดือนถึงจะมีอาการฮีท แล้วยิ่งมีพันธะปี1ผักฮีทแค่2ครั้งเอง ดีไม่ได้ดีฮีทแค่ครั้งเดียวต่อปีด้วยซ้ำ แค่นี้ผักทนได้"
"เฮ่ออออดื้อจริงๆเจ้าลูกชายคนนี้ แต่เอาเถอะแม่แล้วแต่แก เออแล้วก็สิ้นเดือนนี้พวกผู้รับเหมากับสถาปนิกเข้าจะเริ่มการก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ของแกแล้วนะผัก หลังจากสิ้นเดือนนี้แกก็เข้าไปตรวจงานแล้วคุยงานกับเขาเอานะ"
"สิ้นเดือนนี้เหรอคุณนาย ว่าแต่คุณนายให้บริษัทไหนออกแบบให้อย่างงั้นเหรอ"
"บริษัทผัวเอ็งมั้ง ถามมาได้ก็บริษัทT.J.K จำกัดสิวะ ก็แกบอกว่าบริษัทนี้ออกแบบได้ดีและมีมารตฐานไม่ใช่หรือไง"
"เอ้า ก็ผมนึกว่าคุณนายจะเอาบริษัทเดิมของคุณนายนี่"
"ขี้เกียจเถียงกับแกแล้วจะไปไหนก็ไป ไป แล้วก็สิ้นเดือนนี้อย่าลืมเข้าไปดูงานกับเขาด้วย เผื่ออยากแก้ไขหรือเพิ่มตรงไหนจะได้คุยกับเขาเลย"
"ครับ ๆ คุณนายยย"
หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง"ข้าวเม่าถามผักขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำขนมต่อโดยที่ไม่สนใจคำถามของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"โอ๊ยแล้วแกจะถามหาพระแสงอะไรนักหนา ฉันก็เร่งมือทำขนมบัวลอยอยู่เนี่ยเห็นมั้ย""เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ย ไปดูไซต์งานกับคุณสถาปนิกเขาก่อนเผื่อมีอะไรที่พี่อยากแก้ ดูเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำต่อก็ได้"ข้าวเม่าเอ่ยพูดขึ้นพลางตักขนมบัวลอยที่พี่ชายทำไว้ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอหนึ่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย"แล้วที่ฉันต้องมาทำใหม่แบบนี้ไม่ใช่เพราะแกที่กินหมดหรือไงไอ้เม่า! รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะเอาไปให้พวกคุณสถาปนิกกับพวกผู้รับเหมากินเพื่อผูกมิตร แก่ก็กินของพี่หมด!"ผักขาพูดขึ้นพลางมองไปยังน้องชายด้วยสายตาอาฆาตด้านข้าวเม่าที่เห็นพี่ชายมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาไม่พอใจ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อ
ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามหลังของผักขาที่เดินไปทางน้องชายตัวเองเพื่อจะคุยงานต่อ"อ่าวพี่ผัก คุยงานกับคุณสถาปนิกเสร็จแล้วเหรอ"ข้าวเม่าที่กำลังแจกบัวลอยที่ผักขาทำแบ่งใส่ถ้วยพลาสติกให้กับเหล่าผู้เหมาอยู่นั้น เมื่อหันมาเห็นพี่ชายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยเพราะนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเองทำไมพี่ชายเขาคุยเร็วจัง"เอ่อ...."ผักขาที่ยังคิดข้อแก้ตัวกับน้องชายไม่ได้ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ทว่าชนาธิปที่เห็นท่าทีอึกอักของคนตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงเอ่ยแทรกตอบข้าวเม่าไป"อ๋อ ยังหรอกครับคุณผักขาเขาบอกว่าจะให้ผมไปคุยที่บ้านน่ะครับ เห็นบอกว่าอยากให้คุณอรอนงค์ช่วยดูอีกทีว่าตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าถ้าเขาต้องการจะแก้ไข""ห๊ะ?"ผักขาเบิกตากว้างหันไปมองยังต้นเสียง
หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิมผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ้านสองชั้นขนาดพอดี ชนาธิปจัดการดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองคนด้านข้างที่พอรถจอดสนิทก็เก็บข้าวของแล้วรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเร็ว โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงแม้แต่น้อยและเมื่อเป็นอย่างนั้นตัวชนาธิปเองก็รีบปลดเบลท์เอี้ยวตัวไปคว้าแบบโครงสร้างที่อยู่ด้านหลังแล้วรีบลงจากรถก้าวเดินเร็วๆตามโอเมก้าร่างบางเข้าบ้าน"กลับมาแล้วเหรอผัก ทำไมกลับมาเร็วจัง"ทันทีที่สองเท้าของผักขาก้าวเข้ามาในบ้านเสียงของอรอนงค์ผู้เป็นแม่ที่นอนดูทีวีอยู่ที่ประจำก็ทักถามขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้มองมาที่ลูกชายยังคงเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี"คุณนายผมไม่ได้มาคนเดียว"ผักขาที่เห็นผู้เป็นแม่นอนดูทีวีด้วยท่าทีสบาย ๆ ก็เอ่ยบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวหรือกลับมากลับน้องชายนะ ให้รีบลุกขึ้น
"แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใส่จานข้าวของอัลฟ่าตัวสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่สนใจสีหน้าของลูกชายว่าตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจมากแค่ไหน"!!!""กินเยอะๆนะจ๊ะนายน์""ขอบคุณครับคุณน้า"ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ย้ายมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเป็นสี่นั้นก็คือ อัญชัน ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายอรอนงค์"ดะ เดี๋ยวสิแม่! ทำไมแม่ให้เขาค้างที่บ้านของเราล่ะ"ด้านผักขาที่พึ่งหายอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก็เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้างงงวยและไม่เข้าใจ"ก็เผอิญว่าโรงแรมที่นายน์เขาจองไว้มีปัญหา ทำให้เขาเข้าพักไม่ได้อีกอย่างเลขาเขาก็ติดธุระด่วนเลยไม่ว่างมาหาที่พักใหม่ให้ แม่ก็เลยให้นายน์พักที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ก็ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยังคงไม่เข้าใจ
"อื้อห์ อ่าาาส์ เจ็บ เบาหน่อย อ่าาส์"น้ำเสียงครางหวานร้องบอกคนตัวสูงที่ขยับกายถาโถมเข้าหาคนร่างบางที่หันหลังพิงใบหน้าเข้าหาผนังห้องน้ำอย่างบ้าคลั่งกลิ่นเหม็นฉุนและกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ เมื่อความต้องการของคนทั้งสองที่กำลังนัวเนียนกันปะทุเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณของอัลฟ่าและโอเมก้าที่เกิดอาการรัทและฮีทขึ้นพร้อมกันร่างสูงของอัลฟ่ายีนเด่นขยับตอกอัดเข้าหาร่างกายขาวเนียนของโอเมก้าที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนออกมาหลอกล้อเขาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ อัลฟ่าตัวสูงที่ตอนนี้ห้ามฟีโรโมนของตัวเองไม่ได้เช่นกันก็ปล่อยกลิ่นหอมของดอกมะลิฟุ้งกระจายออกมาไม่ต่างกันพับ พับ พับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงร้องครางกระเส่ายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนตัวสูงที่ไร้สติยังคงกระแทกตอกอัดลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยที่ตอนนี้ได้บวมช้ำอย่างชัดเจน"หื้มมม"เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นจากอัลฟ่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนเป็นดอกมะลิ พลางเอวสอบก็ยังคงกระแทกกระทั่งลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยของโอเมก้าที่หันหลังโก่งก้นให้ตัวเขาไม่หยุดหย่อน"อ่าาส์ อย่า อย่ากัดนะ อื้มม"น้ำเสียงครางหวานสลับกับร้องห้ามดังขึ้นจากร่า
"แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใส่จานข้าวของอัลฟ่าตัวสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่สนใจสีหน้าของลูกชายว่าตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจมากแค่ไหน"!!!""กินเยอะๆนะจ๊ะนายน์""ขอบคุณครับคุณน้า"ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ย้ายมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเป็นสี่นั้นก็คือ อัญชัน ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายอรอนงค์"ดะ เดี๋ยวสิแม่! ทำไมแม่ให้เขาค้างที่บ้านของเราล่ะ"ด้านผักขาที่พึ่งหายอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก็เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้างงงวยและไม่เข้าใจ"ก็เผอิญว่าโรงแรมที่นายน์เขาจองไว้มีปัญหา ทำให้เขาเข้าพักไม่ได้อีกอย่างเลขาเขาก็ติดธุระด่วนเลยไม่ว่างมาหาที่พักใหม่ให้ แม่ก็เลยให้นายน์พักที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ก็ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยังคงไม่เข้าใจ
หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิมผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ้านสองชั้นขนาดพอดี ชนาธิปจัดการดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองคนด้านข้างที่พอรถจอดสนิทก็เก็บข้าวของแล้วรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเร็ว โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงแม้แต่น้อยและเมื่อเป็นอย่างนั้นตัวชนาธิปเองก็รีบปลดเบลท์เอี้ยวตัวไปคว้าแบบโครงสร้างที่อยู่ด้านหลังแล้วรีบลงจากรถก้าวเดินเร็วๆตามโอเมก้าร่างบางเข้าบ้าน"กลับมาแล้วเหรอผัก ทำไมกลับมาเร็วจัง"ทันทีที่สองเท้าของผักขาก้าวเข้ามาในบ้านเสียงของอรอนงค์ผู้เป็นแม่ที่นอนดูทีวีอยู่ที่ประจำก็ทักถามขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้มองมาที่ลูกชายยังคงเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี"คุณนายผมไม่ได้มาคนเดียว"ผักขาที่เห็นผู้เป็นแม่นอนดูทีวีด้วยท่าทีสบาย ๆ ก็เอ่ยบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวหรือกลับมากลับน้องชายนะ ให้รีบลุกขึ้น
ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามหลังของผักขาที่เดินไปทางน้องชายตัวเองเพื่อจะคุยงานต่อ"อ่าวพี่ผัก คุยงานกับคุณสถาปนิกเสร็จแล้วเหรอ"ข้าวเม่าที่กำลังแจกบัวลอยที่ผักขาทำแบ่งใส่ถ้วยพลาสติกให้กับเหล่าผู้เหมาอยู่นั้น เมื่อหันมาเห็นพี่ชายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยเพราะนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเองทำไมพี่ชายเขาคุยเร็วจัง"เอ่อ...."ผักขาที่ยังคิดข้อแก้ตัวกับน้องชายไม่ได้ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ทว่าชนาธิปที่เห็นท่าทีอึกอักของคนตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงเอ่ยแทรกตอบข้าวเม่าไป"อ๋อ ยังหรอกครับคุณผักขาเขาบอกว่าจะให้ผมไปคุยที่บ้านน่ะครับ เห็นบอกว่าอยากให้คุณอรอนงค์ช่วยดูอีกทีว่าตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าถ้าเขาต้องการจะแก้ไข""ห๊ะ?"ผักขาเบิกตากว้างหันไปมองยังต้นเสียง
หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง"ข้าวเม่าถามผักขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำขนมต่อโดยที่ไม่สนใจคำถามของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"โอ๊ยแล้วแกจะถามหาพระแสงอะไรนักหนา ฉันก็เร่งมือทำขนมบัวลอยอยู่เนี่ยเห็นมั้ย""เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ย ไปดูไซต์งานกับคุณสถาปนิกเขาก่อนเผื่อมีอะไรที่พี่อยากแก้ ดูเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำต่อก็ได้"ข้าวเม่าเอ่ยพูดขึ้นพลางตักขนมบัวลอยที่พี่ชายทำไว้ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอหนึ่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย"แล้วที่ฉันต้องมาทำใหม่แบบนี้ไม่ใช่เพราะแกที่กินหมดหรือไงไอ้เม่า! รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะเอาไปให้พวกคุณสถาปนิกกับพวกผู้รับเหมากินเพื่อผูกมิตร แก่ก็กินของพี่หมด!"ผักขาพูดขึ้นพลางมองไปยังน้องชายด้วยสายตาอาฆาตด้านข้าวเม่าที่เห็นพี่ชายมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาไม่พอใจ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อ
5ปีต่อมา"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ""อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง"ไม่มีแล้วครับ""อืม"ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว
"อื้อห์ อ่าาาส์ เจ็บ เบาหน่อย อ่าาส์"น้ำเสียงครางหวานร้องบอกคนตัวสูงที่ขยับกายถาโถมเข้าหาคนร่างบางที่หันหลังพิงใบหน้าเข้าหาผนังห้องน้ำอย่างบ้าคลั่งกลิ่นเหม็นฉุนและกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ เมื่อความต้องการของคนทั้งสองที่กำลังนัวเนียนกันปะทุเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณของอัลฟ่าและโอเมก้าที่เกิดอาการรัทและฮีทขึ้นพร้อมกันร่างสูงของอัลฟ่ายีนเด่นขยับตอกอัดเข้าหาร่างกายขาวเนียนของโอเมก้าที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนออกมาหลอกล้อเขาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ อัลฟ่าตัวสูงที่ตอนนี้ห้ามฟีโรโมนของตัวเองไม่ได้เช่นกันก็ปล่อยกลิ่นหอมของดอกมะลิฟุ้งกระจายออกมาไม่ต่างกันพับ พับ พับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงร้องครางกระเส่ายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนตัวสูงที่ไร้สติยังคงกระแทกตอกอัดลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยที่ตอนนี้ได้บวมช้ำอย่างชัดเจน"หื้มมม"เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นจากอัลฟ่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนเป็นดอกมะลิ พลางเอวสอบก็ยังคงกระแทกกระทั่งลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยของโอเมก้าที่หันหลังโก่งก้นให้ตัวเขาไม่หยุดหย่อน"อ่าาส์ อย่า อย่ากัดนะ อื้มม"น้ำเสียงครางหวานสลับกับร้องห้ามดังขึ้นจากร่า