หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิม
ผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ้านสองชั้นขนาดพอดี ชนาธิปจัดการดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองคนด้านข้างที่พอรถจอดสนิทก็เก็บข้าวของแล้วรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเร็ว โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงแม้แต่น้อย
และเมื่อเป็นอย่างนั้นตัวชนาธิปเองก็รีบปลดเบลท์เอี้ยวตัวไปคว้าแบบโครงสร้างที่อยู่ด้านหลังแล้วรีบลงจากรถก้าวเดินเร็วๆตามโอเมก้าร่างบางเข้าบ้าน
"กลับมาแล้วเหรอผัก ทำไมกลับมาเร็วจัง"
ทันทีที่สองเท้าของผักขาก้าวเข้ามาในบ้านเสียงของอรอนงค์ผู้เป็นแม่ที่นอนดูทีวีอยู่ที่ประจำก็ทักถามขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้มองมาที่ลูกชายยังคงเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี
"คุณนายผมไม่ได้มาคนเดียว"ผักขาที่เห็นผู้เป็นแม่นอนดูทีวีด้วยท่าทีสบาย ๆ ก็เอ่ยบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวหรือกลับมากลับน้องชายนะ ให้รีบลุกขึ้นนั่งดี ๆ
"หื้มม อ่าวคุณชนาธิปมาได้ไงคะเนี่ย มาค่ะเข้ามานั่งก่อน"อรอนงค์ที่เข้าใจในสิ่งที่ลูกชายต้องการจะสื่อก็รีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองทางลูกชาย ก่อนที่จะพบว่าด้านหลังของลูกชายมีชายหนุ่มที่ตัวเองรู้จักยืนอยู่ก็รีบทักทายแล้วชวนมานั่งทันที
"ขอโทษที่ไม่ได้โทรบอกล่วงหน้านะครับว่าจะเข้ามา พอดีว่าพึ่งตัดสินใจกันกะทันหันที่หน้าไซต์งานน่ะครับ"นายน์เอ่ยตอบคุณนายอรอนงค์ด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนที่จะก้าวเดินมาทรุดตัวลงนั่งยังโซฟาตามคำเชิญของเจ้าของบ้าน
โดยทุกการกระทำของคนตัวสูงก็อยู่ในสายตาของผักขาตลอด
ด้านผักขาที่ยังไม่รู้ว่าจะหาวิธีการไล่ให้อัลฟ่าตัวสูงนี้กลับไปโดยเร็วได้ยังไงก็ได้แต่จำใจเดินตรงมาทรุดตัวนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ เพื่อที่จะได้พูดคุยแบบโครงสร้างนี้ให้มันจบเร็ว ๆ แล้วจะได้ไล่ให้นายน์กลับไปอย่างไม่น่าเกลียด
เพราะมีวิธีนี้วิธีเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้
"งั้นเราเริ่มคุยงานกันให้จบเร็ว ๆ เถอะครับ"
"เอ๊ะไอ้ลูกคนนี้นี่ ทำไมพูดจาแบบนี้ พี่เขาพึ่งจะมาถึงบ้านเราเหนื่อย ๆ ไปหาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขกไป"อรอนงค์ที่เห็นลูกชายแสดงท่าทีออกมาไม่ดี ก็รีบฟาดฝ่ามือใส่ต้นแขนผักขาไม่แรงมากนักพร้อมกับเอ่ยพูดสั่งสอนลูกชายเล็กน้อย ก่อนที่จะไล่ผักขาให้ไปเตรียมพวกน้ำและขนมมาต้อนรับแขก
"ต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะ เจ้าผักขาก็เป็นคนแบบนี้แหละไม่ค่อยมีมิตรไมตรีเท่าไหร่นัก"
หลังจากลูกชายคนโตลุกเดินปึงปังออกไปตามคำที่ตนบอก อรอนงค์ผู้เป็นแม่ก็หันมาเอ่ยขอโทษขอโพยนายน์ทันที
ส่วนด้านนายน์ที่เห็นท่าทีของคนร่างบางที่มองมาที่ตนด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะเดินออกไปนั้น ก็ได้แต่ยิ้มอย่างนึกเอ็นดูแล้วหันมาพูดคุยกับอรอนงค์ต่อ
"ไม่เป็นไรเลยครับ ผมเข้าใจครับว่าน้องเขาคงอยากจะคุยงานให้เสร็จเร็ว ๆ "
"เฮ่อออเจ้าลูกคนนี้นี่ชอบทำให้แม่ปวดหัวจริง ๆ ถ้าเกิดว่าน้องแสดงท่าทีไม่ดีต่อคุณชนาธิปฉันต้องขอโทษแทนด้วยนะคะ"อรอนงค์บ่นให้ลูกชายตัวเองเบา ๆ ก่อนที่จะเอ่ยขอโทษชนาธิปอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรเลยครับ คุณอรอนงค์ไม่ต้องขอโทษผมแล้ว อีกอย่างเรียกผมว่านายน์ก็ได้นะครับไม่ต้องเรียกชื่อจริงของผมก็ได้"
"อ่าถ้าอย่างนั้น งั้นก็เรียกน้าว่าน้าอรก็แล้วกันจะได้สนิท ๆ กัน"
"เอาอย่างงั้นก็ได้ครับ"
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผักขาก็นำพวกขนมผลไม้และน้ำเข้ามาแล้วคนทั้งสามก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับโครงสร้างตึกอีกครั้งอย่างจริงจัง ว่าต้องการที่จะปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมตรงไหนอีกมั้ยและก็พูดคุยเกี่ยวกับระยะเวลาในการสร้างและสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย จนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง
มารู้ตัวอีกทีเวลาก็ปามาถึงห้าโมงเย็นแล้ว เห็นดังนั้นคุณนายอรอนงค์จึงได้เอ่ยปากชวนให้ชนาธิปนั้นได้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อน โดยที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านของลูกชายคนโตเลยแม้แต่น้อย
และเมื่อผู้เป็นแม่ของผักขาเปิดโอกาสให้เขาได้อยู่ต่อและใกล้ชิดผักขามากขึ้นมีหรือว่านายน์จะปล่อยไป ก็ต้องตอบตกลงอยู่แล้ว
หลังจากที่คุยงานและชวนอัลฟ่าหนุ่มให้อยู่กินข้าวด้วยกันสำเร็จ ผู้เป็นแม่อย่างอรอนงค์ก็ไล่ให้ลูกชายนั้นไปทำกับข้าวก่อนแล้วตัวของเธอก็อยู่ผู้คุยกับนายน์อีกเล็กน้อย ก่อนที่จะขอปลีกตัวไปช่วยลูกชายทำกับข้าว
แต่ทว่าอรอนงค์ที่กำลังลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะไปช่วยลูกชายก็ต้องทำหน้าแปลกใจ เมื่ออยู่ ๆ ชายหนุ่มตัวสูงก็แสดงสีหน้าเป็นกังวลหลังจากอ่านข้อความในมือถือ
"มีอะไรหรือเปล่านายน์ ขอโทษที่น้าเสียมารยาทนะพอดีน้าเห็นนายน์มองมือถือแล้วแสดงสีหน้าเป็นกังวล ถ้ามีธุระด่วนนายน์บอกน้าได้นะ"อรอนงค์เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะเธอเกรงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมีธุระด่วนแต่ไม่กล้าไปเพราะเกรงใจเธอที่ชวนกินข้าวเย็นด้วย
"เปล่าหรอกครับ พอดีว่าเลขาของผมทักมาบอกว่าทางโรงแรมที่ผมจองไว้มีปัญหาทำให้ไม่สามารถเปิดห้องพักให้ผมได้น่ะครับ เฮ่ออ"ชนาธิปเอ่ยตอบพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
ด้านคุณนายอรอนงค์เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจออกมา ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วงทันที
"อ่าวทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้ล่ะ แล้วนี่นายน์ได้ที่พักใหม่หรือยัง"
"ยังเลยครับ พอดีว่าตอนนี้เลขาของผมเขากำลังเคลียร์งานด่วนอยู่น่ะครับเลยไม่มีเวลาปลีกตัวมาหาโรงแรมใหม่ให้ ผมกะว่ากินข้าวเย็นเสร็จแล้วค่อยไปหาที่พักใหม่อีกทีน่ะครับ"ชนาธิปเอ่ยตอบหญิงวัยกลางคนพลางคลี่ยิ้มเล็กน้อยส่งให้
แต่ทว่าคนตัวสูงที่กำลังนั่งคุยกับหญิงวัยกลางคนเป็นต้องนิ่งชะงัก เมื่ออยู่ ๆ กลิ่นเหม็นฉุนปนกลับกลิ่นหอมของกระเทียมที่โดนผัดก็ลอยมาเตะจมูกของเขา
"กลิ่นนี้มัน...."ชนาธิปสบถออกเสียงเบาพลางหันไปมองยังทางห้องครัวที่ผักขากำลังทำกับข้าวอยู่ในนั้น
"กลิ่นไข่เจียวชะอมน่ะ เมนูนี้โปรดผักขาเขาแหละ"อรอนงค์เอ่ยพูดขึ้นมาอย่างยิ้ม ๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มดูจะสนใจกลิ่นกับข้าวที่ลอยฟุ้งทั่วบ้านในเวลานี้
"ไข่เจียวชะอมเหรอครับ กลิ่นฉุนที่ผมได้กลิ่นตอนนี้คือกลิ่นของอะไรเหรอครับคุณน้า"นายน์ที่ยังสงสัยเรื่องกลิ่นที่ตัวเองได้กลิ่นในตอนนี้เอ่ยถามหญิงวัยกลางคนตรงหน้าขึ้นอย่างสงสัย
เพราะตอนนี้กลิ่นที่ฟุ้งทั่วทั้งบ้านในตอนนี้มันเหมือนกับกลิ่นฟีโรโมนขอผักขาเหลือเกิน ในตอนแรกเขานึกว่าเป็นกลิ่นฟีโรโมนของผักขาที่ลอยปนมากับกลิ่นของอาหาร
แต่ทว่าเขาต้องคิดใหม่เพราะอรอนงค์ที่นั่งอยู่กับเขาก็ได้กลิ่นด้วย เพราะฉะนั้นกลิ่นกลิ่นนี้ต้องเป็นกลิ่นของอะไรสักอย่างที่เหมือนกับกลิ่นฟีโรโมนของผักขา
"กลิ่นของผักชะอมที่ใส่ในไข่เจียวน่ะจ้ะ ความจริงกลิ่นนี้ก็เป็นกลิ่นฟีโรโมนของผักขาเขานะ แต่ถึงพูดอย่างนั้นน้ากับน้อง ๆ ของผักขาก็ไม่เคยได้กลิ่นฟีโรโมนของเจ้าตัวหรอกเพราะพวกน้าต่างก็เป็นคนธรรมดา มีแค่ผักขาที่เป็นโอเมก้าอยู่คนเดียว ว่าแต่นายน์เป็นอัลฟ่าใช่มั้ยลูก"อรอนงค์เอ่ยพูดอธิบายขึ้นมายาวเหยียด ก่อนที่จะเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นว่าเขานั้นมีสถานะเป็นอัลฟ่าอย่างที่เธอคิดไว้ใช่มั้ย
"ใช่ครับ ผมเป็นอัลฟ่า"นายน์เอ่ยตอบไปตามความจริงพลันนึกดีใจว่าในที่สุดตัวเองก็ได้รู้สักทีว่ากลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าตัวน้อยที่เขานึกสงสัยมานานหลายปีนั้นคือกลิ่นอะไร
ที่แท้ก็คือกลิ่นผักชะอมนี่เอง
"อะจริงสิ! น้าก็ดันคุยเรื่องของลูกชายของน้าซะเพลินจนลืมเรื่องของนายน์ไปเลย"
"ครับ? เรื่องของเหรอครับ"
"ใช่จ้ะ เอาอย่างนี้มั้ยจ้ะถ้านายน์ยังไม่มีที่พัก งั้นนายน์มาพักที่บ้านของน้าก่อนมั้ย"อรอนงค์พูดเสนอขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ
"เอ่อ...มันจะดีเหรอครับคุณน้า คือผมเกรงใจเพราะยังไงผมก็พึ่งจะรู้จักคุณน้าเอง"
"โอ๊ยไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะยังไงบ้านของน้าก็มีห้องว่างไว้สำหรับแขกอยู่แล้ว อีกอย่างวันนี้มันก็จะมืดแล้วด้วยแถมที่นี้ยังอยู่ต่างจังหวัดอีกกว่าจะหาโรงแรมดี ๆ ได้ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย แล้วน้าเองก็รู้สึกชอบและเอ็นดูนายน์มาก นายน์ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ ว่ายังไงจ๊ะนายน์จะพักอยู่บ้านน้ามั้ย"
อรอนงค์เอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง พลางใบหน้าที่เริ่มมีรอยย่นตามอายุก็จ้องมองชายหนุ่มเพื่อรอคำตอบ
แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่นายน์เอ่ยพูดขึ้นมาว่าเขาไม่มีที่พักนั้นเป็นแผนของเขาทั้งหมด ที่หาเรื่องให้คุณนายน์อรอนงค์ชวนตัวเขาค้างอยู่ที่นี้ต่อ
"งั้นผมก็ขอรบกวนคุณน้าสักคืนด้วยนะครับ"
เป็นไปตามแผน
"แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใส่จานข้าวของอัลฟ่าตัวสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่สนใจสีหน้าของลูกชายว่าตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจมากแค่ไหน"!!!""กินเยอะๆนะจ๊ะนายน์""ขอบคุณครับคุณน้า"ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ย้ายมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเป็นสี่นั้นก็คือ อัญชัน ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายอรอนงค์"ดะ เดี๋ยวสิแม่! ทำไมแม่ให้เขาค้างที่บ้านของเราล่ะ"ด้านผักขาที่พึ่งหายอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก็เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้างงงวยและไม่เข้าใจ"ก็เผอิญว่าโรงแรมที่นายน์เขาจองไว้มีปัญหา ทำให้เขาเข้าพักไม่ได้อีกอย่างเลขาเขาก็ติดธุระด่วนเลยไม่ว่างมาหาที่พักใหม่ให้ แม่ก็เลยให้นายน์พักที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ก็ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยังคงไม่เข้าใจ
"อื้อห์ อ่าาาส์ เจ็บ เบาหน่อย อ่าาส์"น้ำเสียงครางหวานร้องบอกคนตัวสูงที่ขยับกายถาโถมเข้าหาคนร่างบางที่หันหลังพิงใบหน้าเข้าหาผนังห้องน้ำอย่างบ้าคลั่งกลิ่นเหม็นฉุนและกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ เมื่อความต้องการของคนทั้งสองที่กำลังนัวเนียนกันปะทุเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณของอัลฟ่าและโอเมก้าที่เกิดอาการรัทและฮีทขึ้นพร้อมกันร่างสูงของอัลฟ่ายีนเด่นขยับตอกอัดเข้าหาร่างกายขาวเนียนของโอเมก้าที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนออกมาหลอกล้อเขาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ อัลฟ่าตัวสูงที่ตอนนี้ห้ามฟีโรโมนของตัวเองไม่ได้เช่นกันก็ปล่อยกลิ่นหอมของดอกมะลิฟุ้งกระจายออกมาไม่ต่างกันพับ พับ พับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงร้องครางกระเส่ายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนตัวสูงที่ไร้สติยังคงกระแทกตอกอัดลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยที่ตอนนี้ได้บวมช้ำอย่างชัดเจน"หื้มมม"เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นจากอัลฟ่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนเป็นดอกมะลิ พลางเอวสอบก็ยังคงกระแทกกระทั่งลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยของโอเมก้าที่หันหลังโก่งก้นให้ตัวเขาไม่หยุดหย่อน"อ่าาส์ อย่า อย่ากัดนะ อื้มม"น้ำเสียงครางหวานสลับกับร้องห้ามดังขึ้นจากร่า
5ปีต่อมา"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ""อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง"ไม่มีแล้วครับ""อืม"ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว
หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง"ข้าวเม่าถามผักขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำขนมต่อโดยที่ไม่สนใจคำถามของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"โอ๊ยแล้วแกจะถามหาพระแสงอะไรนักหนา ฉันก็เร่งมือทำขนมบัวลอยอยู่เนี่ยเห็นมั้ย""เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ย ไปดูไซต์งานกับคุณสถาปนิกเขาก่อนเผื่อมีอะไรที่พี่อยากแก้ ดูเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำต่อก็ได้"ข้าวเม่าเอ่ยพูดขึ้นพลางตักขนมบัวลอยที่พี่ชายทำไว้ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอหนึ่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย"แล้วที่ฉันต้องมาทำใหม่แบบนี้ไม่ใช่เพราะแกที่กินหมดหรือไงไอ้เม่า! รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะเอาไปให้พวกคุณสถาปนิกกับพวกผู้รับเหมากินเพื่อผูกมิตร แก่ก็กินของพี่หมด!"ผักขาพูดขึ้นพลางมองไปยังน้องชายด้วยสายตาอาฆาตด้านข้าวเม่าที่เห็นพี่ชายมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาไม่พอใจ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อ
ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามหลังของผักขาที่เดินไปทางน้องชายตัวเองเพื่อจะคุยงานต่อ"อ่าวพี่ผัก คุยงานกับคุณสถาปนิกเสร็จแล้วเหรอ"ข้าวเม่าที่กำลังแจกบัวลอยที่ผักขาทำแบ่งใส่ถ้วยพลาสติกให้กับเหล่าผู้เหมาอยู่นั้น เมื่อหันมาเห็นพี่ชายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยเพราะนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเองทำไมพี่ชายเขาคุยเร็วจัง"เอ่อ...."ผักขาที่ยังคิดข้อแก้ตัวกับน้องชายไม่ได้ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ทว่าชนาธิปที่เห็นท่าทีอึกอักของคนตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงเอ่ยแทรกตอบข้าวเม่าไป"อ๋อ ยังหรอกครับคุณผักขาเขาบอกว่าจะให้ผมไปคุยที่บ้านน่ะครับ เห็นบอกว่าอยากให้คุณอรอนงค์ช่วยดูอีกทีว่าตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าถ้าเขาต้องการจะแก้ไข""ห๊ะ?"ผักขาเบิกตากว้างหันไปมองยังต้นเสียง
"แม่ว่าไงนะ!"ทันภัทรร้องถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อได้ยินประโยคที่อรอนงค์ผู้ให้กำเนิดตัวเองเอ่ยบอกท่ามกลางโต๊ะกินข้าวมาอย่างนั้น"หูตึงหรือยังไงผักขา ก็บอกอยู่ว่าวันนี้นายน์จะค้างที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยตอบลูกชายคนโตกลับไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางมือก็เอื้อมไปตักหารใส่จานข้าวของอัลฟ่าตัวสูงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยไม่สนใจสีหน้าของลูกชายว่าตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจมากแค่ไหน"!!!""กินเยอะๆนะจ๊ะนายน์""ขอบคุณครับคุณน้า"ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้ย้ายมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนเป็นสี่นั้นก็คือ อัญชัน ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายอรอนงค์"ดะ เดี๋ยวสิแม่! ทำไมแม่ให้เขาค้างที่บ้านของเราล่ะ"ด้านผักขาที่พึ่งหายอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ก็เอ่ยถามผู้เป็นแม่ขึ้นด้วยสีหน้างงงวยและไม่เข้าใจ"ก็เผอิญว่าโรงแรมที่นายน์เขาจองไว้มีปัญหา ทำให้เขาเข้าพักไม่ได้อีกอย่างเลขาเขาก็ติดธุระด่วนเลยไม่ว่างมาหาที่พักใหม่ให้ แม่ก็เลยให้นายน์พักที่บ้านของเรา"อรอนงค์เอ่ยอธิบายให้ลูกชายฟัง แต่ก็ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยังคงไม่เข้าใจ
หลังจากที่จบประโยคคำพูดของชนาธิป ทินภัทรก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือตอบอะไรกลับมาอีกและเมื่อนายน์เห็นผักขาเอาแต่นั่งเงียบหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเดียว ก็ไม่ได้เอ่ยพูดหรือซักไซ้ก่อนที่จะหันกลับมาตั้งใจขับรถตรงไปบ้านของผักขาตามเดิมผ่านไปไม่นานรถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดสนิทในรั้วบ้านสองชั้นขนาดพอดี ชนาธิปจัดการดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองคนด้านข้างที่พอรถจอดสนิทก็เก็บข้าวของแล้วรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างเร็ว โดยที่ไม่หันมามองคนตัวสูงแม้แต่น้อยและเมื่อเป็นอย่างนั้นตัวชนาธิปเองก็รีบปลดเบลท์เอี้ยวตัวไปคว้าแบบโครงสร้างที่อยู่ด้านหลังแล้วรีบลงจากรถก้าวเดินเร็วๆตามโอเมก้าร่างบางเข้าบ้าน"กลับมาแล้วเหรอผัก ทำไมกลับมาเร็วจัง"ทันทีที่สองเท้าของผักขาก้าวเข้ามาในบ้านเสียงของอรอนงค์ผู้เป็นแม่ที่นอนดูทีวีอยู่ที่ประจำก็ทักถามขึ้นทั้งที่สายตาไม่ได้มองมาที่ลูกชายยังคงเอาแต่จับจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวี"คุณนายผมไม่ได้มาคนเดียว"ผักขาที่เห็นผู้เป็นแม่นอนดูทีวีด้วยท่าทีสบาย ๆ ก็เอ่ยบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้กลับมาเพียงคนเดียวหรือกลับมากลับน้องชายนะ ให้รีบลุกขึ้น
ชนาธิป"ถ้าคุณชนาธิปยังไม่คุยตอนนี้ งั้นผมขอตัวไปคุยกับผู้รับเหมาก่อนนะครับ"หลังจากที่ผักขาเอ่ยจบประโยคเจ้าตัวก็รีบสาวเท้าเดินหนีจากนายน์ไปในทันที"หึ! หนีเก่งจริงๆ"ด้านนายน์เองเมื่อเห็นโอเมก้าตัวน้อยที่เขาพยายามตามหามาตลอดหลายปีมีท่าทีไม่อยากจะเข้าใกล้ตัวเองเท่าไหร่นัก ก็ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างชอบใจ ก่อนที่จะก้าวเท้าเดินตามหลังของผักขาที่เดินไปทางน้องชายตัวเองเพื่อจะคุยงานต่อ"อ่าวพี่ผัก คุยงานกับคุณสถาปนิกเสร็จแล้วเหรอ"ข้าวเม่าที่กำลังแจกบัวลอยที่ผักขาทำแบ่งใส่ถ้วยพลาสติกให้กับเหล่าผู้เหมาอยู่นั้น เมื่อหันมาเห็นพี่ชายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยเพราะนี้พึ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเองทำไมพี่ชายเขาคุยเร็วจัง"เอ่อ...."ผักขาที่ยังคิดข้อแก้ตัวกับน้องชายไม่ได้ก็ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ทว่าชนาธิปที่เห็นท่าทีอึกอักของคนตัวเล็กก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงเอ่ยแทรกตอบข้าวเม่าไป"อ๋อ ยังหรอกครับคุณผักขาเขาบอกว่าจะให้ผมไปคุยที่บ้านน่ะครับ เห็นบอกว่าอยากให้คุณอรอนงค์ช่วยดูอีกทีว่าตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าถ้าเขาต้องการจะแก้ไข""ห๊ะ?"ผักขาเบิกตากว้างหันไปมองยังต้นเสียง
หลายวันต่อมาทินภัทร"พี่ผัก พี่จะเข้าไปดูไซต์งานตอนไหนเนี่ย มันสายแล้วนะ"ข้าวเม่าที่นั่งกินของหวานอยู่ในห้องครัวเอ่ยถามพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้มัวแต่ทำขนมขึ้นด้านผักขาที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำบัวลอยอยู่นั้นก็ทำเพียงเงยหน้ามามองน้องชายเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าปั้นขนมของตัวเองต่อ"นี่พี่ผักไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง"ข้าวเม่าถามผักขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำขนมต่อโดยที่ไม่สนใจคำถามของตัวเขาเลยแม้แต่น้อย"โอ๊ยแล้วแกจะถามหาพระแสงอะไรนักหนา ฉันก็เร่งมือทำขนมบัวลอยอยู่เนี่ยเห็นมั้ย""เอาไว้ก่อนก็ได้มั้ย ไปดูไซต์งานกับคุณสถาปนิกเขาก่อนเผื่อมีอะไรที่พี่อยากแก้ ดูเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำต่อก็ได้"ข้าวเม่าเอ่ยพูดขึ้นพลางตักขนมบัวลอยที่พี่ชายทำไว้ก่อนหน้านี้ไปแล้วหมอหนึ่งเข้าปากกินอย่างเอร็ดอร่อย"แล้วที่ฉันต้องมาทำใหม่แบบนี้ไม่ใช่เพราะแกที่กินหมดหรือไงไอ้เม่า! รู้ทั้งรู้ว่าพี่จะเอาไปให้พวกคุณสถาปนิกกับพวกผู้รับเหมากินเพื่อผูกมิตร แก่ก็กินของพี่หมด!"ผักขาพูดขึ้นพลางมองไปยังน้องชายด้วยสายตาอาฆาตด้านข้าวเม่าที่เห็นพี่ชายมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาไม่พอใจ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อ
5ปีต่อมา"ท่านประธานครับ งานที่ออกแบบตึกอพาร์ทเม้นท์ของคุณอรอนงค์ ทีมAออกแบบเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านประธานจะดูเลยไหมครับ"เสียงของเลขาชายรัวถามขึ้นทันทีที่สองเท้าของ ชนาธิป ธนจิรกานต์ หรือก็คือ นายน์ เหยียบเข้ามาในบริษัทที่ตอนนี้เขาในวัย32ปีได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธานบริษัท T.J.Kจำกัด บริษัทเกี่ยวกับสถาปนิกการออกแบบ แทนผู้เป็นพ่อของเขาอย่างเป็นทางการได้5ปีเต็มแล้ว"เอาเข้าห้องประชุมได้เลยครับ แล้วเรียกทีมAเข้ามาประชุมกับผมทั้งหมด เผื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไขผมจะได้พูดแค่ครั้งเดียว"เอ่ยจบชนาธิปก็ก้าวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเลขาของเขาวิ่งตามมาติด ๆ พร้อมกับเอ่ยพูดบอกแผลนของวันนี้ของเขาว่ามีไปที่ไหนอะไรยังไงบ้าง"วันนี้ตอน11โมงมีออกไปพูดคุยกับบริษัทของผู้รับเหมาก่อสร้างและตอนบ่าย3โมงทางคุณอรอนงค์จะโทรมาถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของแบบแผนตึกและคอนเฟิร์มวันเริ่มก่อสร้างนะครับ""อืม มีอะไรอีกไหม"ชนาธิปขานรับพลางถามกลับไปพลันดวงตาคมก็ยังคงจับจ้องที่เครื่องมือสื่อสารราคาแพงที่ขึ้นคำค้นหากลิ่นเหม็นฉุดมาจากอะไรได้บ้าง"ไม่มีแล้วครับ""อืม"ตลอด5ปีที่ผ่านมานายน์ยังคงค้นหากลิ่นเหม็นฉุนของโอเมก้าคนนั้นว
"อื้อห์ อ่าาาส์ เจ็บ เบาหน่อย อ่าาส์"น้ำเสียงครางหวานร้องบอกคนตัวสูงที่ขยับกายถาโถมเข้าหาคนร่างบางที่หันหลังพิงใบหน้าเข้าหาผนังห้องน้ำอย่างบ้าคลั่งกลิ่นเหม็นฉุนและกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆ เมื่อความต้องการของคนทั้งสองที่กำลังนัวเนียนกันปะทุเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามสัญชาตญาณของอัลฟ่าและโอเมก้าที่เกิดอาการรัทและฮีทขึ้นพร้อมกันร่างสูงของอัลฟ่ายีนเด่นขยับตอกอัดเข้าหาร่างกายขาวเนียนของโอเมก้าที่ส่งกลิ่นเหม็นฉุนออกมาหลอกล้อเขาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ อัลฟ่าตัวสูงที่ตอนนี้ห้ามฟีโรโมนของตัวเองไม่ได้เช่นกันก็ปล่อยกลิ่นหอมของดอกมะลิฟุ้งกระจายออกมาไม่ต่างกันพับ พับ พับเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสลับกับเสียงร้องครางกระเส่ายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนตัวสูงที่ไร้สติยังคงกระแทกตอกอัดลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยที่ตอนนี้ได้บวมช้ำอย่างชัดเจน"หื้มมม"เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นจากอัลฟ่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนเป็นดอกมะลิ พลางเอวสอบก็ยังคงกระแทกกระทั่งลำเอ็นเข้าออกช่องทางสีสวยของโอเมก้าที่หันหลังโก่งก้นให้ตัวเขาไม่หยุดหย่อน"อ่าาส์ อย่า อย่ากัดนะ อื้มม"น้ำเสียงครางหวานสลับกับร้องห้ามดังขึ้นจากร่า