All Chapters of ยอดหญิงในเงามาร: Chapter 361 - Chapter 370

446 Chapters

บทที่ 361

สำหรับตัวร้ายที่ใช้กลอุบายนี้ ชีหยวนรู้ดีอยู่แก่ใจทว่านางไม่ได้ใส่ใจนักไม่ใช่ว่านางดูถูกองค์หญิงเป่าหรง ต้องกล่าวอย่างยุติธรรมว่า ในเรื่องการวางแผนคิดร้ายคน องค์หญิงเป่าหรงนับว่าไม่เป็นสองรองใคร ตราบใดที่องค์หญิงเป่าหรงต้องการ นางสามารถเล่นงานคนที่นางหมายตาให้อยู่ในกำมือของนางได้ทั้งสิ้นดังนั้นในชาติก่อน ฮ่องเต้หย่งชางก็เคยถูกนางตะล่อมจนเชื่อฟัง จัดการให้นางแต่งกับบุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่สกุลลู่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งสำนักผู้บัญชาการทหารทั้งห้าทัพ ทำให้นางได้เป็นฮูหยินของผู้บัญชาการทหารสูงสุดองค์หญิงเป่าหรงอาศัยตำแหน่งนี้ ยุยงฮ่องเต้หย่งชางให้มองคนอื่นในแง่ร้าย กำจัดศัตรูฝ่ายตรงข้ามของตน และกดดันฝ่ายองค์รัชทายาทสุดท้ายอ๋องฉีสามารถเข้าวังได้ในช่วงที่ฮ่องเต้หย่งชางประชวรหนัก ก็เพราะนางเป็นผู้ช่วยเหลือจากภายในและภายนอก จนทำให้อ๋องฉีได้ครอบครองตราประทับหยกนับว่าเป็นตัวละครที่ร้ายกาจอย่างแท้จริงแต่ในขณะเดียวกัน นางก็เป็นคนที่ชอบควบคุมทุกอย่างไว้ในกำมือทุกคนล้วนมีจุดอ่อน คนอย่างนางสิ่ง ที่ไม่กลัวเลยก็คือตัวละครที่ร้ายกาจต่างก็เป็นก้อนหินเหมือนกัน ก็ลองมาปะทะกันดูว่าใครจะ
Read more

บทที่ 362

องค์หญิงเป่าหรงก้าวไปข้างหน้าจัดผ้าห่มให้กับอ๋องฉีอย่างสงบเยือกเย็น “ใช่แล้วเสด็จพี่ เสด็จพ่อมาเยี่ยมท่านทุกวัน อย่างน้อยท่านก็ควรคิดถึงเสด็จพ่อ คิดถึงเสด็จแม่บ้าง เสด็จแม่ร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตาให้ไหลแล้ว”เมื่อได้ยินเช่นนั้น อ๋องฉีจึงจับแขนขันทีสวีค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมานั่งพอเห็นบุตรชายยอมลุกขึ้นมานั่งเสียที เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยก็กุมหน้าร้องไห้ น้ำตาไหลพรากราวกับดอกสาลี่ต้องหยาดฝนฮ่องเต้หย่งชางทรงยื่นพระหัตถ์ไปโอบไหล่นางเบาๆ และตบปลอบโยนขณะที่ทรงอยู่เป็นเพื่อนอ๋องฉี ขันทีเซี่ยก็รีบก้าวเข้ามา แล้วกระซิบทูลรายงานบางอย่างข้างพระกรรณทันใดนั้น ฮ่องเต้หย่งชางก็ผละออกจากเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยทันที พระพักตร์ตกตะลึงอย่างยิ่งพลางตรัสถามขึ้นว่า “เจ้าว่าอะไรนะ?!”ขันทีเซี่ยก้มตัวลงทูลรายงานอีกครั้งฮ่องเต้หย่งชางถึงกับทรงลืมเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยข้างกาย เกือบทรงทำอะไรไม่ถูก ยืนนิ่งไปชั่วขณะ จากนั้นจู่ๆ ก็พุ่งออกไปด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว และเร็วขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หายลับไปในพริบตาขันทีเซี่ยและข้าราชบริพารคนอื่นๆ ต่างพากันรีบตามเสด็จไปหมดเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยมองตามเงาด้านหลังของพระองค์ด้วยความตกตะลึง ริม
Read more

บทที่ 363

คู่สามีภรรยาที่ไม่ได้เจอกันหลายปี เมื่อมาพบกันอีกครั้งสรรพสิ่งยังเหมือนเดิม แต่คนได้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อฮ่องเต้หย่งชางก้าวเข้าสู่ตำหนักไท่จี๋ จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาในพระทัยในเสี้ยววินาทีนั้น สิ่งที่ผุดขึ้นมาในสมองของเขาทั้งหมดคือความลำบากของพวกเขาสองสามีภรรยาเมื่อครั้งเพิ่งมาถึงเมืองจางโจวตอนนั้น เขายังเป็นเพียงท่านอ๋องที่ไม่ได้รับความโปรดปราน เมืองที่ได้รับมาปกครองก็เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงที่ทรุดโทรมบางครั้งก็มีพายุไต้ฝุ่น พอถึงฤดูหนาวก็หนาวเย็นแทบทนไม่ไหวตอนที่เขาเพิ่งไปถึงที่นั่น แม้แต่จวนของตัวเองก็ยังไม่มี ต้องพาพระชายาหลิ่วไปอาศัยอยู่ในจวนผู้ว่าการฝูเจี้ยนจนกระทั่งเขามุมานะ สร้างเมืองท่า ปราบปรามโจรสลัดและเหล่าผู้ร้าย จนในที่สุดสามารถตั้งหลักได้มั่นคง กระทั่งสามปีต่อมา ถึงได้มีจวนหมิ่นอ๋องเป็นของตัวเองแต่ถึงจะเป็นจวนอ๋อง ก็ไม่เหมือนกับจวนของอ๋องท่านอื่นๆ ที่มีกำแพงแดงและกระเบื้องเคลือบ เพียงแค่ใช้วัสดุในท้องถิ่น สร้างขึ้นจากไม้เนื้อแข็งและอิฐสีเขียวในพื้นที่ จวนอ๋องก็ไม่ได้มีการแกะสลักคานหรือวาดลวดลายตกแต่งตามเสาวันเวลาเหล่านั้น เหมือนจะผ่านไปเพียงชั
Read more

บทที่ 364

เป็นฮองเฮาเฝิงหรือ เป็นตระกูลเฝิงหรือ?ฮ่องเต้หย่งชางกัดฟันตรัสด้วยความโกรธเกรี้ยว “ข้าจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง จะไม่มีวันปล่อยพวกมันไปแน่!”พระองค์อดไม่ได้ที่จะถามต่อ “เจ้า​รู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำร้ายพวกเจ้าในปีนั้น?”หากเป็นฮองเฮาเฝิง คราวนี้ก็จะถือโอกาสที่พระชายาหลิ่วกลับมา ปลดฮองเฮาเฝิงเสีย และกำจัดตระกูลเฝิงไปได้ในคราวเดียวกัน!พระชายาหลิ่วมีสีหน้าเรียบเฉย “หม่อมฉันรู้เพียงว่าไม่ใช่ตระกูลเฝิง”“ไม่ใช่ตระกูลเฝิง?”สีหน้าของฮ่องเต้หย่งชางเปลี่ยนไปทันที แววตาฉายความลังเล “ไม่ใช่ตระกูลเฝิง เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจเช่นนั้น?”ในอดีต องค์หญิงใหญ่ก็ยืนกรานเช่นกันว่าไม่ใช่ตระกูลเฝิง ด้วยเหตุนี้ พระองค์เคยทะเลาะกับองค์หญิงใหญ่อย่างรุนแรงมาแล้วด้วยองค์หญิงใหญ่เลือกเก็บตัวอยู่ที่อารามไป๋อวิ๋น ไม่ว่าจะอย่างไร นางก็ไม่ยอมลงจากเขาตอนนี้เมื่อได้ยินพระชายาหลิ่วกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือตระกูลเฝิง ฮ่องเต้หย่งชางก็รู้สึกยากที่จะยอมรับได้พระชายาหลิ่วหัวเราะเยาะ “ไม่ใช่เพราะหม่อมฉันมั่นใจ แต่เป็นเพราะตอนนั้น หากเป็นตระกูลเฝิงที่ส่งนักฆ่าไปจริง เหตุใดจึงเป็นทหารชั้นยอดจากแคว้นหมิ่น? คน
Read more

บทที่ 365

ฮ่องเต้หย่งชางได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับดีพระทัยจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระองค์รู้สึกผิดต่อองค์หญิงใหญ่มาโดยตลอด และแทบไม่มีหน้าไปพบหน้านางแต่บัดนี้ ลู่หมิงอันกลับมาแล้ว อย่างน้อยพระองค์ก็สามารถให้คำอธิบายต่อองค์หญิงใหญ่ได้เสียทีด้วยความปลาบปลื้ม พระองค์จึงเปล่งเสียงเรียกให้ชีเจิ้นเข้ามาก่อนจะตบไหล่พระชายาหลิ่วเบาๆ “หว่านหยิน ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ก็ไปพักผ่อนให้ดีก่อนเถอะ ข้าจะเรียกท่านฉู่กั๋วกงและฮูหยินฉู่กั๋วกงเข้าวังมาเยี่ยมเจ้า”แต่พระชายาหลิ่วกลับสะบัดพระหัตถ์ออกทันทีนางหรี่ตาลงอย่างเย็นชา มองฮ่องเต้หย่งชางแล้วถามว่า “ฝ่าบาทคงทราบดีว่าท่านแม่ของหม่อมฉันสิ้นไปแล้วตั้งแต่ยังอยู่ที่เมืองศักดินา ในโลกนี้จะมีฮูหยินฉู่กั๋วกงคนที่สองมาจากไหนกัน?”……ฮ่องเต้หย่งชางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฮูหยินฉู่กั๋วกงคนปัจจุบันเป็นภรรยาที่แต่งใหม่พระองค์รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายเสียงเบา “เป็นภรรยาใหม่ของฉู่กั๋วกง แต่นางเป็นคนอ่อนโยนและรู้ความยิ่งนัก ยังเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวของเจ้าเสมือนลูกแท้ๆ ของนางเอง…...”พระชายาหลิ่วแค่นหัวเราะออกมา รู้สึกขบขันยิ่งกว่าเดิ
Read more

บทที่ 366

ชีเจิ้นตอบรับทันทีทางด้านตระกูลชีรออยู่นานแล้ว เขารู้ว่าชีหยวนต้องรอข่าวจากเขาอยู่แน่ ดังนั้นเขาจึงรีบเร่งเดินทางกลับตระกูลชีโดยไม่หยุดพักเมื่อถึงจวน ท่านโหวผู้เฒ่าชีก็รออยู่แล้ว และพาเขาไปยังหอหมิงเยว่ระหว่างทาง ท่านโหวผู้เฒ่าก็ไม่ได้อ้อมค้อม บอกเรื่องของชีอวิ๋นถิงให้ชีเจิ้นฟังชีเจิ้นชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าพลันมืดครึ้มท่านโหวผู้เฒ่าชีมองสีหน้าของเขาแล้วถอนหายใจเฮือกยาว “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องโกรธแน่……”ความจริงแล้วสำหรับชีเจิ้น จะว่าโกรธก็คงไม่ใช่ เพียงแต่เมื่อลูกชายเกิดเรื่อง เขาย่อมรู้สึกไม่สบายใจเป็นธรรมดาแต่หลังจากไปรับพระชายาหลิ่ว เขากลับเห็นเรื่องราวมากกว่านั้นการที่มีลูกหลานตระกูลขุนนางเสเพลนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ลูกหลานในตระกูลขุนนางทรราชมีมากมายทว่าทายาทผู้สืบทอดตระกูล จะมีข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดไม่เช่นนั้น ตระกูลที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องล่มสลายเขาเก็บอารมณ์แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า “อย่างน้อยเขาก็ยังรอดมาได้ ด้วยนิสัยของชีหยวน นับว่าเมตตาแล้ว”ท่านโหวผู้เฒ่าชีเห็นเขาพูดเช่นนี้ ก็รู้ว่าเขาเข้าใจสถานการณ์ดีแล้ว จึงพยักหน้าและตบไหล่เบาๆเมื่อไปถึงหอหมิงเยว่ ชีหยวนรออ
Read more

บทที่ 367

ชีหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ ใครโผล่มาก่อน ก็ฆ่าคนนั้นก่อน”นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้วหรือ?นางแสยะยิ้มเย็นชา “ท่านพ่อจัดให้ราชบุตรเขยลู่และลูกชายของเขา รวมถึงผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นไปอยู่ที่ตำหนักชานเมืองหลวง คงเป็นความต้องการของพระชายาหลิ่วและราชบุตรเขยลู่สินะ?”เรื่องที่ว่าราชบุตรเขยลู่สูญเสียความทรงจำและป่วย หรือว่าผู้สูงศักดิ์ท่านนั้นร่างกายอ่อนแอจนเดินทางไม่ไหว จริงๆ แล้วก็เป็นแค่ข้ออ้างทั้งนั้นตั้งแต่พระชายาหลิ่วเข้าวังมาแล้วเผยให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของพ่อลูกเป็นเพียงภาพลวงตา ก็รู้ได้ทันทีว่านางกลับมาครั้งนี้เพื่อแก้แค้นก็แน่อยู่แล้ว ใครกันจะไม่คลั่ง หากถูกพ่อแท้ๆ ของตัวเองวางแผนปองร้าย ต้องสละตำแหน่งฮองเฮาที่กำลังจะได้มา อีกทั้งยังถูกตามล่าจนต้องหลบๆ ซ่อนๆ มาหลายสิบปี ลูกของตัวเองก็ต้องกลายเป็นคนปัญญาอ่อนเพราะพิษไข้สูงญาติพี่น้องงั้นหรือ?สำหรับพระชายาหลิ่ว นั่นไม่ต่างอะไรจากงูพิษแมงป่องต่อหน้าลูกสาวคนนี้ ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว ชีเจิ้นพยักหน้า “เป็นความต้องการของพระชายาหลิ่วจริงๆ นางบอกข้าว่าเซียวโม่ร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถ
Read more

บทที่ 368

ดังนั้นตอนนี้ แม้ว่าจะถูกพระชายาหลิ่วเปิดโปงในที่นี้ แต่เขากลับยังคงแสดงท่าทีองอาจมีคุณธรรม เพียงแค่ถอนหายใจหนักๆ เท่านั้นฮ่องเต้หย่งชางทั้งทรงตกพระทัยและทรงกริ้วถึงกับไม่รู้ว่าจะรับเรื่องนี้ได้อย่างไรในทันทีเดิมทีที่พระองค์ยอมรับให้เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเข้าวัง ก็เป็นเพราะต้องการชดเชยให้กับจวนฉู่กั๋วกง ใครจะคิดว่าเรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้!หากเป็นเช่นนั้นจริง เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยแม้จะถือว่าเป็นน้องสาวของพระชายาหลิ่ว แต่แท้จริงแล้วนางคือศัตรูของพระชายาหลิ่ว!เป็นศัตรูที่ทำให้มารดาของพระชายาหลิ่วตรอมใจตายพระองค์ที่ทรงตกพระทัยและพิโรธ เค้นถามฉู่กั๋วกงว่า “ฉู่กั๋วกง เรื่องนี้มันเป็นมาอย่างไรกันแน่?!”กั๋วกงหลับตาลง ยกชายเสื้อขึ้นแล้วคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะกับพื้นพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท เรื่องนี้เป็นเช่นที่พระชายากล่าว…...”เขายอมรับแล้ว! เขายอมรับมันจริงๆ แล้ว!สีหน้าของพระชายาหลิ่วบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ “ท่านแม่ข้ามีแต่ความจริงใจให้ท่าน! นางถึงกับยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามท่านไปถึงเมืองจางโจว เพื่อท่านแล้วนางต้องแท้งลูกไปหลายครั้งจนสุดท้ายไม่สามารถมีลูกได้อีก! แต
Read more

บทที่ 369

เมืองหลวงแทบจะเกิดแผ่นดินไหว พระชายาหลิ่วที่หายตัวไปหลายปี ตอนนี้กลับมาอย่างปลอดภัย แล้วฮองเฮาองค์ปัจจุบันจะทำเช่นไร?ตามกฎบรรพบุรุษ พระชายาหลิ่วเป็นชายาเอกโดยชอบธรรม และนางก็ไม่เคยกระทำผิด ดังนั้นบัดนี้เมื่อนางกลับมาแล้ว นางก็ควรได้รับตำแหน่งฮองเฮาอย่างถูกต้อง!สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ตระกูลเฝิง ต่างกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของรัชทายาทองค์ปัจจุบัน แต่เดิมทีฮงเฮาและรัชทายาทก็ไม่ได้รับความโปรดปรานอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะมีพระราชนัดดาที่เก่งกาจ เกรงว่าตำแหน่งมกุฎราชกุมารคงรักษาไว้ไม่ได้ตั้งนานแล้วแต่ตอนนี้พระชายาหลิ่วกลับมาแล้ว เช่นนั้นทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปใครบ้างไม่รู้ว่าอดีตตอนที่ฮ่องเต้หย่งชางยังอยู่ที่ดินแดนศักดินา ทรงผ่านความลำบากมาด้วยกันกับพระชายาหลิ่ว ทั้งสองเป็นสามีภรรยาที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา?ขณะเดียวกัน ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉาความโชคดีของตระกูลหลิ่วก่อนหน้านี้ตระกูลหลิ่วก็มีกุ้ยเฟยที่ได้รับความโปรดปรานอย่างสูง ถือเป็นเกียรติสูงสุดในช่วงหนึ่งและตอนนี้พระชายาหลิ่วก็กลับมาอีก มีแนวโน้มว่าจวนฉู่กั๋วกงอาจจะได้ฮองเฮาอีกองค์ นั่นหมายความว่าตระกูลหลิ่วจะมีทั้งฮ
Read more

บทที่ 370

เซียวอวิ๋นถิงตอบรับด้วยเสียงหนักแน่นฟ่านเหลียงตี้ยังไม่ทันให้รัชทายาทเอ่ยปาก ก็ยิ้มพลางถามว่า “ในเมื่อพระราชนัดดาองค์โตเสด็จไปยังตำหนักไท่จี๋แล้ว เช่นนั้นเรื่องคราวนี้คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วสินะ?”หากเป็นเมื่อก่อน เซียวอวิ๋นถิง ค่อนข้างถนัดในการรับมือกับคำพูดอ้อมค้อมเหล่านี้ แต่ตอนนี้ เขากลับไม่อยากเสแสร้งอีกต่อไปเขาจ้องมองฟ่านเหลียงตี้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง แล้วเอ่ยเสียงเบา “พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อวานคนที่ต้องไปชมดอกเหมยที่วัดหวงเจวี๋ยพร้อมเสด็จพ่อ ควรเป็นฟ่านเหลียงตี้มิใช่หรือ? แต่เหตุใดจู่ๆ จึงเปลี่ยนเป็นหวังเหม่ยเหรอแทน?”ใบหน้าของฟ่านเหลียงตี้เปลี่ยนสีทันที นางฝืนยิ้มแล้วแก้ตัวอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “นี่ แน่นอนว่าเพราะอาการปวดศีรษะเรื้อรังของหม่อมฉันกำเริบขึ้นมาน่ะเพคะ”“อย่างนั้นหรือ?” เซียวอวิ๋นถิง ไม่ได้แสดงท่าทีเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่กลับหันไปมองรัชทายาทที่มีสีหน้าดุดัน“เสด็จพ่อ ควรไตร่ตรองให้ดีเถิด เรื่องบังเอิญเช่นนี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นกับฟ่านเหลียงตี้ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวใช่หรือไม่?”ฟ่านเหลียงตี้ตาแดงคลอเบ้า รีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงกับพื้น “รัชทายาทเพคะ…...”เซียวอวิ๋นถิงแค่
Read more
PREV
1
...
3536373839
...
45
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status