All Chapters of ยอดหญิงในเงามาร: Chapter 351 - Chapter 360

448 Chapters

บทที่ 351

ฮูหยินผู้เฒ่าหวังผิดหวังถึงที่สุดนางยกมือห้ามนางหลู่ที่ยังคิดจะเกลี้ยกล่อมนางหวังต่อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “แม้แต่เด็กเล็ก หากล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังรู้ว่าต้องเดินให้ดี”นางไม่อาจอยู่กับนางหวังไปตลอดชีวิตเรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้ พูดให้ถึงที่สุดแล้วก็เกิดจากความลำเอียงของนางหวังเองหากไม่ใช่เพราะนางหวังให้ท้าย ไม่ว่าเป็นชีจิ่นหรือชีอวิ๋นถิงก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้ทำผิดไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังไม่รู้จักสำนึกฮูหยินผู้เฒ่าหวังเองก็ไม่อยากปล่อยให้นางมีนิสัยแย่ ๆ เช่นนี้ต่อไปนางมองนางหวังที่ยังคงซบอยู่กับขอบเตียงพลางร่ำไห้เสียงดัง สุดท้ายขมวดคิ้วกล่าวว่า “ทั้งแม่สามีและพ่อสามีของเจ้าก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว สามีของเจ้าก็แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว มีเหตุผลอันใดที่เจ้าจะก้มศีรษะลงไม่ได้? หากแม้แต่เรื่องนี้เจ้าก็ยังคิดไม่ตก รออวิ๋นจื่อกลับมา ความทุกข์ของเจ้าคงยังมีอีกมาก!”สมองของนางหวังยุ่งเหยิงไปหมด นางร้องไห้นานเกินไปจนนางรู้สึกว่าแทบจะหายใจไม่ออกพอได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าหวังพูดเช่นนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอาภัพนักฮูหยินผู้เฒ่าหวังจึงไม่สนใจนางอีก แต่เดินตรงไปยังหอหมิงเยว่ของชีหยวนภายในหอหมิง
Read more

บทที่ 352

นางกล่าวพลันหัวเราะขึ้นมา “เจ้าไม่ต้องกังวลแล้วทำสิ่งที่เจ้าต้องทำให้เต็มที่เถิด ข้ารอพึ่งใบบุญเจ้าอยู่”ฮูหยินผู้เฒ่าหวังนี่ช่าง...ชีหยวนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามนางเอ่ยตอบรับเสียงเบาข้อเสนอของฮูหยินผู้เฒ่าหวัง ไม่ว่าจะเป็นท่านโหวผู้เฒ่าชีหรือฮูหยินผู้เฒ่าชีต่างก็ไม่มีผู้ใดคัดค้านนางหวังเป็นคนที่อารมณ์ไม่มั่นคง ทำอะไรล้วนขึ้นอยู่กับอารมณ์ชั่ววูบ ยากจะทำให้ใครมีความอดทนรอให้นางเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ฮูหยินผู้เฒ่าหวังทำเช่นนี้ นับว่าดีที่สุดแล้วท่านโหวผู้เฒ่าชีถอนหายใจโล่งอกทว่าขณะที่เขาโล่งอก กลับมีบางคนที่แทบจะขาดใจตายเสียตรงนั้นหมอเทวดาเซวียกำผ้าแพรขาวไว้แน่น จ้องมองอ๋องฉีพลางถาม “ท่านอ๋อง ท่านต้องการอะไรกันแน่?!”อ๋องฉีบ้าไปแล้วหรือไร?พูดว่าวันนี้จะต้องรักษาขาให้หาย หากไม่หายก็จะให้เขาตายตกไปเป็นเพื่อน!เขาทำอะไรผิดกัน?!อ๋องฉีสีหน้าราบเรียบ น้ำเสียงเย็นชาเสียยิ่งกว่าเดิม “ข้าไม่ได้พูดไปแล้วหรือ? วันนี้หากเจ้ารักษาข้าไม่ได้ ข้าจะฆ่าผู้ช่วยของเจ้า หากพรุ่งนี้ยังรักษาไม่ได้ ข้าก็จะฆ่าสาวใช้ของเจ้า มะรืนนี้หากยังรักษาไม่ได้อีก ข้าก็จะเชือดเจ้าทิ้งเสีย!”เด็กน
Read more

บทที่ 353

เมื่อเทียบกับความงามสง่าเจิดจ้าขององค์หญิงเป่าหรงที่ราวกับเทพธิดาแล้ว อ๋องฉีกลับดูราวกับคนเร่ร่อนตามท้องถนน หนวดเครารุงรัง ดูแล้วช่างขัดตาเป็นที่สุดสีหน้าขององค์หญิงเป่าหรงพลันมืดครึ้มลงทันที “พวกเจ้ามีปัญญารับใช้กันแค่นี้หรือ?!”นางเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้มาโดยตลอด ถึงขั้นกล้าไม่เกรงใจฮองเฮาเฝิงด้วยซ้ำ ครั้นเมื่อขันทีสวีและคนอื่น ๆ ได้ยินนางตำหนิ ต่างก็ตกใจจนไม่กล้าพูดอะไร รีบคุกเข่าลงทั้งห้องทั่วทั้งห้องก็พลันเงียบกริบ จนแทบไม่มีใครกล้าหายใจเสียงดังโชคดีที่องค์หญิงเป่าหรงขมวดคิ้วแล้วกล่าวขึ้นว่า “คุกเข่ากันทำไม? ออกไปรอข้างนอก!”ขันทีสวีและคนอื่นๆ พลันโล่งใจ รีบลุกขึ้นแล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็วภายในห้องจึงเหลือเพียงพี่น้องสองคนเท่านั้นอ๋องฉีเก็บซ่อนความดุร้ายบนใบหน้า เมื่ออยู่กับน้องสาวท่าทีก็อ่อนโยนขึ้นมาก “เสด็จแม่ให้เจ้ามาหรือ?”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าหม่นหมอง “ข้าไม่กตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องอับอายถึงเพียงนี้ แล้วยังสร้างเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้อีก”เรื่องของอ๋องเฉิงกับนายท่านรองหลิ่วกลายเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วเมืองเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้ทำสิ
Read more

บทที่ 354

ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามมองไปที่องค์หญิงเป่าหรง อ๋องฉีมักจะรู้สึกเหมือนเห็นเงาของชีหยวนวิธีการลงมือจัดการเรื่องต่าง ๆ สองคนนี้ช่างเหมือนกันเหลือเกินชีหยวนนั้นไม่เลือกวิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายองค์หญิงเป่าหรงเองก็ไม่ต่างกันนักเมื่อเยาว์วัย เพียงเพื่อแย่งชิงความโปรดปรานให้หลิ่วกุ้ยเฟยน้อย นางถึงกับยอมกระโดดลงไปในทะเลสาบเย็นเฉียบด้วยตนเองทุกครั้งที่จำเป็นต้องให้นางป่วย นางก็ป่วยได้อย่างเหมาะเจาะพอดีด้วยเหตุนี้ หลิ่วกุ้ยเฟยน้อยจึงเชื่อฟังนางเสมอมาตอนนี้อ๋องฉีมองดูน้องสาว ก็พลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ “นางราวกับมีโชคช่วย ข้าใช้มาหลายวิธีแล้ว...”การยอมรับความล้มเหลวเป็นเรื่องที่ยากยิ่งแต่ต่อหน้าน้องสาวของตน กลับไม่ได้มีความสำคัญอะไรนักอย่างไรเสียองค์หญิงเป่าหรงก็มีความหนักแน่นมั่นคงมากกว่าเขาเสมอเมื่อได้ยินคำพูดของอ๋องฉี องค์หญิงเป่าหรงก็หัวเราะเสียงดัง “โชคช่วยหรือ? เสด็จพี่ ท่านโง่ไปแล้วหรือไร?”นางเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย “ต่อให้นางจะมีโชคช่วยจริง ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”เพราะนางไม่เคยเชื่อในเรื่องโชคดีอะไรนั่นเลยแม้แต่น้อยต่อหน้าน้องสาวนั้น อ๋องฉีแทบไม่เคยโต้เถียงเลย เมื่อได
Read more

บทที่ 355

เด็กที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ไหนเลยจะใจแข็งใจลงมือได้จริง ๆ?หากไม่ใช่เพราะเรื่องในหอนางโลมที่ลุกลามใหญ่โต ฮ่องเต้หย่งชางก็คงไม่ตัดสินใจเด็ดขาดถึงขั้นลดบรรดาศักดิ์พระโอรสจากชินอ๋องเป็นจวิ้นอ๋อง และยังกักบริเวณอยู่ที่จวนห้ามออกไปไหนเป็นเวลาถึงครึ่งปีปกติก็ก็พอทำเนา แต่ยามนี้ใกล้ถึงวันปีใหม่ ประกอบกับคำพูดขององค์หญิงเป่าหรง พระองค์ก็พลันใจอ่อนขึ้นมาสองเดือนมานี้จวนฉู่กั๋วกงสูญเสียทั้งหลิ่วจิงหงและคุณชายรองตระกูลหลิ่ว ฉู่กั๋วกงและฮูหยินฉู่กั๋วกงเองก็ล้มป่วย ตระกูลกลับเงียบเหงาไร้ผู้มาเยือนพระองค์ผ่อนลมหายใจยาว ขมวดพระขนง “เขาปกครองดูแลไม่เข้มงวด ได้ยินมาว่าตอนนี้ยังสร้างเรื่องวุ่นวายอีก ให้เขาได้รู้จักสำนึกเสียบ้างก็ดีแล้ว!”องค์หญิงเป่าหรงเขย่าพระกรของฮ่องเต้หย่งชางเบา ๆ “เสด็จพ่อทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ ลูกไม่ได้มาขอความเมตตาให้เสด็จพี่ แต่แค่คิดว่าองค์หญิงหมิงเฉิงเองก็ไม่ได้พบเสด็จพี่มาหลายวันแล้ว ทุกวันเอาแต่คิดถึงเสด็จพี่ด้วยแววตาแสนเศร้า...”เมื่อคิดถึงองค์หญิงหมิงเฉิงที่ยังเยาว์วัย พระทัยของฮ่องเต้หย่งชางก็อ่อนยวบลงอีกครั้งอย่าห้ามไม่ได้บวกกับเสียงวิงวอนอ่อนหวานของธิดาที่อยู
Read more

บทที่ 356

เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่กล่าวคำใดกลับเป็นองค์หญิงหมิงเฉิงที่โอบพระศอของฮ่องเต้หย่งชางไว้แน่น “เสด็จพ่อ อย่าโทษเสด็จแม่เลยเพคะ เป็นลูกที่ไม่รู้ความ ลูกไม่ยอมเชื่อฟัง เอาแต่รบเร้าจะไปหาเสด็จพี่ จนทำให้เสด็จแม่ต้องร้องไห้”เมื่อได้ยินว่าพูดถึงอ๋องฉีอีกครั้ง ฮ่องเต้หย่งชางก็ได้แต่ทอดถอนใจ ก่อนจะดึงมือธิดาออก “พ่อเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าเส็จพี่ของเจ้าทำผิด ตอนนี้ยังเข้าวังมาพบเจ้าไม่ได้?”องค์หญิงหมิงเฉิงเหลือบมององค์หญิงเป่าหรงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนสะอื้นพลางกล่าวว่า “แต่ลูกฝันถึงเสด็จพี่ ลูกคิดถึงเสด็จพี่เหลือเกิน...”ครานี้ไม่เพียงแค่องค์หญิงหมิงเฉิงเท่านั้นที่ร้องไห้ องค์หญิงเป่าหรงและเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยที่อยู่ข้าง ๆ ก็ล้วนหลั่งน้ำตาเงียบ ๆ ไปด้วยเมื่อทอดสายตามองทั่วทั้งห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเศร้าสร้อย แล้วนึกถึงว่าเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยไม่ได้กินไม่ได้หลับมาหลายวัน ฮ่องเต้หย่งชางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสว่า “เอาละ ให้เขาเข้าวังมาพบพวกเจ้า จะได้ไม่ต้องมัวแต่ห่วงหาอาวรณ์กันไปมากกว่านี้”ตรัสจบก็เปล่งเสียงเรียกขันทีเซี่ยเข้ามาขันทีเซี่ยเพียงกวาดตามองบรรยากาศ
Read more

บทที่ 357

ฮ่องเต้หย่งชางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสขึ้นอีกว่า “เมื่อไม่นานมานี้ สำนักทอผ้าเจียงหนานถวายผ้าไหมทอดิ้นเงินดิ้นทองเข้ามา เรายกให้เจ้าทั้งหมด!”ผ้าไหมทอดิ้นเงินดิ้นทองถือเป็นของล้ำค่า โดยเฉพาะผ้าไหมทอดิ้นเงินดิ้นทองชั้นเลิศที่สามารถนำมาใช้แทนทองคำและเงินได้โดยตรงทุกปลายปี สำนักทอผ้าเจียงหนานจะส่งเครื่องบรรณาการเข้ามาอย่างน้อยห้าพันถึงหกพันพับ หากตีเป็นเงินคร่าว ๆ แล้วก็นับเป็นจำนวนที่มหาศาล!องค์หญิงเป่าหรงช่างเป็นที่โปรดปรานโดยแท้เหล่านางกำนัลและขันทีต่างเข้าใจดี มองสบตากันไปมาขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น ขันทีเซี่ยผู้รับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้หย่งชางมาโดยตลอด ผู้ที่แม้ภูเขาจะถล่มลงมาก็ยังสามารถรักษาสีหน้าให้สงบนิ่งได้กลับเร่งฝีเท้าเข้ามาในตำหนักชั้นใน ก่อนเอ่ยเรียกฝ่าบาทด้วยน้ำเสียงร้อนรนฮ่องเต้หย่งชางกำลังหยอกล้อองค์หญิงหมิงเฉิงอยู่ ได้ยินเช่นนั้นก็ขานรับเบา ๆ แล้วจึงเงยพระพักตร์ทอดพระเนตรขันทีเซี่ยขันทีเซี่ยไม่กล้าล่าช้า กราบทูลด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ฝ่าบาท... อ๋องฉีเกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เกิดเรื่อง?!ฮ่องเต้หย่งชางพลันเก็บรอยยิ้ม วางองค์หญิงหมิงเฉิงลง พระพักตร์พ
Read more

บทที่ 358

องค์หญิงเป่าหรงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นว่าบรรดาสนมคนสำคัญในวังบูรพาล้วนมารวมกันเกือบครบแล้ว แม้แต่เหล่าพระราชนัดดาและจวิ้นจู่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเว้นเพียงแต่เซียวอวิ๋นถิงที่ไม่อยู่นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยขณะนั้นเอง ฮ่องเต้หย่งชางสูดลมหายใจลึก ยกพระหัตถ์ขึ้น ปรามรัชทายาทที่กำลังจะพูดให้เงียบลงพระองค์ตรัสถามหมอหลวงหูและคนอื่น ๆ ว่า “พวกเจ้าคิดว่าขาของอ๋องฉีเป็นอย่างไรบ้าง?”หมอหลวงหูและคนอื่น ๆ ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาไปชั่วขณะจนกระทั่ง ฮ่องเต้หย่งชางแผดเสียงถามด้วยความโกรธ “เป็นใบ้กันหมดหรือ? เราถามว่าขาของอ๋องฉีเป็นอย่างไร?!”ฝ่ายตรวจการสำนักสกุลซุนเงยหน้าขึ้นอย่างสั่นเทา “ฝ่าบาท ฝ่าบาท ขาของอ๋องฉี... หักพ่ะย่ะค่ะ...”(ฝ่ายตรวจการสำนักสกุลซุน เราไม่แน่ใจคำนี้นิดหน่อย แต่เห็นในชีทเป็นคำนี้น่ะค่ะ)ฮ่องเต้หย่งชางปิดดวงเนตรลง ก่อนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเด็กคนนี้ที่เกิดมาในอ้อมแขนของเขา เด็กคนนี้ที่เขาทะนุถนอมมาสิบกว่าปี เด็กหนุ่มที่เคยกระฉับกระเฉงสดใส ภาพที่เขารบเร้าว่าอยากเรียนขี่ม้าราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้แต่อยู่ดี ๆ ทำไมถึงขาหักเสียแล้ว?เสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยกรีดร้องออกมา ก
Read more

บทที่ 359

เมื่อได้รับข่าว ท่านโหวผู้เฒ่าชีก็รีบร้อนมาหอหมิงเยว่ทันที พอเห็นชีหยวนก็ถอนหายใจหนัก “อ๋องฉีเกิดเรื่องแล้ว...”เขามองชีหยวนด้วยสีหน้าซับซ้อนไม่มีใครรู้เรื่องการบาดเจ็บของอ๋องฉีดีไปกว่าพวกเขา มันเป็นเพราะในตอนที่พวกเขาตามฆ่าชีหยวน แต่สุดท้ายกลับถูกชีหยวนเล่นงานเสียเองต่างหากตอนนี้กลับโยนความผิดไปให้รัชทายาทแทนเห็นได้ชัดว่า อ๋องฉีและพรรคพวกเริ่มลงมือแล้วหลังจากพ่ายแพ้มาหลายครั้งเพียงแต่คาดไม่ถึงว่าจะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ชีหยวน แต่หันไปที่รัชทายาทโดยตรงก็ใช่สิ ที่พึ่งของชีหยวนก็คือเซียวอวิ๋นถิงแต่เซียวอวิ๋นถิงก็เป็นพระราชนัดดา ตราบใดที่รัชทายาทเกิดเรื่อง ตำแหน่งพระราชนัดดาของเขาจะยังอยู่ต่อไปได้หรือ?นี่เป็นหมากที่แยบยลและเฉียบขาด ได้ประโยชน์หลายต่อในคราวเดียวบางทีอาจเพราะใช้ชีวิตราบรื่นมานานเกินไป แม้แต่ท่านโหวผู้เฒ่าชีก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจดังนั้นเมื่อตอนนี้ความยากลำบากถาโถมเข้ามา เขากลับไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นมากนัก เพราะช่วงนี้มีเรื่องยากจะยอมรับมากมายอยู่แล้ว เพียงเพิ่มเข้ามาอีกเรื่องเท่านั้นเองเขานั่งลงตรงข้ามชีหยวน จ้องมองปฏิกิริยาของนางชีหยวนรับคำเบา ๆ ก่อนกล่
Read more

บทที่ 360

สารถีที่ควบม้าก็เช่นเดียวกันใช่ ทุกครั้งล้วนเป็นอุบัติเหตุอุบัติเหตุที่ไร้ร่องรอยข้อผิดพลาดใด ๆแต่ครั้งนี้ต่างออกไป ครั้งนี้เป็นเรื่องของขาของอ๋องฉี!เมื่อนึกถึงคำวินิจฉัยของเหล่าหมอหลวงที่กล่าวว่า ขาของอ๋องฉีอาจไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป พระทัยของฮ่องเต้หย่งชางพลันปวดร้าว ตรัสอย่างเฉยชา “ไม่ต้องไปสนใจเขา!”ขันทีเซี่ยไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่ก้มศีรษะรับคำอย่างนอบน้อม คอยรับใช้ฮ่องเต้หย่งชางสะสางฎีกาต่อไปผ่านไปเนิ่นนาน ฮ่องเต้หย่งชางหยุดพักจากการตรวจฎีกา ตรัสถามขึ้นเรียบ ๆ “ยังคุกเข่าอยู่ข้างนอกอีกหรือ?”ขันทีเซี่ยรีบออกไปแอบดู ครู่หนึ่งก็กลับมารายงาน “กราบทูลฝ่าบาท... ยังคุกเข่าอยู่พ่ะย่ะค่ะ”นี่ก็ผ่านไปครึ่งคืนแล้วฮ่องเต้หย่งชางทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด เหวี่ยงพู่กันลงกับโต๊ะแล้วตรัสเสียงเย็นชา “เรียกเขาเข้ามา!”ขันทีเซี่ยเข้าใจดี จึงก้าวเร็ว ๆ ออกไป เมื่อไปถึงข้างตัวเซียวอวิ๋นถิง ก็เอ่ยเตือนเขาให้ไปเปลี่ยนชุด “จะได้ไม่เป็นการรบกวนฝ่าบาท”เซียวอวิ๋นถิงไม่โต้แย้ง ไปยังตำหนักข้างเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์ จากนั้นจึงเข้าตำหนักไท่จี๋ฮ่องเต้หย่งชางประทับอยู่เบื้องบนทอดพระเนตรเซียวอวิ๋นถิ
Read more
PREV
1
...
3435363738
...
45
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status