All Chapters of ยอดหญิงในเงามาร: Chapter 371 - Chapter 380

446 Chapters

บทที่ 371  

ในชาติก่อนท้ายที่สุดแล้วเพราะองค์รัชทายาทเสียมารยาทในพิธีรับเสด็จ จึงเป็นเหตุให้ถูกฮ่องเต้หย่งชางทอดทิ้ง กอปรกับอ๋องฉีในตอนนั้นยิ่งได้รับความโปรดปรานเพิ่มขึ้นทุกขณะ ฮ่องเต้หย่งชางทรงมีดำริจะปลดรัชทายาทหลายครั้ง ครั้งหนึ่งฮ่องเต้หย่งชางเคยถึงขั้นตั้งคำถามกับฉู่ป๋อราชเลขาธิการสำนักขุนนางหลวงในตอนนั้น โดยถามว่าหากเขาปลดรัชทายาท ควรจะแต่งตั้งผู้ใดเป็นรัชทายาทแทน? ตัวฉู่ป๋อเองแม้ยึดมั่นในระบบสืบทอดราชวงศ์ แต่กระนั้นก็ทราบดีว่าฮ่องเต้หย่งชางในขณะนั้นกำลังพิโรธถึงที่สุด ก็ใช้ไหวพริบ ตอบกลับไปว่า: “นับแต่โบราณกาลแต่งตั้งมกุฎราชกุมารนั้นหากมิใช่แต่งตั้งโอรสพระองค์โตแล้ว ก็ต้องแต่งตั้งโอรสสายตรงพ่ะย่ะค่ะ หากว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์จะปลดรัชทายาทและแต่งตั้งวังบูรพาอีกพระองค์ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนแล้ว กระหม่อมเห็นควรว่าต้องหาตัวพระชายาหลิ่วให้พบ และแต่งตั้งโอรสพระองค์โตที่เกิดจากพระชายาเอกขึ้นเป็นรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!” เมื่อถ้อยคำนี้ถูกเอ่ยออกมา แม้แต่คนที่สนับสนุนฝ่ายรัชทายาทเองก็ยังส่งเสริมแนวคิดนี้ กราบทูลให้ฮ่องเต้หย่งชางทรงมีราชโองการตามหาตัวพระชายาหลิ่วและโอรสพระองค์โตให้พบ ฮ่องเต้หย่งชางเดิม
Read more

บทที่ 372  

ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง เสือถึงร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง ฉู่กั๋วกงเพื่อเกียรติยศและความมั่งคั่งร่ำรวยของตนเองแล้ว กล้าใจแข็งสังหารพระชายาหลิ่วไปแล้วหนึ่งครั้ง บัดนี้ยังมีใจโหดเหี้ยมพอจะปลิดชีวิตนางทิ้งอีกเป็นครั้งที่สอง และยังมีฮ่องเต้หย่งชางด้วยอีกคน เขาอาจจะสนใจพระชายาหลิ่วจริง และอาจจะคิดถึงพระชายาหลิ่วจริง หรืออาจจะถึงขั้นไม่สนใจพื้นเพชีวิตของพระชายาหลิ่วจริง ทว่า พระชายาหลิ่วจะยังเทียบกับเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยที่เขารักและทะนุถนอมมานานหลายปีคนนั้นได้จริงหรือ? และเซียวโม่ที่สติปัญญาโง่เขลาจะเทียบกับธิดาที่ฉลาดเฉียบแหลมได้หรือ? ชีหยวนหยุดที่หน้าประตูเรือนสกุลเจียงอย่างเย็นชา ครั้นมองเห็นกับตาว่าขันทีในวังมาถึงเรือนสกุลเจียงพร้อมกับพานายท่านใหญ่ของสกุลเจียงมาด้วยกัน ซึ่งนั่นก็คือลุงแท้ ๆ ของพระชายาหลิ่ว ก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างอดไม่ได้ จริงดังที่คาด นางเดาไว้ไม่ผิดเลย นางสีหน้าไม่สื่ออารมณ์ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานครู่ใหญ่ ก่อนจะหมุนตัวและเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร เมื่อนางกลับมาถึงเรือนสกุลชี โหวผู้เฒ่าชีก็ถามนางด้วยความสงสัยเล็กน้อย: “ท่านอ๋องยังไม่มาพบเจ้าอีกหรือ?” ท่านอ๋อง? ชีห
Read more

บทที่ 373  

หลายปีที่ผ่านมา องค์หญิงใหญ่ไม่เคยเชื่อว่าราชบุตรเขยลู่จะเสียชีวิตไปแล้ว สกุลลู่ในตอนนั้นปรารถนาจะตั้งป้ายวิญญาณให้กับลู่หมิงอัน และต้องการสร้างแผ่นศิลาจารึกให้กับลู่จิ่นถางบุตรของพวกนาง ทว่าทั้งหมดล้วนถูกองค์หญิงใหญ่คัดค้านอย่างเด็ดขาด นางไม่ยอมรับว่าลู่หมิงอันและลู่จิ่นถางตายไปแล้ว และยืนกรานปฏิเสธเรื่องนี้ด้วยท่าทีแข็งกร้าวมาตลอด ด้วยท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมท้อถอย กอปรกับความรู้สึกผิดอย่างจริงใจของฮ่องเต้หย่งชางที่มีต่อพระกนิษฐา ทำให้เรื่องนี้ถูกปล่อยให้ค้างคาและไม่มีข้อสรุปมาโดยตลอด ทว่าแม้นางจะมีท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมพ่ายแพ้ ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไปทีละเล็กทีละน้อย แม้นางจะยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกมาเหมือนเก่า ทว่าภายในใจกลับสูญสิ้นความหวังไปนานแล้ว เนิ่นนานเพียงนี้ หากว่าลู่หมิงอันยังไม่ตายจริง ๆ ต่อให้คลานก็ควรจะคลานกลับมาถึงเมืองหลวงได้แล้ว กลับคิดไม่ถึงเลยว่า บัดนี้ในตอนที่นางสูญสิ้นความหวังไปนานแล้ว กลับกลายเป็นว่าลู่หมิงอันได้กลับมาอย่างปลอดภัยจริง ๆ! ลูกประคำในมือของนางพลันขาดสะบั้น เม็ดลูกประคำร่วงกระจัดกระจายบนพื้น ทันใดนั้น นางลุกพรวดขึ้นมาในทันที ความคิดในศี
Read more

บทที่ 374  

เซียวอวิ๋นถิงขมวดคิ้วแน่น: “หากว่าจวนฉู่กั๋วกงมีแผนการเช่นนี้จริง เรื่องก็ยิ่งยุ่งยากแล้ว บัดนี้ฮูหยินฉู่กั๋วกงคนเดิมสิ้นชีวิตไปแล้ว มิหนำซ้ำยังตายโดยไร้หลักฐาน สกุลเจียงเองก็เลือกยืนข้างจวนฉู่กั๋วกงเพื่อผลประโยชน์ ย่อมทำตามทุกสิ่งที่ฉู่กั๋วกงว่า” องค์หญิงใหญ่แค้นสกุลหลิ่วเข้ากระดูกดำ นางกัดฟันกรอดพลางแค่นหัวเราะเสียงเย็นเยียบ: “ช่างลุ่มหลงในความรักเสียจริง เพื่ออนุภรรยานอกเรือนคนนั้น เขาถึงกับสังหารภรรยาและบุตรีสายตรง บัดนี้ยังคิดจะป้ายสีบุตรีสายตรงอีก แม้แต่บุตรีแท้ ๆ ของตนเองยังไม่รู้จัก เดรัจฉานสิ้นดี!” หากเก่งนักก็ไม่ต้องแต่งงานกับนางเจียงตั้งแต่แรกสิ เหตุที่สมรสกับนางเจียง ในตอนนั้นก็เป็นเพราะเห็นแก่อำนาจและบารมีของสกุลเจียง ต่อมาเมื่อสกุลเจียงตกอับ ก็ปฏิบัติกับภรรยาเอกเช่นนี้ ช่างเลวทรามสิ้นดี! แต่นอกจากด่ากราดแล้ว นางก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี ทว่าชีหยวนกลับเคาะโต๊ะพลางเอ่ยด้วยเสียงขรึมว่า: “พวกเขาพูดว่าอะไรก็ต้องเป็นเช่นนั้นหรือ? หากข้าบอกว่าข้าเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ พวกเขาก็ต้องก้มกราบสักการะข้าแล้วสิ?” ..... พูดกันอยู่ดี ๆ ชีหยวนพลันโพล่งประโยคแบบนี้ออกมา ทำใ
Read more

บทที่ 375  

ภายในวังหลวง พระชายาหลิ่วเกร็งไปทั้งตัว ทั่วร่างกายสั่นเทิ้มไม่หยุด สวรรค์ย่อมรู้ว่าหลายปีที่ผ่านมานางต้องอดทนอย่างไรบ้าง ขณะที่ถูกไล่ล่า นางต้องอุ้มท้องโต ๆ วิ่งหนีตายกลางฤดูหนาวซ่อนตัวอยู่ในไหดองสุราของคนอื่น เปียกชุ่มโชกไปทั้งร่างกาย จนเกือบแข็งตาย ต่อมาท่ามกลางหิมะตกโปรยปรายภายใต้การคุ้มกันของคนสนิท นางได้ให้กำเนิดบุตรชายในเรือนของชาวบ้านกลางหุบเขา และยังต้องซ่อนตัวหลบหนีจากการไล่ล่าที่ไม่หยุดพัก ท้ายที่สุด พวกเขาก็หลบหนีไปจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองเจียงซีอันไกลโพ้น ซ่อนตัวโดยการปกปิดชื่อแซ่ แต่กระนั้นก็ยังเกือบถูกจับได้หลายครั้ง นางคิดว่าชีวิตมันเลวร้ายพอแล้ว ทว่าต่อมา ตอนที่บุตรชายวัยได้หนึ่งขวบกว่าเกิดอาการตัวร้อนไข้ขึ้นสูงไม่หยุด เพราะไม่สามารถหาหมอที่ดีมารักษาได้ จึงถูกพิษไข้เล่นงานอย่างสาหัสจนกลายเป็นเด็กสติปัญญาบกพร่องไป หลายปีที่ผ่านมา นางอาศัยเพียงแค่ลมหายใจประคองชีวิตให้รอดต่อไปได้ นางอยากจะถามกลับ ถามต่อหน้าฉู่กั๋วกง แม้แต่พยัคฆาดุร้ายยังไม่กินลูกของมัน แล้วเหตุใดเขาถึงได้เลวทรามต่ำช้าจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงนี้? นางอยากจะถามสักคำ ว่าเหตุใดต้องทำกับนาง
Read more

บทที่ 376  

เขาแสดงท่าทางเวทนา: “เดิมข้าก็คิดว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้กับตัวจนเข้าโลง ถือว่าเห็นแก่ความผูกพันฉันพ่อลูกของพวกเรา แต่ใครเล่าจะทราบ ใครเล่าจะทราบว่าบัดนี้ท่านกลับฟื้นฝอยสืบเรื่องที่ข้ามีอนุนอกเรือนและให้กำเนิดบุตรธิดา ข้าก็ได้แต่จำใจต้องพูดความจริงออกมา” เขาเอ่ยพลางคุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน: “ฝ่าบาท เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ นางเจียงในตอนนั้นก็ทราบเรื่องนี้ ดังนั้นนางถึงได้เต็มใจรับทั้งจิงหงและหว่านชิวมาเลี้ยงดูสั่งสอนภายใต้ชื่อของนาง…” คำพูดของเขาหนักแน่นมั่นใจราวกับเป็นเรื่องจริงไม่ผิดเพี้ยน พระชายาหลิ่วโกรธจนแทบกระอักเลือด สองคนนี้ คนหนึ่งเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดนางอีกคนก็เป็นลุงสายเลือดเดียวกับนาง บัดนี้กลับรวมหัวกันชี้กวางเป็นม้าบิดเบือนความจริง กลั่นแกล้งสตรีผู้อ่อนแออย่างนาง ข่มเหงรังแกเกินไปแล้วจริง ๆ! นางผินศีรษะมองไปทางฮ่องเต้หย่งชาง: “ฝ่าบาทเพคะ พระองค์เชื่อพวกเขาหรือเพคะ?” ฮ่องเต้หย่งชางอึดอัดหนักใจยิ่งนัก แม้ว่าเขาจะมีความผูกพันลึกซึ้งกับพระชายาหลิ่ว และสงสารที่พระชายาหลิ่วต้องทนทุกข์ยากลำบากมานานหลายปีเพียงนี้ ทว่าขณะเดียวกัน เขาเองก็มีความสัมพันธ์อั
Read more

บทที่ 377  

องค์หญิงใหญ่กุมมือฮ่องเต้หย่งชางไว้ด้วยสองมือ ออกแรงบีบแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มใบหน้าซีดขาว: “เสด็จพี่ หม่อมฉันขอร้องพระองค์ หลายปีที่ผ่านมานี้หม่อมฉันไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดจากพระองค์เลย แต่ครั้งนี้หม่อมฉันขอร้องพระองค์ ได้โปรดปกป้องราชบุตรเขยและจิ่นถางของหม่อมฉันด้วยเพคะ!” นางเอ่ยพลางน้ำตาไหลพรากดังฝนเทลงมา ทำให้ฮ่องเต้หย่งชางอดรู้สึกหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ขึ้นมาไม่ได้ เขาเอ่ยด้วยเสียงขรึม: “เจ้าวางใจ หมิงอันกลับมาแล้ว อีกไม่นานเราจะให้คนไปรับพวกเขากลับมา” ไม่เพียงลู่หมิงอันอยู่ที่เขตชานเมือง โอรสของเขาก็อยู่ที่เขตชานเมืองด้วย ถึงแม้ว่า ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะสติปัญญาบกพร่อง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา! พระชายาหลิ่วมององค์หญิงใหญ่ด้วยความตื่นตะลึง ภายในใจเต็มไปด้วยความว่างเปล่า อดไม่ไหวเอื้อมมือไปหมายจะดึงปิ่นบนศีรษะออก นางยังคาดหวังอะไรได้อีกหรือ? ฮ่องเต้หย่งชางก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เข้าข้างนางแล้ว นางกลับมาคราวนี้ มิเพียงสิ้นหนทางแก้แค้น แม้แต่ชาติกำเนิดตนเองยังถูกปฏิเสธ กลายเป็นตัวตลกไปโดยสมบูรณ์แล้ว ความทุกข์ทรมานที่นางเผชิญมาตลอดหลายปีทั้งหมดคืออะไร? เ
Read more

บทที่ 378  

ฉู่กั๋วกงกำลังรอคอยเสียงนี้อย่างยิ่งยวด ครั้นพ้นออกจากวังหลวงแล้ว ก็กวักมือเรียกคนสนิทเข้ามา จากนั้นก็ออกคำสั่งด้วยเสียงแผ่วเบา ส่วนพระชายาหลิ่วในยามนี้กำลังมององค์หญิงใหญ่ด้วยความประหลาดใจ นางเดินทางกลับมาพร้อมลู่หมิงอันโดยตลอด ย่อมรู้ดีว่าลู่หมิงอันไม่ได้มีอาการความจำเสื่อมอะไร บัดนี้องค์ใหญ่กลับตรัสเช่นนี้… ทันใดนั้นองค์หญิงใหญ่พลันหันไปส่งสายตาให้พระชายาหลิ่ว อีกด้านหนึ่ง ชีหยวนได้พบกับลู่หมิงอันแล้ว นางมีเซียวอวิ๋นถิงเป็นผู้รับประกัน อีกทั้งยังมีสิ่งยืนยันที่ได้รับมาจากองค์หญิงใหญ่ กอปรกับเป็นบุตรีของชีเจิ้น การจะได้รับความเชื่อใจจากลู่หมิงอันมิใช่เรื่องยาก ได้ฟังคำพูดของนางจบ ลู่หมิงอันจึงถามขึ้นด้วยสีหน้าซับซ้อน: “ดังนั้น ยามนี้เจ้าต้องการเอาข้าไปขายหรือ” ในเมื่อจงใจแพร่งพรายข่าวออกไปว่าเขา ‘ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว’ ต่อจากนี้หากว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นแล้วพวกลู่หมิงฮุยจะต้องหาทางสังหารเขาให้ได้ทุกวิถีทางเพื่อกำจัดภัยในอนาคตแน่ สำหรับจุดนี้ ชีหยวนยอมรับอย่างตรงไปตรงมา: “ต้องขออภัยท่านราชบุตรเขยด้วย เพียงแต่ ท่านต้องทนทุกข์ทรมานมานานหลายปีเพียงนี้แล้ว ไม่อยาก
Read more

บทที่ 379  

ราชบุตรเขยลู่เดิมเตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่ากลับมาต้องตายแน่ ๆ ถึงอย่างไรภายในใจเขาก็ทราบดี ลู่หมิงฮุยในยามนี้ดุจอาทิตย์กลางเวหา จวนฉู่กั๋วกงในยามนี้ก็รุ่งโรจน์ดุจอาทิตย์กลางเวหาเช่นกัน แม้ว่าเขาจะอาศัยที่หมู่บ้านภูเขาในเมืองเจียงซีอันห่างไกล แต่กระนั้นก็รู้ว่าเมืองหลวงในยามนี้คนที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดก็คือเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟยและอ๋องฉีผู้เป็นโอรสของเสี่ยวหลิ่วกุ้ยเฟย ชินอ๋องโดยทั่วไปปกครองเมืองศักดินา มีองครักษ์คุ้มครองสามหมื่นนายก็นับว่าสูงเทียมฟ้าแล้ว ทว่าอ๋องฉีหรือ? วัยเพียงไม่กี่ขวบปีก็ได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋อง ได้รับเมืองศักดินาที่อุดมสมบูรณ์รุ่งเรือง อีกทั้งยังได้รับการเพิ่มกำลังองครักษ์จำนวนห้าหมื่นนายเป็นกรณีพิเศษด้วย ราชบุตรเขยลู่มิใช่สามัญชนคนธรรมดา และเป็นเพราะมีความรู้มาก ดังนั้นเขาจึงเข้าใจดีว่าตนเองกลับมาคราวนี้จะต้องพบอุปสรรคแสนสาหัสแน่ ทว่าเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า การล้างแค้นจะเริ่มเปิดฉากในลักษณะเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะเขาห่างราชสำนักมานานเกินไปกระมัง จึงตามไม่ทันแนวทางจัดการปัญหาของหนุ่มสาวสมัยนี้แล้ว? ไฉนเซียวอวิ๋นถิงกับชีหยวนถึงได้คุยเรื่องฆ
Read more

บทที่ 380  

ผู้มาเยือนมีเจตนาร้าย ชีหยวนชักกระบี่อ่อนที่เอวออกมา จากนั้นก็พุ่งเข้าโรมรันกลางฝูงชนโดยไม่มีหยุดชะงัก ลู่หมิงอันนับว่าได้เห็นฝีมือการขี่ม้าของชีหยวนกับตาแล้ว นางสามารถเคลื่อนไหวบนหลังอาชา ทั้งกระโดด ฟัน และจามกระบี่ ท่วงท่าทุกอย่างล้วนคล่องแคล่วพลิ้วไหวราวสายน้ำ ราวกับเติบโตบนหลังอาชาอย่างไรอย่างนั้น ใครบางคนตัดสินใจเด็ดขาด จามมีดยาวใส่ชีหยวนอย่างไม่สนชีวิต ลู่หมิงอันทนไม่ไหวตะโกนออกมาด้วยความตกใจ: “ระวัง!” หากมีดนี้จามลงไป เกรงว่าชีหยวนต้องเสียแขนข้างหนึ่งไปแน่ หากว่าจะหลบ ก็ต้องร่วงลงไป อาชาจำนวนมากเพียงนี้ คงได้เหยียบชีหยวนแบนอย่างแน่นอน ชีหยวนกลับเอนตัวลงไปอีกด้านหนึ่ง มุดใต้ท้องม้า ก่อนจะโผล่ขึ้นมาอีกฝั่ง และใช้กระบี่ฟันมือขวาของบุคคลผู้นั้นขาดในเสี้ยวพริบตา ..... ลู่หมิงอันตาเหลือกอ้าปากค้าง เซียวอวิ๋นถิงเคยเห็นกระบวนท่านี้มาก่อน แม้แต่คิ้วก็ไม่ขยับสักนิด เพียงแต่เร่งความเร็วในการสังหารคนให้ไวขึ้นอีกหน่อยเท่านั้น คนกลุ่มนี้นับรวมแล้วมีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ทั้งสามคนร่วมมือกันแล้ว ไม่นานนักพวกเขาก็คลี่คลายอุปสรรคตรงหน้าได้สำเร็จ ลู่หมิงอันอดมองไปทางชีหยวนไม
Read more
PREV
1
...
3637383940
...
45
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status