บททั้งหมดของ บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง: บทที่ 41 - บทที่ 50

357

บทที่ 41

เรื่องในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รู้ซึ้งถึงความสามารถในการทำนายชะตาของซือเจ๋อเยว่อย่างชัดเจนเพียงแต่เมื่อเขานึกถึงเรื่องที่นางจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุสิบแปดปี ก็ขมวดคิ้วอีกครั้งเยียนเซียวหรานเห็นแล้ว ซือเจ๋อเยว่ก็เห็นแล้วเช่นกัน นางมองเห็นนิ้วโป้งที่เขาชูขึ้นมา เลิกคิ้วเบาๆ ทีหนึ่งขบวนเคลื่อนศพไปยังสุสานไปตามเส้นทางที่ซือเจ๋อเยว่วางไว้ สามารถหลีกเลี่ยงกับดักที่วางไว้สำหรับจวนเยียนอ๋องได้อย่างสวยงามครั้งนี้หลังจากซือเจ๋อเยว่บอกเส้นทาง เยียนเซียวหรานได้เตรียมการบางอย่างตามสถานที่ที่หลีกเลี่ยงเหล่านั้นและก่อนหน้านี้เขาจงใจเปิดเผยเส้นทางการเคลื่อนศพไปยังสุสานครั้งนี้ของเยียนอ๋อง ครั้งนี้เขาจะกำจัดหูตาทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่ในจวนเยียนอ๋องแม้ก่อนหน้านี้ เยียนเซียวหรานไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่ที่ซือเจ๋อเยว่หลีกเลี่ยง แต่ที่เขาเตรียมการไว้ ล้วนเป็นไปอย่างเหมาะเจาะพอดีประกอบกับความร่วมมือของซูเซียง พวกคนที่ดักรออยู่ตามเส้นทางที่คิดว่าขบวนเคลื่อนศพไปยังสุสานของจวนเยียนอ๋องต้องผ่านแน่นอน ล้วนถูกคนถ่วงเอาไว้พวกเขาไปไม่ทันขบวนเคลื่อนศพไปยังสุสาน เพื่อทำตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 42

ผู้ดูแลก้มหน้ากล่าว “ขอรับ ข้าน้อยไปจัดการเดี๋ยวนี้”หลังจากผู้ดูแลไปแล้ว คนสวมชุดคลุมสีดำยืนข้างหน้าต่าง มองออกไปทางสุสานของจวนเยียนอ๋อง มุมปากเผยอขึ้นเล็กน้อยเขาไม่เชื่อว่าครั้งนี้จวนเยียนอ๋องยังสามารถหลบพ้น!เวลานี้ ขบวนเคลื่อนศพไปยังสุสานของจวนเยียนอ๋องได้ออกจากเมืองอย่างราบรื่น สุสานของจวนเยียนอ๋องอยู่บนภูเขาลูกหนึ่งนอกเมือง ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงแล้วในฐานะที่เป็นเซี่ยวจื่อ[1] เยียนเซียวหรานคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหลุมศพของเยียนอ๋อง ดวงตาแดงก่ำเรื่องที่เยียนอ๋องตายในสงครามครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่ามีคนใช้กลอุบายเยียนเซียวหรานสาบานในใจ เขาจะต้องหาความจริงและหลักฐานการตายในสงครามของเยียนอ๋องให้เจอ หลังจากนั้นบอกความจริงให้โลกรู้!เหล่าคุณหนูกับลูกสะใภ้ทั้งหลายของจวนอ๋องยืนข้างหลังเขา คุกเข่าลงต่อหน้าหลุมศพของเยียนอ๋อง และโขกศีรษะคำนับแรงๆ ตามเขา เวลานี้มีมีลมกระโชกพัดเข้ามา ม้วนกระดาษเงินกระดาษทองขึ้นไปบนท้องฟ้าซือเจ๋อเยว่เงยหน้า มองเห็นเงารางๆ หลายสายปรากฏตรงหน้าหลุมศพซือเจ๋อเยว่เคยพบแค่เยียนอ๋องกับซื่อจื่อในบรรดาคนกลุ่มนี้  และเป็นครั้งแรกที่นางได้พบกับคุณชายอีกสี่ท่านตามกฎแ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 43

เวลานี้ทั้งสองพลางสูดจมูกพลางกล่าว “พี่สาม เจ้าก็ช่วยดูแลอี๋เหนียง[1]แทนพวกเราด้วย”เยียนเซียวหรานพลางสะอื้นพลางกล่าว “ได้”เยียนซื่อลังเลครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ข้ากับจิ่นเหนียงเพิ่งแต่งงานกันหนึ่งปี หาก…”“หากนางอยากแต่งงานใหม่ เจ้าช่วยข้าเกลี้ยกล่อมท่านแม่กับท่านย่าด้วย ไม่ต้องไปขวาง”เยียนอู่ก็กล่าวเช่นกัน “ข้ากับซิ่วเอ๋อร์เพิ่งแต่งงานกันครึ่งปี ยิ่งไม่สามารถให้นางเป็นหม้ายเพราะข้า”“วัยสาวของเด็กผู้หญิงนั้นแสนสั้น หลังจากนางไปจากจวนเยียนอ๋อง หากได้พบกับคนที่เหมาะสม เจ้าช่วยข้าเตรียมของขวัญแสดงความยินดีให้นางด้วย”เยียนเซียวหรานพยักหน้า “ได้”เยียนอู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่สาม ที่จริงเมื่อก่อนข้าไม่ได้อยากเป็นคู่แข่งกับเจ้าเลย แต่เพราะเจ้าอวดเก่งเกินไป ไม่เหลือทางรอดให้คนอื่นเลย”เยียนซื่อก็กล่าวเช่นกัน “ใช่! เจ้าฉลาดจนน่ากลัวตั้งแต่เด็ก แค่อ่านบทความก็ท่องจำได้แล้ว กระบวนท่าวรยุทธ์แค่ชี้แนะก็เข้าใจ”“เจ้าเป็นแล้วก็ช่างเถอะ ยังมากพวกเราก็แค่อิจฉาเจ้า”เยียนอู่กล่าวต่อ “แต่หลังจากที่เจ้าเรียนรู้แล้ว ก็มักจะมาโอ้อวดต่อหน้าพวกเรา อันนี้ยากมากเลย เจ้าต้องอ่านถึงหนึ่งเค่อจึงจะอ่านจบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 44

เยียนลิ่วมองซือเจ๋อเยว่แล้วกล่าว “องค์หญิงพี่สะใภ้ พวกเรารู้ทุกอย่างที่ท่านทำเพื่อจวนเยียนอ๋อง พวกเราทุกคนรู้สึกซาบซึ้งมาก”ดวงตาซือเจ๋อเยว่โก่งทันที “เจ้าเรียกข้าพี่สะใภ้ พวกเราก็คือคนครอบครัวเดียวกัน คนครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจกัน”เยียนลิ่วเห็นท่าทางที่นางยิ้ม เหม่อไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เวลาท่านยิ้มสวยจัง”คราวนี้ซือเจ๋อเยว่ยิ้มจนคิ้วโก่งแล้วเยียนลิ่วหันไปมองซื่อจื่อที่เอาแต่ยืนพึมพำอยู่ข้างๆ กล่าวเสียงเบา “ตอนพี่ใหญ่ข้ายังมีชีวิต เขาเป็นคนที่ดีมากๆ”“แม้เขาดีมาก แต่ตอนที่องค์หญิงพี่สะใภ้แต่งเข้าจวนอ๋อง เขาก็ได้ตายแล้ว”“เรื่องนี้น่าเสียดายจริงๆ หากพี่ใหญ่ยังมีชีวิต พวกท่านต้องเข้ากันได้ดีแน่นอน”ซือเจ๋อเยว่หัวเราะ มองซื่อจื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง แล้วหันไปมองเยียนเซียวหรานแวบหนึ่ง นางรู้สึกว่าเรื่องนี้มันก็พูดยากจริงนั่นล่ะร่างของพวกเขาในเวลานี้ค่อยๆ จางลง ซือเจ๋อเยว่รู้ว่าถึงเวลาของพวกเขาแล้วเยียนลิ่วรีบกล่าวกับเยียนเซียวหราน “พี่สาม จ้าวซือหว่านไม่คู่ควรกับท่าน”“ท่านรีบถอนหมั้นกับนางเสีย หาคนดีๆ สักคนที่เหมือน… เอ่อ…เหมือนองค์หญิงพี่สะใภ้”เยียนอ๋องเขม่นใส่เ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 45

เมื่อซือเจ๋อเยว่เห็นสีหน้าเช่นนี้ของเขา แน่นหน้าอกฉับพลัน บนใบหน้ากลับกล่าวอย่างสงบ “ของข้าเอง”เยียนเซียวหรานมองนางแวบหนึ่ง แล้วมองดอกกล้วยไม้ที่อยู่ข้างบนอย่างละเอียดเหมือนดอกกล้วยไม้บนผ้าเช็ดหน้าที่ผู้หญิงคนนั้นลืมไว้เมื่อสองปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยนลายปักดอกกล้วยไม้บนผ้าเช็ดหน้าผืนนี้แตกต่างไปจากที่นิยมในปัจจุบัน และมีความประณีตสูงมากถุงเงินหนึ่งใบคือเรื่องบังเอิญ แต่ผ้าเช็ดหน้าก็เหมือนกันอีก ก็ไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญแล้ว เขาถามซือเจ๋อเยว่ “ท่านเป็นคนปักเองหรือ?”ซือเจ๋อเยว่ส่ายศีรษะ “ข้าทำงานเย็บปักถักร้อยไม่เป็น ข้าซื้อผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาจากตำบลเล็กๆ แห่งหนึ่งที่อยู่นอกสำนัก”“ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มีอะไรไม่เหมาะสมหรือ”เยียนเซียวหรานไม่ได้ตอบ เอาแต่ใช้ดวงตาสีเข้มคู่นั่นจ้องนางซือเจ๋อเยว่ถูกเขามองจนรู้สึกกลัว “เจ้ามองข้าเช่นนี้ทำไม?”“เป็นเพราะผ้าเช็ดหน้ามีปัญหา? เช่นนั้นเจ้าก็สืบยากแล้ว เพราะผ้าเช็ดหน้าเช่นนี้ ที่ร้านเย็บปักนั่นไม่มีหมื่นผืนก็มีหลายพันผืน”คำพูดนี้ของนางเป็นความจริง นางเป็นคนวาดลายดอกกล้วยไม้นี้ให้ร้านเย็บปักดูเถ้าแก่ร้านเย็บปักเห็นว่าลายดอกไม้เช่นนี้พ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 46

ซือเจ๋อเยว่รู้สึกว่า ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าเยียนเซียวหราน นางต้องระวังให้มากๆเพียงแต่คืนนั้นมันบ้ามาก หลังเกิดเรื่องนางแทบวิ่งหนีกระเจิงตอนนี้นางจำไม่ได้ว่า ลืมของอะไรไว้ที่เขา และเขาเห็นอะไรนางรู้สึกว่า ต้องทิ้งของทุกอย่างที่เคยใช้ ไม่เช่นนั้นหากเขาพบอะไรอีก นางไม่รู้จะอธิบายอย่างไรแล้วเยียนซุ่ยซุ่ยเห็นพวกเขาเดินมา รู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาค่อนข้างผิดปกติแต่ชั่วขณะนางก็บอกไม่ถูกว่ามีอะไรผิดปกติหลังจากฝังเยียนอ๋อง ช่างฝีมือทุกคนมารวมตัวกันตามกฎแล้ว ช่วงนี้เยียนเซียวหรานต้องเฝ้าอยู่ที่สุสาน หลังจากเฝ้าครบสี่สิบเก้าวันจึงจะกลับบ้านได้เวลานี้เขาเดินไปกล่าวกับเยียนซุ่ยซุ่ยและคนอื่น “ช่วงนี้พวกเจ้าดูแลท่านย่ากับท่านแม่ให้ดี”เยียนซุ่ยซุ่ยกล่าว “พี่สามวางใจเถอะ ข้าจะดูแลท่านย่ากับท่านแม่อย่างดี”ซือเจ๋อเยว่ล้วงของห่อหนึ่งจากหน้าอกส่งให้เขา “เจ้าอยู่ข้างนอกคนเดียว ต้องระวังตัวด้วย”“นี่คือผงยาที่อาจารย์สามมอบให้ข้า เขาบอกว่าใช้ดีมาก แต่ข้าไม่เคยลองใช้ ไม่รู้ว่ามีผลอย่างไร”เยียนเซียวหราน “...”นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่ามีคนกล้ามอบยาผงให้ผู้อื่นใช้ โดยที่ไม่รู้สรรพคุณ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 47

เยียนซุ่ยซุ่ยกล่าวอย่างเป็นห่วง “หากท่านไม่สบายตรงไหน บอกข้านะ”นางกล่าวถึงตรงนี้ก็เขินอายเล็กน้อย “แม้ฝีมือการแพทย์ของข้าไม่ดีนัก แต่โรคเล็กๆ น้อยๆ ข้ายังพอรักษาได้”ซือเจ๋อเยว่ยิ้มเล็กน้อย “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ”นางพักอยู่ที่จวนเยียนอ๋องมาหลายวันแล้ว รู้จักคนเหล่านี้ของจวนเยียนอ๋องเป็นอย่างดีเยียนซุ่ยซุ่ยเป็นคนพูดน้อย ปกติมักจะหมกตัวอ่านตำราแพทย์และศึกษายาในห้อง ตอนที่นางเจอซือเจ๋อเยว่ครั้งแรก ก็คำนับอย่างสุภาพ เวลายิ้มมีลักยิ้มสองข้าง น่านักมากส่วนเยียนเหนียนเหนียนที่อยู่ข้างๆ กล่าว “ตอนออกจากบ้าน ท่านย่าเคยกำชับข้า ให้ข้าดูแลองค์หญิงให้ดี”“หากองค์ไม่สบาย ข้าแบกองค์หญิงกลับบ้านได้”เยียนเหนียนเหนียนเป็นบุตรสาวภรรยาอีก อายุมากกว่าเยียนซุ่ยซุ่ยเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความเงียบของเยียนซุ่ยซุ่ย นิสัยของนางก็ค่อนข้างฉุนเฉียวแล้วหลายวันนี้ นางใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการฝึกยุทธ์ในสนามแสดงยุทธ์ของจวนเยียนอ๋อง วรยุทธ์ของนางค่อนข้างดี ก่อนหน้านี้ตอนเยียนเซียวหรานจับคนชุดดำ นางก็เคยออกแรง และยังเคยตีศีรษะของคนที่คิดจะลอบเข้าจวนเยียนอ๋องแตก ซือเจ๋อเยว่รีบโบกมือแล้วก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 48

เวลานี้ลู่จิ่นเหนียงถึงกับไม่รู้ว่า ควรถามซือเจ๋อเยว่ว่าทำนายเห็นอะไรดีหรือไม่ นางกลัวได้ยินสิ่งที่ไม่ดีแต่ถ้าหากไม่รู้ ก็รู้สึกจั๊กจี้ในใจซือเจ๋อเยว่รู้ความคิดของนาง ยิ้มแล้วยิ้มอีก กลับไม่พูดสักคำเยียนซุ่ยซุ่ยถามซือเจ๋อเยว่ “องค์หญิงดูดวงชะตาเป็นจริงๆ หรือ?”ซือเจ๋อเยว่พยักหน้า “ข้าเติบโตในสำนักเต๋า อาจารย์ทั้งเก้าท่านของข้า มีหลายท่านที่เก่งทางด้านนี้มาก ข้าได้เรียนรู้กับพวกเขาไม่น้อย”นางเห็นเยียนซุ่ยซุ่ยอยากรู้อยากเห็น จึงกล่าว “แม้ทั้งชีวิตของเจ้ามีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ขอแค่เจ้ายืนหยัดเป็นตัวของตัวเอง ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”เยียนซุ่ยซุ่ยถามนาง “จริงหรือ? ข้าสามารถเป็นหมอที่เก่งมากๆ ได้จริงหรือ?”ซือเจ๋อเยว่มอบคำตอบที่แน่ชัดให้นาง “จริงสิ เจ้ามีพรสวรรค์ด้านฝีมือการแพทย์มาก”“เพียงแต่ก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยได้ไหว้อาจารย์ เรียนฝีมือการแพทย์ดีๆ ประกอบกับผู้คนไม่เชื่อถือหมอหญิง ก็เลยบั่นทอนความมั่นใจของเจ้า”“ดังนั้นเวลาที่เรียนแพทย์ เจ้ามักจะสงสัยในตัวเอง ที่จริงวันที่ตรวจโรคให้ข้า ก็ตรวจได้แม่นมาก เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวเอง”เยียนซุ่ยซุ่ยพยักหน้าแรงๆ “ได้ ต่อไปข้าจะพยายา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 49

“ท่านเป็นองค์หญิงแล้วเก่งมากหรือ นอกจากรังแกข้า ท่านยังทำอะไรเป็นอีก?”ซือเจ๋อเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าเป็นองค์หญิงก็ต้องเก่งอยู่แล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าข้าเลือดเกิดเป็น เจ้ามีปัญญาก็เลือกเกิดให้ได้อย่างข้าสิ!”ลู่จิ่นเหนียง “...”ซือเจ๋อเยว่กล่าวต่อ “นอกจากนี้ เจ้าบอกว่าข้ารังแกเจ้า หมายถึงเรื่องนี้หรือ เจ้าเป็นคนพูดไม่ดีใส่ข้าก่อน”“ข้าอุตส่าห์เตือนเจ้าด้วยความหวังดี เจ้ากลับไม่ฟัง หลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บ”“อีกอย่างนะ ข้าทำอะไรเป็นเยอะแยะ และส่วนใหญ่ก็เป็นของที่เจ้าทำไม่ได้ทั้งนั้น”คำพูดนี้ทำเอาลู่จิ่นเหนียงอัดอั้นมาก ไม่ว่าจะด้วยฐานะหรือฝีปาก นางก็สู้ไม่ได้สักอย่างลู่จิ่นเหนียงโมโหจนชี้หน้านาง “เจ้า” อยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว ก็พูดอะไรไม่ออกสักคำซือเจ๋อเยว่กล่าวกับเหนียนเหนียนและซุ่ยซุ่ย “ไปกันเถอะ กลับบ้าน!”นางกล่าวจบก็ไพร่มือไว้ข้างหลัง เดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจแล้วลู่จิ่นเหนียงอ้าปากก็ด่าคน ซือเจ๋อเยว่ย่อมไม่ปล่อยให้นางทำตามใจเยียนซุ่ยซุ่ยกล่าวกับเยียนเหนียนเหนียน “ก่อนหน้านี้ตอนอยู่จวนอ๋อง เห็นองค์หญิงนิสัยอ่อนโยนมาก เวลานางดุก็ดุเช่นนี้เลยหรือ?”เยียนเหนียนเหนียนม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 50

เดิมทีฉินซิ่วเอ้อร์ห้ามปรามนางด้วยความหวังดี คิดไม่ถึงว่านางจะพูดได้ไม่น่าฟังเช่นนี้ ขมวดคิ้วไม่สนใจนางอีกทันทีลู่จิ่นเหนียงเห็นฉินซิ่วเอ้อร์ก็ไม่สนใจนางแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจว่าตนคิดถูก ฉินซิ่วเอ้อร์ก็อยากเอาใจซือเจ๋อเยว่เช่นกันในใจนางก็ยิ่งน้อยใจแล้ว รู้สึกว่าคนของจวนเยียนอ๋องล้วนเป็นคนประเภทเอาใจคนฐานะสูง เหยียบย่ำคนต่ำต้อย มีเพียงนางที่บริสุทธิ์สูงส่งและยังรู้สึกว่าหลังจากเยียนซื่อตาย คนเหล่านี้ก็ดูถูกนาง เพราะนางเป็นแค่ลูกสาวของขุนนางขั้นหกตอนนี้คนเหล่านี้ไปยกยอซือเจ๋อเยว่กันหมดแล้ว ชีวิตในวันข้างหน้าของนางต้องลำบากมากแน่นอน เมื่อนางนึกถึงความเป็นไปได้นี้ น้ำตาก็ทะลักออกมาอีกครั้งนางหันไป เห็นเฟิ่งจือเซี่ยยังยืนอยู่ข้างนาง จึงกล่าว “ทั้งจวนอ๋องมีเพียงพี่สะใภ้รองที่จิตใจบริสุทธิ์สูงส่ง เป็นคนเช่นเดียวกับข้า”เฟิ่งจือเซี่ยเป็นภรรยาของเยียนเอ้อร์ นางแต่งเข้าจวนออกเกือบสามปีแล้ว เมื่อเทียบกับซือเจ๋อเยว่พี่สะใภ้ใหญ่คนนี้ นางเหมือนพี่สะใภ้ใหญ่มากกว่าหลังจากได้ยินคำพูดของลู่จิ่นเหนียง นางกล่าวอย่างเรียบเฉย “เลิกร้องไห้ได้แล้ว ไปเถอะ!”ในใจนางรู้สึกรำคาญลู่จิ่นเหนียงมาก เพียงแต
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
34567
...
36
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status