All Chapters of หย่า…มารักฉันเลย: Chapter 341 - Chapter 350

434 Chapters

บทที่ 341

เด็กชายขมวดคิ้วก้มมองน้องสาว เขามองไปรอบ ๆ หาสิ่งที่น้องสาวต้องการฉันมองไปรอบ ๆ และพบว่าไม่มีลูกกวาดเหลืออยู่แล้ว “ลูกกวาดหมดแล้วสินะ” ฉันพึมพำ“น่าจะมีอยู่ในห้องเก็บของนะ” เดนนิสตอบ “เดี๋ยวฉันไปเอามาให้ รอนี่นะ แป๊บเดียว” ฉันบอกเดนนิสแล้วเดินออกมา ไม่กี่วินาทีต่อมาฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ข้างหลัง ฉันมองอ้อมไหล่ไปและส่ายหัวพลางซ่อนรอยยิ้ม “อะไรเล่า? ผมเองก็อยากได้ลูกกวาดเหมือนกันนะ” “อ๋อ” ฉันลากเสียงพร้อมหัวเราะ เมื่อเราเข้าไปในห้องเก็บของ นิ้วมือของเขาก็เกี่ยวรอบข้อมือของฉันและดึงให้ฉันโถมตัวใส่เขาขณะที่เราสบตากัน สายตาของเขาก็มองสลับไปมาระหว่างดวงตาและริมฝีปากของฉัน ฉันพูดแหย่ “สงสัยว่าลูกกวาดจะอยู่ในดวงตาฉันละมั้ง”เขาหัวเราะคิกคักพลางโน้มตัวลงมาผนึกริมฝีปากของเราด้วยจูบอันวาบหวามฉันกำแขนเสื้อสองข้างเขาไว้แน่นพลางเบียดตัวแนบชิดกับเขาเขาจูบฉันอย่างดูดดื่ม ฉันครางออกมาในตอนที่ร่างกายของเราเสียดสีกัน เขายกตัวฉันขึ้นไว้ในอ้อมแขนของเขา ส่วนฉันเกี่ยวขาของตัวเองไว้รอบสะโพกของเขาทันทีจากนั้นเขาก็ใช้ฝ่ามือประคองบั้นท้ายของฉันไว้พลางนวดเฟ้นและดันให้ตัวฉันแนบแน่นกับเขาเ
Read more

บทที่ 342

อนาสตาเซียใบหน้าของฉันอาบไปด้วยน้ำตาขณะที่ฉันเขย่าตัวเพื่อปลุกเอมี่ ฉันกอดเธอไว้แนบอกและร้องไห้ ฉันสับสนและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรขณะที่ฉันกำลังร้องไห้ เดนนิสก็รีบเข้ามาในห้อง“เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?” เขารีบเข้ามาหาฉันจากนั้นก็มองมายังเอมี่และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที เขารู้ว่าจะต้องทำอะไร เขาเข้ามาเอาตัวเอมี่ออกจากแขนอันสั่นเทาของฉันและหยิบกุญแจรถออกมา ขณะที่เขาอุ้มเธอเข้าไปในรถ ฉันเดินตามหลังและยังคงร้องไห้พลางร้องเรียกชื่อเธอเขาขับรถพาเราไปยังโรงพยาบาล ความสนใจครึ่งหนึ่งของเขาอยู่ที่ฉัน “ไม่เป็นไรนะ อาน่า” เขาบีบมือฉัน สายตาจับจ้องไปยังเอมี่ที่อยู่ในอ้อมแขนฉัน “เธอต้องไม่เป็นไร”ในตอนที่เรามาถึงโรงพยาบาล เตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก็พร้อมรอรับและนำเอมี่เข้าไปยังห้องฉุกเฉิน เราถูกห้ามไม่ให้เข้าไปพร้อมกับเธอฉันร้องไห้ใส่เสื้อของเดนนิสขณะที่เราทั้งคู่รอให้หมอหรือพยาบาลสักคนมาแจ้งอาการของเธอหลังจากนั้นพักหนึ่งก็มีพยาบาลเดินเข้ามาหาเรา “หมอขอพบพวกคุณค่ะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม“ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ? เอมี่ของฉันน่ะค่ะ?”“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วค่ะ” พยาบาลกล่าวก่อนจะเดินจากไปเดนน
Read more

บทที่ 343

ฉันพยักหน้า “ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของเธอค่ะ แต่เขาไม่ใช่”เขาส่ายหัว “ครับ คุณสามารถเป็นผู้บริจาคได้ถ้าไขกระดูกของคุณเข้ากันได้กับของเอมี่ แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนว่า เป็นเรื่องยากมากที่พ่อแม่แท้ ๆ จะเข้ากันได้ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายนะครับ คุณต้องเข้ารับการตรวจหาความเข้ากันได้ก่อนครับ”เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มมาจากกองเอกสารบนโต๊ะ “คุณพร้อมตรวจหาความเข้ากันได้ตอนนี้เลย หรือว่าอยากให้เรานัดวันกันทีหลังล่ะ?”“ตอนนี้เลยเถอะค่ะ” ฉันเช็ดน้ำตาออกจากหน้าและยืดหลังนั่งตัวตรงเขาเปิดแฟ้มเอกสารออกมาและถามคำถามหลายข้อ ระหว่างนั้นเขาก็อธิบาย “เราต้องการข้อมูลทั้งหมดนี้เพื่อดูโอกาสประสบความสำเร็จและผลการทดสอบที่แม่นยำ”“ค่ะ ฉันเข้าใจ” ฉันพยักหน้า เขาถามคำถามและฉันก็ตอบในทันที“โอเค คุณไปตรวจให้เสร็จได้เลยเถอะนะ” เขาลุกจากที่นั่งและมองมายังเดนนิสที่ลุกตามฉันมา ฉันจับมือของเดนนิสไว้ “ฉันอยากให้เขาไปด้วย”หมอพยักหน้าและพาเราไปยังห้องทดสอบประมาณยี่สิบนาที พวกเขาก็ได้ตัวอย่างที่พวกเขาต้องการจากฉันครบ“ผลตรวจออกมาเมื่อไหร่ เราจะติดต่อไปหาคุณทันทีนะครับ” หมอบอกกับเราเดนนิสและฉันอยู่ข้าง ๆ เอมี
Read more

บทที่ 344

เดนนิสผมยังคงนิ่งเงียบฟังหมอบอกเราถึงหนทางเดียวที่ทั้งปลอดภัยและแน่นอนในการรักษาเอมี่ท่ามกลางสิ่งที่พากันตะโกนในหัวมากมาย ผมได้ยินตัวเองตั้งคำถาม “นั่นเป็นวิธีเดียวเหรอครับ?”“ไม่ใช่ครับ แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่ปลอดภัยและแน่นอน วิธีอื่นมีแต่ทำให้คุณเสียเวลา เพราะสุดท้ายแล้วพวกคุณก็ต้องกลับมาที่จุดเดิม คือ การให้เด็กอีกคนมาช่วยอยู่ดี”ผมกลืนน้ำลาย ตั้งแต่ที่หมอพูดถึงพ่อแท้ ๆ ของเอมี่ขึ้นมา ผมก็เอาแต่กังวล ถึงอาน่าจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่ระหว่างที่เรารอผลตรวจ ผมก็ไม่สามารถสลัดคำแนะนำของหมอออกได้เลย ผมถึงขั้นค้นหาข้อมูลด้วยซ้ำ แต่ผมก็ปลอบใจตัวเองด้วยความหวังว่าเซลล์ตัวอย่างของอาน่าจะเข้ากันได้กับเอมี่แต่ตัวอย่างของเธอก็เข้ากันไม่ได้ และวิธีเดียวก็เหลือเพียงการมีลูกอีกคนมาช่วยเอมี่หมออธิบายเพิ่มเติมถึงเรื่องที่เอมี่ต้องรับเคมีบำบัดในขนาดยาที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยระหว่างรอเก้าเดือน แต่บทสนทนาทั้งหมดก็เหมือนลมผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาก็เท่านั้นผมได้สติกลับมาก็ในตอนที่หมอปรบมือของเขาเข้าด้วยกัน “เยี่ยมเลยครับ งั้นพวกุณสามารถไปหาเธอได้แล้วล่ะครับ ผมคิดว่าเธอน่าจะตื่นแล้ว”“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ”
Read more

บทที่ 345

ตอนแรก ฉันไม่ได้คิดว่ามันเป็นเพียงหนทางเดียว แต่พอฟังสิ่งที่หมออธิบายวิธีการทั้งหมดให้ฟัง ฉันก็หวังให้ตัวเองได้ยินผิดไปฉันออกมาจากชีวิตของไอเดนและก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยตัวเองแล้วเพื่อที่เขาจะได้กลับมาปรากฏตัวในชีวิตอีกครั้ง ชีวิตตอนนี้เกือบสมบูรณ์แบบเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริง ฉันมีผู้ชายที่รักและใส่ใจทั้งฉันและลูก แต่ตอนนี้เขาต้องมามองดูฉันอุ้มท้องลูกของไอเดนอีกครั้ง ชายคนนั้นคงทำได้เพียงต้องเป็นคนที่เข้มแข็งมากฉันหลับตาลงเพื่อกำจัดภาพของตัวเองที่กำลังนั่งตรงหน้าหมอโดยมีไอเดนอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็โดนร่างกายเล็ก ๆ ของเอมี่ย้ำเตือน ภายในระยะเวลาไม่กี่วันดูเหมือนเธอจะน้ำหนักลดไปมากฉันทนนิ่งดูดายเห็นเธอทรุดโทรมลงไม่ได้ในเมื่อฉันยังมีหนทางอยู่ และฉันก็ไม่สามารถทนดูเดนนิสเจ็บปวดได้ด้วยเช่นกัน แต่นี่ก็เป็นหนทางเดียวในการช่วยลูกสาวของฉัน หมอได้บอกชัดเจนแล้วฉันต้องทำ ฉันตัดสินใจอย่างนั้นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำปล่อยให้น้ำตาไหลอาบหน้าเพื่อหอบเอาความเจ็บปวดในหัวใจออกมา แต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บวดก็ยังคงปรากฏแน่นในอกโดยไม่สลายไปโดยง่าย หลังจากนั้นพักหนึ่ง ฉันก็เช็
Read more

บทที่ 346

อนาสตาเซียฉันกัดริมฝีปากแน่นขณะที่จ้องมองอาคารตรงหน้าบริษัทนวัตกรรมเทสต์เทค ฉันอ่านตัวอักษรหนาบนตึก ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่วันที่ฉันจากมาเลยแน่อยู่แล้ว ฉันคาดหวังอะไรอยู่ล่ะ? มันก็แค่ไม่กี่เดือนเอง ทำเป็นว่าผ่านไปหลายปีอย่างนั้นฉันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อพยายามปลอบโยนตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในตัวอาคารเพื่อพบกับไอเดน เวลาไม่คอยท่าอีกแล้วฉันใช้เวลาถึงสองวันเต็มกว่าจะสามารถติดต่อกับไอเดนได้ ตอนแรกเลขาของเขาแจ้งว่าเขาไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และคุณก็มาถามหาเจ้านายของฉันแบบนี้ไม่ได้ด้วย คุณต้องการอะไร?”ฉันถอนหายใจ “ฉันต้องการคุยกับเจ้านายของคุณจริง ๆ ได้โปรดเถอะค่ะ”“หางานเหรอ? ไม่มีตำแหน่งว่างหรอกนะ” แล้วสายก็ตัดไปแต่ฉันไม่ยอมแพ้ ฉันโทรกลับไปทันที แม้กระทั่งตอนเที่ยงคืน ฉันก็ยังคงโทรติดกันเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งเขาบล็อกเบอร์ฉัน ฉันจึงใช้เบอร์ของเดนนิสโทรไปแทน และแล้วในคืนวันที่สอง ในที่สุด เขาก็รับสาย ก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ อย่างหงุดหงิด “คุณบอกว่าคุณชื่อะไรนะ?”“อนาสตาเซีย”“โอเค แล้วจะติดต่อไป”จากนั้นหนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันก็ได้รับอีเมลนัดพบระห
Read more

บทที่ 347

ฉันเงยหน้าขึ้น คิ้วของเขาขมวดแน่น ความสับสนและกังวลผสมวนกันอยู่ในดวงตาของเขาขณะมองมายังฉันเหมือนเห็นคนสติไม่ดี“อาน่า ไหวนะ?” เขาถามอย่างเป็นห่วง “เอมี่คือใคร?”“ลูกสาวคุณค่ะ”ความห่วงกังวลหายไป คิ้วของเขาเรียบตรง แต่ดวงตาปกคลุมไปด้วยความสับสน“ลูกสาวเหรอ? ผมมีลูกสาวด้วยเหรอ?”ฉันกลืนน้ำลายลงคอ ตั้งแต่วันที่ให้กำเนิดเอมี่ ฉันเคยจินตนาการถึงวันที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาแบบนี้มานับพันครั้ง และทุกครั้งก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทุกอย่างดูยิ่งเลวร้ายเมื่อโชคชะตาพลิกกลับให้เขากลายมาเป็นเจ้านาย ฉันมักจะกังวลอยู่เสมอว่าเขาจะรู้ความจริงเข้าแล้วพรากเธอไปจากฉัน แต่หลังจากที่ฉันแต่งงานกับเดนนิส ฉันก็เชื่อมาตลอดว่าไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว แต่ฉันน่าจะรู้ดีกว่านี้ฉันกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้า “ค่ะ”สายตาของเขาดูไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ขณะเดียวกันเขาก็อ้าปากค้าง“ผมมีลูกสาวเหรอ?” เขากล่าวซ้ำหลังจากเงียบไปนาน “อาน่า นี่อำกันเล่นหรือเปล่า?”เสียงของฉันสั่น “ฉันมีลูกสาวค่ะ ไอเดน แล้วคุณก็คือพ่อของเด็กคนนั้น”ดวงตาของเขามีความโกรธ ความเจ็บปวด...“ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ” ฉันกระซิบแผ่ว สายตามองไปยังนิ้วมือต
Read more

บทที่ 348

ไอเดนอาน่าและผมมองไปทางประตูแล้วเห็นชารอนที่ยืนอยู่ด้วยดวงตาเบิกกว้างที่กำลังมองอาน่าอยู่“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมเธอถึงมาอยู่นี่ได้? เธอพึ่งพูดว่าไงนะ?” เธอถามทุกคำถามพร้อมเดินเข้ามาในห้อง “แล้วไง? ฉันไม่อยากจะรู้ว่าตัวเองได้ยินอะไรละ ช่างเหอะ เธอออกไปเดี๋ยวนี้เลย” เธอผายมือไปทางประตูและดวงตาของอาน่าก็เบิกกว้างเธออ้าปากและปิดลงราวกับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แล้วเธอก็หันมาขอความช่วยเหลือจากผมแต่ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป รวมถึงไม่ได้ทำอะไรด้วย ผมยังโกรธเธออยู่ และผมอาจจะอยากให้เธอไปให้พ้นหน้าด้วย แบบนั้นผมถึงจะคิดและประมวลผลทุกอย่างได้เหมาะสมสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมต้องการอยู่คนเดียวเพื่อมีเวลาใช้ความคิดเงียบ ๆ ในหัวผมยังเต็มไปด้วยเรื่องที่ว่าตัวเองมีลูกสาวอายุหกขวบ ผู้ได้รับกรรมพันธุ์มาจากผมและชีวิตกำลังยืนอยู่ปากเหวระหว่างความเป็นกับความตายจากโรคที่เธอต้องต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่“ได้โปรดเถอะนะคะ” เสียงของอาน่าสั่นเครือขณะที่พยายามอธิบายเหตุผลกับชารอน ผมเห็นความรักแบบคนเป็นแม่ออกมาจากดวงตาคู่นี้ ความรักและความห่วงใยที่เธอเคยรังเกียจที่จะมีให้ลูกของเธอ... ลูกของเราผมไม่รู้
Read more

บทที่ 349

“เป็นลูกคุณแล้วยังไง? จากเรื่องที่เกิดขึ้น เธอโกหกไม่เป็นหรือไง?”“เธอจะโกหกไปทำไม? เด็กคนนั้นเป็นลูกของผม ผมมั่นใจ”“ฉันไม่สนว่าเป็นลูกคุณไหม” เธอตะโกนพลางจ้องผมเสียงสั่นขณะเดียวกันเธอก็ควานหากระเป๋าที่เธอวางไว้บนโซฟา “ฉันไม่สนนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ไอเดน คุณห้ามทำแบบนั้น ถ้าคุณทำ คุณจะไม่ชอบสิ่งที่ฉันจะทำเหมือนกัน”จากนั้นเธอก็เดินกระทืบเท้าออกไปแล้วปิดประตูตามหลังเสียงดัง ผมได้แต่หวังว่าเธอจะไม่ตามอาน่าไปเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วผมนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นกับระเบิดที่อาน่าเพิ่งโยนใส่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าควรรู้สึกอย่างไร ดีใจที่มีลูกกับอาน่า? หรือเศร้าและโกรธที่เธอเป็นต้นเหตุให้ผมไม่มีตัวตนอยู่ในชีวิตของลูก? ความรู้สึกของผมสับสนวุ่นวาย ผมรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องการมีลูกอีกคนเพื่อช่วยชีวิตอีกคน โดยเฉพาะในเวลานี้ที่ผมพยายามอย่างหนักเพื่อให้ชีวิตคู่ของผมกับชารอนดำเนินต่อไปได้ ผมพยายามลืมอาน่า พยายามเก็บเธอไว้ในอดีต แต่แล้วเธอก็ปรากฏตัวขึ้นทำลายทุกความพยายามของผมทิ้ง และที่แย่ไปกว่านั้น คือ เธอกลับมาพร้อมกับลูกหนึ่งคน และมาเสนอให้มีเพิ่มอีกคนหนึ่งตลอดเวลาที่ผ่
Read more

บทที่ 350

ชารอนฉันมองผ่านแก้วทึบแสงขณะที่โคลงเครื่องดื่มในมือไปมา ตลอดเวลาคำพูดของอนาสตาเซียยังคงดังอยู่ในหัวฉันฉันเย้ยหยันและพึมพำกับตัวเอง “น่าสมเพช”ไอเดนไม่แม้แต่จะปลอบให้ฉันเย็นลง แถมยังไม่ถามหาความยินยอมจากฉันก่อนที่จะคิดหรือกระโจนลงไปในกระบวนการที่เธอพูดออกมาด้วยซ้ำ ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ เขาก็ตัดสินใจเรื่องตัวเองโดยไม่เคยสนใจว่าฉันคิดยังไง“น่าสมเพชจริง ๆ ที่ฉันรักคนแบบนี้” เรื่องนี้ไม่เคยรบกวนจิตใจมากมายนัก แต่ครั้งนี้เจ็บจริง ๆ หัวใจเหมือนแตกเป็นสองเสี่ยงจนนับครั้งไม่ถ้วนและครั้งนี้อาจจะไม่มีวันกลับมาติดกันได้ดีดังเดิมจากนั้น ฉันก็รู้ตัวเมื่อได้แต่งงานกับไอเดน ว่าฉันต้องสู้กับความรักของตัวเองในทุกทางเพื่อหาทางให้การแต่งงานนี้ได้ไปต่อ ฉันต้องทำอะไรมากมายเพื่อให้เขามองเห็นฉัน ตลอดมา เธอเป็นเหมือนกลุ่มเมฆฝนที่คอยปกคลุมอยู่เหนือหัวของพวกเรา และรอคอยเวลาอันเหมาะสมที่จะเทลงมาเหมือนฝนห่าใหญ่ฉันเดาว่าตอนนี้คงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ฝนจะเทลงมาแล้วละ ไอเดนมีลูกแล้ว! ฉันไม่รู้ว่าต้องคิดกับเรื่องนี้อย่างไรดี ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงทำตัวใจเย็นได้บ้าง แต่นี่เป็นลูกของเขากับผู้หญิงคนที่ฉันไม่ช
Read more
PREV
1
...
3334353637
...
44
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status