Share

โซ่เสน่หากามเทพ
โซ่เสน่หากามเทพ
Author: มณีมายา/แอล/รมตี

บทที่ 1

last update Last Updated: 2024-10-24 10:16:39

ภายในโรงแรมหรู ระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คลาคล่ำไปด้วยสื่อมวลชนคับคั่ง เหล่าคนดังไฮโซและนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทยที่ต่างตบเท้ากันมาร่วมงานประกวดการออกแบบเครื่องประดับ เพื่อเฟ้นหาดีไซเนอร์มาประดับวงการพร้อมทั้งเซ็นสัญญาร่วมงานกับบริษัทเพชรยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่างบริษัท Grey&M Jewelry จำกัด(มหาชน) 

โดยการจัดงานครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดของประธานบริษัทคนใหม่อย่าง คาเมรอน เกรย์ มหัทธนวงศ์สกุล ผู้บริหารหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปี ที่เพิ่งจะมารับตำแหน่งได้ไม่นาน ด้วยความที่เป็นคนตั้งใจทำงาน เก่ง ไฟแรง จึงอยากได้ดีไซเนอร์เป็นคนรุ่นใหม่ และไฟแรงพอๆ กันมาร่วมงานด้วย เพื่อจะได้มีไอเดียร์แปลกๆ ไม่ซ้ำใครในการตีตลาดอัญมณีเมืองไทย สู่ระดับเอเชีย ไปจนถึงระดับโลก และการประกวดก็ได้ค้นพบเพชรเม็ดงามสิบคนสุดท้าย เพื่อที่จะขึ้นโชว์ผลงานจริงในค่ำคืนนี้ โดยการสวมใส่ของนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย 

เวียงพิงค์ ขวัญคำ สาวน้อยเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันและเข้ารอบสิบคนสุดท้าย จากการคัดเลือกกว่าหนึ่งร้อยคนผ่านผลงานการวาดภาพในรอบแรก หญิงสาวอายุยี่สิบเอ็ดปีและเพิ่งจะคว้าปริญญาหมาดๆ ทางด้านการออกแบบอัญมณีโดยเฉพาะ และหวังว่าเรียนจบจะได้ทำงานในบริษัทอัญมณีที่ไหนสักแห่ง แต่แล้วอยู่ๆ โอกาสทองก็มาถึง เมื่อมีการจัดการประกวดเฟ้นหาดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ของบริษัท Grey&M Jewelry แต่เธอไม่กล้าสมัครเพราะดูจะเกินเอื้อม แต่สุดท้ายได้รับแรงผลักดันมาจากเพื่อนรักให้สมัครแข่งขัน และก้าวแรกก็เป็นผลสำเร็จนั่นคือเข้ารอบสุดท้าย เพื่อสร้างชิ้นงานและโชว์ในค่ำคืนนี้ แต่เธอไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังความสำเร็จได้มาเพราะอะไร

แต่เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ออกงานใหญ่ระดับเฟิร์สคลาส ทำให้เวียงพิงค์ออกอาการประหม่าไม่น้อย อีกทั้งเรื่องการแต่งตัวที่ไม่เคยแต่งมาก่อน คือการใส่ชุดราตรี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะชุดที่สวมใส่มาในค่ำคืนนี้ยังหยิบยืมจากเพื่อนรัก เพราะเธอไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อชุดใหม่ แต่ชุดที่สวมใส่ก็เป็นชุดน่ารัก คือราตรีเกาะอกสีฟ้าความยาวประมาณหัวเข่ากับรองเท้าส้นสูงอวดขาขาวๆ แม้จะไม่เคยแต่งแต่มันคือความจำเป็นเพราะถือเป็นการให้เกียรติงานและอาชีพในอนาคตของตัวเอง 

“ไม่เห็นต้องประหม่าขนาดนั้นเลยยัยเตี้ย” เมษาซึ่งเป็นเพื่อนรักของเวียงพิงค์ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระซิบขณะที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องแต่งตัว เพื่อให้ประธานมาเปิดงานเสียก่อน

“ใครจะไม่ประหม่าล่ะ เมย์ลองมาเป็นพิ้งค์ไหมล่ะ ไม่เคยออกงานแบบนี้มาก่อนเลย” เวียงพิงค์ตอบอย่างเครียดๆ

“ใครจะเคยล่ะ แต่มันเป็นการประกวดสู้ๆ สิ ดูผู้แข่งขันคนอื่นไม่เห็นตื่นเต้นอย่างพิ้งค์เลย” เมษาพยายามปลอบใจพร้อมกับบุ้ยหน้าไปทางผู้แข่งขันคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกัน 

“เค้าตื่นเต้นแต่ไม่แสดงออกเท่านั้นเอง อีกอย่างงานยักษ์ขนาดนี้ โห๋! สั่นหมดแล้ว” เวียงพิงค์ค่อนข้างตื่นกลัวเพราะไม่เคยมาสัมผัสกับงานใหญ่ๆ แบบนี้ และควบคุมความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่

“แต่ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยคือจะได้เห็นหน้าประธานบริษัทคนใหม่ พร้อมๆกับสื่อมวลชนและคนทั้งประเทศ” เมษาบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระริกระรี้เพราะได้ยินข่าวลือหนาหูว่าประธานบริษัทรูปหล่อมาก

“ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยล่ะ แค่ประธานบริษัทคนใหม่” เวียงพิงค์แสร้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่อยากรู้เช่นกัน

“ตกข่าวหรือยังไง ท่านประธานบริษัทน่ะอายุสามสิบเอ็ดปีนะจ๊ะ ทายาทคนเดียวของเจ้าสัวหัสนัยน์ ฉะนั้นเขาคือหนุ่มลูกเสี้ยว ไทย - อเมริกัน - จีน ได้ยินข่าวลือหลุดจากพนักงานในบริษัทว่า หล่อมากอย่างกับพระเอกฮอลลีวู้ด หุ่นอย่างกับนายแบบ” น้ำเสียงของเมษาดูจะชื่นชมประธานบริษัทคนนี้เสียเหลือเกินราวกับเคยเห็นหน้ามาก่อน 

“แหม บรรยายราวกับเคยเห็นตัวจริงมาแล้วอย่างนั้นแหละ” เวียงพิงค์อดแซวไม่ได้

“ก็ลูกครึ่งซะขนาดนั้น ต้องหล่ออยู่แล้วล่ะ ถ้าได้ทำงานในบริษัทจริงๆ ล่ะก็ ฝากพิ้งค์อ่อยท่านประธานให้เมย์หน่อยนะ” ประโยคสุดท้ายเมษาถึงกับต้องยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ เนื่องจากกลัวว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะหมั่นไส้

“บ้า! ให้พิ้งค์อ่อยให้เมย์เนี่ยนะ ไม่เอาหรอก หางตาของเขาไม่รู้ว่าจะหันมาแลพิ้งค์หรือเปล่า” 

“เฮ้ย! ยัยเตี้ย นี่ไม่รู้ตัวเองเลยใช่ไหมว่าตัวเองสวย น่ารัก ขาวจั๊วะ น่าเจี้ยะไปทั้งตัวเนี่ย หนุ่มๆ ในมหาวิทยาลัยยังพากันรุมจีบเลย แต่เล่นตัวไม่ยอมเอาใคร” เมษาชมเวียงพิงค์พร้อมกับตำหนิเล็กน้อย

“พิ้งค์ไม่ได้อยู่ในสถานะให้ใครจีบนี่นา พิ้งค์มาเรียน เรียนให้จบแล้วหางานทำ

ส่งเงินกลับไปให้แม่และน้าที่เชียงใหม่ เท่านี้ที่พิ้งค์ต้องการ ไม่ใช่อ่อยผู้ชาย” เวียงพิงค์ว่ากลับยิ้มๆ เหมือนหยอกเย้าไม่ได้คิดอะไรมากนัก

“พูดจาน่าหมั่นไส้เดี๋ยวหยิกสักที ตอนนี้กำลังจะได้ทำงานแล้ว ต้องหาคนดูแลเผื่อเอาไว้ เพื่อจะได้ปกป้องตัวเองไง ถ้าได้คนรวยๆ ล่ะดีเลย ฮ่าๆ” เมษาหัวเราะชอบใจ ไม่ต่างอะไรกับเพ้อเลย 

 “นิสัยไม่ดี พิ้งค์ไม่พูดกับเมย์แล้ว รอฟังเสียงพิธีกรเปิดงานดีกว่า สงสัยป่านนี้ประธานใกล้จะมาถึงงานแล้วมั้ง”

“ย่ะ” เมษารับคำพร้อมกับตัดบทการสนทนาลงเพื่อให้เวียงพิงค์ได้ทำสมาธิ จะได้ไม่ตื่นเต้นจนเกินไป ระหว่างนั้นก็พากันรอฟังเสียงว่าพิธีกรจะกล่าวเปิดงานเมื่อไหร่ 

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ห้องแกรนบอลรูมเริ่มมีแขกทยอยเข้ามาในงาน ทุกคนต่างรอเวลาที่จะให้ประธานมาเปิดงาน ตามหมายกำหนดการที่วางเอาไว้ ทว่ามันยังไม่ถึงเวลา ประธานจึงยังมาไม่ถึง ทำให้ทุกคนเอาแต่ชะเง้อคอ มองไปตรงบริเวณทางเข้างานอยู่ตลอด และแต่ละคนพยายามคุยกันในกลุ่มว่าประธานบริษัทคนใหม่จะหน้าตาเป็นอย่างไร 

ทั้งนี้เพราะชายหนุ่มไม่เคยออกสื่อ ไม่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไหนตั้งแต่รับตำแหน่ง และน้อยนักที่จะมีคนเคยเห็นหน้า นอกจากเห็นหน้าประธานบริษัทคนก่อนคือเจ้าสัวหัสนัยน์ ฉะนั้นภายในงานจึงมีการซุบซิบเรื่องหน้าตาของประธานคนใหม่ ที่มีเพียงคนในบริษัทระดับผู้บริหารเท่านั้นที่เคยเห็น ระหว่างนั้นฝ่ายที่ถูกนินทามากที่สุดก็อยู่ในช่วงของการเดินทางซึ่งใกล้จะถึงโรงแรมเต็มทีแล้วเช่นกัน 

“รบกวนป๋าขึ้นไปเปิดงานด้วยได้ไหมครับ ตามแผนที่เราวางเอาไว้” คาเมรอน 

ประธานบริษัทคนล่าสุด เอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบ เพราะเขาไม่ต้องการออกสื่อนัก

“แผนมันปรับเปลี่ยนได้ แกเป็นประธานบริษัทแล้วนะ จะกลัวอะไรรู้จักออกสื่อเสียบ้าง คนจะได้รู้จักทำตัวลึกลับไปได้” หัสนัยน์เอ่ยด้วยน้ำเสียง

“ผมไม่ชอบ ป๋าก็รู้นี่ครับ แล้วอีกอย่างผมเพิ่งจะมาทำงานได้เดือนกว่าๆ นะครับ ผมไม่ชอบที่นักข่าวจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวแทนที่จะเป็นเรื่องงาน ถามนั่นโน่นนี่น่ารำคาญ” คาเมรอนบ่นน้ำเสียงเรียบและขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดใจ

“ไม่ชอบก็ต้องทำใจ เพราะงานนี้มันเป็นงานของลูก ลูกเป็นคนจัดขึ้นมาเองไม่ใช่เหรอ แล้วจะให้ป๋าออกหน้ารับแทนทุกครั้งมันไม่ได้ อย่าทำตัวให้คนอื่นเข้าถึงยากนัก” เคียร่า มารดาคนสวยเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาน 

“ตำหนิผมเพราะว่าผมเข้าถึงตัวยากเหรอครับ แค่นี้เองมันจะเป็นปัญหาอะไรล่ะครับคุณแม่” คาเมรอนบอกอย่างไม่แยแส เพราะมันเป็นนิสัย เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็นหน้า แต่ผลงานยอดเยี่ยมก็น่าจะเพียงพอ

“แม่แค่บอกว่ามันถึงเวลาแล้วก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ทำใจเถอะเพราะวันนี้ก็เท่ากับว่าเป็นวันเปิดตัวลูกนะคาเมล” 

“ครับผม จะพยายามทำใจ แต่ถ้าทำให้หงุดหงิดอย่าหาว่าผมเหวี่ยงสื่อก็แล้วกันครับ” 

“ระดับเจ้าของงานใครจะกล้าว่าเล่า” หัสนัยน์แทรกขึ้นยิ้มๆ พลางเอื้อมมือไปตบที่หัวไหล่ของบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู 

คาเมรอน เกรย์ มหัทธนวงศ์สกุล หรือคาเมลที่บิดาและมารดาเรียกสั้นๆ เขาเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบเอ็ดปี จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จากประเทศอังกฤษ ทว่าเมื่อเรียนจบแล้วไม่ยอมกลับเมืองไทยเป็นปี กระทั่งหัสนัยน์อยากจะเกษียณตัวเองพร้อมกับภรรยาคู่ชีวิตจากงานที่เหน็ดเหนื่อยมานาน จึงต้องตามคาเมรอนกลับเมืองไทย เพื่อรับตำแหน่งประธานบริษัทคนใหม่นั่นเอง และคาเมรอนก็ทำงานได้เป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Krunou Kulkit
ฝากบอกผู้แต่ง"หมายกำหนดการ"ใช้กับพระมหากษัติย์เท่านั้น
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 2

    แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว คาเมรอนเป็นคนที่มีบุคลิก ดุ น่ากลัว น่าเกรงขาม เย็นชา บางครั้งเอาแต่ใจตัวเองและหยิ่งจองหองถือตัวเอามากๆ ไม่ยอมให้ใครเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ คนที่คาเมรอนจะเรียกเข้าห้องทำงานเพื่อไปคุยงานด้วยนั้น จะมีแต่ระดับผู้จัดการขึ้นไปเท่านั้น ส่วนพนักงานตัวเล็กๆ นั้นรอรับคำสั่งจากผู้จัดการอีกต่อหนึ่ง แต่เพราะคาเมรอนเป็นคนที่มีเสน่ห์ ยิ่งเก็บตัวเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนทั่วไปอยากจะรู้จักและอยากเข้าถึงตัวมากยิ่งขึ้น ยิ่งได้รู้จากปากต่อปากว่าคาเมรอนหล่อเหลาระดับพระเอกฮอลลีวู้ด ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ราวกับนายแบบด้วยส่วนสูง 189 เซนติเมตร ก็ยิ่งทำให้นักข่าวอยากขอสัมภาษณ์ อยากเห็นหน้า เพราะคาเมรอนคือความลงตัวของสามเชื้อชาติ นั่นคือ ไทย – จีน - อเมริกัน เพราะเจ้าสัวหัสนัยน์เป็นลูกครึ่งไทย - จีน ส่วนมารดานั้นเป็นชาวอเมริกันแท้ๆ แต่มาอยู่เมืองไทยนานนับสามสิบปีทำให้พูดไทยได้คล่องปร๋อ คาเมรอนเป็นทายาทเพียงคนเดียวและมีองค์ประกอบบนใบหน้าครบจนน่าอิจฉา ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่ขาวเหมือนคนจีน ใบหน้าเกลี้ยงเกลา หล่อเหลาแบบหนุ่มอเมริกัน คิ้วหนาเข้ม ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลอ่อน แต่เปลือกตาเล็กแบบคนจีน จมูกโด่งเป็นสั

    Last Updated : 2024-10-24
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 3

    “ลำดับที่สิบผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย นางสาวเวียงพิงค์ ขวัญคำ กับชื่อชุดฤดูผลิรัก” พิธีกรประกาศชื่อเวียงพิงค์เป็นคนสุดท้าย หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วจึงเดินขึ้นเวทีพร้อมกับนางแบบรูปร่างสูงเพรียว ผิวสีน้ำผึ้ง แต่ไม่สามารถบดบังรัศมีความสวย ขาว น่ารักของเธอได้เลย แม้จะตัวเล็กแต่เวียงพิงค์เด่นราวกับดารา เพราะเธอสวยเหมือนดาราอยู่แล้ว จากนั้นเสียงเซ็งแซ่พูดคุยกันเรื่องหน้าตาของเวียงพิงค์ก็ฮอตพอๆ กับการวิจารณ์ความสวยของคอลเล็คชั่นที่เธอออกแบบ พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว เวียงพิงค์ส่งยิ้มหวานโปรยให้กับแขกในงานอย่างอ่อนโยนและเขินอายในที แต่นาทีนี้เองที่เธอได้เห็นคาเมรอนเต็มๆ ใกล้ๆ และต้องรีบหุบยิ้มเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าอ่อยประธานบริษัท แม้ในหัวใจจะเต้นตูมตามแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่จังหวะเดียวกันนั้นคาเมรอนก็มองมาที่เวียงพิงค์ด้วยดวงตาคมกริบวาวโรจน์ สลับกับมองเครื่องประดับและนางแบบ แต่นางแบบเองก็น่าสนใจไม่น้อย และเช่นเดียวกันเมื่อกรรมการได้เห็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายเรียบร้อยทุกคนก็ก้มหน้าให้คะแนน เมื่อโชว์เครื่องประดับเสร็จเวียงพิงค์กลับเข้าหลังเวทีพร้อมกับนางแบบเพื่อพักผ่อนและรอฟั

    Last Updated : 2024-10-24
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 4

    ทว่าหลังจากเสร็จสิ้นการประกวด คาเมรอนไม่ได้กลับบ้าน แต่กลับขึ้นไปพักในโรงแรมเพราะมีกิจกรรมหลังจากนี้ที่เร่าร้อนกว่า เขาหมายตาเอาไว้แล้วว่าคืนนี้ใครถูกใจมากที่สุด ไม่ใช่ว่าเขาจะซื้อคอลเลคชั่นของผู้เข้าประกวดเท่านั้น แต่ผู้สวมใส่คอลเลคชั่นก็ไม่พลาดที่จะซื้อตัวมาสังเวยตัณหา เพราะผู้ชายที่เคยนอนกับผู้หญิงทุกคืนอย่างเขามันขาดไม่ได้ ยิ่งได้เห็นนางแบบแต่ละคนเซ็กซี่ ขยี้ใจ มันก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์บางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในใจให้ลุกโชนออกมาบนเตียงนอนนุ่มภายในพักสุดหรู ในความมืดสลัวนั้น มีเพียงแสงสว่างจากภายนอก สาดผ่านกระจกบานใหญ่แบบเลื่อนๆ เข้ามาถึงห้องนอนที่เปิดผ้าม่านเอาไว้ จึงทำให้มองเห็นสองร่างเปลือยไร้เสื้อผ้าของคาเมรอนและนางแบบสาวลูกครึ่ง กำลังนั่งโอบกอดคลอเคลียแนบแน่น พร้อมกับเสียงครางงึมงำในลำคออย่างพอใจ เรือนกายแสนเย้ายวนของเทย่านางแบบสุดเซ็กซี่ ซึ่งเดินแบบให้กับเครื่องเพชรของเวียงพิงค์ กำลังขยับโยกกายเร่าร้อนราวกับพายุ บดเบียดสะโพกกลมกลึงกับกายแกร่งแห่งชายชาตรีแนบแน่น ขณะที่เขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่บนตัก พร้อมกับขยับรับจังหวะของหญิงสาวอย่างรุนแรง สองแขนแข็งแกร่งโอบกอดเธอไว้ พลางเล

    Last Updated : 2024-10-24
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 5

    “เทย่าก็แค่...” เธอกำลังจะเถียงต่อทว่าเขาแทรกขึ้นเสียก่อน“ผมจ่ายเงินคุณ คุณสิต้องเมคเลิฟให้ผมถึงจะถูก หรือว่าไม่เอา หืม”“เอาค่ะ เอาเงินแล้วเอาคุณด้วย” พูดจาตรงไปตรงมาเสียเหลือเกิน เขาคิด“คืนนี้ยกให้ แต่ห้ามขอมาก เพราะเราตกลงกันแล้ว” เขาบอกเสียงเรียบอีกครั้ง“เท่านี้ก็ปลื้มจะแย่ที่เทย่าเป็นคนที่คุณเลือก” เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเขา และขบที่ติ่งหูเบาๆ ก่อนจะขยับขึ้นไปนั่งคร่อมเขาบนสะโพกอีกครั้ง พลางมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาแพรวพราวใต้เงาสลัว แต่เขามองเห็นชัดเจนว่าเธอกำลังมีความต้องการ จากนั้นเธอก็ขยับตัวลงไปแทรกกายอยู่ระหว่างขาของเขาพลางเอื้อมมือลงไปลูบไล้กายแกร่งที่เพิ่งจะหลับไหลหวังจะกระตุ้นให้มันตื่นตัวอีกครั้งคาเมรอนมองหญิงสาวด้วยแววตาวาวโรจน์และหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ ขณะที่มือเรียวสวยกำลังกอบกุมกายชายเอาไว้แน่น ก่อนจะขยับรูดขึ้นลงอย่างช้าๆ ดวงตาแสนเย้ายวนตวัดมองเขาอย่างมีชั้นเชิง เพื่อสังเกตอาการตอบรับ แต่เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งอยู่เธอจึงเร่งความเร็วเพิ่มมากขึ้น กระทั่งความปรารถนา

    Last Updated : 2024-10-24
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 6

    “โอ้ว อ่า...” เขาไม่ได้ฟังว่าเธอพูดอะไร แต่กลับขยับเร่งตัวเองอย่างรวดเร็ว ทว่าเทย่าก็กรีดร้องลั่นเมื่อกายแกร่งทะยานพาเธอมาถึงจุดหมาย สองมือกุมขยับทรวงอกตัวเองอย่างผ่อนคลายและล่องลอย ขณะที่คาเมรอนยังรุกเร้าโรมรันไม่ยอมหยุด จนกระทั่งเขากดสะโพกให้แนบแน่นกับบั้นท้ายกลมกลึง พร้อมกับกายแกร่งกระตุกหนักๆ และปลดปล่อยลาวาอุ่นๆ ไหลอยู่ภายในปราการณ์เช่นเดิม ร่างของเทย่าฟุบลงกับที่นอนและซบใบหน้าลงกับหมอน แต่เขาคุกเข่ามองร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรง พร้อมกับรอให้ตัวเองผ่อนคลายก่อนจะเอื้อมมือลูบไล้แผ่นหลังและสะโพกสวยเพื่อเมคเลิฟเบาๆ แต่ถ้าจะให้ลงไปคลอเคลียเขากลับไม่มีอารมณ์แบบนั้น“อืม คาเมล ฉันไม่เคยเจอใครที่เร่าร้อนเท่าคุณมาก่อน” หญิงสาวปากชมเปราะด้วยน้ำเสียงพร่าแผ่วเบาแต่นั่นมันบอกให้เขารู้ว่าเธอผ่านมานักต่อนัก“หึ ลืมไม่ลงเลยหรือเปล่า” คาเมรอนหัวเราะเบาๆ กับความหมายที่ว่าเร่าร้อนกว่าใครๆ ก่อนจะจัดการกับปราการณ์ที่ห่อหุ้มกายแกร่งเอาไว้แล้วโยนทิ้งถังขยะเช่นเดิม“ใครจะลืมคุณลง ฉันชอบคุณนะคะ” ชอบอย่างนั้นหรือ ชอบคืออะไร หรือว่าเธออยากจะจริงจ

    Last Updated : 2024-10-25
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 7

    “เอาน่าสู้ๆ อย่าลืมนะฝากอ่อยประธานบริษัทคนใหม่ให้เมย์ด้วย ฮ่าๆ” เมษายังเล่นมุขไม่เลิก ทั้งที่รู้ว่าเวียงพิงค์เป็นคนขี้อายพอสมควร“มันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิ จะได้อ่อยเอาไว้เอง แต่หางตาเขาจะแลเราหรือเปล่า”“ฮั่นแน่แสดงว่าสนใจ อยากอ่อยเองใช่ไหมล่ะ ถ้าเขาโสดก็น่าสนใจนะ”“เลอะเทอะแล้วเมย์น่ะ เราเป็นใครเขาเป็นใคร คนระดับนั้นไม่มาคลุกคลี่กับพนักงานตัวเล็กๆ หรอกที่สำคัญผู้หญิงของเขา พิ้งค์ว่าต้องระดับดารานางแบบโน่น”“ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้าตาบ้างเหรอ เตี้ยๆ อย่างนี้อาจจะตรงสเปค” เมษาแซวยิ้มๆ“ไม่จ้ะ เลิกคิดไปได้เลย เพ้อฝันมาก” เวียงพิงค์ปฏิเสธทันควัน“แหมอย่างน้อยคนเราก็มีสิทธิ์เพ้อฝันเพื่อความสุขของตัวเองเหมือนกันแหละน่า”“จ้า แม่คนเพ้อฝัน ตั้งใจขับรถไปเลย เดี๋ยวพิ้งค์จะไปทำงานสาย” เวียงพิงค์บอกและยิ้มบางๆ จากนั้นเมษาจึงได้ตั้งใจขับรถต่อไปจนกระทั่งถึงบริษัทอัญมณียักษ์ใหญ่ของเมืองไทย บริษัทดูใหญ่โต หรูหรา สูงหลายสิบชั้น ทางขึ้นคล้ายกับโรงแรมมี

    Last Updated : 2024-10-26
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 8

    อให้ความคิดเห็นกันอยู่ตลอดเกือบจะทุกเวลา ฉะนั้นทั้งสองฝ่ายอยู่ในชั้นเดียวกัน แบ่งโซนให้อยู่กันอย่างชัดเจน ซึ่งก็ไม่ต่างกับออฟฟิตทั่วไปสักเท่าไหร่ เมื่อการมาเยือนของรสสุคันธ์ พร้อมกับพนักงานคนใหม่ พนักงานคนอื่นๆ จึงพากันหันมามองเป็นตาเดียว และแน่นอนว่าทุกคนรู้ว่าเวียงพิงค์เป็นใคร เพราะได้ไปร่วมงานประกวดพร้อมกันหมด เสียงซุบซิบนินทาจึงเกิดขึ้น แต่เป็นแง่ดี นั่นคือความสวยน่ารักของเวียงพิงค์นั่นเอง“สาวๆ ผู้จัดการทั้งสองอยู่ในห้องใช่ไหม” รสสุคนธ์เอ่ยถามกับพนักงานที่กำลังจับกลุ่มกันคุยงานพอดี“ผู้จัดการอยู่ในห้องค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งตอบ“โอเคขอบใจจ้ะ ปะพิ้งค์ไปหาผู้จัดการของพิ้งค์กัน” พูดจบรสสุคนธ์จึงเดินนำหน้าอีกครั้งกระทั่งถึงห้องทำงานของผู้จัดการฝ่ายออกแบบก่อน เพราะเวียงพิงค์ต้องเป็นดีไซเนอร์ฝ่ายนี้นั่นเองก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! รสสุคนธ์เคาะประตูอย่างมีมารยาทและรอกระทั่งได้รับอนุญาต“เชิญค่ะ” น้ำเสียงของผู้จัดการดูเหมือนผู้ชาย แต่คล้ายไปทางผู้หญิง คิดว่าคงเข้าใจไม่ผิดแน่ เวียงพิงค์หวาดหวั่นอยู่ไม่น้อ

    Last Updated : 2024-10-27
  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 9

    “เหรอคะ พูดถึงท่าน แล้วท่านดุหรือเปล่าคะ ดูเหมือนที่พิ้งค์เห็นจากระยะไกลการ์ดท่านเยอะมาก”“ดุ แต่ก็ใจดีเหมือนกัน เพียงแต่ท่านไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่น่ะ ไม่ต้องคิดมาก ท่านไม่เรียกพนักงานพบหรอก เวลางานมีปัญหาหรือบกพร่องท่านเรียกหัวหน้านี่แหละไป”“ความน่ากลัวก็มาตกอยู่กับหัวหน้าใช่ไหมคะ”“ฮ่าๆ ไม่หรอกจ้ะ ไม่น่ากลัวขนาดนั้นเสียหน่อย เอาล่ะไปดูโต๊ะทำงานกัน” พิรัชหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้เวียงพิงค์รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเยอะเลยทีเดียว“ได้ค่ะ” เมื่อเวียงพิงค์รับคำแล้วจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูให้พิรัชก่อน ตามลำดับหัวหน้ากับลูกน้อง แล้วเธอจึงออกไปทีหลัง พิรัชเดินนำมาถึงโต๊ะทำงานที่เป็นของเวียงพิงค์ ซึ่งโต๊ะทำงานของเธอก็มีฉากกั้นเช่นกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือ มีโต๊ะทำงานโต๊ะเดียวเท่านั้น คิดว่าคงจัดไว้สำหรับดีไซเนอร์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากๆ จากนั้นพิรัชจึงได้พาเวียงพิงค์ไปแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมงานและฝ่ายการตลาดตามลำดับต

    Last Updated : 2024-10-27

Latest chapter

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 87 (จบ)

    “อ๊ะ! ซี๊ดดดด อ่า คาเมล” ด้วยความเสียวซ่านทำให้เธอกดกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความคิดถึง ความปรารถนา และทะยานพุ่งสู่จดหมายที่ปลายขอบฟ้า ร่างบางกระตุกเกร็งและแอ่นสะโพกยกขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือมาจิกที่ตัวไหล่ทั้งสองข้างของเขาเพื่อปลดปล่อยความทรมาน ผ่านไปชั่วครู่ร่างกายเริ่มผ่อนคลายล่องลอยราวกับอยู่กลางท้องฟ้า เสียงหายใจหอบพร่ากระชั้นด้วยความเหนื่อย คาเมรอนยังคงอ้อยอิ่งจูบซับความหวานกระทั่งพอใจ แล้วจึงขยับกายขึ้นไปหาพร้อมกับจูบที่ริมฝีปากบางอย่างปลอบโยนอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปรั้งผ้าห่มที่อยู่ปลายเท้าขึ้นมาคลุมให้ แล้วยิ้มหวานพลางเอื้อมมือขึ้นเสยผมที่เลื่อนมาปิดใบหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน แต่เวียงพิงค์แปลกใจไม่น้อยที่เขายอมทำตามคำขอร้องของเธอ “ทำไมคุณถึงได้ยอม ทั้งที่เมื่อก่อน...” เธอถามอย่างแปลกใจ“เมื่อก่อนผมไม่ยอมใช่ไหม จะเอาให้ได้ใช่หรือเปล่า ก็ตอนนี้ร่างกายคุณไม่โอเคจะให้ผมบังคับเหรอ คุณจะไม่เกลียดผมมากกว่านี้หรือยังไง” เขากระซิบบอกเสียงนุ่มแล้วก้มหน้าจูบที่หน้าผากเนียนเบาๆ แต่เนิ่นนานจนไม่อยากจะละจากกันเลยทีเดียว“ผมรักคุณ” เขากระซิบเบาๆ อีกครั้งทว่าหลั

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 86

    เท่านั้นยังไม่พอมือหนาซุกซนของเขาลูบเข้ามาจนถึงเรียวขาด้านใน ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสกับเนินสวาทอวบนุ่ม แต่เขากลับต้องชะงักเพราะมันเกลี้ยงเกลาสะอาดจน... “พระเจ้า” เขาครางออกมาเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นพลางลูบไล้ฝ่ามือลงบนเนินสวาทช้าๆ พร้อมกับบดเบียดนิ้วแกร่งกับช่อกุหลาบนุ่มๆ อย่างเอาใจ สร้างความเสียวซ่านให้กับหญิงสาวจนแทบคลั่ง เพราะไม่ได้อยู่ใกล้เขามานาน “อื้อ! ไม่ได้ค่ะ ไม่เอา” เธอเริ่มห้ามปรามอีกครั้งพร้อมกับผลักมือของเขาออก “ทำไมไม่ได้ ผม... ผมเอ่อ” เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกขัดใจชอบกล แต่ไม่ได้หงุดหงิดอะไรเพียงแต่ร่างกายของเขากำลังต้องการเท่านั้นเอง “พิ้งค์เพิ่งคลอด คุณเข้าใจไหมคะ คุณหมอเย็บไหมละลาย ถ้าละลายแล้วก็ใช่ว่าคุณจะ...” เธอบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อืม! ผัวเมียอยู่ด้วยกันมันก็ต้องการจะให้ทำยังไงครับจ๋า หืม” ให้ตายสิเขาโมเมคิดว่าเธอใจอ่อนแล้วสิท่า “ไม่ต้องทำ ปล่อยพิ้งค์” พอเธอพูดจบเท่านั้นแหละเขาก็ตวัดเธอเข้าไปกอด “ไม่ทำไม่ได้ คุณหมอสั่ง” คนบ้ามาอ้างอิงคำสั่งหมอ หมอไม่ได้สั่งให้มีอะไรกันเสียหน่อย เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว เธอคิดพลางมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “หมอไม่ได้สั่งแบบนี

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 85

    “คุณหนีผมมาทำไม ทิ้งผมมาทำไม ที่สำคัญไม่บอกผมสักคำว่าท้อง” “พิ้งค์ไม่ได้มีค่ากับคุณ เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะคุณรังแกพิ้งค์ ลูกเกิดมาเพราะคุณไม่ได้ตั้งใจ และคิดเหรอว่าคุณจะรับผิดชอบ” เธอบอกพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งริน “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่รับผิดชอบ ผมเป็นคนนะ และคนๆ นี้ก็รักคุณ ไม่ได้ดูดายเมื่อรู้ว่าคุณมาที่นี่”“หึ ไม่ได้ดูดายอย่างนั้นเหรอคะ คุณไม่ได้สนใจพิ้งค์ด้วยซ้ำ”“โรงพยาบาลที่ราคาถูกผิดปกติ แท็กซี่เจ้าประจำของคุณ และค่าใช้จ่ายในบ้านที่แม่คุณอาจจะหยิบยื่นให้ สงสัยหรือเปล่า” ให้ตายสิอย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือเขา เธอคิดและได้แต่ร้องไห้“ผมอยากมาหาคุณเหลือเกินพิ้งค์ แต่เพราะผมโง่ถึงรอคอยอะไรบ้าๆ จนทำให้คุณโกรธผมขนาดนี้ แต่เชื่อเถอะว่าผมไม่เคยอยู่ห่างคุณกับลูกเลย” “คุณเป็นคน... เป็นฝีมือคุณ” “เป็นฝีมือผม ใช่ ผมอยากดูแลคุณอยากรับผิดชอบ แต่เพราะรู้ว่าคุณเกลียดผมมาก หากคุณรู้ก็กลัวว่าคุณไม่รับ ขอโทษนะครับได้ไหม” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบด้วยความรู้สึกหลากหลาย บอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร“ให้โอกาสผมได้ไหม เริ่มต้นกันใหม่นะครับ”“พิ้งค์เป็นแค่... พิ้งค์ไม่มีค่าอะไร” เธอยังคงคิดว่าตัวเองต่ำต้อ

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 84

    “แต่คุณน่ะทะลึ่ง ไปไหนก็ไปพิ้งค์ง่วง จะนอนแล้วไม่ต้องมากวนด้วย” พอพูดจบเธอก็คลานขึ้นเตียงทันทีแล้วแสร้งทำเป็นหลับ คาเมรอนจึงออกมาจากห้อง เพื่อจะเข้าครัวทำอาหารที่หมอแนะนำ นั่นคือแกงเลี่ยงเพียงอย่างเดียวก่อน แม้ว่าจะทำไม่เป็นก็ตาม แต่อ่านวิธีทำแล้วเข้าใจ ทุกอย่างก็ง่ายในทันที เมื่อลงมือทำเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข ถึงแม้เวียงพิงค์จะต่อต้าน แต่การทะเลาะกันนิดหน่อยเหมือนเป็นสัญญาณดี เพราะอย่างน้อยเวียงพิงค์ไม่ได้ขับไล่ไสสงเขาอย่างหนักหน่วง เหมือนวันแรกที่มาเหยียบที่นี่จ “หวังว่าคงจะทานได้นะครับ” เขาเอ่ยออกมาลอยๆ เพราะไม่มั่นใจว่ามันจะอร่อยเพียงใด แต่แกงเลี่ยงก็มีแต่ผัก ทานได้หรือไม่ได้ก็ต้องทาน พอทำเสร็จแล้วจึงตักใส่ถ้วยขนาดพอดีไม่ใหญ่มาก เพื่อให้เวียงพิงค์ได้ซดน้ำอุ่นๆ เขาคงไม่รอให้เธอพักผ่อนก่อนหรอก เพราะมั่นใจว่าเธอยังไม่หลับ จึงได้นำแกงเลียงขึ้นไปให้เพราะอยากนำเสนอมาก เขาชิมเองก็โอเค หากเธอรับประทานเข้าไปแล้วน่าจะอร่อยแน่ๆ เขาคิดพลางเดินขึ้นไปบนบ้าน แต่เธอไม่ได้อยู่ในห้องจังหวะเดียวกันนั้น เวียงพิงค์ออกมาจากห้องน้ำพอดีและแทบจะร้องกรี้ด ด้วยความตกใจเพราะเธอใส่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจาก

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 83

    “พิ้งค์พยายามจะเชื่อ แต่เชื่อไม่ลง อย่าพูดให้เหนื่อยเลยค่ะและออกไปพิ้งค์ อยากอยู่คนเดียว” เธอออกปากไล่อีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจออกไปจากห้องด้วยอาการคอตก พยายามที่จะไม่ท้อแท้กับกิริยาหรือคำพูด ที่เธอพูดเสียดแทงหัวใจ เพราะเขารู้ตัวดีและจำได้ว่าเคยพูดให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจมาแล้วอย่างไม่น่าให้อภัย “แค่สองวันก็จะทนไม่ได้แล้วเหรอเรา ทีทำร้ายเขาเต็มๆ หนึ่งอาทิตย์ ทิ้งให้อุ้มท้องคนเดียวจนคลอดอีก เขายังทนได้ หึ เอาเลยพิ้งค์อยากจะลงโทษผมให้สาแก่ใจ ให้เจ็บปวดเจียนตายก็เอา” เขาเอ่ยออกมาลอยๆ และไม่ได้คิดที่จะยอมแพ้เพียงแต่อยากสงบจิตใจเท่านั้นเองขณะเดียวกันมะเหมี่ยวซื้อของเสร็จก็รีบกลับมาทันที พร้อมทั้งขอตัวกลับบ้านเพราะเที่ยงแล้ว เนื่องจากว่าคาเมรอนให้ทำงานเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่เวียงพิงค์ต้องถามเหตุผลกันเสียหน่อยว่าทำไมถึงกลับก่อนเวลาสองวันแล้ว“มีอะไรบอกพี่ตรงๆ ก็ได้นะเหมี่ยว ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เวียงพิงค์ถามด้วยความเป็นห่วง แต่มะเหมี่ยวอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ“คือเหมี่ยว ไม่มีปัญหาอะไรกับที่บ้านหรอกค่ะ แต่แบบว่าพี่พิ้งค์มีคุณเขาดูแลแล้ว เหมี่ยวเลยอยากจะดูแลพี่พิ้งค์ช่วงเช้าครึ่งวันน่ะค่ะ” “

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 82

    “ก็ได้ครับ” ว่าแล้วเขาก็ค้นหาเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวเพื่อจะเข้าไปอาบน้ำ ชำระร่างกายภายในห้องนอนนี่เอง ซึ่งเขาใช้เวลาไม่นานนัก ระหว่างนี้มะเหมี่ยวก็ทำอาหารเช้าสำหรับเวียงพิงค์และคาเมรอน เสร็จแล้วเธอก็ขึ้นมาหาเวียงพิงค์ทันที“พี่พิ้งค์สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะคุณ...” มะเหมี่ยวทักทายทั้งสองคนพลางยกมือไหว้“เมื่อวานไปทำธุระครึ่งวันทำไมไม่บอกพี่ล่ะ” เวียงพิงค์ตำหนิเล็กน้อยทว่ามะเหมี่ยวกลับปรายตามองคาเมรอนแทน“คือหนู มันด่วนมากน่ะค่ะเลยไม่ทันได้บอก แต่ฝากบอกผ่านสามีพี่พิ้งค์แล้วนะคะ” สามีอย่างนั้นหรือ ใครสั่งใครสอนให้พูด หรือว่าเขาบอกเอง เวียงพิงค์คิดอย่างไม่พอใจก่อนจะหันมามองมาคาเมรอนที่ยืนอยู่ปลายเตียง“เหมี่ยวเขาก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรน่ะครับ” “คุณเสี้ยมคนของพิ้งค์มากกว่า” “ผมเปล่า กับข้าวเสร็จหรือยัง เอาขึ้นมาให้พี่พิ้งค์ไป แล้วเดี๋ยวจะได้พาพี่พิ้งค์ไปหาหมอ” “พิ้งค์ไม่ได้บอกว่าจะไปนะคะ” การที่เธอไม่ตอบนั่นแหละว่าตกลงแล้ว เขาคิด“ไปเอากับข้าวขึ้นมานะ” คาเมรอนไม่ได้พูดกับเวียงพิงค์แต่หันไปสั่งมะเหมี่ยวแทน“ได้ค่ะคุณ” มะเหมี่ยวรับคำเสร็จก็ออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง“ค

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 81

    “พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอบอุ่นพลางกอดเธอเอาไว้ให้แน่นกว่าเดิม จนกระทั่งเวลาผ่านไปนับชั่วโมง เวียงพิงค์หยุดสั่นแล้วและคิดว่าอาจจะหลับสนิท แต่คาเมรอนไม่ได้หลับด้วย ตลอดเวลาที่กอดเวียงพิงค์เอาไว้ มันทำให้รู้สึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดหลายเดือน พยายามบอกตัวเองไม่ได้ว่าคิดถึงเธอ จึงไม่ยอมตามมาง้อ แต่ให้คนติดตามความเคลื่อนไหวและคอยช่วยเหลืออยู่ จนทนไม่ไหวต้องมาหาด้วยตัวเองเพราะความคิดถึงและนี่น่าจะเป็นกอดแรกที่เขาไม่อยากจะปล่อยเลยแม้แต่นิดเดียว “ผมคิดถึงคุณนะพิ้งค์ คิดถึงคุณเหลือเกิน” เขาเอ่ยกับร่างบางที่หลับสนิทเพราะหากพูดต่อหน้าเธอตรงๆ ก็คงไม่กล้าเช่นกัน“ทำยังไงคุณถึงจะยกโทษให้ผมนะ” เวลานี้คงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะได้อยู่ใกล้กัน หากวันพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาก็ไม่แน่ใจว่าเวียงพิงค์อาจจะโกรธเขามากกว่าเดิมก็เป็นได้ ข้อหาขึ้นมานอนร่วมบนเตียงตลอดทั้งคืนคาเมรอนแทบนอนไม่หลับ เพราะบางครั้งเวียงพิงค์ก็มีอาการหนาวสั่น เขาก็ต้องอาศัยอ้อมกอดอุ่นๆ เพื่อคลายความหนาวให้กับเธอ แต่ผ่านไปอีกสักหน่อยเจฟานก็ลุกขึ้นมากินนม เขาก็ต้องลุกขึ้นไปอุ้มเจฟานมาให้ ทำอย่างนี้ตลอดทั้งค

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 80

    “อย่ามาโกหกดีกว่าครับ เอาเป็นว่าผมนอนข้างนอกก็ได้ แต่คุณต้องเปิดประตูทิ้งเอาไว้ ผมจะได้เห็น” “นี่บ้านฉันคุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งอีกแล้ว” เธอว่า และเขาไม่ได้สั่ง แต่เป็นห่วงต่างหาก“ผมไม่ได้สั่งแต่ขอร้อง ผมเป็นห่วงคุณนะครับพิ้งค์ ไม่ได้คิดที่เข้าไปข้างในเสียหน่อย” “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ นอนหน้าห้อง” เธออนุญาตน้ำเสียงเรียบ“ขอบคุณครับ แล้วลูกหลับหรือยัง” ถามราวกับว่าเป็นลูกของตัวเอง“หลับแล้ว แล้วไม่ต้องเข้าไปในห้อง” เธอห้ามด้วยน้ำเสียงเข้ม ก่อนจะเอี้ยวตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง คาเมรอนจึงวางกระเป๋าเดินทางไว้ตรงประตู แล้วนั่งพิงผนังด้านเดียวกับประตูนั่นเอง ผ่านไปสักห้านาทีเวียงพิงค์ก็กลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับหมอนและผ้าห่ม วางกองเอาไว้ตรงหน้าเขาพอดี ดูเหมือนเธอเป็นห่วงแต่สีหน้าบูดบึ้ง เขาจึงมองเครื่องนอนสลับกับเงยหน้ามองเธอ“มองอะไร สงสัยอะไร” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ชวนหาเรื่องเสียเหลือเกิน“อ๋อ ใครจะกล้าล่ะครับ คือ... จะเข้านอนแล้วเหรอครับ” “ถ้าไม่เข้านอนตอนนี้ เดี๋ยวจะไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน ลุกบ่อยรู้แล้วนี่คะ” เธอตอบเสียงเรียบพลางเมินหน้าหนี“อย่าปิดประตูนะครับ เผื่อว่าลูกตื่นร้องไห้แล้วคุณลุกไม่

  • โซ่เสน่หากามเทพ   บทที่ 79

    “ก็ต้องลองทานดูครับ ผมทำได้เท่านี้ แต่อยากให้ทานอุ่นๆ จะได้มีแรง เดี๋ยวลูกก็ตื่นคุณก็ต้องอาบน้ำให้แกอีก” เขาบอกอย่างมีเหตุผล แต่ใช่ว่าเธอจะญาติดีกับเขาหรอกนะ แค่อยากมีแรงดูแลลูกเท่านั้นเอง“ก็เอามาสิคะ” เธอสั่งน้ำเสียงเรียบอีกครั้งแต่ยังดีที่ไม่ได้ใช้น้ำเสียงแข็งกระด้างหรือพูดไม่มีหางเสียง และเมื่อเธอยอมที่จะรับประทานเขาจึงยกเฉพาะถ้วยโจ๊กมาให้เท่านั้นเวียงพิงค์รับถ้วยโจ๊กมาถือเอาไว้ ขณะที่เขากลับยิ้มบางๆ อย่างพอใจ แต่เธอไม่ได้สังเกตเพราะมองที่ถ้วยโจ๊กและบอกไม่ถูกว่ามันน่ารับประทานแค่ไหน แค่รู้จักใส่ต้นหอมผักชีเท่านี้ก็น่าอร่อยแล้ว จากนั้นเธอจึงใช้ช้อนตักโจ๊กขึ้นมาเป่าแล้วชิมคำเล็กๆ โดยที่คาเมรอนก็นั่งลุ้นตัวโก่งเพราะกลัวว่าจะไม่อร่อยพลางสังเกตสีหน้าของเธอด้วย“เป็นไงครับ โอเคไหม” เขาถามอย่างตื่นเต้น เพราะอยากให้เธอตอบว่าอร่อยเหลือเกิน“ไม่โอเคค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงเรียบทำเอาคาเมรอนหน้าเจื่อนไปเลยทีเดียว“ไม่อร่อยเลยเหรอครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด และน่าสงสารเลยทีเดียว เวียงพิงค์จึงมองหน้าเขาเล็กน้อยก่อนจะตักโจ๊กรับประทานต่อไป“มันไม่โอเค เพราะมันไม่มีชิ้นเนื้อเลย มีแต่

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status