เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ซูหนิงจิงเรียกให้แม่บ้านมาช่วยยกกล่องกระดาษขึ้นไปยังห้องของเธอและลูกโดยแบ่งกล่องกันคนละครึ่งจากที่ซื้อมา ส่วนเทปติดกล่องก็แบ่งกันคนละครึ่งเช่นเดียวกัน แม่บ้านไม่สอบถามอะไรมากมายเช่นเคย พวกเธอช่วยคุณผู้หญิงกับคุณหนูยกกันคนละไม้คนละมือขึ้นไปที่ห้องของเจ้านายแต่ละคน หลังจากยกขึ้นไปแล้ว ซูหนิงจิงก็บอกให้พวกเธอออกไปก่อน แล้วค่อยเตรียมอาหารเย็นให้เธอกับลูกทีหลัง แม่บ้านทั้งสามรับคำของคุณผู้หญิงก่อนจะออกจากห้องไปทำหน้าที่อย่างอื่นก่อนถึงเวลาทำอาหารเย็นให้พวกเธอ
ซูหนิงจิงมองภาพห้องนอนที่มีสิ่งของต่าง ๆ มากมายของเธอพร้อมกับถอนหายใจยาว ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ซูหนิงจิงก็จะไม่คิดถึงวันเวลาที่แย่ ๆ อีกต่อไป เธอเริ่มเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดลงในกล่องและเหลือไว้เพียงชุดที่จะใส่พรุ่งนี้เท่านั้น ซูหนิงจิงเปิดเซฟที่มีเครื่องประดับที่เธอสะสมเอาไว้เก็บใส่กล่องกระดาษทั้งหมด ถ้าไปถึงที่ก้านโจวแล้วเธอค่อยหาซื้อตู้เซฟใหม่มาเก็บเอาไว้ทีหลัง โชคดีที่จ้าวไห่ถังไม่แอบเอาเครื่องประดับของเธอไปให้ผู้หญิงคนนั้น
ด้านซูหนิงเซียวเองก็เก็บหนังสือเรียนของเธอลงกล่องจนหมด แล้วจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้ามากมายที่แม่ซื้อให้ลงกล่องทั้งหมด เธอเหลือชุดเดรสไว้หนึ่งตัวสำหรับใส่ในวันพรุ่งนี้เพื่อเดินทางไปยังก้านโจวพร้อมกับแม่ เครื่องประดับและของขวัญมากมายที่แม่เธอซื้อให้ตั้งแต่เล็กก็ถูกเก็บลงในกล่องเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินไปเรียกลูกสาวลงไปกินข้าวด้วยกัน โชคดีที่ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้ามากนักนอกจากชุดทำงาน จึงทำให้เธอใช้เวลาไม่นานในการเก็บเสื้อผ้า ส่วนซูหนิงเซียวนั้นก็ยังเหลือสิ่งของที่ต้องเก็บอีกนิดหน่อยเท่านั้น
“เก็บของเสร็จหรือยังลูก”
“เหลืออีกไม่มากแล้วค่ะแม่ แล้วแม่ล่ะคะ”
“ของแม่เสร็จหมดแล้วล่ะ ลูกเก็บเสร็จก็รีบเข้านอนนะ พรุ่งนี้รถขนส่งจะมาถึงบ้านนี้ประมาณเก้าโมงเช้า คืนนี้แม่จะลองหาดูบ้านเช่าที่ก้านโจวแล้วพรุ่งนี้พอเราไปถึงค่อยดูกันว่าจะอยู่ไปก่อนได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะแม่”
เมื่อถึงห้องอาหารที่แม่บ้านเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะเอาไว้ให้แล้ว ทั้งสองคนก็นั่งกินข้าวกันเงียบ ๆ เพื่อทบทวนว่ายังเหลืออะไรที่พวกเธอไม่ได้เก็บอีกหรือเปล่า หลังจากทั้งสองทานอาหารเสร็จแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินไปส่งลูกที่ห้องแล้วดูว่าลูกเก็บของเป็นอย่างไรบ้าง พอเห็นว่าลูกสาวเธอเก็บของได้อย่างเป็นระเบียบเธอก็ยิ้มพร้อมกับลูบหัวซูหนิงเซียวก่อนจะกลับห้องไป
“เก็บของเสร็จลูกก็รีบเข้านอนนะ นอนหลับฝันดีนะลูก”
“ค่ะแม่ แม่ก็อย่านอนดึกนักนะคะ พรุ่งนี้แม่ยังต้องขับรถอีก”
“จ๊ะลูก ลูกรีบเข้าไปเก็บของต่อเถอะ”
ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าห้องเพื่อเก็บสิ่งของส่วนตัวของเธอต่อ ส่วนซูหนิงจิงก็ไปยังห้องทำงานเพื่อค้นหาข้อมูลบ้านเช่าที่ก้านโจว เธอเลือกบ้านที่ไม่ใหญ่นักเพราะอย่างไรเธอก็คิดว่าจะเช่าเพียงแค่หนึ่งหรือสองเดือนเท่านั้น ก่อนที่จะหาทำเลซื้อตึกสักแห่งเพื่อทำร้านอาหาร
ซูหนิงจิงจดเบอร์โทรของบ้านแต่ละหลังเอาไว้และกลับไปโทรสอบถามเรื่องราคารวมทั้งเงื่อนไขระยะเวลาการเช่าของเธอว่าที่ไหนสามารถให้เธอเช่าได้บ้าง กระทั่งมีบ้านหลังหนึ่งที่ยอมให้เธอเช่าได้สองเดือนโดยราคาค่าเช่าอยู่ที่เดือนละห้าพันหยวนซึ่งเธอยอมรับได้ ซูหนิงจิงแจ้งเจ้าของบ้านว่าเธอน่าจะไปถึงที่นั่นช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ เจ้าของบ้านจะได้ทำความสะอาดบ้านรอจนกว่าเธอจะไปถึงแล้วค่อยเซ็นสัญญาเช่าบ้านในวันพรุ่งนี้ หลังคุยเสร็จแล้วซูหนิงจิงก็เข้าไปอาบน้ำนอนทันที
หลังอาหารเช้าวันต่อมา ซูหนิงจิงให้แม่บ้านไปช่วยกันขนกล่องทั้งหมดลงมาจากห้องของเธอกับลูกสาวเพื่อรอให้รถขนส่งมาถึงในอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง
“คุณผู้หญิงกับคุณหนูจะไปไหนกันเหรอคะ”
“พวกเราจะย้ายออกจากที่นี่แล้วน่ะ หลังจากนี้พวกเธอก็คอยดูแลคุณผู้หญิงคนใหม่กับลูก ๆ ของเธอก็แล้วกันนะ”
“เอ่อ แต่พวกเรากลัวว่าจะถูกไล่ออกน่ะสิคะ ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจเข้า”
“พวกเธอไม่ต้องกังวลหรอก คุณผู้ชายไม่น่าจะทำแบบนั้น”
“พวกเราเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณคุณผู้หญิงที่ดูแลพวกเรามาตลอดหลายปีนะคะ เดี๋ยวพวกเราขอตัวไปขนของลงมาให้คุณผู้หญิงกับคุณหนูก่อนค่ะ”
“ไปเถอะ เก็บออกมาให้หมดนะ อย่าให้เหลือทิ้งเอาไว้แม้แต่กล่องเดียวล่ะ”
“ค่ะ คุณผู้หญิง”
แม่บ้านทั้งสามไปช่วยกันเก็บกล่องลงมาทีละห้องเพื่อที่จะได้ไม่หลงลืมกล่องของคุณผู้หญิงกับคุณหนูเอาไว้ที่บ้านนี้อีก พวกเธอใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขนกล่องทั้งหมดเกือบยี่สิบใบลงมาวางเอาไว้ที่ห้องรับแขก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถขนของที่ซูหนิงจิงจ้างเอาไว้ก็มาถึง พวกเขาเข้าไปช่วยกันยกกล่องทั้งหมดขึ้นรถบรรทุกหกล้อคันเล็กที่ซูหนิงจิงเลือกเอาไว้อย่างรวดเร็ว ซูหนิงจิงเห็นว่าพวกเขาจัดการเก็บของขึ้นรถหมดแล้วก็ชวนลูกสาวออกไปขึ้นรถเพื่อจะได้ออกเดินทางไปยังเมืองก้านโจวที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองหลวงหลายร้อยกิโลเมตร
แม่บ้านทั้งสามได้แต่มองส่งรถทั้งสองคันที่วิ่งออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้อย่างสงสาร พวกเธอเห็นมาตลอดว่าคุณผู้หญิงดีแสนดีขนาดไหน แต่คุณผู้ชายกลับทำร้ายสองแม่ลูกที่ดีเช่นนี้ได้ พวกเธอไม่คิดว่าคุณผู้หญิงจะยอมแพ้ผู้หญิงอีกคนง่ายๆ แต่ในเมื่อคุณผู้หญิงของเธอไม่ได้มีท่าทางโศกเศร้า พวกเธอจึงทำได้แค่รอเจ้านายใหม่ที่กำลังจะเดินทางกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้เท่านั้น ความจริงพอรู้ว่าคุณผู้หญิงจะไม่อยู่แล้ว พวกเธอเองก็คิดอยากลาออกไปหางานที่ใหม่ทำเช่นกัน แต่พวกเธอขอดูก่อนว่าคุณผู้หญิงคนใหม่เป็นคนแบบไหน ถ้าทนไม่ไหว พวกเธอก็จะลาออกไปเอง
ซูหนิงจิงแวะพารถขนของเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อน ที่ทางออกเมืองหลวง และแวะซื้อกาแฟเพื่อกินระหว่างขับรถทางไกล ส่วนซูหนิงเซียวก็สั่งกาแฟเผื่อพี่ชายคนขับกับคนขนของด้วยเช่นกัน หลังแวะปั้มน้ำมันกันเกือบยี่สิบนาที รถทั้งสองคันก็ขับตามกันไปต่ออีกเกือบสามชั่วโมง ก่อนที่ซูหนิงจิงจะพาพวกเขาแวะเติมน้ำมันและทานอาหารเที่ยงสักครึ่งชั่วโมง
“นี่เงินค่าอาหารค่ะ พวกคุณไปเลือกกินได้ตามสบายเลยนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงค่อยเดินทางกันต่อ”
“ได้ครับ ขอบคุณคุณผู้หญิงครับ”
ซูหนิงจิงพยักหน้ายิ้มรับคำของชายหนุ่มทั้งสองที่มาช่วยขับรถและขนของให้พวกเธอสองแม่ลูก ซูหนิงเซียวจับมือแม่ของเธอเดินไปหาอะไรง่าย ๆ กินเพื่อที่จะได้ไม่ต้องแวะเข้าห้องน้ำที่ไหนอีก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถทั้งสองคันก็พร้อมที่จะออกเดินทางต่อแล้ว พวกเขาเดินทางต่ออีกสองชั่วโมงก็เข้าสู่เมืองก้านโจวในเวลาประมาณบ่ายสามโมง ซูหนิงจิงโทรหาเจ้าของบ้านว่าเธอกำลังจะไปถึงแล้ว เพราะเมื่อคืนนี้ซูหนิงจิงให้เจ้าของบ้านส่งพิกัดมาให้เธอทางโทรศัพท์แล้ว
[ ตอนนี้คุณถึงไหนแล้วคะ ]
[ ตอนนี้ฉันเข้ามาในก้านโจวแล้วค่ะ กำลังจะเลี้ยวไปที่หมู่บ้านที่คุณบอกเอาไว้ น่าจะอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ]
[ อ่อ ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันที่บ้านตามพิกัดที่ฉันบอกคุณนะคะ ฉันรออยู่ที่บ้านแล้ว ]
[ ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวพบกันค่ะ ]
ซูหนิงจิงวางสายโทรศัพท์หลังจากรู้ว่าเจ้าของบ้านรออยู่ก่อนแล้วทันที ซูหนิงเซียวช่วยแม่ดูทางไปด้วยจนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มี รปภ. อยู่ด้านหน้า ซูหนิงจิงไม่แลกบัตรแต่บอก รปภ.ว่าเธอกำลังจะเช่าบ้านที่นี่อยู่และจะมาซื้อคีย์การ์ดเข้าหมู่บ้านทีหลัง รปภ.เห็นว่าเธอมาพร้อมรถขนของจึงปล่อยให้เธอเข้าไปได้ เพราะเขาเองก็ได้รับข่าวจากเจ้าของบ้านก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีคนเช่าบ้านมาในวันนี้
ซูหนิงจิงมองป้ายซอยตามที่เจ้าของบ้านบอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วขับนำรถขนของไปจนกระทั่งถึงหน้าบ้านที่เจ้าของบ้านโบกมือรออยู่ รถสองคันจอดต่อกันก่อนที่ซูหนิงจิงจะลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพายเพื่อจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าและค่าประกันทั้งหมดสองหมื่นหยวน ซูหนิงจิงอ่านเอกสารก่อนจะเซ็นสัญญาเช่าบ้านให้เรียบร้อยเจ้าของบ้านมอบกุญแจบ้านทั้งพวงให้กับซูหนิงจิง ก่อนจะขอตัวกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเช่นกัน“พวกคุณขนของเข้าไปวางไว้ในบ้านได้เลยค่ะ ฉันจะโอนค่าใช้จ่ายให้บริษัทของคุณตามที่ตกลงกันเอาไว้”“ครับ คุณผู้หญิง ขอบคุณมากครับ”ชายทั้งสองช่วยกันยกกล่องทั้งหมดลงจากรถไปโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น ซูหนิงจิงเห็นว่าพวกเขาทำงานดีก็มอบเงินให้พวกเขาคนละหนึ่งพันหยวนเป็นค่าตอบแทนที่พวกเขาช่วยยกของให้พวกเธอสองแม่ลูกชายทั้งสองกล่าวขอบคุณก่อนที่จะพากันขึ้นรถเพื่อขับกลับไปยังเมืองหลวงทันที พวกเขาคิดว่าน่าจะไปถึงตอนมืดแล้วเป็นแน่ เพราะระยะทางไกลไม่น้อย“ลูกเข้าไปดูในบ้านก่อนสิว่าพอจะอยู่ได้สักสองเดือนไหม พรุ่งนี้แม่จะพาลูกไปหาที่เรียนแต่เช้า เราจะได้หาข้าวเช้ากินด้วย ถ้าออกไปซื้ออาหารตอนนี้น่
หลังทานข้าวและล้างถ้วยชามเอาไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็ขึ้นไปเอากระเป๋าของตัวเองลงมาด้านล่างและบอกลูกสาวเอาของไปเก็บในรถก่อนไปเปิดประตูรั้ว ส่วนเธอจะล็อกประตูบ้านซูหนิงจิงถอยรถออกจากบ้านและรอให้ลูกสาวปิดประตูรั้วก่อนที่จะมาขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัย ซูหนิงจิงจึงขับรถออกจากหน้าบ้านไป“หนิงเซียวอยากเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐลูก แม่จะได้หาโรงเรียนให้ถูก”“หนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะแม่ แต่เอกชนน่าจะมีสอนภาคภาษาอังกฤษหรือเปล่าคะแม่ ที่โรงเรียนเดิมหนูก็เรียนนานาชาตินะคะ”“อืม นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นเราหาโรงเรียนนานาชาติดูก่อน ถ้าไม่มีค่อยดูว่ามีโรงเรียนไหนที่สอนภาคภาษาอังกฤษก็แล้วกัน เพราะในอนาคตลูกต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะแน่ ๆ”“ได้ค่ะแม่ แล้วแม่พอจะรู้บ้างไหมคะว่าโรงเรียนอยู่แถวไหนบ้าง”“แม่ยังไม่ได้หาข้อมูลเลยลูก แค่เราลองขับรถวนดูในเมืองก่อนก็น่าจะไม่เป็นไรมั้ง เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนเมืองหลวงนะลูก แม่คิดว่าน่าจะมีโรงเรียนแค่ไม่กี่แห่ง”“อ่อ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไม่ต้องขับเร็วมากนะคะ เราจะได้มองเห็นโรงเรียนกันทัน”“จ้า ลูกช่วยแม่มองดูข้างทางด้วยล่ะ”“ได้ค่ะแม่”สองคนแม่ลูกขับรถไปเรื่อย ๆ ภายในเมืองก
เมื่อไปถึงห้างแล้ว ซูหนิงจิงก็พาลูกสาวไปที่ร้านหนังสือก่อนเพื่อให้ลูกได้เลือกหนังสือเสริมความรู้นอกเหนือจากหนังสือที่ซื้อมาจากโรงเรียนก่อนหน้านี้“ลูกเลือกสักหลายเล่มหน่อยนะ จะได้เอาไว้อ่านในเวลาว่างที่บ้าน”“ได้ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะที่พาหนูมาซื้อหนังสือ”“รีบเข้าไปเลือกเถอะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เดินเล่นดูหนังสือรอแถวนี้แหละ”ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าไปที่มุมหนังสือของเด็กประถม เธอเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษมาสองสามเล่ม ส่วนที่เหลือเป็นหนังสือเกี่ยวกับการคำนวณและภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับชั้น ม.ต้น ซูหนิงเซียวมักจะชอบอ่านหนังสือของชั้นที่สูงกว่ามาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเรื่องนี้ซูหนิงจิงก็รู้ดีว่าลูกของเธอมีความสามารถมากแค่ไหน เธอจึงไม่เคยห้ามลูกเรื่องการซื้อหนังสือแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับหมั่นพาลูกสาวมาเลือกซื้อหนังสือดี ๆ กลับไปอ่านที่บ้านแทนซูหนิงเซียวหอบหนังสือเกือบสิบเล่มแล้วเดินไปหาซูหนิงจิงที่ยืนอ่านรอเธออยู่ที่ด้านหน้าร้าน“แม่คะ หนูได้หนังสือครบแล้วค่ะ”“อ้าว เอามานี่สิลูก แม่ถือให้เอง ลูกไปรอที่เคาเตอร์จ่ายเงินเลย เดี๋ยวแม่เดินตามไป”“ขอบคุณค่ะแม่”ซูหนิงเซียวส่งหนังสื
ซูหนิงจิงตื่นแต่เช้าในวันต่อมาเพื่อรีดผ้าและเตรียมอาหารที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่นรอให้ลูกสาวลงมากินก่อนจะไปส่งลูกที่โรงเรียน หลังทำทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็นำชุดนักเรียนไปแขวนเอาไว้ที่หน้าห้องลูก จากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวในเวลาไม่นาน ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าให้เสียเวลาอีกนอกจากการทาครีมบำรุงเท่านั้น เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซูหนิงจิงจึงไม่อยากเสียเวลาในเรื่องไม่จำเป็นพวกนี้ซูหนิงเซียวเปิดประตูออกมาดูชุดนักเรียนใหม่ของเธอก็เห็นว่าแม่เอามาแขวนไว้ให้ทั้งสามชุดแล้ว ซูหนิงเซียวยิ้มก่อนจะรีบนำเสื้อผ้าเข้าห้องไปเก็บและนำออกมาใส่ก่อนที่จะออกจากห้องหลังเก็บหนังสือตามตารางเรียนที่ได้รับมาเมื่อวานนี้ซูหนิงจิงเองก็ถือกระเป๋าออกมาพร้อมกับลูกสาวที่เปิดประตูพร้อมกระเป๋าสะพายสำหรับใส่หนังสือของโรงเรียนออกมาพอดี“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะลูก แม่เตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหารแล้ว”“ค่ะแม่”ทั้งสองคนเดินลงบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบ ด้วยเพราะพวกเธอตื่นกันเช้ามากในวันนี้ ซูหนิงจิงหยิบเอาของว่างกับนมที่เก็บไว้ใส่ลงในกระเป๋านักเรียนให้ลูกสาวก่อนที่จะมานั่งกินข้าวด้วยกันพร้อมรอยยิ
ซูหนิงจิงหาที่จอดรถห่างจากประตูโรงเรียนได้แล้วจึงจอดรถเอาไว้ เธอลงจากรถไปรอลูกสาวที่หน้าประตูเหมือนกับผู้ปกครองบางส่วนที่มาถึงก่อนเธอไม่นาน ซูหนิงจิงไม่ได้สนใจผู้ปกครองคนอื่นที่มองดูเธอมากนัก ปกติเธอมักจะทำงานกับลูกน้องจำนวนมาก จึงทำให้นิสัยของเธอจากที่เคยอัธยาศัยดีก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเหมือนผู้บริหารบริษัททั่วไป อีกทั้งการแต่งตัวของเธอก็ต่างกับแม่บ้านทั่วไป จะมีก็แต่หน้าตาของเธอที่ไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้นที่พอจะเหมือนแม่บ้านคนอื่นบ้างครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรดาเด็ก ๆ ที่เลิกเรียนแล้วก็เดินออกมาที่ประตูโรงเรียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บางคนก็ไปขึ้นรถของโรงเรียนที่จะไปส่งพวกเขาที่บ้าน บางคนก็เดินออกมารอผู้ปกครองที่หน้าโรงเรียนเหมือนทุกวัน ซูหนิงเซียวเดินออกมาพร้อมเพื่อนในห้องใหม่ของเธอก่อนจะโบกมือลาเพื่อนเมื่อมองเห็นว่าแม่ของเธอมายืนรออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะแม่ วันนี้ที่โรงเรียนใหม่สนุกมากเลยค่ะ หนูได้เพื่อนใหม่เยอะเลย”“ดีแล้วจ๊ะลูก แม่ดีใจที่ลูกเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ เรากลับบ้านกันดีกว่า วันนี้แม่มีข่าวดีจะบอกลูกด้วยนะจ๊ะ”“จริงเหรอคะ หนูชักอยากรู้ซะแล้วสิ ฮิ ฮิ”ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวพร้อม
สิบห้านาทีต่อมา มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายซูหนิงจิงที่กำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ที่หน้าที่ว่าการเมือง“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณซูหนิงจิงหรือเปล่าคะ”“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ”“ดิฉันชื่อหงเหมยอิงค่ะ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะคะ เราเข้าไปทำเรื่องด้านในกันดีกว่าค่ะ เพราะหลังจากนี้ดิฉันยังมีธุระต้องไปทำอีกค่ะ”“ตกลงค่ะ คุณหงเดินนำไปได้เลยค่ะ ดิฉันเตรียมเช็คเงินสดเอาไว้ให้แล้ว”“ได้ค่ะ คุณตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”หงเหมยอิงที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในก้านโจวมานานรู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่นี่เป็นอย่างดี จึงทำให้การซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำที่ตอนนี้ซูหนิงจิงได้รับเอกสารทั้งหมดและกุญแจตึกมาไว้ในมือ ตอนนี้ตึกใหม่เป็นของเธอแล้ว“ขอบคุณนะคะที่กรุณาขายตึกทำเลดีให้ดิฉัน”“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทำงานด้านนี้มาหลายปีแล้วค่ะ ขอบคุณที่คุณช่วยซื้อตึกนี้ไปนะคะ ส่วนคูหาอื่นดิฉันเสียดายอยู่เหมือนกันที่ซื้อไม่ทันคนอื่น แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพวกเขาทำอะไรกับตึกอีกสองคูหานะคะ ถ้าคุณสนใจจะซื้อเอาไว้ทั้งหมดก็ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดูว่ามีเจ้าของเป็นใครได้นะคะ ดิฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะพอ
เย็นวันนี้ระหว่างทานอาหาร ซูหนิงเซียวเอาแต่บอกว่าอยากได้อะไรบ้างในห้องนอนใหม่ของเธอที่ตึกใหม่ ซูหนิงจิงกินไปด้วยพร้อมกับรับปากลูกสาวว่าเธอจะจัดการห้องให้ลูกสาวอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันกับลูกก็ไม่เป็นอะไร อย่างไรพวกเธอยังได้พักในชั้นเดียวกันอยู่แล้ว กระทั่งกินข้าวเสร็จ ซูหนิงจิงบอกให้ลูกรีบขึ้นไปอาบน้ำทำการบ้านแล้วรีบนอนเสีย ส่วนเธอยังคงเก็บครัวเช่นเคย คืนนี้ซูหนิงจิงยังทบทวนรายการในบัญชีแต่ละเล่มว่าเธอหลงลืมสิ่งใดไปบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะนอนในเวลาเกือบห้าทุ่มวันต่อมาหลังส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็ขับรถวนหาร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างร้านใหญ่ในเมืองก้านโจว เธอเห็นหลายร้านที่ดูจะมีคนเข้าบ้าง หลังจากตัดสินใจดูอยู่พักหนึ่ง ซูหนิงจิงจึงจอดรถเอาไว้ข้างทางแล้วเดินไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องที่ทางร้านพอจะมีช่างรับจ้างทำงานให้กับเธอบ้างหรือไม่ นับว่าดวงของซูหนิงจิงยังคงดีอยู่ ด้วยร้านนี้มีผู้รับเหมาเป็นของตัวเองแต่แรก ซูหนิงจิงจึงขอปรึกษาเรื่องการปรับปรุงร้านของเธอทันทีเจ้าของร้านเรียกลูกชายที่รับผิดชอบเรื่องรับเหมาและออกแบบตกแต่งงานก่อสร้างของร้านมาคุยกับซูหนิง
สามวันต่อมาซูหนิงจิงยังคงเดินไปส่งลูกที่โรงเรียนเพราะกลัวว่ารถที่วิ่งผ่านไปมาจะชนลูกสาวของเธอ ซึ่งซูหนิงเซียวเองก็ไม่ปฏิเสธที่แม่เป็นห่วงเธอเช่นนี้ เธอรู้ว่าตอนนี้เธอยังเด็กอยู่ แม่จึงได้ไม่ไว้ใจให้เธอเดินไปเอง รอให้เธอโตกว่านี้เสียก่อน ซูหนิงเซียวค่อยเดินไปเองก็ได้“ตั้งใจเรียนนะลูก เดี๋ยววันนี้แม่จะเปิดร้านแล้ว ตอนเย็นแม่จะมารับนะ”“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะแม่ ขอให้วันนี้แม่ขายดี ๆ นะคะ หนูจะบอกรุ่นพี่ให้ว่าร้านเปิดวันนี้แล้ว เผื่อตอนเลิกเรียน รุ่นพี่จะเดินไปทานขนมกับชานมก่อนกลับบ้านค่ะ”“ได้จ๊ะลูก รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะสาย”“ค่ะแม่ สวัสดีค่ะ”หลังจากส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินกลับไปที่ตึกเพื่อเปิดร้านรอให้คนจากร้านขนมนำขนมมาส่ง เช้าวันนี้เธอตื่นมาชงน้ำชานมเอาไว้ห้ารสตามที่ลูกสาวเธอชอบ ก่อนที่จะทำอาหารเช้าและกินก่อนไป
“ส่วนใหญ่น้องใหม่จะมากับผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่นะ มีไม่กี่คนหรอกที่มาลงทะเบียนคนเดียว พวกเธอลองดูนั่นสิ เห็นไหมว่าน้องใหม่มากับผู้ปกครอง”“อ๋อ พวกเราเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราจะไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่น่าจะมีรุ่นพี่มาลงทะเบียนกันแล้วมั้ง น่าจะมีแต่เด็กใหม่ทั้งหมด”“นั่นสิ ไปกัน ๆ ฉันตื่นเต้นจังเลย ว่าแต่เพื่อนที่จะรับช่วงต่อจากเรามากันหรือยังเนี่ย”“น่าจะมาแล้วนะ ดูสิ พวกเขายืนรอกันอยู่ที่ทางเดินไปห้องทะเบียนน่ะ”“ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ยิ่งสายคนน่าจะยิ่งเยอะนะ ไม่รู้วันนี้จะมีรุ่นน้องกี่คนเข้ามาลงทะเบียน พวกเราต้องคอยมารับน้องกันทั้งสัปดาห์เลยนะเนี่ย”“เอาน่า เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปก่อนเถอะ เธอจะบ่นทำไมกันเสี่ยวเซียน”“พวกเธออย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ เดี๋ยวรุ่นน้องก็ตกใจหมดหรอก พวกพี่นั่งรอที่โต๊ะได้นะคะ พวกหนูมีงานที่ต้อ
ข่าวการหมั้นหมายของจ้านเกาถูกปิดบังจากสื่อเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ตระกูลหลงที่มีหลงเอ้อหลางบอกกล่าวว่าทำไมเขาถึงถูกจับกลับรู้ดีว่าตอนนี้จ้านเกามีคู่หมั้นเป็นลูกสาวของซูหนิงจิงผู้เก่งกาจแล้ว หลงฮ่าวโมโหที่ลูกชายไม่ยอมเชิญเขาไปร่วมงานหมั้นที่มีแต่ตระกูลเก่าแก่เข้าร่วมด้วย แถมลูกชายคนรองยังก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาให้เขาปวดหัวอีก ถึงเขาจะต่อว่าลูกยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อจ้านเกาไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อตั้งแต่ที่เมียเก่าเขาตายไป ส่วนหลงเอ้อหลางก็มีเจียวจูเมียใหม่เขาคอยให้ท้ายอยู่ ทำให้หลงเอ้อหลางไม่ยอมเรียนหนังสือให้จบแล้วมาช่วยงานเขาสักที แต่กลับมั่วสุมอยู่กับกลุ่มเพื่อนเกเรทั้งที่ตัวเองมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วเจียวจูเห็นสามีโกรธลูกชายตัวเองก็ยิ่งเข้าข้างลูกและโทษว่าเป็นความผิดของซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวที่ทำให้ลูกชายเธอต้องถูกจับในครั้งนี้“คุณก็ดีแต่โทษคนอื่นอาจู คุณไม่รู้นิสัยลูกชายคุณหรือยังไง”“เอ๊ะ เอ้อหลางก็ลูกคุณเหมือนกันนะ คุณจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างที่ฉันพู
จ้านเกากับซูหนิงเซียวที่เพิ่งส่งแขกกลับหมดแล้ว จูงมือกันเดินไปนั่งร่วมกับพวกผู้ใหญ่ที่ห้องรับแขก“เหนื่อยไหมเด็ก ๆ”“ผมไม่เหนื่อยครับ คุณตา น้องหนิงเซียวเหนื่อยไหม”“นิดหน่อยค่ะ เพราะวันนี้หนูใส่รองเท้าส้นสูงเดินมากไป นั่งพักสักหน่อยก็หายค่ะ”“ตอนนี้เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ แม่หนูซูถ้ามีอะไรให้จ้านเกาช่วยบอกเขาได้เลยนะ ยายกับตาพร้อมที่จะสนับสนุนแม่หนูซูกับหนิงเซียวจ๊ะ”“ขอบคุณทุกคนนะคะที่ต้อนรับเราสองแม่ลูก ตอนนี้หนูยังไม่มีอะไรให้จ้านเกาช่วยค่ะคุณยาย แต่หลังจากโครงการเสร็จสิ้น จ้านเกาน่าจะเหนื่อยหน่อยตอนเปิดขายห้องนะคะ ป้าฝากดูแลด้วยนะจ้านเกา”“อ้อ โครงการของแม่หนูซู ตากับยายพอรู้บ้าง จ้านเกาหลานอย่าลืมซื้อไว้สัก 20 ห้องแล้วค่อยปล่อยขายทีหลังด้วยล่ะ”“ครับคุณตา คุณยาย ป้าซูไม่ต้องกังว
เมื่อทุกคนเห็นว่าเด็กทั้งสองกลับมาแล้ว พวกเขาจึงเริ่มทานข้าวร่วมกันอย่างอบอุ่น ระหว่างมื้ออาหารทุกคนคุยกันอย่างออกรสเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง หลังจากร่วมทานอาหารกันเสร็จแล้ว ทีมออแกไนซ์เดินแจกของชำร่วยที่เป็นแก้วน้ำสกรีนรูปจ้านเกาและซูหนิงเซียว ซึ่งอยู่ในแพ็คเกจของอ้ายหลิว แต่ละตระกูลที่ได้รับแก้วคู่ต่างยิ้มให้กับของชำร่วยน่ารัก ๆ ทั้งที่นี่เป็นแค่งานหมั้นเท่านั้น แต่ในเมื่อเจ้าภาพจัดให้ พวกเขาก็รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มจ้านเกาพาซูหนิงเซียวที่ทานอิ่มแล้วเดินไปหาเพื่อนทั้งสองของเธอที่โต๊ะ เขาแยกออกมาคุยกับนายใหญ่ของแต่ละตระกูลเรื่องธุรกิจของเขา เพื่อให้ซูหนิงเซียวได้คุยกับเพื่อนสนิทของเธอ ส่วนซูหนิงจิงก็ตามจ้านเกากับลูกสาวมาเช่นเดียวกัน เธอรู้ดีว่าพวกคนตระกูลใหญ่อยากรู้เรื่องโครงการของเธอที่กำลังสร้างไม่น้อย กู่ซิงที่ว่างอยู่จึงนั่งคุยกับคุณตา คุณยายของจ้านเกาเป็นเพื่อนพวกเขาแทน เจิ้งเหลียงฮวากับสามีเดินตามซูหนิงจิงออกไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเคยชินกับการเข้าร่วมงานเลี้ยงอยู่แล้ว ทั้งสองคนทักทายแขกคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนมและแยกเป็นก
ระหว่างทางที่ซูหนิงจิงกับกู่ซิงเดินกลับเข้าไปห้องรับแขกเพื่อรอเวลาทำพิธี พวกเธอกลับพบคุณนายหานกับคุณนายโจวที่มาพร้อมเด็ก ๆ จึงแวะทักทายกัน“ไม่คิดว่าจะได้พบคุณซูกับคุณกู่ที่งานนี้นะคะ”“ในการ์ดเชิญไม่ได้บอกเหรอคะว่าจ้านเกาหมั้นกับใคร พอดีดิฉันกับพี่กู่ยุ่งอยู่กับการดูแลออแกไนซ์เลยไม่ได้ถามเหลียงฮวาน่ะค่ะ”“ไม่ได้บอกนะคะ ว่าแต่คุณซูรู้ไหมคะว่าคุณจ้านจะหมั้นกับผู้หญิงที่ไหน ทำไมพวกเราไม่เคยได้ข่าวว่าเขาคบหากับผู้หญิงคนไหนมาก่อนคะ”“คุณป้าคะ หนิงเซียวมาด้วยหรือเปล่าคะ”“มาสิจ๊ะ หนิงเซียวนั่งอยู่กับคุณตา คุณยายของจ้านเกาน่ะ”“อืม ถ้าอย่างนั้นหนูรอให้จบพิธีก่อนค่อยชวนหนิงเซียวมานั่งด้วยกันดีกว่าค่ะ”“อ่า ป้าลืมบอกไปว่าหนิงเซียวเป็นคนที่กำลังจะหมั้นกับจ้านเกาน่ะจ๊ะ คงไม่สะดวกที่จะนั่งกับพวกหนูนักนะจ๊
กว่าที่คนในห้องส่วนตัวจะทานอาหารเสร็จก็เลยเวลาหนึ่งทุ่มไปครึ่งชั่วโมงแล้ว จ้านเกาเห็นว่าค่ำมากแล้ว เขาจึงเดินออกไปส่งซูหนิงจิง กู่ซิงและซูหนิงเซียวที่ประตูห้างด้านข้าง ก่อนที่บอดี้การ์ดของซูหนิงจิงที่ตามมาวันนี้จะเข้าไปรับช่วงต่อหลังจากพวกเขาร่ำลากันเพียงเล็กน้อยหลังจากแยกกันแล้ว ซูหนิงจิงพาซูหนิงเซียวกับกู่ซิงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้น 4 ส่วนจ้านเกาก็กลับไปพร้อมบอดี้การ์ด เค่อหานเองก็แยกกับจ้านเกาแล้วกลับบ้านเขา เพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานต้องทำอีกมากที่บริษัทซูหนิงจิงกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่ม เธอรีบบอกให้ลูกและกู่ซิงแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้พวกเธอจะอยู่บ้านเพื่อติดตามออแกไนซ์ว่าเตรียมงานไปถึงไหน รวมทั้งสอบถามเรื่องแขกกับเจิ้งเหลียงฮวาอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีนั้น ซูหนิงจิงปล่อยให้ทนายฮวงไหลจัดการเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอเคยใช้บริการเขามาตลอดหลายปีขณะยังบริหารงานบริษัทเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เธอเชื่อมั่นในฝีมือของเขามาตลอดว่าคดีนี้เธอจะชนะอีกครั้งและได้นำเงินจากพวกเด็กรวยไปบริจาคให้เด็กยากไร้ด้วย
ซูหนิงจิงพอพาทุกคนไปถึงร้านนาฬิกาแบรนด์ดังแล้ว เธอสอบถามพนักงานโดยตรงว่ามีนาฬิกาแบบลิมิเต็ดบ้างหรือไม่ทันที เธอไม่สนใจว่าราคาจะแพงแค่ไหน เธอแค่ต้องการสะสมนาฬิกาเท่านั้น กู่ซิงที่เพิ่งหันมาสนใจเรื่องนาฬิกาเพราะเธอยังคงตามติดซูหนิงจิงว่าวันนี้เธอจะซื้อนาฬิกาแบบไหนและราคาเท่าไหร่ ถ้าหากกู่ซิงมีเงินอีกมากสักหน่อยก็คงจะซื้อไปสะสมเหมือนซูหนิงจิงเช่นกันส่วนจ้านเกานั้น เขาพาซูหนิงเซียวไปเดินดูนาฬิกาน่ารัก ๆ เหมาะกับวัยของเธอที่อีกด้านหนึ่งแทน เขาอยากซื้อนาฬิกาให้ว่าที่คู่หมั้นสักเรือนเช่นกัน หลังจากที่เขาได้นาฬิกาจากเธอและแม่มาก่อนหน้านี้“พี่จ้านแน่ใจเหรอคะว่าจะซื้อให้หนูน่ะ นี่นาฬิกาของหนูก็มีแล้วนะ แพงมากด้วย”“พี่แน่ใจครับ น้องหนิงเซียวลองเลือกมาไว้ใส่สลับกับเรือนที่ป้าซูซื้อให้สักเรือนนะ พี่อยากให้น้องหนิงเซียวใส่นาฬิกาของพี่จะได้คิดถึงพี่บ้างเวลาดูนาฬิกา”ซูหนิงเซียวไม่คิดว่าจ้านเกาจะพูดจาหวาน ๆ เป็นกับเขาด้วย เธอถึงกับหน้าแดงก่ำข
ซูหนิงจิงกับกู่ซิงใช้เวลาไม่นานในการเดินหาร้านที่ซูหนิงเซียวอยู่ จ้านเกาที่ยืนยิ้มรอซูหนิงเซียวจ่ายค่าเข็มกลัดเนคไทที่เธอเลือกให้เขาหันกลับไปมองประตูร้าน เพราะเค่อหานมากระซิบบอกเขาว่าซูหนิงจิงกับกู่ซิงมาถึงแล้ว“น้องหนิงเซียวรอที่นี่ก่อนนะครับ พี่จะไปทักทายป้าซูกับป้ากู่สักครู่”“ได้ค่ะ หนูจ่ายเงินเสร็จจะตามไปนะคะ พี่พาแม่กับป้ากู่นั่งรอที่หน้าร้านได้เลยค่ะ”“ครับผม”จ้านเกาเดินออกห่างจากซูหนิงเซียวไปหาซูหนิงจิงกับกู่ซิง เขาทักทายทั้งคู่ก่อนที่จะเชิญทั้งสองคนไปนั่งรอตามที่ซูหนิงเซียวบอก“ป้าซูกับป้ากู่มาถึงเร็วจังเลยครับ น้องหนิงเซียวเพิ่งเลือกของให้ผมได้ไม่นานนี้เอง”“เฮ้อ ป้าเป็นห่วงหนิงเซียวน่ะ กลัวว่าน้องจะคิดมากถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยรีบมากัน”“อ้อ ที่จริงป้าซูไม่ต้องห่วงน้องมากขนาดนี้ก็ได้ครับ น้องอย
ทั้งสองคนต่างไล่ดูแหวนคู่ตั้งแต่ด้านล่างจนขึ้นมาถึงชั้นบน ตอนนี้พวกเขามีแหวนที่เล็งเอาไว้แล้วสองสามคู่ แต่พอไล่ดูแหวนชั้นบนได้ไม่นาน ซูหนิงเซียวเห็นมีแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดไม่ใหญ่นักสำหรับแหวนผู้ชายแต่น้ำเพชรที่เธอดูนั้นมีประกายวาวมากจนดูโดดเด่นกว่าแหวนวงอื่น แหวนผู้หญิงเป็นทองคำขาวเช่นเดียวกัน แต่รูปร่างของแหวนจะเล็กกว่าและมีเพชรแถวเรียงกัน 4 เม็ด ประกายวาวที่สะท้อนกับแสงไฟในตู้ทำให้ซูหนิงเซียวชอบมากจริง ๆส่วนจ้านเกาที่ดูแหวนแถวบนเช่นกัน เขาชอบแหวนทองคำขาวประดับเพชรสีชมพูน้ำงามเล็ก ๆ กลางตัวเรือน แหวนผู้หญิงเป็นรูปกลีบดอกไม้ที่มีเพชรสีชมพูประดับอยู่ทั้งหมด 5 เม็ดกลายเป็นดอกไม้เล็ก ๆ เขารู้ว่าซูหนิงเซียวชอบเพชรสีชมพู แต่เธอคงคิดว่าราคาน่าจะแพง เขาจึงไม่เห็นเธอสนใจแหวนคู่นี้มากนัก“น้องหนิงเซียวเลือกได้หรือยังครับว่าจะเอาคู่ไหนขึ้นมาลอง”“พี่จ้านคิดว่าคู่นี้เป็นยังไงบ้างคะ” เธอชี้ไปที่แหวนคู่ที่เธอมองเอาไว้“ที่น้องเลือ