เย็นวันนี้ระหว่างทานอาหาร ซูหนิงเซียวเอาแต่บอกว่าอยากได้อะไรบ้างในห้องนอนใหม่ของเธอที่ตึกใหม่ ซูหนิงจิงกินไปด้วยพร้อมกับรับปากลูกสาวว่าเธอจะจัดการห้องให้ลูกสาวอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันกับลูกก็ไม่เป็นอะไร อย่างไรพวกเธอยังได้พักในชั้นเดียวกันอยู่แล้ว กระทั่งกินข้าวเสร็จ ซูหนิงจิงบอกให้ลูกรีบขึ้นไปอาบน้ำทำการบ้านแล้วรีบนอนเสีย ส่วนเธอยังคงเก็บครัวเช่นเคย คืนนี้ซูหนิงจิงยังทบทวนรายการในบัญชีแต่ละเล่มว่าเธอหลงลืมสิ่งใดไปบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะนอนในเวลาเกือบห้าทุ่ม
วันต่อมาหลังส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็ขับรถวนหาร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างร้านใหญ่ในเมืองก้านโจว เธอเห็นหลายร้านที่ดูจะมีคนเข้าบ้าง หลังจากตัดสินใจดูอยู่พักหนึ่ง ซูหนิงจิงจึงจอดรถเอาไว้ข้างทางแล้วเดินไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องที่ทางร้านพอจะมีช่างรับจ้างทำงานให้กับเธอบ้างหรือไม่ นับว่าดวงของซูหนิงจิงยังคงดีอยู่ ด้วยร้านนี้มีผู้รับเหมาเป็นของตัวเองแต่แรก ซูหนิงจิงจึงขอปรึกษาเรื่องการปรับปรุงร้านของเธอทันที
เจ้าของร้านเรียกลูกชายที่รับผิดชอบเรื่องรับเหมาและออกแบบตกแต่งงานก่อสร้างของร้านมาคุยกับซูหนิงจิง เมื่อเธอบอกความต้องการทุกอย่างแล้ว ลูกชายของเจ้าของร้านก็ร่างภาพออกมาให้ซูหนิงจิงดูว่าใช่แบบตามที่เธอต้องการหรือไม่ เมื่อซูหนิงจิงมองภาพรวมของแต่ละชั้นแล้วพบว่าเป็นไปตามที่เธอต้องการแล้ว เธอจึงสอบถามเรื่องราคาและระยะเวลาการปรับปรุง ส่วนอุปกรณ์ตกแต่งบ้านพวกโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ต่าง ๆ ที่นี่ยังมีบริการให้ด้วยราคาไม่แพงเท่ากับเธอไปซื้อที่ห้างเองอีกด้วย ซูหนิงจิงจึงมัดจำเงินเอาไว้หนึ่งส่วน แล้วค่อยจ่ายตามที่ร้านเรียกอีกสองครั้งก่อนจบงาน ซึ่งทางร้านกะระยะเวลาการปรับปรุงทั้งตึกประมาณไม่เกินหนึ่งเดือน เพราะพวกเขาต้องสั่งเฟอร์นิเจอร์ที่ลูกค้าต้องการมารอไว้เสียก่อน
ซูหนิงจิงหลังจากโอนเงินมัดจำงวดแรกแล้วก็มอบกุญแจตึกให้กับลูกชายเจ้าของร้านที่เป็นคนรับผิดชอบงานตกแต่งตึกใหม่ของเธอทันที เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรที่เธอจะสอบถามอีก ซูหนิงจิงจึงขอตัวกลับออกจากร้านพร้อมรอยยิ้ม เพราะพรุ่งนี้ทีมช่างของร้านจะเข้าไปวัดขนาดก่อนปรับปรุงร้านให้กับเธอ ซึ่งซูหนิงจิงจะปล่อยให้พวกเขาทำงานได้ตามสบาย ส่วนเธอจะคอยไปตรวจดูตามระยะเวลาเท่านั้น เพื่อที่งานจะได้ออกมาดีตามที่เธอต้องการ
เมื่อกลับถึงรถแล้ว ซูหนิงจิงก็จดค่าใช้จ่ายงวดแรกที่เธอโอนไปลงในบัญชีการปรับปรุงร้านสำหรับทำบัญชีต้นทุนคาเฟ่ของเธอ ก่อนที่จะเห็นว่าตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว ซูหนิงจิงจึงหาร้านอาหารแถวนั้นนั่งกินแล้วไปที่การไฟฟ้าและการประปาเพื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์ กว่าที่จะเสร็จเรื่องที่สำนักงานทั้งสองก็เกือบถึงเวลาเลิกเรียนของซูหนิงเซียวแล้ว ซูหนิงจิงจึงรีบไปรับลูกที่โรงเรียนทันที
วันนี้ซูหนิงจิงเล่าให้ลูกสาวฟังเรื่องที่เธอได้ผู้รับเหมาตกแต่งตึกให้แล้ว และรอเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากนี้ พวกเธอสองแม่ลูกก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ร้านใหม่กันแล้ว ซูหนิงเซียวดีใจที่เห็นแม่ของเธอมีความสุขกับเรื่องนี้ เธอเต็มใจที่จะช่วยแม่ทำร้านให้ดีที่สุด ถึงแม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากนักก็ตาม
ระหว่างที่ช่างทำการตกแต่งร้านอยู่นั้น ซูหนิงจิงก็ตามหาคนทำขนมในเมืองก้านโจวจนพบกับร้านขนมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่รสชาติไม่เลว ซูหนิงจิงจึงสั่งขนมจากที่ร้านเอาไว้ก่อนที่เธอจะเริ่มเปิดร้านคาเฟ่ในอีกหนึ่งเดือนโดยมีการทำสัญญาการจัดส่งขนมไปให้ที่ตึกของเธอทุกวันวันละ 100 ชิ้นก่อน ซูหนิงจิงยังวางเงินมัดจำเอาไว้และแลกเปลี่ยนเบอร์โทรเพื่อบอกพวกเขาล่วงหน้าว่าร้านจะเปิดเมื่อไหร่ด้วย
เมื่อเสร็จเรื่องขนมที่เธอกังวลแล้ว ซูหนิงจิงก็เริ่มไปเดินห้างบ่อย ๆ เพื่อหาดูผ้าม่านและอุปกรณ์ตกแต่งร้านให้น่ารักสมวัยกับเด็ก ๆ ที่จะเข้ามานั่งทานขนมที่ร้านตามที่ลูกสาวของเธอแนะนำ ส่วนเรื่องการทำชานมไข่มุกก็ไม่ยากสำหรับเธอเช่นกัน ซูหนิงจิงเพียงแค่ซื้อเครื่องปิดฝาถ้วยชานมไข่มุกเพิ่มเท่านั้น ส่วนการชงเธอก็หัดชงและทดลองชิมเอาจากวัตถุดิบหลายอย่างที่เธอซื้อมาทำ ซูหนิงจิงทดลองหลายครั้งจนได้รสชาติที่คิดว่าไม่หวานและไม่จืดมากเกินไป ส่วนเม็ดไข่มุกเธอก็ซื้อสำเร็จมาต้มใส่กับน้ำที่ชงเอาไว้แล้ว ซึ่งเวลาเปิดร้าน ซูหนิงจิงก็จะต้มน้ำแต่ละรสชาติเอาไว้เท่า ๆ กัน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาชง เพียงแค่ใส่ไข่มุก น้ำแข็งและน้ำชงเข้าไปแล้วปิดฝาก็สามารถนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าได้แล้ว
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ร้านใหม่ของซูหนิงจิงปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเป็นไปตามแบบที่เธอต้องการทั้งหมด ส่วนชุดโต๊ะกับเก้าอี้ก็เป็นแบบที่เธอต้องการด้วย ซูหนิงจิงเดินขึ้นไปดูที่ห้องนอนซึ่งมีชุดเตียง ตู้ โต๊ะครบทั้งหมดตามที่คุยกันเอาไว้ ซูหนิงจิงจึงเดินลงมาเซ็นเอกสารรับงานและโอนจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับลูกชายเจ้าของร้านที่ทำงานให้เธอออกมาเป็นอย่างดี
หลังจากร้านปรับปรุงเสร็จ ซูหนิงจิงก็หาแม่กุญแจใหม่มาติดที่หน้าประตูทันที ก่อนที่เธอจะบอกข่าวดีกับลูกสาวว่าให้ลูกเริ่มเก็บของลงกล่องเอาไว้ ส่วนเธอหลังจากส่งลูกไปโรงเรียนแล้วจึงจะทยอยเก็บของออกจากบ้านเช่าไปไว้ที่ตึกใหม่ เพราะตอนนี้ซูหนิงจิงยังไม่ได้ไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นอื่น ๆ นอกจากแอร์ที่สั่งให้ผู้รับเหมาติดตั้งให้ในชั้นล่างและชั้นสองสองห้องเท่านั้น
ซูหนิงเซียวรับปากแม่ว่าเธอจะเก็บของลงกล่องเอาไว้ให้แม่และจะเหลือบางส่วนสำหรับใส่ไปโรงเรียนก่อนที่แม่จะขนของไปหมดค่อยเก็บอีกครั้งหนึ่ง ซูหนิงจิงสอบถามลูกสาวว่าอยากได้ผ้าม่านในห้องนอนสีอะไร เพราะเธอให้ช่างทำราวผ้าม่านเอาไว้ให้แต่แรกแล้ว อีกทั้งห้องทั้งสองยังมีระเบียงสำหรับเปิดออกไปนั่งรับลมได้ โดยซูหนิงจิงให้พวกเขาติดมุ้งลวดกันยุงในห้องทั้งสองด้วย
ซูหนิงเซียวบอกความต้องการของตัวเองให้แม่รู้เสร็จก็ขึ้นไปทำการบ้านหลังกินข้าวเย็น ซูหนิงจิงเก็บล้างห้องครัวก่อนจะรีบไปจดรายการที่ลูกสาวต้องการเอาไว้กันลืม เธอตั้งใจที่จะไปเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่เธอเคยไปเดินดูก่อนหน้านี้มาไว้ในตึกใหม่ของเธอ แน่นอนว่าซูหนิงจิงจะเลือกบริการส่งของของห้างที่เธอเคยสอบถามมาก่อนหน้าแล้ว เพราะสิ่งของใหญ่ๆ เธอคงไม่สามารถยกขึ้นไปบนชั้นสองและชั้นสามได้ด้วยตัวเองเป็นแน่
สองสัปดาห์ต่อมาสิ่งของเครื่องใช้ทุกอย่างก็ถูกวางเอาไว้ในตึกใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว ซูหนิงจิงจึงบอกให้ลูกสาวเก็บของให้หมดจะได้ไปพักที่ตึกใหม่ในวันพรุ่งนี้เลย ส่วนเธอก็จะทำเรื่องคืนบ้านและรับเงินมัดจำคืนจากเจ้าของบ้านเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกเกือบสองสัปดาห์กว่าที่จะครบกำหนดเช่า แต่ซูหนิงจิงก็ไม่ได้เสียดายเงินเล็กน้อยเหล่านั้น เธออยากให้ลูกปรับตัวกับบ้านใหม่ก่อนที่เธอจะเริ่มเปิดร้านคาเฟ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
ซูหนิงจิงจัดการเรื่องบ้านเช่าเสร็จหลังจากขนของของลูกสาวไปไว้ที่ตึกใหม่ทั้งหมดแล้ว เธอโทรติดต่อร้านขนมระหว่างที่กำลังไปซื้อวัตถุดิบการทำชานมว่าเธอจะเปิดร้านในวันมะรืนนี้ ขอให้ทางร้านนำขนมมาส่งช่วงแปดโมงถึงเก้าโมงเช้าในวันนั้น ซึ่งทางร้านก็รับปากกับซูหนิงจิงเป็นอย่างดี กว่าที่ร้านเล็ก ๆ ของพวกเขาจะมีลูกค้าที่สั่งของมากขนาดนี้ก็ใช้เวลาหลายปี พวกเขาจึงอยากทำทุกอย่างให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่เสียลูกค้ารายใหญ่ไป
ซูหนิงเซียวที่แม่เดินไปรับกลับตึกในวันนี้ก็ยิ้มหวานให้กับแม่ของเธออย่างดีใจ หลังจากนี้เธอก็สามารถข้ามถนนมายังโรงเรียนด้วยตัวเองได้แล้ว สองแม่ลูกเดินข้ามถนนตามทางม้าลายไปไม่นานนักก็ไปถึงตึกใหม่ ซูหนิงเซียวได้แต่ร้องว้าว อย่างตกตะลึง เธอไม่คิดว่าแม่จะตกแต่งร้านได้น่ารักขนาดนี้ ในร้านมีตุ๊กตาน่ารักมากมายวางอยู่ตามมุมต่าง ๆ อีกทั้งชุดโต๊ะ เก้าอี้ก็ทำออกมาอย่างน่ารัก เหมือนค่าเฟ่ในฝันของซูหนิงเซียวที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด เธอได้แต่เงยหน้าบอกแม่ว่าจะช่วยแม่ส่งข่าวให้กับรุ่นพี่ที่โรงเรียนได้มาลองทานก่อนกลับบ้านกัน
ซูหนิงจิงได้แต่พยักหน้ายิ้มรับคำลูกสาว พร้อมกับบอกให้ลูกเอากระเป๋าไปเก็บก่อนจะลงมาทานข้าวเย็นที่เธอเตรียมเอาไว้ก่อนไปรับลูกสาว ซูหนิงเซียวรีบขึ้นไปชั้นสองทันที พอเห็นห้องใหม่ของเธอเข้า ซูหนิงเซียวก็ตกหลุมรักกับบรรยากาศสบาย ๆ และดูอบอุ่นตามโทนสีที่เธอขอแม่เอาไว้ ซูหนิงเซียวรีบวางกระเป๋าแล้วลงไปขอบคุณซูหนิงจิงที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าวทันที ทั้งสองคนแม่ลูกต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุขที่บ้านใหม่ของพวกเธอได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี
สามวันต่อมาซูหนิงจิงยังคงเดินไปส่งลูกที่โรงเรียนเพราะกลัวว่ารถที่วิ่งผ่านไปมาจะชนลูกสาวของเธอ ซึ่งซูหนิงเซียวเองก็ไม่ปฏิเสธที่แม่เป็นห่วงเธอเช่นนี้ เธอรู้ว่าตอนนี้เธอยังเด็กอยู่ แม่จึงได้ไม่ไว้ใจให้เธอเดินไปเอง รอให้เธอโตกว่านี้เสียก่อน ซูหนิงเซียวค่อยเดินไปเองก็ได้“ตั้งใจเรียนนะลูก เดี๋ยววันนี้แม่จะเปิดร้านแล้ว ตอนเย็นแม่จะมารับนะ”“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะแม่ ขอให้วันนี้แม่ขายดี ๆ นะคะ หนูจะบอกรุ่นพี่ให้ว่าร้านเปิดวันนี้แล้ว เผื่อตอนเลิกเรียน รุ่นพี่จะเดินไปทานขนมกับชานมก่อนกลับบ้านค่ะ”“ได้จ๊ะลูก รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะสาย”“ค่ะแม่ สวัสดีค่ะ”หลังจากส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินกลับไปที่ตึกเพื่อเปิดร้านรอให้คนจากร้านขนมนำขนมมาส่ง เช้าวันนี้เธอตื่นมาชงน้ำชานมเอาไว้ห้ารสตามที่ลูกสาวเธอชอบ ก่อนที่จะทำอาหารเช้าและกินก่อนไป
สิบปีต่อมาในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ร้านของซูหนิงชิงนั้นมีลูกค้ามานั่งทานชานมกับขนมเพิ่มขึ้นมาตลอด ไหนจะออเดอร์จากบรรดาอาจารย์ที่โทรมาสั่งแทบทุกวัน ทำให้กิจการของเธอเป็นไปด้วยดี ส่วนซูหนิงเซียวเองก็คอยช่วยเหลืองานในร้านเป็นประจำ ยิ่งตั้งแต่แม่ของเธอซื้อโทรศัพท์มือถือให้เพื่อบอกราคาชานมกับขนมที่พวกอาจารย์สั่งให้ลูกเก็บเงิน ซูหนิงเซียวก็มีความสุขไม่น้อยที่ได้ช่วยแม่เก็บเงิน หลังเลิกเรียนแล้วเธอก็เดินกลับมาช่วยแม่ที่ร้านพร้อมกับรุ่นพี่หลายสิบคนที่มักจะมานั่งกินชานมกับขนมก่อนกลับบ้านบ่อย ๆ วันหยุดที่ร้านก็เปิดเฉพาะวันเสาร์ ซึ่งมีนักเรียนที่มาเรียนพิเศษมากินกันที่ร้านไม่น้อยตอนนี้ซูหนิงเซียวอายุ 17 ปีและอยู่ ม.ปลายปีสามแล้ว เธอเรียนข้ามชั้นมาหนึ่งระดับตอนชั้น ม.ต้น เพราะความสามารถด้านการเรียนที่เก่งกาจของเธอนั่นเอง ทำให้อาจารย์ยอมให้เธอข้ามชั้นได้เพราะเธอลองสอบ ม.ปลายปีหนึ่งตั้งแต่อยู่ ม.ต้นปีสอง หน้าตาของซูหนิงเซียวสวยมากขึ้นทุกวัน เพราะได้รับแต่ส่วนดีของทั้งพ่อและแม่มาอย่างครบถ้วน ส่วนสูงของซูหนิง
กู่ซิงหลังจากตกลงกับสองแม่ลูกได้แล้ว เธอก็แลกเบอร์โทรกับซูหนิงจิงเอาไว้เพื่อติดต่อเรื่องหลังจากนี้ โดยกู่ซิงนัดวันที่จะพาซูหนิงเซียวไปถ่ายรูปสำหรับทำเอกสารแนะนำตัวเวลาเธอไปนำเสนองานให้กับซูหนิงเซียวภายหลัง ก่อนจะขอตัวกลับบ้านที่อยู่กลางเมืองของเธอเองซูหนิงเซียวช่วยแม่เก็บล้างทำความสะอาดจานขนมและทิ้งแก้วชานมก่อนที่จะไปนั่งกินอาหารเย็นที่แม่อุ่นเอาไว้ให้หลังจากกู่ซิงกลับไปแล้ว“แม่ไม่คัดค้านเรื่องที่หนูจะเข้าวงการแน่นะคะ หนูกลัวว่าแม่จะเสียใจ”“ลูกไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้หรอก แม่รู้ดีว่าวงการนี้เป็นอย่างไร อย่างน้อยแม่ยังสามารถดูแลลูกร่วมกับคุณป้ากู่ซิงได้ ลูกไม่ต้องห่วง”“ขอบคุณมากค่ะแม่ ถ้ามีแม่ช่วยดูแล หนูก็ค่อยโล่งใจหน่อย”สองแม่ลูกคุยกันเรื่องเส้นทางใหม่ที่ซูหนิงเซียวตัดสินใจไปแล้ว จนกระทั่งทานอาหารเสร็จ ทั้งสองจึงแยกย้ายกันเข้าห้องไปพักผ่อนหลังจากอาบน้ำแล้วใน
กู่ซิงที่เห็นซูหนิงเซียวหลังจากแต่งหน้าทำผมให้เข้ากับชุดที่เธอเลือกให้ก็ถึงกับตกตะลึงเช่นเดียวกัน นับว่าเธอคิดไม่ผิดที่เลือกซูหนิงเซียวแต่แรก“เอาล่ะ แต่งตัวเสร็จแล้วรีบไปถ่ายกันเถอะค่ะ ยังเหลืออีกหลายชุดกว่าจะเสร็จ”“ตกลงค่ะคุณป้ากู่”ซูหนิงเซียวรีบตอบรับป้ากู่ที่พาเธอมาแปลงโฉมในวันนี้ เธอตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดตามที่ป้ากู่แนะนำระหว่างทางมาสตูดิโอนี้ ส่วนซูหนิงจิงเองก็เดินตามไปดูลูกถ่ายแบบครั้งแรกเช่นเดียวกันฉากที่เซ็ตเอาไว้ให้เข้ากับชุดเดรสเปิดไหล่ลายดอกไม้ดูสดใสเข้ากับการแต่งหน้าบาง ๆ และทรงผมที่เข้ากับวัยของซูหนิงเซียว ทำให้เจ้าของสตูดิโอพอใจไม่น้อย เธอบอกให้ซูหนิงเซียวลองโพสท่าเองก่อน หากมีตรงไหนที่ต้องปรับแก้ เธอจะบอกเอง ซึ่งซูหนิงเซียวสามารถแสดงสีหน้าและท่าทางออกมาได้ดีแทบทุกท่าตามที่กู่ซิงสอนอย่างไม่ผิดเพี้ยน ทำเอาเจ้าของสตูดิโอรีบเก็บภาพสวย ๆ แทบไม่ทัน กระทั่งถ่ายได้เกือบยี่สิบภาพ เจ้าของสตูดิโอก็สั่งให้ซูหนิงเซียวหยุดและ
หลังจากคุยกันจบแล้ว กู่ซิงก็ขอตัวกลับเพื่อให้สองแม่ลูกได้จัดการร้านต่อเพราะยังมีลูกค้าเข้าร้านมาเรื่อย ๆ ในวันหยุดเช่นนี้ ซูหนิงจิงและซูหนิงเซียวจึงบอกลากู่ซิงแล้วรีบไปทำชานมไข่มุกให้กับลูกค้า สองคนแม่ลูกต่างช่วยกันทำและนำไปส่งที่โต๊ะลูกค้าที่น่าจะเพิ่งเรียนพิเศษเสร็จช่วงสามเดือนก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในจังหวัด ซูหนิงเซียวอ่านหนังสือหนักมากเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสอบครั้งนี้ เธอที่ไม่ชอบเรียนพิเศษจำเป็นจะต้องเรียนด้วยตัวเองมาตั้งแต่ ม.ต้น เพื่อจะได้มีเวลาช่วยงานแม่ที่ร้าน ซึ่งซูหนิงจิงก็รู้เรื่องนี้มาตลอด เธอไม่ห้ามหากผลการเรียนของลูกสาวยังดีอยู่อย่างสม่ำเสมอตลอดสิบปีที่ผ่านมาหนึ่งวันก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซูหนิงเซียวพักจากการอ่านหนังสือเพื่อให้สมองได้พักผ่อนบ้าง หลังจากที่โหมอ่านมาตลอดเวลาสามเดือน ซึ่งครั้งนี้เธอมั่นใจมากว่าจะสอบผ่านและได้เข้ามหาวิทยาลัยที่เธอต้องการในวันสอบ ซูหนิงจิงหอมแก้มพร้อมกับกอดให้กำลังใจลูกสาวที่ต้องสอบในวันนี้ เธอรู้ดีว่าลูกต้องกดดันไม่น้อ
ช่วงเย็นหลังสอบเสร็จวันสุดท้าย ซูหนิงเซียวเล่าให้แม่ฟังว่าเธอทำข้อสอบได้ไม่ยากอย่างที่กังวลตอนแรก และมั่นใจว่าจะสามารถเข้าเรียนที่เปี่ยวเซียนได้อย่างแน่นอนในระหว่างทานอาหารเย็น“รอผลสอบออกมาก่อนค่อยว่ากันก็ยังไม่สายนะลูก แล้วนี่ต้องรออีกนานไหมกว่าจะประกาศผลสอบของลูก”“ประมาณสองสัปดาห์ค่ะแม่ ตอนนี้หนูไม่ต้องไปโรงเรียนแล้วด้วย ส่วนผลสอบก็สามารถดูผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ แต่หนูคงไปดูพร้อมเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนดีกว่า เพราะยังต้องยื่นเรื่องมหาวิทยาลัยที่ต้องการหลังทราบคะแนนแล้วด้วยค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่ลูกจ๊ะ ไปดูกับเพื่อน ๆ ก็ดีเหมือนกัน เพราะหลังจากนี้ต่างคนก็ต่างต้องแยกย้ายกันไปเรียนตามเมืองอื่น ๆ แล้ว”“นั่นสิคะแม่ หนูต้องคิดถึงเพื่อนมากแน่เลย แต่แค่ได้อยู่กับแม่ หนูก็พอใจแล้วค่ะ”ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวพร้อมหัวเราะเบา ๆ กับเด็กติดแม่อย่างซูหนิงเซียว หลังทานอาหารเย็นกันเสร็จแล
ซูหนิงจิงเลี้ยวรถเข้าไปในโชว์รูมเบนซ์ทันที ซูหนิงเซียวเองก็เคยชินกับรถยี่ห้อนี้ที่แม่เธอใช้มานานสิบกว่าปีแล้วจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่ารถแต่ละยี่ห้อต่างกันตรงไหนและราคาเท่าไหร่ซูหนิงจิงชวนลูกลงจากรถและเข้าไปภายในโชว์รูมที่มีพนักงานรอต้อนรับอยู่สองสามคน วันนี้ซูหนิงจิงแต่งตัวเหมือนนักธุรกิจและแต่งหน้าเล็กน้อย เพราะรู้ว่าเธอต้องมาติดต่อเรื่องรถ ไม่อย่างนั้นบรรดาพนักงานในโชว์รูมคงดูถูกแน่“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบวันนี้คุณลูกค้าต้องการรถแบบไหนคะ”“ดิฉันต้องการรถตู้แบบ 8 ที่นั่งค่ะ มีรุ่นไหนมาใหม่บ้างไหมคะ”“ตอนนี้มีนำเข้ามาไม่กี่รุ่นเท่านั้นค่ะ เดี๋ยวดิฉันพาคุณลูกค้าไปดูรถเลยนะคะ”“คุณนำไปได้เลยค่ะ ขอเพียงแค่รถไม่เทอะทะมากและมีระบบความปลอดภัยดีหน่อย ดิฉันก็พอใจแล้วค่ะ”“อืม… ถ้าคุณลูกค้าต้องการรถที่ไม่เทอะทะมาก ดิฉันอยากแนะ
หลังเติมน้ำมันเต็มถังทุกคันแล้ว ซูหนิงจิงก็ขับนำรถของกู่ซิงและรถขนของไปอย่างไม่เร็วนัก เพราะเธอรู้ดีว่าอีกสามชั่วโมงจะต้องแวะพักเติมน้ำมันกันอีกครั้งและหาอาหารเที่ยงกินกันเสียก่อนกู่ซิงที่เห็นการจัดการของซูหนิงจิงตั้งแต่เช้าวันนี้ รวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผมที่ซูหนิงจิงแต่งกายเหมือนกับนักธุรกิจ เธอจึงเพิ่งรู้ว่าซูหนิงจิงน่าจะเคยบริหารงานใหญ่มาก่อนเป็นแน่ หากคนไม่มีประสบการณ์มากมาย คงไม่สามารถจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วอย่างนี้แน่ ทำให้กู่ซิงยิ่งนับถือซูหนิงจิงมากขึ้นไปอีกกว่าที่ขบวนรถทั้งสามคันจะไปถึงคอนโดใหม่ของซูหนิงจิงก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว ซูหนิงจิงให้คนขนของรอก่อน เพราะเธอยังต้องรีบทำเรื่องซื้อขายห้องให้เรียบร้อยก่อนให้พวกเขายกของขึ้นไปให้พวกเธอแม่ลูก แน่นอนว่าระหว่างทางนั้นซูหนิงจิงโทรแจ้งทางผู้จัดการคอนโดล่วงหน้าแล้วว่ากำลังจะเข้าไปเมื่อไปถึงคอนโดขนาดใหญ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเปี่ยวเซียน กู่ซิงถึงกับตกตะลึง เธอไม่คิดว่าซูหนิงจิงจะมีเงินมากขนาดสามารถซื้อห้องชุดของคอนโดหร
“ส่วนใหญ่น้องใหม่จะมากับผู้ปกครองเป็นส่วนใหญ่นะ มีไม่กี่คนหรอกที่มาลงทะเบียนคนเดียว พวกเธอลองดูนั่นสิ เห็นไหมว่าน้องใหม่มากับผู้ปกครอง”“อ๋อ พวกเราเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราจะไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่น่าจะมีรุ่นพี่มาลงทะเบียนกันแล้วมั้ง น่าจะมีแต่เด็กใหม่ทั้งหมด”“นั่นสิ ไปกัน ๆ ฉันตื่นเต้นจังเลย ว่าแต่เพื่อนที่จะรับช่วงต่อจากเรามากันหรือยังเนี่ย”“น่าจะมาแล้วนะ ดูสิ พวกเขายืนรอกันอยู่ที่ทางเดินไปห้องทะเบียนน่ะ”“ถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ ยิ่งสายคนน่าจะยิ่งเยอะนะ ไม่รู้วันนี้จะมีรุ่นน้องกี่คนเข้ามาลงทะเบียน พวกเราต้องคอยมารับน้องกันทั้งสัปดาห์เลยนะเนี่ย”“เอาน่า เรามีหน้าที่อะไรก็ทำไปก่อนเถอะ เธอจะบ่นทำไมกันเสี่ยวเซียน”“พวกเธออย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ เดี๋ยวรุ่นน้องก็ตกใจหมดหรอก พวกพี่นั่งรอที่โต๊ะได้นะคะ พวกหนูมีงานที่ต้อ
ข่าวการหมั้นหมายของจ้านเกาถูกปิดบังจากสื่อเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ตระกูลหลงที่มีหลงเอ้อหลางบอกกล่าวว่าทำไมเขาถึงถูกจับกลับรู้ดีว่าตอนนี้จ้านเกามีคู่หมั้นเป็นลูกสาวของซูหนิงจิงผู้เก่งกาจแล้ว หลงฮ่าวโมโหที่ลูกชายไม่ยอมเชิญเขาไปร่วมงานหมั้นที่มีแต่ตระกูลเก่าแก่เข้าร่วมด้วย แถมลูกชายคนรองยังก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาให้เขาปวดหัวอีก ถึงเขาจะต่อว่าลูกยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อจ้านเกาไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อตั้งแต่ที่เมียเก่าเขาตายไป ส่วนหลงเอ้อหลางก็มีเจียวจูเมียใหม่เขาคอยให้ท้ายอยู่ ทำให้หลงเอ้อหลางไม่ยอมเรียนหนังสือให้จบแล้วมาช่วยงานเขาสักที แต่กลับมั่วสุมอยู่กับกลุ่มเพื่อนเกเรทั้งที่ตัวเองมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนแล้วเจียวจูเห็นสามีโกรธลูกชายตัวเองก็ยิ่งเข้าข้างลูกและโทษว่าเป็นความผิดของซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวที่ทำให้ลูกชายเธอต้องถูกจับในครั้งนี้“คุณก็ดีแต่โทษคนอื่นอาจู คุณไม่รู้นิสัยลูกชายคุณหรือยังไง”“เอ๊ะ เอ้อหลางก็ลูกคุณเหมือนกันนะ คุณจะมาพูดแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างที่ฉันพู
จ้านเกากับซูหนิงเซียวที่เพิ่งส่งแขกกลับหมดแล้ว จูงมือกันเดินไปนั่งร่วมกับพวกผู้ใหญ่ที่ห้องรับแขก“เหนื่อยไหมเด็ก ๆ”“ผมไม่เหนื่อยครับ คุณตา น้องหนิงเซียวเหนื่อยไหม”“นิดหน่อยค่ะ เพราะวันนี้หนูใส่รองเท้าส้นสูงเดินมากไป นั่งพักสักหน่อยก็หายค่ะ”“ตอนนี้เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันแล้วนะ แม่หนูซูถ้ามีอะไรให้จ้านเกาช่วยบอกเขาได้เลยนะ ยายกับตาพร้อมที่จะสนับสนุนแม่หนูซูกับหนิงเซียวจ๊ะ”“ขอบคุณทุกคนนะคะที่ต้อนรับเราสองแม่ลูก ตอนนี้หนูยังไม่มีอะไรให้จ้านเกาช่วยค่ะคุณยาย แต่หลังจากโครงการเสร็จสิ้น จ้านเกาน่าจะเหนื่อยหน่อยตอนเปิดขายห้องนะคะ ป้าฝากดูแลด้วยนะจ้านเกา”“อ้อ โครงการของแม่หนูซู ตากับยายพอรู้บ้าง จ้านเกาหลานอย่าลืมซื้อไว้สัก 20 ห้องแล้วค่อยปล่อยขายทีหลังด้วยล่ะ”“ครับคุณตา คุณยาย ป้าซูไม่ต้องกังว
เมื่อทุกคนเห็นว่าเด็กทั้งสองกลับมาแล้ว พวกเขาจึงเริ่มทานข้าวร่วมกันอย่างอบอุ่น ระหว่างมื้ออาหารทุกคนคุยกันอย่างออกรสเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง หลังจากร่วมทานอาหารกันเสร็จแล้ว ทีมออแกไนซ์เดินแจกของชำร่วยที่เป็นแก้วน้ำสกรีนรูปจ้านเกาและซูหนิงเซียว ซึ่งอยู่ในแพ็คเกจของอ้ายหลิว แต่ละตระกูลที่ได้รับแก้วคู่ต่างยิ้มให้กับของชำร่วยน่ารัก ๆ ทั้งที่นี่เป็นแค่งานหมั้นเท่านั้น แต่ในเมื่อเจ้าภาพจัดให้ พวกเขาก็รับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มจ้านเกาพาซูหนิงเซียวที่ทานอิ่มแล้วเดินไปหาเพื่อนทั้งสองของเธอที่โต๊ะ เขาแยกออกมาคุยกับนายใหญ่ของแต่ละตระกูลเรื่องธุรกิจของเขา เพื่อให้ซูหนิงเซียวได้คุยกับเพื่อนสนิทของเธอ ส่วนซูหนิงจิงก็ตามจ้านเกากับลูกสาวมาเช่นเดียวกัน เธอรู้ดีว่าพวกคนตระกูลใหญ่อยากรู้เรื่องโครงการของเธอที่กำลังสร้างไม่น้อย กู่ซิงที่ว่างอยู่จึงนั่งคุยกับคุณตา คุณยายของจ้านเกาเป็นเพื่อนพวกเขาแทน เจิ้งเหลียงฮวากับสามีเดินตามซูหนิงจิงออกไปด้วยเช่นกัน พวกเขาเคยชินกับการเข้าร่วมงานเลี้ยงอยู่แล้ว ทั้งสองคนทักทายแขกคนอื่น ๆ อย่างสนิทสนมและแยกเป็นก
ระหว่างทางที่ซูหนิงจิงกับกู่ซิงเดินกลับเข้าไปห้องรับแขกเพื่อรอเวลาทำพิธี พวกเธอกลับพบคุณนายหานกับคุณนายโจวที่มาพร้อมเด็ก ๆ จึงแวะทักทายกัน“ไม่คิดว่าจะได้พบคุณซูกับคุณกู่ที่งานนี้นะคะ”“ในการ์ดเชิญไม่ได้บอกเหรอคะว่าจ้านเกาหมั้นกับใคร พอดีดิฉันกับพี่กู่ยุ่งอยู่กับการดูแลออแกไนซ์เลยไม่ได้ถามเหลียงฮวาน่ะค่ะ”“ไม่ได้บอกนะคะ ว่าแต่คุณซูรู้ไหมคะว่าคุณจ้านจะหมั้นกับผู้หญิงที่ไหน ทำไมพวกเราไม่เคยได้ข่าวว่าเขาคบหากับผู้หญิงคนไหนมาก่อนคะ”“คุณป้าคะ หนิงเซียวมาด้วยหรือเปล่าคะ”“มาสิจ๊ะ หนิงเซียวนั่งอยู่กับคุณตา คุณยายของจ้านเกาน่ะ”“อืม ถ้าอย่างนั้นหนูรอให้จบพิธีก่อนค่อยชวนหนิงเซียวมานั่งด้วยกันดีกว่าค่ะ”“อ่า ป้าลืมบอกไปว่าหนิงเซียวเป็นคนที่กำลังจะหมั้นกับจ้านเกาน่ะจ๊ะ คงไม่สะดวกที่จะนั่งกับพวกหนูนักนะจ๊
กว่าที่คนในห้องส่วนตัวจะทานอาหารเสร็จก็เลยเวลาหนึ่งทุ่มไปครึ่งชั่วโมงแล้ว จ้านเกาเห็นว่าค่ำมากแล้ว เขาจึงเดินออกไปส่งซูหนิงจิง กู่ซิงและซูหนิงเซียวที่ประตูห้างด้านข้าง ก่อนที่บอดี้การ์ดของซูหนิงจิงที่ตามมาวันนี้จะเข้าไปรับช่วงต่อหลังจากพวกเขาร่ำลากันเพียงเล็กน้อยหลังจากแยกกันแล้ว ซูหนิงจิงพาซูหนิงเซียวกับกู่ซิงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้น 4 ส่วนจ้านเกาก็กลับไปพร้อมบอดี้การ์ด เค่อหานเองก็แยกกับจ้านเกาแล้วกลับบ้านเขา เพราะพรุ่งนี้เขายังมีงานต้องทำอีกมากที่บริษัทซูหนิงจิงกลับถึงบ้านเกือบสามทุ่ม เธอรีบบอกให้ลูกและกู่ซิงแยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้พวกเธอจะอยู่บ้านเพื่อติดตามออแกไนซ์ว่าเตรียมงานไปถึงไหน รวมทั้งสอบถามเรื่องแขกกับเจิ้งเหลียงฮวาอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีนั้น ซูหนิงจิงปล่อยให้ทนายฮวงไหลจัดการเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอเคยใช้บริการเขามาตลอดหลายปีขณะยังบริหารงานบริษัทเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เธอเชื่อมั่นในฝีมือของเขามาตลอดว่าคดีนี้เธอจะชนะอีกครั้งและได้นำเงินจากพวกเด็กรวยไปบริจาคให้เด็กยากไร้ด้วย
ซูหนิงจิงพอพาทุกคนไปถึงร้านนาฬิกาแบรนด์ดังแล้ว เธอสอบถามพนักงานโดยตรงว่ามีนาฬิกาแบบลิมิเต็ดบ้างหรือไม่ทันที เธอไม่สนใจว่าราคาจะแพงแค่ไหน เธอแค่ต้องการสะสมนาฬิกาเท่านั้น กู่ซิงที่เพิ่งหันมาสนใจเรื่องนาฬิกาเพราะเธอยังคงตามติดซูหนิงจิงว่าวันนี้เธอจะซื้อนาฬิกาแบบไหนและราคาเท่าไหร่ ถ้าหากกู่ซิงมีเงินอีกมากสักหน่อยก็คงจะซื้อไปสะสมเหมือนซูหนิงจิงเช่นกันส่วนจ้านเกานั้น เขาพาซูหนิงเซียวไปเดินดูนาฬิกาน่ารัก ๆ เหมาะกับวัยของเธอที่อีกด้านหนึ่งแทน เขาอยากซื้อนาฬิกาให้ว่าที่คู่หมั้นสักเรือนเช่นกัน หลังจากที่เขาได้นาฬิกาจากเธอและแม่มาก่อนหน้านี้“พี่จ้านแน่ใจเหรอคะว่าจะซื้อให้หนูน่ะ นี่นาฬิกาของหนูก็มีแล้วนะ แพงมากด้วย”“พี่แน่ใจครับ น้องหนิงเซียวลองเลือกมาไว้ใส่สลับกับเรือนที่ป้าซูซื้อให้สักเรือนนะ พี่อยากให้น้องหนิงเซียวใส่นาฬิกาของพี่จะได้คิดถึงพี่บ้างเวลาดูนาฬิกา”ซูหนิงเซียวไม่คิดว่าจ้านเกาจะพูดจาหวาน ๆ เป็นกับเขาด้วย เธอถึงกับหน้าแดงก่ำข
ซูหนิงจิงกับกู่ซิงใช้เวลาไม่นานในการเดินหาร้านที่ซูหนิงเซียวอยู่ จ้านเกาที่ยืนยิ้มรอซูหนิงเซียวจ่ายค่าเข็มกลัดเนคไทที่เธอเลือกให้เขาหันกลับไปมองประตูร้าน เพราะเค่อหานมากระซิบบอกเขาว่าซูหนิงจิงกับกู่ซิงมาถึงแล้ว“น้องหนิงเซียวรอที่นี่ก่อนนะครับ พี่จะไปทักทายป้าซูกับป้ากู่สักครู่”“ได้ค่ะ หนูจ่ายเงินเสร็จจะตามไปนะคะ พี่พาแม่กับป้ากู่นั่งรอที่หน้าร้านได้เลยค่ะ”“ครับผม”จ้านเกาเดินออกห่างจากซูหนิงเซียวไปหาซูหนิงจิงกับกู่ซิง เขาทักทายทั้งคู่ก่อนที่จะเชิญทั้งสองคนไปนั่งรอตามที่ซูหนิงเซียวบอก“ป้าซูกับป้ากู่มาถึงเร็วจังเลยครับ น้องหนิงเซียวเพิ่งเลือกของให้ผมได้ไม่นานนี้เอง”“เฮ้อ ป้าเป็นห่วงหนิงเซียวน่ะ กลัวว่าน้องจะคิดมากถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยรีบมากัน”“อ้อ ที่จริงป้าซูไม่ต้องห่วงน้องมากขนาดนี้ก็ได้ครับ น้องอย
ทั้งสองคนต่างไล่ดูแหวนคู่ตั้งแต่ด้านล่างจนขึ้นมาถึงชั้นบน ตอนนี้พวกเขามีแหวนที่เล็งเอาไว้แล้วสองสามคู่ แต่พอไล่ดูแหวนชั้นบนได้ไม่นาน ซูหนิงเซียวเห็นมีแหวนทองคำขาวประดับเพชรเม็ดไม่ใหญ่นักสำหรับแหวนผู้ชายแต่น้ำเพชรที่เธอดูนั้นมีประกายวาวมากจนดูโดดเด่นกว่าแหวนวงอื่น แหวนผู้หญิงเป็นทองคำขาวเช่นเดียวกัน แต่รูปร่างของแหวนจะเล็กกว่าและมีเพชรแถวเรียงกัน 4 เม็ด ประกายวาวที่สะท้อนกับแสงไฟในตู้ทำให้ซูหนิงเซียวชอบมากจริง ๆส่วนจ้านเกาที่ดูแหวนแถวบนเช่นกัน เขาชอบแหวนทองคำขาวประดับเพชรสีชมพูน้ำงามเล็ก ๆ กลางตัวเรือน แหวนผู้หญิงเป็นรูปกลีบดอกไม้ที่มีเพชรสีชมพูประดับอยู่ทั้งหมด 5 เม็ดกลายเป็นดอกไม้เล็ก ๆ เขารู้ว่าซูหนิงเซียวชอบเพชรสีชมพู แต่เธอคงคิดว่าราคาน่าจะแพง เขาจึงไม่เห็นเธอสนใจแหวนคู่นี้มากนัก“น้องหนิงเซียวเลือกได้หรือยังครับว่าจะเอาคู่ไหนขึ้นมาลอง”“พี่จ้านคิดว่าคู่นี้เป็นยังไงบ้างคะ” เธอชี้ไปที่แหวนคู่ที่เธอมองเอาไว้“ที่น้องเลือ