หลังทานข้าวและล้างถ้วยชามเอาไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็ขึ้นไปเอากระเป๋าของตัวเองลงมาด้านล่างและบอกลูกสาวเอาของไปเก็บในรถก่อนไปเปิดประตูรั้ว ส่วนเธอจะล็อกประตูบ้าน
ซูหนิงจิงถอยรถออกจากบ้านและรอให้ลูกสาวปิดประตูรั้วก่อนที่จะมาขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัย ซูหนิงจิงจึงขับรถออกจากหน้าบ้านไป
“หนิงเซียวอยากเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐลูก แม่จะได้หาโรงเรียนให้ถูก”
“หนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะแม่ แต่เอกชนน่าจะมีสอนภาคภาษาอังกฤษหรือเปล่าคะแม่ ที่โรงเรียนเดิมหนูก็เรียนนานาชาตินะคะ”
“อืม นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นเราหาโรงเรียนนานาชาติดูก่อน ถ้าไม่มีค่อยดูว่ามีโรงเรียนไหนที่สอนภาคภาษาอังกฤษก็แล้วกัน เพราะในอนาคตลูกต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะแน่ ๆ”
“ได้ค่ะแม่ แล้วแม่พอจะรู้บ้างไหมคะว่าโรงเรียนอยู่แถวไหนบ้าง”
“แม่ยังไม่ได้หาข้อมูลเลยลูก แค่เราลองขับรถวนดูในเมืองก่อนก็น่าจะไม่เป็นไรมั้ง เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนเมืองหลวงนะลูก แม่คิดว่าน่าจะมีโรงเรียนแค่ไม่กี่แห่ง”
“อ่อ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไม่ต้องขับเร็วมากนะคะ เราจะได้มองเห็นโรงเรียนกันทัน”
“จ้า ลูกช่วยแม่มองดูข้างทางด้วยล่ะ”
“ได้ค่ะแม่”
สองคนแม่ลูกขับรถไปเรื่อย ๆ ภายในเมืองก้านโจวอย่างไม่เร่งรีบ พวกเธอหันมองข้างทางกันบ่อย ๆ เพื่อหาดูว่ามีโรงเรียนแถวไหนบ้าง กว่าที่ซูหนิงจิงจะขับรถรอบก้านโจวก็ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง พวกเธอเห็นมีโรงเรียนเพียงแค่สามแห่งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในสามนั้นเป็นโรงเรียนเอกชนที่ดูไม่เลวนัก
“ลูกอยากเรียนโรงเรียนเอกชนที่ผ่านมามั้ยหนิงเซียว แม่ว่ามันดูดีนะ”
“เราลองเข้าไปถามดูก่อนก็ได้ค่ะแม่ ความจริงหนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปสอบถามดูก่อนก็แล้วกัน”
ซูหนิงจิงเลี้ยวรถวกกลับไปยังโรงเรียนที่ผ่านมาแล้วเพื่อเข้าไปสอบถามอาจารย์ในโรงเรียนว่าที่นั่นมีการเรียนการสอนเป็นอย่างไรบ้าง เพราะซูหนิงจิงอยากให้ลูกสาวได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ เธอไม่อยากย้ายไปที่มณฑลเหอที่อยู่ไม่ไกลซึ่งมีโรงเรียนให้เลือกมากกว่า แต่ความปลอดภัยที่นั่นเธอไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร จึงไม่อยากที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองที่ใหญ่นัก
เมื่อซูหนิงจิงขับไปถึงหน้าประตูโรงเรียนที่ปิดอยู่ เธอก็ลงไปสอบถาม รปภ. ที่อยู่หน้าโรงเรียนเรื่องขอเข้าไปสอบถามข้อมูลการเรียนการสอนสำหรับลูกสาว
“คุณรอสักครู่นะครับ ขอผมโทรสอบถามอาจารย์ด้านในก่อน”
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
รปภ.คุยโทรศัพท์ไม่นานนักก็วางสายไป
“คุณรอที่นี่ก่อนนะครับ เลื่อนรถขึ้นไปจอดอีกหน่อยนะครับจะได้ไม่ขวางทางเข้าออก อีกสักครู่จะมีอาจารย์แนะแนวมาพาคุณกับลูกไปดูโรงเรียนเองครับ”
“ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยติดต่อให้นะคะ เดี๋ยวดิฉันเลื่อนรถให้ค่ะ”
ซูหนิงจิงรีบขึ้นรถแล้วขับเดินหน้าไปเพื่อไม่ให้ขวางประตู เมื่อจอดรถเสร็จแล้วเธอก็ชวนลูกสาวลงจากรถแล้วล็อกเอาไว้ ก่อนจะจูงมือซูหนิงเซียวเดินกลับไปที่ป้อม รปภ.
ทั้งสองคนรออยู่เกือบ 15 นาที กว่าที่อาจารย์แนะแนวจะเดินมาถึงหน้าป้อม รปภ. ซูหนิงจิงรีบพาลูกสาวทักทายอาจารย์ทันที
“พวกคุณต้องการเข้าไปดูโรงเรียนใช่มั้ยคะ แล้วเด็กอายุกี่ขวบแล้วคะ”
“ 7 ขวบค่ะ คือเรามีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่เลยต้องหาโรงเรียนใหม่ที่เมืองนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่สามารถรับเด็กช่วงกลางเทอมได้หรือเปล่าคะ”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาค่ะ หากเด็กมีเอกสารรับรอง โรงเรียนเราสามารถรับเด็กเข้ามาเรียนช่วงกลางเทอมได้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนอาจารย์ช่วยพาดิฉันกับลูกเดินดูภายในโรงเรียนก่อนได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะแนะนำโรงเรียนและหลักสูตรต่าง ๆ ภายในโรงเรียนให้นะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
“เชิญคุณกับลูกตามดิฉันมาได้เลยนะคะ”
“ตกลงค่ะ ไปกันเถอะลูก”
ซูหนิงจิงเดินจูงมือลูกสาวตามหลังอาจารย์แนะแนวไปติด ๆ ระหว่างทางนั้นก็มีเสียงอาจารย์บอกถึงเรื่องราวของโรงเรียนนี้ว่าเป็นโรงเรียนสองภาษา เด็กสามารถเลือกเรียนได้ว่าจะเรียนแบบไหน อาคารเรียนของที่นี่ก็มีไม่น้อย และโรงเรียนนี้สอนเด็กตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงชั้น ม.ปลาย จึงทำให้โรงเรียนกว้างมากอย่างที่เห็น
ซูหนิงจิงฟังไปด้วยและสอบถามอาจารย์ในบางคำถามที่เธอสงสัย กระทั่งทั้งสามคนเดินทั่วโรงเรียนที่กว้างขวางจนครบทุกอาคารแล้วนั่นแหละ อาจารย์จึงพาสองแม่ลูกไปนั่งในห้องแนะแนวของเธอ
“ทานน้ำก่อนนะคะ พวกคุณน่าจะเหนื่อยแล้ว โรงเรียนของเราแยกอาคารเรียนออกตามระดับการศึกษาอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ นักเรียนจึงได้ไม่วุ่นวายกันมากนัก เพราะแต่ละระดับก็จะมีพื้นที่ของตัวเองแยกต่างหาก” อาจารย์บอกเล่าต่อหลังวางแก้วน้ำเอาไว้ให้ซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวแล้ว ตัวเธอเองก็ดื่มน้ำด้วยเช่นกันก่อนจะนั่งลงสอบถามว่าพวกเธอพอใจกับโรงเรียนหรือไม่
“อืม ถ้าหากว่าลูกสาวดิฉันเข้าเรียนในระบบภาษาอังกฤษ จะต้องมีการทดสอบอะไรก่อนเข้าเรียนหรือเปล่าคะ เพราะโรงเรียนเก่าลูกสาวดิฉันก็เรียนนานาชาติมาค่ะ”
“ถ้ามีหนังสือรับรองจากโรงเรียนนานาชาติก็ไม่จำเป็นต้องทดสอบความรู้ค่ะ คุณแม่มีหนังสือรับรองหรือเปล่าคะ”
“มีค่ะ ก่อนมาที่นี่ดิฉันขอทางโรงเรียนเอาไว้แล้วค่ะ เชิญอาจารย์ตรวจดูก่อนค่ะ หนิงเซียว ส่งเอกสารให้อาจารย์สิลูก”
“ค่ะแม่ นี่ค่ะอาจารย์ เอกสารรับรองการเรียนของหนูก่อนหน้านี้ค่ะ”
ซูหนิงเซียวยื่นซองเอกสารให้อาจารย์ตรวจสอบพร้อมรอยยิ้ม อาจารย์แนะแนวเห็นเด็กคนนี้ดูอัธยาศัยดีและมีมารยาทก็นึกชอบไม่น้อย นับว่าแม่ของเธอสอนมาได้อย่างดีทีเดียว ทั้งที่ปกติเด็กเจ็ดขวบมักจะเอาแต่ใจไม่น้อย แต่เด็กคนนี้กลับดูเชื่อฟังมากจริง ๆ
อาจารย์ตรวจสอบเอกสารและคะแนนโดยรวมของซูหนิงเซียวไม่นานนักก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นบอกรายละเอียดเพิ่มเติมของโรงเรียน
“เอกสารนี้สามารถใช้เข้าเรียนในระบบภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ส่วนเรื่องค่าเทอม ค่าหนังสือและชุดนักเรียน คุณแม่สะดวกจ่ายวันไหนคะ ดิฉันจะได้ส่งเรื่องขึ้นไปให้ผู้อำนวยการอนุมัติการเข้าเรียนของลูกคุณในวันนี้เลย”
“ดิฉันจ่ายได้วันนี้เลยค่ะ ไม่ทราบที่นี่รับระบบการโอนเงินผ่านธนาคารหรือเปล่าคะ”
“รับค่ะ คุณแม่ยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้ด้วยนะคะ เรามีเครื่องอ่านบัตรค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอรบกวนอาจารย์พาไปจ่ายค่าเทอมกับเรื่องค่าหนังสือและชุดนักเรียนด้วยนะคะ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ พวกคุณตามดิฉันมาได้เลยค่ะ ดิฉันจะพาไปทำเรื่องให้เสร็จภายในวันนี้เลย แล้วพรุ่งนี้ลูกสาวคุณก็สามารถมาเรียนได้เลยนะคะ”
“ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะคะ ไปกันเถอะลูก ตามอาจารย์ไปกันพรุ่งนี้ลูกจะได้เรียนกับเพื่อนใหม่เสียที”
“ค่ะแม่”
อาจารย์ได้ยินสองแม่ลูกคุยกันก็ได้แต่ยิ้ม เธอไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะมีเงินมากถึงขนาดส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ได้ แต่จากเอกสารโรงเรียนเก่าของเด็กก็เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเทอมไม่ใช่น้อย ๆ ดังนั้นอาจารย์จึงคิดว่าบ้านนี้น่าจะรวยไม่น้อยไปกว่าครอบครัวเด็กคนอื่น ๆ ในโรงเรียนเช่นกัน
กว่าที่จะเสร็จธุระในโรงเรียนก็บ่ายโมงกว่าแล้ว ตอนนี้ซูหนิงเซียวได้รับหนังสือเรียน ตารางเรียน ชุดนักเรียนพร้อมกับบัตรประจำตัวนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ซูหนิงจิงที่รบกวนอาจารย์มานานก็ได้แต่บอกลาและแจ้งเวลาว่าเธอจะมารับส่งลูกด้วยตัวเอง โดยที่โรงเรียนไม่ต้องไปรับลูกสาวเธอที่บ้าน ก่อนที่ทั้งสองคนแม่ลูกจะขอตัวกลับไป
ซูหนิงจิงสอบถามลูกสาวว่าชอบโรงเรียนใหม่หรือไม่
“หนูชอบค่ะแม่ ที่นี่ดูสงบเงียบกว่าโรงเรียนเก่าหนูซะอีก แถมอาจารย์ยังดูไม่ดุด้วย”
“ถ้าลูกชอบก็ดีแล้ว หลังจากนี้ก็ตั้งใจเรียนนะลูก ก่อนเข้าบ้านแม่พาลูกไปกินข้าวที่ห้างก่อนดีกว่า เมื่อเช้าเราผ่านห้างในเมืองนี่นา เผื่อว่าลูกอยากหาซื้อหนังสืออ่านเพิ่มเติมด้วย”
“ตกลงค่ะแม่ ตอนนี้หนูหิวแล้วด้วย เรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลยนะคะ”
“นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นก็นั่งดี ๆ ล่ะ แม่จะรีบพาไปกินข้าวแล้วซื้อของไปไว้ทำอาหารเย็นให้ลูกด้วย ที่บ้านไม่มีวัตถุดิบกับเครื่องปรุงเลยสักอย่าง วันนี้เรากลับเย็นหน่อยคงไม่เป็นไร”
“หนูจะช่วยแม่ถือของนะคะ ฮิ ฮิ”
“ฮ่า ฮ่า ขอบใจมากลูก แต่แม่ว่าลูกน่าจะถือไม่ไหวนะ แม่คิดจะซื้อของใช้จำเป็นหลายอย่างเลยล่ะ”
“อืม… ถ้าอย่างนั้นหนูจะถือแค่ที่ตัวเองไหวค่ะแม่”
“จ้าลูก ขอบใจมากนะที่หนูคอยช่วยแม่ตลอด”
ซูหนิงเซียวได้แต่ยิ้มรับคำแม่ของตัวเองอย่างร่าเริง เธอดีใจที่แม่ไม่ได้คิดถึงเรื่องของพ่อเธอแม้แต่น้อยหลังจากที่เธอกังวลมาทั้งคืนจนกระทั่งวันนี้
เมื่อไปถึงห้างแล้ว ซูหนิงจิงก็พาลูกสาวไปที่ร้านหนังสือก่อนเพื่อให้ลูกได้เลือกหนังสือเสริมความรู้นอกเหนือจากหนังสือที่ซื้อมาจากโรงเรียนก่อนหน้านี้“ลูกเลือกสักหลายเล่มหน่อยนะ จะได้เอาไว้อ่านในเวลาว่างที่บ้าน”“ได้ค่ะแม่ ขอบคุณนะคะที่พาหนูมาซื้อหนังสือ”“รีบเข้าไปเลือกเถอะจ๊ะ เดี๋ยวแม่เดินเล่นดูหนังสือรอแถวนี้แหละ”ซูหนิงเซียวพยักหน้ายิ้มรับคำแม่ของเธอก่อนจะเดินเข้าไปที่มุมหนังสือของเด็กประถม เธอเลือกหนังสือนิทานภาษาอังกฤษมาสองสามเล่ม ส่วนที่เหลือเป็นหนังสือเกี่ยวกับการคำนวณและภาษาอังกฤษเบื้องต้นสำหรับชั้น ม.ต้น ซูหนิงเซียวมักจะชอบอ่านหนังสือของชั้นที่สูงกว่ามาแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเรื่องนี้ซูหนิงจิงก็รู้ดีว่าลูกของเธอมีความสามารถมากแค่ไหน เธอจึงไม่เคยห้ามลูกเรื่องการซื้อหนังสือแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับหมั่นพาลูกสาวมาเลือกซื้อหนังสือดี ๆ กลับไปอ่านที่บ้านแทนซูหนิงเซียวหอบหนังสือเกือบสิบเล่มแล้วเดินไปหาซูหนิงจิงที่ยืนอ่านรอเธออยู่ที่ด้านหน้าร้าน“แม่คะ หนูได้หนังสือครบแล้วค่ะ”“อ้าว เอามานี่สิลูก แม่ถือให้เอง ลูกไปรอที่เคาเตอร์จ่ายเงินเลย เดี๋ยวแม่เดินตามไป”“ขอบคุณค่ะแม่”ซูหนิงเซียวส่งหนังสื
ซูหนิงจิงตื่นแต่เช้าในวันต่อมาเพื่อรีดผ้าและเตรียมอาหารที่เหลือจากเมื่อวานมาอุ่นรอให้ลูกสาวลงมากินก่อนจะไปส่งลูกที่โรงเรียน หลังทำทุกอย่างเตรียมไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็นำชุดนักเรียนไปแขวนเอาไว้ที่หน้าห้องลูก จากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวในเวลาไม่นาน ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าให้เสียเวลาอีกนอกจากการทาครีมบำรุงเท่านั้น เพราะอย่างไรเธอก็ไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซูหนิงจิงจึงไม่อยากเสียเวลาในเรื่องไม่จำเป็นพวกนี้ซูหนิงเซียวเปิดประตูออกมาดูชุดนักเรียนใหม่ของเธอก็เห็นว่าแม่เอามาแขวนไว้ให้ทั้งสามชุดแล้ว ซูหนิงเซียวยิ้มก่อนจะรีบนำเสื้อผ้าเข้าห้องไปเก็บและนำออกมาใส่ก่อนที่จะออกจากห้องหลังเก็บหนังสือตามตารางเรียนที่ได้รับมาเมื่อวานนี้ซูหนิงจิงเองก็ถือกระเป๋าออกมาพร้อมกับลูกสาวที่เปิดประตูพร้อมกระเป๋าสะพายสำหรับใส่หนังสือของโรงเรียนออกมาพอดี“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะลูก แม่เตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะอาหารแล้ว”“ค่ะแม่”ทั้งสองคนเดินลงบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบ ด้วยเพราะพวกเธอตื่นกันเช้ามากในวันนี้ ซูหนิงจิงหยิบเอาของว่างกับนมที่เก็บไว้ใส่ลงในกระเป๋านักเรียนให้ลูกสาวก่อนที่จะมานั่งกินข้าวด้วยกันพร้อมรอยยิ
ซูหนิงจิงหาที่จอดรถห่างจากประตูโรงเรียนได้แล้วจึงจอดรถเอาไว้ เธอลงจากรถไปรอลูกสาวที่หน้าประตูเหมือนกับผู้ปกครองบางส่วนที่มาถึงก่อนเธอไม่นาน ซูหนิงจิงไม่ได้สนใจผู้ปกครองคนอื่นที่มองดูเธอมากนัก ปกติเธอมักจะทำงานกับลูกน้องจำนวนมาก จึงทำให้นิสัยของเธอจากที่เคยอัธยาศัยดีก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเหมือนผู้บริหารบริษัททั่วไป อีกทั้งการแต่งตัวของเธอก็ต่างกับแม่บ้านทั่วไป จะมีก็แต่หน้าตาของเธอที่ไม่ได้แต่งหน้าเท่านั้นที่พอจะเหมือนแม่บ้านคนอื่นบ้างครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรดาเด็ก ๆ ที่เลิกเรียนแล้วก็เดินออกมาที่ประตูโรงเรียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย บางคนก็ไปขึ้นรถของโรงเรียนที่จะไปส่งพวกเขาที่บ้าน บางคนก็เดินออกมารอผู้ปกครองที่หน้าโรงเรียนเหมือนทุกวัน ซูหนิงเซียวเดินออกมาพร้อมเพื่อนในห้องใหม่ของเธอก่อนจะโบกมือลาเพื่อนเมื่อมองเห็นว่าแม่ของเธอมายืนรออยู่ก่อนแล้ว“สวัสดีค่ะแม่ วันนี้ที่โรงเรียนใหม่สนุกมากเลยค่ะ หนูได้เพื่อนใหม่เยอะเลย”“ดีแล้วจ๊ะลูก แม่ดีใจที่ลูกเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ เรากลับบ้านกันดีกว่า วันนี้แม่มีข่าวดีจะบอกลูกด้วยนะจ๊ะ”“จริงเหรอคะ หนูชักอยากรู้ซะแล้วสิ ฮิ ฮิ”ซูหนิงจิงลูบหัวลูกสาวพร้อม
สิบห้านาทีต่อมา มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายซูหนิงจิงที่กำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ที่หน้าที่ว่าการเมือง“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใช่คุณซูหนิงจิงหรือเปล่าคะ”“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ”“ดิฉันชื่อหงเหมยอิงค่ะ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะคะ เราเข้าไปทำเรื่องด้านในกันดีกว่าค่ะ เพราะหลังจากนี้ดิฉันยังมีธุระต้องไปทำอีกค่ะ”“ตกลงค่ะ คุณหงเดินนำไปได้เลยค่ะ ดิฉันเตรียมเช็คเงินสดเอาไว้ให้แล้ว”“ได้ค่ะ คุณตามดิฉันมาทางนี้เลยค่ะ”หงเหมยอิงที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในก้านโจวมานานรู้จักกับเจ้าหน้าที่ที่นี่เป็นอย่างดี จึงทำให้การซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำที่ตอนนี้ซูหนิงจิงได้รับเอกสารทั้งหมดและกุญแจตึกมาไว้ในมือ ตอนนี้ตึกใหม่เป็นของเธอแล้ว“ขอบคุณนะคะที่กรุณาขายตึกทำเลดีให้ดิฉัน”“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทำงานด้านนี้มาหลายปีแล้วค่ะ ขอบคุณที่คุณช่วยซื้อตึกนี้ไปนะคะ ส่วนคูหาอื่นดิฉันเสียดายอยู่เหมือนกันที่ซื้อไม่ทันคนอื่น แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพวกเขาทำอะไรกับตึกอีกสองคูหานะคะ ถ้าคุณสนใจจะซื้อเอาไว้ทั้งหมดก็ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดูว่ามีเจ้าของเป็นใครได้นะคะ ดิฉันคิดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะพอ
เย็นวันนี้ระหว่างทานอาหาร ซูหนิงเซียวเอาแต่บอกว่าอยากได้อะไรบ้างในห้องนอนใหม่ของเธอที่ตึกใหม่ ซูหนิงจิงกินไปด้วยพร้อมกับรับปากลูกสาวว่าเธอจะจัดการห้องให้ลูกสาวอย่างดีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันกับลูกก็ไม่เป็นอะไร อย่างไรพวกเธอยังได้พักในชั้นเดียวกันอยู่แล้ว กระทั่งกินข้าวเสร็จ ซูหนิงจิงบอกให้ลูกรีบขึ้นไปอาบน้ำทำการบ้านแล้วรีบนอนเสีย ส่วนเธอยังคงเก็บครัวเช่นเคย คืนนี้ซูหนิงจิงยังทบทวนรายการในบัญชีแต่ละเล่มว่าเธอหลงลืมสิ่งใดไปบ้างหรือไม่ ก่อนที่จะนอนในเวลาเกือบห้าทุ่มวันต่อมาหลังส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็ขับรถวนหาร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างร้านใหญ่ในเมืองก้านโจว เธอเห็นหลายร้านที่ดูจะมีคนเข้าบ้าง หลังจากตัดสินใจดูอยู่พักหนึ่ง ซูหนิงจิงจึงจอดรถเอาไว้ข้างทางแล้วเดินไปสอบถามเจ้าของร้านเรื่องที่ทางร้านพอจะมีช่างรับจ้างทำงานให้กับเธอบ้างหรือไม่ นับว่าดวงของซูหนิงจิงยังคงดีอยู่ ด้วยร้านนี้มีผู้รับเหมาเป็นของตัวเองแต่แรก ซูหนิงจิงจึงขอปรึกษาเรื่องการปรับปรุงร้านของเธอทันทีเจ้าของร้านเรียกลูกชายที่รับผิดชอบเรื่องรับเหมาและออกแบบตกแต่งงานก่อสร้างของร้านมาคุยกับซูหนิง
สามวันต่อมาซูหนิงจิงยังคงเดินไปส่งลูกที่โรงเรียนเพราะกลัวว่ารถที่วิ่งผ่านไปมาจะชนลูกสาวของเธอ ซึ่งซูหนิงเซียวเองก็ไม่ปฏิเสธที่แม่เป็นห่วงเธอเช่นนี้ เธอรู้ว่าตอนนี้เธอยังเด็กอยู่ แม่จึงได้ไม่ไว้ใจให้เธอเดินไปเอง รอให้เธอโตกว่านี้เสียก่อน ซูหนิงเซียวค่อยเดินไปเองก็ได้“ตั้งใจเรียนนะลูก เดี๋ยววันนี้แม่จะเปิดร้านแล้ว ตอนเย็นแม่จะมารับนะ”“หนูจะตั้งใจเรียนค่ะแม่ ขอให้วันนี้แม่ขายดี ๆ นะคะ หนูจะบอกรุ่นพี่ให้ว่าร้านเปิดวันนี้แล้ว เผื่อตอนเลิกเรียน รุ่นพี่จะเดินไปทานขนมกับชานมก่อนกลับบ้านค่ะ”“ได้จ๊ะลูก รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะสาย”“ค่ะแม่ สวัสดีค่ะ”หลังจากส่งซูหนิงเซียวเข้าโรงเรียนแล้ว ซูหนิงจิงก็เดินกลับไปที่ตึกเพื่อเปิดร้านรอให้คนจากร้านขนมนำขนมมาส่ง เช้าวันนี้เธอตื่นมาชงน้ำชานมเอาไว้ห้ารสตามที่ลูกสาวเธอชอบ ก่อนที่จะทำอาหารเช้าและกินก่อนไป
สิบปีต่อมาในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ร้านของซูหนิงชิงนั้นมีลูกค้ามานั่งทานชานมกับขนมเพิ่มขึ้นมาตลอด ไหนจะออเดอร์จากบรรดาอาจารย์ที่โทรมาสั่งแทบทุกวัน ทำให้กิจการของเธอเป็นไปด้วยดี ส่วนซูหนิงเซียวเองก็คอยช่วยเหลืองานในร้านเป็นประจำ ยิ่งตั้งแต่แม่ของเธอซื้อโทรศัพท์มือถือให้เพื่อบอกราคาชานมกับขนมที่พวกอาจารย์สั่งให้ลูกเก็บเงิน ซูหนิงเซียวก็มีความสุขไม่น้อยที่ได้ช่วยแม่เก็บเงิน หลังเลิกเรียนแล้วเธอก็เดินกลับมาช่วยแม่ที่ร้านพร้อมกับรุ่นพี่หลายสิบคนที่มักจะมานั่งกินชานมกับขนมก่อนกลับบ้านบ่อย ๆ วันหยุดที่ร้านก็เปิดเฉพาะวันเสาร์ ซึ่งมีนักเรียนที่มาเรียนพิเศษมากินกันที่ร้านไม่น้อยตอนนี้ซูหนิงเซียวอายุ 17 ปีและอยู่ ม.ปลายปีสามแล้ว เธอเรียนข้ามชั้นมาหนึ่งระดับตอนชั้น ม.ต้น เพราะความสามารถด้านการเรียนที่เก่งกาจของเธอนั่นเอง ทำให้อาจารย์ยอมให้เธอข้ามชั้นได้เพราะเธอลองสอบ ม.ปลายปีหนึ่งตั้งแต่อยู่ ม.ต้นปีสอง หน้าตาของซูหนิงเซียวสวยมากขึ้นทุกวัน เพราะได้รับแต่ส่วนดีของทั้งพ่อและแม่มาอย่างครบถ้วน ส่วนสูงของซูหนิง
กู่ซิงหลังจากตกลงกับสองแม่ลูกได้แล้ว เธอก็แลกเบอร์โทรกับซูหนิงจิงเอาไว้เพื่อติดต่อเรื่องหลังจากนี้ โดยกู่ซิงนัดวันที่จะพาซูหนิงเซียวไปถ่ายรูปสำหรับทำเอกสารแนะนำตัวเวลาเธอไปนำเสนองานให้กับซูหนิงเซียวภายหลัง ก่อนจะขอตัวกลับบ้านที่อยู่กลางเมืองของเธอเองซูหนิงเซียวช่วยแม่เก็บล้างทำความสะอาดจานขนมและทิ้งแก้วชานมก่อนที่จะไปนั่งกินอาหารเย็นที่แม่อุ่นเอาไว้ให้หลังจากกู่ซิงกลับไปแล้ว“แม่ไม่คัดค้านเรื่องที่หนูจะเข้าวงการแน่นะคะ หนูกลัวว่าแม่จะเสียใจ”“ลูกไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้หรอก แม่รู้ดีว่าวงการนี้เป็นอย่างไร อย่างน้อยแม่ยังสามารถดูแลลูกร่วมกับคุณป้ากู่ซิงได้ ลูกไม่ต้องห่วง”“ขอบคุณมากค่ะแม่ ถ้ามีแม่ช่วยดูแล หนูก็ค่อยโล่งใจหน่อย”สองแม่ลูกคุยกันเรื่องเส้นทางใหม่ที่ซูหนิงเซียวตัดสินใจไปแล้ว จนกระทั่งทานอาหารเสร็จ ทั้งสองจึงแยกย้ายกันเข้าห้องไปพักผ่อนหลังจากอาบน้ำแล้วใน
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้เราค่อยคิดกันหลังจากดูหนิงเซียวอีกสักปีสองปีก็ได้ค่ะ อย่างไรถ้าเราต้องใช้โปรดิวเซอร์จริง ๆ ก็ไม่น่าจะหายากนัก”ซูหนิงจิงพยักหน้าเห็นด้วยกับกู่ซิง ไม่นานนักพวกเธอก็ทานอาหารเสร็จและจ่ายเงินก่อนจะออกจากร้านเพื่อไปซื้อหนังสือกันต่อ หลังจากซื้อหนังสือกันเกือบหนึ่งชั่วโมง กู่ซิงกับซูหนิงจิงก็ได้หนังสือหลายเล่มมาอ่านเพื่อเพิ่มความรู้ในเรื่องธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นรวมทั้งหนังสือเกี่ยวกับการเล่นหุ้นที่กู่ซิงสนใจอีกด้วย ทั้งสองคนจ่ายค่าหนังสือต่าง ๆ แยกกันเพราะกู่ซิงไม่อยากให้ซูหนิงจิงต้องมาจ่ายเงินสำหรับหนังสือและสมุดโน้ตส่วนตัวของเธอ ซึ่งซูหนิงจิงก็ไม่ได้ขัดกู่ซิง เธอเข้าใจดีว่ากู่ซิงคงเกรงใจเหมือนเคย“น้องซูคิดว่าเรื่องธุรกิจออนไลน์น่าสนใจเหรอคะ พี่เห็นน้องซื้อมาอ่านหลายเล่มเลย”“ใช่ค่ะ ตอนนี้น้องยังไม่ค่อยมีความรู้มากนักว่าจะต้องใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ยังไง น้องเลยอยากศึกษาเอาไว้เผื่อว่าเราจะสามารถนำความรู
ซูหนิงเซียวออกจากบ้านหลังทานอาหารเช้าเพื่อไปเรียนตามปกติ ซูหนิงจิง กับกู่ซิงก็นั่งคุยกันเรื่องสัญญาการจ้างงานที่ซูหนิงจิงส่งให้กู่ซิงอ่านดูก่อน“ขอบคุณมากนะคะน้องซูที่ไว้ใจพี่ พี่ลงชื่อเลยนะคะ”“ไม่มีปัญหาค่ะพี่กู่ ขอบคุณพี่กู่ด้วยนะคะที่ยอมทำงานกับน้อง หวังว่าหลังจากนี้เราจะช่วยกันดูแลงานและหนิงเซียวไปพร้อม ๆ กันได้อย่างดีด้วยค่ะ”กู่ซิงลงชื่อในเอกสารทั้งสองฉบับ โดยส่งฉบับหนึ่งให้ซูหนิงจิงเก็บเอาไว้ ส่วนเธอก็เก็บสัญญาเอาไว้กับตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน“เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วค่ะ น้องซูไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้แค่รอให้หนิงเซียวทำงานเพลงออกมาได้เสียก่อน พี่จะค่อย ๆ ประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว่ยป๋อไปก่อนสำหรับซิงเกิ้ลแรก ส่วนเรื่องการวางแผนงานระยะยาว พี่อยากรอให้หนิงเซียวเรียนจบก่อน เพื่อที่จะได้มีเวลาเดินสายแสดงคอนเสิร์ตของตัวเองถ้าเพลงของหนิงเซียวติดตลาดและมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นนะคะ”“ควา
“น้องซูแน่ใจนะคะว่าจะไม่กู้เงินธนาคารสำหรับการลงทุนครั้งนี้”“แน่ใจค่ะพี่กู่ น้องคำนวณดูแล้วยังพอเหลือเงินสำหรับทำอย่างอื่นได้อีกสองร้อยกว่าล้านหยวน อย่าลืมว่าถ้าเราเริ่มโครงการได้สักครึ่งทางแล้วน้องจะให้บริษัทภายนอกมาขายโครงการของเรา เราสามารถนำเงินมัดจำของลูกค้าที่ต้องการซื้อห้องของเรากลับมาได้ในเวลานั้นด้วยนะคะ”“ถ้าน้องซูมั่นใจ พี่เองก็จะช่วยดูแลเรื่องการขายโครงการอีกแรงหนึ่งค่ะ”“ขอบคุณพี่กู่มากนะคะที่คอยช่วยเหลือน้องมาตลอด อย่างน้อยน้องก็ยังมีพี่กู่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ น้องก็สบายใจมากแล้วค่ะ ส่วนเรื่องสัญญาเงินเดือนของพี่กู่ เราจะเริ่มทำกันเมื่อไหร่ดีคะ ตอนนี้พี่กู่ก็เข้าใจโครงการของน้องมากพอแล้ว หลังจากนี้เรายังต้องไปทำสัญญากับบริษัทของกวานจื้อจิว จ้านเกาและเจิ้งจุนอีกนะคะ น้องอยากเคลียร์เรื่องเงินเดือนของพี่ให้เสร็จด้วยเลยค่ะ”“พี่แล้วแต่น้องจะเสนอให้เลยค่ะ อย่างไรตอนนี้พี่ก็กินอยู่ฟรีกับน้องซ
“ไม่เห็นจะยากเลยหนิงเซียว เธอก็เข้าไปดูในยูทูปหรือถามแฟนคลับในเว่ยป๋อของเธอก็ได้ว่าชอบฟังเพลงแนวไหน แล้วเธอค่อยหาตัวอย่างมาฟังแล้วทดลองแต่งเพลงในสไตล์ของตัวเองออกมา เดี๋ยวนี้หาข้อมูลง่ายจะตายไป”“นั่นสิ ๆ อย่างฉันนะชอบเพลงแนวน่ารัก ๆ สดใสเหมือนพวกไอดอลมากกว่า ฉันก็จะเลือกฟังแต่เพลงพวกนี้เวลาว่างนั่นแหละ แต่เวลาเล่นเปียโนฉันดันชอบเพลงแจ๊ส ก็เลยชอบเล่นเปียโนและแต่งเพลงแจ๊สมากกว่าเพราะมันสนุกดี”“อย่างนั้นเหรอ อืม ขอบใจพวกเธอนะที่คอยเป็นที่ปรึกษาให้ฉัน ฉันจะลองหาข้อมูลและฟังเพลงหลาย ๆ แบบดูก่อนว่าตัวฉันเองชอบสไตล์ไหน แล้วค่อยแต่งออกมาน่าจะดีกว่า”สามสาวนั่งกินไปคุยไปจนเกือบจะห้าโมงเย็นแล้วจึงได้แยกย้ายกันกลับบ้าน ซูหนิงเซียวส่งข้อความไปบอกแม่ของเธอก่อนแล้วว่าจะมานั่งกินไอศกรีมกับเพื่อนจึงไม่ได้กังวลว่าแม่จะเป็นห่วง เธอขับรถกลับคอนโดโดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีถึงแม้รถจะติดมากก็ตาม เพราะห้างอยู่ฝั่งเดียวกับคอนโดของเธอที่อยู่ไม่ไกลจึงขับรถได้อย่างสบาย ๆ
หัวหน้าช่างหลังจากอธิบายการใช้งานหลายรูปแบบให้กับซูหนิงเซียวจบก็ชมเธอไม่น้อยกับคำถามต่าง ๆ ที่เธอสงสัย น้อยคนนักที่เขาไปติดตั้งให้จะกล้าถามคำถามเหล่านี้เพราะกลัวเสียหน้า แต่เด็กคนนี้ดูมีความพยายามทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการใช้งานเครื่องมิกซ์และอุปกรณ์ทั้งหมด ทำให้เขาประทับใจไม่น้อยและยิ่งอยากเห็นผลงานการแต่งเพลงของเด็กคนนี้ในอนาคตอีกด้วย“ขอบคุณพี่มากนะคะที่ช่วยสอนจนหนูเข้าใจวิธีการใช้งานและเทคนิคต่าง ๆ”“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ หวังว่าพวกผมจะได้ฟังผลงานเพลงดี ๆ จากคุณหนูหลังจากนี้นะครับ”ซูหนิงเซียวยิ้มรับคำของหัวหน้าช่างและชวนเขาออกไปด้านนอกเพื่อบอกแม่ของเธอว่าเรียนรู้กันเสร็จแล้ว จากนั้นซูหนิงจิง กู่ซิงและซูหนิงเซียวรอให้หัวหน้าช่างได้นั่งพักดื่มน้ำทานของว่างก่อนจะส่งพวกเขากลับพร้อมกันตอนนี้เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว ซูหนิงจิงจึงให้ลูกสาวเก็บของว่างและน้ำดื่มทั้งหมดบนโต๊ะรับแขกเข้าไปล้างทำความสะอาด ส่วนเธอจะเตรียมอาหา
หลังวางสายจากผู้จัดการโครงการ ซูหนิงจิงก็บอกเรื่องการติดตั้งแอร์ให้กับช่างทั้งสามคนทราบด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่รอก่อน เนื่องจากตอนนี้อุปกรณ์ที่เหลืออีกไม่มากกำลังจะติดตั้งเสร็จแล้ว หากพวกเขาทดสอบระบบเสียงก็จำเป็นจะต้องปิดห้องเพื่อเก็บเสียงด้วย เธอจึงกลัวว่าพวกเขาจะขาดอากาศหายใจกันเสียก่อน“ตกลงครับคุณผู้หญิง อีกไม่ถึง 20 นาทีก็น่าจะติดตั้งระบบไฟเรียบร้อยทั้งหมดครับ”“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะเตรียมของว่างเอาไว้ให้ระหว่างนั่งรอช่างแอร์มาติดตั้งหลังจากนี้ค่ะ”พนักงานทั้งสามต่างขอบคุณซูหนิงจิงแล้วเร่งต่อระบบไฟและเก็บสายให้ดีเพื่อที่เวลามีคนเข้ามาในห้องอัดจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุซูหนิงจิงชวนซูหนิงเซียวเข้าไปเตรียมของว่างเอาไว้ให้ช่างทั้งสามคนก่อนที่พวกเขาจะทำงานเสร็จ กู่ซิงเห็นว่าตัวเองไม่มีอะไรทำก็ขอไปช่วยยกด้วยเช่นกัน“อีกสักพักช่างแอร์จะเข้ามาติดแอร์ห้องอัดเสียงของลูกนะหนิงเซียว แม่แจ้งผู้จัด
“น้องซูอย่าพูดเรื่องผลประโยชน์กับพี่มากเลยค่ะ พี่เห็นหนิงเซียวเหมือนหลานสาวคนหนึ่งจริง ๆ และพี่ก็อยากเห็นว่าหนิงเซียวจะสามารถขึ้นไปสูงได้ถึงขั้นไหนในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะการเป็นนักร้องนักแต่งเพลงก็ดี หรือจะเป็นนางแบบและนักแสดงก็ดี พี่อยากสนับสนุนหนิงเซียวเหมือนน้องซูนั่นแหละค่ะ เพียงแต่พี่ไม่มีต้นทุนมากนักเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ในเมื่อน้องซูวางใจให้พี่ดูแลเบื้องหลังให้หนิงเซียว พี่เองก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ พี่ต้องขอบคุณน้องซูที่เชื่อใจพี่ด้วยนะคะ”“พี่กู่ไม่ต้องขอบคุณน้องหรอกนะคะ เรื่องในวงการบันเทิง ยังไงน้องก็ต้องพึ่งพาพี่กู่ให้แนะนำหนิงเซียวอยู่แล้วค่ะ”“แม่คะ ป้ากู่ คุยอะไรกันคะดูเครียดเชียว” ซูหนิงเซียวเดินมานั่งข้างแม่ก่อนจะถาม“แม่แค่อยากให้ป้ากู่ช่วยเหลือเรื่องดูแลลูกด้านงานเพลงน่ะ ลูกคิดยังไงถ้าจะโปรโมตงานเพลงด้วยตัวเองแทนที่จะเซ็นสัญญากับค่ายเพลง”“หนูคิดว่าก็ไม่เลวนะคะแม่ ถ้ามีการเซ็นส
วันจันทร์ต่อมา ซูหนิงเซียวไปขอลาอาจารย์ในรายวิชาที่เธอจะต้องเรียนในวันอังคารโดยแจ้งเหตุผลให้ทราบเรื่องการติดตั้งห้องแต่งเพลงของเธอที่บ้าน อาจารย์หลายคนเห็นว่าซูหนิงเซียวตั้งใจเรียนมาตลอดจึงเพียงแค่ให้เธอฝากเพื่อนจดเรื่องที่ต้องเรียนในวันพรุ่งนี้แล้วเอาไปทบทวนแทนระหว่างพักเบรกช่วงเที่ยง หานลู่หรงกับโจวเสี่ยวเซียนถามซูหนิงเซียวเรื่องที่เธอขอหยุดในวันพรุ่งนี้ด้วยความสงสัย“นี่หนิงเซียว พรุ่งนี้เธอมีธุระอะไรถึงต้องลาเรียนทั้งวันอ่ะ”โจวเสี่ยวเซียนรีบถามเพื่อนสาวหลังจากรับอาหารมานั่งทานกันที่โต๊ะแล้ว หานลู่หรงเองก็พยักหน้าตามเพื่อนที่ถามซูหนิงเซียวเช่นเดียวกัน“พรุ่งนี้จะมีช่างมาเทสระบบเครื่องมิกซ์เสียงกับอุปกรณ์ในห้องอัดเสียงที่บ้านฉันน่ะ ฉันเลยอยากอยู่ดูและสอบถามวิธีการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ฉันอยากแต่งเพลงเองเลยให้แม่พาไปดูอุปกรณ์พวกนั้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง”“โอ้โห แม่เธอยอมลงทุน
“พี่คะ หนูขอทราบราคาทั้งหมดได้ไหมคะ รวมราคาทำห้องอัดเสียงเล็ก ๆ ที่บ้านให้หนูด้วยนะคะ”“สักครู่นะครับ พี่ขอไปคุยกับช่างก่อนว่าถ้าเครื่องมิกซ์ขนาดนี้พร้อมทั้งอุปกรณ์เสริมครบชุดจะต้องทำห้องขนาดประมาณเท่าไหร่ เชิญลูกค้านั่งรอที่โซฟาก่อนครับ”ซูหนิงจิงพยักหน้าให้พนักงานขายก่อนจะพาซูหนิงเซียวกับกู่ซิงไปนั่งรอที่โซฟาซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของหน้าร้าน“แม่คะ แม่คิดว่าหนูจะทำได้ไหมเรื่องร้องเพลงกับแต่งเพลง หนูไม่อยากให้แม่ลงทุนโดยเสียเปล่ากับหนูนะคะ”“แม่บอกลูกแล้วว่าให้ทำตามที่ลูกชอบยังไงล่ะ ในเมื่อลูกคิดอยากเข้าวงการบันเทิงแต่แรกและเป็นคนขอแม่เอง แม่ก็สนับสนุนลูกทุกทางเท่านั้น เรื่องการที่ลูกจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ก็อยู่ที่ความพยายามของลูกเองและเหล่าแฟนคลับของลูกที่พวกเขาจะสนับสนุนผลงานของลูกกันมากขนาดไหน”“จริงอย่างที่น้องซูว่านะหนิงเซียว ถ้าหนูตั้งใจที่จะเอาดีทางด้านร้องเพลง