เขากลับไปแล้ว..จิรัสยาเอามือทาบไว้ที่หน้าอกและพ่นลมหายใจออกมาทางปากหลังจากก้าวเข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองเสร็จ
"ตกลงจะเอารถผมไว้ใช้หรือพรุ่งนี้จะให้คนรถของผมมารับคุณไปส่งที่ทำงานครับ"
"ขอโทษนะคะคุณทิม นี่คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่าคะ เราไม่ได้รู้จักกัน จู่ๆจะเอารถราคาคันละตั้งหลายสิบล้านมาให้ฉันไว้ใช้ ฉันไม่เข้าใจค่ะ "
"เรารู้จักกันแล้ว ฝ้ายพึ่งแนะนำไปตอนหัวค่ำ คุณลืมไปแล้วหรือเปล่า"
"ค่ะ ไม่ลืม แต่เราก็ไม่ได้รู้จักกันถึงขนาดที่ว่าคุณเอารถของคุณมาให้ฉันไว้ใช้ได้นะคะ"
"ไม่ต้องห่วงอีกหน่อยก็รู้จัก เพราะผมอยากรู้จัก คุณเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย"
จิรัสยายังคงช็อคกับเหตุการ์ณนี้ไม่หายว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้คืออะไร เขาคงไม่ได้จะกำลังสนใจเธออยู่หรอกใช่มั้ย ในเมื่อเขามีว่าที่คู่หมั้นแล้วนี่ บ้าชะมัด เธอต้องตั้งรับกับผู้ชายอันตรายคนนี้ไว้ให้ดีๆ จิรัสยารู้สึกว่าเขาอันตราย แม้ว่าภายนอกจะดูสุขุมนุ่มลึกเพียงใดแต่เธอเชื่อว่าเขาน่ะ 'ไฟ' ดีๆนี่เอง หากไม่อยากโดนแผดเผาก็จงพยายามอยู่ให้ไกล
สรุปพรุ่งนี้ทิมสั่งให้คนของเขามารับเธอเเทนที่จะเอารถหรูมาจอดทิ้งไว้ที่คอนโด เนื่องจากว่าจิรัสยายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีทางเก็บรถยนต์ของเขาไว้ใช้โดยเด็ดขาด เขาเลยยื่นข้อเสนอว่าเช่นนั้นเธอต้องยอมให้คนขับรถของเขามารับเขาจึงจะยอมกลับ เป็นอันว่าตกลงตามนั้น แต่จิรัสยาเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองอยู่ดีว่าทำไมถึงยอมทำตามข้อเสนอของเขา
จิรัสยาตื่นขึ้นมาเตรียมตัวจัดข้าวของสำหรับสองสามวันใส่กระเป๋า พอบินไปถึงที่โน่นหลังจากเสร็จจากงานแล้วเธอก็ยังมีเวลาอีกสองวันสำหรับอยู่เที่ยวต่อ เมื่อข้าวของถูกพับจัดเก็บลงไปเรียบร้อยแล้วจึงไปอาบน้ำแต่งตัวและรอให้ถึงเวลานัดหมาย
หกโมงเย็นเป็นเวลานัด จิรัสยาลงมานั่งรอที่ล็อบบี้ไม่ถึงห้านาทีรถตู้คันหรูก็มาจอดรับเธอที่ปากทางเข้า
"คุณจิรัสยาใช่มั้ยครับ คุณทิมให้มารับครับ"
"ขอบคุณค่ะ" ว่าแล้วพี่คนขับรถก็เดินมาลากกระเป๋าของเธอไปเก็บที่ด้านหลังของรถ จิรัสยาเดินตามออกมาตรงประตูรถก่อนจะหยุดรอที่ด้านข้างพลางคิดไปว่าเหตุใดทิมต้องเอารถราคาแพงมารับเธออีกแล้วนะ ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยขับรถราคาหลักล้าน แต่รถของทิมแต่ละคันราคามันสูงมากกว่านั้น แม้ว่าจะกำลังยืนคิดเพลินๆแต่พอประตูเปิดออกมันก็ทำเธอก็ต้องตกใจอีกจนได้
"เชิญครับ" ทิมยิ้มทักเบาๆและเก็บมือถือลงในกระเป๋าเมื่อเห็นว่าจิรัสยายืนรออยู่และยังคงไม่ยอมก้าวขึ้นมาบนรถ
"ทำไม?"
"ทำไมผมถึงมาด้วย?" คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงตั้งคำถาม
"สงสัยคุณคงจะลืมไปแล้วที่ผมบอกไปเมื่อวานว่าวันนี้ผมต้องบินไปประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์ด้วย" พอได้ยินคำตอบจิรัสยาก็หน้าเหวอ ใช่จริงๆด้วย เมื่อวานเขาบอกเธอไปแล้วแต่เธอกลับจำไม่ได้ เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ทีไรทำเอาร่างกายเธอมักจะขาดการคอนโทรลอยู่เรื่อย
"หรอคะ ฉันคงไม่ทันได้ฟังนะค่ะ"
"งั้นขึ้นรถเถอะครับ วันนี้เย็นวันศุกร์ด้วยเผื่อรถติด"
พอจิรัสยาขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว รถตู้คันงานก็ขับเคลื่อนออกไป ภายในห้องโดยสารไม่เหมือนกับรถตู้ทั่วไป ด้านในมีทั้งทีวี เครื่องอุปกรณ์อำนวยความสะดวก โต๊ะสำหรับน่าจะใช้เวลาที่ทิมต้องทำงานหรืออะไรสักอย่าง ดวงตากลมโตยังคงมองไปรอบๆ อย่างลืมตัว เวลานี้เธอนั่งอยู่ใกล้เขา กลิ่นน้ำหอมอันเป็นกลิ่นประจำตัวของเขายังคงลอยฟุ้งมาจนเธอแอบสูดเข้าไปอีกอย่างไม่รู้ตัว
ทุกการกระทำของเธอกำลังตกอยู่ในเป้าสายตาของทิมทุกอย่างโดยที่เธอเองไม่ทันได้สังเกตุ แม้ว่ารถจะขับเคลื่อนออกมาได้จนสักพักแล้ว แต่จิรัสยาก็ยังคงมองสำรวจนั่นนี่ไปเรื่อย ในใจคิดว่าเผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะได้มีทางหนีทีไล่ได้ ระวังเอาไว้ดีกว่าแม้ว่าเขาจะบอกว่าให้เธอไว้ใจเขาได้ จิรัสยายังไล่มองไปเรื่อยๆแต่พอเห็นว่าทิมกำลังจ้องมองมา เธอจึงต้องหยุดการสังเกตุการณ์เอาไว้ก่อน
"เอ่อ คุณไปประชุมต่างประเทศบ่อยหรอคะ"
"ครับ ผมบินไปต่างประเทศบ่อย แต่ไม่ยักรู้ว่าคุณทำงานอยู่สายการบินนี้ด้วย"
"อาจจะเพราะฉันเองไม่ใช่คนดังแบบคุณละมั้งคะ เลยไม่เป็นที่สะดุดตา" จิรัสยาพูดและยิ้มออกมาอย่างลืมตัว
"ครับ คุณไม่ใช่คนดัง แต่คุณเป็นคนสวย ผมน่าจะสังเกตุเห็นคุณตั้งนานแล้ว" พอทิมพูดจบก็โปรยยิ้มอันทรงเสน่ห์ออกมา ซึ่งพอดูแล้วมันก็เท่มากจริงๆ แต่แล้วยังไงล่ะ สำหรับเธอบอกเลยว่าต่อให้เขายิ้มจนฟันโยก รอยยิ้มนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรเธอได้ เพราะเธอฝึกซ้อมวิธีการตั้งรับมือกับผู้ชายแบบเขามาจากบ้านบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาก็ยังคงทำมันไม่หยุด
"รอยยิ้มแบบนี้นี่คือวิธีที่คุณใช้หว่านเสน่ห์ใส่สาวๆหรือเปล่าคะ"
"ไม่ทุกคนหรอกครับ ผมเลือก" ทิมตอบกลับทันควันแต่สายตายังไม่ยอมละจากใบหน้างามเลยแม้แต่น้อย
"งั้นถ้าฉันไม่หลงตัวเองจนเกินไป หวังว่าหนึ่งในนั้นคงจะไม่มีฉันนะคะ เพราะฉันก็ 'เลือก' เหมือนกัน" เอาแล้วไงจี พูดอะไรของแกออกไปวะเนี่ย พูดแบบนี้จะถูกเชิญให้ลงจากรถเลยหรือเปล่านะ
ทิมหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดีถึงความรู้เท่าทันกันของหญิงสาวคนนี้ แม้ว่าดูภายนอกจะโฉบเฉี่ยวร้อนแรงราวกับนางพญา แต่พอเอาเข้าจริงๆข้างในกลับกลายเป็นลูกไก่ตัวน้อยที่ยังคงต้องการและรอคอยแม่ไก่ตัวใหญ่มากางปีกปกป้องตัวเองอยู่
"ทำไมคุณถึงไม่อยากเป็น'หนึ่ง'ในนั้นของผมล่ะ"
"ก็เพราะว่าฉันเกลียด..เอ่อ หมายถึง ฉันไม่ค่อยถูกโฉลกกับผู้ชายเจ้าชู้น่ะค่ะ"
"เจ้าชู้ เช่น?"
"ก็เช่นผู้ชายที่มีคู่หมั้นคู่หมายเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วแต่ก็ยังจะมีผู้หญิงคนอื่นเรื่อยๆโดนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่คิดถึงความรู้สึกของฝ่ายหญิงบ้างว่าเธอจะเสียใจหรือเปล่าน่ะสิคะ" เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้วนะจี ปากแบบนี้รอบนี้คงถูกเขาโยนลงจากรถแน่ๆ
"อืม ผมเห็นด้วย ผู้ชายแบบนี้นิสัยไม่ดี ดีนะที่ผมไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้และก็ยังไม่มีคู่หมั้น หวังว่าคุณคงจะไม่ได้หมายถึงผมใช่มั้ย" ทิมพูดแล้ววองมายังเธอราวกับว่าต้องการจะถามหากแต่ว่าก็ไม่ได้รอที่จะเอาคำตอบ
เมื่อกี้นี่หูเธอฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า 'ผมไม่มีคู่หมั้นงั้นหรอ' ทำไมเขาถึงกล้าพูดออกมาได้หน้าตาเฉย ไม่รู้ตัวเลยหรือยังไงว่าเธอกำลังว่าเขาอยู่ หรือว่าตั้งใจจะปกปิดเธอ แต่ฝันไปเถอะ
หลังจากที่ทิมมาส่งเรียบร้อยจิรัสยาก็ตรงเข้าออฟฟิศเพื่อเตรียมตัวสำหรับเที่ยวบินในคืนนี้ หากแต่ระหว่างทางภายในใจก็ยังคงครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาขับรถมาส่งเธอที่คอนโดตั้งแต่เมื่อคืน หรือขับรถมารับเธอในตอนเย็นของวันนี้ ไหนจะเหล่าคำพูดแปลกๆของเขาอีกที่คอยรบกวนจิตใจเธออยู่ตลอด"ยังไม่รู้จักแต่ผมอยากรู้จัก""ถ้าผมยังไม่มีเจ้าของคุณจะอยากยุ่งกับผมหรือเปล่า""ผมอยากรู้จัก คุณเตรียมตัวไว้ได้เลย"ทุกๆประโยคเหล่านั้นยังคงดังขึ้นอยู่ภายในใจ เอาเข้าจริงๆถ้าเธอไม่หลงตัวเองจนเกินไป จากทุกๆประโยคเหล่านั้นจรัสยาก็พอที่จะสามารถรู้เองได้ว่าทิมหมายถึงอะไร เธอไม่ใช่เด็ก เธอใช้ชีวิตมาจนขนาดนี้แล้วและเธอก็สามารถมองมันออกจิรัสยายอมรับตรงนี้ว่าผู้ชายแบบทิมนั้นมีแรงดึงดูดได้มากจริงๆ แต่ยังไงเสียมันก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้กับเธอแน่ๆ เธอยังยืนยันคำเดิม เธอไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ ถ้าการที่เธอจะต้องมอบหัวใจให้ใครสักคน คนๆนั้นต้องแสดงให้เธอเห็นว่าเขาจะรักและมีเพียงแค่เธอไปคนเดียว คนอื่นอาจมองว่าความคิดเหล่านี้ของเธอนั้นมันโบราณล้าสมัย สมัยนี้ลองๆคบกันไปก่อน ถ้าไปด้วยกันไม่ได้ก็แค่เลิกรา แต่สำหรับ
เวลาแปดโมงห้าสิบตามเวลาท้องถิ่น จิรัสยาแต่งตัวลงมาคอยที่ล็อบบี้ เพียงห้านาทีต่อจากนั้นก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงเท่คุ้นตาราวกับนายแบบสวมแว่นกันแดดสีดำใส่กางเกงยีนต์สีเข้มตามด้วยแจ็คเก็ตหนังกันหนาวสีดำตัวแพงเดินตรงเข้ามาหาเธอวินาทีแรกที่หันมองไป เธอนึกไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นเขา เธอไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้เลย ปกติสองสามครั้งที่เจอเขาตัวเป็นๆหรือไม่ก็ตามสื่อสังคมออนไลน์ทิมมักจะแต่งกายด้วยชุดสูทสุดเนี้ยบเสมอ ไม่น่าเชื่อว่าพอได้เห็นเขาในมุมนี้บ้างมันจะทำเอาเธอใจเต้นได้เหมือนกัน"อะแฮ่ม สวัสดีตอนเช้าครับ" ทิมกระแอมเพียงเบาๆเพื่อเป็นการเรียกสติของคนตรงหน้า เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้วหากแต่ว่าเธอก็ยังคงมองเขาเฉย แถมยังอ้าปากค้างเอาไว้น้อยๆอีก นี่ถ้าเขาไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป เขาคงจะแอบคิดไปได้ว่าจิรัสยากำลังตกอยู่ในอาการอึ้งตะลึงในความหล่อของเขาอยู่แน่ๆ"สะ..สวัสดีค่ะ" น้ำเสียงตะกุกตะกักรีบตอบด้วยความตกใจออกไปในทันทีที่ถูกเขาจับได้ว่าเธอกำลังแอบมอง ลมหายใจถูกสูดเข้าไปลึกๆอีกครั้งก่อนที่เธอจะต้องพยายามรีบดึงสติกลับมาให้ไวและปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่ซึ่งจะว่าไปเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องธร
ใช้เวลาขับรถมาประมาณหนึ่งชั่วโมงจากที่พักทิมก็พาเธอมาถึงสกีรีสอร์์ทแห่งหนึ่ง จิรัสยามองตามความสูงของเทือกเขาแอลป์ขึ้นไปที่ด้านบนซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนไปหมด"คุณจะใส่ชุดนี้ไปเล่นสกีหรอคะ" จิรัสยาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าทิมไม่ได้เตรียมอุปกรณ์อื่นใดมา"ผมไม่ได้จะมาเล่นสกีครับ แค่อยากพาคุณมานั่งเคเบิลคาร์ คุณพ่อคุณแม่เคยพาผมมาที่นี่สองสามครั้งตอนเด็ก ผมชอบมากแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มาอีกเลยเพราะทุกคนต่างคนต่างก็ใช้ชีวิต" "แล้วทำไมคุณถึงไม่มาเองคนเดียวล่ะคะ""ไม่ครับ ผมอยากรอ รอที่จะพาใครสักคนหนึ่งที่ผมอยากจะมาที่นี่ด้วย แต่ที่ผ่านมายังไม่มี""คุณจะบอกว่าคนๆนั้นคือฉันอย่างนั้นหรอคะ""แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะครับ""แล้วถ้าฉันอยากจะบอกว่า ฉันกำลังคิด ว่าสิ่งที่คุณพูดมาเมื่อสักครู่มันก็คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่คุณใช้ตกเหยื่อล่ะคะ" ทิมขำพรืดออกมาเมื่อเห็นว่าจิรัสยาจริงจังในการกล่าวหาและพยายามยัดเยียดให้เขาเป็นคนเจ้าชู้เสียให้ได้"ไม่เอาน่า เลิกพูดปรักปรำผมแล้วขึ้นไปข้างบนดีกว่าครับ ข้างบนสวยมากๆ ผมอยากให้คุณได้เห็น" ทิมมองมาที่เธออย่างยิ้มๆหลังจากส่ายหัวไปสองสามที เมื่อเห็นว่าจิรัสยาคอยแต่จะปรักปรำช
เมื่อเห็นว่ายังไงก็ไม่มีทางเลือกจิรัสยาจึงจำเป็นต้องอยู่ค้างคืนที่นี่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งข่าวร้ายไปกว่านั้นก็คือ พนักงานแจ้งว่าเธอและเขาจำเป็นที่จะต้องพักห้องเดียวกัน เพราะห้องพักของที่นี่นั้นเต็มหมดแล้ว บ้าชะมัด นี่มันนิยายน้ำเน่าที่เธอเคยอ่านสมัยเรียนหรือเปล่านะ คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้"นี่คือกุญเเจห้องของคุณทั้งสอง กรุณาเดินไปจนสุดทางที่หมายเลขห้องนี้ ทางเราต้องขออภัยในความไม่สะดวกเป็นอย่างมาก" พนักงานบอกและยื่นคีย์การ์ดให้กับทิมในที่สุดจิรัสยาก็ต้องเดินตามเขาเข้าไปด้านในอย่างว่าง่าย ทิมพาเธอเดินเข้าไปด้านในจนสุดทางและคิดว่ามันน่าจะเป็นห้องสุดท้ายเพราะเมื่อสักครู่เธอเดินผ่านมาหลายห้องแล้ว ฝ่ามือใหญ่กดทาบคีย์การ์ดไปกับประตูและมันก็เปิดออก เมื่อก้าวเท้าเข้าไปจิรัสยาก็แทบจะลืมตัวไปชั่วขณะ ด้านในเป็นห้องกระจกวิวหนึ่งร้อยแปดสิบองศาแถมด้านหน้ายังเป็นวิวเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่าตั้งอยู่อีกฝั่ง ขาเรียวยาวค่อยๆก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็พบว่าห้องๆนี้ตั้งอยู่ติดกับบนหน้าผา"นี่เขาให้เรานอนในห้องแบบนี้จริงๆหรอคะ" จิรัสยาถามขึ้นมาอย่างลืมตัว"ไม่ถูกใจคุณหรอครับ""ใ
ผ่านไปเป็นเวลากว่าสิบนาทีที่จิรัสยาต้องนอนเฉยๆอยู่ในอ้อมกอดของเขาแต่มันกลับให้ความรู้สึกยาวนานราวกับผ่านไปเป็นชั่วโมง เสียงหัวใจภายในของเธอนั้นเต้นโครมครามยิ่งกว่าสิ่งใดจะเทียบหากเขาได้ยินคงอาจจะหัวเราะเอาได้ เวลานี้เธอนอนขดขาตะแคงข้างโดยที่ด้านหลังมีทิมโอบกอดเอาไว้อยู่ตึกตักๆ เสียงของลมหายใจของเขาเป่ารดอยู่ที่ซอกคอและใบหูเริ่มสร้างความร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกาย ในชีวิตเธอไม่เคยได้ลองทำอะไรแบบนี้มาก่อนแม้กระทั่งกับแฟนเก่าอย่าง ปัทมะ "เริ่มอุ่นขึ้นบ้างหรือยัง"ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาทำเอาจิรัสยาถึงกับสะดุ้งเรียกสติ ศรีษะทุยค่อยๆพยักหน้ารับเขาแทนคำตอบ"อยากอุ่นกว่านี้หรือเปล่า"จิรัสยาไม่ตอบ เธอเงียบและนิ่งคิดถึงสิ่งที่เขาถามว่าจะยังคงมีวิธีไหนที่จะสามารถสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายของเธอและเขาได้มากขึ้นกว่านี้อีก ในขณะที่กำลังคิดตรึกตรองและยังไม่ทันได้ทราบถึงคำตอบ ร่างของเธอก็ถูกทิมพลิกกลับมาให้หันหน้ามาทางเชาจิรัสยาตกใจในทันที ดวงตากลมโตจ้องมองเขากลับอย่างระแวงสงสัย แต่ทิมก็ไม่ปล่อยให้เธอได้สงสัยนาน ใบหน้าคมขยับเข้าไปใกล้ๆก่อนจะประทับริมฝีทางลงไปที่ริมฝีปากเธอทันที
เมื่อเจอคำถามของทิมเข้าไป จิรัสยาก็ถึงกับได้สติ ใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงซุกซอกอยู่กับสองเต้าขาวอวบของเธอนั้นกำลังผลัดกันเชยชมสลับข้างไปมาราวกับว่ามันน่าลุ่มหลงนาทีนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ร่างงามจึงดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที ทิมเงยหน้าขาวๆของเขาขึ้นมองสบตาเธออีกครั้งก่อนจะโน้มกลับเข้ามาใกล้ๆหมายจะจูบลงไปที่กลีบปากบางนั้นอีกหากแต่ว่าถูกเธอห้ามเอาไว้เสียก่อน"ฉันหายหนาวแล้วค่ะ คุณรีบรับโทรศัพท์สิคะเผื่อพนักงานโทรมา" ทิมยิ้มก่อนจะหันมามองริมฝีแสนหวานนั้นตาละห้อย แล้วจึงตัดใจผละลุกขึ้นจากเตียงไปรับโทรศัพท์ที่ยังคงส่งเสียงร้องรออยู่จิรัสยาพอเห็นว่าทิมลุกขึ้นไปแล้วเธอจึงรีบก้มลงมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง ที่เวลานี้หลุดรุ่ยและถูกถลกขึ้นไปจนเกือบจะถึงคอ พอได้ก้มลงมองไปยังหน้าอกของตัวเองก็ได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อเวลานี้สองเต้าขาวอวบปรากฎริ้วรอยสีแดงเป็นจ้ำๆอยู่หลายจุด จิรัสยาทำเสียงจิปากด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันไปมองยังตัวต้นเหตุที่ก็เผอิญว่าหันกลับมองมาที่เธอพอดีทิมยิ้มราวกับรู้ว่าตนกำลังถูกเธอตำหนิ บ้าจริง มือเล็กรีบดึงเสื้อลงอย่างทันควันเมื่อเห็นว่าเขากำลังมองมันอยู่ เกือบไ
พอขึ้นมาถึงจิรัสยาก็เอาแต่นั่งเงียบ เธอเลือกที่จะมองออกไปยังนอกหน้าต่างแทนที่จะหันกลับมาพูดคุยกับเขา "ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้"ไร้การตอบโต้และปฏิกิริยาใดๆ ทิมสังเกตุเห็นว่าที่ไหล่มีการขยับน้อยๆ เธอคงจะกำลังร้องไห้อยู่จึงได้ค่อยๆดึงให้คนตัวเล็กหันกลับมาซบลงบนหน้าอก และมันก็เป็นไปจริงดั่งที่เขาคาด ใบหน้างามถูกอาบไปด้วยน้ำตาจนชุ่ม เขาถือวิสาสะค่อยๆประครองใบหน้าเธอขึ้นแล้วค่อยใช้นิ้วเกลี่ยซับมัน"รักเขามากหรอ" จิรัสยาส่ายหน้าก่อนจะมองขึ้นสบตาเขา"ยังรักเขาอยู่หรอ" และเธอก็ส่ายหน้าอีก"ถ้าอย่างงั้นคุณร้องไห้ทำไมกันหึ บอกผมซิ" ใบหน้าหล่อขยับเข้าไปใกล้ๆก่อนจะประกบชิดริมฝีปากเธอเอาไว้แล้วค่อยๆขบเม้มเบาๆ จิรัสยายังคงอยู่เฉย ปล่อยให้ทิมพูดพร่ำอยู่คนเดียวอย่างนั้น เธอเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงไม่ผลักไสเขาออก เนิ่นนาน จนตัวเธอเองเริ่มที่จะหายใจไม่ทันเมื่อทิมเริ่มเปลี่ยนมาจูบเธอแบบหนักหน่วงขึ้น"กะว่าจะจูบให้ปากฉันช้ำไปเลยหรือไงคะ" จิรัสยาถามคนที่มัวแต่จูบเอาๆ เธอค้อนสับประเหลือกให้ไปหนึ่งทีเมื่อดูท่าทีว่าทิมยังจะไม่ยอมหยุดจูบนั้นลงง่ายๆจริงๆ จนทิมเองก็ขำ เคเบิ้ลคาร์ยัง
จิรัสยายังคงตั้งหน้าตั้งตาเลือกกระเป๋าต่อไปโดยไม่หันไปมอง เสียงของหญิงสาวที่มากับทิมยังคงพูดเจื้อยแจ้วดังเข้ามาในหูเป็นระยะๆ ทั้งๆที่สมองสั่งว่าอย่าไปสนใจ ระหว่างเธอกับเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่หางตาก็ยังมิวายแอบไปชำเลืองมอง เขายืนอยู่ตรงนั้น ในมือยังคงตั้งหน้าตั้งตากดโทรศัพท์และไม่ได้สนใจหรือรับรู้ว่ามีเธอยืนอยู่ตรงนี้เลย ทั้งๆที่เมื่อคืนก่อนเธอกับเขายังติดอยู่บนเทือกเขาด้วยกัน แถมตอนเมื่อเช้าเขายังส่งข้อความสวัสดีตอนเช้ามาหาเธออยู่เลย แต่ตอนนี้ทั้งๆที่ยืนห่างกันแค่นี้ ทิมกับไม่เคยรับรู้ว่ามีเธออยู่นี่สินะ ผู้ชายเจ้าชู้ ในเมื่อเธอก็รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนยังไงแต่แล้วก็ยังจะอยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่ง จิรัสยาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆเพราะสมน้ำหน้าตัวเอง แต่ช่างเถอะ อย่างน้อยเมื่อคืนก่อนเธอกับเขาก็ไม่ได้เลยเถิดจนถึงขั้นมีอะไรกัน ถึงแม้ว่ามันจะ 'เกือบ' ก็เถอะศรีษะทุยสวยสะบัดเบาๆเพื่อขับไล่ความคิดที่กำลังตีกันจนสับสนวุ่นวายทิ้งแล้วจึงคิดว่าหันกลับมาโฟกัสที่กระเป๋าใบข้างหน้าต่อไปจะดีกว่า ต่อจากนี้ไปเธอจะอยู่ให้ห่างไกลจากเขาและไม่มีทางยุ่งเกี่ยวด้วยอีกเด็ดขาด"ห่างกันวันเดียว คุ
หลังจากที่ไปเรียนรู้งานไปทั้งหมดแล้ว พิศมัยก็พาจิรัสยาเดินมายังที่ๆหนึ่งซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ภายในเป็นห้องขนาดกระทัดรัด ด้านหน้าเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ แถมยังมีระเบียงที่ถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับลมเย็นๆภายในห้องถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยหรู ของประดับตกแต่งทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ดูมีราคา ไม่รู้ว่ามันมีไว้สำหรับให้บริการแขกระดับวีไอพีหรือเปล่าแต่ที่รู้ๆราคาห้องพักแต่ละห้องของที่นี่ก็หกหลักด้วยกันทั้งนั้นพอเดินเข้ามาในห้อง พิศมัยจึงบอกให้เธอไปเตรียมตัวแล้วเดี๋ยวเธอต้องถูกทดสอบว่าสิ่งที่ไปเรียนรู้มานั้นเธอสามารถทำมันได้ดีแค่ไหน จิรัสยาเดินตรงเข้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จัดการปูผ้าลงบนเตียง เตรียมสิ่งของจำพวกครีมและน้ำมันต่างๆมาเตรียมไว้ เธอทำตามแบบอย่างที่ไปเรียนรู้มาทุกอย่าง ถึงแม้ว่าความจริงแล้วจะยังรู้สึกงงงวยว่าการที่เธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่หน้าล็อบบี้นั้นจำเป็นต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยจริงๆหรือ"จีเตรียมตัวไปก่อนนะ เดี๋ยวเราจะเริ่มทดสอบกันเลย" พิศมัยหันมาบอกและเดินออกจากห้องไปทิ้งความสงสัยให้อยู่กับเธออย่างนั้นระหว่างที่กำลังเตรียมของไป ใจก็คิดเลยเถิดไปถึงใครบางคน คนที่เธอไม่ได้อ
หลังจากต่อปากต่อคำกับทิมเสร็จแล้วจิรัสยาก็กลับมาทำงานตามปกติโดยที่เธอเห็นว่าปัทมะยังคงอยู่ที่นั่นและมีหญิงสาวคนอื่นแนบไว้ข้างกายไม่ห่าง ยิ่งพอได้มาเห็นปัทมะทำอะไรแบบนี้ จิรัสยากลับยิ่งรู้สึกว่าดีแล้วที่เลิกกับผู้ชายแบบนั้นมาได้ อย่างน้อยก็เสียแค่ใจแต่ไม่ได้เสียตัวพอปัดเรื่องของปัทมะทิ้งไปก็ยังมีเรื่องของทิมอีก ที่เธอพึ่งจะได้รับรู้มาว่าเขาคือผู้บริหารใหญ่ของที่นี่ ไปๆมาๆจากว่าที่เธอตั้งใจอยากหนีจากเขามา ดันกลายมาเป็นว่าเธอวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างเต็มๆ มิหนำซ้ำกลับกลายเป็นว่าตอนนี้เธอเป็นพนักงานที่เขาสามารถสั่งการอะไรก็ได้อีกต่างหาก"ปกติคุณทิมไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่หรอกจี เห็นเข้ามาทีเดือนหรือสองเดือนครั้งได้ พอมาก็จะพักผ่อนอยู่ที่พลูวิลล่าของเขาน่ะ จีถามทำไมหรอจ๊ะ" "อ๋อเปล่าหรอกค่ะพี่เอม พอดีจีพึ่งรู้มาว่านอกจากคุณภาคินแล้วก็ยังมีคุณทิมอีกคนที่เป็นเจ้าของที่นี่ด้วย จีจะได้รู้เอาไว้นะค่ะว่าตัวเองกำลังทำงานให้ใคร เจ้านายชื่ออะไรบ้าง อย่างน้อยก็จะได้ปฏิบัติตัวถูก" พอเหมือนจะถูกสงสัย จิรัสบาก็รีบทำเป็นตอบออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไร เพื่อปกปิดความสงสัยของเพื่อนร่วมงานไว้"อ๋
เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ภาพที่เห็นคือจิรัสยากำลังถูกปัทมะจับล็อกข้อมือเอาไว้บนเตียง สันกรามแกร่งถูกขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธ ดวงตาคมมองจ้องมาอย่างเอาเรื่องพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง"เฮ้ย!มึงอีกแล้วหรอ นี่มึงมาที่นี่ได้ยังไงวะ" ปัทมะถามเสียงแข็งกร้าวด้วยความโมโหที่ถูกขัดจังหวะ"ขอโทษที่ต้องมาขัดจังหวะ แต่คงต้องขอตัวพนักงานของผมกลับไปทำงานต่อ ผมจ้างเธอมาด้วยเงินเดือนที่สูงกว่าพนักงานปกติถึงสองเท่า ดังนั้นเธอก็ควรที่จะทำงานให้กับผมอย่างคุ้มค่า และนี่ก็หมดเวลาพักแล้ว""นี่มึงหมายความว่ายังไงที่บอกว่าจีเป็นพนักงานของมึง จะบอกว่ามึงเป็นเจ้าของที่นี่งั้นสิ""ใช่ ผมเป็นเจ้าของที่นี่ และตอนนี้ผมต้องการตัวพนักงานของผมคืน ส่วนคุณถ้าอยากจะพักที่นี่ต่อหรือว่าต้องการค่าห้องคืนสามารถแจ้งได้ที่หน้าล็อบบี้เลย""มึงอย่ามาตลกกูไม่เชื่อ"พอปัทมะทำท่าว่าจะตรงเข้ามาหา ที่ด้านหน้าประตูก็มีการ์ดของทางโรงแรมสองคนที่ยืนรออยู่เดินตรงสวนเข้ามาเช่นกันจนปัทมะต้องหยุดอยู่กับที่จิรัสยาจ้องมองหน้าเขาราวกับแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ทิมอยู่ที่นี่ ตอนนี้ และเวลานี
พอถึงเวลาพักจิรัสยาก็รีบเก็บข้าวของแล้วกะว่าจะแอบรีบแอบหลบไปพักสมองที่ไหนสักแห่งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอหน้าคนที่ไม่อยากเห็น นี่อุตส่าห์ว่าหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงยังต้องกลับมาพบเจอกับคนที่ไม่อยากพบเจออีกขาเรียวงามรีบก้าวเดินอย่างฉับไว ค่อยๆลัดเลาะไปตามแนวหมู่ละแมกไม้ที่ถูกตกแต่งเอาไว้เป็นเพื่อใช้เป็นฉากม่านบังกั้นสายตาระหว่างโซนโรงแรมกับโซนสระว่ายน้ำจนในที่สุดเธอก็เดินมาโผล่ยังอีกส่วนหนึ่งของทางด้านหลังของโรงแรม และถึงแม้ว่าเธอจะพึ่งเริ่มทำงานที่นี่ แต่เธอก็พอจะรู้ๆอยู่บ้างว่าควรจะเข้าออกซอกไหนซอยไหน"รีบเดินมาขนาดนี้นี่ตั้งใจจะหลบหน้าพี่ใช่มั้ย"จู่ๆเสียงที่ไม่อยากได้ยินก็ดังขึ้น จิรัสยาถอนหายใจหนึ่งทีแล้วจึงหันกลับไปมอง"พี่ปาล์ม ตามมาถูกได้ยังไงคะ""พี่มองดูจีอยู่ เห็นพอถึงเวลาพักแล้วจีรีบเดินมาทางนี้พี่ก็เลยรีบเดินตามมา"จิรัสยามองหน้าปัทมะด้วยความเต็มตาอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้เคยเป็นคนที่เธอหลงมอบหัวใจให้ คิดว่าเขาจะคือคนที่แตกต่าง แต่เปล่าเลย เขากลับทรยศหักหลังความรักและหัวใจเธออย่างไม่มีชิ้นดี"พี่ปาล์มมีธุระอะไรจะคุยกับจีคะ""พี่คิดถึงจี"ปัทมะแทบจะพูด
หลังจากที่เปิดสงครามขนาดย่อมๆไปกับหญิงสาวผู้ที่เธอไม่ได้รู้จักและไม่อยากที่จะรู้จัก แต่อยากเลือกที่จะโทรมาหาเรื่องเธอก่อน จิรัสยาก็ขอจัดให้แบบพอหอมปากหอมคอ อย่าคิดว่าจะโทรมาหาเรื่องเธอก่อนแบบนี้แล้วเธอจะยอม เพราะเรื่องนี้ถ้าจะโทษก็ควรจะไปโทษตัวฝ่ายชายมากกว่าที่ไม่รู้จักพอเอง ก็ในเมื่อทั้งๆที่ตัวเองมีเจ้าของอยู่แล้วแท้ๆ แต่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเธอไม่หยุดจนเป็นสาเหตุให้เธอต้องถูกไล่ออกจากงานมาสดๆร้อนๆพอพูดถึงตัวต้นเหตุแล้วจิรัสยาก็อดที่จะเกิดความรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้เพียงแค่ว่าภายในใจกำลังรู้สึกปั่นป่วนกระวนกระวายจนอยากจะทึ้งหน้าใครเข้าสักคน ดูเอาเถอะ ก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตเธอมาขนาดนี้แต่เขากลับเงียบหายไป นี่เขาจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่ากำลังสร้างปัญหาให้กับชีวิตเธอขนาดไหน ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาสองสามที พอเดินเข้าไปส่องดูที่ช่องตาแมวก็เห็นว่าชนัญญายืนอยู่"พี่ฝ้ายมีอะไร""จี แกถูกให้ออกจากงานจริงๆหรอ เห็นหนูนาโทรมาบอกเมื่อกี้ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น" ชนัญญาเขย่าแขนจิรัสยาหน้าตาตื่นด้วยความเป็นห่วงรุ่นน้องคนสนิท"ก็ตามที่เจ้รู้มานั่นแหละ ส่วนส
หลังเสร็จจากเที่ยวบินไฟล์ทนี้จิรัสยาก็รีบมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีโดยไม่ได้คิดสนใจใครอีก ในหัวของเธอตอนนี้มันกำลังตื้อไปหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบินทำเอาจิรัสยารู้สึกว้าวุ่นและกระวนกระวายใจกับมันอย่างบอกไม่ถูกสายตาของผู้หญิงคนนั้นตอนที่มองมายังเธอราวกับว่ากำลังมีเรื่องเคียดแค้นอยู่ภายในใจ ก็คงจะใช่ อาจเพราะเจ้าตัวดันบังเอิญเดินกลับเข้ามาเห็นตอนที่เธอล้มเซลงไปนั่งอยู่ที่บนตักของว่าที่คู่หมั้นตัวเองสินะ มิหนำซ้ำก่อนออกจากเครื่องเจ้าหล่อนยังมองเหยียดและจิกสายตามองมาที่เธออย่างที่ดูก็รู้แล้วว่าไม่มีทางเป็นมิตรไม่มีคำถามและไม่มีการอธิบาย จิรัสยาปล่อยผ่านให้มันทิ้งไว้อยู่อย่างนั้น หวังว่าวันหนึ่งก็คงจะเลือนรางจางหายไปเอง แม้ว่าจะพยายามปลอบใจตัวเองแล้ว แต่ภายในใจก็ยังคงมิวายว้าวุ่นอยู่อย่างนั้น จึงได้แต่พยายามเตือนตัวเองอีกครั้งว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ทางที่ดีนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเธอจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเป็นอันขาด ผู้ชายที่ชื่อ ทิม เศวตตระกูล เธอจะขอหลีกหนีจากเขานับตั้งแต่วันนี้ไป ดีแค่ไหนแล้วที่มันยังไม่ทันได้เกิดเรื่องราวเกินเลยขึ้นระหว่างเขากับเธอศรีษะทุย
จิรัสยาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เตรียมตัวลงไปหาเพื่อนๆตามเวลานัดหมายข้างล่าง เที่ยวบินกลับของเธอวันนี้คือเวลาบ่ายสองโมงสิบห้านาที ระหว่างรอนั้นพอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงใบหน้าขาวนวลก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอายขึ้นมาอีกจนได้เมื่อเวลาตีห้ากว่าๆเธอถูกทิมปลุกขึ้นมาเพื่อบอกว่าเขาต้องกลับออกไปแล้ว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครมาเห็นและเอาเธอไปต่อว่าได้ว่าเธอนั้นทำผิดกฏการปฏิบัติงาน โดยกฏของการทำงานมีอยู่ว่าห้ามไม่ให้พนักงานพาบุคคลภายนอกเข้ามาพักด้วยระหว่างที่ยังรอสแตนบายเพื่อปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและถูกพิจารณาชั่วโมงการทำงานก่อนจะไปทิมดึงเธอเข้ามาหอมและกอดแถมยังขอ 'มอนิ่งคิส' ก่อนไปหนึ่งที ซึ่งมันยาวนานและเนิ่นนานมากกว่าทิมจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระอีกครั้ง จิรัสยาคิดในใจว่าตกลงเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอและทิมมีอะไรเกินเลยกันไปแล้วจริงๆอย่างนั้นหรือ แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกว่าร่างกายของเธอยังรู้สึกปกติสุขดีราวกับว่าไม่เคยมีการผ่านเรื่องราวใดๆมาก่อน ด้วยความสงสัยลังเลคงจะแสดงออกมาบนใบหน้าเธอ จึงได้ลองเปิดผ้าห่มดูแล้วทิมก็พูดขึ้นมาว่า"ทุกอย่างของคุณยังอย
จิรัสยาพอได้ฟังคำถามจากทิมก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ มีอย่างที่ไหนกันที่จู่ๆคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาถามอะไรกันแบบนี้ ว่าทิมบ้าแล้วตัวเธอเองก็คงจะบ้ายิ่งกว่า ทั้งๆที่ตั้งปณิธานเอาไว้อย่างหนักแน่น ทั้งๆที่คอยปฏิญาณตนว่าชีวิตนี้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายเจ้าชู้ แต่ทำไปทำมาทำไมเธอกลับกำลังจะยิ่งถลำลึกเข้าไปทุกที"จี ผมอยากได้คุณ"สายตาของทิมสื่อความปรารถนาของเขาออกมาอย่างเด่นชัด เสียงแหบพร่ากระเส่าของเขาทำเอาเธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าอย่างไม่รู้ตัว จนในที่สุดเขาก็ขยับใกล้เข้ามา ปมผ้าขนหนูค่อยๆถูกเขากระตุกออกอีกครั้งหลังจากที่เธอพึ่งใส่มันไปเมื่อสักครู่ จนกระทั่งเผยให้เห็นสองเต้าอวบอิ่มแสนงดงามที่ต่างก็ปรากฎอยู่ด้านหน้า ลิ้นอุ่นแฉะถูกเลียอยู่ที่ริมฝีปากหนา ทิมมองมันด้วยสายตาหื่นกระหายก่อนจะก้มลงไปครอบครองมันด้วยริมฝีปากร้อนและมือแกร่งทันที ข้างหนึ่งบีบ ข้างหนึ่งลูบเลียเค้นคลึงจนจิรัสยาต้องเเอ่นหลังขึ้นด้วยความเสียวซ่าน"อ๊ะ คุณทิม ยะ..อย่าค่ะ"ฟังเสียที่ไหน คำร้องคัดค้านของเธอมันคงจะเบาเกินไป ทิมยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างคล่องแคล่วชำนาญ จากด้านบนค่อยๆเคลื่อนลงสู่ด้านล่า
จิรัสยายังคงนอนนิ่งและหลับตาลง ภายในสมองต่างกำลังประมวลผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างเธอกับทิมตอนนี้คืออะไร เหตุใดเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาแบบเธอจึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับไฮโซร้อยล้านพันล้านอย่างเขาด้วย ซึ่งเธอไม่อยาก เขากำลังจะทำให้ชีวิตของเธอวุ่นวาย ด้วยอำนาจเงินเธอไม่มีทางรู้เลยว่าเขาสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง ขนาดเบอร์โทรของเธอจู่ๆเขาก็ยังไปสรรหามา แต่เรื่องนี้ก็ยังคงพอเข้าใจได้ว่าเขาอาจจะไปถามมาจากภาคินหรือชนัญญาไวน์หมดขวดแล้ว นี่เธอดื่มเข้าไปเยอะขนาดนี้เลยเชียวหรือ จิรัสยาค่อยๆลุกขึ้นยืน ตอนนี้เธอแน่ใจว่าใช่ เธอกำลังเมา เรียวขางามค่อยๆก้าวออกมาจากอ่างอาบน้ำอย่างช้าแล้วจึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางพับอยู่บนชั้นซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนัก ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาบิดลูกบิดประตู แล้วจึงก้าวเข้าไปภายในห้อง"นี่คุณ!"จิรัสยาร้องขึ้นมาเต็มเสียง มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ที่เวลานี้บนเตียงนอนของเธอมีทิมนั่งไขว่ห้างรออยู่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมด้วยสายตาที่มองมาอย่างไม่สามารถคาดเดาได้ออก"คุณเข้ามาได้อย่างไง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะคุณทิม"ปมผ้าขนหนูถูกกระชับขึ้นมาจนแน่นก่อนที่ขาเรียวสวยจะค่อยๆขยับถอยหลัง"ไม่ค