วินตราตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแล้วเขาเข้าไปจัดการตัวเองก่อนจะออกมาพบท่านประธานที่นั่งอ่านไอแพดของเขาตรงหน้ามีอาหารเช้าเรียงรายเอาไว้สองสามอย่าง“ท่านประธานทำ?”“ไม่ใช่ฉันแล้วจะใครนั่งลงแล้วกินให้หมด” วินตรากวาดมองอาหารเช้าที่วางเรียงรายตรงหน้าไม่น่าเชื่อว่าท่านประธานเฮงซวยจะทำกับข้าวเก่งขนาดนี้ “มากไป”“น้อยไปต่างหากนายอยู่ได้ยังไงกินแต่อาหารขยะพวกนั้น” “ก็มันสะดวก”“แต่ไม่ดีต่อสุขภาพ” วินตราไม่พูดอะไรก้มทานโจ๊กสีขาวกับเครื่องเคียงสองสามอย่างมีน้ำเต้าหู้ด้วย “ต่อไปเรื่องอาหารการกินฉันจะดูแลเอง” วินตราเงยหน้าขึ้นมาถาม“จะอยู่ที่นี่?” เดนีสทำทียกกาแฟขึ้นมาจิบ “ฉันทนที่จะเห็นห้องรกไม่ได้ต่างหาก”“อ้อ”“และอย่าคิดจะไปอยู่ที่อื่นเด็ดขาดการจัดการตัวเองเป็นศูนย์ขนาดนี้”“เผด็จการ” วินตรากัดปาท่องโก๋พลางยิ้มที่มุมปากไปด้วยเดนีสตีหน้านิ่งไม่ตอบโต้อะไรอีกวินตราไม่เคยได้รับความอบอุ่นการเอาใจใส่อย่างนี้มาก่อนการตระเตรียมอาหารเช้าให้โดยที่ไม่ต้องร้องขอไม่เหมือนอย่างที่ศูนย์เลี้ยงเด็กเขาเติบโตมาเพียงลำพังมีแต่ความใฝ่ดีที่ทำให้เขาไม่เฉาตายไปเสียก่อนกอบโกยความหวังที่ส่องแสงริบหรี่วิ่งตรงไปข้างห
การมาทำงานพร้อมกันของคุณเลขาและท่านประธานในทุกๆเช้าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองมากกว่าที่ปรียานุชสามารถสัมผัสได้ว่า…มันดีแบบแปลกๆมีโมเมนต์เล็กๆที่บางครั้งเหมือนจะเห็นสายตาท่านประธานทอดมองคุณเลขาด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนทาสแมวที่ไม่ว่าจะโดนข่วนกี่สิบครั้งก็มีความรักให้เหมือนเดิมคุณเลขาเองก็ไม่ได้หน้าตึงเหมือนโมโหอยู่ตลอดเวลาอย่างตอนที่เข้ามาทำงานแรกๆตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนเลขาหน้าห้องกับเลขาส่วนตัวสามารถประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพบรรยากาศรอบๆตัวคุณเลขาเองก็ไม่ได้แผ่รังสีอำมหิตใส่ท่านประธานเหมือนช่วงแรกๆ หรือว่าเธอจะคิดมากไปจนฟุ้งซ่านปรียานุชโคลงศีรษะก่อนจะเคาะพิมพ์รายงานในหน้าจอโดยไม่สนใจเรื่องกอสสิปพวกนี้อีก “ตีมหน้ากาก?” วินตราถามขณะอ่านรายละเอียดภายในงานรวมไปถึงเงินรางวัลการประกวดการแต่งกายส่วนใหญ่งานแบบนี้พวกบอร์ดบริหารไม่ค่อยมากันเดนีสเองปีที่แล้วเขาก็ไม่ได้เข้าร่วมอีกอย่างหากมีพวกบริหารนั่งกันสลอนลูกจ้างคงจะเกร็งๆกันหมดไม่มีเรื่องสุรามึนเมาปีนี้เดนีสทุ่มเป็นหม้อไฟชื่อดังเพราะเขารู้ดีเรื่องปัญหาที่เคยก่อเอาไว้เลยอยากจะชดเชยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกอย่างเรื่อง
ตกเย็นเดนีสก็พาวินตราไปเลือกชุดเสื้อกั๊กสูทมาหนึ่งชุดโดยมีเดนิมเป็นคนจัดแจงให้ “เหมาะมากเลยครับ” เดนิมที่กลับมาอยู่บ้านหลังจากขอเลิกรากับอดีตสามีอย่างพิพัฒน์นานๆถึงจะเข้าร้านทีอีกอย่างเป็นงานสำคัญของพี่ชายเขาเลยออกมาร้านมาช่วยเลือกให้ตัวเองแต่เหมือนอีกฝ่ายจะให้เขาช่วยเลือกชุดให้คุณเลขาส่วนตัวมากกว่า“ขอบคุณครับ” วินตราตอบเสียงเรียบแววตาของเดนิมทำเอาวินตราประหม่าอย่างบอกไม่ถูกสายตากลมสุกใสเหมือนตากวางเวลามองมาที่เขาและท่านประธานเหมือนมีอะไรแฝงอยู่ในนั้น“ขอบคุณนะน้องรัก” “ยินดีครับ” ก็จะไม่ให้น้องชายอย่างเดนิมยิ้มได้อย่างไรบัตรเครดิตวงเงินเยอะขนาดนั้นพี่เดนีสไม่เคยให้เขายืมด้วยซ้ำแต่กลับอยู่กระเป๋าสตางค์ของคุณเลขาส่วนตัวจะไม่ให้เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่คนทั้งคู่ได้อย่างไร แถมร้าน JeansShore ยังมีหน้ากากขนนกหลากหลายให้เลือกอีกโจชัวร์พาร์ทเนอร์ร้านที่สวมกางเกงยีนแฟชั่นเปิดหน้าขาจนเหมือนเศษผ้าในความคิดของเดนีสเดินเข้ามาหาพร้อมกับแนะนำหน้ากากแต่ละชิ้นให้คุณเลขาได้ฟังและเลือกอีกฝ่ายพูดน้ำไหลไฟดับจนวินตราเวียนหัวไปหมดเลยหยิบมาสักอันเพื่อตัดรำคาญ “อันนี้แหละครับ”“เหมาะมากเลยครับ” โจชัวร์ด
แต่กรณีของเดนีสนั้นโชคดีกว่ามากเพราะพื้นเพทางฝั่งแม่และพ่อก็มีอำนาจและบารมีพอสมควรเป็นห่วงก็แต่คุณเลขามีเพียงตัวคนเดียวไม่มีป้อมปราการให้หลบหนีเดนีสยังโชคดีที่มีรั้วศศิภักดีเป็นที่กำบังมีเพื่อนพี่น้องที่คอยช่วยเหลือแต่วินตรามีเพียงเขาเขาคนเดียวเท่านั้นไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงจะเหมือนเดิมอย่างนี้ไหมแต่ว่าตอนนี้เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยังคงอยากทำตามความปรารถนาอยากจะเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆที่มีร่วมกันให้มากที่สุดอย่างเช่นดินเนอร์ใต้แสงเทียนค่ำคืนนี้ วินตราขมวดคิ้วมุ่นก่อนลงจากรถอีกฝ่ายยังให้เขาสวมใส่หน้ากากบ้าบอนี่อีกด้วยจับจูงมือขึ้นลิฟต์แก้วไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมหรูหกดาวแห่งหนึ่งเหมาชั้นรูฟท็อปเอาไว้มีเพียงพวกเขาสองคนและนักแสดงดนตรีแจ๊ซคอยบรรเลงขับกล่อมให้บรรยากาศค่ำคืนนี้โรแมนติกและหอมหวานเดนีสฉีกยิ้มปากเกือบจะถึงรูหูมีเพียงวินตราที่เอาแต่เหม่อมองไปด้านข้างทอดมองท้องฟ้าเส้นผมปลิวไปตามลม เดนีสจับฝ่ามือของวินตราอย่างทะนุถนอมวินตราชักมือกลับ“เป็นอะไรไป” วินตราถอดหน้ากากออกอย่างช้าๆจดจ้องชายหนุ่มตรงหน้าที่สวมหน้ากากสีเทาไว้ครึ่งหน้าใช้สายตาสำรวจดวงตาไล่มาตรงโหนกแก้มและริมฝีปากเป็
วินตราดื่มไวน์ไปหลายแก้วอาจเป็นเพราะการเปิดเปลือยความรู้สึกต้องอาศัยความกล้าจากแอลกอฮอล์กล่อมสมองให้มึนเมาแม้ความมึนเมาจะทำให้สมองคิดช้าไปชั่วขณะแต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านทางร่างกายที่กอดแนบแน่นอยู่บนโซฟาในขณะนี้เป็นของจริงตอนนี้วินตราเหมือนแมวยั่วสวาทสายตาที่มองมาที่เดนีสทั้งหยาดเยิ้มและวาบหวามอยู่ในทีเจือความเว้าวอนในนั้นบางอย่าง …ขย้ำฉันสิ… แม่งเอ่ย! เดนีสสบถอยู่ในใจหลายรอบท่องพุธโธพุธถังกะละมังหม้อเอาไว้ในใจมั่วไปหมดแถมยังไม่กล้าสบประสานสายตากับคนในอ้อมแขนตรงๆกลัวว่าบางสิ่งจะลุกมาเคารพธงชาติทำเสียเรื่อง!ก่อนหน้าบนโต๊ะอาหารเดนีสอุ้มคุณเลขาที่แทบจะฟุบกับโต๊ะดินเนอร์กลางแสงเทียนมายังห้องสวีทที่จับจองไว้ก่อนหน้าจองไว้เพื่อเล่นละครแต่ดันสวมบทบาทจริงคุณเลขาเมาจริง! “นี่…กินยาเค้าไม่ให้ดื่มของมึนเมาไม่ใช่เหรอ” เดนีสไม่ใช่หมอแต่ก็พอจะเคยได้ยินมาบ้างยาพวกนี้เป็นยาที่ส่งผลต่อการทำงานของสารสื่อสมองโดยตรงและห้ามไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ทานยาพวกนี้วินตราไม่ตอบได้แต่นั่งอยู่บนตักโอบรอบคอของท่านประธานอยู่อย่างนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำเดนีสลืมเสียสนิท! “มองฉันแบบนี้หมายความว่าไงฉัน…มีศีลธรรมมากพอ
“คบเด็กสร้างบ้านไม่เคยได้ยินเหรอ” เดนีสเอ่ยเย้าข้างหู “บางทีหากเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผยระหว่างเราอาจไม่มีวันนี้ก็ได้” เดนีสถอนหายใจกับความไม่มั่นใจในตัวเองของตรงหน้า“คิดว่าฉันไม่เคยได้ยินเรื่องรับน้องของเด็กทุน 25 ล้านนั่นเหรอ” วินตราตัวแข็งค้าง“แล้วไงมันไม่ได้หักคาเสียหน่อยคุณค่าของนายไม่ได้อยู่ที่ความบริสุทธิ์ของร่างกายแต่อยู่ที่นี่” เดนีสจิ้มไปยังหัวใจฝั่งซ้ายของวินตรา“ความสามารถที่นายมีไม่ว่าคนอื่นจะไม่เห็นและไม่ยอมรับแต่ท่านเจ้าสัวเดรโกและพนักงานของ SS GROUP ต่างก็ยอมรับฝีมือในการทำงานของนายทั้งนั้นอีกทั้งพ่อเลี้ยงดนัยนี่เอ็นดูนายเหมือนลูกหลานคนหนึ่งด้วยซ้ำ” “การยอมรับอดีตไม่จำเป็นว่าเราต้องแสร้งลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นแต่วินตรา…การจมกับอดีตไม่ได้ช่วยอะไรแถมยังจะทำให้นายเจ็บปวดมากกว่าเดิมวันไหนที่นายลุกขึ้นแหงนหน้ามองฟ้าด้วยความมั่นใจวันนั้นนายจะเห็นว่าอดีตเหล่านั้นคืออุปสรรคที่เราต้องฝ่าฟันและเติบโตหากนายไม่เข้มแข็งไม่กล้าเผชิญหน้ากับมันนายจะช่วยคนอื่นได้ยังไงขึ้นอยู่กับนายแล้วนะ” เดนีสแนบหน้าผากกับวินตราพลางหลับตาถ่ายทอดความรักและความปรารถนาดีให้แก่กัน“ขอให้นายมั่นใจฉัน
เมื่อเลี้ยงอาหารเสร็จวินตราก็เข้าไปพบปะพูดคุยกับบรรดาพี่เลี้ยงและคุณครูทั้งหลายที่เคยดูแลตั้งแต่เขายังเป็นเด็กบ้างเกษียณบ้างล้มหายตายจากไปตามกาลเวลาแต่ทุกๆปีกลับมีเด็กมากมายที่วนเวียนเข้ามาที่นี่ไม่ต่างจากหลายสิบปีก่อนหน้าแม้แต่น้อย ก่อนกลับวินตราพาเดนีสไปสถานที่แห่งหนึ่ง ‘สุสานไร้ญาติ’ วินตราวางดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่วางไว้กับพื้นตรงหน้ารูปถ่ายของผู้ชายที่มีรอยยิ้มเจิดจ้าดั่งดวงตะวัน ‘จินตะ’ เดนีสไม่ถามแต่ยืนข้างๆวินตราเงียบๆ “เขาชื่อจินตะเป็นพี่ชายที่เติบโตมาในศูนย์ด้วยกันและเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของฉัน” เดนีสพาดมือไว้ที่เอวของวินตราพร้อมกับตบหลังเบาๆ “และเขาก็คือคนคนเดียวกับในข่าวเมื่อหลายปีก่อน” น้ำเสียงวินตราสั่นเครือ “วินตรา” เดนีสโอบกอดวินตราเข้ามาในอกลูบหลังเขาขึ้นลงช้าๆเอ่ยปลอบประโลม“นายต้องเข้มแข็งหากไม่มีนายใครจะทวงความยุติธรรมให้เขา” วินตราพยักหน้าเงียบๆปล่อยให้หยาดน้ำตารินไหลนองหน้าเมื่อก่อนการร้องไห้ของเขาช่างยากเย็นความเครียดสะสมรุมเร้ากลายเป็นคนที่ร้องไห้ยากแต่พอมีอ้อมกอดอุ่นๆให้ซบแบบนี้การร้องไห้ที่ว่ายากเย็นหยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่ากลับไหลเป็นสายไม่มีทีท่าว่าจะเ
“มีหลักฐานแล้วไง? แกคิดว่าวิดีโอไฟล์เดียวจะสั่นคลอนพวกนั้นได้?” เดนีสหน้ามุ่ยเขากลับบ้านตอนปีใหม่เพื่อมาปรึกษาท่านเจ้าสัวแต่เหมือนจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการท่านเจ้าสัวถอนหายใจสองพ่อลูกนั่งคุยกันในห้องทำงานที่บ้านใหญ่ของศศิภักดี“แล้วลูกหมาอย่างแกจะทำอะไรได้” เดนีสหน้างอง้ำไม่ตอบโต้อะไรอีก“ฉันจะบอกอะไรให้ที่ฉันให้แกดูแลบรรจุภัณฑ์เพราะอะไรรู้ไหม” เดนีสหลุบตามองมือตัวเองไม่ตอบ“เฮ้อแกก็เป็นซะอย่างเงี้ยความคิดความอ่านเปิดเผยทางสีหน้าหมดตอนตามฉันไปออกงานก็ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงให้สร้างคอนเนกชันแกก็บอกว่าเสแสร้งแกเป็นคนไม่ยอมก้มหัวให้ใครยอมหักไม่ยอมงอนั่นอาจเป็นความภาคภูมิใจของแกแต่ไม่ใช่ฐานะนักธุรกิจ! อสังหาฯหรือยานยนต์เส้นทางธุรกิจไม่ได้เรียบง่ายเหมือนอย่างที่แกเห็นไอ้สีหน้าท่าทางของแกที่แสดงออกมามันเปิดเผยให้ศัตรูโจมตีชัดๆ” “อสังหาฯและยานยนต์เหยียบเท้ากันบางทีอาจตัดสินผิดถูกด้วยลูกปืนแกว่าทำธุรกิจง่าย?” “หากแกเปิดหน้าท้าชนแกจะเอาอะไรไปสู้?” ท่านเจ้าสัวชี้ไปยังรูปภาพครอบครัวที่ติดอยู่ฝาผนังด้านข้าง“เรื่องนี้ใหญ่กว่าที่แกคิดลำพังศศิภักดีคนเดียวไม่สามารถล้มกระดานนี้ได้หมดจดแกต้องมีพรรคพวกคอนเ
“พ่อครับแม่ครับอยู่ไหนครับ” ก่อนจะได้ยินเสียงแทรกเข้ามา“อย่าให้พ่ออยู่กับแม่ไม่งั้นแม่จะไม่สบาย”“หา” เดนีสหน้าตื่นก่อนจะแง้มประตูแอบฟังต่อ สามพี่น้องพยักหน้าให้กัน“จริงแม่จะเสียงแหบและบ่นปวดเอวแล้วก็มีรอยยุงกัดเยอะด้วย” สามพี่น้องปรึกษาหารือกันเหมือนกำลังคุยเรื่องโลกแตกวินตราหัวเราะน้อยๆในลำคอก่อนจะมองพ่อหมาที่เงี่ยหูฟังลูกๆคุยกันสมน้ำหน้า! “พ่อชอบเล่นกับแม่แรงๆสงสารแม่พวกเราต้องปกป้องแม่ให้พ้นจากเงื้อมมือพ่อ” สามพี่น้องชูกำปั้นใส่กันสักพักแม่บ้านและพี่เลี้ยงก็มาตามเพราะปู่ย่ามารับไปเล่นบ้านใหญ่สามคนดีใจใหญ่เพราะว่าจะได้เจอลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคนก่อนจะเฮโลลงบันไดไปข้างล่างเดนีสหัวคิ้วกระตุกโพล่งด่าในใจ ‘ไอ้ลูกเวร’ ส่วนวินตราหัวเราะท้องแข็งอยู่ข้างหลังเขาเมื่อเดนีสปิดประตูห้องสนิทพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดี “มิน่าพักหลังถึงทำตัวเป็นปรปักษ์กับฉันขนาดนั้นที่ไหนได้!” เดนีสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ภรรยาสุดที่รักกลับขำจนตัวงอสองตาแดงเรื่อเพราะว่าหัวเราะมากจนเกินไป“ขำมากหรือไง”“ฮ่าๆฮ่า” วินตรายังขำไม่หยุดก่อนจะอุ้มภรรยาทุ่มลงบนเตียงกว้างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“อย่าหวังว่าคราวนี้จะรอด” “มะ
ส่วนวินตรากับเดนีสเองก็ถอนหายใจเช่นกันยังดีที่เดนอนอยู่อนุบาลสามส่วนแฝดพี่อีกคนอยู่คนละห้องไม่งั้นเรื่องราวคงวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่พี่ชายทั้งสองหวงน้องสาวยังกะอะไรดีไม่น้อยไปกว่าพ่อหมาเลยนั่นคือเรื่องแรกแล้วก็มีเรื่องราวมากมายตามมาเป็นพรวนวีรกรรมสุดแสบที่ทำเอาวินตราหัวหมุนเป็นประจำโดยเฉพาะลูกชายคนโตที่ถอดแบบเขาออกมามากที่สุดวันนี้นัดกันว่าจะทานมื้อค่ำด้วยกันแต่เดนีสแวะไปเอาเค้กร้านโปรดที่เจ้าสามแสบชอบเลยช้ากว่ากำหนดการที่บอกเอาไว้ว่าจะตั้งโต๊ะอาหารหนึ่งทุ่มตรงแต่ตอนนี้ทุ่มครึ่งพ่อหมายังไม่เห็นแม้แต่เงาเดนอนวัยห้าขวบกอดอกรออยู่บนเก้าอี้ก่อนจะใช้นาฬิกาดิจิตอลของตัวเองต่อสายหาปลายทางวินตราเองก็นั่งรออย่างใจเย็นเช่นกัน“พ่อฮะจะกลับกี่โมงครับ” “อีกสิบนาทีถึงน่าไอ้ลูกชาย” “ระยะทางจากบริษัทถึงบ้านสามสิบห้าไฟแดงแต่ละแยกสองถึงสามนาทีถ้าขับด้วยความเร็วคงที่น่าจะกลับมาก่อนเวลาหนึ่งทุ่มตรงด้วยซ้ำ”“เฮ้! ไอ้ลูกหมาพ่อมีธุระนิดหน่อยตอนนี้จะถึงบ้านแล้วครับ” แม้น้ำเสียงตอนต้นจะติดโวยวายนิดหน่อยตามนิสัยของเจ้าตัวแต่พอเจอวินตราดุไปก่อนหน้าเลยอ่อนลงแต่ไอ้ลูกชายตัวดีเหมือนกำลังซักฟอกเขาเดนีสขุ่นเคือง
พอคลอดสองแฝดปุ๊ปคุณแม่ลูกสามอย่างวินตราก็ปิดอู่ทันทีอีกทั้งเดนีสเองก็ยินยอมพร้อมใจทำหมันเพื่อเป็นการให้คำมั่นสัญญาไปในตัวว่าเขาจะไม่ออกนอกลู่นอกทางจะรักแม่หมาเพียงคนเดียวไม่มีลูกนอกสมรสที่ไหนอีก!เดนอนวัยสองขวบเป็นพี่คนโตของสองแฝดชาย-หญิงซึ่งผู้ชายเป็น (New Male) เหมือนวินตราชื่อเดโนส่วนน้องเล็กเป็นเพศหญิงชื่อเดเลเนเป็นรุ่นหลานสามเดอ้อ…ห้าเดถ้านับลูกสาวของเดนิมที่ชื่อเดล่าและลูกชายชื่อเดโลเข้าไปด้วยเมื่อเด็กห้าคนมารวมตัวกันเมื่อไหร่ผู้ใหญ่ก็มักจะปวดหัวทุกทีคุณปู่คุณย่าก็พลอยหมั่นดูแลสุขภาพเพราะลูกชายคนสุดท้องอย่างเดนีนก็แว่วๆว่ากำลังจะมีหลานตัวน้อยให้ศศิภักดีเองเช่นกัน วินตราทำหน้าที่ของผู้บริหารและแม่ที่ดีได้อย่างไม่มีบกพร่องและสร้างสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานสำหรับแม่ลูกอ่อนด้วยกลายเป็นว่าบริษัทในเครือศศิภักดีต่างเป็นบริษัทที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ต้องก็อยากจะตบเท้าเข้าทำงานและฝากชีวิตไว้ที่นี่กันทั้งนั้นเพราะผู้บริหารคำนึงถึงพนักงานเป็นหลักจึงทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีต่อทุกเพศสภาพและทุกสถานะ ตอนนี้พวกเขาย้ายออกมาอยู่บ้านใหม่ที่ไม่ไกลจากบ้านใหญ่คุณปู่คุณย่าไปหาได้สะดวกและฝากหลานได้สะดวกเช่น
“อื้อ” ความจริงเดนีสอยากจะถ่ายภาพนี้ของวินตราเอาไว้ แต่เขาก็กลัวว่าจะหลุดออกไป จึงทำได้เพียงบันทึกภาพสุดแสนอีโรติกนี้เข้าสู่สมองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อวินตรากระตุกเขาก็อมยิ้มดึงหางแมวออกดังเปาะ ก่อนกิจกรรมจะเริ่มวินตราได้ปูเตียงด้วยผ้าที่สั่งซื้อพิเศษ กันน้ำ พวกเขาเลยสามารถทำกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างว่าได้สนุกสุดเหวี่ยง เมื่อช่องทางหลังขยายได้ที่แล้ว เดนีสก็ส่งลิ้นร้อนเข้าไปแหย่รูนั้นที่หุบอ้า ๆ อย่างเชื้อเชิญ แลบเลียช่องทางเหมือนเลียไอศกรีมรสโปรด ตวัดลิ้นเร็วช้าสลับกันตามแต่ใจจะนำพา วินตรากระเถิบตัวหนี ไม่ไหว! เขาเสียวแทบขาดใจ แถมเสียงครวญครางก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอารมณ์วาบหวามที่กำลังพุ่งขึ้นสูงทุกวินาที แถมพ่อหมายังยกซดน้ำหวานจากช่องทางเหมือนตายอดตายอยาก วินตราเขยิบหนีครางเสียงกระเส่า“มะไม่ไหวอะ” ร่างกายเกร็งกระตุกส่วนหน้าหลั่งออกมาจนเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าขาและผ้าปูที่นอนแถมพ่อหมายังไม่หยุดระรัวลิ้นอีกวินตราหันไปกระชากผมที่เอาแต่ซุกก้นของเขาอย่างหื่นกระหายให้เงยหน้าขึ้นมา“เข้ามาได้แล้ว” เดนีสยันเข่าข้างนึงกับเตียงจับบั้นเอวนั้นที่แอ่นเชื้อเชิญเขาอย่างน่ารักค่อยๆสอดใส
ทางด้านเดนีสหลังจากทานมื้อเย็นกับพวกห้าสิงห์เขาก็แวะไปเอาของเล่นที่สั่งไว้เพื่อมาเล่นกับภรรยาโดยเฉพาะแต่รถดันติดเสียนี่…มาช้าเป็นชั่วโมงทั้งๆที่นัดกันดิบดีพอมาถึงห้องก็ต้องแปลกใจที่ข้างในมืดสนิทเดนีสเปิดไฟก่อนจะหอบกล่องอย่างทุลักทุเลเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเตรียมจะจ๊ะเอ๋แม่หมากลับกลายเป็นว่าแม่หมาหลับไปแล้วซะงั้น…เพราะแบบนี้เลยเปลี่ยนแพลนกะทันหันย่องเบาเหมือนแมวหนีไปอาบน้ำยังไงก็ต้องได้กินของหวานแหละน่าเดนีสผิวปากอาบน้ำขัดตัวอย่างสบายใจเฉิบพอเขาออกจากห้องนำ้มาเท่านั้นแหละ…เรนเดียร์ตัวน้อยที่แกล้งหลับกำลังหันมามองเขาด้วยสายตาทรงเสน่ห์อย่างล้นเหลือเรียวปากยังชุ่มฉ่ำไปด้วยลิปกลอสนั่งขาแบะเป็นตัวเอ็มหันหลังให้เขานั้น…เดี๋ยวก่อนนะก็ว่าละทำไมภาพนี้มันคุ้นๆโปสเตอร์นั้นรูปเมียรักเขานี่เองให้ตายจะบอกไอ้พวกนั้นไม่ได้เด็ดขาดจะได้ลืมๆไป “วินตรา!” เดนีสตะโกนเสียงเข้ม“อย่าบอกว่านายแบบคือนาย”“ใช่” เดนีสอ้าปากค้างก่อนจะสาวเท้าไปหาคุณภรรยากระโดดทับด้วยความหึงหวง “อะไอ้บ้าเจ็บ” “เจ็บสิจะได้จำ” เดนีสขบย้ำๆที่หัวไหล่มนอย่างมันเขี้ยวตอนนี้แม่หมาสวมเพียงเกาะอกแดงตัวจิ๋วที่กระชากนิดเดียวก็คงจะ
“ทำได้ทำได้แน่นอนฉันจะไม่สปอยลูกอีก” มือขวายกสามนิ้วแต่มือซ้ายกลับไขว้กากบาทอยู่ด้านหลังพอเห็นเมียรักไม่พูดอะไรก็ปรี่เข้าไปคลอเคลียขอความเห็นใจทันที“ฉันรู้ฉันผิดเอาเป็นว่าวันหลังจะไม่แอบให้ขนมอีกถ้าลูกหิวต้องหิ้วท้องรอเพราะไม่ทำตามกติกากลุ่มโอเคไหม?” วินตรากอดอกเหลือบตามองอย่างคาดโทษก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ “เด็กคนหนึ่งกว่าจะโตต้องเลี้ยงทั้งหมู่บ้านต้องเคารพกติกากลุ่มลูกเรามักน่ารักสำหรับเราเสมอแต่ใช่ว่าจะน่ารักสำหรับคนอื่นที่สำคัญหากไม่สอนให้เขาเคารพกฎหมู่กฎระเบียบเล็กๆน้อยๆพวกนี้จะสอนเขาเมื่อไหร่?”“ฉันรู้ๆฉันผิดไปแล้ว” พ่อหมาแทบจะกราบกรานเขย่าแขนเมียตัวเองขอความเมตตา “วันหลังฉันจะให้ตายตัดสินจะถามนายก่อนโอเคไหม” วินตราถอนหายใจก่อนจะสงบสติอารมณ์“วันหลังห้ามทำอีก” “ฉันจะจำไว้และจะไม่ทำอีก” ก่อนจะเข้าไปจุมพิตกระหม่อมภรรยาโอบกอดหลวมๆแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจแต่สุดท้ายพ่อหมาก็คือพ่อหมาต่างก็ขบคิดหาวิธีที่ไม่ให้แม่หมาจับได้กลยุทธ์แพรวพราวมากขึ้นกลายเป็นถือหางลูกชายสุดๆในอีกยี่สิบกว่าปีให้หลังมีเพียงใบหน้าและแววตาที่เหมือนผู้เป็นแม่แต่นิสัยใจคอเหมือนรวมเอายีนด้อยและเด่นของพ่อแม่เข้าด้วยกั
ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาจวบจนแต่งงานมีพยานรักงานวันเกิดของเดนีสอีกฝ่ายไม่เคยเรียกร้องอะไรจากวินตราเลยมีแต่วันเกิดของเขาที่พ่อหมาตั้งใจรังสรรค์ออกมาอย่างใจป้ำโดยให้เหตุผลว่า“ฉันมีวันเกิดที่ดีมาเสมอทุกปีต่อแต่นี้ขอให้นายมีความสุขมีวันเกิดที่ดีในทุกๆปี” แม้ว่าภายในงานจะเรียบง่ายแต่ตราตรึงในใจของวินตราทุกครั้งกลับจากทำบุญสถานสงเคราะห์ต่างๆก็ไปวัดทำบุญถวายเพลอุทิศกรวดน้ำให้กับพ่อแม่ผู้ล่วงลับแต่ในปีนี้วันเกิดสามีของเขาวินตราก็อยากจะเซอร์ไพรส์และให้ของขวัญที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความรักดีๆที่สามีมอบให้เสมอมา วินตราเคลียร์ตารางตัวเองอีกทั้งเจ้าลูกหมาตัวน้อยก็อายุสิบเดือนกำลังตั้งไข่ฝึกเดินเกาะไปทั่วคอกกั้นเด็กที่สั่งทำพิเศษดูท่าจะได้ความแสบซนจากพ่อหมามาไม่น้อยแถมยังฉีกยิ้มหวานสองซี่ให้อีกต่างหาก “มาม่า”“ครับ” วินตราอุ้มลูกชายที่ร้องเรียกตอนนี้เดนอนกำลังฝึกออกเสียงสองพยางค์และรู้ความหมายของศัพท์มากขึ้นแล้ววินตราจะไม่ใช้ภาษาเด็กคุยแต่จะพูดคุยเหมือนกับว่าเดนอนเป็นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งเพียงแต่ว่าพูดช้าๆชัดๆเพื่อให้เด็กน้อยเข้าใจภาษาที่สื่อและสอดคล้องกับภาษากายที่กำลังแสดงอีกทั้งเจ้าหมาน้อยยังเลี้ยงง่
“อื้อ อะ” เสียง ตับ ๆ ของแก้มก้นที่ถูกหน้าขาโบยตี เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายที่สองปากกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะพากันไปแตะฝั่งฝัน สองร่างเกร็งกระตุกก่อนจะพากันทะยานไปถึงฝั่งพร้อมกัน วินตราหอบหายใจเหนื่อย สองขาสั่นเทา เดนีสเองก็เช่นกัน ก่อนจะวางขาลงแต่ช่วงล่างที่สอดประสานกลับคาเอาไว้เพื่อรอให้เมล็ดพันธ์ุหลั่งออกมาทุกหยาดหยด เขาฟุบหน้าลงบนซอกคอขาวที่ทั้งหอมและน่าขย้ำให้เลือดกระฉูด ได้แต่เพียงดอมดมสูดกลิ่นอายของภรรยาเข้าไป แม้ในใจอยากจะฝากร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้แค่ไหนก็ตาม เพราะวินตราหน้าบาง เดนีสเลยเลือกที่จะแต่งแต้มร่างกายที่ขาวเหมือนน้ำนมแพะตามร่มผ้า โดยเฉพาะป้านนมที่มีรอยฟันของเขาประทับเอาไว้เป็นวงกว้าง ต่อให้พรุ่งนี้จะโดนเมียรักเฉ่งจนหูดับก็คุ้มค่า“เอาออกไปได้แล้ว” วินตราว่าพลางดันตัวหมายักษ์ที่นอนทับเขาแทบหายใจไม่ออก“อุ่นขนาดนี้ขอต่อเวลาอีกหน่อย”“หมดเวลาแล้ว”“ใจร้ายกินฉันแล้วถีบหัวส่งเลยนะ” ฝ่าเท้ากำลังจะทำท่าถีบเอวสอบที่เริ่มขยับเบาๆ “เดี๋ยวถุงก็แตกหรอก”“ถ้าแตกฉันจะตั้งทนายฟ้องเลยเอ้า” “ไอ้บ้า” วินตราเอ็ดเบาๆ “นี่ฉันถามไอ้หมอหัสดินมาแล้วหลังคลอดช่วงที่ให้นมยังไม่มีประจำเดือนไม
วินตราไม่รู้ว่าความรักของเราจะมีวันหมดอายุหรือเปล่า แต่ผู้ชายคนนี้ขยันเติมหยอดความหวาน ความรักให้เขาไม่รู้จักเบื่อ การมีเพื่อนคู่คิด มีคนนอนเป็นเพื่อนมันดีกว่าอยู่คนเดียวจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เป็นแสงสว่างนำทางเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แม้ว่าบางครั้งจะบ้า ๆ บอ ๆ ก็เถอะ แต่สำหรับวินตราตั้งแต่เขาได้มาเจอกับผู้ชายคนนี้ชีวิตก็มีสีสันขึ้นมาทันตา และความสุขที่คิดว่าไม่มีอยู่จริงก็อยู่ตรงหน้าในทุก ๆ วัน พร้อมกับลูกน้อยที่เขารักที่สุด และสัญญากับตัวเองว่าจะเป็นแม่ที่ดี ไม่ทำให้ลูกน้อยต้องมีแผลใจเหมือนอย่างตน สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุขไปด้วยกันตราบนานเท่านานพ่อหมาทำตัวดีขนาดนี้จะไม่ให้รางวัลได้ยังไง!รถยนต์มาจอดบนเขาลานจอดรถโล่งกว้างแต่กลับไม่มีรถคันอื่นสักคันเบื้องล่างเป็นภาพวิวของชานเมืองแสงสว่างเหลืองอร่ามของบ้านเรือนรถราแสงเหลืองส้มไหลติดกันเป็นเส้นเดียววินตราจอดรถเดนีสเองก็ถามด้วยความสงสัยปกติแม่หมาเลิกงานแทบจะเหยียบมิดไมล์เพื่อรีบกลับไปหาเจ้าก้อนแต่ไหงวันนี้มาแปลก“มีอะไรหรือเปล่า” เดนีสเลียบเคียงถามวินตราปลดเนกไทตัวเองช้าๆเดนีสลอบกลืนน้ำลาย“ชวนมาดูดาว” เดนีสหูตั้งแต่ยังคงรักษาท่าทีร