“ไปทานข้าว” เมื่อเห็นสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของคุณเลขาเดนีสก็ถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“ทำไม”
“ผมเป็นเลขาออกไปติดต่องานข้างนอกก็อาจจะไม่แปลกที่นั่งทานข้าวด้วยกันแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน”
“จิ๊” เดนีสเริ่มหัวร้อน
“นี่แม่คุณเลขาจะมาเจ้าระเบียบเอาอะไรตอนนี้ฉันสั่งนายมีหน้าที่ต้องทำตามอีกอย่างตอนเย็นฉันมีธุระต่อที่ให้นายติดสอยห้อยท้ายมาด้วยอย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลยฉันไม่ได้พิศวาสนายเลยสักนิด”
“ครับ” วินตราผินหน้าไปมองวิวข้างทางไม่ต่อล้อต่อเถียงกับอีลูกช่างแซะอีกแม้ฝีปากจะเฉียบคมแต่ก็เป็นเพียงลมปากเท่านั้นเขาเว้นระยะห่างระหว่างเจ้านายและลูกน้องอยู่เสมอมีแต่ท่านประธานที่นิยามคำว่าเจ้านายและลูกน้องไม่เหมือนกันกับเขาหนีบเขาไปด้วยแทบทุกที่ตอนกลางวันทานข้าวเสร็จตอนเย็นก็มีนัดกับแก๊งเพื่อนห้าสิงห์ครั้งนี้แตกต่างออกไปไม่ได้เมาหัวราน้ำเหมือนครั้งที่แล้วแต่ก็ไม่สามารถขับรถได้เองอยู่ดีวินตราก็รอที่ร้านกาแฟจนถึงเวลาก็มารับกลับเหมือนเดิม
“หากนายเอาฉันไปส่งที่บ้านใหญ่อีกอย่าหวังว่าจะได้ชีวิตอย่างสงบสุข” เดนีสที่กรึ่มๆแยกเขี้ยวใส่คุณเลขาที่ทำหน้าที่เป็นพลขับ
“อีกอย่าง Big boy ลูกฉันราคาถูกซะเมื่อไหร่”
“ชื่อเอาแต่ใจเหมือนกันนะครับ” เดนีสที่หลับตาพริ้มเอนตัวอยู่ที่เบาะข้างคนขับกอดอกพลางเอ่ย
“เฮอะนายไม่มีเซ้นส์ในการตั้งชื่อเองต่างหาก”
วินตราแม้ในใจจะไม่สบอารมณ์ทำเพียงได้แต่ครับๆก็ไอ้รถซังกะบ๊วยนี่ขับง่ายเสียเมื่อไหร่ท่านประธานตัวสูงกว่าเขาเกือบคืบวินตรานั่งเบาะคนขับอย่างหมิ่นเหม่ไม่งั้นขาไม่ถึงรถบ้าอะไรปรับเบาะก็ไม่ได้ในใจก่นด่าไปตลอดทางพอมาถึงคอนโดส่วนตัวก็ปลุกท่านประธานที่นอนน้ำลายไหลยืดกับเบาะเหมือนเด็กน้อย
“ถึงแล้วครับ”
“พยุงฉันขึ้นไป” วินตราตัวแข็งค้างที่ได้ยินทานอาหารร่วมกันพอได้แต่ถ้าจะให้สัมผัสตัวยังไงก็ไม่เอา
“งั้นจะขึ้นไปเองหรือนอนที่นี่เลือกเอาเองละกันนะครับหมดหน้าที่ผมแล้ว” วินตราที่ทำท่าจะเปิดประตูข้อมือถูกกระชาก
“ทำไมคิดอะไรกับฉันอยู่หรือไง”
“ปล่อย” วินตราหน้าซีดฝ่ามือเริ่มชื้นเหงื่อเหนียวๆออกภายในช่องท้องตีรวน
“เฮ้ย!” เดนีสที่อยากจะแกล้งคุณเลขาสักหน่อยแต่ตอนนี้กลับเป็นตัวเองที่แตกตื่น
“อย่าอ้วกใส่รถฉันนะโว้ย” วินตราสูดหายใจลึกๆเข้าปอดก่อนจะหลับตาสงบสติอารมณ์บิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม
“นะนายกลัวสัมผัสงั้นเหรอ” เดนีสสังเกตมาหลายครั้งครั้งแรกที่สนามกอล์ฟครั้งที่สองที่ห้องทำงานเขาแล้วครั้งนี้ก็เหมือนกันม่านตาที่เบิกกว้างยามเขาจับข้อมือเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าคุณเลขาเองหวาดกลัวที่จะสัมผัสแตะเนื้อต้องตัวกับคนแปลกหน้า
แต่ว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้านะเว้ย
เดนีสปล่อยข้อมือที่ขึ้นริ้วสีแดงจางๆก่อนจะยกมือทั้งสองข้างปางห้ามญาติ
“โอเคโอเคฉันจะไม่แตะต้องตัวนายฉันไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ” วินตราจับข้อมือตัวเองแต่ไม่ได้ตอบอะไรอีก
“นาย” ใบหน้าที่ปราศจากริ้วอารมณ์ของวินตราในตอนนี้ทำเอาเดนีสทำตัวไม่ถูกนัยน์ตาเลื่อนลอยเมื่อเจ้าตัวกะพริบตาปริบๆสองสามครั้งก็กลับเย็นชาอีกครั้ง
“ผมกลับได้หรือยัง” น้ำเสียงที่ติดสั่นน้อยๆแต่พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ปกติของวินตราทำเอาเดนีสรู้สึกผิดและยังอยากรู้อีกด้วยว่าคุณเลขาที่เก่งกาจทำงานไม่มีตกบกพร่องพบเจอกับเรื่องราวอะไรมากันแน่ที่ได้เกลียดการสัมผัสแตะตัวสีหน้าตื่นตระหนกในสนามกอล์ฟเมื่อครานั้นฉายชัดขึ้นอีกครั้ง
“นายควรจะบอกฉันนะ” วินตราแค่นยิ้ม
“ไม่มีบริษัทไหนจะพยายามเข้าใจลูกน้องที่เป็นแบบผมหรอกครับแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานและมักจะถูกมองว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานด้วยซ้ำ”
“ฉันเข้าใจ” ในฐานะนายจ้างคงไม่รับพิจารณารับพนักงานที่มีอาการป่วยแบบนี้เขาไม่กล้าเดาว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรเกี่ยวกับทางจิตเวชหรือไม่
“คุณเข้าใจอะไร”
“เฮ้…ถึงฉันจะทำงานห่วยแตกแต่ก็ไม่ได้จะใจดำขนาดนั้นและฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอุปสรรคในการทำงานบางครั้งฉันยังนึกว่านายเป็นหุ่นยนต์เสียด้วยซ้ำ”
“ทำไงได้ล่ะครับค่าจ้างก็ไม่ได้ถูกต้องทำให้คุ้มกับค่าจ้างที่ได้มาสิ”
“นี่…ฉันพยายามเข้าใจนายอยู่นะ”
“เอาเป็นว่ามันจะไม่กระทบเรื่องงานหากคุณไม่แตะต้องตัวผมโดยไม่ได้รับอนุญาต” น้ำเสียงเฉียบขาดแววตาไม่เป็นมิตรดูจากน้ำเสียงและท่าทางแล้วคุณเลขาเอาจริงโกรธจริงด้วยประตูรถถูกปิดดังปังทำเอาคนรักรถอย่างเดนีสใจแทบขาดแต่อาการของคุณเลขามือทองน่าเป็นห่วงจริงๆจนอดที่จะสอบถามจากท่านเจ้าสัวไม่ได้
แล้วเดนีสคิดว่าพ่อของเขาเองก็รู้ดีว่าวินตราป่วยเป็นอะไรค่าจ้าง 25 ล้านที่ว่าต้องมีที่มานอกจากเด็กทุนในปกครองที่รู้จักกันมาหลายปีแล้วมันต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างไม่ก็…พ่อเขาต้องยื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่ายในตอนที่กำลังลำบากอะไรทำนองนั้นด้วยนิสัยท่านเจ้าสัวไม่มีทางจะส่งคนมาอยู่ข้างกายเขาสุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน
เดนีสยอมรับว่าเรื่องการงานสมองของเขามักไม่แล่นเพราะฝืนใจทำแต่เรื่องใส่ใจชาวบ้านอย่างเรื่องของคุณเลขานั้นกลับแล่นได้ดีแล่นจนเขานอนไม่หลับเพราะขบคิดทั้งคืน
วินตราที่กลับมาถึงคอนโดตัวเองก็ค่อนคืนแล้วรถตัวเองจอดทิ้งไว้ที่บริษัทวินตราอาบน้ำทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของร่างกายโดยเฉพาะข้อมือที่ถูกจับเมื่อครู่ออกจากห้องน้ำมายังต้องใช้แอลกอฮอล์เช็ดอีกรอบวัยเด็กในบ้านเด็กกำพร้าไม่ค่อยราบรื่นนักไม่ใช่ว่าวินตราไม่มีพ่อแม่แต่ว่ามีก็เหมือนไม่มีและเขาก็ยินดีจะอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามากกว่าอยู่กับพ่อแม่ที่ติดยาติดเหล้าแถมยังเป็นผีพนันพอคิดถึงเรื่องในอดีตวินตราชันเข่าขึ้นมาสองแขนโอบกอดตัวเองซุกใบหน้ากับเขาทั้งสองข้างเหมือนหาเกราะกำบังแม้ว่าจะดีขึ้นแต่ก็เหมือนฝันร้ายคอยตามหลอกหลอน (Aphenphosmphobia) เป็นโรคเกี่ยวกับความวิตกกังวลที่มีลักษณะกลัวการถูกสัมผัสร่างกายโดยเฉพาะกับเพศตรงข้ามหรือคนแปลกหน้าที่ตัวผู้ป่วยไม่ได้รับการยินยอมทำให้เกิดความไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่ในที่คนพลุกพล่านซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์สะเทือนจิตใจตั้งแต่เยาว์วัยหรือช่วงวัยกลางคนเช่นถูกละเมิดทางเพศการใช้ความรุนแรง (ทำร้ายร่างกาย) วินตราไม่ได้มีปัญหากับการทำงานร่วมกันกับคนอื่นยกเว้นตอนปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ของบริษัท แล้วเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้จะพูดกับใครได้ใครจะเข้าใจอีกอย่างการบอกกล่าวเร
“ครับและผมก็ขอบคุณมากสำหรับความหวังดีที่ท่านประธานมีให้และหวังว่าห้าวันที่ผมไม่อยู่งานจะราบรื่นไม่มีปัญหา” วินตราค้อมตัวให้สี่สิบห้าองศาด้วยความเคารพแต่สายตาที่เงยหน้ามองมานั้นบวกกับไอ้ประโยคก่อนหน้า‘ผมก็ขอบคุณมากสำหรับความหวังดีที่ประธานมีให้…แต่ทีหลังไม่ต้อง!’ อะไรทำนองนั้นมันน่าไหมล่ะ…ทำงานด้วยกันมาหลายเดือนถ้าอ่านภาษากายคุณเขาบวกกับการด่าด้วยสายตาไม่ออกก็ควายเต็มทีเดนีสหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับอากัปกิริยาของคุณเลขาใครจะว่าเขาประสาทก็ช่างมีแต่เจ้าตัวแหละที่รู้ว่ากำลังด่าเขาด้วยสายตาจริงหรือไม่น่าโมโหนัก!ไม่รู้ว่าเป็นคำแช่งหรือคำอวยพรที่ว่า ‘หวังว่าห้าวันที่ผมไม่อยู่งานจะราบรื่นไม่มีปัญหา’ กลับกลายเป็นมีปัญหาและกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของบริษัทเลยก็ว่าได้The Grand Dae รีสอร์ตเปิดตัวใหม่เป็นหนึ่งในธุรกิจของศศิภักดีงานนี้สำคัญสำหรับเดนีสเพราะเป็นงานรวมตัวของสมาชิกทุกคนในครอบครัวพอโตขึ้นต่างคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบเลยทำให้เจอหน้ากับพร้อมหน้าแบบนี้ยากแถมน้องชายสุดที่รักที่กลับมาจากฝรั่งเศสไม่ทันไรก็ต้องแต่งงานแยกไปอยู่กับไอ้พัดไอ้พัดที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทพาร์ทเนอร์คู่ค้ายังควบตำแหน่งน้องเขยที่พี่
“อ้อ…จะว่าผมไม่มืออาชีพก็ได้นะผมแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกอีกอย่างผมไม่สามารถร่วมงานกับคนที่เกลียดน้องชายผมและพูดถึงในทางที่เสียหายได้ส่วนเรื่องฉีกสัญญาทางทนายผมจะติดต่อคุณไปอีกทีคุณนิชา” ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เสร็จเขาก็เดินล้วงกระเป๋าออกไปอย่างสะใจมันน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่สองคนนั้นทำกับน้องชายเขาโดยเฉพาะไอ้พัดแม่ง! ไม่คิดจะปริปากปกป้องเมียของตัวเองสักหน่อยก็ไม่ได้รู้ว่าไม่รักรู้ว่าไม่มีใจให้แต่ยืนฟังน้องนุ่งที่โตมาด้วยกันถูกพูดถึงในทางเสียหายแบบนี้ได้ยังไงวะ แม่งเอ๊ย! หากเขาสืบทอดกิจการทุกอย่างของพ่อได้หมดเมื่อไหร่ไอ้พัดจะเป็นคนแรกที่เขาจะเช็กบิลฝากไว้ก่อนเถอะ!วินตราที่ได้พักห้าวันวันนี้เป็นวันที่สี่พอสภาพจิตใจดีขึ้นก็มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาจัดการกับขยะที่กองสุมภายในห้องค่อยๆทำความสะอาดไปเรื่อยๆใช้วันหยุดได้อย่างคุ้มค่าแต่จู่ๆก็จามติดกันถึง 3 ครั้งหนังตาขวากระตุกเหมือนว่าจะมีเหตุการณ์อะไรหรือคลื่นลูกใหญ่รอเขาให้เขาเผชิญอยู่และไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือลางสังหรณ์ที่แม่นยำของตัวเองห้าวันที่ได้พักวินตราหลับเหมือนตายนอนพักฟื้นฟูร่างกายออกไปจ๊อกกิ้งบ้างเรียกได้ว่าปล่อยพลังงานลบจากการทำ
วินตราที่หลบมายืนสูบบุหรี่บนดาดฟ้าเพื่อไล่อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่ ปกติเขาไม่ใช่คนสูบบุหรี่จะสูบเฉพาะตอนที่เครียดมาก ๆ นิโคตินช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และหัวสมองของเขาตอนนี้กำลังวิ่งวุ่นอย่างหนักเพื่อแก้วิกฤตของบริษัทที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ไม่ว่าจะกำหนดการส่งสินค้าที่กำหนดเดดไลน์ไว้ทุกล็อตไหนจะเรื่องการปรับค่าเสียเวลาที่คิดมูลค่าความเสียหายเป็ยรายวันหากสินค้าผลิตไม่ทันตามกำหนดวัตถุดิบยิ่งขาดแคลนเพราะภาวะสงครามทางฝั่งตะวันออกกลางภาษีนำเข้าก็สูงขึ้นพลันโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดคราดไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใครปล่อยให้ร้อนใจจนตายเสียให้เข็ด! จะได้รู้สำนึกเสียบ้างและที่เขาด่าใส่หน้าเมื่อครู่ยังน้อยไปด้วยซ้ำอีโก้ที่มันสูงเสียดฟ้าจนใครก็สั่งสอนไม่ได้ต้องเจอวิกฤตเป็นตายแบบนี้แหละถึงจะรู้สึกรู้สาให้ความจริงมันตีแสกหน้าว่าไอ้ที่ทำอยู่เนี่ยมันรังจะสร้างแต่ความเดือดร้อนให้กับองค์กร มันสั่นไม่หยุดเจ้าของสายเรียกเข้าที่เดินไปมาเหมือนหนูติดจั่นขบเล็บไปด้วยอย่างคิดไม่ตก“รับสิวะรับสักที” นั่งเก้าอี้บริหารไม่ทันครบสองปีก็ก่อปัญหาใหญ่ขนาดนี้แล้วอีกอย่างเขาไม่กล้าแบกหน้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อพ
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเดนีสพูดไม่ออก “เห็นหรือยัง?” สภาพเนกไทที่หลุดลุ่ยจนเห็นหน้าอกเดนีสไม่ได้สำรวจตัวเองเลยตอนนี้ภาพตรงหน้าทำเอาเขารู้สึกผิดภาพที่คุณวินัยหัวหน้าฝ่ายผลิตวิ่งวุ่นจนขาแทบขวิดพนักงานที่เร่งมือกันจนแทบไม่ได้พัก“สิ่งที่คุณทำส่งผลต่อพนักงานระดับล่างแค่ไหนรู้ตัวหรือเปล่า” วินตราแทบอยากจะกระชากคอไอ้บื้อตรงหน้าแล้วกระแทกกับกระจกแรงๆสักสองสามทีลายเซ็นตัวเองมีผลต่อบริษัทแค่ไหนยังไม่รู้ตัวแถมยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่งทำงานอยู่บนหอคอยรอคอยผลประกอบการมดงานตัวเล็กๆทำงานกันแทบตายกลับไม่มีใครเห็น“คุณกรรชัยต้องโยกพนักงานแผนกอื่นมาช่วยไลน์การผลิตคุณมานพต้องวิ่งเต้นหาซัพพลายเออร์ใหม่แม้ว่าจะราคาแพงสองเท่าต้องกัดฟันทำสัญญาไปก่อนเพราะใคร…”“ฉีกสัญญากะทันหันต้องจ่าย 50 ล้านมันอาจไม่มากสำหรับคุณก็จริงแต่คุณอย่าลืมบริษัทจำกัดมหาชนเวลาเงินเข้าออกต้องแจกแจงละเอียดยิบไม่งั้นจะมีปัญหากับสรรพากรเอาได้และที่สำคัญอาทิตย์หน้าต้องส่งผลิตภัณฑ์ล็อตแรกที่เซ็นสัญญาเอาไว้กับพ่อเลี้ยงดนัยตอนนี้ยังขาดเกือบครึ่งคิดค่าปรับล่าช้าเป็นรายวันเพราะอารมณ์ชั่ววูบของผู้บริหารอย่างคุณคนเดียวทำให้บริษัทเกิดวิกฤตห
“คุณเดนิมมีวุฒิภาวะมากกว่าคุณอีก” มือที่กำลังกดต่อสายชะงัก“ยังไง”“ผมได้ยินมาว่าตอนฝึกงานที่บริษัทกับคุณพิพัฒน์คุณเดนิมไม่ได้แนะนำตัวในฐานะภรรยาด้วยซ้ำไม่เคยเอานามสกุลดังมาอ้างเพราะอะไรคุณรู้หรือเปล่า”“เดนิมเป็นคนดี” “เปล่าเลยเพราะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออก” เดนีสหน้าชา “และที่เขาไม่ตอบโต้คุณนิชาเพราะว่าผลประโยชน์บริษัทต้องมาก่อนเขาเรียงลำดับก่อนหลังได้ดีแก้แค้นนอกจากสาแก่ใจแล้วคุณได้อะไรคืนมามั่งกลเกมธุรกิจใครเขาทำซึ่งๆหน้าฮะ” วินตราเริ่มมีน้ำโหเมื่อพูดถึงเรื่องนี้วินตราที่ก้าวเข้ามาประชิดกับเดนีสที่ถอยร่นจนนั่งกับโซฟาอย่างตื่นตระหนก“ก็ตอนนั้น…”“อ้อ…ไม่ได้ใช้สมองนำสินะ”“จะมากไปแล้วนะ”“น้อยไปด้วยซ้ำ!” วินตราตะคอกใส่หน้าน้ำลายแทบจะกระเซ็นใส่หน้าทุกหยาดหยดเดนีสแม้ไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ที่คุณเลขาพูดมาถูกทุกตรง“รักษาเก้าอี้ทองคำของคุณให้ดีๆเถอะสิ้นปีนี้อาจเหลือแค่อดีตประธาน”“เฮ้…นายจะไปไหน”“กลับบ้าน”“ได้ไงแล้วปัญหาพวกนี้ล่ะ”“ผมเป็นแค่เลขาจะทำอะไรได้แล้วอีกอย่างเรียนผูกต้องเรียนแก้เอง” วินตราปิดประตูดังปังใส่หน้าเดนีสที่ลุกตามออกมาเดนีสกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์โดนด่าเหมือน
ตอนนี้ไลน์ในกลุ่มแก๊งห้าสิงห์กลับมาคึกคักเพราะเดนีสถามไถ่ถึงซัพพลายเออร์เจ้าอื่นที่พอจะมีวัตถุดิบอยู่บ้าง อินทราตอนนี้อยู่ต่างประเทศมีเพียงคุณชายแห่งวังสลาลินพอจะพึ่งพาได้อยู่บ้าง “พอจะมีอยู่พรุ่งนี้ตอนบ่ายว่างไหมล่ะมาเจอที่บริษัทกูฝั่งรัชโยธิน”“โอเค” อย่างน้อยก็โล่งใจไปได้อีกเปลาะหนึ่ง เดนีสเข้านอนด้วยความตึงเครียดที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าตื่นเช้ามาเขาปวดกรามไปหมดแม่งเอ๊ย! นอกจากสะใจแล้วก็ไม่ได้อะไรอีกมีแต่ความฉิบหายแล้วก็ฉิบหายให้ตายแล้วเขาก็ไม่น่าให้คุณเลขาลาเลยหากตอนนั้นวินตราอยู่ด้วยคงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เดนีสมานั่งรอที่ร้านกาแฟก่อนเวลาด้วยซ้ำวินตราเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจพลางหอบเอกสารในมือมาวางไว้บนโต๊ะด้วย“ทานข้าวเช้ามาหรือยังครับ” “ยัง”“กินก่อนแล้วค่อยวางแผน”“ฉันกินไม่ลงหรอก” สีหน้าซังกะตายเหมือนหมาหงอยแบบนี้ก็ชวนให้น่าสงสารอยู่เหมือนกันอีกฝ่ายเติบโตภายใต้ปีกท่านเจ้าสัวไม่เคยออกล่าหาอาหารเองแม้จะเคยฝึกสอนให้บินแต่ก็ไม่เหมือนกับลูกนกที่เติบโตเองตามธรรมชาติพวกมันนอกจากจะเรียนรู้วิธีหาอาหารเองแล้วยังเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดจากนักล่าตั้งแต่ยังเป็นลูกนกตัวแดงๆไม่เหมือนลูกชายคน
“ภาพลักษณ์คุณต่อองค์กรนอกจากมันไม่ดูภูมิฐานเหมือนได้ตำแหน่งมาเพราะเป็นลูกท่านเจ้าสัวอีกทั้งคุณไม่ได้วางตัวเป็น Leader ที่ดีแต่คุณใช้อำนาจกดให้พวกเขากลัวไม่มีลูกจ้างที่ไหนจะชอบนายจ้างแบบนี้แต่เพราะปากท้องเขาจึงต้องยอมทนกลับกันถ้าคุณเป็นนายจ้างที่ใส่ใจรายละเอียดของลูกน้องบางทีเพียงเอ่ยปากถามไถ่สภาพความเป็นอยู่เพียงไม่กี่ประโยคมันก็สื่อให้เห็นว่าพวกเขาคือครอบครัวกำลังใจในการทำงานสำคัญอย่างคุณปรียานุชเองที่เขามาทำงานเช้าทุกวันคุณรู้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร” เดนีสส่ายหน้า“เพราะเขามีลูกในวัยอนุบาลหากคุณถามไถ่ถึงลูกเขาสักสองสามคำเชื่อไหมบรรยากาศในการทำงานระหว่างคุณกับเลขาหน้าห้องจะดีกว่านี้มากการเป็นเจ้านายที่ดีต้องใช้พระเดชและพระคุณในการปกครองคน”“แล้วตอนนี้มีคนที่คุณพอจะใช้งานหรือฝากผีฝากไข้ในบริษัทได้สักกี่คนบอร์ดบริหารถึงได้สับคุณเละทุกครั้งที่เข้าประชุมในสายตาพวกเขาคุณค้านสายตาและไม่เหมาะกับตำแหน่งประธานที่ท่านเจ้าสัวฝากไว้ในสองมือของคุณเลยสักนิด” วินตราเอ่ยเสียงเรียบแต่ละคำแต่ละประโยคไม่ได้เจือด้วยความขุ่นเคืองเหมือนรุ่นพี่หรือพี่ชายที่สั่งสอนน้องชายเสียมากกว่าเดนีสสะอึกพูดไม่ออกสักคำที่
“ถอยไปเลยไป” “ด่าฉันด้วยสายตาอีกแล้ว” วินตรารีบคลุมสาบเสื้อชุดคลุมของตัวเองรัดสายคาดเอวอย่างแน่นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคืองในกระจกเดนีสก็หอมกระหม่อมคุณเขาซ้ำๆอยู่นั่นไม่สนใจสายตาที่อยากจะสับเขาเป็นชิ้นๆของคุณเลขาในกระจกสักนิดวินตราหวานไปทั้งตัวเหมือนช็อกโกแลตที่ข้างนอกแข็งขึ้นเป็นรูปต่างๆได้แต่พอวางอยู่ในอุ้งมือหรือในโพรงปากก็ละลายออกมาหวานละมุนกลิ่นโกโก้ชั้นดีตีขึ้นในโพรงจมูกจนอยากจะอมไว้ในปากทั้งวันไม่อยากให้ใครได้เห็นได้กลิ่นวินตราเป็นของเขาของเขาคนเดียวเท่านั้นสภาพท่านประธานในตอนนี้เหมือนอยากจะอมหัวเขาเหมือนหมาโกลเด้นที่ออดอ้อนออเซาะเจ้าของไม่รู้จักเบื่อนี่นะเหรอ…ข้าวใหม่ปลามันที่หลายคนพูดถึงแต่วินตราก็ยังเป็นวินตราคนเดิมเขาเป็นคนแสดงออกไม่เก่งแต่ก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสของอีกฝ่ายคนในกระจกเป็นคนแรกและคนเดียวที่วินตราค่อยๆแง้มประตูที่ปิดตายเอาไว้ให้รู้จักตัวตนที่แท้จริงความไม่สมประดีของตัวเองแผลใจไหนจะขยะที่ซุกซ่อนไว้ในใจรวมไปถึงในห้องคอนโดของตัวเองผู้ชายคนนี้ได้รับความรักความอบอุ่นจากครอบครัวจนมันแผ่มาถึงคนนอกอย่างเขาได้ง่ายๆวินตราคิดว่าการอยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่เพราะเขากลัวว่า
“รเร็วกว่านี้” เดนีสยันแขนแต่เอวก็เคลื่อนไหวเนิบช้าแต่ออกสุดตอกจนสุดเช่นกันวินตราแหงนหน้าเมื่อส่วนล่างถูกบดขยี้บี้ซ้ำๆจนสุดโคนจนรู้สึกถึงเส้นขนหยาบแข็งๆกระทบแก้มก้น“เรียกที่รักก่อนสิ” เดนีสซุกที่ซอกคอวินตราพร้อมกับขมเม้มเบาๆก่อนจะงับติ่งหูขาวนั้นดูดดึงจนวินตราครางไม่เป็นภาษาจะหนีไปไหนก็ไม่ได้เดนีสยกยิ้มมุมปาก ‘ติ่งหู’ เป็นอีกจุดที่ไวต่อสัมผัสของคุณเลขาคนสวยวินตราเม้มปากแน่นจนเอื้อมมือไปกำผมของไอ้ประธานเฮงซวยที่ทำตัวขบถแม้กระทั่งจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้“อึก” เดนีสหัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงกระชาก“แม่งนี่นายเล่นกระชากหัวผัวตัวเองเลยเหรอฉันก็ปรนเปรออยู่นี่ไงที่รัก…อย่าใจร้อน” แถมยังแลบเลียริมฝีปากอย่างมาดร้ายเขาสะบัดหัวจากการกอบกุมจัดท่าขาสองข้างพาดบ่าวินตราตอนนี้ตัวจะม้วนกลับหลังอยู่แล้ว “เอาล่ะทำใจดีๆฉันจะแทงไปจนถึงแกนโลกเลยล่ะ” “อะไอ้!” เดนีสเหมือนนั่งยองแทงซ้ำๆดั่งปากว่าจุดกระสันถูกแทงซ้ำๆอย่างนั้นวินตรากัดปากตัวเองอย่างแรงความเสียวตีรื้นขึ้นมาอีกระลอก “มะไม่ไหว” วินตราส่ายหน้าสะบัดไปมาจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมดจังหวะที่เร็วและแรงขึ้นส่งทั้งตัวเองและวินตราไปถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็
หรือไม่…อาจไม่เคยเดินสวนทางกันด้วยซ้ำไปเมื่อเห็นวินตราไม่ตอบเดนีสเลยพูดต่ออีกอย่างเขาไม่เชื่อคำสัญญาของวินตราสักเท่าไหร่คุณเลขาของเขาน่ะใจร้ายได้เสมอ“สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปจนกว่าจะแก่เฒ่า”“นายเอาจริง?” วินตราถามด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยเชื่อถืออีกฝ่ายสักเท่าไหร่ตลอดกาลมีจริงๆเหรอแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก “อือฉันเอาจริงและจริงจังถ้านายกล้าทิ้งฉัน…ฉันจะออกตามหานายสุดล่าฟ้าเขียวจะทิ้งทุกสิ่งไปตามหานายไหนๆฉันก็เป็นคุณชายหัวขบถอยู่แล้ว” วินตราดึงแก้มเขาอย่างแรง“ท่านประธานเอาแต่ใจเกินไปแล้ว”“แล้วรักหรือเปล่าล่ะ” วินตราไม่ตอบได้แต่จ้องมองไปยังนัยน์ตานั้นมองภาพใบหน้าตัวเองที่ฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาสองคู่นี้“ต้องคิดด้วยเหรอ” เดนีสเย้าแหย่ วินตรายกหัวจุมพิตข้างริมฝีปากนั้นเบาๆก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ฉันไม่รู้ว่าความรักเป็นยังไงแต่…กับนายมันพิเศษกว่าคนอื่นและสองมือนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดมันทั้งอบอุ่นและปลอดภัยอ้อมอกนี้ก็เช่นกัน” เดนีสมองวินตราอึ้งๆก่อนจะยิ้มโค้งจนตาหยี“นายรักฉันแหละฉันดูออกมาตั้งนานแล้ว” ริมฝีปากประกบกันอีกครั้งครั้งนี้วินตราโอนอ่อนผ่อนตามเปิดเปลือยให้อีกฝ่ายได้ชักนำแ
“ฉันปวดไหล่” “นายจ่ายไหวเหรอฉันคิดค่าบริการแพงนะ”“จะเท่าไหร่กันเชียวอย่าลืมฉันถือแบล็กการ์ด”“ฮ่าๆ” เดนีสหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมจุมพิตที่แผ่นหลังขาวเนียนนั้นหนึ่งทีเบาๆ “แสบจริงๆใครไม่รู้คงคิดว่านายเป็นเมียฉัน” “ฝันไปเถอะ” “ใจร้าย” นิ้วมือลงน้ำหนักนวดโดยผ่อนแรงลากขึ้นลงเดนีสชอบนวดสปาน้ำมันเขาจึงรู้วิธีการนวดมาบ้าง วินตรานอนใบหน้าข้างหนึ่งแนบที่ท่อนแขนจ้องมองเงาในกระจกที่คุณชายหัวขบถตั้งใจนวดแผ่นหลังให้เขาอย่างมุ่งมั่นวินตรายกยิ้มที่มุมปากบางครั้งท่านประธานของเขาก็ซื่อบื้อของแท้…“สบายหรือเปล่า”“อือ” “ฉันจะบอกให้ไม่มีใครกล้าใช้ฉันนอกจากนาย…วินตราเพราะฉะนั้นเป็นแฟนฉันได้แล้ว”“ไม่”“นี่ฉันจริงจังนะ”“ไม่” เดนีสพลิกร่างวินตราให้นอนหงายโดยที่เขาคร่อมทับเค้นเอาคำตอบอย่างเอาเป็นเอาตายหัวคิ้วขมวดจนเป็นปม“ทำไมเป็นแฟนฉันไม่ดีตรงไหน”“ทุกตรง” “หา…อย่างฉันเนี่ยนะไม่ดีฉันดีมากเลยขอบอก” โอ้อวดตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่ง“แล้ว” เดนีสก้มหน้าต่ำกระซิบเสียงแหบต่ำข้างหูคุณเลขา“ฉันก็รักนายอย่างสุดหัวใจ” พร้อมจุมพิตไหล่เปลือยเปล่านั้นแผ่วเบา เดนีสพยายามจ้องหน้าคุณเลขาไม่หลุบตามองต่ำไปมากกว่าน
“นี่ลองชิมดูเป็นไวน์ตัวใหม่ของ ONLY U แอลฯเพียง 6% น้องชายฉันคิดค้นและปรับปรุงมาตลอดจนได้ไวน์รสชาตินี้ออกมาดื่มง่ายลองสิ” วินตรารับไวน์มาจิบอย่างว่าง่ายตอนนี้เขาไม่ได้กินยารักษาสภาพจิตใจแล้วพร้อมกับเข้าตรวจร่างกายชุดใหญ่ตามคำสั่งของท่านประธานวินตราเป็น (New Male) ที่สามารถตั้งครรภ์ได้ก็จริงแต่เพราะปัญหาทางใจที่รุมเร้ามาตลอดเขาเลยมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนเรียกได้ว่าฮอร์โมนทำงานได้ไม่เต็มที่มดลูกเลยไม่สามารถพัฒนาได้เต็มที่เหมือนคนเป็นหมันแต่ในอนาคตก็ไม่แน่เรื่องราวภายในของคนเรานั้นซับซ้อนวินตราและเดนีสต่างก็นั่งฟังหมออธิบายรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเดนีสเองก็เข้าตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีด้วยเช่นกัน แม้จะมีแอลกอฮอล์ผสมเพียง 6% แต่ดื่มเองไปเกือบขวดวินตราเองก็มึนๆเหมือนกันนานเท่าไหร่แล้วที่เขาทำตัวอยู่ในกรอบไม่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจให้แตะต้องของพวกนี้อีกทั้งยังกินยาต่อเนื่องมาหลายปีทำให้ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พวกนี้ได้บางครั้งชีวิตคนเราก็ต้องการรสชาติที่หลากหลายการพบเจอผู้คนเดิมๆงานเดิมๆก็ทำให้ชีวิตซ้ำซากจำเจอยู่เหมือนกัน โลกของเขาที่คับแคบก็เริ่มเปิดกว้างขึ้นมาเมื่อได้เจอกับเดนีสเด
“นายโกหก” น้ำเสียงแผ่วเบาจนสัมผัสถึงของเหลวอุ่นๆที่หยดตรงลาดไหล่ของตัวเองเพราะเดนีสรู้จักวินตราเกินไปต่างหากหากเขายอมปล่อยมือตอนนี้อีกฝ่ายคงหลุดลอยไปไกลอาจไกลเสียจนเขาไม่มีทางตามอีกฝ่ายพบวินตรายังคงเป็นวินตราที่เข้มแข็งโดดเดี่ยวจนถึงขั้นใจดำที่จะหันหลังให้เขาอย่างเลือดเย็นแต่ทว่าเดนีสเองไม่สามารถปล่อยวินตราไปได้ แล้วเขาก็เป็นลูกคนรวยหัวกรวยหัวขบถที่อยากได้อะไรต้องได้ยังไงต้องมีคุณเลขามือทองคนนี้คอยกำราบ! สองแขนของวินตรายกโอบกอดกลับไปเช่นกัน ต่างคนต่างร้องไห้เงียบ ๆ ลูบหลังปลอบประโลมกันอยู่อย่างนั้น“ไปกับฉันที่หนึ่งสิ” เดนีสพูดพลางสูดจมูกไปด้วยเขาไม่อายเลยสักนิดที่จะร้องไห้ออดอ้อนต่อหน้าวินตราวินตราไม่ตอบแต่พยักหน้าเป็นอันว่าตกลงเดนีสยกยิ้มมาดร้ายที่มุมปากคิดจะหนีไปจากเขางั้นเหรอ…ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกวินตรา!เดนีนสบถอย่างหัวเสียเมื่อคุณนิติพลรายงานเรื่องประธานตัวจริงที่ยังมีชีวิตอยู่ขอลาต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ตอนนี้ที่บริษัทก็ผ่านช่วงวิกฤตมาได้พร้อมกับกำจัดเห็บไรไปได้หลายตัวแถมยังดำเนินการภายใต้แฝดน้องอย่างเดนีนที่แสร้งตีหน้าขรึมเป็นเดนีสแฝดพี่เพราะความเป็นแฝดที่เหมือนกันจนแทบจะโคลนกัน
“ผมว่าจะขอลาออกครับ” ท่านเจ้าสัวเอนพนักพิงเก้าอี้จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ก้มหน้าเอ่ยบอกความต้องการ“แล้วเดนีสล่ะ” วินตราเม้มปากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป “วินตราฉันเห็นเธอเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งอดีตก็คืออดีตฉันยอมรับที่ความสามารถของเธอมากกว่าเรื่องอื่นเป็นรอง” “ผมทราบครับ”“วันไหนที่เธอเปลี่ยนใจกลับมาที่นี่ได้เสมอ” “ครับ” วินตรายกมือไหว้ท่านเจ้าสัวอย่างนอบน้อมตั้งแต่เกิดเรื่องเขาก็เก็บตัวอยู่ที่บ้านท่านเจ้าสัวตลอดตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายแล้วเขาเองก็ควรจะมีชีวิตของตัวเองสักที ตอนนั้นที่เขาหนีกบดานเอาชีวิตรอดจากสาสินก็นึกถึงท่านเจ้าสัวเป็นคนแรกตอนแรกก็กล้าๆกลัวเพราะหลักฐานที่มีนอกจากจะไม่สามารถรักษาชีวิตตัวเองได้แล้วหลักฐานพวกนี้อาจจะเป็นเถ้าถ่านในกองไฟก็เป็นได้แต่แล้ววินตราก็ไม่ผิดหวังนึกถึงคำถามนั้นที่ท่านเจ้าสัวได้ให้ไว้กับตัวเอง“ฉันรู้ว่าเธอเองก็ลำบากใจแต่วันไหนที่เธอเข้มแข็งและสามารถหยัดยืนเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้ได้เมื่อไหร่ขอเพียงเธอเอ่ยปากฉันจะช่วยเธออย่างสุดความสามารถ” ตอนนั้นวินตรายังคิดไม่ตกอย่างที่เคยบอกเหตุการณ์เหล่านั้นกัดกินใจเขาจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนวินตราเด็
การออกมาปรากฏตัวและให้สัมภาษณ์สื่อของวินตราในฐานะเหยื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมอย่างมหาศาลเด็กทุนที่ลังเลที่เคยตกเป็นเหยื่อไม่กล้าเปิดเผยตัวและผู้คนที่ถูกคุกคามทางเพศไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ทำงานสถานศึกษาต่างก็ตบเท้าเข้ามาให้ปากคำอย่างไม่ขาดสาย ต่างก็แชร์เรื่องราวของตัวเองผ่านโลกออนไลน์สร้างความตื่นตัวและตระหนักรู้ในสังคมเป็นอย่างมากอย่าอายจนลืมที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนก็ไม่มีใครควรถูกคุกคามทางเพศ!วินตรายืนอยู่ตรงหน้าช่องบรรจุอัฐของวัดแห่งหนึ่งย่านปริมณฑลก่อนตายจินตะได้พูดว่าอยากจะบวชสักครั้งก่อนตายแต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจนึกวินตราจึงตัดสินใจควักเงินเก็บตัวเองก้อนใหญ่ออกมาซื้อสถานที่จัดเก็บอิฐเอาไว้ตามปรารถนาสุดท้ายของจินตะตอนนั้นวินตราเป็นเพียงนักศึกษาปริญญาตรีปีหนึ่งคนหนึ่งไม่รู้เลยว่าในโลกนี้มีการจัดเก็บอัฐิไว้ 4 รูปแบบด้วยกันคือ1.) ช่องจัดเก็บอิฐตามกำแพงวัด2.) จัดเก็บตามเสาไฟของวัด3.) จัดเก็บตามอาคารศาลาหรือกุฏิซึ่งจะเตรียมช่องจัดเก็บอัฐิไว้บนขื่อหรือหน้าประตูตามความเหมาะสมของสถานที่4.) ห้องไว้สำหรับจัดเก็บอัฐิโดยเฉพาะซึ่งสถานที่จะเป็นที่จัดเก
ก้องการุณย์ลั่นไกโดยที่ไม่ต้องคิดเมื่อเจนจัดหันปลายกระบอกปืนมายังผู้บริสุทธิ์ที่ด้านล่างแม้จะเล็งที่ข้อมือข้างที่ถือปืนแต่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเจนจัดจะถนัดยิงปืนทั้งสองข้างอีกฝ่ายตะเกียกตะกายพลิกร่างกายอย่างรวดเร็วจ่อปากกระบอกปืนที่ขมับของตัวเองคนอย่างเจนจัดไม่มีทางจนตรอกหากจะตายก็ต้องตายด้วยน้ำมือตัวเองเท่านั้น…ปัง! แต่ทว่าสวรรค์คงมีตาไม่อยากให้คนชั่วได้ตายง่ายๆแม้ว่าจะเล็งที่ขมับของตัวเองแต่ก็พลาดเฉียดไปเท่านั้นงานนี้เจนจัดได้นอนทรมานติดเตียงยาวนานพอที่จะลิ้มรสความทุกข์และบาปกรรมที่ได้ทำลงไปอย่างเต็มที่แม้อยากจะตายก็ตายไม่ได้อยู่ฟังเสียงผู้คนก่นด่าสาปแช่งและประณามจนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่ง ศิราณีเองก็ร่ำไห้ปานจะขาดใจเธอไม่ได้ร้องไห้ให้กับไอ้สามีเฮงซวยนั้นแต่ร้องไห้ให้กับความขี้ขลาดของตัวเองหากเธอกล้ายืนหยัดและเชื่อในคำพูดของลูกชายตั้งแต่เนิ่นๆเรื่องราวคงไม่บานปลายจนมาถึงขั้นนี้ไอ้เจนจัดทำลูกคนอื่นไม่พอยังทำลูกตัวเองด้วยสารเลว! แม้จะไม่ใช่การล่วงละเมิดทางเพศแต่การลูบคลำก็ทำให้ลูกชายและลูกสาวมีแผลใจและรังเกียจพ่อตัวเองหมามันยังไม่คิดอกุศลกับลูกตัวเองศิราณีปิดหน้าร่ำไห้กับพื้นอย่าง