“อ้อ…จะว่าผมไม่มืออาชีพก็ได้นะผมแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกอีกอย่างผมไม่สามารถร่วมงานกับคนที่เกลียดน้องชายผมและพูดถึงในทางที่เสียหายได้ส่วนเรื่องฉีกสัญญาทางทนายผมจะติดต่อคุณไปอีกทีคุณนิชา” ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เสร็จเขาก็เดินล้วงกระเป๋าออกไปอย่างสะใจมันน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่สองคนนั้นทำกับน้องชายเขาโดยเฉพาะไอ้พัดแม่ง! ไม่คิดจะปริปากปกป้องเมียของตัวเองสักหน่อยก็ไม่ได้รู้ว่าไม่รักรู้ว่าไม่มีใจให้แต่ยืนฟังน้องนุ่งที่โตมาด้วยกันถูกพูดถึงในทางเสียหายแบบนี้ได้ยังไงวะ แม่งเอ๊ย! หากเขาสืบทอดกิจการทุกอย่างของพ่อได้หมดเมื่อไหร่ไอ้พัดจะเป็นคนแรกที่เขาจะเช็กบิลฝากไว้ก่อนเถอะ!วินตราที่ได้พักห้าวันวันนี้เป็นวันที่สี่พอสภาพจิตใจดีขึ้นก็มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาจัดการกับขยะที่กองสุมภายในห้องค่อยๆทำความสะอาดไปเรื่อยๆใช้วันหยุดได้อย่างคุ้มค่าแต่จู่ๆก็จามติดกันถึง 3 ครั้งหนังตาขวากระตุกเหมือนว่าจะมีเหตุการณ์อะไรหรือคลื่นลูกใหญ่รอเขาให้เขาเผชิญอยู่และไม่รู้เพราะความบังเอิญหรือลางสังหรณ์ที่แม่นยำของตัวเองห้าวันที่ได้พักวินตราหลับเหมือนตายนอนพักฟื้นฟูร่างกายออกไปจ๊อกกิ้งบ้างเรียกได้ว่าปล่อยพลังงานลบจากการทำ
วินตราที่หลบมายืนสูบบุหรี่บนดาดฟ้าเพื่อไล่อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่ ปกติเขาไม่ใช่คนสูบบุหรี่จะสูบเฉพาะตอนที่เครียดมาก ๆ นิโคตินช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และหัวสมองของเขาตอนนี้กำลังวิ่งวุ่นอย่างหนักเพื่อแก้วิกฤตของบริษัทที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ไม่ว่าจะกำหนดการส่งสินค้าที่กำหนดเดดไลน์ไว้ทุกล็อตไหนจะเรื่องการปรับค่าเสียเวลาที่คิดมูลค่าความเสียหายเป็ยรายวันหากสินค้าผลิตไม่ทันตามกำหนดวัตถุดิบยิ่งขาดแคลนเพราะภาวะสงครามทางฝั่งตะวันออกกลางภาษีนำเข้าก็สูงขึ้นพลันโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดคราดไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใครปล่อยให้ร้อนใจจนตายเสียให้เข็ด! จะได้รู้สำนึกเสียบ้างและที่เขาด่าใส่หน้าเมื่อครู่ยังน้อยไปด้วยซ้ำอีโก้ที่มันสูงเสียดฟ้าจนใครก็สั่งสอนไม่ได้ต้องเจอวิกฤตเป็นตายแบบนี้แหละถึงจะรู้สึกรู้สาให้ความจริงมันตีแสกหน้าว่าไอ้ที่ทำอยู่เนี่ยมันรังจะสร้างแต่ความเดือดร้อนให้กับองค์กร มันสั่นไม่หยุดเจ้าของสายเรียกเข้าที่เดินไปมาเหมือนหนูติดจั่นขบเล็บไปด้วยอย่างคิดไม่ตก“รับสิวะรับสักที” นั่งเก้าอี้บริหารไม่ทันครบสองปีก็ก่อปัญหาใหญ่ขนาดนี้แล้วอีกอย่างเขาไม่กล้าแบกหน้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อพ
ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเดนีสพูดไม่ออก “เห็นหรือยัง?” สภาพเนกไทที่หลุดลุ่ยจนเห็นหน้าอกเดนีสไม่ได้สำรวจตัวเองเลยตอนนี้ภาพตรงหน้าทำเอาเขารู้สึกผิดภาพที่คุณวินัยหัวหน้าฝ่ายผลิตวิ่งวุ่นจนขาแทบขวิดพนักงานที่เร่งมือกันจนแทบไม่ได้พัก“สิ่งที่คุณทำส่งผลต่อพนักงานระดับล่างแค่ไหนรู้ตัวหรือเปล่า” วินตราแทบอยากจะกระชากคอไอ้บื้อตรงหน้าแล้วกระแทกกับกระจกแรงๆสักสองสามทีลายเซ็นตัวเองมีผลต่อบริษัทแค่ไหนยังไม่รู้ตัวแถมยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่งทำงานอยู่บนหอคอยรอคอยผลประกอบการมดงานตัวเล็กๆทำงานกันแทบตายกลับไม่มีใครเห็น“คุณกรรชัยต้องโยกพนักงานแผนกอื่นมาช่วยไลน์การผลิตคุณมานพต้องวิ่งเต้นหาซัพพลายเออร์ใหม่แม้ว่าจะราคาแพงสองเท่าต้องกัดฟันทำสัญญาไปก่อนเพราะใคร…”“ฉีกสัญญากะทันหันต้องจ่าย 50 ล้านมันอาจไม่มากสำหรับคุณก็จริงแต่คุณอย่าลืมบริษัทจำกัดมหาชนเวลาเงินเข้าออกต้องแจกแจงละเอียดยิบไม่งั้นจะมีปัญหากับสรรพากรเอาได้และที่สำคัญอาทิตย์หน้าต้องส่งผลิตภัณฑ์ล็อตแรกที่เซ็นสัญญาเอาไว้กับพ่อเลี้ยงดนัยตอนนี้ยังขาดเกือบครึ่งคิดค่าปรับล่าช้าเป็นรายวันเพราะอารมณ์ชั่ววูบของผู้บริหารอย่างคุณคนเดียวทำให้บริษัทเกิดวิกฤตห
“คุณเดนิมมีวุฒิภาวะมากกว่าคุณอีก” มือที่กำลังกดต่อสายชะงัก“ยังไง”“ผมได้ยินมาว่าตอนฝึกงานที่บริษัทกับคุณพิพัฒน์คุณเดนิมไม่ได้แนะนำตัวในฐานะภรรยาด้วยซ้ำไม่เคยเอานามสกุลดังมาอ้างเพราะอะไรคุณรู้หรือเปล่า”“เดนิมเป็นคนดี” “เปล่าเลยเพราะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออก” เดนีสหน้าชา “และที่เขาไม่ตอบโต้คุณนิชาเพราะว่าผลประโยชน์บริษัทต้องมาก่อนเขาเรียงลำดับก่อนหลังได้ดีแก้แค้นนอกจากสาแก่ใจแล้วคุณได้อะไรคืนมามั่งกลเกมธุรกิจใครเขาทำซึ่งๆหน้าฮะ” วินตราเริ่มมีน้ำโหเมื่อพูดถึงเรื่องนี้วินตราที่ก้าวเข้ามาประชิดกับเดนีสที่ถอยร่นจนนั่งกับโซฟาอย่างตื่นตระหนก“ก็ตอนนั้น…”“อ้อ…ไม่ได้ใช้สมองนำสินะ”“จะมากไปแล้วนะ”“น้อยไปด้วยซ้ำ!” วินตราตะคอกใส่หน้าน้ำลายแทบจะกระเซ็นใส่หน้าทุกหยาดหยดเดนีสแม้ไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ที่คุณเลขาพูดมาถูกทุกตรง“รักษาเก้าอี้ทองคำของคุณให้ดีๆเถอะสิ้นปีนี้อาจเหลือแค่อดีตประธาน”“เฮ้…นายจะไปไหน”“กลับบ้าน”“ได้ไงแล้วปัญหาพวกนี้ล่ะ”“ผมเป็นแค่เลขาจะทำอะไรได้แล้วอีกอย่างเรียนผูกต้องเรียนแก้เอง” วินตราปิดประตูดังปังใส่หน้าเดนีสที่ลุกตามออกมาเดนีสกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์โดนด่าเหมือน
ตอนนี้ไลน์ในกลุ่มแก๊งห้าสิงห์กลับมาคึกคักเพราะเดนีสถามไถ่ถึงซัพพลายเออร์เจ้าอื่นที่พอจะมีวัตถุดิบอยู่บ้าง อินทราตอนนี้อยู่ต่างประเทศมีเพียงคุณชายแห่งวังสลาลินพอจะพึ่งพาได้อยู่บ้าง “พอจะมีอยู่พรุ่งนี้ตอนบ่ายว่างไหมล่ะมาเจอที่บริษัทกูฝั่งรัชโยธิน”“โอเค” อย่างน้อยก็โล่งใจไปได้อีกเปลาะหนึ่ง เดนีสเข้านอนด้วยความตึงเครียดที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าตื่นเช้ามาเขาปวดกรามไปหมดแม่งเอ๊ย! นอกจากสะใจแล้วก็ไม่ได้อะไรอีกมีแต่ความฉิบหายแล้วก็ฉิบหายให้ตายแล้วเขาก็ไม่น่าให้คุณเลขาลาเลยหากตอนนั้นวินตราอยู่ด้วยคงไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เดนีสมานั่งรอที่ร้านกาแฟก่อนเวลาด้วยซ้ำวินตราเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจพลางหอบเอกสารในมือมาวางไว้บนโต๊ะด้วย“ทานข้าวเช้ามาหรือยังครับ” “ยัง”“กินก่อนแล้วค่อยวางแผน”“ฉันกินไม่ลงหรอก” สีหน้าซังกะตายเหมือนหมาหงอยแบบนี้ก็ชวนให้น่าสงสารอยู่เหมือนกันอีกฝ่ายเติบโตภายใต้ปีกท่านเจ้าสัวไม่เคยออกล่าหาอาหารเองแม้จะเคยฝึกสอนให้บินแต่ก็ไม่เหมือนกับลูกนกที่เติบโตเองตามธรรมชาติพวกมันนอกจากจะเรียนรู้วิธีหาอาหารเองแล้วยังเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดจากนักล่าตั้งแต่ยังเป็นลูกนกตัวแดงๆไม่เหมือนลูกชายคน
“ภาพลักษณ์คุณต่อองค์กรนอกจากมันไม่ดูภูมิฐานเหมือนได้ตำแหน่งมาเพราะเป็นลูกท่านเจ้าสัวอีกทั้งคุณไม่ได้วางตัวเป็น Leader ที่ดีแต่คุณใช้อำนาจกดให้พวกเขากลัวไม่มีลูกจ้างที่ไหนจะชอบนายจ้างแบบนี้แต่เพราะปากท้องเขาจึงต้องยอมทนกลับกันถ้าคุณเป็นนายจ้างที่ใส่ใจรายละเอียดของลูกน้องบางทีเพียงเอ่ยปากถามไถ่สภาพความเป็นอยู่เพียงไม่กี่ประโยคมันก็สื่อให้เห็นว่าพวกเขาคือครอบครัวกำลังใจในการทำงานสำคัญอย่างคุณปรียานุชเองที่เขามาทำงานเช้าทุกวันคุณรู้หรือเปล่าว่าเพราะอะไร” เดนีสส่ายหน้า“เพราะเขามีลูกในวัยอนุบาลหากคุณถามไถ่ถึงลูกเขาสักสองสามคำเชื่อไหมบรรยากาศในการทำงานระหว่างคุณกับเลขาหน้าห้องจะดีกว่านี้มากการเป็นเจ้านายที่ดีต้องใช้พระเดชและพระคุณในการปกครองคน”“แล้วตอนนี้มีคนที่คุณพอจะใช้งานหรือฝากผีฝากไข้ในบริษัทได้สักกี่คนบอร์ดบริหารถึงได้สับคุณเละทุกครั้งที่เข้าประชุมในสายตาพวกเขาคุณค้านสายตาและไม่เหมาะกับตำแหน่งประธานที่ท่านเจ้าสัวฝากไว้ในสองมือของคุณเลยสักนิด” วินตราเอ่ยเสียงเรียบแต่ละคำแต่ละประโยคไม่ได้เจือด้วยความขุ่นเคืองเหมือนรุ่นพี่หรือพี่ชายที่สั่งสอนน้องชายเสียมากกว่าเดนีสสะอึกพูดไม่ออกสักคำที่ผ
อาหารค่ำในภัตตาคารห้าดาวไม่ได้รับความสนใจจากกระเพาะของเดนีสมากนัก ก็คู่ตรงหน้าที่คุยกันกะหนุงกะหนิงทำเอารู้สึกหงุดหงิดเป็นบ้า เพิ่งรู้ว่าก้องกิจเป็นอดีตรุ่นพี่ที่มหา’ลัยของคุณเลขาหน้าตึง แต่พออยู่กับก้องกิจเหมือนเป็นคนละคน อีกฝ่ายดูผ่อนคลายเป็นตัวของตัวเอง แม้ทั้งสองจะไม่ได้นั่งตัดติดกันแต่เคมีนั้น…เรียกได้ว่าเข้ากันสุด ๆ กิตติกรแลหางตามองดูเพื่อนรักที่หั่นสเต๊กตรงหน้าอย่างแรง กัดปากกัดฟันขมุบขมิบจนอดที่จะถองศอกกระซิบกระซาบถามไม่ได้“ไม่ถูกปาก?”“อือ” “เป็นเอามาก”“อะไรไอ้กร”“อาการเหมือนของขาด”“พูดมาก” เดนีสยกไวน์แดงขึ้นมาจิบพอเห็นเครื่องดื่มข้างมือคุณเลขาก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกเหตุการณ์ก่อนหน้าก่อนจะสั่งอาหาร“วินยังชอบDuc De Montaigne Non-Alcohol Sparking Wineอยู่หรือเปล่า” เป็นไวน์โรเซ่ (Rose) สีขาวของประเทศเบลเยียมส่วนก้องกิจชอบสีชมพูยี่ห้อเดียวกันกับที่วินตราชอบไวน์ขาวทานคู่กับเนื้อปลาส่วนไวน์แดงทานคู่กับเนื้อแดงถึงจะเข้ากันอีกอย่างวินตราไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้วก้องกิจเลยดื่มยี่ห้อนี้เป็นเพื่อนเขา“พอได้ครับ” “ทานคู่กับสเต๊กปลาพอดี”“ขอบคุณครับ” ก้องกิจสั่งเสร็จก็ยิ้ม
จิตวิทยา ภาษากายสำคัญ และต้องปั้นหน้าให้เป็นปกติสุขที่สุดไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์แบบไหนก็ตาม อย่างเช่นในตอนนี้ที่เขาถูกกิตติกรลอบสำรวจและประเมินในใจคร่าว ๆ กิตติกรเป็นลูกพี่ลูกน้องของก้องกิจ วินตราเชื่อว่าอีกฝ่ายรู้จักเขาผ่านปากของก้องกิจมาไม่มากก็น้อยส่วนท่านประธานก็เอาแต่จ้องเขาไม่วางตาด้วยสายตาแปลกประหลาดส่วนก้องกิจไม่ต้องพูดถึงอีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาแบบไหนวินตรารู้ดีและเขาไม่ลืมที่จะขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ให้เหมือนเดิมวินตราขออนุญาตลุกไปเข้าห้องน้ำเพราะว่านั่งอยู่ด้านในก้องกิจหลีกทางให้สักพักก็ลุกตามออกไปอีกทั้งร้านอาหารยังเป็นแบบกึ่งผับกึ่งบาร์ที่นั่งของพวกเขาสี่คนอยู่ในมุมไพรเวทสองคนนั้นคงจะหาที่ไปคุยกันแน่ๆ เดนีสวางส้อมในมือใส่จานดังเคร้งก่อนจะคว้าแก้วไวน์มาดื่มรวดเดียวจนหมด “เป็นห่าอะไร” “ก้องกิจแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ”“อือฮึ”“แม่งมองเลขากูไม่วางตา” เดนีสทำท่าทำทางประกอบกิตติกรกระตุกยิ้มที่มุมปาก“แล้ว?”“แม่งขัดลูกตากูชะมัดถ้าไม่เห็นแก่สัญญากูอยากจะล้มโต๊ะเสียให้รู้แล้วรู้รอด”“แล้วมึงฉุนเฉียวเพราะอะไรล่ะเพราะพี่ก้องหรือเพราะคุณเลขา” เดนีสมุมปากกระตุก“ไอ้กรกูแค่เป็นคนดีเกิดเม
“พ่อครับแม่ครับอยู่ไหนครับ” ก่อนจะได้ยินเสียงแทรกเข้ามา“อย่าให้พ่ออยู่กับแม่ไม่งั้นแม่จะไม่สบาย”“หา” เดนีสหน้าตื่นก่อนจะแง้มประตูแอบฟังต่อ สามพี่น้องพยักหน้าให้กัน“จริงแม่จะเสียงแหบและบ่นปวดเอวแล้วก็มีรอยยุงกัดเยอะด้วย” สามพี่น้องปรึกษาหารือกันเหมือนกำลังคุยเรื่องโลกแตกวินตราหัวเราะน้อยๆในลำคอก่อนจะมองพ่อหมาที่เงี่ยหูฟังลูกๆคุยกันสมน้ำหน้า! “พ่อชอบเล่นกับแม่แรงๆสงสารแม่พวกเราต้องปกป้องแม่ให้พ้นจากเงื้อมมือพ่อ” สามพี่น้องชูกำปั้นใส่กันสักพักแม่บ้านและพี่เลี้ยงก็มาตามเพราะปู่ย่ามารับไปเล่นบ้านใหญ่สามคนดีใจใหญ่เพราะว่าจะได้เจอลูกพี่ลูกน้องอีกหลายคนก่อนจะเฮโลลงบันไดไปข้างล่างเดนีสหัวคิ้วกระตุกโพล่งด่าในใจ ‘ไอ้ลูกเวร’ ส่วนวินตราหัวเราะท้องแข็งอยู่ข้างหลังเขาเมื่อเดนีสปิดประตูห้องสนิทพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดี “มิน่าพักหลังถึงทำตัวเป็นปรปักษ์กับฉันขนาดนั้นที่ไหนได้!” เดนีสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแต่ภรรยาสุดที่รักกลับขำจนตัวงอสองตาแดงเรื่อเพราะว่าหัวเราะมากจนเกินไป“ขำมากหรือไง”“ฮ่าๆฮ่า” วินตรายังขำไม่หยุดก่อนจะอุ้มภรรยาทุ่มลงบนเตียงกว้างด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“อย่าหวังว่าคราวนี้จะรอด” “มะ
ส่วนวินตรากับเดนีสเองก็ถอนหายใจเช่นกันยังดีที่เดนอนอยู่อนุบาลสามส่วนแฝดพี่อีกคนอยู่คนละห้องไม่งั้นเรื่องราวคงวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่พี่ชายทั้งสองหวงน้องสาวยังกะอะไรดีไม่น้อยไปกว่าพ่อหมาเลยนั่นคือเรื่องแรกแล้วก็มีเรื่องราวมากมายตามมาเป็นพรวนวีรกรรมสุดแสบที่ทำเอาวินตราหัวหมุนเป็นประจำโดยเฉพาะลูกชายคนโตที่ถอดแบบเขาออกมามากที่สุดวันนี้นัดกันว่าจะทานมื้อค่ำด้วยกันแต่เดนีสแวะไปเอาเค้กร้านโปรดที่เจ้าสามแสบชอบเลยช้ากว่ากำหนดการที่บอกเอาไว้ว่าจะตั้งโต๊ะอาหารหนึ่งทุ่มตรงแต่ตอนนี้ทุ่มครึ่งพ่อหมายังไม่เห็นแม้แต่เงาเดนอนวัยห้าขวบกอดอกรออยู่บนเก้าอี้ก่อนจะใช้นาฬิกาดิจิตอลของตัวเองต่อสายหาปลายทางวินตราเองก็นั่งรออย่างใจเย็นเช่นกัน“พ่อฮะจะกลับกี่โมงครับ” “อีกสิบนาทีถึงน่าไอ้ลูกชาย” “ระยะทางจากบริษัทถึงบ้านสามสิบห้าไฟแดงแต่ละแยกสองถึงสามนาทีถ้าขับด้วยความเร็วคงที่น่าจะกลับมาก่อนเวลาหนึ่งทุ่มตรงด้วยซ้ำ”“เฮ้! ไอ้ลูกหมาพ่อมีธุระนิดหน่อยตอนนี้จะถึงบ้านแล้วครับ” แม้น้ำเสียงตอนต้นจะติดโวยวายนิดหน่อยตามนิสัยของเจ้าตัวแต่พอเจอวินตราดุไปก่อนหน้าเลยอ่อนลงแต่ไอ้ลูกชายตัวดีเหมือนกำลังซักฟอกเขาเดนีสขุ่นเคือง
พอคลอดสองแฝดปุ๊ปคุณแม่ลูกสามอย่างวินตราก็ปิดอู่ทันทีอีกทั้งเดนีสเองก็ยินยอมพร้อมใจทำหมันเพื่อเป็นการให้คำมั่นสัญญาไปในตัวว่าเขาจะไม่ออกนอกลู่นอกทางจะรักแม่หมาเพียงคนเดียวไม่มีลูกนอกสมรสที่ไหนอีก!เดนอนวัยสองขวบเป็นพี่คนโตของสองแฝดชาย-หญิงซึ่งผู้ชายเป็น (New Male) เหมือนวินตราชื่อเดโนส่วนน้องเล็กเป็นเพศหญิงชื่อเดเลเนเป็นรุ่นหลานสามเดอ้อ…ห้าเดถ้านับลูกสาวของเดนิมที่ชื่อเดล่าและลูกชายชื่อเดโลเข้าไปด้วยเมื่อเด็กห้าคนมารวมตัวกันเมื่อไหร่ผู้ใหญ่ก็มักจะปวดหัวทุกทีคุณปู่คุณย่าก็พลอยหมั่นดูแลสุขภาพเพราะลูกชายคนสุดท้องอย่างเดนีนก็แว่วๆว่ากำลังจะมีหลานตัวน้อยให้ศศิภักดีเองเช่นกัน วินตราทำหน้าที่ของผู้บริหารและแม่ที่ดีได้อย่างไม่มีบกพร่องและสร้างสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานสำหรับแม่ลูกอ่อนด้วยกลายเป็นว่าบริษัทในเครือศศิภักดีต่างเป็นบริษัทที่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ต้องก็อยากจะตบเท้าเข้าทำงานและฝากชีวิตไว้ที่นี่กันทั้งนั้นเพราะผู้บริหารคำนึงถึงพนักงานเป็นหลักจึงทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีต่อทุกเพศสภาพและทุกสถานะ ตอนนี้พวกเขาย้ายออกมาอยู่บ้านใหม่ที่ไม่ไกลจากบ้านใหญ่คุณปู่คุณย่าไปหาได้สะดวกและฝากหลานได้สะดวกเช่น
“อื้อ” ความจริงเดนีสอยากจะถ่ายภาพนี้ของวินตราเอาไว้ แต่เขาก็กลัวว่าจะหลุดออกไป จึงทำได้เพียงบันทึกภาพสุดแสนอีโรติกนี้เข้าสู่สมองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อวินตรากระตุกเขาก็อมยิ้มดึงหางแมวออกดังเปาะ ก่อนกิจกรรมจะเริ่มวินตราได้ปูเตียงด้วยผ้าที่สั่งซื้อพิเศษ กันน้ำ พวกเขาเลยสามารถทำกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างว่าได้สนุกสุดเหวี่ยง เมื่อช่องทางหลังขยายได้ที่แล้ว เดนีสก็ส่งลิ้นร้อนเข้าไปแหย่รูนั้นที่หุบอ้า ๆ อย่างเชื้อเชิญ แลบเลียช่องทางเหมือนเลียไอศกรีมรสโปรด ตวัดลิ้นเร็วช้าสลับกันตามแต่ใจจะนำพา วินตรากระเถิบตัวหนี ไม่ไหว! เขาเสียวแทบขาดใจ แถมเสียงครวญครางก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอารมณ์วาบหวามที่กำลังพุ่งขึ้นสูงทุกวินาที แถมพ่อหมายังยกซดน้ำหวานจากช่องทางเหมือนตายอดตายอยาก วินตราเขยิบหนีครางเสียงกระเส่า“มะไม่ไหวอะ” ร่างกายเกร็งกระตุกส่วนหน้าหลั่งออกมาจนเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าขาและผ้าปูที่นอนแถมพ่อหมายังไม่หยุดระรัวลิ้นอีกวินตราหันไปกระชากผมที่เอาแต่ซุกก้นของเขาอย่างหื่นกระหายให้เงยหน้าขึ้นมา“เข้ามาได้แล้ว” เดนีสยันเข่าข้างนึงกับเตียงจับบั้นเอวนั้นที่แอ่นเชื้อเชิญเขาอย่างน่ารักค่อยๆสอดใส
ทางด้านเดนีสหลังจากทานมื้อเย็นกับพวกห้าสิงห์เขาก็แวะไปเอาของเล่นที่สั่งไว้เพื่อมาเล่นกับภรรยาโดยเฉพาะแต่รถดันติดเสียนี่…มาช้าเป็นชั่วโมงทั้งๆที่นัดกันดิบดีพอมาถึงห้องก็ต้องแปลกใจที่ข้างในมืดสนิทเดนีสเปิดไฟก่อนจะหอบกล่องอย่างทุลักทุเลเข้าไปในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับเตรียมจะจ๊ะเอ๋แม่หมากลับกลายเป็นว่าแม่หมาหลับไปแล้วซะงั้น…เพราะแบบนี้เลยเปลี่ยนแพลนกะทันหันย่องเบาเหมือนแมวหนีไปอาบน้ำยังไงก็ต้องได้กินของหวานแหละน่าเดนีสผิวปากอาบน้ำขัดตัวอย่างสบายใจเฉิบพอเขาออกจากห้องนำ้มาเท่านั้นแหละ…เรนเดียร์ตัวน้อยที่แกล้งหลับกำลังหันมามองเขาด้วยสายตาทรงเสน่ห์อย่างล้นเหลือเรียวปากยังชุ่มฉ่ำไปด้วยลิปกลอสนั่งขาแบะเป็นตัวเอ็มหันหลังให้เขานั้น…เดี๋ยวก่อนนะก็ว่าละทำไมภาพนี้มันคุ้นๆโปสเตอร์นั้นรูปเมียรักเขานี่เองให้ตายจะบอกไอ้พวกนั้นไม่ได้เด็ดขาดจะได้ลืมๆไป “วินตรา!” เดนีสตะโกนเสียงเข้ม“อย่าบอกว่านายแบบคือนาย”“ใช่” เดนีสอ้าปากค้างก่อนจะสาวเท้าไปหาคุณภรรยากระโดดทับด้วยความหึงหวง “อะไอ้บ้าเจ็บ” “เจ็บสิจะได้จำ” เดนีสขบย้ำๆที่หัวไหล่มนอย่างมันเขี้ยวตอนนี้แม่หมาสวมเพียงเกาะอกแดงตัวจิ๋วที่กระชากนิดเดียวก็คงจะ
“ทำได้ทำได้แน่นอนฉันจะไม่สปอยลูกอีก” มือขวายกสามนิ้วแต่มือซ้ายกลับไขว้กากบาทอยู่ด้านหลังพอเห็นเมียรักไม่พูดอะไรก็ปรี่เข้าไปคลอเคลียขอความเห็นใจทันที“ฉันรู้ฉันผิดเอาเป็นว่าวันหลังจะไม่แอบให้ขนมอีกถ้าลูกหิวต้องหิ้วท้องรอเพราะไม่ทำตามกติกากลุ่มโอเคไหม?” วินตรากอดอกเหลือบตามองอย่างคาดโทษก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ “เด็กคนหนึ่งกว่าจะโตต้องเลี้ยงทั้งหมู่บ้านต้องเคารพกติกากลุ่มลูกเรามักน่ารักสำหรับเราเสมอแต่ใช่ว่าจะน่ารักสำหรับคนอื่นที่สำคัญหากไม่สอนให้เขาเคารพกฎหมู่กฎระเบียบเล็กๆน้อยๆพวกนี้จะสอนเขาเมื่อไหร่?”“ฉันรู้ๆฉันผิดไปแล้ว” พ่อหมาแทบจะกราบกรานเขย่าแขนเมียตัวเองขอความเมตตา “วันหลังฉันจะให้ตายตัดสินจะถามนายก่อนโอเคไหม” วินตราถอนหายใจก่อนจะสงบสติอารมณ์“วันหลังห้ามทำอีก” “ฉันจะจำไว้และจะไม่ทำอีก” ก่อนจะเข้าไปจุมพิตกระหม่อมภรรยาโอบกอดหลวมๆแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจแต่สุดท้ายพ่อหมาก็คือพ่อหมาต่างก็ขบคิดหาวิธีที่ไม่ให้แม่หมาจับได้กลยุทธ์แพรวพราวมากขึ้นกลายเป็นถือหางลูกชายสุดๆในอีกยี่สิบกว่าปีให้หลังมีเพียงใบหน้าและแววตาที่เหมือนผู้เป็นแม่แต่นิสัยใจคอเหมือนรวมเอายีนด้อยและเด่นของพ่อแม่เข้าด้วยกั
ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาจวบจนแต่งงานมีพยานรักงานวันเกิดของเดนีสอีกฝ่ายไม่เคยเรียกร้องอะไรจากวินตราเลยมีแต่วันเกิดของเขาที่พ่อหมาตั้งใจรังสรรค์ออกมาอย่างใจป้ำโดยให้เหตุผลว่า“ฉันมีวันเกิดที่ดีมาเสมอทุกปีต่อแต่นี้ขอให้นายมีความสุขมีวันเกิดที่ดีในทุกๆปี” แม้ว่าภายในงานจะเรียบง่ายแต่ตราตรึงในใจของวินตราทุกครั้งกลับจากทำบุญสถานสงเคราะห์ต่างๆก็ไปวัดทำบุญถวายเพลอุทิศกรวดน้ำให้กับพ่อแม่ผู้ล่วงลับแต่ในปีนี้วันเกิดสามีของเขาวินตราก็อยากจะเซอร์ไพรส์และให้ของขวัญที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความรักดีๆที่สามีมอบให้เสมอมา วินตราเคลียร์ตารางตัวเองอีกทั้งเจ้าลูกหมาตัวน้อยก็อายุสิบเดือนกำลังตั้งไข่ฝึกเดินเกาะไปทั่วคอกกั้นเด็กที่สั่งทำพิเศษดูท่าจะได้ความแสบซนจากพ่อหมามาไม่น้อยแถมยังฉีกยิ้มหวานสองซี่ให้อีกต่างหาก “มาม่า”“ครับ” วินตราอุ้มลูกชายที่ร้องเรียกตอนนี้เดนอนกำลังฝึกออกเสียงสองพยางค์และรู้ความหมายของศัพท์มากขึ้นแล้ววินตราจะไม่ใช้ภาษาเด็กคุยแต่จะพูดคุยเหมือนกับว่าเดนอนเป็นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งเพียงแต่ว่าพูดช้าๆชัดๆเพื่อให้เด็กน้อยเข้าใจภาษาที่สื่อและสอดคล้องกับภาษากายที่กำลังแสดงอีกทั้งเจ้าหมาน้อยยังเลี้ยงง่
“อื้อ อะ” เสียง ตับ ๆ ของแก้มก้นที่ถูกหน้าขาโบยตี เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายที่สองปากกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะพากันไปแตะฝั่งฝัน สองร่างเกร็งกระตุกก่อนจะพากันทะยานไปถึงฝั่งพร้อมกัน วินตราหอบหายใจเหนื่อย สองขาสั่นเทา เดนีสเองก็เช่นกัน ก่อนจะวางขาลงแต่ช่วงล่างที่สอดประสานกลับคาเอาไว้เพื่อรอให้เมล็ดพันธ์ุหลั่งออกมาทุกหยาดหยด เขาฟุบหน้าลงบนซอกคอขาวที่ทั้งหอมและน่าขย้ำให้เลือดกระฉูด ได้แต่เพียงดอมดมสูดกลิ่นอายของภรรยาเข้าไป แม้ในใจอยากจะฝากร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้แค่ไหนก็ตาม เพราะวินตราหน้าบาง เดนีสเลยเลือกที่จะแต่งแต้มร่างกายที่ขาวเหมือนน้ำนมแพะตามร่มผ้า โดยเฉพาะป้านนมที่มีรอยฟันของเขาประทับเอาไว้เป็นวงกว้าง ต่อให้พรุ่งนี้จะโดนเมียรักเฉ่งจนหูดับก็คุ้มค่า“เอาออกไปได้แล้ว” วินตราว่าพลางดันตัวหมายักษ์ที่นอนทับเขาแทบหายใจไม่ออก“อุ่นขนาดนี้ขอต่อเวลาอีกหน่อย”“หมดเวลาแล้ว”“ใจร้ายกินฉันแล้วถีบหัวส่งเลยนะ” ฝ่าเท้ากำลังจะทำท่าถีบเอวสอบที่เริ่มขยับเบาๆ “เดี๋ยวถุงก็แตกหรอก”“ถ้าแตกฉันจะตั้งทนายฟ้องเลยเอ้า” “ไอ้บ้า” วินตราเอ็ดเบาๆ “นี่ฉันถามไอ้หมอหัสดินมาแล้วหลังคลอดช่วงที่ให้นมยังไม่มีประจำเดือนไม
วินตราไม่รู้ว่าความรักของเราจะมีวันหมดอายุหรือเปล่า แต่ผู้ชายคนนี้ขยันเติมหยอดความหวาน ความรักให้เขาไม่รู้จักเบื่อ การมีเพื่อนคู่คิด มีคนนอนเป็นเพื่อนมันดีกว่าอยู่คนเดียวจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เป็นแสงสว่างนำทางเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แม้ว่าบางครั้งจะบ้า ๆ บอ ๆ ก็เถอะ แต่สำหรับวินตราตั้งแต่เขาได้มาเจอกับผู้ชายคนนี้ชีวิตก็มีสีสันขึ้นมาทันตา และความสุขที่คิดว่าไม่มีอยู่จริงก็อยู่ตรงหน้าในทุก ๆ วัน พร้อมกับลูกน้อยที่เขารักที่สุด และสัญญากับตัวเองว่าจะเป็นแม่ที่ดี ไม่ทำให้ลูกน้อยต้องมีแผลใจเหมือนอย่างตน สร้างครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุขไปด้วยกันตราบนานเท่านานพ่อหมาทำตัวดีขนาดนี้จะไม่ให้รางวัลได้ยังไง!รถยนต์มาจอดบนเขาลานจอดรถโล่งกว้างแต่กลับไม่มีรถคันอื่นสักคันเบื้องล่างเป็นภาพวิวของชานเมืองแสงสว่างเหลืองอร่ามของบ้านเรือนรถราแสงเหลืองส้มไหลติดกันเป็นเส้นเดียววินตราจอดรถเดนีสเองก็ถามด้วยความสงสัยปกติแม่หมาเลิกงานแทบจะเหยียบมิดไมล์เพื่อรีบกลับไปหาเจ้าก้อนแต่ไหงวันนี้มาแปลก“มีอะไรหรือเปล่า” เดนีสเลียบเคียงถามวินตราปลดเนกไทตัวเองช้าๆเดนีสลอบกลืนน้ำลาย“ชวนมาดูดาว” เดนีสหูตั้งแต่ยังคงรักษาท่าทีร