การซ้อมดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง แม้ยูแอลจะพยายามมองที่กระจกและตั้งใจซ้อมแค่ไหนแต่ก็ต้องสบตากับจีเซลผ่านกระจกทุกครั้ง หรือไม่ก็จีเซลตั้งใจหันมองเธอโดยที่เธอมองเห็นสายตาของเขาผ่านกระจกบานใหญ่นั้น และแน่นอนว่าคนอื่นๆ ก็เห็นเหมือนกันว่าจีเซลไม่ค่อยมีสมาธิซ้อมเท่าไหร่นัก
“ผิดแล้ว!จีเซล!นายตั้งใจซ้อมหน่อยสิวะ!” ซันชายน์อดที่จะหันไปดุเพื่อนรุ่นน้องร่วมวงของเขาไม่ได้ ในขณะที่เขาสอนท่าเต้นอยู่แต่จีเซลกลับไม่ได้สนใจมองที่เขาสอนจนเต้นผิดไปหมด จีเซลเองก็ยืนหน้าสลดหลังจากโดนเพื่อนร่วมวงว่า...เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสมาธิเลยจริงนั่นแหละ
“ขอโทษครับ...”
“เอาล่ะๆ พักสักหน่อยเถอะ”
ดีนเลือกที่จะตัดบท ถึงคนอื่นๆ ในวงจะไม่รู้ว่าจีเซลไปมีเรื่องอะไรมา แต่พวกเขาก็เลือกที่จะให้พักซ้อมเผื่อว่าอะไรๆ จะดีขึ้น เมื่อได้ยินอย่างนั้นคนอื่นๆ ก็ต่างพากันไปดื่มน้ำนั่งพัก ยูแอลเองก็ถูกซาซ่าและเกรซลากออกไปยังมุมห้องซ้อมเหมือนกัน
“ยัยแอล!เกิดอะไรขึ้น? คนที่มาหาแกคือซีอีโอใช่ไหม?” ซาซ่าเอ่ยถามหน้าตาตื่น
“อืม...”
“มิน่าล่ะ...มีเรื่องกันเหรอ? หน้าของจีเซลมีรอยช้ำด้วย...อย่าบอกนะว่า....” เกรซพูดเสริม
“อือ....”
ซาซ่าและเกรซถึงกับเอามือทาบอกไม่ต้องพูดอธิบายอะไรให้มากมายก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแม้ว่าเพื่อนสาวอย่างยูแอลจะตอบสั้นๆ แค่คำเดียวก็ตาม ทั้งสามคนไม่ทันได้พูดอะไรกันไปมากกว่านั้นจีเซลก็เดินพรวดพราดเข้ามาคว้าข้อมือเล็กของยูแอลเดินออกจากห้องซ้อมไปทันทีท่ามกลางสายตาที่งุนงงของแดนเซอร์คนอื่นๆ ...เพราะไม่มีใครรู้เรื่องพวกเขา...มันจึงเป็นเป้าสายตาและเป็นที่น่าสงสัย...
“จีเซล...เดี๋ยวก่อน”
“............”
จีเซลเงียบตลอดทางที่ลากเธออกมาจากห้องซ้อมก่อนจะหยุดไม่ไกลหน้าห้องมากนัก เขาดันเธอเข้าไปติดที่กำแพงพร้อมกับแขนแกร่งค้ำยันกำแพงนั้นกั้นเธอไว้ไม่ให้หนีเขาอีก ยูแอลสบสายตาที่จริงจังของจีเซลก็ไม่กล้าที่จะทักท้วงใดๆ ได้แต่ยืนเงียบมองเขาอยู่อย่างนั้น
“...ช่วยอธิบายเถอะครับ...เห็นแบบนั้นแล้วผมสงบใจไม่ได้จริงๆ”
“จีเซล เรื่องนี้...เราค่อยคุยกันหลังซ้อมเสร็จได้ไหม?”
“..........”
“ฉันอยากให้นายโฟกัสที่งานของนายก่อน ไม่ใช่ที่ฉัน”
“.........”
“ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้นายที่พยายามอย่างหนักเพื่องานต้องมาเสียงานเพราะฉันหรอกนะ”
ยูแอลพูดพร้อมกับเอามือดันอกแกร่งของจีเซลให้ออกห่างเธอ จีเซลขบกรามแน่นอย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับที่เธอพูดนัก...มันควรจะเป็นอย่างที่ยูแอลบอกจริงๆ เขาต้องโฟกัสกับงาน....แต่ถึงอย่างนั้น....
จีเซลจับข้อมือเล็กของเธอข้างที่ผลักอกเขาไว้แน่นพร้อมกับดึงเธอเข้ามาชิดตัวเขา ก่อนที่เขาจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดร่างเล็กนั้นแน่นราวกับว่ามันจะหายไป...ความรู้สึกภายในใจร้องบอกตัวเขาอย่างเอาแต่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขาไม่ใช่ของใครทั้งนั้นและจะเป็นของเขาเพียงคนเดียว...
“คืนนี้พี่ต้องกลับกับผม...และอธิบายทุกอย่างให้ชัดๆ”
“อะ...อือ...ก็ได้อยู่หรอก”
“อธิบาย...บนเตียง...”
“ฮะ? ...เอ่อ...จีเซล...”
ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อเสียงกระซิบของเขาใกล้ใบหูเล็กของเธอ น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความต้องการเด่นชัดจนรู้สึกเขิน...ความต้องการที่จะครอบครอง... ลมหายใจร้อนของเขาพ่นข้างใบหูเล็กจนใจสั่น...เพราะไม่เคยไปด้วยกันแบบไม่เมาเลยสักครั้ง...แบบนี้เธอคิดว่าต้องหาอะไรย้อมใจก่อนจะไปกับเขา
“ห้ามดื่มนะครับ...ผมอยากให้พี่รับรู้แบบมีสติ...ว่าพี่เป็นของผมยังไง” จีเซลพูดดักอย่างรู้ทันความคิดของคนตรงหน้า
“นะ...นายกล้ามากนะจีเซลที่พูดแบบนั้น ทั้งที่เรายังไม่ได้....”
“ผมคิดว่า เราน่าจะเป็นมากกว่าแค่การคุยกันแล้วนะครับ...”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ นายน่ะ...แค่จีบฉันเองนะ”
ยูแอลพูดพร้อมกับทำหน้าดุแบบทีเล่นทีจริงทั้งที่ตัวเองก็เขิน เธอดุเพื่อสู้สายตาเฉี่ยวของเขา แต่จีเซลกลับไม่ได้มีสีหน้าที่เล่นด้วยกับเธอเลย แววตาสีหน้าของเขาดูจริงจังจนน่าหวั่นใจ จีเซลที่เคยยิ้มแย้มอ่อนโยนได้ถูกแทนที่เป็นจีเซลเวอร์ชั่นหล่อร้ายยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ไปเสียแล้ว...ซึ่งมันไม่ดีต่อใจเธอเลย...จากที่เธออายุมากกว่ากลับรู้สึกว่าตัวเธอเล็กนิดเดียวเหมือนกับเด็กสาวยังไงอย่างนั้น...ออร่าแบบนี้ของเขามันอะไรกัน....ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน...ความฮอตที่แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติแบบนั้น...
“ผมบอกแล้วว่าเราเป็นมากกว่านั้นไปแล้ว คนจีบกันที่ไหนเขา....”
“ไม่ต้องพูดเลยนะ...”
ยูแอลรีบเอามือขึ้นไปปิดปากชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับมองซ้ายมองขวาอย่างระแวงระวัง เขาจะพูดมากไปกว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวคนอื่นอาจจะผ่านมาได้ยินก็แย่กันพอดี จีเซลหลุบตามองคนตัวเล็กก็พอจะรู้ว่าเธอกังวลเพราะอะไรทำไมถึงไม่ให้เขาพูด...เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ยิ่งไม่อยากที่จะเสียเธอไป....เขาจะพยายามรักษาเธอไว้ข้างกายไม่ว่าทางไหนก็ตาม...
“หมดเวลาพักแล้ว...นายต้องตั้งใจซ้อมนะรู้ไหม?”
จีเซลยอมพยักหน้ารับคำ ก่อนที่ยูแอลจะยอมปล่อยมือออกจากริมฝีปากของเขา จีเซลอดมองว่าคนตัวเล็กว่าน่ารักไม่ได้จริงๆ ผู้หญิงอะไรยิ่งมองยิ่งรู้สึกหลง...ไม่ใช่แค่สวย...ทั้งความสามารถและความคิดของเธอมันแตกต่างไปจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา...ไม่มีความงี่เง่าแม้ว่าเขาจะต้องห่วงชื่อเสียงของตัวเองก็ตาม เผลอๆ เธอห่วงชื่อเสียงของเขามากกว่าตัวเขาเองเสียอีก...
ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ยูแอลก็หันไปพยักเพยิดหน้าทางประตูเป็นเชิงบอกให้เขาเดินเข้าห้องซ้อมก่อน จีเซลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแต่ก็ยอมเดินเข้าห้องไปก่อนโดยมีเธอเดินตามเข้ามาทีหลัง ภายในห้องเริ่มรวมตัวกันเพื่อซ้อมรอบต่อไป...
คราวนี้จีเซลมีสมาธิมากขึ้นในการซ้อม แม้ในหัวจะคิดถึงแต่เรื่องของยูแอล...เรื่องที่เขาเคยเจอกันกับเธอมาก่อนหน้านี้...ตอนที่ยูแอลยังเป็นของเขาคนนั้น ถึงยูแอลจะจำเขาไม่ได้ก็ตาม แต่สำหรับจีเซลเขาไม่เคยลืมผู้หญิงที่นั่งร้องไห้อยู่ริมสวนสาธารณะตอนตีสามได้เลย...
“ขอโทษที ขอเวลานอกสักครู่”
ในขณะที่ซ้อมโชว์การแสดงของวงบียอนด์อยู่ ชายในชุดสูทแฟชั่นสีดำเดินเข้าห้องมาก่อนที่ทุกคนจะหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วหันไปโค้งคำนับกล่าวสวัสดีผู้ที่เข้ามาเยือน ที่คนอื่นๆ จะแตกตื่นกันใหญ่โตเมื่อเห็นผู้ที่ติดตามชายในชุดสูทสีดำนั้นมาด้วย...แน่นอนว่าสาวๆ ในทีมแดนเซอร์ต่างกรี๊ดกร๊าดกันไม่หยุด เขาคือชายหนุ่มวัย38ในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนใบหน้าหล่อเหลาดวงตาคมสีดำขลับดูมีเสน่ห์น่าค้นหา อดีตนักร้องชื่อดังที่สุดในช่วงยุคหนึ่งซ้ำยังครองตำแหน่งที่หนึ่งมาเป็น10ปี ก่อนจะผันตัวมาเป็นซีอีโอและเปิดค่ายเพลงเป็นของตัวเอง...
แต่...คนที่ดูไม่ยินดีคงจะไม่พ้นจีเซลและยูแอลที่จ้องมองชายหนุ่มในชุดสีน้ำตาลอ่อนนั้นเขม็ง ยูแอลจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ การคุยงานของเขาถึงได้มาจบที่ห้องซ้อมของพวกเธอและวงบียอนด์
“สวัสดีครับประธานทั้งสอง”
ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำทีมนักเต้นหรือแดนเซอร์ของยูแอลเดินเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม แน่นอนว่าหัวหน้าคนนี้อยู่กับเธอมานานส่วนคนอื่นๆ คือคนที่พึ่งรับเข้ามาหลังจากที่นักเต้นในทีมคนเก่าได้ลาออกไปบ้าง จะเหลือก็แต่ เธอ เกรซ ซาซ่าและหัวหน้าทีมเท่านั้น
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับคุณแจ็คกี้”
เจซียิ้มและยื่นมือเข้าไปทักทายแจ็คกี้ผู้เป็นหัวหน้าทีมเต้นก่อนจะปรายสายตามองยูแอลเล็กน้อย แจ็คกี้เองก็ยิ้มร่าเหมือนดีใจที่ได้เจอกับเจซีอีกครั้ง แน่นอนสิ...พวกเขาร่วมงานกันมานาน...คนที่พายูแอลมาเจอเจซีก็คือแจ็คกี้นี่แหละ...
“ว่าแต่...ประธานคริสมีอะไรหรือครับ?”
ดีนเป็นผู้ที่เริ่มถามเพราะมันคือเวลาซ้อมของพวกเขา จะต้องมีเรื่องสำคัญมากแน่ๆ ประธานค่ายถึงได้มาถึงห้องซ้อมแบบนี้ คริสหันไปพยักหน้ายิ้มๆ ให้ดีน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อ๋อ...เรื่องทีมนักเต้นน่ะ”
สมาชิกในวงบียอนด์หันมองหน้ากันไม่ต่างจากทีมนักเต้น มีเพียงจีเซลเท่านั้นที่จ้องมองเจซีพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมา...ถือว่าให้เกียรติคริสผู้เป็นประธานค่ายของเขาเอง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ดีนที่เป็นหัวหน้าวงเป็นคนถาม...ไม่อย่างนั้นเขากับเจซีคงได้มีเรื่องกันอีกยกแน่ๆ และเรื่องของเขากับยูแอลก็จะรั่วไหล
“ครับ? ทีมผมทำไมหรือครับประธาน?” แจ็คกี้เอ่ยอย่างนึกสงสัย
“แต่เดิมฉันเซ็นสัญญาจ้างทีมเต้นมาประจำที่ค่าย B-Kris แต่ทางค่ายJC เขาเองก็ต้องการนักเต้นเก่าที่เคยร่วมงานด้วยเหมือนกัน จึงมีการเปลี่ยนสัญญานิดหน่อย...เห็นว่าคุณเจซีจะกลับมาทำเพลง ฉันเองก็เป็นแฟนคลับคุณเจซีซะด้วยสิ จึงมีการให้ยืมเช่าทีมนักเต้น โดยที่คุณเจซียอมจ่ายไม่อั้น...นายคิดว่ายังไงล่ะแจ็คกี้”
คริสเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อพูดถึงเรื่องการกลับมาทำเพลงเดี่ยวของเจซี อดีตนักร้องระดับโลกหลังจากที่เลิกทำเพลงไปหลายปีและผันตัวมาเป็นเจ้าของค่ายเพลงดังที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจของเขา สำหรับคริสมันก็ดีกว่าการที่เจซีจะดึงตัวนักร้องในวงบียอนด์ไปเป็นของตัวเองอย่างที่เจซีขู่ไว้ถ้าเขาไม่ยอมให้ทีมนักเต้นทีมนี้...คริสเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเจซีถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นเพื่อทีมนักเต้นของแฟนเก่านัก...แม้สมัยยังดังจะเคยเป็นข่าวเรื่องนี้ เจซีก็ไม่เคยออกมาพูดอะไรหรือแม้แต่ออกมาปฏิเสธ เขาแค่ปล่อยผ่านไป...แต่คนในวงการนี้รู้เรื่องนั้นดีว่าเขาซุ่มคบกับนักเต้นสาวมานานถึง10ปี...
“แล้วเรื่องค่า....”
“คุณแจ็คกี้เรียกมาเท่าไหร่ผมจ่ายให้ตามต้องการครับ”
เจซีพูดขึ้นเหมือนรู้ทันว่าแจ็คกี้ตั้งใจจะถามเขาเรื่องอะไร เพราะเขาเองก็ทำงานกับแจ็คกี้มานานตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ ด้วยซ้ำทำไมจะไม่รู้นิสัยชอบเงินของแจ็คกี้ล่ะ มันเลยเป็นการง่ายที่เขาจะดึงให้ยูแอลมาอยู่ใกล้ตัว...ทุกปัญหามันแก้ได้ด้วยเงิน อยากได้อะไรมันก็แค่ต้องใช้เงิน...นั่นคือสิ่งที่เจซีคิด...
“ถ้าคุณเจซีว่าอย่างนั้นพวกผมก็ยินดีครับ”
“พี่แจ็ค!ทำไมไม่ถามคนในทีมก่อนล่ะคะ”
ยูแอลแย้งขึ้นโดยที่แจ็คกี้ยังคงยิ้มร่าเมื่อได้คำตอบที่ต้องการ อำนาจของเงินมันน่ากลัวจริงๆ ...แจ็คกี้ที่ได้ยินยูแอลท้วงอย่างนั้นก็หันไปมองเธอทั้งที่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มอย่างปริ่มสุข ก่อนจะตอบเธอแบบที่เธอแย้งไม่ได้
“ก็ไม่เห็นใครมีปัญหานี่...ถ้าทำแล้วได้เงินเพิ่มขึ้น จริงไหมพวกเรา”
นักเต้นคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างตื่นเต้น การที่ดาวค้างฟ้าจะหวนกลับมาเฉิดฉายใครๆ ก็ต่างอยากจะร่วมงานด้วยทั้งนั้นแถมยังได้ค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากที่เจซีจะจ่ายแยกให้อีกต่างหากจึงไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธนอกเสียจากคนรักเพื่อนอย่างซาซ่าและเกรซที่ดูไม่ค่อยจะยินดีเท่าไหร่ซ้ำยังหันมองหน้ากันไปมากับยูแอลอย่างนั้น ...จะแย้งได้ยังไงในเมื่อเสียงข้างมากเป็นเอกฉันท์... แล้วอย่างนี้มันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไปล่ะ..
“แล้วให้เริ่มงานวันไหนดีครับคุณเจซี?”“วันนี้ทีมเลิกซ้อมห้าโมงเย็นใช่ไหมครับ? เริ่มหนึ่งทุ่มวันนี้เลยครับ”เจซีตอบแจ็คกี้อย่างยิ้มแย้มแต่สายตากับไม่ได้อยู่ที่คู่สนทนาด้วยเสียเท่าไหร่ เขากลับเอาแต่มองไปทางยูแอลไม่วางตา และเธอเองก็จ้องมองเขากลับด้วยสายตาบ่งบอกว่าไม่อยากคิดว่าเขาจะทำแบบนี้ เธอเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าที่เขาทำไปทั้งหมดเป็นเพราะเธอ...อาจจะเป็นแค่เกมที่เขาอยากจะเอาชนะชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น...ทุกอย่างมันดูกะทันหันไปหมด ยูแอลอดไม่ได้ที่จะหันไปมองจีเซลผู้ที่นัดเธอไว้ก่อนแล้ว ซึ่งตอนนี้สายตาของจีเซลมองไปยังเจซีอย่างไม่เป็นมิตร แล้วเขาจะพูดแย้งอะไรได้ล่ะ...เวลาที่ยูแอลไม่อยากให้มาถึง...มันก็ได้มาถึง...ยูแอลมองนาฬิกาที่อยู่เหนือกระจกบานใหญ่ด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ใบหน้าสวยดูเรียบนิ่งไร้อารมณ์ก็จริง แต่แววตาของเธอกลับดูเศร้าซึมเหมือนครั้งแรกที่จีเซลได้พบเธอ ไม่ได้มีแค่จีเซลที่มองไปทางยูแอล สมาชิกวงบียอนด์ต่างก็มองไปทางเธอทุกคน...ตั้งแต่ที่พวกเขายังไม่มีชื่อเสียงพวกเขาก็ได้ยินข่าวของรุ่นพี่อย่างเจซีอยู่บ้าง ทุกคนรู้ดีว
เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้วจึงเห็นใจ...หรือว่ารู้สึกสงสารหลังจากที่เห็นแววตาเศร้าผ่านนัยน์ตาคมของเขา...หรือว่าเป็นเพราะยังรักและห่วงเขากันแน่ ถึงได้พาตัวเองมาอยู่ข้างๆ เขาตามที่เขาร้องขอในตอนนี้ ทั้งที่ความจริงเธอจะกลับเลยก็ได้ จะปฏิเสธก็ได้...ทำไมถึงไม่ทำ...ยูแอลนั่งอยู่ในสตูดิโอส่วนตัวของเจซีในตึกสูงที่ประดับป้ายหน้าตึกว่า JC Entertainment บรรยากาศที่เจซีพยายามสร้างขึ้นเหมือนเมื่อก่อนที่พวกเขาเคยรักกัน...แต่ยูแอลกลับไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิม ในตอนนี้เธอกลับไร้ความรู้สึกใดๆ เพียงแค่ต้องการจะอยู่เป็นเพื่อนให้เขาดีขึ้นจากความรู้สึกแย่ๆ เท่านั้น ภายในใจของเธอตอนนี้กลับคิดถึงจีเซลเสียมากกว่า เธอก้มมองโทรศัพท์ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่...ก็ไม่เห็นสายเรียกเข้าหรือข้อความใดๆ ส่งมาเลย...เขายังไม่เลิกงานหรือเปล่านะ...“หนูลองมาฟังเพลงที่พี่แต่งสิ เพลงนี้พี่ตั้งใจจะแต่งขึ้นโชว์เลยนะ...หนูว่าดีไหม?”เจซีหันมาพูดกับยูแอลที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างๆ ยูแอลหันไปทางเขาเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ เป็นการบอกว่าเธอจะฟ
ค่ำคืนที่แสนอบอุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ร่างสูงเดินถือดอกกุหลาบสีขาวเดินไปหยุดตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าหล่อคมเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างชั้นสองที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวอยู่ เขาก้มลงดอมดมดอกกุหลายที่ตั้งใจซื้อมาก่อนจะเงยหน้ามองตรงไปยังหน้าต่างบานเดิมอีกครั้ง“ยูแอล!”โฮ่งๆ โฮ่งๆ ...ในขณะที่เสียงทุ้มเรียกชื่อแฟนสาวของเขา น้องหมาน่าตาน่ารักก็ยังคอยส่งเสียงเห่าช่วยราวกับว่าคุ้นชินกับเขามานาน หรืออาจจะเป็นเพราะเขามาที่นี่บ่อยๆ ไม่นานนักผ้าม่านของหน้าต่างบานนั้นก็เปิดออกพร้อมกับชะโงกหน้าลงไปมองคนที่มายืนเรียกชื่อตน ก่อนใบหน้าสวยจะยิ้มร่าออกมาและรีบวิ่งลงมาจากชั้นสองเพื่อมาหาคนที่ยืนรอเธออยู่หน้าบ้านอย่างดีใจทั้งสองยืนอยู่ไม่ไกลกันนักมีเพียงรั้วไม้ระดับเอวกั้นเอาไว้ ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีขาวใส่เสื้อฮู้ดแขนยาวตัวใหญ่สีเทาคลุม กางเกงวอร์มสีเทาเข้ากับเสื้อนอกของเขา ชายหนุ่มยื่นดอกกุหลาบในมือให้เธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม...มันเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วดูอบอุ่นใจและดูมีเสน่ห์ สายตาคมของเขาจ้องมองเธอด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม&nbs
สายตาเฉี่ยวยืนจ้องมองหญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่นานเหมือนต้องมนต์สะกด ไหนจะผิวขาวเนียนที่ต่างจากคนปกติธรรมดาในชุดสายเดี่ยวนั่นอีก มองดูก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่ดูแลตัวเองและเขาก็คิดว่าเธออาจจะเป็นดารานักแสดงไม่ก็นักร้องวงใดวงหนึ่งก็ได้ ดูจากใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมาปาดน้ำตานั้น...ผู้หญิงอะไรขนาดร้องไห้ยังสวยเลย แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาชื่นชมเธอตอนนี้ มันน่าแปลกที่เห็นเธอร้องไห้เขากลับเศร้าใจตามไปด้วย“ใบหน้าสวยๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะครับ”ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดใส่หมวกเบสบอลปิดบังใบหน้าหล่อๆ อีกทั้งยังใส่แมสทำให้ยูแอลที่เงยหน้าขึ้นมาถึงกับผงะและจ้องมองเขาอย่างระแวง แม้ว่าชายหนุ่มจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอก็ตาม...กลางดึกแบบนี้ใครจะไปคิดดีได้ล่ะ ...เขาอาจจะเป็น...“ผมไม่ใช่โจรหรอกครับ...ผมแค่มาพักผ่อนแล้วบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงคุณ”“...พักผ่อน? ...ตอนกลางคืนน่ะหรือคะ?”เหมือนว่าเขาจะรู้ความคิดของหญิงสาวจึงได้รีบชิงพูดขึ้นก่อน แต่ก็ยังไม่คลายความระแวงของหญิงสาว เธอยั
“จะมาเที่ยวที่นี่ทำไมหนูไม่บอกพี่คะ?”เจซีเดินเข้ามาหายูแอลที่โต๊ะข้างๆ หลังจากที่เธอเดินมาเข้ามาหาเพื่อนๆ ของเธอ ใบหน้าของเขายังคงยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตีหน้าซื่อจนทำให้ยูแอลที่จ้องมองเขานิ่งนึกระอาที่เขาเป็นแบบนี้ เป็นแบบที่เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็น...โกหกได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่ทำกับเธอแบบนั้นรวมถึงคนที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนของเธอก็เช่นกัน และไหนจะคนทั้งวงของเขาที่ปิดเรื่องนี้มิดราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าโง่ ยูแอลเลื่อนสายตาไปยังโต๊ะที่เจซีพึ่งจากมาก็เห็นว่าคนในวงของเขาอยู่ครบ แต่กลับไม่เห็นเพื่อนสาวคนสนิทที่หักหลังเธอแล้ว“หืม? อะไรหรือคะ? อยากย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหมล่ะ?”“ไม่เป็นไรค่ะ แอลอยากจอยกับเพื่อน”“ไม่ใช่ว่าจะมาแอบเหล่มองผู้ชายคนอื่นใช่ไหมคะ? พี่หวงนะ”ยูแอลได้แต่ทำหน้านิ่งตอบคนที่พูดหยอกล้อเธออย่างเริงร่าไม่รู้สึกรู้สาอะไร แม้แต่ความรู้สึกผิดยังไม่มีนัยน์ตาของเขาเลยสักนิด ยิ่งมองคนตรงหน้าปั้นหน้าโกหกเธอยิ้มแป้นออกมาแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเ
หลังจากคืนนั้นยูแอลตื่นขึ้นมาตอนฟ้าสาง เธอหนีออกมาจากคฤหาสน์หลังโตโดยที่เจซียังไม่ตื่นด้วยซ้ำ พาร่างกายอันบอบช้ำรวมถึงหัวใจที่บอบช้ำเดินโซซัดโซเซมาไปตามทาง ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสาวที่ไว้ใจ เธอนั่งมองเหม่อที่ป้ายรถเมล์ไม่สนสายตาผู้คนที่เริ่มมารอรถเพื่อทำงานและใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา แม้ผู้คนพลุกพล่านก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเธอกระเตื้องขึ้นบ้างเลย มันยังคงเต้นช้าลงราวกับว่าหมดแรงที่จะเต้นต่อไปแล้ว เธอจำไม่ได้เลยว่าเรื่องที่เกิดชึ้นเมื่อคืนมันเป็นยังไงต่อ ทำไมเธอถึงกลับมายังคฤหาสน์ของเจซีได้ แต่ที่รู้ๆ ...เธอปวดร้าวร่างกายตัวเองอย่างมาก...นั่นทำให้เธอไม่อยากที่จะจินตานการอะไรต่อ...“แอล...แก...”ไม่นานเกินรอเพื่อนสาวอย่างเกรซที่พ่วงซาซ่ามาด้วยเดินลงมาจากรถที่จอดเลยจากป้ายไปนิดหน่อย เพื่อนทั้งสองเห็นสภาพเพื่อนของตัวเองที่รอยช้ำเป็นจ้ำๆ เต็มตัวก็อดที่จะสงสารเพื่อนสาวไม่ได้ ทั้งสามคนโผเข้ากอดกันแน่นปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมันอย่างห้ามไม่อยู่และไม่สนใจใครทั้งนั้น....จากเหตุการณ์นั้นทำให้ยูแอลเลือกที่จะหลบหน้าเจซีมาโดยตลอด
“บ้านคุณอยู่ทางไหนครับ?”จีเซลหันไปเอ่ยถามยูแอลที่ตอนนี้ขึ้นมานั่งอยู่บนรถของเขาหลังจากที่นั่งแท็กซี่กลับมายังตึกใหญ่ค่ายเพลงของเขา ตัวเธอเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอใจกล้าที่จะมากับเขา ยูแอลหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ ฝั่งคนขับ ภายในสมองมีความคิดที่อยากจะลองใจตัวเองมากกว่านี้ อยากจะรู้ว่าตัวเองจะกล้ามากกว่านี้อีกไหม เพราะตอนที่มากับเขาเธอไม่มีอาการแพนิคอย่างที่เธอเคยเป็น มันทำให้เธอแปลกใจไม่น้อยระคนสงสัยว่าเป็นเพราะน้ำสีใสฤทธิ์แอลกอฮอล์แรงหรือเป็นเพราะเขา...เป็นที่ตัวบุคคล จีเซลยังคงเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอคำตอบเตรียมที่จะสตาร์ทรถไปส่งเธอ แต่...“คุณยู....”คำพูดถูกกลืนเข้าไปกับริมฝีปากกระจับนั่นโดยไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว เขาไม่ได้คิดที่จะรวบรัดตัดตอนเธอเลยสักนิด แต่กลับโดนเธอจู่โจมก่อนเสียอย่างนั้น ลิ้นเล็กเริ่มซุกซนชอนไชเข้าไปในโพรงปากเป็นเชิงหยอกล้อ ด้วยสัญชาตญาณมีหรือที่เขาจะปฏิเสธรสจูบที่แสนเร่าร้อนนั้น มือหนาทั้งสองจับไหล่เพรียวประคองเธอที่โน้มตัวเข้ามาหาเขาไว้ เขาไม่อยากให้มั
พูดจบริมฝีปากได้รูปก็ช่วงชิงประทับริมฝีปากอิ่มเอิบทันที ลิ้นหนาแทรกแซงเข้าไปในโพรงปากเล็กหยอกเย้าลิ้นเล็กที่กล้ามาซุกซนกับเขาในตอนแรก ก่อนที่แขนแกร่งทั้งสองข้างจะคว้าร่างบางขึ้นมานั่งบนตักตน เขาหยัดตัวลุกขึ้นทั้งอย่างนั้นโอบอุ้มร่างบางขึ้นจนตัวลอยทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ยอมละจากรสจูบเลย สองแขนเรียวกอดรัดคอหนายินยอมก้มหน้าลงรับจูบของคนที่อุ้มตนอยู่นักร้องหนุ่มที่ว่าแพรวพราวเจ้าเสน่ห์แค่บนเวทีเท่านั้น บัดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเขาทรงเสน่ห์มากบนเวทีรักต่างจากคนอื่นเขาเล่าลือกันว่าเขาเป็นคนจืดชืดขี้อายเมื่อสปอตไลท์ดับลง...แขนแกร่งค่อยๆ ประคองร่างบางลงบนเตียงกว้างสีน้ำเงินเข้มอย่างอ่อนโยน แต่รสจูบของเขากลับไม่ได้อ่อนโยนเลย...มันช่างดูหิวกระหายราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเธอ“แน่ใจใช่ไหมครับ? หยุดตอนนี้ยังทันนะครับ”ละจากจูบมองใบหน้าสวยแล้วตั้งคำถามด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง ยูแอลจ้องมองเขาทั้งที่แขนเรียวของเธอยังคล้องคอหนาไม่ปล่อย เธอพยักหน้าเบาๆ ด้วยสายตาที่ออดอ้อน ยิ่งเห็นสีหน้าของเธอที่แตกต่างจากทุกที เขาก็ยิ่งอยากเห็นมากกว่านี้ข
จากการออกไปเดทดินเนอร์หลายๆ ที่ด้วยกัน จากที่ขอทำงานเต้นก็ได้ทำและเธอก็ได้สร้างทีมนักเต้นทีมใหม่ขึ้นมาโดยมีซาซ่าและเกรซเป็นผู้ร่วมทีม แถมยังเปิดรับสมัครนักเต้นคนอื่นๆ ที่อยากร่วมงานอีกด้วย จากการกดดันของวงบียอนด์ที่ให้ประธานค่ายอย่างคริสต้องเซ็นสัญญารับทีมของยูแอลเข้ามาเป็นนักเต้นหลักในค่าย แต่ยังคงมีวงอื่นจากค่ายอื่นมาจ้างงานได้และมันต้องผ่านการแสกนจากวงบียอนด์ก่อนยูแอลได้กลับมาเฉิดฉายบนเวทีอีกครั้ง และแน่นอนมาเธอเป็นที่สนใจของไอดอลหนุ่มหน้าใหม่อีกหลายวงๆ จนจีเซลต้องตามไปคุมแทบจะทุกงาน จากที่ยุ่งๆ อยู่แล้วยุ่งกว่าเดิมเสียอีก ไอดอลที่ว่างานเยอะยังไม่เท่ายูแอลตอนนี้เลย...เธอไม่ได้งานเยอะแต่เธอบ้างานจนแทบจะไม่มีเวลาให้เขา...มันน่าน้อยใจจริงๆ ...“เย็นนี้ไป...ดินเนอร์กันไหม? ผมจองร้านไว้แล้ว”“อ๋อ โทษทีนะจีเซล วงไซบอกซ์มีกินเลี้ยงขอบคุณหลังจบงานน่ะ ฉันเป็นหัวหน้าทีมด้วยสิ”“.........”“ไปก่อนนะ ไว้วันอื่นนะคะ จุ๊บ!” ยูแอลเดินเข้ามาจุ๊บที่แก้มของเขาเบาๆ ก่อนจะรีบเดินไปหาเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่
“จีเซล!!!” ยูแอลถึงกับอึ้งหันไปมองชาร์วีที่ตอนนี้เขาแค่ยกยิ้มเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าจีเซลจะกลับมาเร็วขนาดนี้และสีหน้าของเขาที่เข้ามาเห็นดูเหมือนว่าเขาเข้ามาเห็นตั้งแต่ก่อนที่ชาร์วีจะปล่อยมือจากเธอเสียอีกแน่ๆ ยูแอลรีบเดินเข้าไปหาจีเซลที่ขบเคี้ยวเขี่ยวฟันอย่างหงุดหงิด“มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ...ฉันก็แค่จะล้มแล้วชาร์วีก็..”“มาช่วยไว้สินะครับ....”“ใช่ๆ แค่นั้นจริงๆ ...”“สงสัยผมคงต้องล่ามพี่ไว้บ้างแล้วล่ะครับ จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวล้มที่ไหนอีก” จีเซลพูดพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะคว้าข้อมือของเธอเดินออกจากห้องฟิตเน็ตไปทันที ชาร์วีมองตามอ้าปากค้างก่อนจะแบะปากยักไหล่แล้วเดินกลับไปออกกำลังกายต่อพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง“ไอ้จีเซลขี้หึงเป็นบ้าเลยแฮะ...คลั่งรักอะไรขนาดนั้น” พูดไปพลางยกน้ำหนักไปอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่สนใจเท่าไหร่นัก (อย่าให้ถึงทีนายนะนายชาร์วี!)จีเซลลากยูแอลให้เดินตามเขาไปยังห้องรับแขกก่อนจะหยุดชะงักฝีเท้าแล้วหันมาทางเธอด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่
“สวัสดีครับ...ผมเป็นหมอที่คุณชาร์วีส่งมาครับ” ชายหน้าประตูพูดขึ้นพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัววิชาชีพโชว์หน้ากล้อง จีเซลเห็นอย่างนั้นก็โล่งอกก่อนจะตอบรับเขา“ครับ...เชิญครับ” จีเซลกดเปิดประตูอัตโนมัติให้คุณหมอเข้ามาก่อนจะเดินนำไปที่ที่ยูแอลนั่งอยู่ ยูแอลลุกขึ้นหวังจะกล่าวสวัสดีแต่คุณหมอกลับรีบบอกให้เธอนั่งลง“ไม่เป็นไรครับ นั่งก่อนเถอะครับคนไข้”“อ๋อ ค่ะ” ยูแอลพูดจบก็หย่อนตัวนั่งโดยมีจีเซลคอยพยุงอยู่ข้างๆ และจับมือเธอไว้ ก่อนจะยกข้อเท้าของเธอขึ้นมาวางบนหน้าขาของเขา คุณหมอที่ถืออุปกรณ์การแพทย์เข้ามาก็เริ่มล้างแผลทำความสะอาดอย่างเบามือและพันแผลให้เธอ“อย่าให้แผลโดนพวกเครื่องสำอางอีกนะครับ...ไม่อย่างนั้นติดเชื้อแน่หรือแผลอาจจะเป็นเชื้อรา”“ค่ะ”“ช่วงอาทิตย์แรกหมอจะเข้ามาล้างแผลให้นะครับ และอย่าลืมทานยาให้ตรงเวลาจนหมดแผงที่หมอให้ไป”“ได้ค่ะ”“อ๋อ แล้วก็คุณจีเซลไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เรื่องนี้จะเป็นความลับ...ยังไงผมก็เป็นหมอประจำบ้านของคุ
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนต้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เจซี ยูแอลและจีเซลได้เข้ามาถ่ายทำเอ็มวีอย่างที่เจซีคอยลั่นปากไว้กับแฟนคลับเพื่อแก้ข่าวให้ยูแอลด้วย จึงได้ไปถ่ายงานสถานที่ที่คล้ายกันกับบ้านของยูแอลแทน เพราะเจซีไม่อยากให้ยูแอลเข้าไปเจอยายด้วยสภาพที่ผอมโซกว่าเดิมอย่างนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมายูแอลก็พยายามที่จะไม่ทำให้เจซีโกรธแม้จะต้องแสดงให้เขาเชื่อก็ตาม...เพื่อรอวันที่จะเจอจีเซลอย่างเช่นวันนี้...ทุกคนต่างเดินทางมาถึงสถานที่ถ่ายทำกันหมดแล้ว เจซีและยูแอลเองก็มาถึงก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงเพราะต้องมาแต่งตัวแต่งหน้าลองเข้าฉากหามุมกล้องที่ถูกใจ และจีเซลดันมาถึงก่อนพวกเธอเสียอีก...แต่เขาแค่ลอบมองเธอเป็นระยะเท่านั้นไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเธอเท่าไหร่นัก ทุกอย่างดำเนินได้ด้วยดี...ตามเนื้อหาเอ็มวีคือเธอต้องเป็นผู้หญิงที่เดินจากเจซีไปเพื่อไปหาจีเซลเมื่อเพลงเปิดขึ้นยูแอลถึงกับอึ้งไม่อยากเชื่อว่าทั้งสองคนจะทำงานเข้ากันได้ดีถึงขนาดอัดเพลงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง แค่ฟังก็รู้ว่าจะต้องติดหูมากแค่ไหน ใครจะไปรับรู้ว่าเบื้องหลังเวทีที่มีการร่วมงานกันมันคือการแข่งขันที่จะต้องทำออกมาให้ดีที่สุดเพราะมันจะมีก
หลังจากที่จีเซลแอบขับรถตามเจซีไปก็ได้รู้ที่อยู่ของเจซีและยูแอล แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไรผลีผลามเหมือนก่อนหน้านี้เคยเป็น เขาเพียงแค่จ้องมองคฤหาสน์หลังใหญ่นั้นพร้อมกับเชิดหน้าเอามือเท้าหน้าต่างรถที่เปิดกระจกอยู่และยกยิ้มขึ้น... ก่อนจะกลับรถตรงไปยังบริษัทเพื่อที่จะทำงานต่อในช่วงเช้าเกรซและซาซ่าเดินทางมายังค่ายเพลงบีคริส ค่ายที่วงบียอนด์สังกัดอยู่เพราะช่วงบ่ายมีซ้อมเต้นกับวงพวกเขา แต่ทั้งสองสาวเลือกที่จะมาก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมงเพื่อดักรอจีเซล ตั้งใจว่าจะส่งข่าวให้เขาได้รับรู้ถึงความยากลำบากของเพื่อนสาวของตน...ยังไงจีเซลก็ต้องได้รับรู้ และทั้งสองก็รอได้ไม่นานก็เห็นวงบียอนด์เดินเข้าบริษัทมากันครบวง แต่จะรอช้ากว่านี้คงจะไม่ได้ ทั้งสองจึงพยักหน้าให้กันแล้วรีบวิ่งไปยังจีเซลทันที“คุณจีเซล!” เกรซเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตระหนก จีเซลหันมองเกรซและซาซ่าด้วยสีหน้าสงสัยแต่...เพื่อนรุ่นพี่อย่างซันชายน์รีบเข้ามาขวางหน้าไว้เสียก่อน“มีอะไรหรือครับคนสวย คิดถึงผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” ซันชายน์เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มร่า เกรซหันไปมองเขาตาขวางก่อนจะผลั
สองร่างกอดกันแน่นบนเตียงกว้างสีน้ำเงินเข้ม ชุดนอนถูกร่นออกอย่างง่ายดายเพราะมันเป็นเพียงชุดกระโปรงยาวสีขาวตัวบาง ชุดชั้นในนั้นไม่มีให้เกะกะเนื่องจากคิดว่าต้องนอนแล้วถึงไม่ได้ใส่มัน...อีกอย่างไม่ใช่บ้านของเธอจึงไม่ได้เตรียมมาเปลี่ยน ร่างบางบิดเร่าอยู่ใต้ร่างหนากัดปากตัวเองแน่นเมื่อคนด้านบนเลื่อนมือไปไปกอบกำเต้าสวยพอดีมือก่อนจะเลื่อนลงไปดูดกลืนปลายยอดนั้นอย่างไม่ลดละ รุนแรงจนตัวเกร็งไปหมด..“อึ๊..อื้ม” เสียงครางออกมาผ่านลำคอจากการสกัดกลั้นมันเอาไว้ด้วยความทรมาน แอ่นอกรับริมฝีปากนั้นอย่างลืมตัวแม้ว่ามือเล็กจะพยายามดันไหล่ไล่เขาออกไปก็ตาม แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งไหล่แกร่งนั้นแน่น...ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลย...มือหนาอีกข้างจับขาเรียวของเธอให้อ้าออกพอที่จะแทรกร่างของตัวเองเข้าไปอยู่ระหว่างขานั้น ทั้งที่ปากยังคงไม่ว่างคอยปรนเปรอพรมจูบไปทั่วบริเวณอกสวย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าพรมจูบไปทั่วหน้าท้องแบนราบจยไปถึงส่วนนูน... มือหนาข้างหนึ่งบีบคลึงเต้าตึงอีกข้างหนึ่งบดขยี้จุดอ่อนไหวจนร่างบางสะดุ้งโหยงและเบือนหน้าหนี แต่ก็ต้องหันหน้ากลับมาหลุบตามองส่วนล่างเม
แม้เรื่องราวกำลังจะแก้ไขได้มันก็ต้องกลับตอกย้ำถึงปัญหาใหม่อีกครั้ง เรื่องที่กำลังจะคลี่คลายกลายเป็นปมหนักและใหญ่กว่าเดิม ความสุขที่มีนั้นอยู่ไม่ได้นานจริงๆ จีเซลจ้องมองชายหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารของครอบครัวเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาเฉี่ยวยังคงจ้องมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนสาวของพี่ชายตัวเอง...“แอลคะ? ทานอันนี้ไหม? เดี๋ยวพี่ตักให้”“...ขอบคุณค่ะ...”“ดูรักกันดีจังเลยนะลูก คบกับยูแอลมานานหรือยังล่ะเจซี”“ปีนี้ก็เข้าปีที่ 11แล้วครับแม่” เจซีตอบพร้อมกับปรายสายตามองจีเซลอย่างยิ้มๆ จีเซลได้แต่จบกรามแน่นจ้องมองเจซีอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูเหมือนว่าเจซีจะรู้เรื่องมาแต่แรกแล้วจากท่าทางที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอย่างนั้น“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไอดอลทั้งคู่ จีเซลไม่รู้จักพี่เขาหรือลูก” ผู้เป็นแม่หันไปเอ่ยถามตาใสมองลูกทั้งสองสลับกัน“ไม่...”“รู้จักสิครับ ผมกำลังจะร่วมงานกับน้องชายอย่างจีเซลพอดี” เจซีเอ่ยขัดจีเซลขึ้นมาทันทีและยังหันไปยิ้
“กูจะลาออกจากวง” จีเซลเอ่ยขึ้นหลังจากที่พูดคุยกับเพื่อนๆ เรื่องเดิมคือเรื่องของยูแอลมาได้สักพัก เขาตั้งใจไว้อย่างนั้นก็เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะไปได้ดีให้มาเดือดร้อนเพราะเรื่องของเขา การกระทำที่จีเซลคิดว่าตัวเองคิดดีแล้วทำให้เพื่อนๆ ในวงถึงกับช็อกค้างมองหน้ากันไปมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“กูไม่อนุมัติ” ดีนขยับแว่นตาใสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด ราวกับว่าเขาได้คำนวณไว้แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นและเขาเองในฐานะหัวหน้าก็ได้คิดแผนการที่ช่วยเพื่อนร่วมวงของตนไว้อยู่แล้ว ...ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไปมันก็จะเป็นวงบียอนด์ต่อไปไม่ได้“ดีน กูคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว...กูก็รักในงานนี้ แต่กูรักพวกมึงมากกว่า อย่าให้กูเป็นตัวปัญหาของพวกมึงเลย” จีเซลเอ่ย“แล้วมึงคิดว่ารักพวกกูอยู่ฝ่ายเดียวเหรอวะ?” ชาร์วีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย“มีอะไรมึงก็ไม่ค่อยบอกพวกกู มันก็เลยกลายเป็นแบบนี้” วินซ์เอ่ยเสริมด้วยท่าทีจริงจังผิดกับนิสัยขี้เล่นของเขา รอบ
“ฮะ?!!! ยูแอลลาออกจากทีม?!!” เกรซและซาซ่าพูดขึ้นเสียงดังพร้อมกันอย่างไม่อยากเชื่อคำพูดของหัวหน้าทีมอย่างแจ็คกี้เท่าไหร่นัก วันนี้อุตส่าห์ได้มาเจอกับวงบียอนด์แต่จู่ๆ เธอก็ลาออกกะทันหันเสียอย่างนั้น ที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือเป็นไปไม่ได้ที่ยูแอลจะไม่บอกพวกเธอเลย ถ้าไม่รู้เรื่องจากจีเซลพวกเธอคงจะโกรธเพื่อนสาวไม่น้อย“เพื่อนเธอได้ดีแล้ว แฟนไม่ให้ทำงานแล้วก็ถือว่าสบายแล้วนี่ จะทำเสียงตกใจอะไรกันขนาดนั้น” แจ็คกี้เอ่ยพร้อมทำท่าตกใจที่ทั้งสองคนตะโกนขึ้นมา เกรซและซาซ่าหันมองหน้ากันอย่างสงสัยก่อนที่ซาซ่าจะเอ่ยถามขึ้นเพราะทนความสงสัยในใจไม่ไหว“แล้ว...ยัยแอลของพวกฉันมาบอกพี่แจ็คเองเลยเหรอ??”“ก็...เปล่านะ คุณเจซีเป็นคนมาบอก เพราะไม่อยากให้ยูแอลทำงานแล้ว”“แล้วสัญญานักเต้นล่ะ?” เกรซถามต่อ“คุณเจซีจัดการให้เรียบร้อยแล้ว แถมยังให้ค่าผิดสัญญามาตั้งก้อนนึง”แจ็คกี้พูดพร้อมกับตาแวววาวเป็นประกายเมื่อนึกถึงเงินก้อนนั้น เขาตั้งใจที่จะเอามาพัฒนาทีมเต้นของตนเอง ถึงแจ็คกี้จะหน้าเง