สายตาเฉี่ยวยืนจ้องมองหญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่นานเหมือนต้องมนต์สะกด ไหนจะผิวขาวเนียนที่ต่างจากคนปกติธรรมดาในชุดสายเดี่ยวนั่นอีก มองดูก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่ดูแลตัวเองและเขาก็คิดว่าเธออาจจะเป็นดารานักแสดงไม่ก็นักร้องวงใดวงหนึ่งก็ได้ ดูจากใบหน้าสวยที่เงยขึ้นมาปาดน้ำตานั้น...ผู้หญิงอะไรขนาดร้องไห้ยังสวยเลย แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาชื่นชมเธอตอนนี้ มันน่าแปลกที่เห็นเธอร้องไห้เขากลับเศร้าใจตามไปด้วย
“ใบหน้าสวยๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะครับ”
ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดใส่หมวกเบสบอลปิดบังใบหน้าหล่อๆ อีกทั้งยังใส่แมสทำให้ยูแอลที่เงยหน้าขึ้นมาถึงกับผงะและจ้องมองเขาอย่างระแวง แม้ว่าชายหนุ่มจะยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอก็ตาม...กลางดึกแบบนี้ใครจะไปคิดดีได้ล่ะ ...เขาอาจจะเป็น...
“ผมไม่ใช่โจรหรอกครับ...ผมแค่มาพักผ่อนแล้วบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงคุณ”
“...พักผ่อน? ...ตอนกลางคืนน่ะหรือคะ?”
เหมือนว่าเขาจะรู้ความคิดของหญิงสาวจึงได้รีบชิงพูดขึ้นก่อน แต่ก็ยังไม่คลายความระแวงของหญิงสาว เธอยังคงถามเขาทั้งที่ยืนอยู่คนละฝั่งของเก้าอี้ยาวอย่างไม่ไว้ใจ มือเล็กปาดน้ำตาตัวเองและพยายามตั้งสติอีกครั้งเพื่อจะขอตัวออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดด้วยความหวาดระแวง ชายหนุ่มเห็นอย่างนั้นก็ถอดหมวกและแมสออกจ้องมองใบหน้าสวยของเธอเต็มๆ ตาเอ่ยแนะนำตัวเองก่อนทันที
“ผม จีเซลครับ เป็นนักร้องวงโนเนมของค่ายB-Krisวงหนึ่งที่พึ่งจะเดบิ้วท์ได้ไม่นาน”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นยูแอลก็ค่อยโล่งใจหน่อย เพราะใบหน้าของเขาก็ดูคุ้นตาอยู่บ้างเพียงแค่ทีมเต้นของเธอยังไม่ได้ร่วมงานกับวงของเขาก็เท่านั้น เรือนผมสีทองหม่นนั้นดูสะดุดตาไม่น้อยคงจะเป็นนักร้องอย่างที่เขาว่า จีเซลเห็นสีหน้าที่ดูหวาดระแวงน้อยลงของยูแอลก็ยิ้มออกมาพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างเป็นกันเอง
“แล้วคุณล่ะครับ?”
“ฉัน....”
“เอาจริงๆ ผมก็รู้จักคุณอยู่แล้วจากข่าว...ถ้าจำไม่ผิดน่าจะนักเต้นชื่อยูแอล...ใช่ไหมครับ?”
“.........”
ยูแอลได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหน้าเจื่อน ข่าวที่เขาพูดถึงคงไม่พ้นข่าวเดทกับเจซีคนที่ทำร้ายจิตใจเธอตอนนี้ เพราะอย่างนั้นมันเลยทำให้เธอพูดไม่ออก สีหน้าของเธอดูเศร้าลงจนคนที่เอ่ยถามสังเกตเห็น
“ตัวจริง...สวยกว่าในรูปที่พาดหัวข่าวอีกนะครับ”
“...ขอบคุณนะ...”
“นั่งก่อนสิครับ มีเพื่อนนั่งชมวิวยามดึกเงียบๆ ก็ดีเหมือนกัน”
พูดจบจีเซลก็เขยิบตัวเองไปนั่งติดพนักวางมือของเก้าอี้อีกฟากเพื่อให้เกียรติหญิงสาว ยูแอลเห็นว่าเขาก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรจึงยอมนั่งลงอีกฝั่งของเก้าอี้อย่างเงียบๆ เพราะตอนนี้เธอยังไม่อยากไปไหนเหมือนกัน อยากนั่งเงียบๆ อยู่ตรงนี้ก่อน ทั้งสองทั้งมองวิวแม่น้ำและวิวเมืองอีกฟากของแม่น้ำ เธอมองเหม่อพร้อมกับความคิดต่างๆ นานาจนไม่ทันได้รู้ตัวว่าคนข้างๆ นั่งมองหน้าเธออยู่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หันไปมองคนข้างๆ อย่างนึกสงสัยว่าเขากำลังมีสีหน้ายังไงตอนนี้ แต่ก็เห็นเขาจ้องมองเธอก่อนที่จะหันกลับไปมองวิวดังเดิมเมื่อเธอหันไปสบตาเขา
“คุณ...มีอะไรจะพูดหรือเปล่าคะ?”
“อ๋อ...เปล่าครับ...แค่จะบอกว่า คุณเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า...ผมกำลังคิดอยู่ว่าถ้าคุณยิ้มจะดูดีแค่ไหน”
“ผู้ชายปากหวานกันแบบนี้ทุกคนเลยหรือเปล่าคะ?”
“เปล่านะครับ...ผมแค่พูดตามจริง ตามที่ผมคิด”
เขาเขินที่พูดแบบนั้นออกไปจนเผลอลูบท้ายทอยตัวเองไปมา ใบหน้าเนียนใสของเขาแดงเรื่อขึ้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขาเขินจริงๆ นั่นทำให้เขาดูน่ารักและดูจริงใจจนเธออดเผลอยิ้มออกมาอย่างนึกขำ..ไม่คิดว่าจะมีผู้ชายที่ชมผู้หญิงแล้วเขินเองแบบจริงจังขนาดนี้
“นั่นไง...ดูดีจริงด้วย...สวยกว่าตอนร้องไห้อีกนะครับ”
“เขินแล้วยังจะชมไม่หยุดเลยนะคะ”
ทั้งสองพูดคุยกันไปยิ้มไปเขินไปจนลืมเรื่องที่มานั่งกลุ้มหรือเรื่องที่เจ็บปวดใจไปเสียสนิท จะว่าถูกชะตาก็คงไม่ผิด เธอเองก็รู้สึกสบายใจกับผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนหรืออาจจะเป็นเพราะว่าใจเธอตอนนี้กำลังอ่อนแอถึงได้ไว้ใจคนง่ายขนาดนี้
“ถ้าผมถามอะไรสักอย่างจะเป็นการละลาบละล้วงไหมครับ?”
“ถามเรื่องข่าวหรือคะ?”
“เรื่องนั้นผมพอจะรู้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องจริง...แต่เรื่องที่คุณยูแอลร้องไห้นี่ใช่เรื่องรุ่นพี่เจซีด้วยหรือเปล่าครับ”
“.......”
ยูแอลไม่ได้ตอบอะไรเธอได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วหลบสายตาของเขาก็เท่านั้น เพียงเท่านี้จีเซลก็รู้แล้วว่าคงจะเป็นเรื่องรุ่นพี่ที่เขานับถือแน่ๆ ถึงเขาจะรู้สึกถูกใจยูแอลมากแต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเป็นมือที่สามของใครหรือแย่งของคนอื่น ยิ่งเป็นรุ่นพี่ที่เขานับถือด้วยแล้วยิ่งทำไม่ได้ไปกันใหญ่
“แล้วคุณละคะ? มาที่นี่เพราะเรื่องงานหรือเรื่องความรัก?”
“เรื่องเดียวกับคุณนั่นแหละครับ...ของผมคงแย่หน่อย”
พูดแล้วจีเซลก็ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันไว้แน่น พอโดนถามก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาทันที...อำนาจเงินมันน่ากลัวจริงๆ เขาจึงได้ตัดใจว่าจะเป็นคนที่มีเงินเยอะกว่านี้และประสบความสำเร็จในงานที่เขาทำให้ได้ ไม่ให้เป็นอย่างคำพูดของผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปหาชายวัยกลางคนที่มีทรัพย์สมบัติมากพอปรนเปรอเธอจนซื้อใจเธอและทิ้งเขาไปได้
“ฉันว่าเรา...ไม่คิดต้องคิดเรื่องนั้นจะมีกว่าค่ะ...มันจะทำให้ใจเราแย่มากกว่าเดิม”
“นี่ผมได้คำปลอบใจจากคนที่พึ่งนั่งร้องไห้มานานเป็นชั่วโมงหรือครับเนี่ย”
“ฮะ? นี่คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?”
ยูแอลถึงกับทำหน้าเหรอหราเมื่อได้ยินว่าเขาเห็นเธอร้องไห้มานานแล้ว จีเซลหันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนแต่ก็ไม่ได้พูดอธิบายให้เธอไขข้อข้องใจ เขากลับลุกยืนเสียดื้อๆ พร้อมกับยื่นมือให้
“ดึกแล้ว กลับกันเถอะครับ...เดี๋ยวผมไปส่ง”
“เอ่อ....”
ยูแอลลังเลมองมือหนาของเขาและใบหน้าหล่อนั้นอยู่นานอย่างช่างใจ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปจับมือหนานั้น....เขาแค่ช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นก็เท่านั้น...
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรดีกว่า...ไว้...เรามีโอกาสได้ร่วมงานกันนะคะ”
“ผู้หญิงคนเดียวกลับบ้านเองดึกๆ ในชุดแบบนี้...คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่มั้งครับ”
“ฉันยังไม่ได้กลับบ้านหรอกค่ะ พอดีเพื่อนๆ รออยู่”
“ที่ไหนล่ะครับ เดี๋ยวผมไปส่งก็ได้...เว้นแต่ว่าคุณจะยังไม่ไว้ใจผม”
จีเซลพูดพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งทั้งที่ยังยิ้มให้เธอ ยูแอลเห็นอย่างนั้นก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เพราะยังเขาก็ดูน่าไว้ใจกว่าคนอื่นๆ จริงๆ นั่นแหละ เธอก้มสำรวจตัวเองก่อนจะเหลือบตามองจีเซลที่ยังเลิกคิ้วยืนรอคำตอบอยู่ และจากชุดที่เธอใส่ด้วยแล้วก็เป็นจริงอย่างที่เขาว่า
“งั้น...ต้องรบกวนคุณจีเซลแล้วค่ะ”
“หึๆ ...ได้เลยครับคุณผู้หญิง”
“ส่งที่คลับ Blue sky ละกันค่ะ”
“โอ๊ะ...พอดีเลย...ผมก็นัดเพื่อนๆ ไว้ที่นั่น”
“จะว่าบังเอิญหรือโชคดีกันคะเนี่ย”
“นั่นสิครับ เชิญทางนี้ครับ...รถผมจอดอยู่ตรงนั้น”
จีเซลพร้อมผายมือไปทางรถของเขาที่จอดอยู่ข้างทางไม่ไกลนัก ยูแอลมองไปยังรถเปอเช่คาเยนน์สีดำคันหรูที่มือหนาผายไปก็หันไปยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเขาไปยังรถ...แต่ไม่คิดว่าเขาจะเดินอ้อมไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้กับเธอ
“ฉันนั่งข้างหลังก็ได้นะคะ...เดี๋ยว....”
“ผมไม่มีแฟนครับ...พึ่งเลิกกันวันนี้เอง...”
“เอ่อ.....”
“เชิญเถอะครับ...คุณคงไม่เห็นว่าผมเป็นคนขับรถหรอกนะครับ”
การพูดทีเล่นทีจริงของจีเซลทำเอาหญิงสาวเกรงใจไม่น้อย การนั่งข้างหลังก็เหมือนกับว่าเห็นเขาเป็นคนขับจริงๆ นั่นแหละ เธอจึงได้แต่พยักหน้ายิ้มๆ แล้วยอมขึ้นไปนั่งข้างคนขับตามที่เขาเสนอ...แต่ในใจก็แอบคิดอยูว่าจะถามเรื่องที่เขาพึ่งพูดเมื่อครู่ดีไหม...เรื่องที่ว่าพึ่งเลิกกับแฟนวันนี้... ถึงจะคิดอย่างนั้นยูแอลกลับไม่ได้เอ่ยถามอะไรตลอดทาง เธอเอาแต่นั่งเงียบเพราะรู้สึกขัดๆ เขินๆ แฟนคนแรกของเธอก็คือเจซี...เวลาไปไหนมาไหนเพียงลำพังก็ไปกับเจซีเสมอ ที่นั่งข้างคนขับที่เคยนั่งก็มีเจซีเป็นคนขับ แต่ตอนนี้กลับเป็นชายคนอื่น...นึกแล้วใจก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเสียอย่างนั้น...
ไม่นานนักรถเปอเช่สีดำคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดที่หลังผับที่เธอพึ่งเจอเรื่องที่น่าเจ็บปวดใจมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน ยูแอลสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะทำท่าหันไปเปิดประตูแต่ก็ไม่ทันหนุ่มหล่อคนขับที่ลงจากรถเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ในช่วงที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ เขาเดินมาเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม
“...ขอบคุณค่ะ ที่จริงไม่ต้องก็ได้...”
“ไม่เป็นไรครับผมยินดี”
จีเซลพูดพร้อมรอยยิ้มหวานเธอจึงทำได้แค่ยิ้มตอบบางๆ ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถคันหรูนั้นแล้วไปหยุดยืนประจันหน้ากับเขา เพื่อที่จะเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้งพร้อมกับต้องขอตัวลาจากเขาเสียแล้ว
“ยังไงก็ขอบคุณนะคะ...ฉันคงต้องขอตัวเข้าไปหาเพื่อนๆ ก่อน ขอให้สนุกนะคะ”
“ครับ...แล้วเราจะ...”
ไม่ทันที่จีเซลจะได้พูดอะไรต่อหรืออาจจะเพราะเขาทิ้งช่วงที่ต้องการจะพูดนานเกินไปด้วยความที่กำลังช่างใจว่าจะถามเธอดีไหม แต่เธอคนนั้นก็รีบเดินเข้าในคลับไปเสียก่อน จึงทำให้เขาได้แต่ยินเก้อมองแผ่นหลังขาวเนียนนั้นไปจนลับตา
“จะแลกช่องทางติดต่อกัน...ได้ไหม..เฮ้อ...ไปซะละ”
จีเซลยืนลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเซ็งๆ ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในคลับตามเธอไป เขาเองก็ต้องไปเจอเพื่อนๆ ของเขาเหมือนกัน...แต่จะให้ลืมผู้หญิงที่เขาพึ่งเจอแล้วถูกใจเมื่อครู่ก็เห็นทีจะยาก เมื่อใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาและใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอย่างลืมตัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“ช้าจังเลยวะเพื่อน!งานนี้จัดเพื่อปลอบใจมึงนะครับ” วินซ์กล่าว
“เจ้าภาพเสือกมาช้า”
ซันชายน์ว่าเสริมพร้อมกับมองไปยังเพื่อนของเขาอย่างยิ้มๆ คนอื่นๆ ที่มาก่อนแล้วก็ยังคงนั่งดื่มและชูแก้วให้เขาหลังจากที่เขามาถึงตามนัดจนได้ จีเซลไม่ได้ตอบอะไรเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับรับแก้วสีอำพันจากบริกรจ้องมองไปยังฟลอร์คล้ายจะมองหาใครสักคน
“มาถึงก็หาสาวเลยหรือวะ”
ดีนอดที่จะแซวไม่ได้เมื่อเห็นเพื่อนสมาชิกรุ่นน้องในวงจ้องมองไปโซนด้านล่างไม่วางตา คนอื่นๆ ก็ต่างส่ายหน้าไปมาพร้อมกับโยกตัวไปตามจังหวะเพลงมองด้านล่างที่สาวๆ ต่างปล่อยลีลาการเต้นอย่างไม่มีใครยอมใครเช่นกัน จะมีก็แต่ไลก้าที่นั่งดื่มนิ่งๆ เหมือนหุ่นก็ไม่เชิง
“แต่คนนั้นสวยชิบเลยว่ะ”
ชาร์วีเอ่ยพร้อมกับมองแตกต่างไปจากเพื่อนๆ เขามองตรงไปยังโซนวีไอพีตรงข้ามโต๊ะที่พวกเขานั่ง คนอื่นๆ ต่างมองไปตามสายตาของชาร์วีรวมถึงจีเซลด้วยเช่นกัน หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสั้นสีน้ำเงินตัดกับสีผิวขาวเนียนออร่าของเธออย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยเด่นชัดมาแต่ไกลพอๆ กับเพื่อนสาวของเธอ แต่ที่มันสะดุดตาจีเซลเพราะเธอคือคนที่ติดรถของเขามาที่นี่ คนที่เขายังนึกภาพวนเวียนในหัวไม่หาย
“หึ...นึกว่าใคร...” ไลก้าเอ่ย
“หือ? มึงรู้จักคนอื่นด้วยเหรอไอ้ก้า” จีนส์หันไปแซวพร้อมกับทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“ว่าแต่หน้าคุ้นๆ นะ” ซันชายน์เอ่ยพร้อมกับพยายามเพ่งมองหญิงสาวตรงข้าม
“คลับมันก็ไม่ได้กว้างอย่างที่คิดสินะ...” จีเซลเอ่ย สายตาจ้องมองเธอไม่วางตาราวกับกลัวว่าจะหายไปจากสายตาของตนก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้น ทั้งคำพูดและท่าทางของจีเซลทำเพื่อนๆ ของเขาต่างหันไปมองหน้าเขาอย่างสงสัยไม่น้อย...เพราะไม่คิดว่าจีเซลจะทำใจเรื่องแฟนคนล่าสุดได้เร็วขนาดที่เล็งสาวคนอื่นได้แบบนี้...
“จะมาเที่ยวที่นี่ทำไมหนูไม่บอกพี่คะ?”เจซีเดินเข้ามาหายูแอลที่โต๊ะข้างๆ หลังจากที่เธอเดินมาเข้ามาหาเพื่อนๆ ของเธอ ใบหน้าของเขายังคงยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตีหน้าซื่อจนทำให้ยูแอลที่จ้องมองเขานิ่งนึกระอาที่เขาเป็นแบบนี้ เป็นแบบที่เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็น...โกหกได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่ทำกับเธอแบบนั้นรวมถึงคนที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนของเธอก็เช่นกัน และไหนจะคนทั้งวงของเขาที่ปิดเรื่องนี้มิดราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าโง่ ยูแอลเลื่อนสายตาไปยังโต๊ะที่เจซีพึ่งจากมาก็เห็นว่าคนในวงของเขาอยู่ครบ แต่กลับไม่เห็นเพื่อนสาวคนสนิทที่หักหลังเธอแล้ว“หืม? อะไรหรือคะ? อยากย้ายไปนั่งกับพวกพี่ไหมล่ะ?”“ไม่เป็นไรค่ะ แอลอยากจอยกับเพื่อน”“ไม่ใช่ว่าจะมาแอบเหล่มองผู้ชายคนอื่นใช่ไหมคะ? พี่หวงนะ”ยูแอลได้แต่ทำหน้านิ่งตอบคนที่พูดหยอกล้อเธออย่างเริงร่าไม่รู้สึกรู้สาอะไร แม้แต่ความรู้สึกผิดยังไม่มีนัยน์ตาของเขาเลยสักนิด ยิ่งมองคนตรงหน้าปั้นหน้าโกหกเธอยิ้มแป้นออกมาแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเ
หลังจากคืนนั้นยูแอลตื่นขึ้นมาตอนฟ้าสาง เธอหนีออกมาจากคฤหาสน์หลังโตโดยที่เจซียังไม่ตื่นด้วยซ้ำ พาร่างกายอันบอบช้ำรวมถึงหัวใจที่บอบช้ำเดินโซซัดโซเซมาไปตามทาง ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาเพื่อนสาวที่ไว้ใจ เธอนั่งมองเหม่อที่ป้ายรถเมล์ไม่สนสายตาผู้คนที่เริ่มมารอรถเพื่อทำงานและใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา แม้ผู้คนพลุกพล่านก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของเธอกระเตื้องขึ้นบ้างเลย มันยังคงเต้นช้าลงราวกับว่าหมดแรงที่จะเต้นต่อไปแล้ว เธอจำไม่ได้เลยว่าเรื่องที่เกิดชึ้นเมื่อคืนมันเป็นยังไงต่อ ทำไมเธอถึงกลับมายังคฤหาสน์ของเจซีได้ แต่ที่รู้ๆ ...เธอปวดร้าวร่างกายตัวเองอย่างมาก...นั่นทำให้เธอไม่อยากที่จะจินตานการอะไรต่อ...“แอล...แก...”ไม่นานเกินรอเพื่อนสาวอย่างเกรซที่พ่วงซาซ่ามาด้วยเดินลงมาจากรถที่จอดเลยจากป้ายไปนิดหน่อย เพื่อนทั้งสองเห็นสภาพเพื่อนของตัวเองที่รอยช้ำเป็นจ้ำๆ เต็มตัวก็อดที่จะสงสารเพื่อนสาวไม่ได้ ทั้งสามคนโผเข้ากอดกันแน่นปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมันอย่างห้ามไม่อยู่และไม่สนใจใครทั้งนั้น....จากเหตุการณ์นั้นทำให้ยูแอลเลือกที่จะหลบหน้าเจซีมาโดยตลอด
“บ้านคุณอยู่ทางไหนครับ?”จีเซลหันไปเอ่ยถามยูแอลที่ตอนนี้ขึ้นมานั่งอยู่บนรถของเขาหลังจากที่นั่งแท็กซี่กลับมายังตึกใหญ่ค่ายเพลงของเขา ตัวเธอเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอใจกล้าที่จะมากับเขา ยูแอลหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ ฝั่งคนขับ ภายในสมองมีความคิดที่อยากจะลองใจตัวเองมากกว่านี้ อยากจะรู้ว่าตัวเองจะกล้ามากกว่านี้อีกไหม เพราะตอนที่มากับเขาเธอไม่มีอาการแพนิคอย่างที่เธอเคยเป็น มันทำให้เธอแปลกใจไม่น้อยระคนสงสัยว่าเป็นเพราะน้ำสีใสฤทธิ์แอลกอฮอล์แรงหรือเป็นเพราะเขา...เป็นที่ตัวบุคคล จีเซลยังคงเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอคำตอบเตรียมที่จะสตาร์ทรถไปส่งเธอ แต่...“คุณยู....”คำพูดถูกกลืนเข้าไปกับริมฝีปากกระจับนั่นโดยไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว เขาไม่ได้คิดที่จะรวบรัดตัดตอนเธอเลยสักนิด แต่กลับโดนเธอจู่โจมก่อนเสียอย่างนั้น ลิ้นเล็กเริ่มซุกซนชอนไชเข้าไปในโพรงปากเป็นเชิงหยอกล้อ ด้วยสัญชาตญาณมีหรือที่เขาจะปฏิเสธรสจูบที่แสนเร่าร้อนนั้น มือหนาทั้งสองจับไหล่เพรียวประคองเธอที่โน้มตัวเข้ามาหาเขาไว้ เขาไม่อยากให้มั
พูดจบริมฝีปากได้รูปก็ช่วงชิงประทับริมฝีปากอิ่มเอิบทันที ลิ้นหนาแทรกแซงเข้าไปในโพรงปากเล็กหยอกเย้าลิ้นเล็กที่กล้ามาซุกซนกับเขาในตอนแรก ก่อนที่แขนแกร่งทั้งสองข้างจะคว้าร่างบางขึ้นมานั่งบนตักตน เขาหยัดตัวลุกขึ้นทั้งอย่างนั้นโอบอุ้มร่างบางขึ้นจนตัวลอยทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ยอมละจากรสจูบเลย สองแขนเรียวกอดรัดคอหนายินยอมก้มหน้าลงรับจูบของคนที่อุ้มตนอยู่นักร้องหนุ่มที่ว่าแพรวพราวเจ้าเสน่ห์แค่บนเวทีเท่านั้น บัดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเขาทรงเสน่ห์มากบนเวทีรักต่างจากคนอื่นเขาเล่าลือกันว่าเขาเป็นคนจืดชืดขี้อายเมื่อสปอตไลท์ดับลง...แขนแกร่งค่อยๆ ประคองร่างบางลงบนเตียงกว้างสีน้ำเงินเข้มอย่างอ่อนโยน แต่รสจูบของเขากลับไม่ได้อ่อนโยนเลย...มันช่างดูหิวกระหายราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเธอ“แน่ใจใช่ไหมครับ? หยุดตอนนี้ยังทันนะครับ”ละจากจูบมองใบหน้าสวยแล้วตั้งคำถามด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง ยูแอลจ้องมองเขาทั้งที่แขนเรียวของเธอยังคล้องคอหนาไม่ปล่อย เธอพยักหน้าเบาๆ ด้วยสายตาที่ออดอ้อน ยิ่งเห็นสีหน้าของเธอที่แตกต่างจากทุกที เขาก็ยิ่งอยากเห็นมากกว่านี้ข
เกือบฟ้าสางที่สองร่างเปลือยนอนทอดกายกอดกันไม่ปล่อยบนเตียงกว้างสีน้ำเงินหลังจากผ่านศึกรบศึกรักมาตั้งแต่เข้าคอนโด เขายังคงนอนกอดเธอแม้ว่าเธอจะนอนหันหลังให้เขาก็ตาม เกือบจะหลับสนิทก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงจากคนที่นอนหันหลังให้ในอ้อมกอด“ฮึกๆ ...ฮือ...ไม่นะ...อย่าทำอะไรฉันเลย...”เสียงสะอื้นไห้ตัวสั่นเทาทั้งที่เธอยังหลับตาแน่นสนิท น้ำตาใสไหลลงอาบแก้มเนียนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร จีเซลหยัดตัวลุกขึ้นเปิดโคมไฟหัวเตียงฝั่งตัวเองเพื่อตรวจดูว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เขาชะโงกหน้าโน้มตัวไปมองหญิงสาวว่าเธอตื่นหรือกำลังละเมอกันแน่“บอกว่าไม่ไง!!อย่าทำกับฉันแบบนี้!!ปล่อย!!ขอร้อง...อย่าทำ ฮือๆๆ”ดิ้นแรงขึ้นพร้อมกับละเมอออกเสียงดัง สีหน้าของเธอดูขอร้องอ้อนวอนสุดชีวิตทั้งที่หลับตาแน่นสนิท จีเซลเห็นอย่างนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าเธอไปเจออะไรมาถึงได้มีอาการขนาดนี้ แขนเรียวที่เกร็งตัวขึ้นตรงอกสั่นเทิ่มน้ำตานองหน้าจนน่าสงสาร ยิ่งเห็นแบบนั้นเขายิ่งรู้สึกเจ็บในใจ ไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนี้เลย
เจซียังคงนั่งขมวดคิ้วแน่นอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง และวันนี้ก็เหมือนเช่นเคย...ท็อปเปอร์มานั่งดื่มไวน์แบรนด์หรูพ่วงด้วยสาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยหรือเรียกว่าไม่นุ่งน่าจะใกล้เคียงมากกว่า แม้ว่าบรรยากาศจะดูน่าสนุกแต่เขากลับไม่ได้รู้สึกเอ็นจอยไปด้วยเลย แม้ว่าแฟนสาวที่เขาไม่ได้ยอมรับว่าเป็นแฟนจะมานั่งยั่วยวนเขาอยู่บนโต๊ะก็ตาม“กูจะกลับละ”พูดจบก็ลุกพรวดขึ้นอย่างหงุดหงิด ตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสบายใจหรือหลงระเริงได้อีกต่อไป เพราะภาพในหัวมีแต่ภาพของยูแอลกับจีเซลยืนกอดกันแน่นราวกับคนรักมันวนเวียนอยู่ไม่หยุด ท็อปเปอร์ที่นั่งโอบเอวลูบไล้สาวสวยนุ่น้อยห่มน้อยอีกมือหนึ่งถือบุหรี่มวนใหญ่ละความสนใจจากสาวๆ เหล่านั้นแล้วหันไปมองเพื่อนสนิทของตน“รีบกลับไปไหน...แฟนมึงก็อยู่นี่” ท็อปเปอร์กล่าว“นั่นสิคะ...ทำไมวันนี้พี่เจซีดูอารมณ์ไม่ดีจังเลยคะ?”หญิงสาวที่เรียกตัวเองว่าแฟนของเขาเอ่ยขึ้นเสียงหวานพร้อมกับกรีดกรายปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามแผงอกแกร่งของเขา เจซีหลุบตามองหญิงสาวอย่างไม่สบอ
เป็นหนึ่งค่ำคืนที่เขาและเธอได้ใช้เวลาด้วยกัน เพราะมีปัญหามากมายเลยจบด้วยการที่เขายอมนอนกอดเธอเฉยๆ ปล่อยให้เธอได้พักผ่อนอย่างไม่คิดจะฝืนใจถ้าเธอไม่อยากทำ จีเซลทำให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกของการถูกรักจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตัวเหมือนคู่รักหวานชื่น แต่มันคือการให้เกียรติเธอในหลายๆ เรื่องด้วยเช้านี้เป็นเช้าที่เธอตื่นขึ้นมาก่อนแต่ยังคงนอนมองใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังหลับตาพริ้มไม่ตื่น เป็นครั้งแรกที่เธอนอนมองหน้าผู้ชายที่ตัวเองยังไม่ได้ให้สถานะ แม้แต่เจซีเขาก็มักจะตื่นก่อนเธอจึงไม่เคยที่จะได้มองใบหน้าของเขาชัดๆ ใกล้ๆ แบบนี้เลย มือเล็กค่อยๆ เลื่อนเข้าไปลูบไล้ใบหน้าหล่อนั้นอย่างเบามือราวกับว่ากลัวเขาจะตื่นขึ้นเพราะเธอ ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายไปตามอวัยวะบนใบหน้าเบาๆ ทั้งคิ้วเข้มเรียวสวย ดวงตาเฉี่ยวที่กำลังปิดสนิท จมูกโด่งเป็นสันชัดและริมฝีปากได้รูปพอดีกับใบหน้าหมับ!!“เอ๊ะ!...ตะ...ตื่นอยู่เหรอ?”เพราะมัวแต่สังเกตใบหน้าของเขาใกล้ๆ จนไม่ทันได้สังเกตเปลือกตาที่เปิดขึ้น มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันทีจนทำให้ยูแอลรู้สึกเขินไม่น้อย...ใครกันจะไม่เขินที่โดนจ
การเดทของทั้งคู่คืออยู่ช่วยร้านขนมหวานคุณยายของยูแอลทั้งวันยันมืดค่ำ โดยที่จีเซลและยูแอลนั้นช่วยกันทำขนมหยอกล้อกันไปอยู่หลังร้านโดยที่อยู่ในสายตาของหญิงชราเป็นระยะๆ คุณยายมองดูทั้งคู่ที่ดูมีความสุขก็ยิ้มออกมา...นานแล้วที่เธอไม่เห็นหลานสาวของตัวเองยิ้มออกมาเต็มที่ขนาดนี้ ตลอดหกเดือนที่กลับบ้านมาหลานสาวมักจะร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องเสมอ ถึงแม้จะส่งยิ้มให้เธอที่เป็นยายทุกวันแต่ภายนัยน์ดวงตากลับดูเศร้า หญิงชราเลี้ยงดูหลานสาวมาเองกับมือตั้งแต่ที่พ่อแม่ของเธอเสียไปเพราะอุบัติเหตุทำไมจะดูไม่ออก แต่พอคบกับชายหนุ่มคนนี้ที่พามาบ้านครั้งแรกหลานสาวคนสวยก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นและยิ้มแย้มมากขึ้นจนสังเกตเห็น“โอ๊ะ...แฮะๆ ...ขอโทษครับพี่”“ไม่ต้องมาแฮะๆ เลย ดูสิเนี่ยแป้งกระจายไปหมดแล้ว บอกแล้วว่าให้ดูอยู่เฉยๆ”“ก็ผมอยากช่วยพี่นี่ครับ”ยูแอลทำตาดุใส่ชายหนุ่มตรงหน้าแต่ใบหน้าก็ยังเปื้อนรอยยิ้ม ก่อนจะเอามือปิดปากตัวเองกลั้นหัวเราะเมื่อแป้งที่กระจัดกระจายเพราะเขานวดแป้งไม่ดีมันฟุ้งกระจายไปจนมาเกาะที่ผมสี
จากการออกไปเดทดินเนอร์หลายๆ ที่ด้วยกัน จากที่ขอทำงานเต้นก็ได้ทำและเธอก็ได้สร้างทีมนักเต้นทีมใหม่ขึ้นมาโดยมีซาซ่าและเกรซเป็นผู้ร่วมทีม แถมยังเปิดรับสมัครนักเต้นคนอื่นๆ ที่อยากร่วมงานอีกด้วย จากการกดดันของวงบียอนด์ที่ให้ประธานค่ายอย่างคริสต้องเซ็นสัญญารับทีมของยูแอลเข้ามาเป็นนักเต้นหลักในค่าย แต่ยังคงมีวงอื่นจากค่ายอื่นมาจ้างงานได้และมันต้องผ่านการแสกนจากวงบียอนด์ก่อนยูแอลได้กลับมาเฉิดฉายบนเวทีอีกครั้ง และแน่นอนมาเธอเป็นที่สนใจของไอดอลหนุ่มหน้าใหม่อีกหลายวงๆ จนจีเซลต้องตามไปคุมแทบจะทุกงาน จากที่ยุ่งๆ อยู่แล้วยุ่งกว่าเดิมเสียอีก ไอดอลที่ว่างานเยอะยังไม่เท่ายูแอลตอนนี้เลย...เธอไม่ได้งานเยอะแต่เธอบ้างานจนแทบจะไม่มีเวลาให้เขา...มันน่าน้อยใจจริงๆ ...“เย็นนี้ไป...ดินเนอร์กันไหม? ผมจองร้านไว้แล้ว”“อ๋อ โทษทีนะจีเซล วงไซบอกซ์มีกินเลี้ยงขอบคุณหลังจบงานน่ะ ฉันเป็นหัวหน้าทีมด้วยสิ”“.........”“ไปก่อนนะ ไว้วันอื่นนะคะ จุ๊บ!” ยูแอลเดินเข้ามาจุ๊บที่แก้มของเขาเบาๆ ก่อนจะรีบเดินไปหาเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่
“จีเซล!!!” ยูแอลถึงกับอึ้งหันไปมองชาร์วีที่ตอนนี้เขาแค่ยกยิ้มเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าจีเซลจะกลับมาเร็วขนาดนี้และสีหน้าของเขาที่เข้ามาเห็นดูเหมือนว่าเขาเข้ามาเห็นตั้งแต่ก่อนที่ชาร์วีจะปล่อยมือจากเธอเสียอีกแน่ๆ ยูแอลรีบเดินเข้าไปหาจีเซลที่ขบเคี้ยวเขี่ยวฟันอย่างหงุดหงิด“มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ...ฉันก็แค่จะล้มแล้วชาร์วีก็..”“มาช่วยไว้สินะครับ....”“ใช่ๆ แค่นั้นจริงๆ ...”“สงสัยผมคงต้องล่ามพี่ไว้บ้างแล้วล่ะครับ จะได้ไม่ต้องไปเที่ยวล้มที่ไหนอีก” จีเซลพูดพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะคว้าข้อมือของเธอเดินออกจากห้องฟิตเน็ตไปทันที ชาร์วีมองตามอ้าปากค้างก่อนจะแบะปากยักไหล่แล้วเดินกลับไปออกกำลังกายต่อพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง“ไอ้จีเซลขี้หึงเป็นบ้าเลยแฮะ...คลั่งรักอะไรขนาดนั้น” พูดไปพลางยกน้ำหนักไปอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่สนใจเท่าไหร่นัก (อย่าให้ถึงทีนายนะนายชาร์วี!)จีเซลลากยูแอลให้เดินตามเขาไปยังห้องรับแขกก่อนจะหยุดชะงักฝีเท้าแล้วหันมาทางเธอด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่
“สวัสดีครับ...ผมเป็นหมอที่คุณชาร์วีส่งมาครับ” ชายหน้าประตูพูดขึ้นพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัววิชาชีพโชว์หน้ากล้อง จีเซลเห็นอย่างนั้นก็โล่งอกก่อนจะตอบรับเขา“ครับ...เชิญครับ” จีเซลกดเปิดประตูอัตโนมัติให้คุณหมอเข้ามาก่อนจะเดินนำไปที่ที่ยูแอลนั่งอยู่ ยูแอลลุกขึ้นหวังจะกล่าวสวัสดีแต่คุณหมอกลับรีบบอกให้เธอนั่งลง“ไม่เป็นไรครับ นั่งก่อนเถอะครับคนไข้”“อ๋อ ค่ะ” ยูแอลพูดจบก็หย่อนตัวนั่งโดยมีจีเซลคอยพยุงอยู่ข้างๆ และจับมือเธอไว้ ก่อนจะยกข้อเท้าของเธอขึ้นมาวางบนหน้าขาของเขา คุณหมอที่ถืออุปกรณ์การแพทย์เข้ามาก็เริ่มล้างแผลทำความสะอาดอย่างเบามือและพันแผลให้เธอ“อย่าให้แผลโดนพวกเครื่องสำอางอีกนะครับ...ไม่อย่างนั้นติดเชื้อแน่หรือแผลอาจจะเป็นเชื้อรา”“ค่ะ”“ช่วงอาทิตย์แรกหมอจะเข้ามาล้างแผลให้นะครับ และอย่าลืมทานยาให้ตรงเวลาจนหมดแผงที่หมอให้ไป”“ได้ค่ะ”“อ๋อ แล้วก็คุณจีเซลไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เรื่องนี้จะเป็นความลับ...ยังไงผมก็เป็นหมอประจำบ้านของคุ
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนต้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง เจซี ยูแอลและจีเซลได้เข้ามาถ่ายทำเอ็มวีอย่างที่เจซีคอยลั่นปากไว้กับแฟนคลับเพื่อแก้ข่าวให้ยูแอลด้วย จึงได้ไปถ่ายงานสถานที่ที่คล้ายกันกับบ้านของยูแอลแทน เพราะเจซีไม่อยากให้ยูแอลเข้าไปเจอยายด้วยสภาพที่ผอมโซกว่าเดิมอย่างนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมายูแอลก็พยายามที่จะไม่ทำให้เจซีโกรธแม้จะต้องแสดงให้เขาเชื่อก็ตาม...เพื่อรอวันที่จะเจอจีเซลอย่างเช่นวันนี้...ทุกคนต่างเดินทางมาถึงสถานที่ถ่ายทำกันหมดแล้ว เจซีและยูแอลเองก็มาถึงก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงเพราะต้องมาแต่งตัวแต่งหน้าลองเข้าฉากหามุมกล้องที่ถูกใจ และจีเซลดันมาถึงก่อนพวกเธอเสียอีก...แต่เขาแค่ลอบมองเธอเป็นระยะเท่านั้นไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเธอเท่าไหร่นัก ทุกอย่างดำเนินได้ด้วยดี...ตามเนื้อหาเอ็มวีคือเธอต้องเป็นผู้หญิงที่เดินจากเจซีไปเพื่อไปหาจีเซลเมื่อเพลงเปิดขึ้นยูแอลถึงกับอึ้งไม่อยากเชื่อว่าทั้งสองคนจะทำงานเข้ากันได้ดีถึงขนาดอัดเพลงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง แค่ฟังก็รู้ว่าจะต้องติดหูมากแค่ไหน ใครจะไปรับรู้ว่าเบื้องหลังเวทีที่มีการร่วมงานกันมันคือการแข่งขันที่จะต้องทำออกมาให้ดีที่สุดเพราะมันจะมีก
หลังจากที่จีเซลแอบขับรถตามเจซีไปก็ได้รู้ที่อยู่ของเจซีและยูแอล แต่เขากลับไม่ได้ทำอะไรผลีผลามเหมือนก่อนหน้านี้เคยเป็น เขาเพียงแค่จ้องมองคฤหาสน์หลังใหญ่นั้นพร้อมกับเชิดหน้าเอามือเท้าหน้าต่างรถที่เปิดกระจกอยู่และยกยิ้มขึ้น... ก่อนจะกลับรถตรงไปยังบริษัทเพื่อที่จะทำงานต่อในช่วงเช้าเกรซและซาซ่าเดินทางมายังค่ายเพลงบีคริส ค่ายที่วงบียอนด์สังกัดอยู่เพราะช่วงบ่ายมีซ้อมเต้นกับวงพวกเขา แต่ทั้งสองสาวเลือกที่จะมาก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมงเพื่อดักรอจีเซล ตั้งใจว่าจะส่งข่าวให้เขาได้รับรู้ถึงความยากลำบากของเพื่อนสาวของตน...ยังไงจีเซลก็ต้องได้รับรู้ และทั้งสองก็รอได้ไม่นานก็เห็นวงบียอนด์เดินเข้าบริษัทมากันครบวง แต่จะรอช้ากว่านี้คงจะไม่ได้ ทั้งสองจึงพยักหน้าให้กันแล้วรีบวิ่งไปยังจีเซลทันที“คุณจีเซล!” เกรซเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตระหนก จีเซลหันมองเกรซและซาซ่าด้วยสีหน้าสงสัยแต่...เพื่อนรุ่นพี่อย่างซันชายน์รีบเข้ามาขวางหน้าไว้เสียก่อน“มีอะไรหรือครับคนสวย คิดถึงผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” ซันชายน์เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มร่า เกรซหันไปมองเขาตาขวางก่อนจะผลั
สองร่างกอดกันแน่นบนเตียงกว้างสีน้ำเงินเข้ม ชุดนอนถูกร่นออกอย่างง่ายดายเพราะมันเป็นเพียงชุดกระโปรงยาวสีขาวตัวบาง ชุดชั้นในนั้นไม่มีให้เกะกะเนื่องจากคิดว่าต้องนอนแล้วถึงไม่ได้ใส่มัน...อีกอย่างไม่ใช่บ้านของเธอจึงไม่ได้เตรียมมาเปลี่ยน ร่างบางบิดเร่าอยู่ใต้ร่างหนากัดปากตัวเองแน่นเมื่อคนด้านบนเลื่อนมือไปไปกอบกำเต้าสวยพอดีมือก่อนจะเลื่อนลงไปดูดกลืนปลายยอดนั้นอย่างไม่ลดละ รุนแรงจนตัวเกร็งไปหมด..“อึ๊..อื้ม” เสียงครางออกมาผ่านลำคอจากการสกัดกลั้นมันเอาไว้ด้วยความทรมาน แอ่นอกรับริมฝีปากนั้นอย่างลืมตัวแม้ว่ามือเล็กจะพยายามดันไหล่ไล่เขาออกไปก็ตาม แต่ก็แปรเปลี่ยนเป็นจิกเกร็งไหล่แกร่งนั้นแน่น...ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลย...มือหนาอีกข้างจับขาเรียวของเธอให้อ้าออกพอที่จะแทรกร่างของตัวเองเข้าไปอยู่ระหว่างขานั้น ทั้งที่ปากยังคงไม่ว่างคอยปรนเปรอพรมจูบไปทั่วบริเวณอกสวย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าพรมจูบไปทั่วหน้าท้องแบนราบจยไปถึงส่วนนูน... มือหนาข้างหนึ่งบีบคลึงเต้าตึงอีกข้างหนึ่งบดขยี้จุดอ่อนไหวจนร่างบางสะดุ้งโหยงและเบือนหน้าหนี แต่ก็ต้องหันหน้ากลับมาหลุบตามองส่วนล่างเม
แม้เรื่องราวกำลังจะแก้ไขได้มันก็ต้องกลับตอกย้ำถึงปัญหาใหม่อีกครั้ง เรื่องที่กำลังจะคลี่คลายกลายเป็นปมหนักและใหญ่กว่าเดิม ความสุขที่มีนั้นอยู่ไม่ได้นานจริงๆ จีเซลจ้องมองชายหญิงที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารของครอบครัวเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สายตาเฉี่ยวยังคงจ้องมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนสาวของพี่ชายตัวเอง...“แอลคะ? ทานอันนี้ไหม? เดี๋ยวพี่ตักให้”“...ขอบคุณค่ะ...”“ดูรักกันดีจังเลยนะลูก คบกับยูแอลมานานหรือยังล่ะเจซี”“ปีนี้ก็เข้าปีที่ 11แล้วครับแม่” เจซีตอบพร้อมกับปรายสายตามองจีเซลอย่างยิ้มๆ จีเซลได้แต่จบกรามแน่นจ้องมองเจซีอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูเหมือนว่าเจซีจะรู้เรื่องมาแต่แรกแล้วจากท่าทางที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอย่างนั้น“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นไอดอลทั้งคู่ จีเซลไม่รู้จักพี่เขาหรือลูก” ผู้เป็นแม่หันไปเอ่ยถามตาใสมองลูกทั้งสองสลับกัน“ไม่...”“รู้จักสิครับ ผมกำลังจะร่วมงานกับน้องชายอย่างจีเซลพอดี” เจซีเอ่ยขัดจีเซลขึ้นมาทันทีและยังหันไปยิ้
“กูจะลาออกจากวง” จีเซลเอ่ยขึ้นหลังจากที่พูดคุยกับเพื่อนๆ เรื่องเดิมคือเรื่องของยูแอลมาได้สักพัก เขาตั้งใจไว้อย่างนั้นก็เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะไปได้ดีให้มาเดือดร้อนเพราะเรื่องของเขา การกระทำที่จีเซลคิดว่าตัวเองคิดดีแล้วทำให้เพื่อนๆ ในวงถึงกับช็อกค้างมองหน้ากันไปมาอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“กูไม่อนุมัติ” ดีนขยับแว่นตาใสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแทบจะทันทีโดยไม่ต้องคิด ราวกับว่าเขาได้คำนวณไว้แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นและเขาเองในฐานะหัวหน้าก็ได้คิดแผนการที่ช่วยเพื่อนร่วมวงของตนไว้อยู่แล้ว ...ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไปมันก็จะเป็นวงบียอนด์ต่อไปไม่ได้“ดีน กูคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว...กูก็รักในงานนี้ แต่กูรักพวกมึงมากกว่า อย่าให้กูเป็นตัวปัญหาของพวกมึงเลย” จีเซลเอ่ย“แล้วมึงคิดว่ารักพวกกูอยู่ฝ่ายเดียวเหรอวะ?” ชาร์วีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย“มีอะไรมึงก็ไม่ค่อยบอกพวกกู มันก็เลยกลายเป็นแบบนี้” วินซ์เอ่ยเสริมด้วยท่าทีจริงจังผิดกับนิสัยขี้เล่นของเขา รอบ
“ฮะ?!!! ยูแอลลาออกจากทีม?!!” เกรซและซาซ่าพูดขึ้นเสียงดังพร้อมกันอย่างไม่อยากเชื่อคำพูดของหัวหน้าทีมอย่างแจ็คกี้เท่าไหร่นัก วันนี้อุตส่าห์ได้มาเจอกับวงบียอนด์แต่จู่ๆ เธอก็ลาออกกะทันหันเสียอย่างนั้น ที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือเป็นไปไม่ได้ที่ยูแอลจะไม่บอกพวกเธอเลย ถ้าไม่รู้เรื่องจากจีเซลพวกเธอคงจะโกรธเพื่อนสาวไม่น้อย“เพื่อนเธอได้ดีแล้ว แฟนไม่ให้ทำงานแล้วก็ถือว่าสบายแล้วนี่ จะทำเสียงตกใจอะไรกันขนาดนั้น” แจ็คกี้เอ่ยพร้อมทำท่าตกใจที่ทั้งสองคนตะโกนขึ้นมา เกรซและซาซ่าหันมองหน้ากันอย่างสงสัยก่อนที่ซาซ่าจะเอ่ยถามขึ้นเพราะทนความสงสัยในใจไม่ไหว“แล้ว...ยัยแอลของพวกฉันมาบอกพี่แจ็คเองเลยเหรอ??”“ก็...เปล่านะ คุณเจซีเป็นคนมาบอก เพราะไม่อยากให้ยูแอลทำงานแล้ว”“แล้วสัญญานักเต้นล่ะ?” เกรซถามต่อ“คุณเจซีจัดการให้เรียบร้อยแล้ว แถมยังให้ค่าผิดสัญญามาตั้งก้อนนึง”แจ็คกี้พูดพร้อมกับตาแวววาวเป็นประกายเมื่อนึกถึงเงินก้อนนั้น เขาตั้งใจที่จะเอามาพัฒนาทีมเต้นของตนเอง ถึงแจ็คกี้จะหน้าเง