หนิงเยว่ซินเอนกายลงนอนพร้อมกับถอดถอนใจเล็กน้อย นางเองก็ไม่เข้าใจนักว่าบุรุษที่ส่งคนไปสู่ขอนางด้วยสินสอดก้อนใหญ่ แต่กลับไม่มาเข้าพิธีหรือแม้แต่จะมาเข้าหอ แต่ที่จริงแล้วนางเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนัก เพราะนางกับเจ้าบ่าวก็ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ไม่ได้รักใคร่ใยดีกัน จึงไม่ได้รู้สึกอะไรที่เหมือนนางไม่มีความสำคัญกับสามีหมาดๆคนนี้เลย
พ่อบ้านของเขาบอกว่านายท่านออกไปราชการด่วน ก่อนจะถึงฤกษ์ที่ต้องส่งเกี้ยวไปรับเจ้าสาวเพียงเล็กน้อย เขาเพียงสั่งความไว้แล้วก็ออกเดินทางไปทันที แต่เยว่ซินก็คิดว่ามันแปลกๆอยู่ งานแต่งงานในจวนแม่ทัพ แต่ไม่มีแขกเหรื่อเลยสักคน มีเพียงพ่อบ้านและคนสนิทสามสี่คน ที่เข้าร่วมพิธีแต่งงานที่มีบิดาและมารดาเลี้ยงและญาติทางฝ่ายเจ้าสาวที่พากันซุบซิบอย่างงงันกับเหตุการณ์ในจวนของเจ้าบ่าวแต่ก็ไม่มีใครกล้าทักท้วงหรือพูดจาอะไรออกมา
แม้แต่ท่านพ่อของนางเพราะแม่เลี้ยงได้รับสินสอดก้อนใหญ่มากอย่างที่เจ้าสาวน้อยคนนักที่ฐานะเทียบเท่านางจะได้รับ จึงทำให้แม่เลี้ยงปิดปากสนิทในเรื่องนี้แม้ท่านพ่อจะเอ่ยปากขึ้นเล็กน้อยแต่แม่เลี้ยงก็จับแขนของเขาเอาไว้ และทำให้เขานิ่งเงียบไป
เพราะวันนี้เป็นวันมงคลของบุตรสาว และนางกำลังเข้าพิธีแต่งงาน แม่เลีี้ยงของนางกระซิบบอกบิดาว่าพูดมากไปจะไม่ดีเพราะไหนๆเกี้ยวเจ้าสาวก็มาถึงจวนของเจ้าบ่าวแล้ว จึงได้พากันหุบปากแต่ในใจก็อดจะคิดไม่ได้ว่าการแต่งงานที่เจ้าสาวงดงามถึงปานนี้เหตุไฉนเป็นงานที่เหมือนแต่งเพียงให้เสร็จๆไป ทั้งๆที่เจ้าบ่าวก็เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงไม่น้อย จวนก็ใหญ่โตหรูหรา และได้ยินว่าเขาก็ร่ำรวยไม่น้อย และไม่มีสตรีอื่นในจวนอีกด้วย และที่น่าแปลกใจเจ้าบ่าวแทบจะไม่มีญาติมิตรมาร่วมงานเลย มีเพียงพ่อบ้านของจวนและคนสนิทของเขาแค่เพียงสามสี่คนเท่านั้น
เยว่ซินถอนหายใจเล็กน้อย แล้วก็หลับตาลง นางคิดเสียว่าช่างเถอะ เขาไม่มาก็ดีเหมือนกัน เพราะนางกับเขาต่างก็เหมือนคนแปลกหน้า คงต้องใช้เวลาที่จะทำความคุ้นเคยกันเสียก่อน นางจะยังไม่ตัดสินเขาหากยังไม่ได้พบหน้าและรู้จักเขาให้มากกว่านี้เสียก่อน
กลางดึกคืนนั้นคนในจวนต่างพากันหลับไหลแล้ว ร่างล่ำสันร่างหนึ่งก็เดินลัดเลาะมาตามทางเดินเล็ก ๆ ที่ผ่านสวนหน้าหมู่เรือนต่างๆจนกระทั่งมาถึงที่หน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่มีผ้าสีแดงและโคมไฟแขวนเอาไว้เป็นสัญลักษณ์ถึงงานแต่งงานเมื่อกลางวัน ร่างหนาเปิดประตูหน้าเรือนออกแล้วก้าวเดินเข้าไปในเรือน เขาคือแม่ทัพจางโม่โฉวที่เพิ่งนั่งรถม้ากลับมาจากภัตตาคารที่เขาไปดื่มสังสรรค์กับสหายของเขามา ตอนแรกเขาไม่คิดจะกลับมาค้างที่จวนแม่ทัพ
แต่เมื่อคิดไปคิดมา เขาอุตส่าห์เสียค่าสินสอดมากมายนัก เพื่อจะแต่งสตรีแพศยานั่นเข้ามาในจวนของเขา เขาก็ควรได้ค่าตอบแทนบ้าง แม้นางจะแปดเปื้อนมามากมาย แต่เขาจะคิดเสียว่านางคือหญิงคณิกาผู้หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องบริสุทธ์ผ่องใส แค่เพียงเสพสมเพื่อไม่ให้เงินค่าสินสอดที่แพงเกินค่าตัวของนางที่เขาจำต้องจ่ายไปนั้นเสียเปล่าก็เพียงเท่านั้น
เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าแล้ว เขาสวมเสื้อคลุมเพียงตัวเดียวแล้วตัดสินใจเดินดุ่ม ๆ ไปที่เรือนเล็กซ่อมซ่อท้ายจวนหลังนี้เพื่อมาทำหน้าที่ให้มันเสร็จๆไป แม้เขาเองจะรังเกียจเจ้าสาวหมาดๆที่เพิ่งแต่งงานเข้ามานัก เขารังเกียจสายเลือดเลวๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของนาง รังเกียจจนแทบไม่อยากจะแตะต้อง แต่ด้วยความภักดีต่อครอบครัวที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กจนเขาเติบใหญ่และได้ดิบได้ดีมาจนถึงป่านนี้ เขาจึงตัดสินใจหลับหูหลับตาทำเรื่องพวกนี้ให้เสร็จสิ้นไปเสีย
ร่างล่ำสันก้าวเท้าด้วยฝีเท้าเบากริบดั่งผู้มีวรยุทธ์เดินไปจนถึงที่เตียงวิวาห์ที่มีผ้าสีแดงผูกเอาไว้ และบนหมอนสีแดงนั่นมีใบหน้าของสตรีที่ใบหน้านวลแอร่มงดงามยิ่งนัก นางอยู่ในอาภรณ์สีขาวบางเบา เขามองเห็นเรือนร่างของนางได้อย่างชัดเจนเพราะแสงตะเกียงกลางห้องยังส่องมาพอให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้
สตรีแพศยาผู้นี้งดงามนัก แม้ยามหลับตาเขาก็ยังอดที่จะจ้องมองใบหน้านวลอร่ามของนางไม่ได้ ผิวกายของนางนวลเนียนไร้ไฝฝ้าใดๆ เปลือกนอกก็ดูดีดังเช่นคุณหนูในห้องหอที่เพียบพร้อมและสูงส่งคนอื่นๆ แม้เบื้องหลังจะเลวร้ายโสมมยิ่งนัก มิน่าเล่าเจ้าน้องเขยนั่นถึงได้ติดใจ จนยอมทะเลาะกับเมีย และร่ำๆคิดจะรับสตรีนางนี้เข้าจวนทั้งๆที่น้องสาวของเขาไม่ยินยอม นางรักสามีของนางมาก ไม่อยากจะให้มีสตรีอื่นใด นอกจากนาง และยิ่งสตรีนางนี้ ยิ่งจ้องมองก็ยิ่งน่ากลัวนัก หากได้มาเป็นคู่แข่งหัวใจ น้องสาวของเขาต้องตกเป็นรองอย่างแน่นอน
มิน่าเล่าอี้หลานถึงมาร่ำไห้ปานจะขาดใจ แม่ทัพหนุ่มเพ่งมองเจ้าสาวหมาดๆของตนเอง แม้ยามไม่ได้แต่งเนื้อแต่งตัวก็ยังงดงามถึงปานนี้ ช่างเป็นคู่แข่งที่น่ากลััวสำหรับสตรีอืื่นยิ่งนัก แม่ทัพจางถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาออกแล้วเดินนำไปพาดไว้ที่่ราวไม้ แล้วร่างเปลือยเปล่าที่ล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่นไปทั้งร่างดังผู้ที่ฝึกฝนร่างกายอยู่เป็นประจำก็เดินย้อนกลับมาที่เตียงสี่เสาหลังใหญ่ที่จัดเอาไว้เป็นเตียงวิวาห์ในคืนนี้
เขาทรุดนั่งลงข้างๆร่างอวบขาวผ่องนั้นแล้วเลิกผ้าผวยที่นางห่มเอาไว้ออก แล้วลงมือแกะผ้าคาดเอวของนางออกช้าๆ จนมันหลุดลุ่ย สาปเสื้อของนางหลุดออกจากกันมองเห็นร่องอกขาวผ่องรำไร แม่ทัพจางกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย มันดูเย้ายวนยิ่งนักท่ามกลางแสงตะเกียงสีนวล
ขณะนั้นหญิงงามปานเทพเซียนที่เขาเห็นหลับสนิทอยู่เมื่อครู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที “ อ๊ายย ท่านเป็นใครกัน ทำไมถึงเข้ามาในห้องนี้ ” นางพลันผุดลุกขึ้นอย่างตกใจที่อยู่ ๆก็เห็นบุรุษแปลกหน้าร่างกายล่ำสันเปลือยกายนั่งอยู่ข้างเตียงของนาง
“ ก็สามีของเจ้าอย่างไรกันเล่า สามีที่ไม่ได้อยากจะได้เจ้าเป็นเมีย แต่จำใจทำไปเพราะหน้าที่ และตอนนี้ข้าก็จำต้องทำหน้าที่ผัวให้สมบูรณ์ เพราะไหนๆ ข้าก็จ่ายค่าตัวที่แสนแพงของเจ้าไปแล้ว
” เขาเอ่ยด้วยใบหน้าบึ้งตึงดวงตาคมดุจ้องมองนางด้วยความเกลียดชังอย่างเปิดเผย “ ท่านคือแม่ทัพจางเช่นนั้นหรือ ” เมื่อตั้งสติได้ เยว่ซินก็เอ่ยถามเขาด้วยเสียงแผ่วเบา “ ก็ใช่นะสิ จะมีผู้ใดกล้าย่างเท้าเข้ามาในเรือนนี้นอกจากข้า ”
เมื่อจบประโยคเขาก็กระชากร่างอวบของนางมาจนชิดแล้วกระชากสาปเสื้อจนมันฉีกขาดเพราะเนื้อผ้าของมันเป็นเนื้อผ้าบางเบาอยู่แล้ว เขาจึงยิ่งฉีกมันขาดเป็นทางยาวแล้วดึงทึ้งมันจนหลุดออกไปจากร่างอวบเผยเอี๊ยมตัวบางสีชมพูอ่อนแต่เมื่อมันมาอยู่บนร่างที่แม้จะมีเอวคอดกิ่วแต่หน้าอกของนางนั้นใหญ่และดูอวบขาวยิ่งนัก
ร่องอกของนางขาวผ่อง ทรวงอกอวบใหญ่เบียดชิดกัน ผลอิงเถาสองผลของนางดุนดันผ้าเนื้อบางเบานั้นออกมาจนเห็นได้ชัด แม่ทัพหนุ่มดึงเชือกผ้าเส้นเล็กที่ผูกเอีี๊ยมสีชมพูอ่อนนั้นออกจนมันหลุดไปจากร่างอวบ แล้วดันร่างอวบของนางลงนอนราบแล้วก้มลงอ้าปากดูดผลอิงเถาของนางทันที
เขาขบกัดมันและดูดอย่างรุนแรง ไม่ปรานีนางแม้เพียงน้อย ด้วยแรงเกลียดชังที่มีมากมาย แต่ทันทีที่ลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของเขาสัมผัสกับผลอิงเถาที่สั่นระริกของนาง เขาก็พลันรู้สึกติดใจทันที เขาทั้งดูดทั้งเลียอย่างรุนแรงทั้งที่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะเพียงแค่มากระแทกร่องของนางให้มันเสร็จสิ้นไปแล้วก็กลับออกไป ขอเพียงน้ำเชื้อชาติพันธ์ของเขาเข้าไปในกายของนางก็เป็นอันเสร็จสิ้น แต่เมื่อสายตาคมดุจ้องมองอกอวบใหญ่ของนางที่มันมองเห็นได้ชัดเจนเขาก็อดใจเอาไว้ไม่ได้ อยู่ ๆก็ก้มลงดูดผลอิงเถานั้นอย่างลืมตน เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งใช้ลิ้นสากห่อเป็นวงกลมแล้วดุนดันมันไปมา เขาทำเช่นนี้สลับกันไปทั้งสองข้าง เยว่ซินที่ตอนแรกตกใจนักที่อยู่ ๆ เขาก็รุกนางอย่างรวดเร็วทำให้ชะงักไปครู่หนึ่ง นั่นทำให้เปิดโอกาสให้เขายิ่งจู่โจมนางอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น แต่เมื่อตั้งสติได้นางพยายามดิ้นรนหนีให้พ้นจากร่างล่ำสันที่คล่อมนางเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นไปได้ ยิ่งถูกเขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งใช้ลิ้นสากดุนดันผลอิงเถานางหนักยิ่งขึ้น ความเสียวที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิตสาวมันพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รุนแรง นางเสียวจนแทบจะทนไม่ไหว จึง
วูบหนึ่งเขาอยากจะก้มไล้เลียมันอย่างกระหาย แต่สติที่ยังคงมีอยู่ฉุดรั้งตนเองเอาไว้ เขารังเกียจชิงชังหญิงแพศยานี่เหลือเกิน จนมิอาจจะทำกับนางเช่นหญิงที่เขารักได้ เขาตั้งใจว่าจะไม่จูบนางไม่เล้าโลมนางดังเช่นสตรีที่เขาพึงใจและเต็มใจที่จะรับมาเป็นฮูหยิน เขายับยั้งตนเองเอาไว้ หญิงนางอื่นที่เป็นสตรีที่ดีงามอาจจะทำได้ แต่เขาจะไม่ทำกับหญิงแพศยาผู้นี้เป็นอันขาด แม่ทัพหนุ่มรีบตัดสินใจยกเจ้าลูกชายที่พร้อมจะสู้รบแล้วสอดเข้าไปในร่องอวบที่ปริ่มน้ำของนางนั้นอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆดันมันเข้าไป แม้มันมีน้ำรักของนางเคลือบเอาไว้แต่ก็เข้าไปได้ยากเย็นยิ่ง “ เจ็บนะ เจ็บ ข้าเจ็บ เอาออกไปนะ ไม่อย่านะ อย่า ไม่ข้าไม่ได้รักท่าน ” เยว่ซินที่นอนทอดร่างระทวยอย่างอ่อนแรงตกใจยิ่งนักที่อยู่เขาก็ดันลำกายอวบใหญ่ของเขาเข้าไปในร่องอวบของนางอย่างรวดเร็ว นางยังเจ็บมาก ทั้งเจ็บทั้งแสบเหลือเกิน นางจึงได้พยายามดิ้นรนขัดขืนและร้องห้ามเขาออกมา โม่โฉวเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน “ ข้าเองก็เกลียดเจ้า ยิ่งไม่มีทางจะรักสตรีแพศยาเช่นเจ้าได้ ” เขาตอบนางไปด้วยดวงตาวาบไปด้วยความชิงชัง เยว่ซินเมื่อได้ยินวาจาของเจ้าบ่าวหมาดๆ ของนาง ก็ต
ทั้งสองโยกเข้าหากันอย่างรุนแรง เร่าร้อนด้วยจังหวะรักเดียวกันอย่างไม่รู้ตัว ทั้งๆที่เป็นการเริงรักกันเป็นครั้งแรกแม่ทัพหนุ่มโยกขย่มเมียที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะรับเป็นเมียจนแทบจะจมไปกับฟูกหนานุ่มบนผ้าปูเตียงวิวาห์สีแดงเข้มที่เป็นผ้ามัันระยับเขารู้สึกว่าบนผ้าปูเตียงสีแดงเช่นนี้ มันทำให้ร่างเย้ายวนของเมียหมาดๆของเขา ยิ่งดูเร่าร้อน ร่านรัก จนเขาแทบจะหยุดยั้งตนเองไม่ได้ เสน่ห์ของนางช่างร้ายกาจเหลือเกิน และเขาไม่แปลกใจเลยสักนิด ว่าเรื่องที่เขาได้ยินว่ามีบุรุษมากมายหมายปองนางนั้นจะไม่ใช่ความจริง รวมทั้งเจ้าน้องเขยตัวดีที่คิดจะแต่งนางเข้าจวน จนน้องสาวของเขาวิ่งโร่มาหาเขาพร้อมกับน้ำตานองหน้า ขณะที่ครุ่นคิด บั้นเอวสอบของเขาก็โยกไหวไม่พัก เสียงร้องครวญครางดังออกมาจากลำคอหนาดังกระหึ่มไม่ขาดระยะ และสตรีใต้ร่างของเขาก็ไม่แพ้กัน นางร้องครวญครางกระเส่า และเสียงของนางดังแม่แมวน้อยที่ร้องขู่เพื่อจะข่มขวัญเสือร้ายเช่นเขา และนางยิ่งถูกเสือร้ายกลืนกินอย่างดุดันยิ่งไปกว่าเดิม แม่ทัพหนุ่มทั้งเหน็ดเหนื่อยและสุขสมอย่างที่ไม่เคยมาก่อนในชีวิตหนุ่มของเขา ลำตัวของเขามันวับไปด้วยเหงื่อ เสียงหอบหายใจเสียงดั
เยว่ซินค่อย ๆ เดินโผเผไปที่หลังฉากกั้น แล้วเปิดหีบที่วางอยู่หน้าตู้เสื้อผ้านั้น ค้นหาอาภรณ์ออกมาหนึ่งชุด แล้วผ้าสำหรับเช็ดตัวอีกหนึ่งผืืนนำไปพาดเอาไว้บนราวใกล้ ๆ ถังน้ำใบใหญ่ ขณะนั้นหย่งหลิวก็ก้าวเข้ามาในห้องนอน นางกระวีกระวาดรีบมาช่วยคุณหนูของนางอาบน้ำ “ คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวเข้ามาในห้องนี้หลายรอบแล้ว แต่ท่านยังไม่ตื่นบ่าวจึงไม่ได้ปลุกเจ้าค่ะ ” ขณะที่เอ่ยคำสนทนากับนายหญิงของตนเอง ดวงตาคู่กลมของนางก็เบิกกว้าง เมื่อเห็นร่องรอยแดงๆหลายจุดที่ร่างอวบอิ่มของนายสาว นางลงมือขัดถูอาบน้ำให้กับคุณหนูของนางดังเช่นปกติ แต่เมื่ออดใจไม่ได้ก็เอ่ยถามขึ้นเสียงเบา “ เมื่อคืน….” เยว่ซินพยักหน้ารับ “ เขามาเข้าหอเมื่อคืน กลางดึกแล้ว ไม่รู้ว่ากี่ยามเหมือนกัน ” ใบหน้างามของนางแดงระเรื่อเมื่อยามบอกเล่ากับสาวใช้คนสนิท แล้วหย่งหลิวก็ไม่ได้ถามนายหญิงของตนต่อไปอีก แม้นางจะเห็นร่องรอยรักแดงระเรื่อหลายจุดนักบนร่างของนายหญิงของตนเอง เพราะผิวพรรณของนายหญิงบอบบางนัก ทั้งยังขาวผ่องนวลเนียนทำให้เห็นร่องรอยน้อยใหญ่พวกนั้นเด่นชัดนางก้มหน้าก้มตาอาบน้ำให้จนเสร็จดังเช่นปกติ แล้วก็เช็ดกายอวบอิ่มของคุณหนูจนแห้ง
จึงเป็นที่มาของการปฏิบัติกับฮูหยินใหม่เช่นนี้ เริ่มจากเจ้าบ่าวไม่มาเข้าพิธีให้เจ้าสาวเข้าพิธีกับป้ายชื่่อของเขาและพออีกวันก็สั่งให้ย้ายเรือนไปอยู่เสียไกล เหมือนชิงชังรังเกียจนางนักหนา แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าตั้งคำถามกับเจ้าของจวนว่าเหตุใดเขาจึงย้ายภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ไปอยู่เสียไกลเช่นนั้น บ่าวชายและสาวใช้สองสามคนมาช่วยกันขนข้าวของๆเจ้าสาวหมาดๆ แล้วก็พากันกลับไปเยว่ซินและหย่งหลิวพากันเดินสำรวจเรือนน้อยหลังใหม่ที่พวกนางเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ เรือนนี้แม้ไม่ใช่เรือนใหม่นัก แต่ก็พออยู่ได้ ยังไม่ต้องซ่่อมแซมสิ่งใด พ่อบ้านของจวนก็สั่งให้คนมาทำความสะอาดเอาไว้แล้ว ตุ่มน้ำหลังบ้านก็มีบ่่าวไปตักน้ำมาใส่จนเต็มทุกตุ่มแล้ว ครัวเล็กด้านหลังก็สามารถใช้ทำอาหารได้หากพวกนางต้องการ ห้องสุขาที่อยู่ด้านหลังเรือนอีกฝั่งหนึ่งของครัวก็ยังใช้งานได้ดี แต่ในห้องนอนของคุณหนูไม่มีถังอาบน้ำใบใหญ่ กับฉากกั้นสำหรับไว้แต่งตัว“ คุณหนูเจ้าคะ แล้วคุณหนูจะอาบน้ำอย่างไร ในห้องไม่มีอ่างอาบน้ำนะเจ้าคะ หรือเราจะบอกให้พ่อบ้านนำมาให้ ” หย่งหลิวเมื่อเดินสำรวจจนทั่วเรือนแล้วก็หันมาถามนายหญิงของตนเอง“ ไม่เป็นไร ข้าอาบที
แม้ขณะนี้หน้านางก็ไม่อยากจะเห็น และซ้ำยังโกรธตนเองอย่างมากที่ไปหลงไหลนางเข้าอย่างบ้าคลั่งและเหมือนยังติดใจอยู่จนบัดนี้ จึงสั่งให้สาวใช้ไปบอกให้นางย้ายเรือนออกไปอยู่ที่ริมกำแพง ที่เป็นเรือนหลังสุดท้าย ให้ห่างจากเรือนหลักของเขาออกไปให้มากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ไม่คิดแต่อยากจะไปหานางเหมือนคนบ้าที่ต้องคอยหักห้ามใจของตนเองเอาไว้แม่ทัพหนุ่มเข้านอนเพราะเหนื่อยล้าไม่น้อยจากการร่วมรักที่เร่าร้อน ดุเดือด และสุขสมอย่างไม่เคยมาก่อนจนเขาตกใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับเขา แม้จะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย แต่ไม่อาจจะข่มตานอนหลับได้ เขานอนลืมตาโพลง ด้วยไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตนเองอย่างไรและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน เขาไม่อยากจะยอมรับกับตัวเองเลยว่าติดใจนาง ติดใจเหลือเกิน ติดใจจนแทบจะรอไม่ไหวที่จะไปที่เรือนเล็กซ่อมซ่อนั้นอีกในคืนต่อๆไป เจ้าใจของเขามันบ้านัก แม้จะรู้ว่าย้ายนางไปที่เรือนเล็กเกือบจะริมกำแพงจวนแล้ว แต่ก็ร่ำๆ แต่อยากจะไปหานาง เขาให้เหตุผลกับตนเองว่าเขาเพียงแค่ต้องไปทำตามหน้าที่ให้นางตั้งครรภ์อย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าน้องเขยนั่นจะตัดใจจากนางได้อย่างเด็ดขา
ขณะที่เยว่ซินกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น ร่างหนาก็ชักรูดลำกายอวบใหญ่ของตนเองจนกระทั่งมันพรักพร้อมแล้ว เขาจึงได้ขึ้นไปนอนคร่อมร่างของภรรยาหมาดๆ ของเขาเอาไว้ แล้วจับเจ้าลูกชายแสนล่ำของตนเองสอดเข้าไปในร่องอวบของนางจากทางด้านหลังแทนที่นิ้วแกร่งนั่น เขาค่อยๆดันมันเข้าไปจนมิดลำกายช้าๆ แขนล่ำสัันและแข็งแกร่งยกขึ้นค้ำยันร่างหนาของตนเองเอาไว้ แล้วโยกบั้นเอวเร่งกระแทกนางจากทางด้านหลังทันที ด้วยจังหวะเนิบนาบ และถูไถบดขยี้นางไปมา ครูดผ่านเมล็ดดอกไม้อย่างจงใจ จนได้ยินเสียงนางร้องครวญครางเสียงกระเส่าออกมาอย่างทนต่อไปไม่ไหว เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง “ อ๊าา อ๊ายย อ๊าาา อ๊าาา อ๊าา อ๊ะ อ๊าา ” เยว่ซินที่ทนเสียวต่อไปไม่ได้จึงได้เอาแต่ร้องครวญครางออกมาอย่างลืมอาย นางแอ่นก้นอวบอัดขึ้นหาเขาด้วยจังหวะเดียวกันดังเช่นนักเรียนที่หัวไวนัก เพราะเคยถูกเขาเคี่ยวกรำในคืนก่อนหน้านั้นมาแล้วแทบจะทั้งคืนขณะที่ร่างล่ำสันด้านบนก็เร่งกระแทกร่องอวบของนางอย่างเมามัน “ โอ้วววว โอ้วววว เสียว ข้าเสียว โอ้วววว โอ้ววว ” แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางในลำคอหนากระหึ่ม เขารู้สึกเสียวซ่านขึ้นตา
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้
ยิ่งวันนี้เขาเห็นสายตาบุรุษหลายคนๆจับจ้องมองนาง แม้จะรู้ว่านางแต่งงานแล้วก็ยังมอง แถมยังมีคนมาทักทายนางหลายคน ทำให้ได้รู้ว่านางรู้จักบุรุษไม่น้อย นี่ถ้าหากเขาไม่ได้พิสูจน์ด้วยตนเองว่านางไม่เคยชาย เขาคงจะคิดว่านางร่านชายและตกเป็นของบุรุษอื่นมาหลายคนแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาเองก็รู้ดีแก่ใจนางรักษาตัวเอาไว้ได้จนมาถึงเขาที่เป็นสามี และใ่ช่เขาเป็นสามีของนางแท้ๆ แต่งงานกันแล้ว แม้จะเป็นแค่ป้ายชื่อแต่เขาก็พร้อมจะตีมึนอยู่แล้วว่าพิิธีแต่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว วันนี้เขาเสียใจมากที่ไม่ยอมมาเข้าพิธีกับเจ้าสาวที่งดงามถึงขนาดนี้ ตอนนี้ความหึงหวงมันเริ่มมาเต็มร้อย ดวงตาคู่คมก็คอยแต่จับจ้องกลัวจะมีใครมาทำเกินเลยกับนาง โม่โฉวจึงได้รู้ว่าเขาตกหลุมรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว และบัดนี้ยังไม่รู้ว่าจะปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างไรและในที่สุดเขาก็โล่งใจ ถอนหายใจได้เสียทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาจะได้พานางกลับบ้านและจะไม่ยอมให้นางมาออกงานอีกถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ก็จนกว่านางจะมีบุตรให้กับเขาหลายๆคนแล้ว แม่ทัพหนุ่มวางแผนเอาไว้ ไม่ได้คิดเลยว่าตนเองกับนางไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรักดังเช่นคู่สมรสอื่นๆสักนิดและเมื่อออก
“ เราทำการแสดงก็ต้องให้มันสมจริง เราพลอดรักกันหวานชื่น ให้ผู้อื่นเห็นกันให้ทั่วๆ ในงานนี้นอกจากพวกทหารก็มีพวกพ่อค้าและพวกขุนนางจวนต่างๆก็มากันมากอยู่ และพวกเขาก็ต่างพาฮูหยินและบุตรสาวบุตรชายพวกเขามาด้วยกัน เรื่องพวกนี้จะได้ไปเข้าหูเว่ยหลงอย่างไรเล่ายิ่งเขาได้ยินจากผู้อื่นเขาก็จะยิ่งแน่ใจว่าเราแต่งงานกันและอยู่กินกันฉันท์ผัวเมียจริงๆ แล้วเขาจะได้ตัดใจจากเจ้าได้ง่ายๆ ต่อไปข้าจะหาทางให้เขาย้ายครอบครัวไปอยู่เมืองอื่น เพราะเขามีกิจการหลายแห่ง หากย้ายไปอยู่ที่อื่นที่มันไกลจากเจ้าเสียหน่อย ข้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น เจ้าก็รอหน่อยก็แล้วกัน ตอนนี้ข้าไม่วางใจว่าเขาจะยอมเลิกราง่ายๆ ” โม่โฉวแอบอ้างเช่นนั้นเพื่อต้องการให้นางเชื่อทั้งที่จริงเขารู้ว่าเจ้าน้องเขยตัวดีไม่กล้าอาจหาญแย่งนางจากเขาหรอก เพราะเจ้าหมอนั่นมันรู้ว่าเขาเป็นเช่นไร เขาจะไม่เอามันไว้แน่หากมันมายุ่งกับสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นเม่ียของเขา แต่เขาจะต้องไม่ทำให้เจ้านั่นมันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็นรับนางเป็นฮูหยิน ขณะที่ทั้งสองสนทนากันเบาๆอยู่นั้น ในงานเลี้ยง มีบุรุษมากมายที่จ้องมองนางด้วยความหลงไหล และมีคนที่รู้จักนางหรือไม่ก็เป็นพี่ชาย
โมโฉ่วมิอาจจะทนอยู่ในจวนแม่ทัพของตนเองได้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะผิดวาจาและกลัวว่าสตรีนางนั้นจะมีอิทธิพลต่อเขาและเขาจะตกหลุมรักนางเข้า แม้พอจะรู้ว่าไม่ทันแล้ว หัวใจบ้าๆของเขามันหลงรักนางเข้าไปเต็มเปาแล้ว แต่ก็ไม่กล้ายอมรับกับตนเอง เขาพยายามใช้วิธีหนีไปอยู่ที่อื่นจะได้ไม่ต้องพบกัน ไม่ต้องอยู่ใกล้กัน เขาอาจจะพอทำใจให้เลิกหลงไหลนางได้ แต่โชคชะตาก็ยังไม่เข้าข้างให้เขาทิ้งระยะห่างจากนางได้มากพอ อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แม่ทัพใหญ่ว่านได้เชิญเขาไปงานเลี้ยงวันเกิด และบอกว่าอยากจะรู้จักฮูหยินของเขาที่เพิ่งแต่งงานกัน เมื่อครั้งที่แต่งงานกัน เขาไม่ได้เชิญแขกเหรื่อเลย ทำให้แม่ทัพว่านผู้ที่มีบุญคุณกับเขาและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาที่ให้ความเมตตาและช่วยเหลือเขามาหลายอย่างในครั้งอดีตก็พลอยไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย โม่โฉวจึงขัดมิได้ เขาจำต้องพาฮูหยินผู้นั้นไป แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงนางมากเพียงใดก็จำต้องให้ทหารไปส่งข่าวให้นางเตรียมตัวให้พร้อม เขาจะไปรับนางไปงานเลี้ยงที่จวนแม่ทัพว่านพร้อมกันในวันพรุ่งนี้และเมื่อรถม้าที่มีตราของแม่ทัพจางมู่โฉวติดเอาไว้ที่ข้างตัวรถม้า จอดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนของตนเ
หากเขาได้ขย่มเขาก็คงจะติดใจนางเหมือนๆกันและอดีตสาวใช้นางนี้ก็ไม่ได้ขี้ริ้วแต่อย่างใด เมื่อเปิดเปลือยท่อนล่างของนางแล้ว เขาจึงจับลำกายอวบใหญ่ของตนสอดเข้าไปในร่องอวบที่มีน้ำรักของนางไหลออกมาเพียงเล็กน้อย เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะเล้าโลมนางเลย เขาสอดเข้าไปในร่องอวบที่แห้งผากนั้น พยายามดันลำกายอวบใหญ่เข้าไป แต่มันคับแน่นเพราะนางก็ไม่เคยชาย และแม้เหม่นหลินจะเจ็บปวดอย่างมากแต่นางก็กัดฟันทนเพราะนางต้องการเป็นเมียของแม่ทัพหนุ่มให้จงได้ เขาจึงได้ฝืนดันท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องอวบของนางแล้วเร่งกระแทกอย่างรุนแรง เขาไม่รู้สึึกมีอารมณ์อีกเช่นเคย กระแทกนางไปอย่างแกนๆ เพียงเท่านั้น เหม่ยหลินพยายามฝืนความเจ็บอย่างสุดความสามารถโยกสะโพกอวบรับเขาอย่างมีจริตเพราะคุณหนูอี้หลานให้นางไปเรียนเคล็ดลับมาจากนางโลมคนหนึ่งมาแล้วภายในวันนี้ สอนนางเรื่องการเข้าหอและการเอาอกเอาใจบุรุษให้ติดใจ นางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยั่วยวนและทำให้แม่ทัพหนุ่มหลงไหลให้ได้ เพราะโอกาสครั้งนี้สำคัญกับนางมาก นางหลงรักเขา และต้องการเป็นเมียของเขา และหากจะให้ดีควรจะทำให้เขาหลงไหลนางให้ได้มากกว่าสตรีนางนั้น คุณหนูอี้หลานบอกกับ
หากเขาไปหลงไหลสตรีอื่นนางก็คงยินดี แม้ในใจลึกๆนางก็เริ่มหลงรักเขาขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางกับเขาได้กลายเป็นสามีภรรยากันจริงๆไปเสียแล้ว นางกับเขาสนิทชิดเชื้อกันจนไม่มีอะไรต้องปิดบังต่อกันแล้ว เริงรักกันอย่างเร่าร้อนมาสองค่ำคืนจนแทบไม่ได้หยุดพัก จนพอจะรู้ลีลารักของแต่ละคนว่าชอบให้แต่ละคนปรนเปรอตนเองเช่นไร แต่ความจริงเขาไม่ได้รักนาง และบุรุษก็ย่อมจะมีอะไรกับสตรีใดก็ได้ทั้งนั้น โดยที่ไม่ได้มีความรักให้แก่สตรีผู้นั้น และนางพยายามหักห้ามใจไม่ให้หลงไปคิดเกินเลยกับคนผู้นั้น เพราะมันเป็นไปไม่ได้ และนางไม่อยากจะเจ็บปวดกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้นี้ จะไปหลงรักคนที่เกลียดชังนางเข้าไส้เช่นนี้ได้อย่างไร และโม่โฉวไม่มีทางจะเห็นนางดีกว่าน้องสาวของเขาอย่างแน่นอน ปลายทางมันมีแต่ความเจ็บปวดของนางเพียงเท่านั้น จึงพยายามปัดความรู้สึกพึงใจในตัวบุรุษผู้นี้ออกไป พยายามลืมเขา ไม่สนใจว่าเขาจะมาหรือไม่ หากเขาไม่มาก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ นางจะได้ลืมเขาไป และหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยิ่งพวกเขาหลงลืมนางไปยิ่งจะทำให้หาทางออกไปที่นี่ได้ง่าย เยว่ซินคิดเช่นนั้นคืนนั้นแม่ทัพหนุ่มเดินไปเดินมาในห้องนอ
เมื่อลับกายเว่ยหลงแล้ว แต่มือหนาที่โอบเอวคอดของนางยังไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหูของนางยิ่งดูร้อนแรงขึ้น จนนางรู้สึกว่าเหมือนเขาหายใจเป่ารดใบหูของนางถี่ขึ้นและยิ่งดูลมหายใจนั้นอุ่นจัดขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็เริ่มซุกซนมันเคลื่อนสูงขึ้นทีละนิด จนแทบจะมาถึงอกอวบหยุ่นของนางแล้ว “ อุ๊ย !! ท่านแม่ทัพ ไม่นะ ปล่อยข้าก่อน เว่ยหลงไปแล้ว ข้าคิดว่าเขาเชื่อ และเขาคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก ท่านต้องการแค่นี้ใช่ไหม ข้าเป็นสหายของเขามาตั้งแต่เด็ก ข้าดูออกและคิดว่าต่อไปเขาจะไม่มายุ่งกับข้าอีกแล้ว ท่านคงจะปล่อยข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่ ” เยว่ซินทวงถามเขาทันที เพราะนางรู้ว่าที่เขาแต่งงานกับนางก็เพราะต้องการแยกนางออกจากเว่ยหลง และบัดนี้มันก็ดูท่าว่าจะสำเร็จแล้ว เขาคงไม่ต้องการให้นางอยู่เกะกะสายตาของเขากับญาติผู้น้องของเขาในจวนนี้อีกแล้วริมฝีปากหนายกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ เจ้าต้องอยู่ในจวนของข้า จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเว่ยหลงกลับไปทำตัวเป็นสามีที่ดีของน้องสาวของข้าและไม่มีทางจะหวนคืนกลับมาหาเจ้าอีก เมื่อข้าแน่ใจแล้ว ข้าถึงจะปล่อยเจ้าไป ” แม่ทัพหนุ่มบอกกับนางอย่างเป็นต่อ แต่แล้วเขาก็ร้อง "
แม่ทัพหนุ่มนั่งจิบชายามบ่ายอยู่ในเรือน อยู่ ๆ เว่ยหลงก็เข้ามาแล้วโวยวายทันที “ ท่านแม่ทัพ ท่านมีจุดประสงค์อะไรถึงไปสู่ขอเยว่ซิน ท่านกับนางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ข้ารู้นะว่าท่านต้องการช่วยอี้หลาน แต่สิ่งที่ท่านกับนางทำมันเกินไปหรือไม่ ข้ากับเยว่ซินเป็นสหายเก่าแก่กันมาตั้งแต่ยังเด็ก สนิทกันมากและรู้จักกันมาก่อนที่ข้าจะพบอี้หลานด้วยซ้ำ ” มาถึงเขาก็เปิดฉากทันทีว่าเขามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดโม่โฉวนิ่งฟังน้องเขยที่เดินมาถึงก็โวยวายทันทีอย่างใจเย็น “ เจ้าไปตามฮูหยินมาพบข้าที่นี่ บอกนางว่าสหายเก่าของนางมาพบ ให้รีบมา ” แล้วสาวใช้ผู้นั้นก็รีบเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ปรากฏร่างของเยว่ซินเดินนวยนาดราวกับนางหงส์เข้ามาในห้องโถงหน้าเรือน บุรุษทั้งสองหันไปมองนางพร้อมกันและแทบจะหยุดหายใจพร้อมกันอีกด้วย โม่โฉวหันมาจ้องมองน้องเขยอย่างไม่วางใจ และเว่ยหลงก็หันไปจับผิดพี่ชายของภรรยาเช่นกันราวกับทั้งสองนัดกันเอาไว้ และเมื่อเยว่ซินเห็นเว่ยหลง ก็พลันเข้าใจเหตุการณ์ได้ในทันที ว่าเหตุใดสามีจำเป็นของนางถึงได้ให้สาวใช้ไปตามนางมาที่นี่ และเยว่ซินเองก็อยากให้เขาสบายใจว่านางเต็มใจแต่งงานกั
แม่นมหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ ข้าคิดออกแล้วเจ้าค่ะ บุรุษย่อมจะโปรดปรานหญิงงาม หากเราหาหญิงอุ่นเตียงที่งดงามสักคนมาปรนนิบัติท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าคงจะพอป้องกันเรื่องที่ท่านแม่ทัพอาจจะพลาดพลั้งไปหลงไหลหญิงแพศยานั่นเข้าจนได้ ” อี้หลานเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าช้าๆ “ นั่นสินะ บุรุษก็ย่อมต้องอดไม่ได้เมื่อได้ร่วมรักกับหญิงงามก็อาจจะเผลอติดใจเข้า ยิ่งหญิงแพศยาแซ่หนิงนั่นยิ่งงดงามปานนั้น แถมยังมีมารยาสาไถ หลอกลวงบุรุษให้หลงไหลเก่งยิ่งนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ต้องวิ่งมาให้ท่านพี่ช่วยแยกมันจากเว่ยหลงสามีของข้าหรอก หากเราหาหญิงงามที่พอใช้ได้สักคนมาปรนนิบัติท่านพี่ก็อาจจะพอช่วยไม่ให้เขาพลาดพลั้งไปหลงรักมันเข้า แต่ว่า…. แล้วเราจะหาหญิงที่ไว้ใจได้มาจากที่ไหนกัน ” แม่นมหลิวครุ่นคิดแล้วก็พลันนึกออก “ ข้าจะพูดกับสาวใช้นางหนึ่งในจวนนี้ นางงดงามหมดจดไม่น้อย มีทหารและบ่าวชายหลายๆคนเกี้ยวพานางอยู่ แต่นางไม่เคยสนใจใคร คงจะรู้ตัวว่างดงาม จึงคิดว่าจะหาสามีได้ดีกว่าบ่าวในเรือนเดียวกัน และนางก็ดูงดงามไม่น้อย หากจับมาแต่งกายดีๆเข้าหน่อยขี้คร้านจะงดงามไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง และนางก็ดูหัวอ่อนคงจะพอ
แล้วอยู่ๆ เตียงไม้เนื้อหยาบหลังเล็กนั่นก็หักกลางและทำให้ทั้งสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนเตียงนั้นหล่นร่วงลงมาพร้อมกับซากของเตียง แม่ทัพหนุ่มที่มีวรยุทธ์สูงส่ง เขารีบพลิกร่างหนาของตนเองลงนอนด้านล่างเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างรวดเร็ว และพลิกร่างอวบอิ่มในอ้อมกอดให้อยู่บนร่างหนาของเขา แขนล่ำสันกอดนางเอาไว้แนบอก และกลิ้งตัวอย่างรวดเร็วออกไปนอนที่บนพื้นห่างจากเศษซากของเตียงหลังเล็กนี้ และร่างนุ่มนุ่มของภรรยาสาวก็พลิกกลับมานอนอยู่บนอกล่ำสันแข็งแกร่งของสามี เยว่ซินที่ตกใจไม่น้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาของสามีที่บัดนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความเสน่หาที่ยังเปี่ยมล้นอยู่ในดวงตาของเขา ใบหน้าคมของเขาก้มลงมาและประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเยว่ซินทันที อย่างไม่ทันได้ห้ามตนเองอย่างเช่นทุกครั้ง และความเร่าร้อนก็ถูกสานต่ออย่างรวดเร็ว เสียงทั้งหมดในห้องนอนน้อยนั้นดังออกไปจนถึงหน้าเรือนเล็กซ่อมซ่อที่บัดนี้มีร่างของคนรับใช้เก่าแก่ที่ติดตามแม่ทัพหนุ่มมาจากจวนของท่านลุงของเขา ถูกอี้หลานใช้ให้มาสืบเรื่องของพี่ชายกับสตรีนางนั้นว่าคืบหน้าไปถึงไหนกันแล้ว สาวใช้เก่าแก่มายืนฟังเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่แล้