เซียวชิงซานคิดแทนรุ่นหลังคนนี้อย่างจริงใจ"นั่นมันคำเหลวไหลทั้งเพ" อ๋องเซียวพอเห็นเขากราดด่าลูกชายตนเองเช่นนี้ ก็รู้สึกไม่ชอบใจขึ้นมาพอควร "ท่านลุงตอนนั้นยังไม่ยอมเห็นด้วยกับหญิงชราตระกูลฟู่ที่จะให้เหยียนเซียวกับหลานสาวของนางหมั้นหมายกันอยู่เลย แล้วตอนนี้ตระกูลฟู่ตกต่ำลง สภาพบ้านเช่นนั้น เดิมทีก็ไม่คู่ควรกับพวกเขาอยู่แล้ว"พอเขาได้ยินเรื่องวันนี้ ก็รู้สึกโกรธแค้นต่อฟู่จาวหนิงอย่างมากจวนชินอ๋องเซียวต้องมาถูกคนหัวเราะเยาะก็เพราะนางตระกูลฟู่ตอนนี้เป็นเหมือนตะวันจะลับเขาแล้ว ฟู่จาวหนิงไม่รู้อะไรเสียเลยจริงๆ"ใช่แล้วท่านปู่ หรือท่านไม่หวังให้ข้าได้มีพระชายารัฐทายาทดีหรือไรกัน?" เซียวเหยียนจิ่งก็เต้นเร่าขึ้นมา เนื้อตัวก็ยังเจ็บอยู่ เขาดูไม่เลือกคำพูดขึ้นมาเสียแล้ว "ท่านปู่เองตอนวัยหนุ่มก็ไม่ใช่เพราะช่วงเวลาหนึ่งกับฮูหยินตระกูลฟู่...""เซียวเหยียนจิ่ง!"ฟู่ชิงซานเดือดดาล ตะคอกขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อเขาในฐานะที่เด็กกว่า แต่กลับกล้าหยิบเรื่องนี้มาเย้ยหยันเขาสงสัยเขาหรือ?"ท่านลุง เหยียนจิ่งวันนี้เองก็ได้รับบาดเจ็บ ข้าให้คนไปเชิญหมอเทวดาหลี่มาดูเขาแล้ว แต่หลังจากท่านเข้ามาก้ไม่เห็นพู
"จี๊ด!""อ๊า" หงจั๋วตกใจสะดุ้งโหยง แต่ก็ยังกรีดร้องไปด้วยพลางโบกตะเกียงไปทางหนตัวนั้นด้วยนางปกป้องฟู่จาวหนิงด้วยสัญชาตญาณพอเห็นข้อมือฟู่จาวหนิงขยับ เข็มเล่มหนึ่งก็พุ่งไปทางหนูตัวนั้น"จี๊ด!"หนูร้องขึ้นมาเสียงหนึ่ง ชักกระตุกอยู่บนพื้นครู่หนึ่งก็แน่นิ่งไปฟู่จาวหนิงยื่นมือไปตบบ่าของหงจั๋ว "ไม่ต้องกลัว"หงจั๋วมองนางอย่างตะลึงงัน ปลายจมูกร้อนขึ้นมาฮือๆ คุณหนูฟู่ดีจังเลย คุณหนูฟู่ความสามารถยอดเยี่ยมจริงๆ!ตะเกียงเพิ่งถูกนางสะบัดไปทางหนู ร่วงอยู่บนพื้น ไส้ตะเกียงด้านในลุกติดขึ้นมา เผาตัวตะเกียงกระดาษจนทะลุไปแล้ว วัชพืชทางนั้นเองก็ถูกเผาไหม้ขึ้นมาเช่นกัน ชั่วขณะหนึ่งเปลวไฟก็ส่องสว่างตัวเรือนที่มืดมิดขึ้นเฝิ่นซิงถือกระถางใส่น้ำรีบวิ่งเข้ามา สาดไปบนเปลวไฟ เสียงชี่ดังขึ้น เปลวไฟถูกดับ ควันดำลอยขึ้น กลิ่นค่อนข้างแย่"คุณหนูฟู่ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?"ฟู่จาวหนิงสั่นหัว "ไม่เป็นไร"นางยกเท้าเดินตรงเข้าไปในห้อง ห้องหลักนี้แบ่งเป็นด้านในและนอกสองห้อง ถูกกั้นแยกด้วย ประตูโค้งครึ่งวงกลมบานหนึ่ง ด้านบนประตูโค้งเดิมทีแขวนผ้าม่านไว้ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า ยืนที่ประตูสามารถกวาดมองเข้าไปเห็น
คนในวังล้วนไม่อยากให้ฟู่จาวหนิงผ่านไปได้ด้วยดีด้านนอกจวนอ๋อง ราชองครักษ์รออยู่แล้ว มากันนับสิบคน ล้วนขี่ม้ากำยำ คาดดาบยาว สีหน้าเคร่งขรึมกันหมดท่าทางเช่นนี้ อย่างกับกลัวว่านางจะหนีอย่างไรอย่างนั้นฟ้าของเดือนเก้า ช่วงเช้าตรู่ก็หนาวเย็นเอาเรื่อง"เตรียมตัวเสร็จแล้วหรือ? ฮองเฮารับสั่งมา จากที่นี่ไปยังเขาจันทร์ลับฟ้าค่อนข้างไกล จึงไม่อยากให้คุณหนูฟู่ต้องเสียเวลา รีบออกเดินทางให้เช้าที่สุด"ราชองครักษ์ที่พูดคิ้วหนาดกดำ เห็นชัดถึงความโหดเหี้ยม พูดจาด้วยยากอะไรแบบนั้นตอนที่พูดประโยคนี้เขาก็พิจารณาตัวฟู่จาวหนิงไปด้วยชิงอีพูดกับฟู่จาวหนิงว่า "นี่คือรองขุนพลหลิว"ฟู่จาวหนิงหันหน้ากลับไปทางจวนอ๋อง ชิงอีเข้าใจความหมายของนางผิด พอคิดๆ ก็อธิบายออกมาว่า "ท่านอ๋องจะไม่ออกมาหรอก"เขาคิดว่านางกำลังรออ๋องเจวี้ยนออกมาส่งนาง?ฟู่จาวหนิงรู้สึกน่าขัน"คุณหนูฟู่ รีบเดินทางเถิด รถม้าเตรียมไว้ให้เจ้าแล้ว อย่าชักช้ายืดยาด พวกเข้าเองก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น" รองขุนพลหลิวเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเย็นชาฟู่จาวหนิงจึงเพิ่งเห็นรถม้าเบื้องหน้า นี่ไม่ใช่รถม้าของในวังแน่ และไม่รู้ว่าไปขอยืมชั่วคราวมาจากไหน รถม้าคั
"ฟู่จาวหนิงขวางรถม้าของข้า ข้าเองก็อยากจะได้พระชายาคนหนึ่งจริงๆ เห็นว่านางใจกล้าบ้าบิ่น แล้วยังบอกว่ามีวิชาหมอ ก็เลยรับนางไว้"อ๋องเจวี้ยนสายตาตกอยู่บนกระดาษบนโต๊ะ ตอนที่เขาพูด ในมือก็ยังไม่หยุดเขียนพู่กันลายมือของเขาอ่อนช้อยงดงาม เฉียบขาดเปล่งประกายคม"หลังจากรับปาก ข้าจึงรู้ว่านางก็คือลูกของตระกูลฟู่ในอดีตครั้งนั้น"ผู้ดูแลยังไม่ทันตั้งตัวติด "เช่นนั้นท่านอ๋องทำไมจึงยอมรับนางกันเล่า?"อ๋องเจวี้ยนเผยรอยยิ้มเย็นชา"เพราะอะไรน่ะหรือ? พวกเขาจนป่านนี้ก็ยังไม่โผล่ออกมา ก่อนหน้าที่จะหาพวกเขาเจอ ข้าจะรีดนาทาเร้นจากตัวลูกสาวพวกเขาเสียก่อนไม่ได้หรือ?"จะว่าไป ถ้าหากฟู่อวิ๋นชงกับหลินหรงหลันกลับมา แล้วพบว่าลูกสาวพวกเขาแต่งงานกับเขาล่ะก็ ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยากันอย่างไรตอนนี้พอคิดถึงสถานการณ์ตอนนั้น เขาก็รู้สึกเฝ้ารอขึ้นมาผู้ดูแลอ้าปากพงาบ อยากจะพูดว่า เรื่องในตอนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนูฟู่เลย ตอนนั้นคุณหนูฟู่ก็เป็นแค่เด็กทารกยังไม่ครบขวบปีด้วยซ้ำ นางจะไปรู้เรื่องอะไร?แต่ตอนนี้เอง อ๋องเจวี้ยนก็ไอขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งไปกว่านั้นยังไอจนกระอักเลือดอีก"ท่านอ๋อง!"ชิงอีกลับมาพอเห็นสถ
ตอนนี้ผู้หญิงตัวหนักขนาดนี้กันแล้วหรือ?"คุณหนูฟู่ยังไม่!รีบ!ออกไปอีก!"รองขุนพลหลิวหน้าผากเหงื่อผุด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันฟู่จาวหนิงก็ทำเป็นเชื่องช้า ซ้ำยังกระพริบตาปริบ ผ่านไปพักหนึ่งจึงทำท่าเข้าใจขึ้นมา รีบถอยออกไปข้างๆ "อ๊ะ ขอโทษด้วย เกือบจะลืมไป"เรื่องนี้มันลืมกันได้ด้วยหรือ!ฟู่จาวหนิงหันหน้าไปมองภูเขาตรงหน้า เขาสูงใหญ่ตระการตา ทิวภาพทัศนียสวยสด มองไกลออกไปยังเห็นใบไม้เหลืองต้นไม้สีแดง สีเขียวนานาก็ถูแต่งแต้มทาไว้เบาบางเช่นกัน ทับซ้อนสลับเป็นชั้นๆ งดงามเสียเหลือเกินป่าเขาเช่นนี้ น่าจะเป็นสถานที่ที่มีปุ๋ยและน้ำอุดมสมบูรณ์ดวงตาของนางเป็นประกาย เดาได้เลยว่าในภูเขานี้จะต้องได้อะไรมาบ้างแน่นอน"ที่นี่คือเขาจันทร์ลับฟ้าหรือ?"ถูกต้อง คุณหนูฟู่อย่าได้ชักช้าเลย ตอนนี้รีบขึ้นเขาเถิด พวกเราจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่ สามวันถัดจากนี้ คุณหนูฟู่ต้องออกมาทางนี้รองขุนพลหลิวสะกดอาการกอดเท้ากระโดดเหยงเอาไว้เจ็บชมัด"ไม่ส่งคนตามข้าเข้าไปหรือ?" ฟู่จาวหนิงถาม"ไม่จำเป็น พวกเราอยู่ที่นี่คอยคุ้มกันทางเข้าออกภูเขาไว้ ในสามวันนี้ถ้ามีคนเข้ามาพวกเราจะเข้าขวาง นี่ก็เพื่อตัวคุณหนูฟู่เอง จะได้ไ
ฟู่จาวหนิงหันตัวกลับมา วางตะกร้าหลังลงอย่างไม่ลนลานจากป่าที่ไม่ไกลนักมีชายหนุ่มหลายคนเดินออกมาคนที่พูดเมื่อครู่เป็นคนปากแหลมหน้าตอบ และชายหนุ่มคนสุดท้ายที่เดินออกมากลับเป็นคนร่างใหญ่กำยำพวกเขาพอเห็นหน้าของฟู่จาวหนิงก็ล้วนมีสีหน้าตะลึงในความงาม"หญิงสาวคนนี้หน้าตาดีเสียเหลือเกิน พี่ใหญ่ อาสะใภ้ไม่ใช่เอาแต่เร่งให้ท่านหาลูกสะใภ้หรอกหรือ? จับนางกลับไป ท่านก็มีภรรยาแล้ว อาสะใภ้จะได้ตายตาหลับ"ชายหนุ่มดำเตี้ยคนหนึ่งเอ่ยขึ้นกับชายร่างกำยำ คนอื่นเองก็ทยอยกันขานรับ"เถี่ยจู้พูดถูก!""ข้าว่าได้อยู่!""เอาตามนี้เลย!"ฟู่จาวหนิงรู้สึกน่าขัน เอ่ยขึ้นตัดบทพวกเขา "พวกเจ้ากำลังพูดถึงข้าหรือ?""เอ๊ะ หญิงสาวคนนี้กล้าไม่เลวเลย เห็นพวกพราแต่กลับไม่กลัว ซ้ำยังกล้าพูดกับพวกเราด้วย!" ชายปากแหลมหน้าตอบรู้สึกแปลกใจมาก"ข้าจะข้ามสะพาน พวกเจ้าถ้าหากคิดจะทะเลาะล่ะก็ไวไวหน่อย ถ้าไม่อยากทะเลาะก็รีบๆ ไสหัวไป" ฟู่จาวหนิงเชิดคางขึ้นชายหนุ่มหลายคนนั้นเดือดขึ้นมาทันที ทยอยกันถกแขนเสื้อขึ้น"ข้าทนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ขนาดพวกผู้หญิงก็ยังกล้ามาต่อปากต่อคำกับพวกเราแล้วหรือ?""ก่อนหน้าที่นางจะมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของ
พี่ใหญ่ได้พอได้ยินพวกเขาพูดเช่นนี้ก็กังวลขึ้นมา หมุนตัววิ่งกลับ "เช่นนั้นข้าจะกลับไปดูท่านแม่ก่อน! แม่นางเจ้ารีบไปเถิด เฮ่าจื่อ พวกเจ้าอย่ารังแกคนอื่นเชียว"พอเห็นเขาวิ่งไป เฮ่าจื่อรอจนเขาหายไปไม่เห็นเงา ก็สลับสายตาหันมาจ้องฟู่จาวหนิงเดินบีบเข้ามา"เฮ่าจื่อ แม่นางคนนี้หน้าตาสะสวยเหลือเกิน ผลักให้ตกไปตายคงเสียดายแย่ สู้พวกเรามาเล่นกับนางกันก่อนดีกว่าไหม" เถี่ยจู้มองฟู่จาวหนิง น้ำลายแทบจะไหลออกมาแล้ว"ข้าว่าได้อยู่" เฮ่าจื่อตอนนี้มองฟู่จาวหนิงก็รู้สึกใจคันยุบยิบ "ข้าก่อนไหม?"เขาก็เป็นเช่นเมื่อครู่นี้ เสียงยังไม่ทันขาดก็พุ่งเข้าหาฟู่จาวหนิง เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เข้าไปผลักนางแล้ว แต่เข้าไปกระชากแขนของนาง"ได้ เจ้าก่อน"ฟู่จาวหนิงยิ้มเย็นชา พลิกมือกลับมาจับข้อมือเขา ออกแรงสะบัดเขาไปทางหน้าผา"อ๊าๆๆ!"ใจของเฮ่าจื่อแทบจะตกใจจนระเบิดออก เขายังไม่ทันตั้งตัว ร่างกายก็ถูกสะบัดปลิวไปเหมือนว่าวสลับตำแหน่งกับตัวนาง ลอยว่อนไปพรืดเฮ่าจื่อล้มอยู่ที่ริมผา ร่างกายห้อยลงข้างล่าง ตกใจจนเขาคว้าสองมือมั่วซั่วกรีดร้องแหลม รีบร้อนจับก้อนหินที่ยื่นออกมาก้อนหนึ่งเอาไว้ หยุดการร่วงหล่นลงไปได้เล็ก
"ไม่ ไม่มี มีแค่พวกเรา""ถ้าไม่บอก ขาของเจ้าก็จะพิการแล้วนะ" ฟู่จาวหนิงเอ่ยเสียงเย็นชาเรื่องที่นางจะขึ้นเขาจันทร์ลับฟ้ามีคนเพียงส่วนน้อยที่รู้ คนเหล่านี้ถ้าไม่ใช่จากอ๋องเจวี้ยน ก็ต้องจากในวังนั่นล่ะ พวกเขาถึงหานักเลงหัวไม้ชั้นต่ำมาสร้างความอัปยศกับนางเลยหรือ"ข้าบอก ข้าบอกแล้ว" ฮุ่นฮุ่นกลัวว่าขาตัวเองจะพิการ นี่มันคุณหนูที่ไม่ได้เรื่องจากตระกูลฟู่ตรงไหนกัน นี่มันหญิงสาวดาวพิฆาตชัดๆ!"มีหญิงสาวคนหนึ่งมาหาพวกข้า บอกให้พวกเราวันนี้ขึ้นเขามาหาเจ้า ถ้าเล่นงานเจ้าให้ตายจะได้เงินสองร้อยตำลึง ถ้าหากทำให้ตายไม่ได้ ก็ ก็ให้ทำลายความบริสุทธิ์ของเจ้า เอาชั้นในเจ้ากลับไปก็จะให้แปดสิบตำลึง"ดังนั้น เฮ่าจื่อในตอนแรกเลยคิดจะเอาชีวิตนางสินะ ถึงอย่างไรทำนางตายก็ยังได้มากขึ้นยี่สิบตำลึง"นางมาจากจวนไหนกัน?" ฟู่จาวหนิงออกแรงใต้เท้ามากขึ้น เจ็บปวดจนเขาร้องโหยหวน"ข้ารู้ข้ารู้ ดึงข้าขึ้นไปแล้วข้าจะบอกเจ้า!" เฮ่าจื่อที่ลอยเท้งเต้งอยู่ริมผาก็ส่งเสียงสั่นเรียกขึ้นมา เขาแทบจะจับไว้ไม่อยู่แล้วฟู่จาวหนิงไม่แม้แต่จะชายตามองเฮ่าจื่อคนนี้ความคิดชั่วร้าย วิธีการโหดเหี้ยมที่สุด เขาไม่คิดจะละเว้นไว้"รีบดึ
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค
ท่ามกลางสายตาบีบคั้นของผู้เฒ่าฟู่ เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้นว่า "ตอนเด็กๆ ข้าเองก็ได้รับการดูแลจากท่านน้าเฉิงอยู่หลายครั้ง"ผู้เฒ่าฟู่พอใจนิดๆ กับคำตอบของเขา ถูกต้อง แค่นิดเดียวเท่านั้นเขาจึงสั่งสอนเซียวหลันยวนขึ้นมาเหมือนกับผู้อาวุโส "มีบุญคุณต้องทดแทนสินะ"ฮูหยินเฉิงฟังแล้วรู้สึกแหม่งๆ ก็รีบตัดบทเขาทันที"ตอนนั้นอายวนยังเป็นเด็ก ข้าดูและเขาเป็นสิ่งสมควรอยู่แล้ว""เอ๊ะ" ผู้เฒ่าฟู่โต้กลับมา "พูดแบบนี้ไม่ได้สิ ลูกของตนเอง จะดูแลก็เป็นเรื่องสมควร แต่ถ้าไม่ใช่ลูกตัวเอง พอเข้าไปดูแลก็ถือเป็นบุญคุณ ถึงจะบอกว่าต้องเมตตาเด็กของตนเองให้เหมือนดูแลเด็กของผู้อื่น แต่ตัวตนอย่างอ๋องเจวี้ยน คนทั่วไปคงไม่กล้าเอาเขามาเป็นเด็กของตนเองหรอก จริงไหม?"ใครกล้าเอามังกรมาเป็นเด็กของตนเองบ้างกัน?ฮูหยินเฉิงรู้สึกว่า คำพูดนี้ของผู้เฒ่าฟู่เหมือนกำลังแดกดันนาง บอกว่านางหน้าด้าน กล้าคิดว่าตนเองเป็นผู้อาวุโสของอ๋องเจวี้ยนหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นแล้วใครกันแน่ ใครกันที่ให้ข่าวกับนางมา บอกว่าปู่ของฟู่จาวหนิงเป็นชายชราที่เมตตามีคุณธรรม ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพูดจาด้วยง่าย บ้านหลังนี้คงถูกคนในตระกูลยึดครองไปแล้ว ปู่หลานท
เพราะผู้เฒ่าฟู่ค่อนข้างใจกว้าง เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่หวังให้เขากับจาวหนิงไม่ต้องทะเลาะกันมากกว่าแต่ว่าพ่อตาเขากลับหลอกผ่านไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ถ้าตรงไหนเขาทำไม่ดี ทำให้ฟู่จิ้นเชินเคืองขึ้นมา ฟู่จิ้นเชินคงได้เล่นงานเขาแน่ตอนนี้เซียวหลันยวนรุ้สึกว่า ด้วยความฉลาดและไหวพริบของฟู่จิ้นเชิน ถ้าจะสร้างรอยร้าวระหว่างเขากับจาวหนิงก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ดังนั้นพ่อตาคนนี้ เขายังต้องระวังตัวไว้บ้าง"เรื่องนี้ ได้ยินเจิ้นเชินบอกว่า จาวหนิงเหนื่อยมากที่เมืองเจ้อ ดังนั้นเจ้าไม่ไปรบกวนนาง ให้นางได้หลับพักผ่อนดีๆ คือถูกต้องแล้ว เจ้าเองก็ยังรู้จักเป็นห่วงนาง"ผู้เฒ่าฟู่กลับไม่รู้ความคิดในใจเขา กลับชื่นชมขึ้นมาเสียด้วยซ้ำเซียวหลันยวนคิดจะไม่รบกวนฟู่จาวหนิงได้แบบนี้ ก็ดูเอาใจใส่มากจริงๆ"ท่านผู้เฒ่า ข้ามาทันอาหารเช้าไหม?""มาทันสิมาทัน ยังไม่ได้กินกันเลย เจ้าลองไปดูว่าจาวหนิงตื่นแล้วหรือยัง? อีกเดี๋ยวก็มาด้วยกันนะ"เสียงผู้เฒ่าฟู่ยังไม่ทันขาดก็เห็นฮูหยินเฉิงเดินเข้ามา"นี่คือ?"ฮูหยินเฉิงเดินมาตรงหน้าเขา คารวะออกมาอย่างนุ่มนวล"คารวะท่านผู้เฒ่าฟู่ ข้าชื่อติงเฉิง มาจากอุทยานเขาเฉิงอวิ
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าการเอายาสีฟันออกขายไม่มีปัญหาอะไรเลยหลังจากล้างหน้าล้างตาดีแล้วนางก็เตรียมออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อย จากนั้นค่อยไปคุยเรื่องนี้กับฟู่จิ้นเชิน นางจะไปยอดเขาโยวชิงอยู่แล้วด้วย ดูว่าวันนี้จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยได้ไหมบ้านตระกูลฟู่ถ้าหากไม่มีรายรับอยู่ตลอด นี่ก็ไม่ไหวอยู่นะก่อนหน้านี้ค่าใช้จ่ายของตระกูลฟู่นางเป็นคนออก นางคิดว่าฟู่จิ้นเชินคงคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้อยู่ตลอด ดังนั้นควรรีบทำอย่ารอช้าหลังจากฝึกมวยชุดเล็กๆ เสร็จ ฟู่จาวหนิงก็ไปที่โถงหน้าส่วนประตูใหญ่บ้านตระกูลฟู่เปิดอยู่ และมองเห็นรถม้าของจวนอ๋องเจวี้ยนได้พอดีคนเฝ้าประตูรีบเข้าไปคารวะ และหลังจากที่อ๋องเจวี้ยนลงจากรถม้า บนรถม้าก็มีคนเดินลงมาอีกสองคนพอเห็นฮูหยินที่ไม่รู้จัก คนเฝ้าประตูบ้านตระกูลฟู่ก็นิ่งไป"ท่านผู้เฒ่าตื่นหรือยัง?""เรียนท่านอ๋อง ท่านผู้เฒ่าของเราลุกขึ้นมารำไทเก็กไปชุดหนึ่งแล้วขอรับ" คนเฝ้าประตูเอ่ยตอบขณะเดียวกันก็อดมองไปทางฮูหยินเฉิงไม่ได้"งั้นข้าเข้าไปเองเลยนะ"เซียวหลันยวนยกเท้าเข้าประตูใหญ่ไปชิงอีหันไปมองฮูหยินเฉิง "เชิญฮูหยิน"ลวี่กั่วตามอยู่ข้างกายฮูหยินเฉิง เอ่ยขึ้
นี่คือบ้านตระกูลฟู่ นางเองก็คุ้นเคยมากกว่า แน่นอนว่ายังต้องไปเตรียมของใช้ล้างหน้าให้คุณหนูเสี่ยวเยว่พอเห็นนางวิ่งออกไปไวขนาดนั้น ก็ยิ้มๆ ส่ายหัว นางไม่ได้จะแย่งงานเสียหน่อย รีบร้อนอะไรกัน?"คุณหนู ข้าเข้าไปแล้วนะ"เสี่ยวเยว่ผลักประตูเดินเข้าไป และก็ตามที่คิดไว้ ฟู่จาวหนิงสวมเสื้อคลุมแล้วฟู่จาวหนิงไม่ต้องให้คนมารับใช้สวมเสื้อผ้าให้ตนเอง เว้นเสียแต่เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ไม่เป็นแต่เรื่องสางผมนางเองก็ทำไม่ได้ ยังต้องมีสาวใช้มาคอยช่วยเสี่ยวเยว่รีบมาช่วยนางคาดเข็มขัด"คุณหนู เมื่อคืนนี้อ๋องเจวี้ยนเข้ามาแล้ว" นางคิดว่าฟู่จาวหนิงพอตื่นมาคงจะพูดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้นางเข้าใจผิด แล้วคิดว่าอ๋องเจวี้ยนไม่ได้เข้ามา"เข้ามาด้วยหรือ? ตอนไหนกัน?""ตอนที่ท่านเพิ่งจะหลับไปไม่นานนัก"ฟู่จาวหนิงเดิมทีคิดว่าเซียวหลันยวนจะไม่ยอมเข้ามาเสียแล้ว คิดไม่ถึงว่าพอนางหลับเขาก็เข้ามาอดพูดไม่ได้เลย พอเขาเข้ามา ก็ทำให้นางหายโมโหไปบ้างหน่อยๆ"แต่ข้าขวางท่านอ๋องไว้ ไม่ให้เขาเข้ามาในห้อง คุณหนู ข้าได้ยินว่าท่านเพิ่งหลับไป คิดว่าท่านอ๋องเข้าไปคงทำให้ท่านตื่น"เสี่ยวเยว่ยอมรับผิดออกมา ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เ