"ถูกต้อง" ไป๋หู่ตอบ "ถ้าหากฮูหยินเฉิงไม่ชินกับหญ้าผืนนี้จริงๆ เช่นนั้นก็ถอยออกไปอยู่ที่เรือนแขกเถิด ที่นั่นจัดการไว้ดีแล้ว ไม่มีหญ้าวัชพืช"เฝิ่นซิงกับหงจั๋วทั้งสองคนยืนอยู่ที่มุมหนึ่งด้านหลัง ส่งสายตาชื่นชมให้กับไป๋หู่ในที่สุดก็มีคนพูดความในใจของพวกนางออกมาแล้ว!พวกนางไม่เข้าใจ ทำไมต้องเข้ามาอยู่ในเรือนเจียนเจียให้ได้? ถ้าจะพักก็พักไปสิ ทไมต้องมาขุดหญ้าเฝิ่นซิงออกด้วย?เฝิ่นซิงตอนที่ได้ยินฟู่จาวหนิงบอกว่าให้ปล่อยหญ้าเฝิ่นซิงผืนนี้ไว้ยังดีใจมากอยู่เลย เพราะชื่อของนางก็ตั้งมาจากหญ้าเฝิ่นซิงนี่ นางชอบหญ้าเฝิ่นซิงมากตอนนี้ฮูหยินเฉิงคิดจะขุดหญ้าผืนนี้ออกไปให้ได้ เฝิ่นซิงรู้สึกเสียใจยิ่งกว่าใครแต่นางสองคนก็ไม่มีคุณสมบัติจะพูดอะไร"เจ้าเองก็ไม่ใช่องครักษ์ของจวนอ๋อง ทำไมถึงต้องมาสนใจเรื่องที่นี่ด้วย?" ลวี่กั่วย้อนถามไป๋หู่"ข้าติดตามคุณหนูของข้ามา คุณหนูของข้า ตอนนี้คือนายหญิงของจวนอ๋องเจวี้ยน เช่นนั้นข้าเองก็สามารถพูดในฝั่งของจวนอ๋องได้"ไป๋หู่ไม่ไว้หน้าลวี่กั่วเลย "อย่างน้อยถ้าจะพูดเรื่องความใกล้ชิด ข้าก็ยังเป็นคนในจวนมากกว่าเจ้าเสียอีก"ลวี่กั่วถูกคำนี้ของเขากระตุ้นขึ้นมาแล้ว
ฟู่จาวหนิงไปล้างหน้าให้ใจเย็นลงหน่อย พอกำลังจะเข้าไปห้องหนังสือคุยเรื่องนี้กับเซียวหลันยวน ก็ได้ยินที่นอกเรือนมีคนตะโกนขึ้นมา"อ๋องเจวี้ยน ลวี่กั่วขอเข้าพบ!"เสี่ยวเยว่พอวางกล่องเครื่องหอมนั่นแล้วก็เดินออกมา "คุณหนู นางทำไมถึงวิ่งแจ้นมานี่แล้ว? หรือเพราะไม่ให้พวกเขาขุดหญ้าเฝิ่นซิงนั่นออก เลยคิดจะมาฟ้องท่านอ๋อง?""เฮ้อ แม่นางลวี่กั่ว เจ้าอย่ามาเอะอะโวยวาย ท่านอ๋องกำลังยุ่งอยู่!"ผู้ดูแลตามมาถึง ขวางลวี่กั่วเอาไว้ลวี่กั่วน่าจะรู้ว่าเรือนของเซียวหลันยวนจะบุกเข้าไปดื้อๆ ไม่ได้ พอมาถึงนอกประตู ตนเองก็ยืนนิ่ง ห่างจากประตูเรือนหลายก้าว ไม่กล้าเข้าใกล้นัก"เช่นนั้นผู้ดูและก็ไปส่งข่าวให้หน่อย" ลวี่กั่วเอ่ยขึ้น"แค่เรื่องเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องเอะอะไปถึงท่านอ๋องหรอก" ผู้ดูแลน้ำเสียงขรึมลงมาแล้วเขาหงุดหงิดจริงๆ แล้วลวี่กั่วคนนี้ไม่สงบเสงี่ยมเอาเสียเลย จะหาเรื่องให้ได้เลยใช่ไหม?"ทำไมถึงกลายเป็นเอะอะไปได้ ข้าก็แค่มาขอคำชี้แนะท่านอ๋องเอง ว่าพวกเราต้องไปอยู่ในโรงเตี๊ยมถึงจะเหมาะกว่าใช่ไหม นี่มันเอะอะตรงไหนกัน?"ลวี่กั่วร้องเฮอะ "ผู้ดูแลวางใจได้ ข้าจะพูดจาดีดีแน่นอน!""นี่ถื
ไป๋หู่ไม่รู้ว่าเดิมทีลวี่กั่วเป็นคนแบบไหน แต่ว่า..."ข้าไม่คิดแบบนั้น" เขาเอ่ยขึ้นเขาไม่รู้สึกว่าฮูหยินเฉิงเอ็นดูลวี่กั่วจนเสียคน ไม่เช่นนั้น ฮูหยินเฉิงไม่มีทางเอาแต่เงียบอยู่ตลอดแน่หรือก็คือ ลวี่กั่วน่าจะเป็นกระบอกเสียงและหมากเดินที่ฮูหยินเฉิงชุบเลี้ยงขึ้นมากระมังไป๋หู่ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นพวกพวกเสือสิงห์กระทิงแรดในตระกูลเสิ่นมาไม่น้อย เขากลับรู้สึกว่า ถ้าไม่ใช่ว่าแต่ก่อนอ๋องเจวี้ยนลี้ไปอยู่แต่บนยอดเขาโยวชิง ไม่ค่อยได้พบผู้คน ก็อาจเพราะใช้แต่วิธีการที่ตรงไปตรงมา ง่ายๆ หยาบกระด้าง ดังนั้นคนเหล่านี้ที่ติดตามอ๋องเจวี้ยน จึงไม่ค่อยได้เห็นวิธีการเหล่านี้เท่าไรโดยเฉพาะอ๋องเจวี้ยนที่ข้างกายมีหญิงสาวน้อย เขาไม่รู้ว่าอะไรคือการแย่งชิงกันระหว่างหญิงสาวกระมัง?พวกในวังหลังนั่น ถึงอย่างไรตอนนั้นอ๋องเจวี้ยนก็ยังเด็กมา ยังมีความทรงจำไม่ลึกเท่าไรผู้ดูแลตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าอ๋องเจวี้ยนเซียวหลันยวนเหลือบตาขึ้นมองเขา พู่กันในมือยังไม่หยุด เขียนจดหมายถึงหลานหรงต่อไป"มีอะไร?""ท่านอ๋อง เป็นแบบนี้ขอรับ..." ผู้ดูแลกดเสียงต่อ เล่าเรื่องราวออกมาเซียวหลันยวนพอได้ยินพู่กันก็ชะงักไป"ท่านน้า
เซียวหลันยวนขมวดคิ้ว"ลวี่กั่วกำเริบเสิบสานนัก ให้นางกลับไป ข้าไม่พบ"ในใจผู้ดูแลโล่งขึ้นมาหน่อย"พระชายาทางนั้นน่าจะเห็นด้วย ลวี่กั่วเองก็ไม่น่าอาละวาดแล้ว" เซียวหลันยวนเอ่ยขึ้น "แล้วก็ไปบอกไป๋หู่ด้วย ข้ามองพวกเขาเป็นเหมือนคนของตนเองมาตลอด ไม่มีทางมองเป็นคนอื่นไกลแน่นอน"ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ลวี่กั่วไม่มีสิทธิ์มาแบ่งแยกเรื่องความใกล้ชิดสนิทสนมอะไรแบบนี้"ขอรับ"ผู้ดูแลคารวะ รีบถอยออกจากห้องหนังสือหลังจากออกมาเขาก็ถอนใจโล่ง โชคดีที่ท่านอ๋องยืนอยู่ข้างไป๋หู่ ไม่มีเจตนาตำหนิโทษไป๋หู่ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงจัดการลำบากแล้วแต่ตอนนี้ยังต้องรีบไปบอกพระชายาก่อนผู้ดูแลรีบเดินตรงไปห้องข้าง จึงเห็นว่าห้องข้างปิดสนิทอยู่ เสี่ยวเยว่เฝ้าอยู่ด้านนอก"เสี่ยวเยว่ พระชายาล่ะ?"เสี่ยวเยว่มองๆ ดู "พระชายาตอนนี้ยังไม่สะดวกออกมา มีอะไรหรือ?""เช่นนั้นเสี่ยวเยว่ก็ไปบอกพระชายาหน่อย ข้าจะรอข่าวอยู่ที่นี่" ผู้ดูแลเล่าเรื่องท่านน้าเฉิงออกมา "ดังนั้น ความหมายของท่านอ๋องก็คือ ให้เข้าใจเห็นใจความรู้สึกของท่านน้าเฉิง แล้วหญ้าเฝิ่นซิงเหล่านั้นถอนออกไปก่อนได้ไหมสินะ?"ผู้ดูแลกำชับมาอีกคำ "หลังจากนี้จะปลู
ตอนที่ฮูหยินเฉิงถูกเฝิ่นซิงกับหงจั๋วประคองขนาบซ้ายขวาออกมาจากเรือนเจียนเจีย ยังดูตั้งตัวไม่ทันอยู่นางรู้ว่าลวี่กั่วไปหาอ๋องเจวี้ยนแล้วด้วยความเข้าใจต่ออ๋องเจวี้ยนของนาง เรื่องนี้ล้วนเป็นเรื่องเล็ก อ๋องเจวี้ยนทัังรักและเคารพนาง สนิทสนมกับนาง ดังนั้นไม่มีทางขัดความต้องการเล็กน้อยนี้ของนางแน่นอนดังนั้นนางจึงมั่นใจว่าท้ายสุดหญ้าเฝิ่นซิงนั้นจะถูกถอนทิ้งนางมองหญ้าผืนนั้นแล้วรู้สึกอึดอัด ความทรงจำเจ็บปวดรวดร้าวเหล่านั้นหลั่งทะลักกลับมา ไม่อาจทานทนได้เลยอ๋องเจวี้ยนเองก็รู้เรื่องของสามีนางในตอนนั้น เรื่องนี้ เขาต้องยืนอยู่ข้างนางแน่แต่นางก็คิดไม่ถึงเลย สุดท้ายก็ทำให้นางต้องถูกย้ายออกจากเรือนเจียนเจียจุดนี้เหมือนกับตบฉาดที่หน้านางแต่ครั้งนี้ท่าทีของผู้ดูแลแตกต่างไปอย่างชัดเจน แข็งกร้าว ถ้านางยังพูดอะไรอีกคือได้อาละวาดกันน่าเกลียดแน่ฮูหยินเฉิงเองก็รู้ว่าตนเองไม่เหมาะที่จะพูดอะไร แต่ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจลวี่กั่วยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ ยังคิดจะดิ้นรน แสดงออกถึงความโกรธ "ฮูหยินของพวกเราอยากอยู่ที่นี่...""ลวี่กั่ว" ฮูหยินเฉิงครั้งนี้จำใจต้องตัดบทนาง "พวกเราฟังที่ผู้ดูแลจัดการเถ
ถึงอย่างไรนางก็บอกแล้วว่าไม่กินเผ็ดเซียวหลันยวนหลังจากจัดการงานเสร็จก็ออกจากห้องหนังสือ เตรียมจะไปหาฟู่จาวหนิงฟู่จาวหนิงกลับไม่อยู่ในห้องนอน เสี่ยวเยว่เองก็ไม่อยู่เขารู้สึกแปลกๆ หาคนมาถาม "พระชายาไปไหนแล้ว?""เรียนท่านอ๋อง พระชายาไปเรือนข้างดูหญ้าสมุนไพร ให้มาแจ้งกับท่าน"ฟู่จาวหนิงก่อนหน้านี้ปลูกหญ้าสมุนไพรบางส่วนในที่เรือนข้าง ปกติให้หงจั๋วเฝิ่นซิงช่วยดูแล ครั้งนี้ที่กลับจากเมืองเจ้อยังไม่ได้ไปดู บอกเช่นนี้เซียวหลันยวนก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร"อืม รู้แล้ว"จนถึงเวลาอาหารเย็น เซียวหลันยวนมาถึงห้องอาหารก่อนเขาไปจุดเทียนที่เชิงเทียนข้างๆ ด้วยตนเอง ฟู่จาวหนิงเคยบอกไว้ แสงเทียนในอาหารเย็นมันชวนฝันดีแม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจ ตอนอาหารค่ำก็จุดแสงเทียนกันหมดนี่ มีอะไรน่าชวนฝัน?แต่ฟู่จาวหนิงในเมื่อพูดเช่นนี้ เขาก็ให้คนวางไว้ข้างโต๊ะอาหารหลายเล่มหน่อย วางไว้บนเชิงเทียนทองเหลืองสิบแปดหัวที่แสนประณีต ทุกครั้งก่อนกินข้าวก็จะจุดแสงเทียนนี้ แสงเทียนวิบวับโยกไหว ตอนที่กินข้าวก็รู้สึกได้บรรยากาศจริงๆเขาเพิ่งจะจุดเทียน ฮูหยินเฉิงก็เข้ามาเซียวหลันยวนสวมหน้ากากขึ้นไปใหม่อีกครั้ง"อายวน"เซ
ตอนที่ฟู่จาวหนิงเข้ามาก็เห็นฮูหยินเฉิงกำลังจะลูบไปทางหน้ากาก...ของเซียวหลันยวนนางข้ามธรณีประตูเข้ามาเห็นฉากนี้ เกือบจะสะดุดเท้าเลยทีเดียวเซียวหลันยวนไม่เคยให้ใครแตะใบหน้าเขามาก่อน ตอนแรกที่นางจะทายาฆ่าเชื้อให้เขา เขายังมีอาการต่อต้านอย่างชัดเจนเลยแต่ตอนนี้เขากลับให้ฮูหยินเฉิงยื่นมือไปจับหรือ?เช่นนั้นดูท่าความรู้สึกระหว่างพวกเขาจะลึกกว่าที่นางจินตนาการไว้เซียวหลันยวนจะให้ฮูหยินเฉิงถอดหน้ากากเขาออกหรือ?ฟู่จาวหนิงก้มหน้าลงมือเท้า พริบตานี้เอง เซียวหลันยวนก็หลบมือของฮูหยินเฉิงออกมาเขากำลังจะพูดอะไร ก็สังเกตเห็นฟู่จาวหนิงเข้ามาแล้ว ลุกขึ้นยืนทันที"หนิงหนิง รีบมานี่สิ หิวแล้วใช่ไหม?" พูดจบก็ให้คนใช้ขึ้นสำรับตอนนี้เองกับข้าวก็ทยอยกันยกขึ้นมาฟู่จาวหนิงเดินเข้าไป เดิมทีนางก็เดินไปที่นั่งตนเองตามความเคยชิน แต่พอเห็นฮูหยินเฉิงนั่งอยู่ตรงนั้น นางก็ไม่ได้อ้อมเข้าไป นั่งลงทางฝั่งนี้โต๊ะทรงกลม ตอนนี้คือเซียวหลันยวนกับฮูหยินเฉิงนั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนนางนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเซียวหลันยวนงงงัน"ทำไมนั่งทางนั้นล่ะ? มานั่งทางนี้สิ ไกลขนาดนี้แล้วข้าจะคีบกับข้าวให้ยังไง?"ฮูหยินเฉิง
"คุณหนูของข้าไม่ชอบให้ใครมาโขกศีรษะใส่แบบไม่มีเหตุผล"ลวี่กั่วพอถูกนางดึงแบบนี้ ก็เกือบจะยืนไม่อยู่ หลักๆ คือนางเองก็ตะลึงไปเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้สึกว่าแขนตัวเองถูกบีบจนเจ็บด้วยแต่แรงมือเสี่ยวเยว่ก็มากจริงๆ ลวี่กั่วคิดจะสะบัดออก แต่ก็ไม่ขยับเลยนางรู้ที่ไหนว่าเสี่ยวเยว่มีพลังยุทธ์อยู่ในตัว ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่เลวอีกด้วย"ฮูหยิน..." ลวี่กั่วจ้องตาแป๋วไปที่ฮูหยินเฉิง จากนั้นก็มองไปทางเซียวหลันยวน "ท่านอ๋อง?"เซียวหลันยวนลุกขึ้นยืน "หนิงหนิงไม่ชอบใ้หคนอื่นมาโขกศรีษะใส่แบบไม่มีเหตุผลจริงๆ ท่านน้าเฉิง ลวี่กั่วเองก็พูดจาแบบไม่คิดจริงๆ ท่านก็เห็นว่าข้าเคยใส่ใจพิธีการในราชวงศ์นั่นเสียที่ไหน? จาวหนิงเป็นพระชายาของข้า ก็ไม่จำเป็นต้องมารักษากฏเหล่านั้นต่อหน้าคนอื่นเช่นกัน"เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เอ่ยต่ว่า "แล้วนี่นี่ก็เป็นบ้านของตนเองด้วย""พวกเราก็แค่เตือนด้วยเจตนาดี เจ้าเองก็ตามใจตัวเองมาตลอด แต่นางไม่ใช่เจ้านะ..." ฮูหยินเฉิงใจดำดิ่งหน่อยๆนางฟังออก ว่าเซียวหลันยวนยืนอยู่ข้างฟู่จาวหนิง"จาวหนิงเป็นภรรยาข้า ตัวนางก็เท่ากับเป็นตัวข้า แต่ว่าจาวหนิงเองก็ไม่ใช่ตัวข้า ท่านน้าเฉิง พวกเรา
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าบางครั้งตนเองก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่หน่อยๆ"ทั้งๆ ที่คนอื่นคอยแอบสาดโคลนใส่ข้า หาว่าข้านิสัยไม่ดี ทำตัวไม่ดีกับท่านแท้ๆ แล้วยังจงใจมาอวดความสนิทสนมต่อหน้าข้าที่เป็นภรรยาอีก คอยแสดงท่าทีว่ามีความผูกพันกับท่านแค่ไหน ใกล้ชิดท่านแค่ไหน และยังคอยตีตัวห่างจากข้าอีกด้วย"ฟู่จาวหนิงหยิกแก้มเขา ร้องเชอะขึ้นมา "จากคำแรกที่นางเรียกท่านว่าอายวน จากนั้นก็เรียกข้าว่าพระชายา ไอ้ความเจ้าเล่ห์นั่นมันก็แบชัดออกมาแล้ว ถ้านางจะมองข้าเป็นตนกันเอง จะจงใจเรียกให้มันแตกต่างขนาดนี้ด้วยทำไม?"เซียวหลันยวนยังไม่ดึงมือนางออก ยอมให้นางหยิกแก้มตัวเองอยู่แบบนั้น"เจ้าไม่พูดข้าก็นึกปัญหานี้ไม่ออกจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าเพระาอะไร? เพราะเจ้าลองดูสิ ท่านผู้เฒ่า พ่อตาแม่ยาย พวกเขาคนไหนบ้างที่ไม่เรียกเจ้าว่าจาวหนิง แล้วเรียกข้าว่าท่านอ๋อง?"ฟู่จาวหนิงตกตะลึง พอลองคิดดู ก็เหมือนจะเป็นแบบนี้จริงๆ"แต่ว่า สถานการณ์ของพวกเราไม่เหมือนกันนะ"นางตั้งตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว "พวกเขาไม่เรียกชื่อของท่านก็เพราะก่อนหน้านี้ตัวตนฐานะของท่านมันสำแดงอยู่ที่นี่น่ะสิ ตระกูลฟู่ของเรา ไม่กล้าปีนเกลียวอ๋องเจวี้ยนที่สูงส่งอย
เซียวหลันยวนขมวดคิ้ว"ไม่ได้จะให้เจ้าแก้""แล้วทำไมต้องไปถามล่ะ? ถามแล้วได้อะไร? เซียวหลันยวน ท่านต้องรู้ด้วย ว่าวาสนาของคนเรามันมีความแปลกประหลาดอยู่ มีคนที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ ข้ากับท่านน้าเฉิงของท่านก็คือคนประเภทนั้น"ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผาก ถอนหายใจ นางไม่เข้าใจว่าควรจะอธิบายความคิดของตนเองให้เข้าใจออกมาอย่างไรดีแต่ดูเหมือนเซียวหลันยวนเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก"ต่อให้ท่านไปถาม นางก็จะบอกว่า นางไม่สบอารมณ์ข้า แล้วข้าต้องแก้ไขตามสิ่งที่นางชอบไหม? หรือจะบอกว่า สิ่งที่ข้าบอกท่าน ข้าไม่ชอบที่นางมามีเล่ห์เหลี่ยมแบบนั้น คือเพราะข้าอยากให้นางแก้ไข?""..." เซียวหลันยวนไม่มีคำจะโต้กลับเขาได้สติกลับมา และตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปโง่เง่าเพียงใดฟู่จาวหนิงถามมาอีก "เซียวหลันยวน ข้าจะถามท่าน ท่านอยากให้ข้าเข้ากับนางได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?"เดิมทีที่นางไม่มีแม่สามี ก็ทำตัวตามสบายอิสระเสรีอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องหาผู้อาวุโสแบบแม่สามีเพื่อ?"ไม่ใช่"เซียวหลันยวนตั้งสติกลับมาได้ ส่ายหัวทันที"ข้าไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ที่ข้าบอกจะไปถามนาง หลักๆ ก็เพราะเมื่อครุ่รู้สึกว่
ฟู่จาวหนิงชะงักนี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจริงๆ เขาคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ผิดอะไรดูเหมือนจากที่เซียวหลันยวนเห็น ต่อให้ฮูหยินเฉิงจะคิดเอาตั๋วเงินจากเขาไปซื้อหยกดารา ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติถ้านางยังจ้องจับผิดเรื่องนี้ต่อ มันจะเหมือนว่านางยึดติดเรื่องเงินเขาไว้ไม่ยอมปล่อยพวกเขาเหมือนจะยังไม่ได้ใกล้ขนิดถึงขนาดที่ส่งมอบสิทธิ์ดูแลจัดการเงินทองให้กัน ถ้าไม่มีการมาของฮูหยินเฉิง เปิดประเด็นปัญหานี้ขึ้น ฟู่จาวหนิงก็คงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้นางเองก็ไม่คิดจะไปดูแลเรื่องการเงินของเซียวหลันยวนอยู่แล้ว"ข้าไม่ได้จะถามเรื่องที่ท่านให้นางยืมเงินหรือไม่ให้ยืม" นางเอ่ยขึ้นอย่างจนใจและไม่รู้เพราะอะไร ก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาในพริบตา"เจ้าคิดว่าข้าดีกับท่านน้าเฉิงมาใช่ไหม?"เซียวหลันยวนกำลังทดสอบทำความเข้าใจความคิดนาง"เปล่า" ฟู่จาวหนิงส่ายหัว "เมื่อครู่ข้าก็พูดไปแล้วนี่? ข้าแค่ไม่ถูกกับนาง ไม่สบอารมณ์นาง และไม่อยากให้นางมาใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ ส่วนเรื่องท่านเป็นอย่างไรกับนาง ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย""หนิงหนิง"เซียวหลันยวนเปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงเองก็ขรึมลงมา"อะไรคือเรื่องของข้า? ตอนนี้เพราะ
"ข้าขอไปกินน้ำหน่อยได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างจนใจเซียวหลันยวนจึงคลายมือ ปลดหน้ากากลงมาพอเห็นนางเดินไปข้างโต๊ะแปดเซียน เซียวหลันยวนเองก็ตามไปด้วย"ต่อให้ท่านอยากจะสั่งสอนข้า หรือคิดจะทะเลาะกับข้า ก็ต้องให้ข้าพักหายใจหายคอเสียหน่อย"ฟู่จาวหนิงนั่งลง หยิบกาน้ำชากับแก้วน้ำมารินน้ำ ยกขึ้นมาค่อยๆ ดื่มลงไป"ข้ากล้าสั่งสอนเจ้าเสียที่ไหน? ทะเลาะนี่ยิ่งไม่กล้าเลย"เซียวหลันยวนดึงเก้าอี้ไปอยู่ข้างๆ นางแล้วนั่งลงมา มองนางนิ่ง แววตามีความซับซ้อน"ปากคอเจ้าร้ายกาจนัก ข้าทะเลาะกับเจ้าก็ไม่ชนะหรอก"ฟู่จาวหนิงวางแก้วน้ำลง เงยขึ้นมาสบตาเขา ยิ้มเล็กๆ"จะลองหน่อยไหมล่ะ?""อย่าน่า ไม่ทะเลาะด้วยหรอก" เซียวหลันยวนใจสั่นกึก เขากลัวว่านางจะโมโหจนทะเลาะขึ้นมาจริงๆ "พวกเรามาคุยกันดีๆ""ท่านว่ามาสิ ข้าอยากฟัง ถึงอย่างไรความคิดของข้า เมื่อครู่ก็พูดออกไปแล้ว ถ้าท่านยังไม่กระจ่างไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็กลับไปย้อนนึกดูเอา ข้าขี้เกียจจะเล่าอีกรอบ"ฟู่จาวหนิงบอกกับเขา "ข้ารู้ว่าความจำท่านดีมาก คำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ ท่านคงจดจำได้ทุกถ้อยคำแน่นอน"เฮอะถ้าไม่ใช่รู้สึกว่านางพูดเกินไปแล้ว จะมีเรื
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค