สำหรับเรื่องการดูแลรสชาติให้ถูกปากแขก ฟู่จาวหนิงไม่ติดขัดอะไรรสจืดๆ นางก็ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะจืดหรือเผ็ด นางก็กินได้เอร็ดอร่อย อันที่จริงฟู่จาวหนิงอันที่จริงฟู่จาวหนิงแม้จะกินข้าวเร็วกว่าหญิงสาวทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หยาบกระด้าง แล้วยังกินได้ออกรสออกชาติด้วย แค่ได้มองนางกินข้าวก็รู้สึกว่าอาหารพวกนี้เป็นอาหารเลิศรสหายากแล้วแต่ฮูหยินเฉิงเห็นนางเหมือนไม่ถูกผลกระทบใดๆ จากเรื่องเมื่อครู่เลย กินอย่างเอร็ดอร่อย ความรู้สึกนี้เหมือนกำลังท้าทายนางอย่างไรอย่างนั้นยิ่งไปกว่านั้น มีนางเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งแท้ๆ แต่ฟู่จาวหนิงกลับไม่คิดเสแสร้งสักนิด กินเสียเร็วเชียว กลัวว่านางจะได้กินมากไปหรือไงกัน?พอมองอาหารบนโต๊ะ อาหารสองสามจานที่แดงก่ำนั่น นางรู้จักสิ่งนี้ ก่อนหน้านี้นำเข้ามาจากแคว้นหนานอี๋กู่ มันคือพริกแดงเจ้าสิ่งนี้เผ็ดแบบสุดๆ นางกินไม่ได้เลยแม้สักคำเดีว"ท่านน้าเฉิง รีบกินเถอะ" เซียวหลันยวนเองก็นั่งลงแล้วเขามองออก ว่าระหว่างฟู่จาวหนิงกับท่านน้าเฉิงน่าจะไม่ลงรอยกัน ดังนั้นตอนนี้จึงไม่ได้ฝืนฟู่จาวหนิงแต่หลายปีมานี้ ท่านน้าเฉิงเองก็มาจวนอ๋องไม่กี่ครั้ง อย่างน้อยเขาก็ต้องดูแ
ฮูหยินเฉิงหน้าเปลี่ยนสีแม่สามีของนาง นั่นคือพระสนมที่ไท่ซ่างหวงรักที่สุดนะ มาถามแบบนี้มันหมิ่นเหม่ไปแล้ว นางกล้ามาเป็นตำแหน่งนั้นที่ไหน!"พระชายาระวังคำพูดด้วย""หนิงหนิง..." เซียวหลันยวนเองก็ไม่คิดว่าฟู่จาวหนิงจะพูดไม่เกรงใจออกมาทันทีแบบนี้พอประโยคนี้ออกมา ฮูหยินเฉิงอับอายถึงที่สุดเดิมทีเขาคิดจะบอกฟู่จาวหนิงว่า ให้เขาตักเตือนฮูหยินเฉิงเอง ให้ฟู่จาวหนิงไม่ต้องโมโหแต่ตอนที่เสียงของเขากับประโยคที่ว่า 'พระชายาระวังคำพูดด้วย' ของฮูหยินเฉิงออกมาพร้อมกัน ทำหใ้คนรู้สึกว่าเขากับฮูหยินเฉิงยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน ตอนนี้เหมืนอกำลังตำหนิฟู่จาวหนิงอยู่อย่างไรอย่างนั้นถึงอย่างไรฟู่จาวหนิงตอนนี้ก็มีความรู้สึกนี้จริงๆนางรู้สึกรำคาญ ลุกขึ้นยืน"ได้ พวกท่านกินไปแล้วกัน"พูดจบนางก็หมุนตัวเดินออกไป"หนิงหนิง เจ้ารอก่อน"เซียวหลันยวนคิดจะตามออกไป ฮูหยินเฉิงยื่นมือมาดึงชายเสื้อเขาไว้นางหน้าขาวซีด โงนเงนเหมือนจะล้ม"อายวน นาง นางหมายความว่ายังไง? นางรุนแรงแบบนี้มาตลอดหรือ? ข้า..."พูดจบเบื้องหน้านางก็มืดดับไป"ท่านน้าเฉิง!"เซียวหลันยวนแยกออกระหว่างแกล้งเป็นลมกับเป็นลมจริงฮูหยินเฉิงเป็น
อาหารเย็นบ้านตระกูลฟู่กินกันมาถึงช่วงท้ายแล้วฟู่จาวหนิงเข้ามาตอนนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกเกินคาดมาก"เสี่ยวเถา ขอชามตะเกียบข้าชุดนึง"หลังจากฟู่จาวหนิงเข้ามาก็ไม่เกรงใจ เบียดตัวมานั่งข้างฟู่จาวเฟยผู้เฒ่าฟู่เห็นสภาพนี้ของนาง ก็รีบเรียกป้าจง "ไปผัดกับข้าวมาให้จาวหนิงอีกสองจาน เร็วๆ หน่อย""โอ้ จะไปเดี๋ยวนี้" ป้าจงรีบวิ่งไปที่ครัวเสิ่นเชี่ยวกังวลหน่อยๆ "ทำไมกระฟัดกระเฟียดแบบนี้? ทะเลาะกับท่านอ๋องมาหรือ?"นางไม่เคยมีประสบการณ์ที่ลูกสาวทะเลาะกับลูกเขยแล้ววิ่งกลับบ้านแบบนี้ จึงปรับตัวไม่ได้ขึ้นมาหน่อยๆฟู่จิ้นเชินกลับคีบลูกชิ้นให้กับนางก่อน"กินคำนึงก่อน นี่ยังกินไม่เสร็จก็รีบหนีกลับมาหรือ?"ฟู่จาวหนิงเองก็รู้สึกประหลาดใจ "พวกท่านทำไมดูออกว่าข้าโมโห?"นางรู้สึกว่าตนเองก็ไม่ได้โมโหขนาดนั้นนะ แม้จะวิ่งออกมาแบบหงุดหงิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้กระฟัดกระเฟียดอะไรแบบนั้น ทำไมพวกเขามองออกเหมือนไม่ได้นัดกันแบบนี้?"เจ้าสภาพนี้บอกไม่โมโหใครจะเชื่อกัน? จะว่าไปตอนนี้มันก็เวลากินข้าวพอดี จวนอ๋องก็มีแค่เจ้ากับท่านอ๋องกินข้าวด้วยกัน เจ้าวิ่งออกมาตอนนี้ เขากินข้าวที่บ้านคนเดียวหรือ?" เสิ่นเชี่ยวถาม"เข
ยิ่งไปกว่านั้นขนาดอุทยานเขาเฉิงอวิ๋นก็ยังพูดออกมาได้ฟู่จิ้นเชินพยักหน้า "ตอนนั้นข้าเคยคิด ว่าจะพาแม่ของเจ้าไปที่ยอดเขาโยวชิง ไปหาอ๋องเจวี้ยนเพื่ออธิบายต่อหน้าให้ชัดเจน""พวกท่านไปยอดเขาโยวชิงมาหรือ?"เสิ่นเชี่ยวส่ายหัว "ไม่มีโอกาสขึ้นยอดเขาโยวชิง แต่พวกเราเองก็ฝ่าฟันอุปสรรคหลายครั้ง กว่าจะไปถึงเมืองเล็กๆ ที่ไม่ห่างจากยอดเขาโยวชิง"ที่แท้พวกเขาก็เคยคิดจะเดินเส้นทางนั้น"ที่เมืองเล็กนั่น พวกเราถูกมือสังหารสองกลุ่มจับตาอยู่ ดังนั้นจึงต้องซ่อนตัวในเมืองเล็กชั่วคราว พักอยู่ที่นั่นหลายวัน"ฟู่จิ้นเชินย้อนคิดไปถึงช่วงเวลานั้น "ตอนนั้นน่าจะตอนที่อ๋องเจวี้ยนอายุสิบเอ็ดสิบสอง""พวกเขาได้ยินเรื่องอุทยานเขาเฉิงอวิ๋นที่เมืองเล็กนั่น ยอดเขาโยวชิงในพื้นที่นั้นก็ค่อนข้างมีชื่อเสียง คนในเมืองกับชาวบ้านในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ๆ พอถึงช่วงเทศการก็อยากจะขึ้นเขาไปจุดธูป ดีที่สุดคือได้พบกับเจ้าอาราม ได้ดื่มชากับเขาสักถ้วย ฟังเขาไขข้อสงสัยให้"ฟู่จาวหนิงฟังไปด้วยกินไปด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าอารามยอดเขาโยวชิงจะมีชื่อเสียงบารมีขนาดนี้แต่ว่ามันก็จริง พอลือไปถึงเมืองหลวงก็มีคนมากมายชื่นชมศรัทธา ไม่ต้องพูด
ฟู่จาวหนิงกินจนพุงป่องฟู่จาวเฟยวิ่งมาข้างๆ นางด้วยท่าทีขี้เล่น "มา ท่านพี่ เดี๋ยวน้องชายประคองเอง"เขายื่นมือออกมา ฟู่จาวหนิงเหลือบมองเขา ทาบไว้บนหลังมือเขา "ไปเถอะ ไปดื่มชาที่โถงหน้า""ได้เลย"พี่น้องสองคนวางท่าเดินออกจากห้องอาหารผู้เฒ่าฟู่หัวเราะก่นด่า "ทำท่าทำทางอะไรนั่น? เจ้าเสี่ยวเฟยนี่ก็หัวเราะไม่หยุดเลย"แม้จะดูก่นด่า แต่พอเห็นฉากนี้ เขารู้สึกว่าหัวใจเอ่อล้น มีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรเทียบกับก่อนหน้านี้ ความกลมเกลียวในบ้าน ความคึกคักในบ้านตอนนี้ ดีงามจนเหมือนไม่ใช่ความจริงฟู่จิ้นเชินเองก็มาประคองเขา"ไม่ต้องให้เจ้ามาประคองหรอก ตอนนี้ข้าเดินเหินคล่องแล้ว เจ้าไปคุยกับจาวหนิงเถอะ เล่าเรื่องฮูหยินอะไรนั่นซะ"ผู้เฒ่าฟู่โบกปัดมือเขาออกตอนนี้กินข้าวเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามาคุยเรื่องฮูหยินเฉิงอะไรนั่นเสียทีผู้เฒ่าฟู่ไม่ค่อยสบายใจนัก ถือดียังไงถึงไม่ชอบจาวหนิงของพวกเขา?แล้วก็ เซียวหลันยวนนี่ยังไงกัน? ทำเอาจาวหนิงต้องหนีกลับมาบ้านฝ่ายหญิงแบบนี้ หรือเขาไม่ได้รั้งเอาไว้ฟู่จิ้นเชินกับเสิ่นเชี่ยวเดิมทีคิดจะไปถามให้ชัดเจนเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นจากที่พวกเขาสังเกต
ฟู่จิ้นเชินเหลือบมองเขา "เสี่ยวเฟย พี่เขยเขาก็ดีกับเจ้านะ ถ้าเขาเคารพฮูหยินเฉิงจริง เจ้าในฐานะเป็นเด็กเล็กสุด ต่อให้คิดจะยืนอยู่ฝั่งพี่สาว ก็ไปตำหนิผู้อาวุโสของพี่เขยเจ้าตรงๆ ไม่ได้"แบบนี้ถ้าเซียวหลันยวนได้ยินเข้า จะกลายเป็นว่าพวกเขาสั่งสอนไม่ดีไปพวกเขาพูดกันได้ แต่ฟู่จาวเฟยที่ก่อนหน้าได้รับการคุ้มครองจากเซียวหลันยวนมาตลอด ไม่มีสิทธิ์จะไปด่าทอ"ท่านพ่อ ข้ารู้แล้ว" ฟู่จาวเฟยเม้มปากสนิทเรื่องที่ราชาเฮ่อเหลียนกบฏ ถ้าไม่ใช่อ๋องเจวี้ยนหันมาปกป้องเขา เขาคงจะถูกองค์จักรพรรดิโยนออกไปแล้วดังนั้น พี่เขยก็ปกป้องเขามาจริงๆ เขาเองก็ซาบซึ้งไม่น้อยต่อตัวพี่เขยข้อดีของฟู่จาวเฟยก็คือรับฟังเหตุผลได้"อันที่จริงเซียวหลันยวนเองก็ไม่ใช่ว่าไม่ยืนอยู่ฝั่งข้าหรอก สุดท้ายเขาก็ไม่ให้ฮูหยินเฉิงขุดหญ้าเฝิ่นซิงนั่น ให้นางย้ายไปเรือนรับแขกเลย แล้วตอนค่ำก็ยังลงโทษสาวใช้ข้างกายฮูหยินเฉิงให้คุกเข่าด้วย"ฟู่จาวหนิงถอนใจเบาๆ รู้สึกสับสนหน่อยๆอันที่จริงนางก็ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับด้านนี้เท่าไรนัก"แล้วเจ้าคิดอย่างไรล่ะ?" ฟู่จิ้นเชินถาม "ทะเลาะแล้วงอนกับอ๋องเจวี้ยนหรือ?""ก็ไม่ได้คิดอะไร ข้ารู้สึกว่า
ครอบครัวตระกูลฟู่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่เพิ่งออกจากวังจักรพรรดิก็ถอนใจโล่งออกมายาวๆได้รับการช่วยเหลือจากหยวนอี้ นางจึงได้เข้าวังพบกับจักรพรรดิยิ่งไปกว่นั้นองค์จักรพรรดิไม่รู้ว่านางมาจากเมืองเจ้อด้วย ยังคิดว่านางหนีจากต้าชื่อมาแคว้นเจาโชคของนางกลับมาอีกแล้ว พอพบกับจักรพรรดิ ก็มีคนเข้ามารายงานข่าว บอกว่าพบเสบียงประเภทหนึ่ง กินแล้วอิ่มท้อง มีผลผลิตเยอะมาก สามารให้ผู้ประสบภัยไปลองปลูกได้ นับว่าช่วยให้ผู้ประสบภัยมีอะไรทำบ้าง และยังมีความหวังเรื่องเติมปากท้องด้วยได้ยินว่าข่าวดีนี้เป็นผู้บริหารท้องถิ่นโหยวจากเมืองเจ้อที่นำมาตอนนั้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นรออยู่ที่ตำหนักข้าง พอได้ยินเสียงประกาศว่าฝ่าบาทให้นางเข้าไป ตอนที่นางกำลังจะก้าวขาออกไปก็เห็นผู้บริหารท้องถิ่นโหยววิ่งไปห้องหนังสือหลวงอย่างกระตือรือร้น นางจึงหดตัวกลับไปผู้บริหารท้องถิ่นโหยวรายงานข่าวดีนี้ องค์จักรพรรดิก็ค่อนข้างดีใจมากแต่เขาก็ยังไม่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเข้าไป ให้เขาตะโกนพูดอยู่ที่ประตูห้องหนังสือหลวง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถึงได้ยินเข้าองค์จักรพรรดิพอดีอกดีใจ ก็ได้ยินผู้บริหารท้องถิ่นโ
"แล้วจากนี้ องค์หญิงใหญ่คิดจะทำอย่างไร?" หยวนอี้ถามมาอีก"คุณชายหยวนคงจะศึกษาแคว้นเจามาแล้วกระมัง?" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นย้อนถามเขา"ท่านคิดจะถามอะไร?""ก่อนหน้านี้ข้าเคยถามคำถามนี้แล้ว อยากให้คุณชายหยวนช่วยข้าวิเคราะห์ดู ในแคว้นเจา ข้าจะหาใครที่พึ่งพิงได้บ้าง เอาที่มั่นคงหน่อย?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตอนนี้ไม่มีคนที่หารือด้วยได้เลย มีแค่หยวนอี้เท่านั้นหลายวันนี้ที่อยู่ด้วยกันกับหยวนอี้ นางก็สังเกตได้ว่าหยวนอี้เข้าใจแคว้นเจาอยู่ไม่น้อย บางทีถามคำถามนี้กับเขาน่าจะเหมาะที่สุด"ไปหาใครน่ะหรือ? ตอนนี้แน่นอนว่าต้องเป็นองค์รัชทายาทสิ" หยวนอี้มองนางยิ้มๆ อย่างมีนัยยะแฝง "องค์หญิงใหญ่ที่คิดอยู่สองวันนี้ไม่ใช่องค์รัชทายาทหรอกหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นยังให้หญิงรับใช้ในวังราชนิเวศส่งปิ่นทองไปอีก แล้วยังให้นางสืบด้วยว่าองค์รัชทายาทจะกลับจากวัดคุ้มครองแคว้นเมื่อไร"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหน้าแดงก่ำนางไม่คิดว่าเรื่องที่ตนเองแอบทำ จะถูกหยวนอี้รู้จนหมดหยวนอี้เป็นแค่ทูตที่มาพักในวังราชนิเวศน์เท่านั้นนี่นา?ทำไมถึงจับตาดูไปทั่วเลยล่ะ?"องค์รัชทายาทแคว้นเจา หลายปีก่อนยังพอดูมีตัวตนอยู่บ้าง ช่วงหลายปีนี้ไ
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าบางครั้งตนเองก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่หน่อยๆ"ทั้งๆ ที่คนอื่นคอยแอบสาดโคลนใส่ข้า หาว่าข้านิสัยไม่ดี ทำตัวไม่ดีกับท่านแท้ๆ แล้วยังจงใจมาอวดความสนิทสนมต่อหน้าข้าที่เป็นภรรยาอีก คอยแสดงท่าทีว่ามีความผูกพันกับท่านแค่ไหน ใกล้ชิดท่านแค่ไหน และยังคอยตีตัวห่างจากข้าอีกด้วย"ฟู่จาวหนิงหยิกแก้มเขา ร้องเชอะขึ้นมา "จากคำแรกที่นางเรียกท่านว่าอายวน จากนั้นก็เรียกข้าว่าพระชายา ไอ้ความเจ้าเล่ห์นั่นมันก็แบชัดออกมาแล้ว ถ้านางจะมองข้าเป็นตนกันเอง จะจงใจเรียกให้มันแตกต่างขนาดนี้ด้วยทำไม?"เซียวหลันยวนยังไม่ดึงมือนางออก ยอมให้นางหยิกแก้มตัวเองอยู่แบบนั้น"เจ้าไม่พูดข้าก็นึกปัญหานี้ไม่ออกจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าเพระาอะไร? เพราะเจ้าลองดูสิ ท่านผู้เฒ่า พ่อตาแม่ยาย พวกเขาคนไหนบ้างที่ไม่เรียกเจ้าว่าจาวหนิง แล้วเรียกข้าว่าท่านอ๋อง?"ฟู่จาวหนิงตกตะลึง พอลองคิดดู ก็เหมือนจะเป็นแบบนี้จริงๆ"แต่ว่า สถานการณ์ของพวกเราไม่เหมือนกันนะ"นางตั้งตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว "พวกเขาไม่เรียกชื่อของท่านก็เพราะก่อนหน้านี้ตัวตนฐานะของท่านมันสำแดงอยู่ที่นี่น่ะสิ ตระกูลฟู่ของเรา ไม่กล้าปีนเกลียวอ๋องเจวี้ยนที่สูงส่งอย
เซียวหลันยวนขมวดคิ้ว"ไม่ได้จะให้เจ้าแก้""แล้วทำไมต้องไปถามล่ะ? ถามแล้วได้อะไร? เซียวหลันยวน ท่านต้องรู้ด้วย ว่าวาสนาของคนเรามันมีความแปลกประหลาดอยู่ มีคนที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ ข้ากับท่านน้าเฉิงของท่านก็คือคนประเภทนั้น"ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผาก ถอนหายใจ นางไม่เข้าใจว่าควรจะอธิบายความคิดของตนเองให้เข้าใจออกมาอย่างไรดีแต่ดูเหมือนเซียวหลันยวนเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก"ต่อให้ท่านไปถาม นางก็จะบอกว่า นางไม่สบอารมณ์ข้า แล้วข้าต้องแก้ไขตามสิ่งที่นางชอบไหม? หรือจะบอกว่า สิ่งที่ข้าบอกท่าน ข้าไม่ชอบที่นางมามีเล่ห์เหลี่ยมแบบนั้น คือเพราะข้าอยากให้นางแก้ไข?""..." เซียวหลันยวนไม่มีคำจะโต้กลับเขาได้สติกลับมา และตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปโง่เง่าเพียงใดฟู่จาวหนิงถามมาอีก "เซียวหลันยวน ข้าจะถามท่าน ท่านอยากให้ข้าเข้ากับนางได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?"เดิมทีที่นางไม่มีแม่สามี ก็ทำตัวตามสบายอิสระเสรีอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องหาผู้อาวุโสแบบแม่สามีเพื่อ?"ไม่ใช่"เซียวหลันยวนตั้งสติกลับมาได้ ส่ายหัวทันที"ข้าไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ที่ข้าบอกจะไปถามนาง หลักๆ ก็เพราะเมื่อครุ่รู้สึกว่
ฟู่จาวหนิงชะงักนี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจริงๆ เขาคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ผิดอะไรดูเหมือนจากที่เซียวหลันยวนเห็น ต่อให้ฮูหยินเฉิงจะคิดเอาตั๋วเงินจากเขาไปซื้อหยกดารา ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติถ้านางยังจ้องจับผิดเรื่องนี้ต่อ มันจะเหมือนว่านางยึดติดเรื่องเงินเขาไว้ไม่ยอมปล่อยพวกเขาเหมือนจะยังไม่ได้ใกล้ขนิดถึงขนาดที่ส่งมอบสิทธิ์ดูแลจัดการเงินทองให้กัน ถ้าไม่มีการมาของฮูหยินเฉิง เปิดประเด็นปัญหานี้ขึ้น ฟู่จาวหนิงก็คงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้นางเองก็ไม่คิดจะไปดูแลเรื่องการเงินของเซียวหลันยวนอยู่แล้ว"ข้าไม่ได้จะถามเรื่องที่ท่านให้นางยืมเงินหรือไม่ให้ยืม" นางเอ่ยขึ้นอย่างจนใจและไม่รู้เพราะอะไร ก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาในพริบตา"เจ้าคิดว่าข้าดีกับท่านน้าเฉิงมาใช่ไหม?"เซียวหลันยวนกำลังทดสอบทำความเข้าใจความคิดนาง"เปล่า" ฟู่จาวหนิงส่ายหัว "เมื่อครู่ข้าก็พูดไปแล้วนี่? ข้าแค่ไม่ถูกกับนาง ไม่สบอารมณ์นาง และไม่อยากให้นางมาใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ ส่วนเรื่องท่านเป็นอย่างไรกับนาง ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย""หนิงหนิง"เซียวหลันยวนเปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงเองก็ขรึมลงมา"อะไรคือเรื่องของข้า? ตอนนี้เพราะ
"ข้าขอไปกินน้ำหน่อยได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างจนใจเซียวหลันยวนจึงคลายมือ ปลดหน้ากากลงมาพอเห็นนางเดินไปข้างโต๊ะแปดเซียน เซียวหลันยวนเองก็ตามไปด้วย"ต่อให้ท่านอยากจะสั่งสอนข้า หรือคิดจะทะเลาะกับข้า ก็ต้องให้ข้าพักหายใจหายคอเสียหน่อย"ฟู่จาวหนิงนั่งลง หยิบกาน้ำชากับแก้วน้ำมารินน้ำ ยกขึ้นมาค่อยๆ ดื่มลงไป"ข้ากล้าสั่งสอนเจ้าเสียที่ไหน? ทะเลาะนี่ยิ่งไม่กล้าเลย"เซียวหลันยวนดึงเก้าอี้ไปอยู่ข้างๆ นางแล้วนั่งลงมา มองนางนิ่ง แววตามีความซับซ้อน"ปากคอเจ้าร้ายกาจนัก ข้าทะเลาะกับเจ้าก็ไม่ชนะหรอก"ฟู่จาวหนิงวางแก้วน้ำลง เงยขึ้นมาสบตาเขา ยิ้มเล็กๆ"จะลองหน่อยไหมล่ะ?""อย่าน่า ไม่ทะเลาะด้วยหรอก" เซียวหลันยวนใจสั่นกึก เขากลัวว่านางจะโมโหจนทะเลาะขึ้นมาจริงๆ "พวกเรามาคุยกันดีๆ""ท่านว่ามาสิ ข้าอยากฟัง ถึงอย่างไรความคิดของข้า เมื่อครู่ก็พูดออกไปแล้ว ถ้าท่านยังไม่กระจ่างไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็กลับไปย้อนนึกดูเอา ข้าขี้เกียจจะเล่าอีกรอบ"ฟู่จาวหนิงบอกกับเขา "ข้ารู้ว่าความจำท่านดีมาก คำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ ท่านคงจดจำได้ทุกถ้อยคำแน่นอน"เฮอะถ้าไม่ใช่รู้สึกว่านางพูดเกินไปแล้ว จะมีเรื
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค