ฟู่จาวหนิงกินจนพุงป่องฟู่จาวเฟยวิ่งมาข้างๆ นางด้วยท่าทีขี้เล่น "มา ท่านพี่ เดี๋ยวน้องชายประคองเอง"เขายื่นมือออกมา ฟู่จาวหนิงเหลือบมองเขา ทาบไว้บนหลังมือเขา "ไปเถอะ ไปดื่มชาที่โถงหน้า""ได้เลย"พี่น้องสองคนวางท่าเดินออกจากห้องอาหารผู้เฒ่าฟู่หัวเราะก่นด่า "ทำท่าทำทางอะไรนั่น? เจ้าเสี่ยวเฟยนี่ก็หัวเราะไม่หยุดเลย"แม้จะดูก่นด่า แต่พอเห็นฉากนี้ เขารู้สึกว่าหัวใจเอ่อล้น มีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไรเทียบกับก่อนหน้านี้ ความกลมเกลียวในบ้าน ความคึกคักในบ้านตอนนี้ ดีงามจนเหมือนไม่ใช่ความจริงฟู่จิ้นเชินเองก็มาประคองเขา"ไม่ต้องให้เจ้ามาประคองหรอก ตอนนี้ข้าเดินเหินคล่องแล้ว เจ้าไปคุยกับจาวหนิงเถอะ เล่าเรื่องฮูหยินอะไรนั่นซะ"ผู้เฒ่าฟู่โบกปัดมือเขาออกตอนนี้กินข้าวเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามาคุยเรื่องฮูหยินเฉิงอะไรนั่นเสียทีผู้เฒ่าฟู่ไม่ค่อยสบายใจนัก ถือดียังไงถึงไม่ชอบจาวหนิงของพวกเขา?แล้วก็ เซียวหลันยวนนี่ยังไงกัน? ทำเอาจาวหนิงต้องหนีกลับมาบ้านฝ่ายหญิงแบบนี้ หรือเขาไม่ได้รั้งเอาไว้ฟู่จิ้นเชินกับเสิ่นเชี่ยวเดิมทีคิดจะไปถามให้ชัดเจนเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นจากที่พวกเขาสังเกต
ฟู่จิ้นเชินเหลือบมองเขา "เสี่ยวเฟย พี่เขยเขาก็ดีกับเจ้านะ ถ้าเขาเคารพฮูหยินเฉิงจริง เจ้าในฐานะเป็นเด็กเล็กสุด ต่อให้คิดจะยืนอยู่ฝั่งพี่สาว ก็ไปตำหนิผู้อาวุโสของพี่เขยเจ้าตรงๆ ไม่ได้"แบบนี้ถ้าเซียวหลันยวนได้ยินเข้า จะกลายเป็นว่าพวกเขาสั่งสอนไม่ดีไปพวกเขาพูดกันได้ แต่ฟู่จาวเฟยที่ก่อนหน้าได้รับการคุ้มครองจากเซียวหลันยวนมาตลอด ไม่มีสิทธิ์จะไปด่าทอ"ท่านพ่อ ข้ารู้แล้ว" ฟู่จาวเฟยเม้มปากสนิทเรื่องที่ราชาเฮ่อเหลียนกบฏ ถ้าไม่ใช่อ๋องเจวี้ยนหันมาปกป้องเขา เขาคงจะถูกองค์จักรพรรดิโยนออกไปแล้วดังนั้น พี่เขยก็ปกป้องเขามาจริงๆ เขาเองก็ซาบซึ้งไม่น้อยต่อตัวพี่เขยข้อดีของฟู่จาวเฟยก็คือรับฟังเหตุผลได้"อันที่จริงเซียวหลันยวนเองก็ไม่ใช่ว่าไม่ยืนอยู่ฝั่งข้าหรอก สุดท้ายเขาก็ไม่ให้ฮูหยินเฉิงขุดหญ้าเฝิ่นซิงนั่น ให้นางย้ายไปเรือนรับแขกเลย แล้วตอนค่ำก็ยังลงโทษสาวใช้ข้างกายฮูหยินเฉิงให้คุกเข่าด้วย"ฟู่จาวหนิงถอนใจเบาๆ รู้สึกสับสนหน่อยๆอันที่จริงนางก็ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับด้านนี้เท่าไรนัก"แล้วเจ้าคิดอย่างไรล่ะ?" ฟู่จิ้นเชินถาม "ทะเลาะแล้วงอนกับอ๋องเจวี้ยนหรือ?""ก็ไม่ได้คิดอะไร ข้ารู้สึกว่า
ครอบครัวตระกูลฟู่อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นที่เพิ่งออกจากวังจักรพรรดิก็ถอนใจโล่งออกมายาวๆได้รับการช่วยเหลือจากหยวนอี้ นางจึงได้เข้าวังพบกับจักรพรรดิยิ่งไปกว่นั้นองค์จักรพรรดิไม่รู้ว่านางมาจากเมืองเจ้อด้วย ยังคิดว่านางหนีจากต้าชื่อมาแคว้นเจาโชคของนางกลับมาอีกแล้ว พอพบกับจักรพรรดิ ก็มีคนเข้ามารายงานข่าว บอกว่าพบเสบียงประเภทหนึ่ง กินแล้วอิ่มท้อง มีผลผลิตเยอะมาก สามารให้ผู้ประสบภัยไปลองปลูกได้ นับว่าช่วยให้ผู้ประสบภัยมีอะไรทำบ้าง และยังมีความหวังเรื่องเติมปากท้องด้วยได้ยินว่าข่าวดีนี้เป็นผู้บริหารท้องถิ่นโหยวจากเมืองเจ้อที่นำมาตอนนั้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นรออยู่ที่ตำหนักข้าง พอได้ยินเสียงประกาศว่าฝ่าบาทให้นางเข้าไป ตอนที่นางกำลังจะก้าวขาออกไปก็เห็นผู้บริหารท้องถิ่นโหยววิ่งไปห้องหนังสือหลวงอย่างกระตือรือร้น นางจึงหดตัวกลับไปผู้บริหารท้องถิ่นโหยวรายงานข่าวดีนี้ องค์จักรพรรดิก็ค่อนข้างดีใจมากแต่เขาก็ยังไม่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเข้าไป ให้เขาตะโกนพูดอยู่ที่ประตูห้องหนังสือหลวง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นถึงได้ยินเข้าองค์จักรพรรดิพอดีอกดีใจ ก็ได้ยินผู้บริหารท้องถิ่นโ
"แล้วจากนี้ องค์หญิงใหญ่คิดจะทำอย่างไร?" หยวนอี้ถามมาอีก"คุณชายหยวนคงจะศึกษาแคว้นเจามาแล้วกระมัง?" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นย้อนถามเขา"ท่านคิดจะถามอะไร?""ก่อนหน้านี้ข้าเคยถามคำถามนี้แล้ว อยากให้คุณชายหยวนช่วยข้าวิเคราะห์ดู ในแคว้นเจา ข้าจะหาใครที่พึ่งพิงได้บ้าง เอาที่มั่นคงหน่อย?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตอนนี้ไม่มีคนที่หารือด้วยได้เลย มีแค่หยวนอี้เท่านั้นหลายวันนี้ที่อยู่ด้วยกันกับหยวนอี้ นางก็สังเกตได้ว่าหยวนอี้เข้าใจแคว้นเจาอยู่ไม่น้อย บางทีถามคำถามนี้กับเขาน่าจะเหมาะที่สุด"ไปหาใครน่ะหรือ? ตอนนี้แน่นอนว่าต้องเป็นองค์รัชทายาทสิ" หยวนอี้มองนางยิ้มๆ อย่างมีนัยยะแฝง "องค์หญิงใหญ่ที่คิดอยู่สองวันนี้ไม่ใช่องค์รัชทายาทหรอกหรือ? ยิ่งไปกว่านั้นยังให้หญิงรับใช้ในวังราชนิเวศส่งปิ่นทองไปอีก แล้วยังให้นางสืบด้วยว่าองค์รัชทายาทจะกลับจากวัดคุ้มครองแคว้นเมื่อไร"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหน้าแดงก่ำนางไม่คิดว่าเรื่องที่ตนเองแอบทำ จะถูกหยวนอี้รู้จนหมดหยวนอี้เป็นแค่ทูตที่มาพักในวังราชนิเวศน์เท่านั้นนี่นา?ทำไมถึงจับตาดูไปทั่วเลยล่ะ?"องค์รัชทายาทแคว้นเจา หลายปีก่อนยังพอดูมีตัวตนอยู่บ้าง ช่วงหลายปีนี้ไ
"แบบนี้แล้วกัน แคว้นหมิ่นของเรา สนับสนุนองค์รัชทายาท ยิ่งไปกว่นั้น ครั้งนี้ถ้าหากทั้งสองแคว้นร่วมมือกันสำเร็จ หลังจากนี้แคว้นหมิ่นของเราจะสนับสนุนองค์รัชทายาทอย่างเต็มกำลัง" หยวนอี้บอกกับองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นอย่างตรงไปตรงมา"ทำไมท่านจึงบอกเรื่องนี้กับข้า?"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นมีท่าทีระแวดระวังขึ้นมาอย่างหาได้ยากเฉินเซียงตายไปแล้ว องครักษ์คนสนิทที่คุ้มครองนางหนีออกมาจากต้าชื่อก็ตายไปแล้วเช่นกัน ยังมีสาวใช้วังอิ๋นสั่วอีกคนที่ยังอยู่ในต้าชื่อคอยทำงานแทนนาง แต่ในเมื่อฝ่าบาทรู้ร่องรอยของนางแล้ว เช่นนั้นอิ๋นสั่วก็น่าจะเคราะห์ร้ายไปแล้วแน่นอนดังนั้นข้างกายนางตอนนี้จึงไม่มีใครเลยองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นเองก็รู้ว่าตนเองต้องเติบโต จะใสซื่อไร้เดียงสาเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว ที่คิดแต่ว่าโชคของตนเองยังดีอยู่มาก พระเจ้าเองก็คงจะคุ้มครองนางให้ทุกอย่างราบรื่นตอนนี้นางเอาแต่คิดแบบนั้นไม่ได้อีกแล้วหยวนอี้ตอนนี้เอาความลับเหล่านี้มาบอกนาง เพราะคิดอยากได้อะไรจากตัวนางกัน?"องค์หญิงใหญ่เองก็อย่าดูแคลนตนเองนักเลย บนตัวท่านอันที่จริงมีโชคที่สูงกว่าคนทั่วไปมาก จุดนี้ กระทั่งเจ้าอารามยอดเขาโยวชิงก็ยืนยันแล้
ถึงอย่างไรองค์รัชทายาทแคว้นเจาก็ยังต้องคอยอดทน เท่ากับไม่มีอำนาจและความสามารถพอที่จะต่อกรกับฝ่าบาทได้ ยังคุ้มครองนางไม่ไหวแต่หยวนอี้บางทีอาจจะได้"ข้าไม่มีความรู้สึกสัมพันธ์ชายหญิงกับองค์หญิงใหญ่เลยแม้แต่น้อย""ทำไมจะต้องมีความรักกันด้วยล่ะ? พวกเราแต่งงานไปแล้วค่อยๆ เพาะบ่มขึ้นมาก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นข้าก็จะดีกับคุณชายหยวนแน่นอน"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นรู้สึกว่าตนเองต้องพยายามเสียหน่อย ดังนั้นพูดไปด้วยก็เขยิบเข้าใกล้หยวนอี้ไปด้วยนางยิ่งเข้าใกล้ หยวนอี้ก็ยิ่งถอยหนี"ข้ามีคู่หมั้นที่แคว้นหมิ่นแล้ว""แค่คู่หมั้นเอง ยังไม่ได้แต่งเสียหน่อย ถ้างั้นพวกเราแต่งเข้าวันเดียวกันก็ได้ ข้าไม่รังเกียจตำแหน่งภรรยาทัดเทียมหรอก ขอแค่ไม่ให้ข้าไปเป็นอนุภรรยาก็พอ" องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นกัดฟัน มองไปที่อกเขาแล้วไล่ลงไป"นี่ๆๆ!"หยวนอี้ร้องขึ้นมา ยื่นมือผลักนางออก แต่ตอนที่มือไม้เป็นระวิง มือที่เขายื่นออกไปก็ไปโดนหน้าอกองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นพอดีสัมผัสอ่อนนุ่ม ทำเอาหยวนอี้ตัวแข็งทื่อองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นหน้าแดงเถือก แข็งไปทั้งตัวเหมือนกันพอตั้งสติกลับมาได้ หยวนอี้ก็รีบหดมือกลับเหมือนถูกลวก "ข้าๆๆ..."แต่อง
องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นนึกถึงเซียวหลันยวนกับฟู่จาวหนิงทันที"กระทั่งอ๋องเจวี้ยนกับพระชายาอ๋องเจวี้ยนก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็นหญิง"เป็นไปไม่ได้เลยที่นี่จะเป็นการปลอมตัวเพียงชั่วคราวชั่วครู่หยวนอี้เงียบไปครู่หนึ่ง "ถูกต้อง นับตั้งแต่ที่ข้าเกิด ก็ถูกแม่ข้าเลี้ยงเป็นลูกชายมาตลอด ตลอดหลายปีนี้ ข้าเองก็มองตนเองเป็นผู้ชาย ไม่เคยสวมชุดเสื้อผ้าผู้หญิงมาก่อนเลย"ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อทำให้ตัวเองสูงขึ้นมาหน่อย นางจึงพยายามฝึกยุทธ์ กระโดดโลดเต้นอะไรพวกนี้นางสูงกว่าหญิงสาวทั่วไประดับหนึ่ง แต่ก็ยังดูอ้อนแอ้นกว่าชายหนุ่มทั่วไปดีที่ เอกลักษณ์ของหญิงสาวของนางไม่ชัดเจนมากนัก หลังจากสวมผ้าคาดอกก็ราบเรียบไปแล้วและเพื่อท่านพ่อให้ความสำคัญกับตัวนาง เชื่อว่านางมีความสามารถ ตั้งแต่เล็กจนโต นางจึงถูกแม่บีบคั้นให้เรียนมันทุกอย่าง มีอะไรก็ทุ่มเทเรียนมาทั้งหมด ไต่เต้าขึ้นมาทีละก้าวๆ โดดเด่นเปล่งประกายในแคว้นหมิ่น แล้วยังกลายเป็นคนโปรดขององค์จักรพรรดิอีกด้วยแต่ว่า จากอายุที่เติบโตขึ้น จะปิดบังต่อไปก็ลำบากมากจริงๆนางไม่คิดจะใช้ตัวตนชายไม่แท้นี้แต่งงานรับภรรยา แล้วค่อยมาคิดหาวิธีให้ภรรยาตั้งท้องลูกคนอื่น แล
"แต่ถ้าแต่งกับข้าจริง ท่านไม่มีทางตั้งท้องได้ หรือก็คือ ถ้าท่านอยากจะตั้งท้อง ก็ต้องหาชายคนอื่น...""หยวนอี้!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นตัดบทนางหน้าแดงหูแดงคำนี้ใช่คำที่มาพูดให้หญิงพรหมจรรย์อย่างนางฟังหรือ? นี่คิดจะให้นางหาผู้ชายเถื่อนๆ เพื่อมีลูกหรือ?"องค์หญิงใหญ่จะไม่ฟังก็ได้ แต่อันที่จริง ถ้าหากท่านคิดจะแต่งงานกับข้าจริง แล้วพวกเราเป็นสามีภรรยาหลอกๆ กัน ก็ทำได้แค่นี้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นหลังจากแต่งงานไปแล้วท่านไม่ตั้งท้อง พวกเราก็อธิบายลำบาก"ถ้าไม่จำเป็นต้องมีลูก แล้วนางจะปลอมตัวเป็นชายไปทำไม?"ข้าเป็นลูกชายคนเดียวของท่านพ่อ นอกจากนี้ยังมีพี่สาวน้องสาวอีก ดังนั้น ข้าต้องแบกรับหน้าที่การสืบสกุลสืบทอดเชื้อสายแน่นอน เรื่องนี้ท่านเข้าใจไหม?" หยวนอี้เอ่ยขึ้นองค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นนิ่งงันไปชั่วขณะ"ดังนั้นรู้หรือยังที่ทำไมข้าไม่เคยเสนอตัวกับท่าน? มันก็เพราะสาเหตุนี้ ไม่เช่นนั้น คนสวยอย่างองค์หญิงใหญ่ ในฐานะชายหนุ่ม จะไม่หวั่นไหวได้อย่างไรกัน?"อ๋องเจวี้ยนยังไม่หวั่นไหวเลยแล้วก็ ซือถูไป๋เองก็ไม่เห็นจะหวั่นไหวเป้าหมายแต่งงานสองคนก่อนหน้านขององค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้น ล้วนไม่สนใจตัวนางเลย น่า
ฟู่จาวหนิงรู้สึกว่าบางครั้งตนเองก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่หน่อยๆ"ทั้งๆ ที่คนอื่นคอยแอบสาดโคลนใส่ข้า หาว่าข้านิสัยไม่ดี ทำตัวไม่ดีกับท่านแท้ๆ แล้วยังจงใจมาอวดความสนิทสนมต่อหน้าข้าที่เป็นภรรยาอีก คอยแสดงท่าทีว่ามีความผูกพันกับท่านแค่ไหน ใกล้ชิดท่านแค่ไหน และยังคอยตีตัวห่างจากข้าอีกด้วย"ฟู่จาวหนิงหยิกแก้มเขา ร้องเชอะขึ้นมา "จากคำแรกที่นางเรียกท่านว่าอายวน จากนั้นก็เรียกข้าว่าพระชายา ไอ้ความเจ้าเล่ห์นั่นมันก็แบชัดออกมาแล้ว ถ้านางจะมองข้าเป็นตนกันเอง จะจงใจเรียกให้มันแตกต่างขนาดนี้ด้วยทำไม?"เซียวหลันยวนยังไม่ดึงมือนางออก ยอมให้นางหยิกแก้มตัวเองอยู่แบบนั้น"เจ้าไม่พูดข้าก็นึกปัญหานี้ไม่ออกจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าเพระาอะไร? เพราะเจ้าลองดูสิ ท่านผู้เฒ่า พ่อตาแม่ยาย พวกเขาคนไหนบ้างที่ไม่เรียกเจ้าว่าจาวหนิง แล้วเรียกข้าว่าท่านอ๋อง?"ฟู่จาวหนิงตกตะลึง พอลองคิดดู ก็เหมือนจะเป็นแบบนี้จริงๆ"แต่ว่า สถานการณ์ของพวกเราไม่เหมือนกันนะ"นางตั้งตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว "พวกเขาไม่เรียกชื่อของท่านก็เพราะก่อนหน้านี้ตัวตนฐานะของท่านมันสำแดงอยู่ที่นี่น่ะสิ ตระกูลฟู่ของเรา ไม่กล้าปีนเกลียวอ๋องเจวี้ยนที่สูงส่งอย
เซียวหลันยวนขมวดคิ้ว"ไม่ได้จะให้เจ้าแก้""แล้วทำไมต้องไปถามล่ะ? ถามแล้วได้อะไร? เซียวหลันยวน ท่านต้องรู้ด้วย ว่าวาสนาของคนเรามันมีความแปลกประหลาดอยู่ มีคนที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็เข้ากันไม่ได้ ข้ากับท่านน้าเฉิงของท่านก็คือคนประเภทนั้น"ฟู่จาวหนิงกุมหน้าผาก ถอนหายใจ นางไม่เข้าใจว่าควรจะอธิบายความคิดของตนเองให้เข้าใจออกมาอย่างไรดีแต่ดูเหมือนเซียวหลันยวนเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก"ต่อให้ท่านไปถาม นางก็จะบอกว่า นางไม่สบอารมณ์ข้า แล้วข้าต้องแก้ไขตามสิ่งที่นางชอบไหม? หรือจะบอกว่า สิ่งที่ข้าบอกท่าน ข้าไม่ชอบที่นางมามีเล่ห์เหลี่ยมแบบนั้น คือเพราะข้าอยากให้นางแก้ไข?""..." เซียวหลันยวนไม่มีคำจะโต้กลับเขาได้สติกลับมา และตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปโง่เง่าเพียงใดฟู่จาวหนิงถามมาอีก "เซียวหลันยวน ข้าจะถามท่าน ท่านอยากให้ข้าเข้ากับนางได้ดีขนาดนั้นเลยหรือ?"เดิมทีที่นางไม่มีแม่สามี ก็ทำตัวตามสบายอิสระเสรีอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องหาผู้อาวุโสแบบแม่สามีเพื่อ?"ไม่ใช่"เซียวหลันยวนตั้งสติกลับมาได้ ส่ายหัวทันที"ข้าไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น ที่ข้าบอกจะไปถามนาง หลักๆ ก็เพราะเมื่อครุ่รู้สึกว่
ฟู่จาวหนิงชะงักนี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจริงๆ เขาคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ผิดอะไรดูเหมือนจากที่เซียวหลันยวนเห็น ต่อให้ฮูหยินเฉิงจะคิดเอาตั๋วเงินจากเขาไปซื้อหยกดารา ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติถ้านางยังจ้องจับผิดเรื่องนี้ต่อ มันจะเหมือนว่านางยึดติดเรื่องเงินเขาไว้ไม่ยอมปล่อยพวกเขาเหมือนจะยังไม่ได้ใกล้ขนิดถึงขนาดที่ส่งมอบสิทธิ์ดูแลจัดการเงินทองให้กัน ถ้าไม่มีการมาของฮูหยินเฉิง เปิดประเด็นปัญหานี้ขึ้น ฟู่จาวหนิงก็คงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้นางเองก็ไม่คิดจะไปดูแลเรื่องการเงินของเซียวหลันยวนอยู่แล้ว"ข้าไม่ได้จะถามเรื่องที่ท่านให้นางยืมเงินหรือไม่ให้ยืม" นางเอ่ยขึ้นอย่างจนใจและไม่รู้เพราะอะไร ก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาในพริบตา"เจ้าคิดว่าข้าดีกับท่านน้าเฉิงมาใช่ไหม?"เซียวหลันยวนกำลังทดสอบทำความเข้าใจความคิดนาง"เปล่า" ฟู่จาวหนิงส่ายหัว "เมื่อครู่ข้าก็พูดไปแล้วนี่? ข้าแค่ไม่ถูกกับนาง ไม่สบอารมณ์นาง และไม่อยากให้นางมาใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้ ส่วนเรื่องท่านเป็นอย่างไรกับนาง ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย""หนิงหนิง"เซียวหลันยวนเปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงเองก็ขรึมลงมา"อะไรคือเรื่องของข้า? ตอนนี้เพราะ
"ข้าขอไปกินน้ำหน่อยได้ไหม?"ฟู่จาวหนิงเงยหน้ามองเขาอย่างจนใจเซียวหลันยวนจึงคลายมือ ปลดหน้ากากลงมาพอเห็นนางเดินไปข้างโต๊ะแปดเซียน เซียวหลันยวนเองก็ตามไปด้วย"ต่อให้ท่านอยากจะสั่งสอนข้า หรือคิดจะทะเลาะกับข้า ก็ต้องให้ข้าพักหายใจหายคอเสียหน่อย"ฟู่จาวหนิงนั่งลง หยิบกาน้ำชากับแก้วน้ำมารินน้ำ ยกขึ้นมาค่อยๆ ดื่มลงไป"ข้ากล้าสั่งสอนเจ้าเสียที่ไหน? ทะเลาะนี่ยิ่งไม่กล้าเลย"เซียวหลันยวนดึงเก้าอี้ไปอยู่ข้างๆ นางแล้วนั่งลงมา มองนางนิ่ง แววตามีความซับซ้อน"ปากคอเจ้าร้ายกาจนัก ข้าทะเลาะกับเจ้าก็ไม่ชนะหรอก"ฟู่จาวหนิงวางแก้วน้ำลง เงยขึ้นมาสบตาเขา ยิ้มเล็กๆ"จะลองหน่อยไหมล่ะ?""อย่าน่า ไม่ทะเลาะด้วยหรอก" เซียวหลันยวนใจสั่นกึก เขากลัวว่านางจะโมโหจนทะเลาะขึ้นมาจริงๆ "พวกเรามาคุยกันดีๆ""ท่านว่ามาสิ ข้าอยากฟัง ถึงอย่างไรความคิดของข้า เมื่อครู่ก็พูดออกไปแล้ว ถ้าท่านยังไม่กระจ่างไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็กลับไปย้อนนึกดูเอา ข้าขี้เกียจจะเล่าอีกรอบ"ฟู่จาวหนิงบอกกับเขา "ข้ารู้ว่าความจำท่านดีมาก คำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ ท่านคงจดจำได้ทุกถ้อยคำแน่นอน"เฮอะถ้าไม่ใช่รู้สึกว่านางพูดเกินไปแล้ว จะมีเรื
เขายังคงเชื่อมั่นจาวหนิงยิ่งไปกว่านั้นบางครั้ง เรื่องระหว่างสามีภรรยาก็ต้องให้พวกเขาแก้ไขกันเอง ถ้าผู้อาวุโสสอดมือเข้าไปจะยิ่งทำให้คนรำคาญ"ก็ได้ เช่นนั้นก็ดูไปก่อนแล้วกัน หลันยวนไม่น่าจะทำร้ายจาวหนิง"ถ้าหากลงไม้ลงมือล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องล่มการแต่งงานนี้ซะ จาวหนิงไม่ทนความโกรธนี้แน่ผู้เฒ่าฟู่งึมงำกับตัวเองเดินออกไปแล้ว เขาเตรียมจะไปที่ครัวดุว่ามีของว่างที่จาวหนิงชอบกินไหม เพิ่งจะด่ากราดคนไปขนาดนั้น ต้องกินอะไรให้มากหน่อยตอนที่เสิ่นเชี่ยวเข้ามา ฟู่จิ้นเชินก็กำชับคนรับใช้ออกไปทำงานแล้วเซี่ยซื่อเองก็ตามนางมาด้วย พี่น้องสองคนนี้ดูกังวลมาก"ได้ยินว่าฮูหยินเฉิงนั่นมาหาจาวหนิงแต่เช้าหรือ? พวกเราเมื่อครู่กำลังเย็บกระเป๋าให้จาวหนิง เลยมาไม่ทัน"ตอนที่พวกนางได้ยินเรื่องนี้ เสี่ยวเถาบอกว่า จาวหนิงเริ่มกำลังด่ากราดอยู่ในเมื่อจาวหนิงกำลังด่าคน เช่นนั้นพวกนางจึงไม่ได้รีบเข้ามาร่วมวงด้วย ถ้าเผื่อฮูหยินเฉิงรู้สึกว่าพวกเขาที่เป็นพ่อแม่ควรจะเตือนฟู่จาวหนิง แล้วลากพวกเขาลงน้ำไปด้วย นั่นไม่ใช่จะส่งผลกระทบกับการแสดงความสามารถจาวหนิงหรือ?ดังนั้นเสิ่นเชี่ยวจึงดึงเซี่ยซื่อไว้ ให้เสี่ยวเถาค
ผู้เฒ่าฟู่ตอนนี้จึงเพิ่งได้สติกลับมา มองไปทางลูกชาย"จิ้นเชิน เจ้าว่า ต้องไปดูหลันยวนกับจาวหนิงของเราไหม?"เขาค่อนข้างกังวลอ๋องเจวี้ยนมองฮูหยินเฉิงเป็นผู้อาวุโส แล้วยังพานางมาทักทายด้วย ผลลัพธ์คือเขาไม่รับของขวัญ จาวหนิงเองก็ด่าจนเปิงเซียวหลันยวนจะโมโหจนไปสั่งสอนจาวหนิงหรือเปล่า?ฟู่จาวหนิงเมื่อครู่ด่าออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาผู้เฒ่าฟู่ที่ปกป้องอยู่ตอนแรกไม่รู้ว่านางทำแบบนี้ควรจะสั่งสอนดีหรือไม่งงไปหมดหลังจากฟู่จิ้นเชินตั้งตัวกลับมาได้ก็คิดถึงคำพูดเมื่อครู่ของฟู่จาวหนิง แต่กลับหัวเราขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่"ฮ่าๆ จาวหนิงเจ้าเด็กคนนี้ ให้ตายสิ...""นางเป็นแบบนี้อยู่ข้างนอกคงจะผิดใจกับคนไม่น้อยเลยกระมัง?" ผู้เฒ่าฟู่ยังกังวลขึ้นมาถึงอย่างไร คำพูดนี้ใครฟังแล้วก็รับไม่ไหวกันทั้งนั้น"ท่านพ่อแต่ก่อนไม่เคยเห็นหรือว่านางผิดใจคนไว้แค่ไหน?" ฟู่จิ้นเชินถามผู้เฒ่าฟู่ยังอยู่ในความสับสน"ก่อนหน้านี้จาวหนิงไม่ได้เป็นแบบนี้เลย"สับสนอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับตัวเองว่า "ก่อนหน้านี้ข้ายังเป็นตัวถ่วงนางอยู่ ทำให้นางต้องฝืนเก็บตัวตนแท้จริงไว้อย่างน่าสงสารมาหลายปี"ก่อนหน้านี้ฟู่จาวหนิงเป็
ฟู่จาวหนิงมองไปทางลวี่กั่ว "แล้วก็สาวใช้คนนี้ ถ้าไม่ได้การยินยอมจากท่าน นางจะไปเอาความกล้าจากไหนมาบ่นจุกจิกใส่ข้า? เชื่อไหมข้าแทงเข็มนางเป็นใบ้ได้เลยด้วยซ้ำ?"ลวี่กั่วม่านตาหดลง มือไวกว่าสมอง รีบปิดปากขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว"ดูสิ ถ้าข้าแสดงอารมณ์ไม่เป็นมิตรออกมา นางก็เพิ่งจะรู้จักกลัวข้าเรอะ? ดังนั้นความกำเริบเสิบสานก่อนหน้านี้ ถ้าไม่ใช้เพราะท่านยินยอม ยิ่งไปกว่านั้นพวกท่านคิดว่าข้าจะใจกว้างต่อพวกท่านเพราะเซียวหลันยวน? นี่ก็อธิบายได้แล้วว่าไม่ใช่ว่าพวกท่านไม่รู้จักนิสัยข้า แต่เป็นการคาดเดาไว้ล่วงหน้า แต่แค่เดาผิดไปเท่านั้น"ฟู่จาวหนิงหัวเราะประชดประชันขึ้นมา"ประเมินตัวข้าลับหลังไปหลายรอบ ตอนนี้มาบอกว่าไม่สนิทกับข้าไม่รู้จักนิสัยข้า กลัวข้าจะโกรธ? ท่านรู้ไหมว่าคนแบบท่านมันเรียกว่าอะไร? มันเรียกว่าเสแสร้ง พวกหวังดีมีเจตนาแฝง น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย"ผู้เฒ่าฟู่เองก็ถลึงตาโตอ้าปากค้างแม้ว่าเขาจะรู้ว่าสองปีนี้หลานสาวจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น ปากเองก็ไม่ค่อยจะไว้หน้าใคร แต่ก็ไม่เคยเห็นนางพูดจาตอบโต้ใครยาวเหยียดแบบนี้มาก่อนหลานเอ๊ย นี่ นี่คงไม่คิดจะด่าฮูหยินเฉิงจนร้องไห้หรอกนะ?"หนิงหนิง พอแ
ฟู่จาวหนิงระอากับเรื่องแบบนี้มากจริงๆดังนั้นต่อให้เซียวหลันยวนจะเรียกนางเสียงต่ำมาทีหนึ่ง คิดจะขัดนาง แต่นางก็ยังพูดต่อไปว่า"แม้ว่าท่านจะไม่พูดออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่ทำออกมา สิ่งที่พูดออกมา คำกลังแสดงออกถึงความไม่ชอบขี้หน้าตัวข้า พลางชี้แนะเซียวหลันยวน ว่าถ้าหากพวกเราอยู่กันไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวข้า ท่านกลัวข้าจะโกรธกลัวข้าเข้าใจผิด แต่ท่านบริสุทธิ์ไร้ความผิด ความรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ที่ตัวข้า""รวมถึงคำพูดที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้ด้วย อะไรคือบอกว่าไม่รู้นิสัยข้าไม่รู้ว่าข้าจะโมโหหรือไม่? ถ้าท่านจริงใจ คงจะถามเซียวหลันยวนที่เป็นรุ่นหลังท่านก่อนแล้ว ว่าข้าชอบหรือไม่ชอบที่ท่านจะมาเรียกชื่อตรงๆ อย่างสนิทสนม? ถ้าท่านไม่มีเจตนาแอบแฝง ท่านคงจะถามไปแล้วว่าข้าชอบรสชาติอาหารแบบไหน รักษาอาการป่วยของเซียวหลันยวนแล้วหรือยัง ท่านคงจะถามมาสักคำแล้วว่าตอนนี้เขากินเผ็ดจะมีปัญหาหรือเปล่า?""แต่ท่านไม่พูดตรงๆ ไม่ยอมถามออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ตรงไปตรงมา เอาแต่คิดจะพูดจาหลอกล่อมีเจตนาแฝงอยู่นั่นล่ะ"คำพูดของฟู่จาวหนิงค่อนข้างหยาบคาย เหมือนตบฉาดเข้าไปที่หน้าฮูหยินเฉิงตรงๆฮูหยินเฉิงตั้งแต่เกิดมาถึงตอนนี้ย
"สวัสดี" ฟู่จาวหนิงยิ้มทักทายมองผ่านๆ เหมือนดูไม่ออกว่านางกำลังโกรธเซียวหลันยวนคิดต่อไปอีก เพราะเมื่อคืนนี้ได้หลับสบายหรือเปล่านะ ดังนั้นอารมณ์โกรธเมื่อวานเลยหายไปแล้ว? ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเยว่ก็น่าจะบอกนางเรื่องที่เขามาเมื่อคืนแล้วกระมัง?"เมื่อคืนหลับสบายไหม?" เซียวหลันยวนเข้าไปหา จับมือนางไว้ฟู่จาวหนิงไม่ได้สลัดออก ยังเงยหน้ามายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มสดใสยามเช้าตรู่เช่นนี้ แทบจะทำให้เซียวหลันยวนตาพร่าไปแล้ว เขาอยากจะก้มลงไปจูบสักฟอด แต่ท่านปู่กับพ่อตาก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วยังมีพวกฮูหยินเฉิงอีก ไม่เหมาะเอาเสียเลยเซียวหลันยวนจึงได้แค่ทนไว้ก่อน"พระชายา" ฮูหยินเฉิงยืนอยู่ในห้องโถงทักทายฟู่จาวหนิง"คารวะพระชายา" ลวี่กั่วคารวะให้อย่างเรียบร้อยทันทีไม่มีจุดให้ติได้เลยฟู่จิ้นเชินเดินเข้ามาแล้ว"ฮูหยินเฉิงบอกว่าเห็นลูกเขยของข้าเป็นรุ่นหลัง แต่ตอนนี้กลับทำตัวห่างเหินกับลูกสาวข้าเหลือเกิน เพราะไม่กล้าเห็นลูกสาวข้าเป็นรุ่นหลังอย่างนั้นหรือ?"ฮูหยินเฉิงจึงเห็นฟู่จิ้นเชิน ขณะที่แอบชื่นชมความสง่างามและความหนุ่มแน่นของเขา ก็ถูกคำเย้ยหยันนี้ของเขาแทงใจดำเข้ามา"แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าแค