Share

บทที่ 56

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง

ฉงชูโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองว่า “เหตุใดข้างในจึงเงียบเช่นนี้เล่า?”

นางรู้สึกสงสัย จึงยื่นมือไปเคาะประตู

แต่ทันทีที่มือแตะประตู ประตูห้องตำราก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ปรากฏว่ามิได้ล็อก

เห็นฉินซูในตอนนี้หันหลังให้ประตูห้องตำรา นั่งอยู่หน้าโต๊ะด้วยความตั้งใจจดจ่อ มิรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่

เมื่อเห็นดังนั้น ฉงชูโม่ก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น อดมิได้ที่จะถามว่า “องค์รัชทายาท ท่านกำลังทำ…”

นางยังพูดมิทันจบ ฉินซูที่กำลังยุ่งอยู่ก็มือสั่น จากนั้นก็มีเสียง “ตู้ม” ดังขึ้น!

ควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นตรงหน้าฉินซู กลิ่นฉุนดินปืนฟุ้งกระจายไปทั่วห้องตำราในทันที

ทั้งฉงชูโม่และตู๋กูโฉ่วเยวี่ยต่างตกตะลึง อ้าปากค้างจ้องมองฉินซู

ฉินซูหันกลับมา บ่นด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า “ฉงชูโม่ ตัวข้าไปทำอะไรให้เจ้าแค้นหรือไร? ถึงได้ร้องโวยวายอย่างนั้น!”

ตอนนี้เขาดูมอมแมม มิหล่อเหลาเหมือนอย่างเคย

ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือ ตอนที่เขาพูด ยังมีควันพวยพุ่งออกมาจากปากเขาอีกด้วย

“พรวด... ฮ่าฮ่าฮ่า!”

ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยกลั้นหัวเราะไว้ได้ครู่หนึ่ง ก็ทนมิไหว ต้องเอามือกุมท้องหัวเราะออกมาเสียงดัง

ฉง
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Kaugnay na kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 57

    “เหตุใดข้าต้องอายด้วย? ชิงเหยาเป็นสตรีของข้า ข้าจะทำสิ่งใดกับนางก็เป็นเรื่องปกติ!”ฉินซูพูดจบก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วพูดหยอกล้อว่า “ว่าแต่ เจ้าอยากจะร่วมด้วยหรือไม่? เหมือนอย่างเมื่อคืน…”สีหน้าของฉงชูโม่เปลี่ยนเป็นเย็นชา นางสะบัดแส้ในมือออกมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆรูม่านตาของฉินซูหดเล็กลง และถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ!เมื่อเห็นว่าฉินซูหลบได้อีกครั้ง ฉงชูโม่ก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “ตอบสนองได้เร็วเพียงนี้ ยังจะอ้างว่ามิรู้วรยุทธอีกรึ วันนี้หม่อมฉันจะสัมผัสทักษะอันน่าประทับใจขององค์รัชทายาทสักหน่อย!”พูดจบ นางก็สะบัดข้อมือ แส้ในมือก็พุ่งเข้าใส่ฉินซูราวกับผ้าไหมที่กำลังโบกสะบัดฉินซูรีบพูดว่า “ฉงชูโม่ ตัวข้าแค่ล้อเล่นกับเจ้า เจ้าจะต้องจริงจังถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หากเจ้ายังมิหยุด ข้าจะเอาเรื่องเมื่อคืนไปพูดแล้ว!”ได้ยินดังนั้น ฉงชูโม่ก็หยุดทันที แล้วดุว่า “องค์รัชทายาท ท่านเป็นถึงรัชทายาท ยังมาข่มขู่หม่อมฉัน ท่านทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไร!”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นรัชทายาท ยังกล้าลงมือกับข้า เจ้ามิไร้ยางอายหรือไร?”“หึ ก็แค่รัชทายาทที่รอวันถูกปลด!”“ถึงอย่างไรก็เป็นร

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 58

    ฉงชูโม่ตกใจสุดขีด นางรีบรวบรวมพลังปราณในร่างกาย และถอยกลับอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้น อาภรณ์ของนางก็ยังถูกแรงระเบิดจนทำให้ขาดวิ่น แขนของนางยังถูกเศษเหล็กบาดจนเป็นแผลอีกด้วย!แม้แต่ต้นไม้ใหญ่รอบ ๆ ลำต้นก็ยังถูกแรงระเบิดจนเป็นรูพรุนไปหมด!หลังจากคลื่นระเบิดสงบลง นางก็ยืนตะลึงอยู่กับที่ด้วยความตกใจนี่...นี่มันดอกไม้ไฟงั้นหรือ?ในขณะเดียวกันกับที่เสียงระเบิดดังขึ้นที่กำแพงเมือง เหล่าทหารยามก็ตกใจกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันหลังจากได้สติ หัวหน้ากองรักษาการณ์ก็ตะโกนทันทีว่า “ข้าศึกบุกโจมตี! ตั้งรับเร็วเข้า! พวกเจ้า จงตามข้าไปตรวจตราสถานการณ์!”เมื่อพูดจบ เขาก็รีบพาลูกน้องวิ่งไปยังทิศทางที่เสียงดังมามินาน พวกเขาก็เห็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น สภาพมอมแมม อาภรณ์ขาดรุ่งริ่งหัวหน้ากองรักษาการณ์ชักดาบออกมาทันที พร้อมตะโกนเสียงดังว่า “เฮ้ย! ใครกัน กล้ามาสร้างความวุ่นวายขนาดนี้ที่เชิงเขาเมืองหลงเฉิง จับตัวมา!”“ขอรับ!”เหล่าทหารกองรักษาการณ์กำลังจะเข้าไป แต่ในตอนนั้นคนผู้นั้นก็หันกลับมา ตะโกนเสียงเย็นชาว่า “เบิกตาของพวกเจ้าดูให้ดีว่าข้าเป็นใคร!”เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้ากองรักษา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 59

    “อ้อ เจ้าดูท่าทางโทรมมาก ไปอาบน้ำที่โรงอาบน้ำเถอะ ไม่มีคำสั่งของข้า ไม่มีใครไปรบกวนเจ้าหรอก”“ท่าน… ฮึ่ม องค์รัชทายาท หม่อมฉันจะจำเรื่องนี้ไว้ ท่านควรจะระวังตัวไว้ให้ดี อย่าให้หม่อมฉันจับได้ว่าท่านทำสิ่งใดมิดีเถอะ”ฉงชูโม่จ้องฉินซูด้วยสายตาคุกคามแล้วหันหลังเดินออกไปฉินซูรู้สึกมิพอใจเล็กน้อย และบ่นพึมพำว่า “ทำเป็นหยิ่งไปได้ หากไม่มีอำนาจขององค์จักรพรรดิหนุนหลัง ข้าจะจับเจ้ากดลงพื้นแล้วถูไถให้ดู เชื่อหรือไม่!”วันรุ่งขึ้นฉินซูสั่งให้ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยไปตลาดอีกครั้ง เพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำดินปืนครั้งนี้ ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยได้ดินประสิวมาสองก้อนใหญ่เท่ากำปั้นด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน ฉินซูจึงสามารถผสมดินปืนได้อย่างง่ายดาย หลังจากผสมลูกเหล็กและเศษเหล็กเข้าไป เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจหลังจากนั้น เขาก็ส่งคนไปที่ร้านตีเหล็กเพื่อทำลูกเหล็กทรงรีขนาดเท่ากำปั้นประมาณเจ็ดหรือแปดลูกแม้ว่างานฝีมือในยุคนั้นจะหยาบ แต่ก็ยังสามารถตอบสนองความต้องการของฉินซูได้เมื่อเขาได้ลูกเหล็กเล็ก ๆ มา เขาก็เอามันมาตอกตะปูที่ด้านบนของลูกเหล็กเพื่อทำรูจากนั้น เขาก็เทดินปืนสีดำที่ผสมกับเศษเหล็กเข้าไป หล

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 60

    ฉงชูโม่ตอบกลับด้วยสายตาแน่วแน่ว่า “ไปหาสหาย เป็นสหายที่สำคัญมากคนหนึ่ง”แม่ทัพใหญ่อันดับหนึ่งเดินทางไกลนับพันลี้เพื่อไปหาสหาย แสดงว่าสหายคนนี้ต้องสำคัญมากขนาดไหน ฉินซูก็พอจะนึกออกดังนั้นเขาจึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า “แฟนหรือ?”ฉงชูโม่ถามกลับด้วยความสับสนมิเข้าใจว่า “องค์รัชทายาท แฟนคืออะไรหรือ?”“เอ่อ... หมายความว่า คนที่อยู่ในใจ เจ้าจะไปหลงโย่วเพื่อตามหาคนที่อยู่ในใจเจ้าใช่หรือไม่?”ฉงชูโม่มีแววตาสั่นไหว มิได้ยอมรับ แต่ก็มิได้ปฏิเสธเมื่อเห็นดังนั้น ฉินซูจึงเบ้ปากพูดว่า “เจ้าจะไปตามหาคนที่อยู่ในใจ แต่กลับต้องการให้ตัวข้าไปเป็นเพื่อน เจ้า เห็นตัวข้าเป็นเครื่องมือหรือไร ตีให้ตายข้าก็มิไป”ฉงชูโม่ใจร้อนขึ้น กระทืบเท้าและพูดว่า “องค์รัชทายาท อย่างน้อยหม่อมฉันก็ช่วยท่านกำจัดแขนขาของอ๋องจิ้นไปข้างหนึ่ง ท่านตอบแทนผู้มีพระคุณเช่นนี้หรือ? อีกอย่าง ที่หลงโย่วก็มีที่เที่ยวมากหลาย ท่านไปเที่ยวสักหน่อยก็มิเสียหายอะไร ไฉนท่านมิไปเล่า?”“ไม่มีเหตุผลอะไร ตัวข้ามิอยากไป หากเจ้าอยากไป เจ้าก็เข้าวังไปขอเสด็จพ่อเองก็สิ้นเรื่อง ด้วยฐานะของเจ้า พระองค์ต้องทรงอนุญาตอยู่แล้ว”“เรื่องที่หม่อมฉ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 61

    ด้วยรูปร่างหน้าตาและสัดส่วนที่สวยงามของฉงชูโม่ บุรุษปกติคงมีมิกี่คนที่สามารถต้านทานเสน่ห์ของนางได้ แต่สวีหลายกลับมองนางเป็นแค่น้องสาวเสมอมา นับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจ“ดังนั้น องค์รัชทายาท ท่านพอจะเสด็จไปกับหม่อมฉันสักครั้งได้หรือไม่? เพียงแค่ท่านตอบตกลง หม่อมฉัน ฉงชูโม่ จะติดหนี้บุญคุณท่าน ท่านน่าจะทรงทราบดีว่า หนี้บุญคุณของหม่อมฉัน ฉงชูโม่ มิใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ๆ”“ในเมื่อเจ้าพูดมาถึงเพียงนี้ หากตัวข้ายังมิตอบตกลง ก็คงดูเป็นคนไร้น้ำใจเกินไปแล้ว”ฉงชูโม่ถามด้วยสีหน้าที่ดีใจว่า “ท่านตอบตกลงแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”ฉินซูพยักหน้าเล็กน้อย และเตือนว่า “ข้าตอบตกลงก็จริง แต่มีข้อแม้ว่า ในการเดินทางไปหลงโย่วครั้งนี้ เจ้าต้องเชื่อฟังข้า”ฉงชูโม่ดีใจจนออกนอกหน้า รีบตอบตกลงทันที “แน่นอน ไม่มีปัญหาเพคะ เพียงแค่องค์รัชทายาทตอบตกลง หม่อมฉันจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง!”“เช่นนั้นก็ตกลง รอตู๋กูโฉ่วเยวี่ยมาถึง ตัวข้าจะให้เขาเตรียมการ”สีหน้าของฉงชูโม่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “องค์รัชทายาท เรื่องนี้มิสามารถให้ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยรู้ได้ และมิสามารถให้เขาตามไปได้เพคะ!”“เหตุใดเล่า?”“ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยป็

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 62

    “มิใช่อย่างนั้นเพคะ หม่อมฉันแค่รู้สึกแปลกใจกับคำพูดเมื่อครู่ของท่าน 'หากความรักของทั้งสองนั้นมั่นคงและยืนยาว จะต้องคำนึงถึงการอยู่ใกล้ชิดกันทุกเช้าค่ำไปด้วยเหตุใดกัน' องค์รัชทายาท คำนี้ช่างไพเราะเหลือเกินเพคะ”แววตาที่หลินชิงเหยาจ้องมองฉินซู เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมฉินซูอดมิได้ที่จะยิ้มออกมาประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ แตกต่างจากโลกที่เขาข้ามมิติมาอย่างมากด้วยเหตุนี้ ความรู้ที่เขามีจึงมีประโยชน์ในโลกใบนี้เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “มิใช่เรื่องใหญ่อันใด แต่ครั้งนี้ข้าอาจจะต้องออกไปสิบวันครึ่งเดือน ดังนั้นตอนนี้…”เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วอุ้มหลินชิงเหยาขึ้นในอ้อมแขนหลินชิงเหยาร้องออกมา แต่เมื่อตั้งสติได้ นางก็หน้าแดงเล็กน้อยและโอบแขนรอบคอของฉินซูฉินซูมิพูดอะไร หันหลังแล้วเดินก้าวใหญ่ไปทางโรงอาบน้ำตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เขาได้ลองเล่นในน้ำพุร้อน เขาก็ตกหลุมรักความรู้สึกนั้นไปแล้วหลังจากเข้าไปในโรงอาบน้ำ เขาก็จูบไปที่ริมฝีปากเล็ก ๆ ที่สวยงามของหลินชิงเหยา ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบสนองอย่างรู้ใจมินานนัก อาภรณ์ก็กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นข้าง ๆ บ่ออาบน้ำผิวน้ำในบ่ออาบน้ำที่เคยสงบ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 63

    จากนั้นน้ำเสียงของนางก็เย็นชาลงอย่างกะทันหัน แล้วพูดต่อว่า “แน่นอน หากองค์รัชทายาทอยากตายเอง ข้าก็ก้าวก่ายมากมายขนาดนั้นมิได้”เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินชิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย มิพูดอะไรอีกดวงตาของฉงชูโม่กลอกกลับไปมองอย่างรวดเร็ว และพูดอย่างแผ่วเบาว่า “องค์รัชทายาท หม่อมฉันจะล่วงหน้าไปก่อน พวกเราจะพบกันที่ป่าท้อนอกประตูเมืองทิศใต้”พูดจบนางก็หันหลังกลับและเดินออกไปก่อนหลินชิงเหยาถามด้วยความสับสนเล็กน้อย “องค์รัชทายาท ไฉนพี่หญิงชูโม่ถึงมิรอท่านเล่าเพคะ?”“ใครจะไปรู้ บางทีนางอาจจะไปบอกลาเซี่ยหลาน เพราะพวกนางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”ฉินซูอยู่กับหลินชิงเหยาสักพัก จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดลำลองภายใต้สายตาที่ลังเลขอหลินชิงเหยา ในที่สุด ฉินซูวางห่อผ้าไว้บนหลังม้าแล้วขี่ม้าออกไป มินาน เขาก็มาถึงป่าท้อนอกเมืองทิศใต้เห็นฉงชูโม่รออยู่ที่นั่นแล้ว“องค์รัชทายาท เวลาล่วงเลยมามากแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถิด พยายามไปให้ถึงเมืองอวี๋หางก่อนตะวันตกดิน”“ได้ ไปกันเถอะ”ฉินซูสะบัดแส้ ควบม้าตะบึงไปทางทิศใต้“พี่ใหญ่สวี รอข้าก่อนนะ!”ฉงชูโม่พึมพำ มองไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ค

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 64

    “ข้าน้อยแน่ใจว่ามีองค์รัชทายาทคนเดียว จะว่าไปก็แปลกจริง องค์รัชทายาทออกไปโดยไม่มีองครักษ์หรือผู้ติดตาม...”ฉินเหยี่ยนมีสีหน้าเหี้ยมโหด กล่าวด้วยเจตนาสังหาร “อยู่คนเดียว ถือว่าเป็นเรื่องดี!”ขุนนางประจำจวนอ๋องซุนฉีที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็ถามด้วยความตกใจ “ท่านอ๋อง หรือว่าท่านทรงจะ…”ระหว่างที่พูดอยู่นั้น เขาก็ทำท่าปาดคอเมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าขององครักษ์ก็ซีดเผือดการลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาท เป็นอาชญากรรมร้ายแรง!แต่เขาก็มิกล้าพูดอะไร รีบก้มหน้าลง ทำเหมือนมิเห็นมิได้ยินสิ่งใด ฉินเหยี่ยนหัวเราะอย่างเย็นชา “เรื่องนี้เรามิสามารถลงมือเองได้ ซุนฉี เจ้าเอาป้ายของข้าไปที่สำนักอาทิตย์อัสดง”“ข้าน้อยรับบัญชา!”ซุนฉีรับคำสั่งด้วยความเคารพ จากนั้นก็ควบม้าออกจากเมืองหลงเฉิง ตรงไปยังสำนักอาทิตย์อัสดงที่ชานเมือง ในเวลาเดียวกัน จวนอ๋องหนิง จวนอ๋องฉี และจวนอ๋องอื่น ๆ ก็ส่งคนออกจากเมืองไปยังทิศทางต่าง ๆ กันหนึ่งชั่วยามต่อมาสำนักบู๊ลิ้มรอบเมืองหลงเฉิง ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวนกพิราบสื่อสารจำนวนมากบินขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าไปทางทิศใต้......ดวงอาทิตย์เคลื่อนต่ำลง แสงสุดท้ายของวันย้อ

Pinakabagong kabanata

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 653

    เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็ตกตะลึงจนตาแทบถลนออกมา!กุนซือจะชิงตำแหน่งแม่ทัพหรือ?!เติ้งหม่างยืนงงไปครู่หนึ่ง ถามเสียงต่ำ “ท่านผู้อาวุโส ท่านหมายความว่าอย่างไร?”ฉินซูยิ้มอย่างใจเย็น “แม่ทัพเติ้ง เจ้ารู้จักคำกล่าวที่ว่า ทหารจะมิชิงชังกลอุบายหรือไม่?”ขณะพูด อีกมือหนึ่งก็กระชากบางอย่างออกจากใบหน้า!หน้ากากผิวหนังที่บางราวปีกแมลงทับบนใบหน้าถูกกระชากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเมื่อเห็นภาพนั้น เติ้งหม่างก็อุทานออกมา “ฉินซู! เป็นเจ้าเองรึ!!”ในฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหนานเยวี่ย ภาพเหมือนของรัชทายาทแห่งแคว้นเพื่อนบ้าน มีหรือเขาจะจำมิได้ ดังนั้นเขาจึงจำฉินซูได้ในทันทีฉินซูหัวเราะในลำคอ “ตกใจหรือไม่เล่า? คาดมิถึงเลยใช่หรือไม่?”เติ้งหม่างโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาเป็นกระบุง!ตนพารัชทายาทของแคว้นศัตรูมาพบจักรพรรดิแห่งหนานเยวี่ย ซ้ำยังปล่อยให้อีกฝ่ายมาเป็นกุนซือของกองทัพตนอีก!บัดนี้ทหารนับแสนนายถูกล้อมอยู่ในเมืองเจียวโจว ถูกขังไร้ซึ่งทางหนี ชะตากรรมความเป็นความตายอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายในใจของเติ้งหม่างเต็มไปด้วยไฟแค้น โกรธจนตัวสั่นเขาคำรามใส่ลูกน้อง “ยังยืนโง่อยู่อีก ทำกระไ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 652

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินซู เติ้งหม่างก็พยักหน้าหนักแน่น “ดี แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง ตามข้าบุกโจมตีค่ายใหญ่ใจกลางกองทัพต้าเหยียน บุก!”เติ้งหม่างนำทัพเป็นคนแรก บุกตะลุยเข้าไปข้างในพวกเขาบุกตะลุยราวกับพายุตลอดทาง มิใช่สิ ต้องบอกว่าบุกเข้าไปถึงหน้าค่ายทหารใหญ่อย่างไร้อุปสรรคขัดขวางเติ้งหม่างเพิ่งจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เขาโบกมือสั่งการ สั่งให้คนบุกเข้าไปทันทีแต่ผลปรากฏว่า ในค่ายทหารใหญ่ใจกลางกองทัพ กลับไม่มีแม้แต่เงาคน!“แย่แล้ว พวกเราติดกับแล้ว!”ถึงเติ้งหม่างจะมีปฏิกิริยาช้าไปบ้างแต่ในที่สุดก็ตระหนักได้แล้วเขาคำรามเสียงดังโดยมิลังเล “ทุกคนถอยทัพกลับ พวกเราติดกับแล้ว!”แต่ฉินซูโบกมือ “ถอยทัพเวลานี้ เท่ากับปล่อยให้ความสำเร็จกลายเป็นศูนย์ รีบแบ่งทหารไปประจำการยึดประตูเมืองทิศต่าง ๆ เมื่อสำเร็จ หากทำสำเร็จก็เท่ากับต้าเหยียนยกเมืองให้เราเปล่า ๆ เมืองหนึ่ง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเติ้งหม่างก็เปล่งประกายวูบวาบขึ้นมา กล่าวชม “ท่านผู้อาวุโสพูดมีเหตุผล แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง แบ่งทหารออกไปสี่ทิศ รีบบุกยึดประตูเมืองเจียวโจวทุกทิศโดยเร็วที่สุด!”"ขอรับ!"ทหารนับแสนนายรีบแบ่งอ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 651

    “ข้าน้อยเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ช่ายเฟิงพยักหน้าหนักแน่น แล้วหันหลังกลับไปเตรียมคบเพลิงทางฝั่งที่ตั้งกองทัพใหญ่หนานเยวี่ย เติ้งหม่างมองไปที่กำแพงเมืองแวบหนึ่ง ในใจก็อดมิได้ที่จะกระวนกระวายใจเล็กน้อยเขากระซิบถามฉินซู “ท่านผู้อาวุโส ยามนี้ก็ยามโฉ่ว[footnoteRef:0]แล้ว แต่บนกำแพงเมืองหาได้มีความเคลื่อนไหวไม่ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่อ๋องฉู่จะเปลี่ยนใจกะทันหัน?” [0: ยามโฉ่ว เริ่มนับตั้งแต่เวลา 01.00 – 03.00 น.] “อย่าเพิ่งใจร้อน รออีกเดี๋ยว อีกอย่าง ต่อให้อ๋องฉู่จุดคบเพลิงเป็นสัญญาณจริง พวกเราก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านผู้อาวุโสสงสัยว่าอ๋องฉู่จะหักหลังพวกเราหรือ?”“กันไว้ดีกว่าแก้ เมื่อมิกี่วันก่อนข้าเข้าไปสำรวจข้างในเจียวโจวมาบ้าง รู้สภาพข้างในคร่าว ๆ เดี๋ยวเข้าไปในเมืองแล้วเจ้าอย่าปล่อยให้ทัพใหญ่วิ่งพล่านโดยพลการ จะเป็นอันตรายเอาได้”“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสคุ้นเคยกับผังเมืองภายใน เมื่อเข้าไปในเมืองแล้วขอฝากท่านผู้อาวุโสบัญชาการทัพต่อด้วย ตอนนี้ท่านคือกุนซือของเราแล้ว!”“ดี!”ในใจของฉินซูแทบจะระเบิดหัวเราะออกมาในเวลานี้เองบนกำแ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 650

    ต่อมา ฉินอวี่จึงใช้ทหารม้าหุ้มเกราะชั้นยอดของตนเข้ามาแทนที่ทหารม้าลาดตระเวนที่ฉงชูโม่เคยส่งออกไปก่อนหน้านี้มิว่าทางหนานเยวี่ยจะมีความเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ก็ตามทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขารายงานเมื่อทำภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฉินอวี่ก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาอยู่ในค่ายทหาร รินสุราดื่มเองไปสองสามจอก.......นอกเมืองถัวเฉิงแคว้นหนานเยวี่ย เติ้งหม่างและฉินซูกำลังนำทัพใหญ่ออกเดินทางอีกครั้งมุ่งหน้าไปยังเมืองเจียวโจวอีกหนึ่งวันต่อมากองทัพใหญ่หหนานเยวี่ยเดินทัพถึงยามค่ำคืน เร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ ในที่สุดก็เดินทางมาถึงนอกเมืองเจียวโจวจนได้ จากนั้นจึงอาศัยความมืดซ่อนตัว"โจวฉาง ยามนี้ยามใดแล้ว" เติ้งหม่างจ้องมองกำแพงเมืองที่อยู่ไกลออกไป ถามโดยมิหันศีรษะกลับมาโจวฉางตอบด้วยความเคารพ "เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ยามนี้เป็นยามไฮ่[footnoteRef:0]แล้วขอรับ!" [0: ยามไฮ่ เริ่มนับตั้งแต่เวลา 21.00 – 23.00 น.] "เหลือเวลาอีกสองชั่วยาม ทุกคนจงเตรียมพร้อม พร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ!""น้อมรับบัญชา!"ในเวลาเดียวกันฉินอวี่ก็นำคนสนิทขึ้นไปบนเชิงเทินทหารป้อมปราการบนกำแพงเมืองก็ถูกเปลี่ยนเป็นค

Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status