“ดูพอหรือยัง”ฉินอิ๋งที่อยู่ข้างๆเห็นเขาจ้องมองถังหว่านอย่างตั้งใจ อดไม่ได้ที่พูดแม้ว่าศิลปะการต่อสู้ของหลินเฟิงจะเก่งมาก แต่เธอก็ยังสงสัยว่าวิธีการรักษาด้วยถอดเสื้อผ้านี่เขาคนนี้ตั้งใจอยากจะเอาเปรียบถังหว่านหรือเปล่าหลินเฟิงยิ้มเบาๆ สีหน้าไม่มีความอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อยและชื่นชมจากใจจริงว่า “คุณถังสวยมากๆครับ ผมอดไม่ได้ที่จะดูไปหลายครั้ง” “ฮา ฮา”ถังหว่านยิ้ม “หมอเทวดาหลินก็พูดตรงไปตรงมามากนะ”เธอไม่คิดว่าหลินเฟิงจะยอมรับอย่างใจกว้างขนาดนี้ไม่เหมือนพวกที่เรียกตัวเองว่าเป็นสุภาพบุรุษ กล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ “ตราบใดที่หมอเทวดาหลินสามารถรักษาโรคฉันหาย อยากดูอย่างไรก็ได้”ถังหว่านสายตาอ่อนโยนมีเสน่ห์ มุมปากมีรอยยิ้มที่น่าสนใจ “ไม่จำเป็นหรอก ของที่สวยงามดูเพียงครั้งเดียวก็ประทับใจมากเพียงพอแล้ว”หลินเฟิงส่ายหัวเอาเข็มเงินเข็มออกมาปลายนิ้วผ่านหน้าอกถังหว่าน สัมผัสได้ถึงความเย็นบนผิวที่เรียบเนียนและละเอียดอ่อนเข็มหนึ่งฝังในจุดเฟิงฝู่ถังหว่านหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายสั่นอย่างควบคุมไม่ได้หลินเฟิงเอาเข็มเงินหนึ่งออก กดนิ้วมือลงไปเรื่อยๆผ่านท้องน้อยของเธอ ฝังเข็มอีกหนึ
หลินเฟิงเพิ่งเดินออกจากประตูใหญ่ของตระกูลถัง โรลส์-รอยซ์คันหนึ่งขับมาจากข้างหลังและจอดอยู่ข้างๆเขาประตูรถเปิดออก ถังหว่านเดินลงมา “บ้านคุณหลินอยู่ที่ไหนคะ ให้ฉันไปส่งไหม”หลินเฟิงคิดสักพักแล้วถอนหายใจ “ตอนนี้ไม่มีที่อยู่ คิดว่าจะพักที่โรงแรม”ตัวเขาเองอยู่ที่เจียงโจวไม่ได้ซื้อบ้านไว้เลย เมื่อหย่ากับหลี่ฮุ่ยหรานแล้วเขาก็จะไม่กลับไปตระกูลหลี่อีก “อึม...”ถังหว่านอึ้ง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเยอะ “นี่พอดีเลย ตระกูลถังเรามีโรงแรมห้าสิบกว่าแห่งในเจียงโจว” “ให้ฉันจัดการให้คุณหลินเถอะ เมื่อเสวียนหลิงโสมถึงแล้ว ก็พอดีส่งไปให้คุณเลย” “ก็ได้”หลินเฟิงคิดไปคิดมาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเขานั่งที่เบาะข้างหลังกับถังหว่าน ฉินอิ๋งเป็นคนขับรถเมื่อถึงประตูเขตวิลล่า ฉินอิ๋งก็จอดรถ “เกิดอะไรขึ้น”ถังหว่านถาม “ข้างหน้ามีรถคันหนึ่ง ไม่รู้ทำไมช้า”ฉินอิ๋งบ่นหลินเฟิงมองไปข้างนอกผ่านหน้าต่างรถ เห็นมีชายสวมชุดสูทคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูห้องรักษาความปลอดภัย “แจ้งคุณปู่ถัง ว่าหวางเส้าหลง นายน้อยของตระกูลหวางในเจียงโจวขอมาเยี่ยม”พูดจบก็เอาเงินสดก้อนหนึ่งยื่นให้พนักงานรักษาความปลอดภัยพนักงานรักษาความปล
หลี่เหวินเชาไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย พูดเสียงดังว่า “คนกากๆอย่างคุณกล้ามาชี้นิ้วสั่งผมเหรอ” “วันนี้กูต้องให้บทเรียนมึงแทนพี่สาวกู”หลินเฟิงเตะท้องของเขาด้วยขาเดียวหลี่เหวินเชาบินออกไปเหมือนโดนระเบิด “อา”แฟนสาวตัวเล็กของหลี่เหวินเชากลัวจนหน้าซีดวิ่งโซซัดโซเซไปยังข้างๆของหลี่เหวินเชา ถามด้วยความกลัว ที่รัก คุณเป็นอย่างไรบ้าง”สีหน้าถังหว่านมีรอยยิ้มที่เย็นชาเด็กชายคนนี้กล้าต่อสู้กับหลินเฟิงด้วย ช่างกล้าหาญเกินแต่สิ่งที่เธออยากรู้อยากเห็นมากคือ หลี่ฮุ่ยหรานที่หลินเฟิงพูดถึงเป็นใคร “ไอเหี้ย”หลี่เหวินเชาใบหน้าบิดเบี้ยว ที่ท้องมีความเจ็บปวดที่รุนแรง รู้สึกลําไส้เกือบจะถูกเตะจนด้วยดวงตาที่มืดมนจ้องไปที่หลินเฟิง “คุณ...คุณกล้าเตะผมเหรอ”หลินเฟิงใจเย็นลง “แต่ก่อนคือเห็นแก่พี่สาวคุณ ผมจึงไม่ได้จริงจังกับคุณ” “ตอนนี้ผมไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลหลี่อีกต่อไปแล้ว หากคุณยังกล้าหยาบคายต่อหน้าผมแบบนี้อีก ผมจะเอาคุณตาย”มองดูสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของหลินเฟิงหลี่เหวินเชาสั่น คําสบถที่อยากจะพูดถูกกลืนลงไปหันหน้ามองไปที่ถังหว่านและตะโกน “นี่คุณมาทำอะไร กูมาใช้บริการที่นี่
ตอนหัวค่ำ หลินเฟิงได้นั่งแท็กซี่มาถึงวิลล่าบรรพบุรุษของตระกูลหลี่ไม่คิดว่าจางกุ้ยหลานได้รออยู่ที่ประตูตั้งนานแล้วเมื่อเห็นหลินเฟิงมาถึง เธอก้าวเข้าไปเตือนทันทีว่า “หลินเฟิง เดี๋ยวเมื่อเห็นคุณปู่ อะไรควรพูด และอะไรไม่ควรพูด ฉันหวังว่าคุณรู้ดี” “หากคุณกังวลขนาดนี้จริงๆ งั้นก็ไล่ผมไปดีกว่า” หลินเฟิงยิ้ม “คุณ....”จางกุ้ยหลานจ้องมองหลินเฟิง ไม่คิดว่าเขากล้าพูดอย่างนี้กับเธอหลินเฟิงไม่สนใจเธอ เดินเข้าตรงวิลล่าไปในหย่ากับหลี่ฮุ่ยหรานแล้ว นอกจากคุณปู่หลี่ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครพอเข้าไปถึง ก็เห็นคุณปู่คาดผ้ากันเปื้อนที่เอวและได้จัดอาหารไว้เต็มโต๊ะ “คุณปู่ วันนี้เป็นวันอะไรนะ ทำอาหารไว้เยอะจัง”หลี่ไห่ซานพอเห็นหลินเฟิงก็รีบดึงมือเขา ยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวเฟิงนะ คุณมาแล้ว” “เดี๋ยวคุณก็รู้”สองคนนั่งคุยกัน จางกุ้ยหลานคอยจับจ้องหลินเฟิง กลัวว่าเขาจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดสักพักหนึ่ง หลี่ฮุ่ยหรานก็มาถึงหลินเฟิงอยู่ที่นี่ด้วย อย่างที่เธอคาดไว้เมื่อก่อนก็คือคุณปู่สนับสนุนอย่างเต็มที่ที่ให้เธอแต่งกับเขาคุณปู่ของเธอเองให้ความสำคัญกับเขามากเนื่องจากรู้ถึงจุดนี้ หลี่ฮุ่ยหรานจ
หลินเฟิงมองดูคุณปู่หลี่ที่น่าสงสารถึงแม้เขาสามารถยอมรับตัวเองได้ แต่ตระกูลหลี่ไม่สามารถยอมรับได้การสมรสไม่ใช่เรื่องระหว่างคนสองคน แต่เป็นเรื่องระหว่างสองครอบครัว “คุณปู่ ผมหมดวาสนากับตระกูลหลี่แล้ว ช่างเถอะครับ”พูดจบ หลินเฟิงก็เดินจากไปอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับหลี่ไห่ซานเดินโซเซสักพักหนึ่ง เกือบจะล้มลงกับพื้นโชคดีที่หลี่ฮุ่ยหรานมองเห็นทัน และก้าวไปข้างหน้าจับเขาไว้ทันดวงตาของหลี่ไห่ซานเสียสติ พึมพําอย่างต่อเนื่องในปากว่า "ตายแล้ว ตายแล้ว ตระกูลหลี่ต้องพังแล้ว"เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่ฮุ่ยหรานรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ “คุณปู่ นี่คุณพูดอะไรกัน” “บอกจริงๆนะ วันนี้หวางเส้าหลงยังตั้งใจช่วยฉันในการสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลถังด้วย” “อีกไม่นาน ตระกูลหลี่ก็จะกลายเป็นตระกูลชั้นนําของเจียงโจว” “ฮาฮา...”คุณปู่หลี่หลังจากได้ยินก็หัวเราะอย่างเย็นชา “คุณหวางคนนั้นหน่ะเหรอ” “ใช่ค่ะ” “เมื่อเทียบกับหลินเฟิงแล้ว หวางเส้าหลงคนนั้นไม่มีอะไร”คุณปู่หลลี่สะบัดแขนเสื้อ ไม่มีอารมณ์จะทานข้าวแล้ว กลับไปที่ห้องด้วยความโกรธหลี่ฮุ่ยหรานถอนหายใจยาว “ก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณปู่ให้ความสำคัญกับหลินเ
หลินเฟิงยิ้ม “ผมก็ไม่ได้จีบเธอ จะอิจฉาผมทำไม” “แม้ว่าจะพูดอย่างนี้ก็เถอะ แต่พี่หว่านเอ๋อมีคู่หมั้นอยู่แล้ว คุณสามารถรับประกันได้ไหมว่าเขาจะไม่คิดอะไรเกินเลย”ฉินอิ๋งถอนหายใจ “คู่หมั้นของพี่หว่านเอ๋อเป็นนายน้อยของตระกูลหรงในเมืองหลวง” “คนนี้ใจร้ายมาก ผู้ชายทั้งหมดที่เคยพยายามเข้าใกล้พี่หว่านเอ๋อ ไม่รู้ว่าตายยังไง”ในฐานะที่เป็นบอดี้การ์ดของถังหว่าน ความลับเหล่านี้เธอก็รู้มาบ้างเธอก็ไม่หวังว่าอัจฉริยะศิลปะการต่อสู้อย่างหลินเฟิงจะตายในมือของตระกูลเย่ไม่ว่ายังไงคนที่เก่งกว่าหลินเฟิงมีเยอะในเจียงโจว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณหรงที่เมื่องหลวงตัวฉันเองเตือนคุณด้วยความใจดี “ฮึ่ม”หลินเฟิงออกเสียงเย็นฮึ่ม ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก “ไม่มายั่วยุผมก็พอ” “หากกล้ามายั่วยุผม มังกรแท้ๆก็เปลี่ยนกลายเป็นหนอนได้”ฉินอิ๋งกลืนน้ําลาย น้ำเสียงนี้หยิ่งผยองมากจริงๆก็ไม่รู้ว่าพอถึงตระกูลหรงมาจริงๆ เขายังคงหยิ่งผยองแบบนี้อยู่หรือเปล่าแต่ว่าในเมื่อพูดเป็นแบบนี้แล้ว เธอไม่มีอะไรจะพูดอีกเช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ฮุ่ยหรานเพิ่งตื่นนอน ก็ได้รับข่าวของหวางเส้าหลง “ฮุ่ยหราน ข่าวดีนะ คุณหญิงใหญ่ตระกูลถังเมื
หลินเฟิงล้วงมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋า และขึ้นไปนั่งบนรถอย่างใจเย็นถังหว่านที่นั่งอยู่ตรงฝั่งข้างคนขับกลับยังคงมองเขาอยู่“คุณหลิน หลี่เหวินเชาคนนั้นคือใคร?”หลินเฟิงก็ไม่ได้เลือกที่จะปิดบัง พูดอย่างตรงไปตรงมา “น้องชายของภรรยาเก่าฉัน”“อ๋อ......แบบนี้นี่เอง”ทันใดนั้นถังหว่านก็ตระหนักขึ้นได้ว่า “ถ้าอย่างนั้นหลี่ฮุ่ยหรานก็คือภรรยาเก่าของคุณ”หลินเฟิงพยักหน้าตอบรับถังหว่านถามด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าระหว่างคุณหลินกับภรรยาเก่าคุณจะจบแบบไม่สวยเท่าไรนัก!”“ต้องการให้ฉันช่วยคุณแก้ปัญหาไหมคะ?”หลินเฟิงเหลือบไปมองเธอ หากให้เธอลงมือ เธอสามารถทำให้ตระกูลหลี่หายไปจากเจียงโจวได้อย่างไร้ร่องรอยถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะเกลียดตระกูลหลี่ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะฆ่าพวกเขาทิ้งทั้งหมดยิ่งไปกว่านั้นคุณปู่ก็ยังอยู่ ไม่ว่าเขาคิดจะทำอะไรก็ยังต้องรักษาหน้าของคุณปู่ไว้“เรื่องของผมเอง ผมจัดการได้ คงไม่ต้องทำให้คุณถังลำบากใจหรอก”ถังหว่านยิ้มเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว แต่ถ้าคุณหลินพบเจอกับปัญหาอะไรสามารถเรียกฉันได้ตลอดเวลา”เวลาพลบค่ำประตูทางเข้าหลักโรงแรมเทียนอวี่หลี่ฮุ่ยหรานสวมชุดราตรีสีน้ำเงินสวยเพื่อเข้าร่วมงาน
สาวสวยท่านนี้ คุณไม่สนใจผมเกินไปแล้ว”หวางเส้าหลงโกรธขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคก่อนหน้านี้ฉันเป็นถึงคุณชายผู้สูงส่งแห่งตระกูลหวาง สู้คนไร้ค่าอย่างหลินเฟิงไม่ได้ตรงไหน?ถังหว่านพูดอย่างดูถูก “เพราะแบบนี้ไงฉันถึงไม่สนใจคุณ”มุมปากของหวางเส้าหลงกระตุก มือกำหมัดจนเส้นเลือดขึ้น “คนสวย ผมบอกคุณตรง ๆ นะ นายนี่จนถึงตอนนี้แม้แต่งานจะทำยังไม่มีเลย” “ไม่อย่างนั้นหลี่ฮุ่ยหรานคงไม่หย่ากับเขาหรอก” “นอกจากหน้าตาที่พอไปวัดไปวาได้แล้ว เขาสามารถให้อะไรกับคุณได้บ้าง?”ทันทีที่ได้ยินถังหว่านก็หันไปมองหลินเฟิง และชมว่า “คุณหลินขาดแค่เวลาเท่านั้น ฉันเชื่อว่าแค่ให้เวลาเขาสักหน่อย” “ก้าวนำหน้าตระกูลหวางภายในหนึ่งเดือน ไม่ใช่เรื่องยากเลย” “ฮ่าฮ่าฮ่า...”หวางเส้าหลงรู้สึกขบขันและหัวเราะเสียงดังหนึ่งเดือน เริ่มต้นจากศูนย์และก้าวนำหน้าตระกูลหวาง เป็นเรื่องที่เหลวไหลไร้สาระที่สุดในโลก “คนสวยคุณนี่พูดจาได้ตลกจริง ๆ”ถังหว่านยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่ได้ล้อคุณเล่นนะ งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ?” “ถ้าคุณหลินก้าวนำหน้าตระกูลหวางได้ภายในหนึ่งเดือน คุณจะต้องคุกเข่าลงและขอโทษฉัน”หวางเส้าหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย และเริ่มรู้ส
หลินเฟิงเปิดเครื่องดักฟังบนตัวของหลงอวี่และพูดเรียบๆ ว่า:“เครื่องดักฟังบนตัวหลงอวี่แตกต่างจากของนาย มันมีฟังก์ชันบันทึกและสนทนา ฉันจะแสดงให้นายเห็นว่าพี่ชายสุดที่รักของนายปิดบังนายทำเรื่องอะไร”เห็นเพียงแค่หลินเฟิงกดปุ่มบนเครื่องดักฟังภายใต้การสนับสนุนของไมโครโฟน เสียงของหลงอวี่ดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง“วางใจเถอะท่านผู้นำ ถังจื้อสิงเป็นเพียงคนโง่เขลา ผมหลอกใช้นิดหน่อย เขาก็ซาบซึ้งต่อผมอย่างมาก แทบจะฆ่าพ่อแท้ๆ ของเขาแทนผมแล้ว”“หึหึ วางใจได้ แผนการในครั้งนี้แยบยลไม่มีที่ติ”“เพียงแต่ผมยังต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นเขียนจดหมายท้าสู้ เพื่อที่ถังเจี้ยนหยวนจิ้งจอกแก่ตัวนั้นจะได้ไม่สังเกตเห็นความพิรุธ”“ใช่แล้ว ไม่ต้องกังวล ครั้งนี้ผมจะเอาชนะตระกูลถังได้แน่นอน! เอามังกรชีพจรของพวกเขามามอบให้คุณ”ในขณะที่บันทึกเสียงของหลงอวี่ในเครื่องดักฟังก็จบลงถังจื้อสิงและแม้กระทั่งคนทั้งตระกูลถังต่างเบิกตากว้าง เผยให้เห็นแววโกรธและความเหลือเชื่อ“พี่ใหญ่...พี่ใหญ่หลงอวี่ เขา...เขาหลอกใช้ฉันงั้นเหรอ”ถังจื้อสิงนอนคว่ำอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาสั่นไปทั้งตัวคนทั้งคนดูเหมือนจะสูญเสียศรัทธา และลูกตาก
แต่ตอนนี้คุณบอกถังจื้อสิง ว่าแม่ทัพที่ทรงพลังอย่างหลงอวี่ถูกฆ่าโดยแมงดาคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเขาถังจื้อสิงไม่มีทางเชื่อแน่นอนสิ่งนี้เกือบทำให้มุมมองโลกของเขาพังทลายทั้งหมด“หึหึ ฉันไม่จำเป็นต้องทำให้นายเชื่อหรอก”หลินเฟิงไม่สนใจว่าถังจื้อสิงจะเชื่อหรือไม่ เขารวบรวมพลังชี่แท้ไว้ในมือแ ละแปลงมันให้กลายเป็นเข็มเงินโปร่งใสหลายสิบอันขณะที่หลินเฟิงโบกมือและโยนเข็มเงินออกไป ลูกน้องของถังจื้อสิงที่ถือปืนอยู่ก็หยุดชะงักลงทันที ใบหน้าของพวกเขาหมองคล้ำ เหมือนกับประติมากรรมรูปปั้น“อ๊ะ?!”เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของหลินเฟิง ถังจื้อสิงก็รู้สึกงุนงงไปหมดเขาหรี่ตามองดูผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ใกล้เขาที่สุด ถูกเข็มเงินใสบาง ๆ เจาะเข้าไปที่ลำคอเขาพยายามที่จะแสดงสีหน้าเหมือนขอความช่วยเหลือให้จากถังจื้อสิง แต่เขาทำได้เพียงเท่านี้ เพราะเข็มพลังชี่แท้ ทำให้เขาขยับร่างกายไม่ได้เลย"ถังจื้อสิง ตอนนี้นายยังมีวิธีอะไรอีก?"หลินเฟิงก้าวไปหาถังจื้อสิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ฉัน... หลินเฟิง แกอย่ากำเริบเสิบสานไป ถังหว่าน...อ่อใช่ ถังหว่านอยู่ในมือฉันแล้ว ถ้าแกกล้าเข้ามาใกล้อีกก้าวหนึ่ง ฉันจะยิ...”ถังจื
"หึ"หลินเฟิงเดินเข้ามาและมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว พบทหารติดอาวุธจำนวนมากในห้องจัดเลี้ยงทันทีในนี้เกิดอะไรขึ้น เขาสามารถมองออกได้ในทันทีดูเหมือนว่าถังจื้อสิงกำลังบังคับให้สละตำแหน่งสินะ"สามี!"เมื่อถังหว่านที่อยู่ไกลออกไปเห็นหลินเฟิงเข้ามา จู่ๆ ก็มีความรู้สึกดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นอย่างที่คิด หลินเฟิงไม่ทำให้เธอผิดหวังอย่างแน่นอนหลินเฟิงพยักหน้าให้ถังหว่าน จากนั้นมองไปที่ถังจื้อสิงด้วยสายตาเย็นชาและกล่าวว่า:“ถังจื้อสิง ฉันให้โอกาสนาย รีบพาลูกน้องของนายทั้งหมดออกไปจากที่นี่ จากนั้นคุกเข่าลงขอโทษ และรอรับการลงโทษ”“ให้ฉันคุกเข่ารับสารภาพเหรอ?”ถังจื้อสิงคิดว่าเขาได้ยินผิดเขาโผล่หัวออกมาด้วยความเหลือเชื่อ จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า:“หลินเฟิง แกกินยาผิดหรือเปล่า?”"แกคิดจริงๆ เหรอว่าแกหลบหนีมาจากแม่ทัพหลงอวี่ แล้วจะสามารถสั่งฉันได้?""รอพี่ใหญ่ของฉันตามแกมา แกตายไปยังไงก็ไม่รู้ด้วยซำ!"เมื่อได้ยินคำพูดของถังจื้อสิง ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองไปที่หลินเฟิงด้วยความกังวลอีกครั้งในตอนนี้พวกเขาจึงได้ยินถังจื้อสิงเอ่ยถึงชื่อของหลงอวี่หลายๆคนเสียงห
“ดี!”“ไม่เสียแรงที่เป็นคุณหนูถังหว่าน!”“ผู้หญิงคนนี้ผมเห็นอนาคตตตั้งแต่เล็กๆ เธอเป็นคนใจกล้าจริงๆ!”การตะโกนอันหนักแน่นและเย็นชาของถังหว่านทำให้ได้รับเสียงปรบมืออย่างตื่นเต้นจากทุกคนที่อยู่ที่นั่นมีถังหว่านเป็นผู้นำ คนจากสาขาของตระกูลถังก็ลุกขึ้นมาและแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมกดขี่ของถังจื้อสิงเมื่อเห็นสีหน้าของถังจื้อสิงยิ่งอยู่ยิ่งแย่ถังเจี้ยนหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างกะทันหัน"ฮ่าฮ่าฮ่า......"ขณะที่เขากำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนนับพัน ถังจื้อสิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะอย่างเย่อหยิ่งจนเงยหน้าขึ้นมา"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้!"ทันใดนั้นถังจื้อสิงก็ก้มหัวลง ในแววตาแฝงไปด้วยเจตนาฆ่าและความเกลียดชังเขาเหลือบมองคนทุกคนจากสาขาของตระกูลถัง และในที่สุดก็หยุดมองที่ถังหว่านเขาระเบิดอารมณ์ออกมากะทันหันพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว กดถังหว่านลงบนโต๊ะ หยิบปืนที่เอวของเขาออกมาและจ่อที่ศีรษะของถังหว่าน"ฉันว่าแล้ว ว่านางมารคนนี้ล้างสมองคนในตระกูลถังไปหมดแล้ว!"น้ำเสียงของถังจื้อสิงในตอนนี้ที่ตะโกนออกมาช่างน่าตกตะลึงพอสมควรเขาขบฟัน เผยให้เห็นรอยยิ้มแปลก
เกรงว่าถังจื้อสิงไม่มีทางพูดมากกับคนที่เป็นสมาชิกตระกูลย่อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน ถังจื้อสิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็ยืดนิ้วสองนิ้วออกมาและกล่าวว่า:“ส่วนเรื่องที่สอง ผมต้องการเอาอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนมาทั้งหมด”"อะไรนะ?!"เมื่อเผชิญกับคำขออันน่าเหลือเชื่อครั้งที่สองนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงถังเจี้ยนหยวนมองดูลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกันเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้นต้องรู้ไว้ว่า ครั้งนี้ที่ถังเจี้ยนหยวนให้ตระกูลย่อยกลับมาที่ต้นตระกูล ก็เป็นแค่ธรรมเนียมของบรรพบุรุษซื้อทรัพย์สินของตระกูลที่แบ่งแยกกันกลับมาทีละน้อยถึงแม้จะไม่สามารถซื้อกลับคืนได้แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาการร่วมหุ้นโดยสรุป เราใช้กระบวนการทางธุรกิจเพื่อให้ผู้คนที่แยกจากตระกูลกลับมาเข้าสู่ต้นตระกูลอีกครั้งแต่คำขอที่สองของถังจื้อสิงนั้นช่างน่าเหลือเชื่อเขาต้องการนำอำนาจของตระกูลย่อยกลับคืนแบบนี้หมายความว่าอะไร?สาขาของตระกูลถังได้ทำงานหนักเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายนอกมานานหลายทศวรรษ และบางสาขาก็ได้พัฒนาร้านค้าและอุตสาหกรรมมาแล้วหลายชั่วรุ่นตอนนี้เพียงเพราะค
“ผมมีเรื่องที่จะประกาศ 3 เรื่อง”ถังจื้อสิงยกนิ้วสามนิ้วขึ้น กวาดตามองไปที่คนจากสาขาตระกูลถังทั้งหมด แล้วพูดอย่างเย็นชา:“เรื่องแรก ผมขอประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามกดดันการค้ากับตระกูลหลงอีกต่อไป และส่วนต่างราคาสินค้าที่แลกเปลี่ยนจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์”"อะไรนะ?!"เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนจากสาขาตระกูลถังพากันตกตะลึงจนหน้าถอดสีต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะตระกูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมังกร ตระกูลถังมักเสนอราคาที่เอื้ออำนวยที่สุดในการทำธุรกรรมกับตระกูลหลงทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากตระกูลหลงรุกรานตระกูลถังซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังนั้นถังเจี้ยนหยวนจึงออกคำสั่งห้ามโดยตรง ปฏิเสธความร่วมมือและธุรกรรมใดๆ กับตระกูลหลงส่งผลให้ตระกูลหลงเสียหายเป็นอย่างมากแน่นอนว่าตระกูลถังก็มีความสูญเสียเช่นกันแต่เมื่อเทียบกับตระกูลหลงแล้ว ความเสียหายแค่นี้ตระกูลถังถือว่ายอมรับได้แต่ตอนนี้ถังจื้อสิงที่เพิ่งรับตำแหน่ง กลับสั่งให้ฟื้นฟูการซื้อขายอีกครั้งและยังต้องการโอนส่วนต่าง 30% อีกด้วยสำหรับตระกูลถัง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่สามารถทำเงินจากการทำธุรกิจกับตระกูลหลงได้เท่านั้น แต่พวกเขายังจะขาดทุนอีกด้วย
“หลินเฟิงเหรอ เสียชีวิตในขณะที่ต่อสู้กับอีกาแห่งหนานไห่แล้ว”เมื่อได้ยินคำตอบที่เป็นตบตาขนาดนี้ สมาชิกตระกูลถังที่อยู่ตรงนั้นต่างก็มีสีหน้าสับสน และบางคนถึงกับเริ่มมองทะลุผ่านทุกอย่างคิดหาทางออกให้ตัวเองอย่างเงียบๆ“แฮ่มแฮ่ม…”ถังจื้อสิงไอสองครั้งเพื่อดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับมา เขายิ้มบางพูดว่า:“เป็นเพราะได้ความดีจากการฆ่าอีกาแห่งหนานไห่ อีกทั้งและพ่อของผมถังเจี้ยนหยวนก็ได้รับความตกใจ ดังนั้น เมื่อสักครู่นี้พ่อของผมได้เจรจากับผมแล้ว ว่าจะมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลถังให้กับผมล่วงหน้า”“คุณพ่อ คุณพูดสิครับว่าใช่ไหม?”เมื่อสัมผัสได้ว่าถังจื้อสิงกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาข่มขู่ที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา ถังเจี้ยนหยวนก็รู้สึกขมขื่นในปากเขาเงยหน้าขึ้นมองคนจากตระกูลย่อยของตระกูลถังคนเหล่านี้กำลังรอคำตอบจากเขาอยู่ในตอนนี้ถังเจี้ยนหยวนก็รู้แล้วว่าแม่น้ำเลือดที่ถังจื้อสิงพูดหมายถึงอะไรหากถังเจี้ยนหยวนกล้าปฏิเสธที่นี่ ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูคงจะเข้ามาและฆ่าทุกคนในห้องจัดเลี้ยงด้วยอาวุธของพวกเขาอย่างแน่นอนไม่เก็บไว้สักคนเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะอาศัยความช่วยเหลือจากตระ
“กลับมาช่วยเรา? เขา?”ถังจื้อสิงได้ยินคำพูดของถังหว่านอยู่แล้ว เขาทำลายจินตนาการของถังหว่านและคนอื่นๆ เป็นชิ้นๆ ด้วยท่าทางไร้หัวใจ พร้อมกับเยาะเย้ย:“พี่ชายหลงอวี่เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ที่ดีที่สุดในเขตกองทัพหัวตง ต่อให้ทั้งประเทศก็เป็นอันดับต้นๆ ”“เขาอยู่ในเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ มีความสามารถมากพอที่จะข่มขู่พวกป่าเถื่อนทางเหนือได้ ในบางแง่ เขาก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากราชาแห่งหนานหลินทางตอนใต้”"แค่พวกนักบู๊กระจอกพวกนั้น เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้หมด"“สำหรับแมงดาที่พี่ฝากความหวังไว้ เกรงว่าเขาไม่สามารถสู้พี่หลงอวี่ได้”มองดูสีหน้าของถังหว่านและถังเจี้ยนหยวนซีดลงอย่างมากถังจื้อสิงรู้สึกภูมิใจอย่างมากแม้ว่าเขาจะสงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ชายของเขาถึงใช้เวลานานมากในการจัดการกับแมงดาคนนั้นแต่เขายังคงจดจำคำสั่งของหลงอวี่ไว้ในใจ และรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถล่าช้าได้เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ตระกูลย่อยของตระกูลถังจะโต้ตอบเขาจึงออกคำสั่งโดยตรงเขาสั่งลูกน้องติดอาวุธพาถังเจี้ยนหยวนและถังหว่านไปที่ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลถังและที่นั่นถูกควบคุมโดยลูกน้องของถังจื้อซิง
แต่หลังจากนี้ล่ะความแข็งแกร่งที่หลงอวี้เพิ่งแสดงออกมาในห้องจัดเลี้ยงหมายเลข 3 ได้ทิ้งร่องรอยลึกๆ ที่เรียกว่าความกลัวไว้ให้กับเขาเผชิญการปิดล้อมจากกลุ่มนักบู๊นับสิบคนไม่เพียงแต่หลงอวี่จะไม่ถอยหนี แต่เขายังอาละวาดฆ่าคนทั้งห้องจัดเลี้ยงจนเลือดไหลนองเป็นสายน้ำไม่มีใครที่สามารถเทียบเทียมเขาได้ด้วยซ้ำเขาได้เห็นกระบวนการทั้งหมด ความกลัวที่มีต่อต่อความแข็งแกร่งของหลงอวี่ทำให้เขาสูญเสียจิตวิญญาณทั้งหมดของเขาแม่ทัพหลงอวี่คนนั้น คงเป็นจุดสูงสุดที่เขาไม่อาจบรรลุได้ในช่วงชีวิตของเขาไม่ต้องว่าหลังจากที่พวกเขาหนีออกจากห้องจัดเลี้ยงมังกรดำที่ถูกเลียนแบบโดยพลังชี้แท้ขนาดใหญ่มากจนสามารถบดบังดวงอาทิตย์และท้องฟ้า มันสามารถเผาห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ให้กลายเป็นซากปรักหักพังได้ในครั้งเดียวระดับความแข็งแกร่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักบู๊ธรรมดาทั่วไปจะบรรลุได้ถึงพูดได้ว่าไท่สื่อทงเสียใจตั้งแต่แรกเริ่มแล้วเขาเสียใจที่ฟังคำพูดของหลินเฟิง เพื่อศักดิ์ศรี พาถังเจี้ยนหยวน ถังหว่าน และคนอื่นๆ หนีไปและตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วไท่สื่อทงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนต่อความกลัวในหัวใจของเ