หน้าหลัก / แฟนตาซี / ฤาจันทราเร้นรัก / 1.วิบากกรรมพันครั้ง (1)

แชร์

1.วิบากกรรมพันครั้ง (1)

ผู้เขียน: rasita_suin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 14:08:01

หิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วขุนเขา ภายในถ้ำลึกเต็มไปด้วยน้ำแข็ง บนแท่นน้ำแข็งเย็นยะเยียบมีร่างอรชรนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรนิ่งพร้อมแสงวาบขึ้นกลางหน้าผากมนเป็นรูปคล้ายกลีบดอกโบตั๋น ดวงหน้างามหวานซึ้งมีเหงื่อซึมผุดพราย คิ้วเรียวคมขมวดมุ่น ราวกำลังต่อสู้กับบางอย่างก่อนทั้งร่างจะสะดุ้งเฮือกเพราะหัวใจปวดร้าวเหมือนถูกทิ่มแทงจนกระอักเลือดออกมา ดวงตาคู่เรียวงามเปิดขึ้นกะทันหัน หากไม่นานแสงเรืองรองกลีบดอกโบตั๋นก็จางหายไปพร้อมเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงและร่างอรชรล้มลงนอนหมดสติกลางแท่นน้ำแข็ง

ไอเย็นจัดเข้าแทรกซึมร่างกายจนใบหน้าขาวนวลเนียนซีดเผือด กลีบปากอิ่มสีหวานคล้ำขึ้น ร่างอรชรนอนนิ่งนานครู่หนึ่งจึงมีเสียงหินก้อนใหญ่เคลื่อนไหว แล้วใครคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นด้านหน้าช่องว่างพลางก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“เยว่เอ๋อร์”

เจ้าของร่างอรชรเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าเรียวงดงามมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นคนบนแท่นบาดเจ็บและรีบช่วยพยุง ทว่าไอเย็นเยียบที่ได้รับรู้จากร่างอีกฝ่ายทำให้นางยิ่งหน้าเสียพลางประคองเรือนร่างบอบบางใกล้เคียงตนขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะเร่งใช้พลังปราณเพื่อเยียวยาผู้หมดสติ หากก็เพียงช่วยได้บางส่วนเท่านั้น เมื่ออีกฝ่ายโอนเอนล้มจึงต้องรีบรับเอาไว้

ดวงหน้างามล้ำที่เผือดซีด ริมฝีปากอิ่มไร้สีสันชวนน่าใจหาย ทำเอาผู้เห็นสะเทือนใจยิ่งนัก

“เยว่เอ๋อร์...แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานต่อไปอีกแล้ว”

นางพึมพำพร้อมน้ำตาหยาดรินอาบแก้ม

“เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร”

เสียงเข้มเอ่ยตำหนิ หากก็ไม่ดุนักด้วยรักชายาตนมาก ขณะที่เจ้าตัวใบหน้างอง้ำ พลางสะบัดหน้าให้ ก้มลงไปหาบุตรสาวและลูบหน้าผากมนกับกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ยังนอนหลับตานิ่งบนเตียง ทำให้ไท่จื่อสวรรค์จิ่นลี่ถึงกับต้องถอนหายใจยาว

“เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้ เจ้าเฝ้าดูลูกบำเพ็ญเพียรขณะเผชิญวิบากกรรม ทั้งยังไปพาตัวนางกลับมาทั้งที่ยังบำเพ็ญเพียรไม่ครบสามหมื่นปี รับเคราะห์กรรมไม่ครบพันครั้ง เจ้า...”

“ข้าไม่อาจปล่อยให้ลูกอยู่ที่ขุนเขาอันหนาวเหน็บเพียงลำพังได้ และข้าไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ข้าทนเห็นลูกเป็นเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้ว ท่านไม่เห็นหรือว่าเยว่เอ๋อร์อ่อนแอลงมากมายเหลือเกิน”

“ซีซี”

ดวงตาคมเข้มนั้นมองชายาตนกับบุตรสาวด้วยความหนักใจ หากใบหน้าคมคายยังเรียบเฉย

“สิ่งที่เจ้าทำจะทำให้ทุกอย่างที่เยว่เอ๋อร์พยายามมาสูญเปล่า”

ซีซวนหน้าเสียเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่นางกำลังนิ่งอึ้งอยู่นั้น ผู้ที่นอนบนเตียงก็ไอเบาๆ แล้วลืมตาขึ้น ทั้งไท่จื่อและพระชายาจึงหันมองด้วยความห่วงใย

“เยว่เอ๋อร์”

“ท่านแม่...เหตุใด...”

“แม่พาเจ้ากลับมาเอง”

มือบางลูบหน้าผากลูกรักพร้อมจับมือเจ้าตัวขึ้นมากุม

“เจ้ายังเจ็บปวดตรงที่ใดหรือไม่ แม่ช่วยเยียวยาภายในให้เจ้าได้เพียงบางส่วน ร่างกายของเจ้าบอบช้ำมากนัก”

ร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อสวรรค์ผละไปรินน้ำชาที่โต๊ะใกล้ๆ แล้วนั่งลงบนเตียงอีกด้าน ประคองร่างอรชรขึ้นให้จิบน้ำชา

ผู้เป็นบุตรสาวมองสบตาบิดาอย่างไม่แน่ใจนักหากสุดท้ายก็ยอมจิบเพราะตนคอแห้งและอ่อนล้าโรยแรงไปทั่วทั้งกาย

“การบำเพ็ญเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไท่จื่อ”

ซีซวนเสียงเข้มใส่สวามีเมื่อเห็นว่าเขาเอ่ยถามราวไม่ห่วงใยบุตรสาวเลยแม้แต่น้อย

“ลูกต้องเผชิญเคราะห์อีกหนึ่งครั้งเพคะ”

จิ่นลี่พยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าราววางใจขึ้นมาบ้าง

“พ่อต้องรีบพาเจ้ากลับ”

“ไม่ ข้าไม่ยอม”

พระชายาไท่จื่อเสียงแข็งอย่างไม่ยินยอม ทั้งยังโอบร่างอรชรมาแนบอกตนอย่างหวงแหน

“ไม่ได้ยินหรือว่าเผชิญวิบากกรรมอีกเพียงครั้งเดียวเยว่เอ๋อร์ก็จะบรรลุปราณเทพเซียนชั้นสูงขั้นเก้าของสวรรค์แล้ว”

“แต่เยว่เอ๋อร์ต้องทรมานมาก”

น้ำเสียงซีซวนเครือพร้อมกระชับบุตรสาวไม่ยอมปล่อย

“ร่างกายของเยว่เอ๋อร์เวลานี้แม้จะดูอ่อนแอ หากกำลังสั่งสมปราณเทพเซียนอยู่ภายใน เมื่อบำเพ็ญเพียรครบสามหมื่นปีและบรรลุเคราะห์กรรมทั้งหมดแล้ว ลูกจะแข็งแกร่งขึ้น ฉะนั้นเราต้องรีบพาลูกกลับก่อนปราณเซียนที่บำเพ็ญมาจะสูญสลายแล้วธาตุไฟเข้าแทรก เพราะขุนเขามังกรฟ้าที่เย็นจัดปกคลุมไปด้วยหิมะช่วยสะกดพลังร้อนจากเพลิงวิบากไม่ให้เผาผลาญกายทิพย์”

ยิ่งได้ฟังซีซวนก็ชักร้อนใจขึ้นมา

“เยว่เอ๋อร์ต้องบำเพ็ญปราณเทพเซียนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับเพลิงวิบากที่ได้รับมา นางจึงต้องอยู่ที่นั่น”

พระชายารีบประคองใบหน้างดงามของบุตรสาวให้หันมายังตน พลางกวาดมองความซีดเซียวอย่างปวดใจ

“เช่นนั้น แม่จะไปอยู่ที่นั่นกับลูกเยว่เอ๋อร์”

“ไม่ได้ เจ้าไม่อาจฝืนทนความหนาวเหน็บที่นั่นได้ ไม่มีผู้ใดทนได้”

จิ่นลี่บอกอย่างจริงจัง

“ต่อให้ต้องแข็งตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้ลูกไปคนเดียวอีกแล้ว ท่านไม่เคยบอกว่าส่งเยว่เอ๋อร์ไปที่ใด ข้าพยายามตามหาลูกมาเนิ่นนานกว่าจะพบ ทนฝืนดูลูกเจ็บปวดนอนเหน็บหนาวเพียงลำพังหลายพันครั้งด้วยหัวใจที่แทบสลาย”

ซีซวนน้ำตาเอ่อคลอ นางรู้ว่าบุตรสาวต้องบำเพ็ญเพียรและเผชิญวิบากกรรมเป็นช่วงเวลาสามหมื่นปี เตรียมพร้อมกับสิ่งที่ต้องแบกรับไว้ในวันข้างหน้า นางไม่เคยเห็นด้วยหากก็ไม่อาจแย้งรับสั่งของจักรพรรดิสวรรค์ได้

“ข้าต้องการอยู่ดูแลลูกหลังบาดเจ็บภายในจากวิบากกรรม แม้ท่านไม่สนใจไยดีปกป้องลูก แต่เยว่เอ๋อร์คือดวงใจของข้า ข้าจะปกป้องนางเอง”

“เยว่เอ๋อร์คือทายาทเพียงผู้เดียวของข้ากับเจ้าซีซี นางต้องแข็งแกร่งกว่าผู้ใด”

“ลูกไม่เป็นไร ท่านแม่อย่าได้กังวล”

ก่อนบิดามารดาจะต่อคำให้ขุ่นใจไปมากกว่านี้ เสียงหวานเบาหวิวก็พึมพำขึ้นพลางจับมือมารดาแนบแก้มและยิ้มอ่อนโยนให้ รู้ว่ามารดารักและห่วงใยตนมาก บิดาก็ไม่ต่างกันหากหัวใจท่านเข้มแข็งมากกว่า ทั้งยังมีหน้าที่ต่อเผ่าสวรรค์รวมถึงหกพิภพ นางเองก็ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบนี้ได้

“เป็นตายร้ายดีอย่างไร แม่ก็จะไปกับเจ้า”

“ซีซี”

“ท่านไม่ไปก็อย่าได้ห้ามข้า”

นางเอ่ยกับสวามีอย่างไม่ยอมจำนนพลางจ้องด้วยแววตามุ่งมั่นไม่แปรเปลี่ยน

สองสามีภรรยามองสบตากันนิ่ง ขณะที่ผู้เป็นลูกได้แต่เหลือบมองทั้งสองด้วยความลำบากใจ หากภายในก็ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ แต่พยายามสะกดไว้จนต้องกำมือแน่น ทว่ากลับมีเลือดกำเดาไหลออกมา

“เยว่เอ๋อร์”

ทั้งบิดาและมารดารีบประคองร่างอรชรของบุตรสาวที่รัก เมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายไม่สบายตัวของเจ้าตัว

“เกิดอะไรขึ้นกับลูก”

ซีซวนเอ่ยอย่างหวั่นใจพลางซับเลือดกำเดาให้อย่างเบามือ

“ข้าต้องพาลูกกลับเดี๋ยวนี้”

ไท่จื่อย้ำกับชายาของตน

“ไม่เช่นนั้นร่างกายของเยว่เอ๋อร์คงไม่อาจทานทนต่อเพลิงวิบากได้”

“เช่นนั้นก็พาลูกไม่เถิดเพคะ”

ซีซวนเริ่มรีบพยุงร่างบอบบาง หากร่างสูงใหญ่ของไท่จื่อเคลื่อนเข้ามาโอบกายบุตรสาวตนแทนแล้วพาลุกขึ้น เจ้าตัวพยายามขยับตามช้าๆ ทว่าเมื่อผู้เป็นชายาก้าวตาม ไท่จื่อกลับเอ่ยเสียงเข้มกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตู

“ห้ามให้พระชายาก้าวออกจากตำหนักฟางหรูแม้แต่ก้าวเดียว ไม่เช่นนั้นเจ้ากับทุกคนจะมีความผิด”

“เพคะ”

เกาถิงย่อตัวลงรับคำอย่างไม่อาจขัดคำสั่งได้ และเมื่อร่างอรชรของพระชายารีบพรวดพราดตามร่างสูงใหญ่ที่หายวับไปพร้อมบุตรสาวนางก็รีบคว้ากอดไว้

“ไม่นะ ไท่จื่อ”

“พระชายา อย่าทำเช่นนี้เลยเพคะ”

“ปล่อยข้านะเกาถิง ปล่อย ข้าจะไปอยู่กับเยว่เอ๋อร์”

ซีซวนขยับตัวไม่หยุดและพยายามผลักคนสนิทของตน ขณะที่เกาถิงพยักหน้าเรียกหญิงสาวอีกคนที่ถือถาดอาหารเข้ามา เจ้าตัวกวาดมองไปยังเตียงไม่เห็นใครก็หน้าซีด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม รีบวางถาดแล้วช่วยเกาถิงรั้งพระชายาให้กลับไปด้านใน

“โธ่ เยว่เอ๋อร์ เวรกรรมใดหนอ ลูกแม่ถึงต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพียงนี้”

ผู้เป็นมารดาเอ่ยอย่างสะท้อนใจและรวดร้าวในอกพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มนวลเนียน

“สวรรค์เมตตาเยว่เอ๋อร์ด้วยเถิด อย่าให้ลูกรักของข้าต้องทรมานไปมากกว่านี้เลย หากเป็นไปได้ ข้าอยากให้เยว่เอ๋อร์เป็นเช่นดังสตรีธรรมดา ไม่ต้องการให้นางยากลำบากหรือต้องแบกรับภาระใด ไม่ต้องการเลยแม้แต่น้อยนิด”

=====

เรื่องราวในเล่มนี้คือเรื่องของลูกสาวจิ่นลี่ไท่จื่อสวรรค์กับพระชายาซีซวนจาก ‘สวรรค์เย็นชาข้าคือชายาปีศาจ’ นั่นเองค่า ^^

แม้เรื่องจะสืบต่อกันมา แต่ว่าเนื้อหาสามารถอ่านได้เข้าใจแน่นอนค่า หรือหากยังไม่ได้อ่านรุ่นพ่อแม่แล้วอยากรู้ว่าเป็นมายังไง ติดตามได้ในอีบุ๊กนะคะ ส่วนเพื่อนๆ ที่อ่านแล้ว รอลุ้น รอเอาใจช่วยนางเอกของเราในเรื่องนี้กันค่า

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ฤาจันทราเร้นรัก   1.วิบากกรรมพันครั้ง (2)

    ร่างอรชรที่อ่อนระโหยถูกประคองให้นั่งลงบนแท่นน้ำแข็ง มาถึงขุนเขามังกรสวรรค์หญิงสาวก็ทรมานน้อยลงแล้ว ทั้งเมื่อได้อยู่บนแท่นน้ำแข็งร่างกายที่ปั่นป่วนด้วยเพลิงร้อนวูบวาบก็ผ่อนคลายขึ้น“จือเยว่ คนเก่งของพ่อ อดทนอีกไม่นาน เจ้าจะผ่านมันไปได้”ไท่จื่อจิ่นลี่วางมือหนาลงบนศีรษะของบุตรสาว แววตาคู่คมเข้มฉายแววอ่อนโยน“เพคะ”จือเยว่ตอบรับอย่างมุ่งมั่น ดวงตาคู่งามเปล่งประกายของความมั่นใจในตนเอง“พ่อไม่อาจอยู่ที่นี่กับเจ้า หรือส่งผู้ใดมาอยู่กับเจ้าได้ แต่ไม่ต้องกังวลไป จะไม่มีใครหรือสิ่งใดเข้ามายังขุนเขามังกรนี้ได้”“ท่านพ่อมีราชกิจมากมายและยังต้องดูแลท่านแม่ ลูกอยากบำเพ็ญเพียรให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อแบ่งเบาราชกิจของท่านพ่อเพคะ”จิ่นลี่ลูบผมนุ่มสลวยด้วยความรักเอ็นดูทั้งห่วงใยไม่น้อย“หากเจ้าบรรลุเทพเซียนขั้นเก้าแล้วพ่อจะมารับ”จือเยว่ยิ้มบาง ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด แม้จะปวดร้าวในอกซ้ำเล่าซ้ำเล่า ทั้งยังร้อนราวเพลิงโหมไหม้ภายในกายยามต้องเผชิญทุกข์เข็ญ เมื่อไอเย็นจัดภายนอกปะทะและแทรกซึมเข้ามาเนื้อตัวจึงสะบัดร้อนสะบัดหนาวเหมือนพิษไข้รุมเร้าอย่างหนักจนต้องกระอักเลือด แต่ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็จะมีแรงกำลังกลับมา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ฤาจันทราเร้นรัก   2.ดอกฟ้าแสนงาม (1)

    องค์หญิงหนิงเซียงหลับตาพร้อมใจหล่นตามร่าง กัดฟันทำใจว่าตนเองต้องเจ็บแต่กลับมีบางอย่างรองรับ ความแปลกใจทำให้นางลืมตาขึ้นพร้อมกับตนถูกพาหมุนตัวหลบกิ่งไม้ที่หักตกไม่ห่างนักได้อย่างหวุดหวิด ดวงหน้าเรียวหวานซุกลงบนแผงอกกว้างอย่างลืมตัว เมื่อนึกได้จึงรีบผละออกแล้วขยับไปมา“นางกำนัลน้อย เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก”ชายอีกคนซึ่งมาด้วยเอ่ยพร้อมกับผู้ที่อุ้มนางอยู่ปล่อยลง องค์หญิงหนิงเซียงจำน้ำเสียงได้ว่าเขาคือผู้ทักตนทำให้ตกใจหล่นลงมา นางเหลือบมองเจ้าของร่างสูงใหญ่ข้างกายเห็นว่าใบหน้าขาวคมคายก้มลงมองตนอย่างสงสัย สบดวงตาคู่คมกริบเพียงชั่วแวบก็รีบถอยห่าง สายตาสอดส่ายมองหาพี่สาวทว่ากลับไร้เงา‘พี่หญิงหลบไปแล้วสินะ’“นับแต่เกิดมา เพิ่งเคยพานพบสตรีเก่งกาจเช่นเจ้า ต้นไม้สูงไม่ใช่น้อยยังปีนป่ายขึ้นไปได้”นางเหลือบมองผู้พูดก็เห็นว่าเขายิ้มมุมปาก ไม่แน่ใจว่าเป็นคำชมหรือขำขัน“อันตรายเช่นนี้ เจ้ายังเห็นเป็นเรื่องสนุกไปได้มู่ฉางเหยียน”ผู้ที่ช่วยตนไว้เอ่ยเป็นครั้งแรก องค์หญิงหนิงเซียงเหลือบมองแล้วก้มหน้าเล็กน้อย ไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากให้คนทั้งสองเห็นหน้าตนชัดเจนนัก“เฮ้อ เจ้าเองก็จริงจังไปเสียทุกเรื่องนะหลิวซูห

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ฤาจันทราเร้นรัก   2.ดอกฟ้าแสนงาม (2)

    “กลับเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”หลิงเอ๋อร์นางกำนัลคนสนิททักท้วงด้วยสีหน้าลำบากใจ เพราะองค์หญิงสั่งให้หยุดรถม้าแล้วให้ทหารรอ ก่อนจะแยกออกมาชมตลาดโดยอ้างว่าจะดูแผงขายปิ่นที่อยู่ใกล้ๆ อยากเห็นฝีมือชาวบ้านนอกวังว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ทว่ากลับเดินดูร้านอื่นไกลออกมา“มาไกลเกินไปแล้วนะเจ้าคะ”“อุ๊ย ขนมนั่นน่ากินนะ ข้าอยากลอง ไปซื้อกัน”แทนที่จะฟังนาง องค์หญิงกลับสอดส่ายสายตาไปทั่วอย่างสนอกสนใจแล้วชี้ไปทางร้านขนมห่างออกไป“เช่นนั้นคุณหนูกลับไปยังรถม้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปซื้อให้เอง”“จะกลับไปกลับมาทำไมกัน ซื้อก่อนแล้วค่อยไปที่รถม้าก็ได้”“แต่ห่างสายตาคนของเรามากนะเจ้าคะ”“เจ้าคิดมาก ไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นผู้ใดสักหน่อย”ชุดที่นางใส่นั้นแม้จะดูสวยงาม หากก็ไม่ได้เป็นชุดที่บ่งบอกว่ามียศตำแหน่งใด ดูเหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ทั่วไปเท่านั้น“แต่...”“มาเร็ว ชักช้ายิ่งทำให้กลับช้าไปอีกนะ”องค์หญิงหนิงเซียงฉุดมือคนของตนให้ก้าวตามโดยเร็ว การได้เห็นสิ่งแปลกตาในเมืองนอกกำแพงวังทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจนัก แม้รู้ว่าต้องกลับเข้าวังให้ทันเวลาหากก็ยังอยากดูนั่นนี่อีกเล็กน้อย“ข้าซื้อนี่สองชิ้น”ปลายนิ้วเรียวชี้ขนมที่เป็นแ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ฤาจันทราเร้นรัก   3.หัวใจผลิบาน (1)

    “องครักษ์หวัง”องค์หญิงหนิงเซียงปรามองครักษ์ตนเสียงเบา ด้วยนางเองก็นับถือและเคารพอีกฝ่ายที่อายุมากกว่าไม่น้อย“ถึงอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาใกล้องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”หัวหน้าองครักษ์บอกน้ำเสียงนอบน้อม หากกลับมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ด้วยแววตาเย็นชา ขณะเดียวกันนั้นทหารก็กำลังควบคุมตัวหัวขโมยเอาไว้“ถุงเงิน”ชายผู้นั้นชูถุงเงินในมือพลางเอ่ยสั้นๆ สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ หากก็ทำให้องค์หญิงหนิงเซียงรู้สึกเกรงใจเขาที่องครักษ์แสงความแข็งกร้าวกับอีกฝ่าย“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ...หลิงเอ๋อร์”นางขอบคุณอย่างจริงใจแล้วพยักหน้าให้หลิงเอ๋อร์ไปรับถุงเงินจากชายหนุ่ม“เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้ว กระหม่อมทูลลา”อีกฝ่ายคำนับแล้วเลี่ยงไปองค์หญิงหนิงเซียงมองตามร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก เหมือนยังมีคำพูดที่ติดค้างอยู่ในใจ แน่นอนนางควรเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามชายหนุ่ม อย่างน้อยก็ควรส่งของกำนัลตอบแทนน้ำใจ หากชื่อนั้นกลับผุดขึ้นมาในห้วงสำนึกแม้ได้ยินเพียงครั้งเดียว‘หลิวซูหยวน’และนางปล่อยให้เขาเดินจากไปโดยไม่ได้ถามสิ่งใดการสอบราชการเพิ่งผ่านพ้น บัณฑิตใหม่สามคนมาเฝ้าฮ่องเต้ โดยหนึ่งในนั้นคือหลิวซูหยวนบ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ฤาจันทราเร้นรัก   3.หัวใจผลิบาน (2)

    “เอ่อ คุณหนู...”หลิงเอ๋อร์เอ่ยเตือนถึงความไม่เหมาะสมราวดึงสติของผู้เป็นนายกลับมา องค์หญิงหนิงเซียงรีบดึงมือตนเองจากเสื้ออีกฝ่ายแล้วจะผละกายออก หากเขากลับนำพาให้นางเดินออกจากกลุ่มคนโดยไม่คิดปล่อยแขนจากเอวบาง ทำเอาสองสาวมองกันด้วยความงุนงง ออกอาการเลิ่กลั่กทั้งนายและบ่าวแต่เมื่อห่างจากผู้คนที่เบียดเสียดชายหนุ่มก็ปล่อยและขยับไปยืนเว้นระยะด้วยตัวเอง หลิงเอ๋อร์เองก็ประคองนายตนราวหวงแหน ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงองค์หญิงเจียวมิ่งพร้อมร่างอรชรก็ตรงเข้ามาหาน้องสาวอย่างร้อนใจ โดยผู้เป็นสวามีตามมาเช่นกัน“เซียงเอ๋อร์ พี่ตกใจแทบแย่ที่อยู่ๆ ก็ไม่เห็นเจ้า”มือบางถูกจับพร้อมสายตาที่ฉายแววห่วงกังวลก็กวาดมองร่างผู้เป็นน้องจนทั่ว“อ้าว หลิวซูหยาง”“ใต้เท้ามู่...ถวายพระพรองค์หญิง”หลิวซูหยางเอ่ยนามผู้ที่มาใหม่อย่างให้เกียรติทว่าอีกฝ่ายกลับตบบ่าเขาอย่างแรง“ใต้ทงใต้เท้าอะไรกัน บอกแล้วว่าพบกันข้างนอกเราก็ยังเป็นสหายเช่นเดิม”มู่ฉางเหยียนนั้นเข้ารับราชการในสำนักราชเลขาก่อนหลิวซูหยางแล้วได้รับพระราชทานอภิเษกหลังจากนั้น เวลานี้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยราชเลขาธิการส่วนพระองค์ทั้งยังเป็นถึงเป็นราชบุตรเขยด้ว

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • ฤาจันทราเร้นรัก   4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (1)

    แคว้นอันมีการแข่งขันเตะลูกหนังเป็นการละเล่นประจำปี แต่ละกรมจะจัดกลุ่มคนเพื่อแข่งขันเจ็ดคน กรมใดมีชัยได้อันดับหนึ่งจะได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้เป็นทองคำยี่สิบก้อน และได้นั่งด้านหน้าสุดในงานพระราชสมภพของฮ่องเต้กับฮองเฮาในปีนั้น นับว่าเป็นเกียรติอย่างมากทุกกรมจึงจริงจังกับการแข่งนี้แม้สำนักราชเลขาธิการจะไม่ได้แข็งแกร่งเช่นกรมทหารรักษาพระราชวังหรือทหารองครักษ์ หากส่วนใหญ่ก็เคยผ่านการละเล่นนี้มาแล้วในตอนศึกษาอยู่ในสำนักศึกษา หลิวซูหยวนกับมู่ฉางเหยียนจึงเข้าร่วมเป็นตัวแทนองค์หญิงหนิงเซียงเคยมาชมการแข่งขันพร้อมองค์หญิงเจียวมิ่งที่สามารถมาชมเพื่อให้กำลังใจพระสวามีแล้วในสองปีที่ผ่านมา หากไม่ได้สนใจการแข่งจริงจังนัก ทว่าในปีนี้กลับต่างออกไปเมื่อได้เห็นหนึ่งในผู้ร่วมเล่นลูกหนังจากสำนักราชเลขาธิการ“ใต้เท้าหลิวฝีมือไม่เบาทีเดียว ทั้งยังเล่นได้เข้าขากับท่านพี่มากอีกด้วย”ผู้เป็นพี่สาวหันมากระซิบกับนาง องค์หญิงหนิงเซียงเพียงยิ้มรับ ไม่ได้แสดงทีท่าตื่นเต้นเท่าใดนัก หากความจริงนางแทบไม่อาจละสายตาจากร่างสูงใหญ่ที่เล่นลูกหนังอย่างคล่องแคล่ว ทั้งแย่งทั้งส่ง หรือกระทั่งกระโดดม้วนตัวเตะลูกหนังเข้าไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27
  • ฤาจันทราเร้นรัก   4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (2)

    ในรถม้าองค์หญิงหนิงเซียงมองพัดในมือตนพลางถอนหายใจ ขณะที่หลิงเอ๋อร์ก็มีพัดคอยพัดวีไล่ความร้อนอบอ้าวให้ผู้เป็นนาย ด้วยพัดจากใต้เท้าหลิวนั้นองค์หญิงจะถือไว้ด้วยตนเองเสมอ“น่าเสียดายที่ก่อนกลับไม่ได้บอกกล่าวใต้เท้ามู่กับใต้เท้าหลิวนะเพคะ”หลิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างรู้ใจว่าแท้จริงแล้วนายตนอยากพบหน้าผู้ใดก่อนเข้าวัง เพราะนับแต่พ่ายแพ้หลิวซูหยวนก็ไปนั่งดูการแข่งขันร่วมกับสหายในสำนักราชเลขาธิการ ไม่ได้มานั่งร่วมโต๊ะกับราชบุตรเขยอีก“หลิงเอ๋อร์”ใบหน้าหวานงดงามงอง้ำพลางเอ่ยปรามคนสนิทเสียงอุบอิบเพราะรู้แก่ใจว่าความรู้สึกของตนนั้นกำลังเริ่มไม่เหมาะไม่ควรขณะนั้นเสียงม้าร้องดังขึ้นทั้งรถม้ายังกระชากอย่างแรงจนร่างอรชรกระแทกเข้ากับด้านข้างรถม้า“โอ๊ะ...เกิดอะไรขึ้น”หลิงเอ๋อร์ร้องขึ้นพลางรีบประคองนายตน“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงคนที่ควบคุมม้าด้านนอกตะโกนลั่น“ระวัง! ด้านหน้าระวังด้วย!”หลายเสียงเริ่มตะโกนดัง รถม้าขององค์หญิงหนิงเซียงอยู่ท้ายขบวน หากม้าตื่นตระหนกวิ่งเร็วอาจลากจูงให้รถม้าไปชนกับทหารองครักษ์รวมถึงรถม้าด้านหน้าได้ นั่นอาจพลอยทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งกับองค์ชายรองและองค์ชายสามรถม้ายังถูกแ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27
  • ฤาจันทราเร้นรัก   5.คนขี้ขลาด (1)

    “เซียงเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำให้สด็จพ่อโกรธมาก อย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจถูกลงทัณฑ์”องค์ชายรองเสวียนหลินตามมายังตำหนักองค์หญิงหนิงเซียงหลังจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว“ให้เสด็จพ่อลงทัณฑ์ข้าเสียยังดีกว่าให้ข้าแต่งงาน”เห็นน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย ทว่าสีหน้ากลับมุ่งมั่นแข็งขืนของน้องสาวแล้วสีหน้าองค์ชายรองกลับยิ่งเคร่งเครียด เจ้าตัวยังนั่งคุกเข่าอยู่ในตำหนักตนไม่ขยับแม้หลิงเอ๋อร์กับนางกำนัลคนอื่นจะช่วยกันเลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล“เซียงเอ๋อร์”องค์ชายรองอ่อนใจในความดื้อดึงของน้องสาว แปลกใจนักที่น้องน้อยผู้เรียบร้อยและหัวอ่อนเสมอมาของตนกลับกล้าขัดรับสั่งพระบิดา‘ช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจนัก หากขอสิ่งใดข้าก็อนุญาต กลับคำ พลิกราชโองการ คำพูดของข้าจะยังศักดิ์สิทธิ์เชื่อถือได้อีกหรือ เจ้าพูดกับน้องเจ้าให้นางเข้าใจ ข้าตัดสินใจเช่นนี้ก็เพื่อนาง’พระบิดารับสั่งย้ำอย่างขุ่นเคืององค์ชายรองย่อกายลงตรงหน้าอีกฝ่าย วางมือสองข้างบนบ่าบอบบาง“เสด็จพ่อทำเพื่อเจ้า ชาวเมืองมากมายต่างก็เห็นฮ่าวหมิงอุ้มเจ้า แตะต้องเนื้อตัวและช่วยชีวิตเจ้าไว้ เขามีความดีความชอบ ส่วนเจ้าเป็นถึงองค์หญิง ไม่ควรมีผู้ใดแตะต้องชิ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-27

บทล่าสุด

  • ฤาจันทราเร้นรัก   7.น้ำใจจากท่าน ข้าไม่ต้องการ (2)

    ใจดวงน้อยสั่นไหวด้วยความไม่มั่นใจขณะนั่งอยู่ในรถม้าที่กำลังเคลื่อนมาหน้าประตูเมือง เหลือบมองผู้ที่นั่งอีกด้านในรถม้าซึ่งใบหน้านิ่งสนิทแล้วก็เม้มริมฝีปากก้มหน้าลงครุ่นคิด‘ท่านคิดจะไปที่ใด’หลังหลบทหารมายังที่หนึ่งนางสะบัดตัวจะเดินหนีอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้น‘ข้าไม่จำเป็นต้องบอกท่าน’‘ท่านยังไม่รู้จะไปที่ใดมากกว่า’ใบหน้าเฉยชากับคำพูดกระด้างราวเย้ยหยันนั้นกวนอารมณ์นางให้ขุ่นนัก‘ไยท่านต้องมายุ่งกับข้าอีก ในเมื่อปฏิเสธข้าแล้วก็ปล่อยให้ข้าไปตามทางของข้า ไม่ต้องข้องเกี่ยวหรือใส่ใจใดๆ อีก’‘เห็นท่านกำลังพาตัวเองก้าวเข้าสู่อันตรายจะให้ข้าละเลยได้อย่างไร’ริมฝีปากอิ่มสวยขยับยิ้มหยันกับคำเอ่ยราวใส่ใจ‘ทั้งที่ท่านทำให้ข้าอับอายขายหน้า เป็นผู้หญิงไร้ยางอายไปแล้วยังบอกว่าไม่อาจละเลยอีกหรือ หึ...น้ำใจจากท่าน ข้าไม่ต้องการ’องค์หญิงหนิงเซียงเมินหน้าหนีจะเดินจากมา ทว่ากลับต้องชะงักอย่างลังเลในคำพูดของหลิวซูหยวน‘หากท่านต้องการออกนอกเมืองไปกับข้าก็ได้ อีกอย่างท่านไม่ควรอยู่ในชุดสตรี’และแล้วนางก็จำต้องให้ชายหนุ่มช่วยเหลือแม้ไม่รู้ว่าออกนอกเมืองไปแล้วจะทำอย่างไรต่อไป แต่หากยังอยู่ในนี้นางต้องถูกเจอตัวและพาก

  • ฤาจันทราเร้นรัก   7.น้ำใจจากท่าน ข้าไม่ต้องการ (1)

    นางหลงทาง...ผู้ที่ไม่เคยไปมาในเมืองหลวงด้วยตนเองเดินโผเผอย่างเหนื่อยล้า นับแต่หนีจากร้านผ้ามาองค์หญิงหนิงเซียงกลับก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย หลิงเอ๋อร์กำชับว่าให้หาโรงเตี๊ยมเพื่อพักทว่านางกลับไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน เดินไปเรื่อยๆ ก็ยังไม่พบโรงเตี๊ยมและเวลาก็ใกล้จะเย็นแล้วจำเป็นต้องมีที่พักหลับนอนองค์หญิงหนิงเซียงเป็นห่วงหลิงเอ๋อร์มากกว่าตนเอง ทว่าเพราะอีกฝ่ายยอมทำทุกอย่างเพื่อตนนางจึงมุ่งมั่นที่จะหนีดรอดให้ได้‘ข้าจะทิ้งเจ้าได้อย่างไร’ขณะที่อยู่ในรถม้านางยังตัดสินใจไม่ได้ ทว่าอีกฝ่ายก็คุกเข่าอ้อนวอน‘องค์หญิงของหลิงเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์ไม่อยากให้ท่านทุกข์ทรมานทั้งกายใจ เห็นท่านมีคราบน้ำตาอาบแก้มในทุกวันคืน กินอาหารน้อยนิด หลิงเอ๋อร์ก็ทุกข์ทรมานไปพร้อมท่าน ยิ่งท่านทำร้ายตัวเอง หลิงเอ๋อร์ยิ่งกลัว ได้โปรด ไม่ว่าสิ่งใด ขอเพียงท่านกลับมายิ้มได้อีกครั้ง หลิงเอ๋อร์พร้อมเผชิญเพคะ’เจ้าตัวเอ่ยเจือสะอื้น ทำเอาองค์หญิงหนิงเซียงน้ำตาไหลไปด้วย ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตานั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวปวดร้าวในอกเพียงใดที่เห็นนางปราศจากความสุขทั้งกายและใจ‘ไปจากวังหลวง เพื่อพบชีวิตที่อิสระและมีความสุขอย่างแท้จริงเถิดเพค

  • ฤาจันทราเร้นรัก   6.อยู่ต่อไปก็เหมือนตายทั้งเป็น (2)

    องค์หญิงหนิงเซียงนั่งรถม้าแยกกับองค์หญิงเจียวมิ่งเพื่อเวลากลับจะได้ตรงเข้าวังมาเลยเพราะดูไปแล้วน่าจะกลับเข้าเมืองค่อนข้างเย็น ไหว้พระขอพรเสร็จออกมาจากอารามก็แวะพักริมน้ำตกกินของว่าง เป็นความตั้งใจของพี่สาวที่อยากให้น้องได้ผ่อนคลายกับธรรมชาติอันสดชื่น“ทำใจให้สบายเถิดนะเซียงเอ๋อร์ อย่าได้กังวลเกินไป เสด็จพ่อทำเพื่อเจ้า องครักษ์จางเองก็เหมาะสมคู่ควร แม้เป็นองครักษ์หากก็เป็นถึงบุตรเจ้ากรมคลัง เป็นสหายสนิทของพี่รอง”องค์หญิงเจียวมิ่งสงสารน้องสาวยิ่งนัก หากก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากให้กำลังใจ“เสด็จพ่อเองก็คงปวดพระทัย หากทรงรับรู้ว่าเจ้ากินไม่ได้นอนไม่หลับจนผ่ายผอมเช่นนี้ ดูแลตัวเองให้ดีจนถึงวันแต่งงานเถิด เจ้าสาวควรมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งผุดผาด”ผู้เป็นน้องยิ้มบางไม่แย้งสิ่งใด นางยังทำใจไม่ได้และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำใจยอมรับการแต่งงานได้หรือไม่ได้เวลากลับองค์หญิงทั้งสองต่างก็ขึ้นรถม้าของตน องค์หญิงหนิงเซียงมีหลิงเอ๋อร์คอยดูแลอยู่ภายในรถม้าด้วย สีหน้าเจ้าตัวดูเคร่งเครียดและครุ่นคิดตลอดเวลา ทว่าองค์หญิงหนิงเซียงไม่ได้สังเกตสิ่งอื่นมากนัก ใบหน้างดงามหมองเศร้าและเหม่อลอย แม้อยู่กับพี่สาวจะทำให้ต

  • ฤาจันทราเร้นรัก   6.อยู่ต่อไปก็เหมือนตายทั้งเป็น (1)

    “องค์หญิง กินอีกคำสองคำก็ยังดีนะเพคะ”หลิงเอ๋อร์พยายามคะยั้นคะยอเมื่อองค์หญิงหนิงเซียงกินอาหารไปเพียงเล็กน้อย ร่างอรชรผ่ายผอมบอบบางยิ่งกว่าเดิมจนดวงหน้างดงามซีดตอบ นางกำนัลคนสนิทที่เอาใจใส่ดูแลใกล้ชิดในทุกวันเห็นแล้วก็ปวดใจนัก“เอาออกไปเถิด ข้าไม่อยากกินแล้ว”“โธ่ องค์หญิง”องค์หญิงหนิงเซียงไม่สนใจเสียงโอดของนางกำนัลคนสนิท ร่างบอบบางลุกจากโต๊ะทานอาหารกลับเข้าไปในห้องนอน หลิงเอ๋อร์จึงได้แต่พยักหน้าเรียกให้นางกำนัลอีกสองคนเข้ามาเก็บอาหารออกไปแล้วก้าวตามนายตนร่างอรชรทรุดลงนั่งตรงโต๊ะเขียนหนังสือ หลิงเอ๋อร์ก็รีบเข้ามาช่วยฝนหมึก จัดกระดาษกับพู่กันให้“ข้าอยากได้ชากุหลาบ เจ้าไปสั่งที่ห้องเครื่องให้หน่อยนะหลิงเอ๋อร์”“เพคะ”หลิงเอ๋อร์ออกไปแล้วองค์หญิงหนิงเซียงก็เริ่มเขียนอักษรลงบนกระดาษช้าๆ มือที่จับพู่กันมั่นคง แม้กายจะสั่นด้วยแรงสะอื้นเบาๆ ทว่าเมื่อน้ำตาเริ่มรื้นใกล้หยาดรินปลายนิ้วเรียวก็กรีดทิ้ง ไม่ยอมให้หยดลงบนกระดาษ ไม่นานนักหนังสือสองฉบับก็ถูกพับใส่ซอง ก่อนนางจะเขียนนามผู้ที่ต้องการส่งถึง แล้วก็เป็นเวลาเดียวกับที่หลิงเอ๋อร์เดินนำนางกำนัลอีกคนยกกากับถ้วยน้ำชาเข้ามาพร้อมขนมและรินให้นายต

  • ฤาจันทราเร้นรัก   5.คนขี้ขลาด (2)

    “ใต้เท้าหลิว”ชายหนุ่มกับมองผู้เข้ามาหาด้วยสีเข้มขรึม ขณะสหายที่มาด้วยกันแปลกใจ หากเมื่อนางกำนัลเอ่ยต่อเขาก็ขอตัว“เอ่อ ข้ามีเรื่องขอพูดกับใต้เท้าตามลำพังได้หรือไม่เจ้าคะ”“ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน”อีกฝ่ายจากไปโดยง่าย เพราะหลิวซูหยวนเป็นที่สนใจของสตรีทั้งในวังและบรรดาบุตรสาวขุนนางหรือแม้แต่ท่านหญิง หลายคนเพียงแอบเมียงทว่านางกำนัลผู้นี้ช่างกล้าหาญนักในความคิดของเขาจึงไม่อยากขัด“มีเรื่องใดหรือ”“เชิญใต้เท้าตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ”หลิงเอ๋อร์ผายมือไปยังหลังต้นไม้ใหญ่ริมกำแพงอุทยานแล้วเดินนำ หลิวซูหยวนลังเลหากก็ก้าวตามด้วยความตงิดใจ กระทั่งพ้นต้นไม้มาก็เห็นร่างอรชรที่ทำเอาคิ้วเข้มขมวด ส่วนนางกำนัลสาวกลับไปดูต้นทาง“ถวายพระพรองค์หญิง”“ใต้เท้าหลิว”องค์หญิงหนิงเซียงมองผู้ที่อยู่ในหัวใจตนด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวัง กระนั้นก็ไม่มั่นใจนักว่าสิ่งที่นางต้องการพูดกับอีกฝ่าย ชายหนุ่มจะคิดเห็นอย่างไร“ข้า...เอ่อ...”สบตาคมเข้มนิ่งเฉยแล้วนางกลับพูดไม่ออก“องค์หญิงมีสิ่งใดรับสั่งกับกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ หากมีผู้ใดผ่านมาเห็นเข้าคงไม่เหมาะนัก”อีกฝ่ายถามเสียงเรียบ บั่นทอนกำลังใจของผู้ที่เตรียมตัวเตรียมใจมาแล

  • ฤาจันทราเร้นรัก   5.คนขี้ขลาด (1)

    “เซียงเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำให้สด็จพ่อโกรธมาก อย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจถูกลงทัณฑ์”องค์ชายรองเสวียนหลินตามมายังตำหนักองค์หญิงหนิงเซียงหลังจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว“ให้เสด็จพ่อลงทัณฑ์ข้าเสียยังดีกว่าให้ข้าแต่งงาน”เห็นน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย ทว่าสีหน้ากลับมุ่งมั่นแข็งขืนของน้องสาวแล้วสีหน้าองค์ชายรองกลับยิ่งเคร่งเครียด เจ้าตัวยังนั่งคุกเข่าอยู่ในตำหนักตนไม่ขยับแม้หลิงเอ๋อร์กับนางกำนัลคนอื่นจะช่วยกันเลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล“เซียงเอ๋อร์”องค์ชายรองอ่อนใจในความดื้อดึงของน้องสาว แปลกใจนักที่น้องน้อยผู้เรียบร้อยและหัวอ่อนเสมอมาของตนกลับกล้าขัดรับสั่งพระบิดา‘ช่างดื้อรั้นเอาแต่ใจนัก หากขอสิ่งใดข้าก็อนุญาต กลับคำ พลิกราชโองการ คำพูดของข้าจะยังศักดิ์สิทธิ์เชื่อถือได้อีกหรือ เจ้าพูดกับน้องเจ้าให้นางเข้าใจ ข้าตัดสินใจเช่นนี้ก็เพื่อนาง’พระบิดารับสั่งย้ำอย่างขุ่นเคืององค์ชายรองย่อกายลงตรงหน้าอีกฝ่าย วางมือสองข้างบนบ่าบอบบาง“เสด็จพ่อทำเพื่อเจ้า ชาวเมืองมากมายต่างก็เห็นฮ่าวหมิงอุ้มเจ้า แตะต้องเนื้อตัวและช่วยชีวิตเจ้าไว้ เขามีความดีความชอบ ส่วนเจ้าเป็นถึงองค์หญิง ไม่ควรมีผู้ใดแตะต้องชิ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (2)

    ในรถม้าองค์หญิงหนิงเซียงมองพัดในมือตนพลางถอนหายใจ ขณะที่หลิงเอ๋อร์ก็มีพัดคอยพัดวีไล่ความร้อนอบอ้าวให้ผู้เป็นนาย ด้วยพัดจากใต้เท้าหลิวนั้นองค์หญิงจะถือไว้ด้วยตนเองเสมอ“น่าเสียดายที่ก่อนกลับไม่ได้บอกกล่าวใต้เท้ามู่กับใต้เท้าหลิวนะเพคะ”หลิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างรู้ใจว่าแท้จริงแล้วนายตนอยากพบหน้าผู้ใดก่อนเข้าวัง เพราะนับแต่พ่ายแพ้หลิวซูหยวนก็ไปนั่งดูการแข่งขันร่วมกับสหายในสำนักราชเลขาธิการ ไม่ได้มานั่งร่วมโต๊ะกับราชบุตรเขยอีก“หลิงเอ๋อร์”ใบหน้าหวานงดงามงอง้ำพลางเอ่ยปรามคนสนิทเสียงอุบอิบเพราะรู้แก่ใจว่าความรู้สึกของตนนั้นกำลังเริ่มไม่เหมาะไม่ควรขณะนั้นเสียงม้าร้องดังขึ้นทั้งรถม้ายังกระชากอย่างแรงจนร่างอรชรกระแทกเข้ากับด้านข้างรถม้า“โอ๊ะ...เกิดอะไรขึ้น”หลิงเอ๋อร์ร้องขึ้นพลางรีบประคองนายตน“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”เสียงคนที่ควบคุมม้าด้านนอกตะโกนลั่น“ระวัง! ด้านหน้าระวังด้วย!”หลายเสียงเริ่มตะโกนดัง รถม้าขององค์หญิงหนิงเซียงอยู่ท้ายขบวน หากม้าตื่นตระหนกวิ่งเร็วอาจลากจูงให้รถม้าไปชนกับทหารองครักษ์รวมถึงรถม้าด้านหน้าได้ นั่นอาจพลอยทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งกับองค์ชายรองและองค์ชายสามรถม้ายังถูกแ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (1)

    แคว้นอันมีการแข่งขันเตะลูกหนังเป็นการละเล่นประจำปี แต่ละกรมจะจัดกลุ่มคนเพื่อแข่งขันเจ็ดคน กรมใดมีชัยได้อันดับหนึ่งจะได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้เป็นทองคำยี่สิบก้อน และได้นั่งด้านหน้าสุดในงานพระราชสมภพของฮ่องเต้กับฮองเฮาในปีนั้น นับว่าเป็นเกียรติอย่างมากทุกกรมจึงจริงจังกับการแข่งนี้แม้สำนักราชเลขาธิการจะไม่ได้แข็งแกร่งเช่นกรมทหารรักษาพระราชวังหรือทหารองครักษ์ หากส่วนใหญ่ก็เคยผ่านการละเล่นนี้มาแล้วในตอนศึกษาอยู่ในสำนักศึกษา หลิวซูหยวนกับมู่ฉางเหยียนจึงเข้าร่วมเป็นตัวแทนองค์หญิงหนิงเซียงเคยมาชมการแข่งขันพร้อมองค์หญิงเจียวมิ่งที่สามารถมาชมเพื่อให้กำลังใจพระสวามีแล้วในสองปีที่ผ่านมา หากไม่ได้สนใจการแข่งจริงจังนัก ทว่าในปีนี้กลับต่างออกไปเมื่อได้เห็นหนึ่งในผู้ร่วมเล่นลูกหนังจากสำนักราชเลขาธิการ“ใต้เท้าหลิวฝีมือไม่เบาทีเดียว ทั้งยังเล่นได้เข้าขากับท่านพี่มากอีกด้วย”ผู้เป็นพี่สาวหันมากระซิบกับนาง องค์หญิงหนิงเซียงเพียงยิ้มรับ ไม่ได้แสดงทีท่าตื่นเต้นเท่าใดนัก หากความจริงนางแทบไม่อาจละสายตาจากร่างสูงใหญ่ที่เล่นลูกหนังอย่างคล่องแคล่ว ทั้งแย่งทั้งส่ง หรือกระทั่งกระโดดม้วนตัวเตะลูกหนังเข้าไ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   3.หัวใจผลิบาน (2)

    “เอ่อ คุณหนู...”หลิงเอ๋อร์เอ่ยเตือนถึงความไม่เหมาะสมราวดึงสติของผู้เป็นนายกลับมา องค์หญิงหนิงเซียงรีบดึงมือตนเองจากเสื้ออีกฝ่ายแล้วจะผละกายออก หากเขากลับนำพาให้นางเดินออกจากกลุ่มคนโดยไม่คิดปล่อยแขนจากเอวบาง ทำเอาสองสาวมองกันด้วยความงุนงง ออกอาการเลิ่กลั่กทั้งนายและบ่าวแต่เมื่อห่างจากผู้คนที่เบียดเสียดชายหนุ่มก็ปล่อยและขยับไปยืนเว้นระยะด้วยตัวเอง หลิงเอ๋อร์เองก็ประคองนายตนราวหวงแหน ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงองค์หญิงเจียวมิ่งพร้อมร่างอรชรก็ตรงเข้ามาหาน้องสาวอย่างร้อนใจ โดยผู้เป็นสวามีตามมาเช่นกัน“เซียงเอ๋อร์ พี่ตกใจแทบแย่ที่อยู่ๆ ก็ไม่เห็นเจ้า”มือบางถูกจับพร้อมสายตาที่ฉายแววห่วงกังวลก็กวาดมองร่างผู้เป็นน้องจนทั่ว“อ้าว หลิวซูหยาง”“ใต้เท้ามู่...ถวายพระพรองค์หญิง”หลิวซูหยางเอ่ยนามผู้ที่มาใหม่อย่างให้เกียรติทว่าอีกฝ่ายกลับตบบ่าเขาอย่างแรง“ใต้ทงใต้เท้าอะไรกัน บอกแล้วว่าพบกันข้างนอกเราก็ยังเป็นสหายเช่นเดิม”มู่ฉางเหยียนนั้นเข้ารับราชการในสำนักราชเลขาก่อนหลิวซูหยางแล้วได้รับพระราชทานอภิเษกหลังจากนั้น เวลานี้มีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยราชเลขาธิการส่วนพระองค์ทั้งยังเป็นถึงเป็นราชบุตรเขยด้ว

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status