“ฉันไม่ชอบคนแก่ ฉันชอบเด็กสาว มันทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยมากกว่า” รอยยิ้มร้ายกาจของปัณณธรทำให้หญิงสาวเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง
“ไปอาบน้ำสิ” อินนัดดาสะบัดหน้าหนีคนออกคำสั่ง แล้วนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม เชิดหน้าไม่มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ว้าย!” หญิงสาวกรีดร้องโวยวาย เมื่อถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัว เขาจับถอดโน่นนี่รวดเร็ว มือเล็กพยายามจับมือใหญ่ไว้แน่น เพื่อรั้งไม่ให้เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวเอง
“อย่าทำอะไรบ้าๆนะ ปล่อยสิ”
“เธอรู้ไหมว่าฉันต้องจ่ายค่าตัวเธอไปเท่าไร ทำตัวให้มันสมราคาหน่อย ไม่ใช่มาเถียงผัวฉอดๆแบบนี้ บอกให้ทำอะไรก็ต้องทำ ฉันไม่ชอบเด็กช่างเถียงดื้อรั้น” ปัณณธรรู้สึกหมั่นไส้ภรรยาตัวน้อยของตัวเองขึ้นมาดื้อๆ ใบหน้าเนียนสวยหวานและจมูกรั้นๆ บวกกับแววตาไม่ยอมใครของเธอทำให้เขาอยากจะกำราบสักหน่อย
“ไม่ชอบก็หย่าสิ ไปหย่ากันตอนนี้เลยก็ได้ แล้วก็ยกเลิกงานเลี้ยงไปเลย หนูก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณนักหรอก”
“ปากดี! เธอควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกมา”
“นี่แหละคิดดีแล้ว เอามือคุณออกไปจากตัวหนูเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาฉวยโอกาส”
“ฉวยโอกาสเหรอ ฉันว่าครอบครัวเธอมากกว่าที่เป็นพวกชอบฉวยโอกาส” อินนัดดาไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แต่ก็ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีกแล้ว หญิงสาวพยายามสะบัดร่างให้หลุดจากมือใหญ่ที่วุ่นวายอยู่บนตัวเธอ มือเล็กป่ายปัดพัลวันและไปสะบัดโดนหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ หญิงสาวชะงักนิ่งสบตาเขา ปัณณธรขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน
“หนูขอโทษ” อินนัดดากล่าวขอโทษแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
สายตาคมดุจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ขอโทษแล้วมันมีอะไรดีขึ้น สิ่งที่มันผ่านไปแล้วมันกลับไปแก้ไขได้ไหม ก่อนจะทำร้ายใครทำไมไม่คิดว่าคนที่ถูกกระทำเขาจะเจ็บปวดมากแค่ไหน” ปัณณธรตะคอกเสียงดังจนฝ่ายที่ตบหน้าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจเริ่มรู้สึกกลัว ก็เธอไม่ได้ตั้งใจ และขอโทษไปแล้วนี่ เขาจะโกรธอะไรนักหนา อีกอย่างมือเธอเล็กนิดเดียวเขาไม่น่าจะเจ็บอะไรมากมายด้วยซ้ำ
“นี่คุณ แค่นี้มันจะเจ็บอะไรนักหนา จะมาตะคอกกันทำไม หนูไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย” หญิงสาวเชิดหน้าเถียงอย่างไม่ลดละ
“เลวทั้งตระกูล” ปัณณธรเค้นเสียงพูดรอดไรฟันออกมาเบาๆ แววตาดุดันของเขาทำให้อินนัดดาดิ้นรนอีกครั้ง เธอรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย
“อ๊าย!” เสียงหวีดร้องของอินนัดดาถูกกลืนหายไปในทันที เมื่อปัณณธรปิดปากช่างเถียงของเธอด้วยริมฝีปากของเขาเอง หญิงสาวดิ้นรนทุบตีร่างใหญ่ที่โถมทับตัวเอง จนร่างของเธอนอนราบไปบนโซฟา ชายหนุ่มฉีกทึ้งดึงชุดไทยประยุกต์ออกจากร่างบางอย่างโกรธจัด ผิวเนื้อขาวผ่องเป็นรอยแดงเมื่อถูกเนื้อผ้าครูดผ่านแรงๆ ไม่นานนักอินนัดดาก็เปล่าเปลือยไปทั้งร่าง ทรงผมที่ถูกเกล้ารวบไว้อย่างเรียบร้อยหลุดลุ่ย ดวงหน้าหวานตกตะลึงและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในดวงตา เธอตกใจกลัว ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องรุนแรงและหยาบคายกับเธอเช่นนี้ มือเล็กพยายามปิดป้องส่วนสงวนของหญิงสาวทั้งล่างบน แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนที่จ้องมองได้
“อืม...รูปร่างเธอดีใช้ได้นี่ ก็ถือว่าคุ้มนะกับเงินที่เสียไป แต่ก็ต้องพิสูจน์ก่อนล่ะนะว่าข้างในมันจะคุ้มหรือเปล่า หรือว่าพรุนจนไม่รู้จะพรุนยังไง แล้วเอามาย้อมแมวขายให้ฉัน”
เพี้ยะ!!
คราวนี้อินนัดดาตั้งใจตบเขาจริงๆจังๆ จนคนโดนหน้าหันเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆจะอาจหาญทำกับเขาแบบนี้ ชายหนุ่มหันหน้ากลับมาจ้องคนที่
นอนหอบหายใจแรงใต้ร่างตนเอง ดวงตากลมโตจ้องเขาเขม็งไม่ยอมหลบ
“ชอบความรุนแรงนักเหรอ คงจะเป็นเหมือนกันทั้งบ้านสินะ ดี! ถ้าชอบแบบนี้ฉันก็จะจัดให้”
“อื๊อ!” อินนัดดาหมดสิทธิ์อุทธรณ์ กลีบปากบางถูกบดขยี้จนต้องยอมเผยอออกเพราะทนความเจ็บไม่ไหว ลิ้นเล็กถูกรุกต้อนเกี่ยวกระหวัดและดูดดึง จนหญิงสาวหายใจหายคอแทบไม่ทัน ร่างใหญ่โถมทับเธอไว้ทั้งตัว มือเล็กทุบข่วนเขาเป็นพัลวัน ก่อนจะถูกรวบตรึงไว้เหนือศีรษะตนเอง แม้เธอออกแรงดิ้นรนเพียงใดก็ไม่อาจหลุดพ้นพันธนาการของคนตัวโตได้
“อื้อๆ” เสียงอู้อี้จากคนที่ถูกรุกรานดังอยู่อีกเพียงครู่เดียวก็เงียบไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อทรวงอกงามถูกบีบฟอนเฟ้นราวกับว่าต้องการลงโทษเด็กดื้อรั้น ท่อนขาแกร่งแทรกลงระหว่างขาเรียวเสลา ปัณณธรจงใจกดความแข็งแกร่งของตนเองแนบชิดกับเนินเนื้อสาว ระหว่างเขาและเธอมีเพียงผ้าขนหนู
ผืนหนาขวางกั้นไว้เท่านั้น
“ปล่อยหนูนะ ไอ้คนบ้ากาม” อินนัดดาคิดว่าตัวเองได้ตะโกนไปสุดเสียง แต่แท้ที่จริงแล้วมันเบาหวิวและสั่นไหวจนคนได้ยินไม่คิดจะใส่ใจ ปัณณธรเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ ขบเม้มไล่มาตามลำคอระหง แล้วซุกไซ้อกอวบอย่างเอาแต่ใจ ปากร้อนรวบดูดยอดอกสีสวยสุดแรงจนร่างบางแอ่นสะท้านเพราะความเจ็บ
“โอ๊ย! ปล่อยนะ ฮึกๆ อย่าทำแบบนี้ หนูกลัว” เสียงหวานเจือสะอื้นอ้อนวอนแผ่วเบา มันอาจจะเบาเกินไปจนคนที่กำลังมัวเมาในความหอมหวานของร่างเย้ายวน ไม่สนใจที่จะหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ มือใหญ่อีกข้างลูบไล้สัมผัสไปทั่วร่างของเธอ อินนัดดารู้สึกกลัวในขณะเดียวกันกลับมีความรู้สึกโหยหาบางอย่าง ความรู้สึกโหยหาที่เธอไม่เคยรับรู้ เหมือนมันหลับใหลอยู่ในตัวเธอมานาน และกำลังถูกปลุกเร้าขึ้นมา โดยที่เธอเองไม่สามารถควบคุมมันได้
“อย่า! อื๊อ...” อินนัดดาร้องห้ามอีกครั้ง แต่ปัณณธรไม่อยากได้ยิน เขาผละจากอกนุ่มหยุ่นอย่างเสียดาย แต่เขารำคาญเสียงสะอื้นและถ้อยคำที่คอยแต่จะห้ามเขาอยู่ตลอดเวลามากกว่า ชายหนุ่มเลือกที่จะดูดซับเสียงนั้นไว้ทั้งหมดด้วยการมอบจูบที่เร่าร้อนให้หญิงสาวเนิ่นนาน“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉัน ร่างกายของเธอเป็นของฉัน ฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้อินนัดดา” ปัณณธรกระซิบเสียงเครียด บอกคนที่หอบหายใจแรงให้รับรู้“หนูจะหย่า หนูไม่แต่งงานกับคุณแล้ว ปล่อยนะ ปล่อย”“ฉันปล่อยเธอไปแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอสูญเสียทุกอย่าง!!”ปัณณธรตะคอกเสียงดัง มือใหญ่จับบ่าบอบบางทั้งสองข้างบีบแน่น อินนัดดาเจ็บจนต้องนิ่วหน้า“แต่ฉันจะปราณี...อย่างน้อย ฉันจะให้เธอได้เหลือลมหายใจกลับไป” ชายหนุ่มยิ้มร้ายกาจ จนอินนัดดารู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ“คุณมันโรคจิต ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอกอินนัดดา แม้แต่ครอบครัวของเธอ พวกเขายังเต็มใจยกเธอให้ฉันเลย”“ปล่อยนะ ไอ้โรคจิต อื๊อ!” ปัณณธรจูบปากเล็กช่างโวยวายอีกครั้ง เร่าร้อนและรุนแรงจนอินนัดดาแทบขาดใจ ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูให้พ้นจากร่างตนเอง ความแข็งแกร่งร้อนผ่าวแนบไปบนต้นขาเนียน และ
“อืม...เร็วอีกนิด” เขาสั่งขณะที่ซุกไซ้ดอมดมไปตามอกอวบที่ตอนนี้ปรากฏรอยอยู่หลายจุดแล้ว“อยากได้ไหม ตรงนี้” นิ้วเรียวใหญ่แทรกเข้าไปในร่องรักรวดเร็วจนหญิงสาวสะดุ้ง แต่คนถูกรุกรานไม่รู้สึกรังเกียจ กลับแหงนเงยหน้าครางเสียงหวานและเร่งจังหวะมือที่กอบกุมความแข็งแกร่งอยู่เร็วขึ้น“คุณปัณ...อ๊ะ!” นิ้วเรียวใหญ่ค่อยๆกดแทรกเข้าในความคับแน่นอุ่นลื่นจนสุด สะโพกสวยแอ่นหยัดรับท้าทาย ถึงจะเจ็บแต่ก็เต็มตื้นซ่านกระสันแทบขาดใจ คนช่ำชองหมุนควานบดบี้ติ่งเล็กสีสวยจนร่างเล็กดิ้นพล่านครางเสียงหลง แล้วขยับรัวดึงนิ้วเข้าออกรุนแรง จนคนที่ถูกกระทำกลัวน้อยหน้า เร่งรัวชักนำให้ชายหนุ่มเดินทางใกล้จุดหมายไปทุกที“อ๊ะ...คุณปัณ ช่วยด้วย หนูอื๊อ...อ๊า” อินนัดดาแหงนเงยหน้าส่ายสะบัด สะโพกสวยขยับรับการจุ่มจ้วงจากนิ้วเรียวใหญ่ มือเล็กขยับเร็วแรงให้เท่าเทียมกับจังหวะที่ตัวเองถูกรุกราน ปัณณธรจ้องมองท่าทางและสีหน้าของหญิงสาวอย่างสมใจ เขาใกล้จะแตะปลายทางของเกมรักแล้ว และก็รับรู้ได้ว่าอินนัดดาก็ไม่ต่างจากเขา เพราะร่องรักที่แสนจะคับแน่นของเธอกำลังตอดรัดนิ้วของเขาเป็นจังหวะ“ใกล้แล้วใช่ไหมอิน ชอบไหม”“อ๊า! ชอบค่ะ” อินนัดดาสูญสิ้นควา
“คุณปัณอ่ะ ไม่ถนอมเจ้าสาวเลย ดูซิผิวสวยๆเป็นรอยหมดเลย นี่พวกแกจำได้ไหมเดือนที่แล้วที่เราไปแต่งหน้าในงานแฟชั่นโชว์อ่ะ ยายลิซน่ะก็มีรอยอย่างนี้หนึ่งรอย หล่อนนะโม้ใหญ่เลยว่าเป็นรอยที่คุณปัณฝากไว้ เพื่อแสดงว่าเขาเป็นเจ้าของหล่อน ฉันล่ะอยากให้นางมาเห็นเสียจริง ว่าคนที่คุณปัณเขาแสดงความเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วน่ะ คือคุณอินเจ้าสาวคนสวยคนนี้เท่านั้น ใช่ไหมคะคุณอิน” อินนัดดาจ้องหน้าคนพูดนิ่ง อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่ได้ภูมิใจกับร่องรอยที่เกิดจากฝีมือเขาสักนิดหรอก สาวประเภทสองอ้าปากค้างเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกแซวไม่มีท่าทางว่าจะรับมุขของตัวเอง“เอ่อ...คุณอินคะ เขาลือกันว่าคุณปัณน่ะ เอ่อ...” สาวประเภทสองอีกคนขยับเข้าใกล้เธอ กระซิบกระซาบถามเบาๆ“บิ๊กเบิ้มแล้วก็อึดมาก แถมยังท่ายากเยอะนะคะ เป็นอย่างนั้นจริงๆไหมคะ” คนถูกถามหน้าแดงเรื่อ หญิงสาวถอนหายใจหนักหน่วง ตีหน้าขรึมกวาดสายตามองทุกคนที่จ้องตัวเอง รอคำตอบกันอย่างใจจดจ่อ เธอเพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานกับเขาวันนี้นะ พวกนี้คิดว่าเธอมีอะไรกับเขาแล้วหรือยังไง“ไม่ทราบค่ะ” อินนัดดาตอบคำถามเสียงดังและห้วน บรรดาช่างแต่งหน้าทำผมต่างทำหน้าเลิกลั่ก แล้วต่
“นี่คุณแม่ฉัน” อินนัดดาเหวอไปชั่วขณะ รีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน“สวัสดีค่ะ” มือเล็กกระพุ่มไหว้อย่างงดงาม ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มจริงใจและรู้สึกได้ถึงความกังวลใจที่อีกฝ่ายมองมาที่ตน“แม่ยินดีรับหนูมาเป็นลูกสะใภ้นะ ขอโทษด้วยที่เมื่อเช้าไม่ได้มาร่วมงาน พอดีคุณหมอนัดตรวจน้องปานน่ะจ้ะ” อินนัดดาพยักหน้ารับทราบ ก็เธอกับปัณณธรแต่งงานกันราวกับสายฟ้าแลบ มันเร็วจนเธอยังเองยังตั้งตัวไม่ทันเลย แล้วคนอื่นใครเขาจะไปเตรียมตัวทัน“ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง”“อุ๊ย! เรียกแม่เถอะจ้ะ อ้อ...นี่น้องปานเป็นน้องสาวของตาปัณ สุดรักสุดหวงของเขา เอ่อ...น้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพนิดหน่อย”“พอแล้วครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะให้คนพาคุณแม่กับน้องไปพักผ่อนที่บ้านเรานะครับ” ปัณณธรตัดบทสนทนาของทั้งสอง ในขณะที่ปานรักยิ้มหวานมองหน้าคนนั้นคนนี้คุยกัน โดยที่หญิงสาวไม่พูดอะไร“คุณพ่อไม่ให้ค้างจ้ะปัณ เดี๋ยวแม่จะพาน้องกลับเลย น้องปานคิดถึงคุณพ่อใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ น้องปานคิดถึงคุณพ่อ พี่ปัณจะพาเจ้าสาวสวยๆไปอยู่กับน้องปานใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามขณะที่จ้องหน้าพี่สะใภ้ของตนเองอย่างชื่นชม“เอาไว้พี่จะพาคุ
“กลัวทำไม มันเป็นเรื่องปกติ ฉันจะสอนเธอให้รู้ทุกอย่าง ให้รับรู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ตำแหน่งเมียของเธอสำหรับฉันแล้ว มีหน้าที่แค่นอนแผ่บำเรอร่างกายให้ฉันเท่านั้น”“ไม่! อย่ามาทำแบบนี้กับหนูนะ” อินนัดดากลัวขึ้นมาจับใจ เขาเป็นบ้าอะไรกัน ดวงตาดุดันและหน้าตาเอาเรื่องนั่น ทำให้หญิงสาวหวาดกลัว"ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เสียงทุ้มแผดลั่น ขณะที่ร่างใหญ่โตก้าวย่างช้าๆเข้าหาร่างเล็กที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง ซึ่งโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ เตียงสำหรับคู่บ่าวสาวในคืนแต่งงานคืนแรก"แล้วหนูไปเกี่ยวอะไรด้วย หนูไม่เคยทำร้ายใคร คุณจะมาทำร้ายหนูทำไม" อินนัดดาตอบโต้ด้วยเสียงไม่เบานักเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงหงอๆที่จะยอมใครไปเสียทุกเรื่องหรอกนะ ที่ยอมแต่งงานด้วยก็เพราะเหตุผลทางธุรกิจตามที่คุณอาขอร้อง ก็เหมือนคู่อื่นทั่วไปที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ และต้องอาศัยเกื้อกูลกันเท่านั้นแหละ"เพราะเธอเป็นครอบครัวเดียวกับมัน" ปัณณธรหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์ผิดเล็กน้อย เพราะจากที่คิดว่าอินนัดดาจะพูดแล้วเข้าใจอะไรง่ายๆ แต่เธอกลับโวยวายไม่ยอมทำตามที่เ
“หึๆ...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าครอบครัวเธอหมกเม็ดอะไรกันอยู่ เธอทำให้ฉันเสียเวลามากเกินไปแล้ว”“อื๊อ!” เสียงหวานถูกดูดซับด้วยริมฝีปากหยักได้รูป จุมพิตเร่าร้อนรุนแรง ไม่อ่อนหวานซาบซ่านเหมือนอย่างที่เพื่อนๆแซวไว้สักนิดความช่ำชองและมากประสบการณ์ของอีกฝ่ายทำให้อินนัดดาพ่ายแพ้ กายสาวบิดเร่าแอ่นรับทุกสัมผัสจากเขา ทุกสัมผัสดุดันรุนแรง แต่กระนั้นก็ยังปลุกอารมณ์เร้นลับในกายสาวให้ลุกโชติได้ปากร้อนลามเลียไปตามผิวเนื้อสาว ตีตรารอยราคีให้เด่นชัดทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อ ร่างเล็กสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกขบเม้มด้วยฟันซี่สวย หากแต่อารมณ์หวามที่โหมกระพือรุนแรงทำให้อินนัดดาไม่ดิ้นรนผลักไส เธออยากได้บางอย่างจากปัณณธร อยากให้เขาปลดปล่อยเธอจากความทรมานที่แสนอึดอัด“อื๊อ! คุณปัณ” เสียงกระเส่าของคนใต้ร่างทำให้คนที่ซุกไซ้อยู่กับอกอวบเหยียดยิ้ม ใบหน้าสากระคายเลื่อนต่ำลงสู่เนินเนื้อล่อตาล่อใจ ขาเรียวถูกจับแยกกว้างอวดความงามสีสดท้าทายสายตาคนมอง ปัณณธรไม่อ่อนโยนสักนิด ผิวเนื้อนิ่มถูกฉกชิมขบเม้มรุนแรงตามอารมณ์ร้อนและร้าย มือใหญ่จับตรึงสะโพกมนแน่น ปากและลิ้นของเขาทำให้กายสาวสั่นระริก สัมผ
“คิดว่าฉันไม่เกลียดเธอหรือไง” ปัณณธรตะคอกเสียงดัง เขาถอดถอนตัวเองออกจากความอุ่นนุ่ม ไม่มีการปลอบประโลม ไม่มีสัมผัสออดอ้อนเอาใจ ชายหนุ่มผละจากร่างบอบช้ำ ลุกขึ้นไปยืนข้างเตียง อินนัดดาพลิกกายนอนตะแคงหันหลังให้เขาทันที หญิงสาวขดตัวกอดตัวเองไว้แน่น แผ่นหลังเนียนสะท้านไหวบอกให้รู้ว่าเจ้าของมันกำลังสะอื้นไห้ ดวงตาคมเหลือบเห็นร่องรอยความบริสุทธิ์ของเธอ เขาเมินหนีรอยด่างดวงสีแดงนั่น บอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจอย่าสงสาร แต่หัวใจกลับกระตุกวูบไหวปัณณธรเสยผมแรงๆสองสามครั้ง แล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำไปทันที ความหวานหอมของร่างแน่งน้อยบนเตียงทำให้เขาอยากกระโจนเข้าหาเธออีก หัวใจที่คิดว่าเคียดแค้นนักหนาทำไมถึงได้อ่อนยวบลงได้ ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินหนีไป ก่อนที่กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมากางกั้นระหว่างเขาและเธอจะสั่นคลอนประตูห้องน้ำที่ปิดเสียงดัง ทำให้อินนัดดาสะดุ้ง ทำนบน้ำตาพังทลายไหลบ่าเป็นสายอีกครั้ง บริษัทของพ่อกำลังจะตกเป็นของคนอื่น เธอไม่ได้เสียดายมูลค่าของมัน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมอาแท้ๆถึงได้ปิดบังเธอ แล้วยังผลักไสให้เธอมาแต่งงานกับผู้ชายโหดร้ายคนนี้ ไหนใครๆก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดใ
“อื้อ คุณปัณอย่าค่ะ” ร่างเปล่าเปลือยพยายามดิ้นรนหนีจากการรุกราน หากแต่อารมณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในทำให้อินนัดดาเริ่มคล้อยตามสัมผัสจาบจ้วงของเขา ทรวงอกอวบถูกครอบครองดูดกลืนขบเม้ม อีกข้างถูกบีบเคล้นราวกับต้องการให้แหลกคามือ“หนูกลัว” ร่างเล็กสั่นสะท้าน บอกความรู้สึกจริงๆออกไป หวังเพียงให้เขาปราณีไม่ข่มเหงเอาแต่ใจเหมือนคืนแรกของการเข้าหอ“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากให้เธอรู้สึก” ปัณณธรกดเสียงต่ำรอดไรฟัน เขาผละจากเธอไปครู่เดียวเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตน ก่อนจะโถมร่างมาทับเธอไว้อีกครั้ง“คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ ปล่อยหนูนะ กรี๊ด!!!” ความใหญ่โตแข็งแกร่งที่แทรกลึกเข้ามากลางร่างทั้งที่เพิ่งถูกโหมโรงไปเพียงนิด ทำให้อินนัดดากรีดร้องเสียงหลง หญิงสาวจิกข่วนแผ่นหลังกว้างจนเป็นรอยยาว ปัณณธรไม่รั้งรอที่จะเร่งสะโพก โหมแรงถาโถมใส่ร่างเล็ก ชายหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าที่ทำอยู่เพราะอยากทำร้าย หรือเพราะต้องการเธอจนแทบจะลงแดงตายกันแน่ความเจ็บแปลบกลางกายค่อยๆเลือนหายไป ความวาบหวิวก่อตัวขึ้นทีละนิด จนที่สุดแล้วอินนัดดาเริ่มขยับสะโพกรับทุกจังหวะการกดแทรกลงมากลางกายตน ความคั
“ขอบคุณค่ะ” ปัณณธรยิ้มใส่นัยน์ตาคู่สวย เขาไม่ปล่อย สองสัปดาห์มันนานราวกับสองร้อยปี“หายดีแล้วเหรอ” วงแขนแข็งแรงฉวยโอกาสในตอนที่หญิงสาวกำลังตกใจ ช้อนอุ้มร่างบางแนบอกแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่ อินนัดดาตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดิ้นรน เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเขา บิดาและมารดาของปัณณธรเล่าเรื่องราวต่างๆของเขาให้เธอฟังมากมายตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวดีๆและนิสัยที่แท้จริงของเขาที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน แม้กระทั่งปานรักเองก็อวยและชมพี่ชายอยู่ตลอด ทั้งสามคนขอโอกาสให้เขาได้แก้ตัว ขอให้เธอยกโทษให้เขา อินนัดดารู้สึกว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกฝังลงในสมองของเธอแล้ว“คุณแม่บอกว่าต้องทานตอนร้อนๆค่ะ คุณปัณจะทานเลยไหม หนูจะเอาไปใส่ถ้วยให้” อินนัดดาเอ่ยถามเมื่อเขานั่งลงที่โซฟาแต่ไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เลยกลายเป็นว่าเธอต้องนั่งอยู่บนตักเขานิ่งๆ“ยังไม่อยากกิน” ปัณณธรตอบเสียงเบา เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ‘คนสำคัญ’ ที่มารดาบอกคือผู้หญิงคนนี้ บางทีคงถึงเวลาที่เขาจะต้องปล่อยวางความโกรธแค้นแล้วกลับมายอมรับความจริงได้แล้ว“ไม่กลัวฉันเหรอ” คนตัวโตหยั่งเชิงถาม และรอคอยคำ
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งทำงานมาตั้งแต่เที่ยง เหลือบมองนาฬิกาที่ผนังมันบอกเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว สักครู่คนรับใช้คงเอาอาหารมาส่ง ชายหนุ่มเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน เลื่อนประตูกระจกเปิดออกแล้วก้าวเท้าเดินออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ยามเย็นระเบียงไม้กว้างเชื่อมต่อกับหลังบ้าน ภาพขุนเขาน้อยใหญ่สลับซ้อนอยู่เบื้องหน้า สายลมเย็นพัดเอื่อย ความเงียบสงบทำให้ปัณณธรพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง เขานั่งลงตรงเก้าอี้ไม้โยก เอนหลังและหลับตาลงพักสายตา เรื่องงานไม่ได้หนักหนาเกินไปสำหรับเขาหรอก เขาไม่ได้เหนื่อยล้าเพราะงาน หากแต่เหนื่อยล้าเพราะหัวใจ หัวใจที่กำลังสับสน การได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่เขาได้มาเป็นภรรยาด้วยความเคียดแค้น ทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว อินนัดดาอ่อนหวานแต่ไม่ได้อ่อนแอ เธอพยายามถามหาสาเหตุที่เขาทำร้ายอยู่ตลอด ไม่ได้ก้มหน้าก้มตายอมให้เขาทำร้ายอย่างเดียว แต่ด้วยแรงที่น้อยกว่าทำให้เธอไม่สามารถโต้ตอบอะไรเขาได้ ตอนนี้เธอคงรู้แล้ว รู้ถึงสาเหตุที่เขาทำร้ายเธอ ถึงได้ยอมอยู่ที่นี่โดยไม่ร้องขออยากกลับบ้าน อยู่เพื่อช่วยเหลือปานรักของสาวของเขา“เหนื่อยเหรอลูก” เสียงมารดาปลุกให้ปัณณธรตื่นจากห
“คงไม่ได้เป็นคำขอที่มากเกินไป หากผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก เพื่อให้ปานได้ค่อยๆยอมรับอดีต คุณสะดวกไหม” ก้องภพยิ้มกว้าง พยักหน้ายอมรับอย่างง่ายดาย อย่างน้อยเขาก็ได้มีโอกาสไถ่โทษให้คนในครอบครัวอานนท์ยิ้มให้ชายหนุ่มเช่นกัน เขาตัดสินใจที่จะไม่แจ้งความเอาผิดกับชัชชัย เพราะห่วงความรู้สึกของปานรักที่ต้องไปให้ปากคำ แค่นี้ลูกสาวของเขาก็บอบช้ำมากพอแล้ว หากต้องไปเผชิญหน้าและเล่าเรื่องราวที่เลวร้ายนั้นอีก ปานรักอาจจะแย่ไปกว่านี้ก็ได้ อำนาจเงินของเขามีมากพอที่ปิดเรื่องทุกอย่างให้เงียบได้โดยง่าย และวันนี้เขาตัดสินใจจะลองรักษาลูกสาวด้วยวิธีการของตัวเอง การรักษาที่จะทำให้ลูกสาวเขาเข้มแข็งขึ้น ยอมรับความจริงมากขึ้นก้องภพอยู่ดูแลน้องสาวจนกระทั่งอินนัดดาอาการดีขึ้น ปานรักออกจากโรงพยาบาลไปหลายวันแล้ว แต่ปรางทิพย์และอานนท์ก็ยังเทียวมาเยี่ยมลูกสะใภ้อยู่ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น ผิดกับสามีของคนป่วยที่ไม่มาให้คนป่วยเห็นหน้าเลย“หนูอยากกลับบ้านจังเลยพี่ก้อง” อินนัดดานั่งพิงหมอนที่หัวเตียง ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปด้านนอกห้อง ก้องภพขยับตัวลุกข
คนไข้บอบช้ำไปทั้งร่าง เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ต้องให้ร่างกายได้พักฟื้นสักระยะนะคะ หมอเกรงว่าเป็นแบบนี้บ่อยๆ เธออาจจะมีอาการหวาดกลัวการมีเพศสัมพันธ์ได้ หมอให้ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบแล้วก็ยาฆ่าเชื้อแล้ว พรุ่งนี้อาการน่าจะดีขึ้น ต่อไปควรระมัดระวังและทะนุถนอมคนไข้มากกว่านี้นะคะคุณหมอคงนึกว่าเขาเป็นสามีของน้องสาว จึงกล่าวคำแนะนำอย่างหวังดีในตอนท้าย ก้องภพได้แต่พยักหน้ารับและกล่าวคำขอบคุณ ชายหนุ่มถอนหายใจแรง เขาเฝ้ามองอินนัดดาตั้งแต่คุณหมอเดินออกจากห้องไปตั้งนานแล้ว สงสารที่ผู้หญิงตัวเล็กๆต้องมาเป็นที่ระบายความแค้นของปัณณธร ถ้าหากคืนนั้นเขาไปช่วยปานรักไม่ทันล่ะ ปัณณธรจะไม่ฆ่าอินนัดดาทิ้งหรอกหรือเสียงเคาะประตูทำให้ก้องภพลุกขึ้นยืนหันมองไปทางประตู ปรางทิพย์และอานนท์เปิดประตูเดินเข้ามา“หนูอินเป็นยังไงบ้างคุณก้อง” ปรางทิพย์มองดูใบหน้าซีดเซียวของลูกสะใภ้แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้“อินไข้ขึ้นสูงแล้วก็มีอาการบอบช้ำไปทั้งร่างกายครับ ตอนนี้ก็มีเพ้อบ้างเป็นบางครั้ง แต่คุณหมอให้ยาแล้ว พรุ่งนี้เช้าน่าจะดีขึ้นครับ” ปรางทิพย์พยักหน้ารับฟัง อยากจะถามถึงสา
“ตาปัณทำไมทำนิสัยแย่ๆแบบนี้กับแขกฮึ ถึงคุณก้องเขาจะอายุน้อยกว่าเรา แต่เขาก็มีศักดิ์เป็นพี่ภรรยา ต้องให้เกียรติเขานะลูก” ปรางทิพย์บ่นให้ลูกชายตัวดี ปัณณธรไหวไหล่เล็กน้อย คนเป็นแม่จึงได้แต่ถอนหายใจปลงๆ“ปานเป็นยังไงบ้างครับแม่” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากฟังคุณนายแม่บนไปมากกว่านี้“ก็ดีขึ้นแล้ว คุณหมอให้ยานอนหลับ น้องจะได้พักผ่อน ตอนนี้ก็หลับอยู่ แม่กับพ่อแวะกลับมาดูเรา อีกสักหน่อยก็ว่าจะกลับไปหาน้องแล้ว ปัณจะไปด้วยไหม”“เอ..แต่หนูอินไม่สบายอยู่นี่ ใครจะอยู่เป็นเพื่อนล่ะ พรุ่งนี้ปัณค่อยไปหาน้องก็ได้” อานนท์เป็นห่วงลูกสะใภ้จึงไม่อยากให้ลูกชายไปด้วย เพราะยังไงพรุ่งนี้ปานรักก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว“ไม่สบายนิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอกครับ ผมอยากไปดูว่าน้องไม่เป็นไรจริงๆ” ผู้สูงวัยสองคนสบตากันแล้วพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกันอากาศหลังตะวันตกดินค่อนข้างเย็น ก้องภพเดินออกมาจากห้องพักที่เจ้าของบ้านใจดีจัดให้พักบนบ้านไม้หลังใหญ่ชายคาเดียวกัน ชายหนุ่มเดินออกมาดื่มด่ำกับบรรยากาศยามโพล้เพล้ สอบถามจากเด็กรับใช้ในบ้านจึงรู้ว่าเจ้าของบ้านทั้งสามไปหาป
เขาย้ำว่าไม่ทำเหมือนคืนนั้นก็จริง ไม่รุกล้ำล่วงเกิน แต่ทุกสัมผัสรุกรานช่างหวามไหวจนกายสาวสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า เขาปรนเปรอร่างเล็กด้วยนิ้วเรียวและลิ้นร้อน และเธอก็ตอบสนองเรียกร้องอย่างน่าอาย ยอมแม้กระทั่งปรนเปรอตอบแทนตามที่เขาร้องขอ จนที่สุดมุทิตาก็หลับใหลไปในอ้อมกอดของคุณหมอหนุ่มด้วยความอ่อนเพลีย ต้นตะวันกอดกระชับร่างบางแนบอก กดจูบที่ขมับสวยชื้นเหงื่อแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงคนนี้ มุทิตาเป็นของเขาคนเดียว“คุณเป็นใคร ทำไมลูกปานเห็นคุณแล้วถึงได้เป็นแบบนี้” ปรางทิพย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน มองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจเหมือนเธอและสามี“ผมชื่อก้องภพครับ เป็นพี่ชายของอิน ตั้งแต่อินแต่งงานไปผมติดต่อน้องสาวไม่ได้เลย คุณลุงชัชบอกว่าคุณปัณอาจจะพาอินมาพักผ่อนที่นี่ ผมเลยมาตามหาน้องครับ” อานนท์กับปรางทิพย์สบตากัน รู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่าลูกชายพาอินนัดดาไปพักที่บ้านสวนปานรักเพื่ออะไร“ตาปัณพาหนูอินไปพักผ่อนที่บ้านสวน ไม่ได้มาที่นี่หรอกคุณก้องภพ แต่ตอนนี้สองคนนั่นกำลังเดินทางมาที่นี่ หากคุ
“หยุดกรีดร้องโวยวายเสียงดังได้แล้ว พรุ่งนี้ผมไม่อยากโดนแซวว่าเล่นท่ายากจนคู่ขาเสียวหนักกรี๊ดลั่นคอนโด” มุทิตาถลึงตาใส่คนที่ทับตัวเองอยู่ หญิงสาวทุบตีบ่ากว้างและผลักไสเขาสุดแรง ต้นตะวันยิ้มใส่ตากลมโต“ผมจะปล่อยถ้าม่อนยอมอยู่เงียบๆ แล้วฟังผมบ้าง” มุทิตากลอกตาไปมา ครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก็พยักหน้ารับ เมื่อต้นตะวันเอามืออกจากปากเธอ หญิงสาวก็อ้าปากราวกับเตรียมพร้อมจะโวยวาย ชายหนุ่มจึงโน้มใบหน้าลงชิดปิดเสียงโวยวายนั้นด้วยริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวดิ้นรนในตอนแรก แต่แล้วก็ถูกคนช่ำชองล่อหลอกด้วยจุมพิตแสนหวาน ต่างคนต่างจมดิ่งลงสู่ความหวานหวาม มุทิตาจูบตอบหยอกล้อลิ้นสากที่เกี่ยวรัดลิ้นเล็กของตน ต้นตะวันครางในลำคออย่างพอใจ“คราวนี้จะพูดดีๆได้หรือยัง” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามในตอนที่ถอนริมฝีปากออกมาแล้ว แต่ยังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากสีเรื่อ มุทิตาหอบหายใจแรงราวกับขาดอากาศหายใจมานาน ใบหน้านวลแดงเรื่อ เธอใช้กำปั้นเล็กทุบอกคนขโมยจูบ“จะพูดอะไรก็พูดมาสิ ทำไมต้องจูบด้วย” เสียงหวานกระเง้ากระงอด“ก็เมื่อกี้ม่อนจะโวยวายไง” มุทิตากลอกตาขึ้นแล้วเบ้ปาก“ฉันจะบอกว่
“ครับคุณ” มุทิตาโกรธกับท่าทางยียวนของอีกฝ่าย หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เอื้อมมือไปเปิดประตูรถอีกครั้ง แต่ก็ถูกต้นตะวันผลักให้ปิดเหมือนเดิม ชายหนุ่มรีบแย่งกุญแจรถมาไว้ในมือพร้อมกับกดล็อกอย่างรวดเร็ว“ไอ้หมอบ้า...ทำอะไรน่ะ ฉันจะกลับบ้านนะ” มุทิตาเงยหน้าสบตาคนตัวโตวาดแว้ดๆ อยากจะโผเข้าไปทุบตีเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ เพราะไม่อยากเข้าใกล้ ไม่ยากสัมผัส แค่เห็นเขาในระยะใกล้หัวใจเธอก็เต้นโครมครามจนน่ากลัว“ม่อน...เราต้องคุยกัน”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” มุทิตาสะบัดหน้าหนี“มีสิ เยอะด้วย มานี่” ต้นตะวันจับข้อมือของอีกฝ่ายดึงให้เดินตาม มุทิตาขืนตัวสุดฤทธิ์ หญิงสาวอ้าปากจะตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ได้แค่อ้าค้างไว้เท่านั้น เพราะนิ้วเรียวที่ชี้หน้าตน สายตาดุดัน และมาพร้อมกับคำขู่ที่ทำให้เธอต้องหุบปากฉับ“อยากให้คนอื่นรู้นักหรือไงว่าเราได้กันแล้ว”ไอ้หมอบ้า จะพูดเสียงดังทำไม มุทิตาถลึงตาใส่คนพูด แล้วกวาดสายตามองรอบกาย ยังดีที่ตอนนี้ยังไม่ใกล้เวลาผับปิด จึงไม่ค่อยมีผู้คนอยู่บริเวณลานจอดรถเท่าไร“คุยกันตรงนี้ก็ได้” หญิงสาวพูดเสียงอ่อนเสียงหวา
ในเช้าสดใส...ร่างบางพลิกกายไปมาบนเตียงกว้าง สองสัปดาห์แล้วที่เธอเอาแต่เก็บตัวอยู่กับบ้าน นับจากวันที่เธอกลับมาจากบ้านสวนปานรัก มุทิตาผุดลุกขึ้นนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ หญิงสาวเหลียวมองไปรอบห้องนอนกว้าง บิดาของเธอบอกให้ไปทำงานที่บริษัทปัณณธรกรุ๊ปได้แล้ว แต่เธอยังอิดออด อ้างว่าขอพักผ่อนต่ออีกสักนิด บิดาผู้ตามใจเธอมาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่ได้รบเร้าอะไรอีก เสียงเตือนข้อความเข้าของโปรแกรมแชทผ่านโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มุทิตาหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างหัวเตียง วาดนิ้วเลื่อนอ่านข้อความของกลุ่มเพื่อนสนิท วีว่า:แกเลื่อนมาหลายวันแล้วนะม่อน เจี๊ยบสวยเริ่ด:ใช่ๆ...คืนนี้เลยแก ที่นี่เด็ด มีน:เด็ดยังไงวะ เจี๊ยบสวยเริ่ด:ผู้ชายหล่อเพียบ วีว่า:ผู้ชายหรือเก้งกวาง...เอาให้แน่ เจี๊ยบสวยเริ่ด:ผู้ชายย่ะ มีน:คืนนี้เจอกันนะม่อน อ่านแล้วอย่าเงียบ ตอบ!! มุทิตาพ่นลมหายใจออกยื