“คุณปัณอ่ะ ไม่ถนอมเจ้าสาวเลย ดูซิผิวสวยๆเป็นรอยหมดเลย นี่พวกแกจำได้ไหมเดือนที่แล้วที่เราไปแต่งหน้าในงานแฟชั่นโชว์อ่ะ ยายลิซน่ะก็มีรอยอย่างนี้หนึ่งรอย หล่อนนะโม้ใหญ่เลยว่าเป็นรอยที่คุณปัณฝากไว้ เพื่อแสดงว่าเขาเป็นเจ้าของหล่อน ฉันล่ะอยากให้นางมาเห็นเสียจริง ว่าคนที่คุณปัณเขาแสดงความเป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วน่ะ คือคุณอินเจ้าสาวคนสวยคนนี้เท่านั้น ใช่ไหมคะคุณอิน” อินนัดดาจ้องหน้าคนพูดนิ่ง อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่ได้ภูมิใจกับร่องรอยที่เกิดจากฝีมือเขาสักนิดหรอก สาวประเภทสองอ้าปากค้างเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกแซวไม่มีท่าทางว่าจะรับมุขของตัวเอง
“เอ่อ...คุณอินคะ เขาลือกันว่าคุณปัณน่ะ เอ่อ...” สาวประเภทสองอีกคนขยับเข้าใกล้เธอ กระซิบกระซาบถามเบาๆ
“บิ๊กเบิ้มแล้วก็อึดมาก แถมยังท่ายากเยอะนะคะ เป็นอย่างนั้นจริงๆไหมคะ” คนถูกถามหน้าแดงเรื่อ หญิงสาวถอนหายใจหนักหน่วง ตีหน้าขรึมกวาดสายตามองทุกคนที่จ้องตัวเอง รอคำตอบกันอย่างใจจดจ่อ เธอเพิ่งจะเข้าพิธี
แต่งงานกับเขาวันนี้นะ พวกนี้คิดว่าเธอมีอะไรกับเขาแล้วหรือยังไง
“ไม่ทราบค่ะ” อินนัดดาตอบคำถามเสียงดังและห้วน บรรดาช่างแต่งหน้าทำผมต่างทำหน้าเลิกลั่ก แล้วต่างพากันเงียบกริบตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อ โดยไม่มีใครพูดอะไรอีก แต่ก็ยังไม่วายทำปากยื่นขมุบขมิบต่อว่ากัน
อินนัดดาใจเต้นรัวเมื่อคิดถึงสิ่งที่ปัณณธรทำกับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทุกสัมผัสจากเขายังทิ้งร่องรอยและความร้อนผ่าวไว้บนผิวกาย คืนนี้เธอจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้างล่ะ แล้วไอ้สรรพคุณที่เหล่าสาวประเภทสองบอกเมื่อสักครู่นี้ล่ะ อย่างน้อยเธอก็รู้แล้วล่ะว่าอะไรๆของเขามันบิ๊กเบิ้มจริงๆ แต่ไอ้อึดมากกับท่ายากเยอะนี่สิ เธอจะได้พิสูจน์คืนนี้แล้วใช่ไหม อินนัดดาพ่นลมหายใจออกเบาๆ จะมีทางออกให้เธอไหม ทางออกที่จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสองในค่ำคืนนี้
งานเลี้ยงสมรสระหว่างนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้มีทรัพย์สินหลายพันล้านบาท กับหลานสาวเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เป็นที่จับตามองของหลายๆคน เจ้าบ่าวในชุดสูททักซิโด้สีดำผูกหูกระต่ายสีขาวสุดหรู ยืนเคียงข้างกับเจ้าสาวร่างเล็กในชุดแต่งงานเกาะอกเน้นสัดส่วนช่วงบน กระโปรงยาวฟูฟ่อง ช่างภาพและนักข่าวต่างกดรัวชัตเตอร์ชนิดที่ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว มือใหญ่กุมมือเล็กเดินรอบงานเพื่อกล่าวขอบคุณ และร่วมถ่ายรูปกับแขกผู้มีเกียรติ ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมและแวดวงธุรกิจของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
“เหนื่อยไหมอิน” เพียงเพ็ญเพิ่งมีโอกาสเข้าใกล้หลานสาว ในตอนที่ปัณณธรจับจูงเจ้าสาวเดินมาที่โต๊ะสำหรับแขกวีไอพี อินนัดดายิ้มหวานอย่างยากเย็น เธออยากตอบไปว่าเหนื่อยเหลือเกิน แต่ทำได้แค่ยิ้มแล้วตอบปฏิเสธไป
“ไม่ค่ะ เอ่อ...อาเพ็ญคะ พี่ก้องอยู่ไหนคะ หนูไม่เห็นตั้งแต่งานเช้าแล้ว” อินนัดดาถามถึงพี่ชายที่อายุมากกว่าเธอสามปีและเป็นครอบครัวเดียวกับเธอ ก้องภพ...เป็นหลานของชัชชัย และได้เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเธอตั้งแต่ตอนที่เพียงเพ็ญและชัชชัยแต่งงานกัน บิดาและมารดาของชายหนุ่มแยกทางกันตั้งแต่เขายังเด็ก ชัชชัยจึงรับเอาก้องภพมาเป็นบุตรบุญธรรม เพราะตัวเองไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้ มารดาของก้องภพเป็นน้องสาวของชัชชัย เมื่อแยกทางกับสามีแล้วจึงแต่งงานใหม่กับเจ้าของโรงแรมหรูอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ทำธุรกิจการท่องเที่ยวมีเรือสำราญอยู่หลายลำไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ทุกวันนี้ชายหนุ่มเทียวไปเทียวมา เพราะต้องคอยมาดูแลกิจการช่วยลุง และต้องกลับไปบริหารกิจการช่วยมารดาด้วย เนื่องจากบิดาเลี้ยงอายุมากแล้ว จึงมีเพียงมารดาและเขาที่คอยดูแลบริหารงานทุกอย่างให้
“พี่ก้องเขาเพิ่งบินมาถึงช่วงบ่ายน่ะลูก เห็นว่าเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ เดี๋ยวคงมาถึงแหละ”
“มานี่” อินนัดดาถูกกระตุกดึงมือแรงๆ เสียงกระซิบออกคำสั่งจากเจ้าบ่าวทำให้เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไรนัก
“เบาๆก็ได้ เป็นโรคจิต ชอบใช้ความรุนแรงหรือไง” เจ้าสาวตัวเล็กถลึงตามองเจ้าบ่าวแล้วกระซิบเบาๆให้ได้ยินกันสองคน ปัณณธรไม่โต้ตอบ เขากุมมือเล็กไว้แน่น แล้วหันมาพูดกับเพียงเพ็ญและแขกร่วมโต๊ะ
“ผมขอตัวพาเจ้าสาวไปแนะนำให้แขกคนสำคัญของผมรู้จักหน่อยนะครับ” ปัณณธรไม่รอคำอนุญาตจากใคร เขาจงใจออกเดินนำไปก่อน ก้าวยาวๆจนคนที่ถูกดึงรั้งให้ก้าวตามแทบจะเดินไม่ทัน
“พี่ปัณมาแล้ว เจ้าสาวพี่ปัณสวยที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาววัยไล่เลี่ยกันกับอินนัดดาตรงรี่เข้ามาจับแขนของเธอแล้วเขย่าอย่างดีอกดีใจ
“ว่าไงคะ...น้องปาน วันนี้งอแงไหม” ปัณณธรลูบศีรษะปานรัก น้องสาวเพียงคนเดียวของเขา ที่อายุห่างกันถึงสิบสี่ปี หญิงสาวจับมือใหญ่ของพี่ชายมาแนบแก้มตนเอง แล้วยิ้มจนตาหยี
“น้องปานไม่งอแงสักนิดค่ะ ทานยาครบตามที่พี่ปัณสั่งไว้ ใช่ไหมคะคุณแม่” ปานรักหันไปยิ้มให้มารดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน ปรางทิพย์ยิ้มเล็กน้อยแล้วพยัก
หน้า หญิงสาวสูงวัยที่ดูท่าทางอิดโรยหันมายิ้มให้เจ้าสาวอย่างอ่อนโยน
“นี่คุณแม่ฉัน” อินนัดดาเหวอไปชั่วขณะ รีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน“สวัสดีค่ะ” มือเล็กกระพุ่มไหว้อย่างงดงาม ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มจริงใจและรู้สึกได้ถึงความกังวลใจที่อีกฝ่ายมองมาที่ตน“แม่ยินดีรับหนูมาเป็นลูกสะใภ้นะ ขอโทษด้วยที่เมื่อเช้าไม่ได้มาร่วมงาน พอดีคุณหมอนัดตรวจน้องปานน่ะจ้ะ” อินนัดดาพยักหน้ารับทราบ ก็เธอกับปัณณธรแต่งงานกันราวกับสายฟ้าแลบ มันเร็วจนเธอยังเองยังตั้งตัวไม่ทันเลย แล้วคนอื่นใครเขาจะไปเตรียมตัวทัน“ขอบคุณค่ะคุณผู้หญิง”“อุ๊ย! เรียกแม่เถอะจ้ะ อ้อ...นี่น้องปานเป็นน้องสาวของตาปัณ สุดรักสุดหวงของเขา เอ่อ...น้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพนิดหน่อย”“พอแล้วครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะให้คนพาคุณแม่กับน้องไปพักผ่อนที่บ้านเรานะครับ” ปัณณธรตัดบทสนทนาของทั้งสอง ในขณะที่ปานรักยิ้มหวานมองหน้าคนนั้นคนนี้คุยกัน โดยที่หญิงสาวไม่พูดอะไร“คุณพ่อไม่ให้ค้างจ้ะปัณ เดี๋ยวแม่จะพาน้องกลับเลย น้องปานคิดถึงคุณพ่อใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ น้องปานคิดถึงคุณพ่อ พี่ปัณจะพาเจ้าสาวสวยๆไปอยู่กับน้องปานใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามขณะที่จ้องหน้าพี่สะใภ้ของตนเองอย่างชื่นชม“เอาไว้พี่จะพาคุ
“กลัวทำไม มันเป็นเรื่องปกติ ฉันจะสอนเธอให้รู้ทุกอย่าง ให้รับรู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ตำแหน่งเมียของเธอสำหรับฉันแล้ว มีหน้าที่แค่นอนแผ่บำเรอร่างกายให้ฉันเท่านั้น”“ไม่! อย่ามาทำแบบนี้กับหนูนะ” อินนัดดากลัวขึ้นมาจับใจ เขาเป็นบ้าอะไรกัน ดวงตาดุดันและหน้าตาเอาเรื่องนั่น ทำให้หญิงสาวหวาดกลัว"ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เสียงทุ้มแผดลั่น ขณะที่ร่างใหญ่โตก้าวย่างช้าๆเข้าหาร่างเล็กที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง ซึ่งโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ เตียงสำหรับคู่บ่าวสาวในคืนแต่งงานคืนแรก"แล้วหนูไปเกี่ยวอะไรด้วย หนูไม่เคยทำร้ายใคร คุณจะมาทำร้ายหนูทำไม" อินนัดดาตอบโต้ด้วยเสียงไม่เบานักเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงหงอๆที่จะยอมใครไปเสียทุกเรื่องหรอกนะ ที่ยอมแต่งงานด้วยก็เพราะเหตุผลทางธุรกิจตามที่คุณอาขอร้อง ก็เหมือนคู่อื่นทั่วไปที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ และต้องอาศัยเกื้อกูลกันเท่านั้นแหละ"เพราะเธอเป็นครอบครัวเดียวกับมัน" ปัณณธรหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์ผิดเล็กน้อย เพราะจากที่คิดว่าอินนัดดาจะพูดแล้วเข้าใจอะไรง่ายๆ แต่เธอกลับโวยวายไม่ยอมทำตามที่เ
“หึๆ...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าครอบครัวเธอหมกเม็ดอะไรกันอยู่ เธอทำให้ฉันเสียเวลามากเกินไปแล้ว”“อื๊อ!” เสียงหวานถูกดูดซับด้วยริมฝีปากหยักได้รูป จุมพิตเร่าร้อนรุนแรง ไม่อ่อนหวานซาบซ่านเหมือนอย่างที่เพื่อนๆแซวไว้สักนิดความช่ำชองและมากประสบการณ์ของอีกฝ่ายทำให้อินนัดดาพ่ายแพ้ กายสาวบิดเร่าแอ่นรับทุกสัมผัสจากเขา ทุกสัมผัสดุดันรุนแรง แต่กระนั้นก็ยังปลุกอารมณ์เร้นลับในกายสาวให้ลุกโชติได้ปากร้อนลามเลียไปตามผิวเนื้อสาว ตีตรารอยราคีให้เด่นชัดทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อ ร่างเล็กสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกขบเม้มด้วยฟันซี่สวย หากแต่อารมณ์หวามที่โหมกระพือรุนแรงทำให้อินนัดดาไม่ดิ้นรนผลักไส เธออยากได้บางอย่างจากปัณณธร อยากให้เขาปลดปล่อยเธอจากความทรมานที่แสนอึดอัด“อื๊อ! คุณปัณ” เสียงกระเส่าของคนใต้ร่างทำให้คนที่ซุกไซ้อยู่กับอกอวบเหยียดยิ้ม ใบหน้าสากระคายเลื่อนต่ำลงสู่เนินเนื้อล่อตาล่อใจ ขาเรียวถูกจับแยกกว้างอวดความงามสีสดท้าทายสายตาคนมอง ปัณณธรไม่อ่อนโยนสักนิด ผิวเนื้อนิ่มถูกฉกชิมขบเม้มรุนแรงตามอารมณ์ร้อนและร้าย มือใหญ่จับตรึงสะโพกมนแน่น ปากและลิ้นของเขาทำให้กายสาวสั่นระริก สัมผ
“คิดว่าฉันไม่เกลียดเธอหรือไง” ปัณณธรตะคอกเสียงดัง เขาถอดถอนตัวเองออกจากความอุ่นนุ่ม ไม่มีการปลอบประโลม ไม่มีสัมผัสออดอ้อนเอาใจ ชายหนุ่มผละจากร่างบอบช้ำ ลุกขึ้นไปยืนข้างเตียง อินนัดดาพลิกกายนอนตะแคงหันหลังให้เขาทันที หญิงสาวขดตัวกอดตัวเองไว้แน่น แผ่นหลังเนียนสะท้านไหวบอกให้รู้ว่าเจ้าของมันกำลังสะอื้นไห้ ดวงตาคมเหลือบเห็นร่องรอยความบริสุทธิ์ของเธอ เขาเมินหนีรอยด่างดวงสีแดงนั่น บอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจอย่าสงสาร แต่หัวใจกลับกระตุกวูบไหวปัณณธรเสยผมแรงๆสองสามครั้ง แล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำไปทันที ความหวานหอมของร่างแน่งน้อยบนเตียงทำให้เขาอยากกระโจนเข้าหาเธออีก หัวใจที่คิดว่าเคียดแค้นนักหนาทำไมถึงได้อ่อนยวบลงได้ ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินหนีไป ก่อนที่กำแพงที่เขาสร้างขึ้นมากางกั้นระหว่างเขาและเธอจะสั่นคลอนประตูห้องน้ำที่ปิดเสียงดัง ทำให้อินนัดดาสะดุ้ง ทำนบน้ำตาพังทลายไหลบ่าเป็นสายอีกครั้ง บริษัทของพ่อกำลังจะตกเป็นของคนอื่น เธอไม่ได้เสียดายมูลค่าของมัน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมอาแท้ๆถึงได้ปิดบังเธอ แล้วยังผลักไสให้เธอมาแต่งงานกับผู้ชายโหดร้ายคนนี้ ไหนใครๆก็บอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดใ
“อื้อ คุณปัณอย่าค่ะ” ร่างเปล่าเปลือยพยายามดิ้นรนหนีจากการรุกราน หากแต่อารมณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในทำให้อินนัดดาเริ่มคล้อยตามสัมผัสจาบจ้วงของเขา ทรวงอกอวบถูกครอบครองดูดกลืนขบเม้ม อีกข้างถูกบีบเคล้นราวกับต้องการให้แหลกคามือ“หนูกลัว” ร่างเล็กสั่นสะท้าน บอกความรู้สึกจริงๆออกไป หวังเพียงให้เขาปราณีไม่ข่มเหงเอาแต่ใจเหมือนคืนแรกของการเข้าหอ“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากให้เธอรู้สึก” ปัณณธรกดเสียงต่ำรอดไรฟัน เขาผละจากเธอไปครู่เดียวเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตน ก่อนจะโถมร่างมาทับเธอไว้อีกครั้ง“คุณบ้าไปแล้วแน่ๆ ปล่อยหนูนะ กรี๊ด!!!” ความใหญ่โตแข็งแกร่งที่แทรกลึกเข้ามากลางร่างทั้งที่เพิ่งถูกโหมโรงไปเพียงนิด ทำให้อินนัดดากรีดร้องเสียงหลง หญิงสาวจิกข่วนแผ่นหลังกว้างจนเป็นรอยยาว ปัณณธรไม่รั้งรอที่จะเร่งสะโพก โหมแรงถาโถมใส่ร่างเล็ก ชายหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าที่ทำอยู่เพราะอยากทำร้าย หรือเพราะต้องการเธอจนแทบจะลงแดงตายกันแน่ความเจ็บแปลบกลางกายค่อยๆเลือนหายไป ความวาบหวิวก่อตัวขึ้นทีละนิด จนที่สุดแล้วอินนัดดาเริ่มขยับสะโพกรับทุกจังหวะการกดแทรกลงมากลางกายตน ความคั
“หยุดโวยวายได้แล้วอินนัดดา เธอไม่มีสิทธิ์มาตะโกนด่าผัวปาวๆแบบนี้ ถ้าฉันคึกอยากลงโทษขึ้นมาเธอจะเดือดร้อน” คนขับรถตัวโตตะคอกกลับเสียงดัง หญิงสาวตัวเล็กจึงได้แต่นั่งขดตัวกระชับเสื้อตัวใหญ่คลุมร่างเปลือยของตัวเองไว้แน่น น้ำตาคลอหน่วยด้วยความน้อยใจคนรอบข้าง อาเพ็ญให้เธอมาแต่งงานกับคนโรคจิตแบบนี้ได้ยังไง หัวใจดวงน้อยคิดถึงพี่ชายต่างสายเลือดที่เคยช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างเสมอเวลาเธอเดือดร้อน พี่ก้องอยู่ไหนมาช่วยน้องด้วย คนใจร้ายจะพาน้องไปทำร้าย อินนัดดากลืนก้อนสะอื้นลงในลำคอ พลิกกายหันหลังให้คนขับรถใจร้าย ร่างบางสั่นสะท้านเป็นระยะ หากแต่คนที่เหลือบตามองกลับยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ แล้วความเพลียจากการถูกรังแกเมื่อคืน ทั้งยังไม่ได้รับประทานอาหารเช้าจึงทำให้หญิงสาวผล็อยหลับไปอินนัดดาตื่นมาอีกครั้ง เมื่อรับรู้ว่าแรงสั่นสะเทือนของยานพาหนะที่เธอนั่งมันเริ่มรุนแรง ประกอบกับหน้าผากของเธอไปชนกับประตูรถเข้าอย่างจัง“โอ๊ย! คนบ้า ขับให้มันดีๆหน่อยสิ” ปัณณธรปรายตามองคนที่ตวาดเขาแว้ดๆครู่เดียว แล้วหันกลับไปตั้งใจขับรถต่อ ทางเข้า ‘บ้านสวนปานรัก’ ค่อนข้างกันดารเป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะเป็นความตั้งใจ
“ปล่อยนะปล่อย อื้อๆ” ริมฝีปากบางถูกลงทัณฑ์ข้อหาดื้อดึงไม่ทำตามคำสั่ง แรงกดจนเจ็บทำให้เธอเผยอริมฝีปากออก จึงถูกรุกล้ำเกี่ยวกระหวัดจนคนอ่อนประสบการณ์แทบขาดใจ กว่าปัณณธรจะยอมถอนจุมพิต ร่างบางก็อ่อนระทวยแทบทรุดหากไม่ได้ร่างคนตัวใหญ่บดเบียดแนบไว้กับต้นไม้ หญิงสาวหอบหายใจแรง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคนตัวโตนิ่ง อยากดิ้นรนสะบัดตัวหนีเขา แต่รสจูบซาบซ่านทำให้เธอนิ่งรอคอยโดยไม่รู้ตัว ปัณณธรโน้มใบหน้าเข้าหาอีกครั้ง ดูดดึงริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย ละเลียดชิมขบเม้ม มือใหญ่บีบคลึงเต้าอวบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อตัวใหญ่ แล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นไปรูดซิปลงจนสุดทาง อินนัดดาอ้าปากจะประท้วงกลับโดนจู่โจมด้วยจุมพิตเร่าร้อนอีกครั้ง อกอวบถูกมือใหญ่บีบคลึง นิ้วเรียวป่ายปัดไล้วนจนยอดอกหดเป็นตุ่มไต ร่างสาวแอ่นเบียดเชื้อเชิญ ลิ้นเล็กที่พยายามเกี่ยวกระหวัดตอบสนองทำให้ปัณณธรหมดความยับยั้งชั่งใจ เขาแค่ต้องการสั่งสอนหญิงสาวให้รู้ว่าต้องเชื่อฟังเขา แต่ตอนนี้อารมณ์เขากลับเตลิด ลำกายแกร่งแข็งขืนเรียกร้องอยากจะเข้าไปอยู่ในร่างสาวปัณณธรปล่อยปากจิ้มลิ้มให้เป็นอิสระ เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำเพื่อครอบครองความนุ่มหยุ่น ปากร้อนด
“จัดเสื้อผ้าเก็บให้ฉันด้วย จะออกไปดูสวนหน่อย” อินนัดดาเดินตามเขามาจนถึงในห้อง ห้องนอนกว้าง เครื่องเรือนน้อยชิ้น สะดุดตาที่สุดคงจะเป็นเตียงไม้สักขนาดใหญ่กลางห้อง ที่มีเสาอยู่มุมเตียงสี่เสาและมีชายมุ้งสีขาวซึ่งครอบเหนือเตียงนอนกว้างถูกรวบมัดอยู่กับเสาทั้งสี่ ตู้ไม้สักขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโต๊ะเครื่องแป้ง โทนสีเข้มๆของเฟอร์นิเจอร์ไม้ทำให้อินนัดดารู้สึกไม่ค่อยชอบห้องนี้สักเท่าไร“หนูขอนอนห้องอื่นได้ไหมคะ” เสียงสั่นๆของเธอทำให้ปัณณธรรำคาญอย่างเห็นได้ชัด“เราเป็นผัวเมียกันอินนัดดา กรุณาอย่าเรื่องมาก” ปัณณธรออกจากห้องทันทีที่พูดจบ อินนัดดาถอนหายใจแรง ลากกระเป๋าของตัวเองและของชายหนุ่มไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วจัดการเก็บมันไว้ในตู้อย่างเป็นระเบียบ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆเธอก็จัดการเก็บให้ทั้งเขาเละของตัวเอง ไม่มีถ้อยคำพร่ำบ่นใดๆออกจากปากบางจิ้มลิ้ม มีเพียงแววตาเศร้าและเหนื่อยล้า ไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่กับคนใจร้ายอินนัดดาใช้เวลาไม่นานก็จัดของทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธออยู่ในชุดนี้ ไม่ใช่สิเรียกว่าชุดไม่ได้ด้วยซ้ำ เธออยู่ในสภาพหม
“ขอบคุณค่ะ” ปัณณธรยิ้มใส่นัยน์ตาคู่สวย เขาไม่ปล่อย สองสัปดาห์มันนานราวกับสองร้อยปี“หายดีแล้วเหรอ” วงแขนแข็งแรงฉวยโอกาสในตอนที่หญิงสาวกำลังตกใจ ช้อนอุ้มร่างบางแนบอกแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่ อินนัดดาตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดิ้นรน เธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเขา บิดาและมารดาของปัณณธรเล่าเรื่องราวต่างๆของเขาให้เธอฟังมากมายตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวดีๆและนิสัยที่แท้จริงของเขาที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน แม้กระทั่งปานรักเองก็อวยและชมพี่ชายอยู่ตลอด ทั้งสามคนขอโอกาสให้เขาได้แก้ตัว ขอให้เธอยกโทษให้เขา อินนัดดารู้สึกว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกฝังลงในสมองของเธอแล้ว“คุณแม่บอกว่าต้องทานตอนร้อนๆค่ะ คุณปัณจะทานเลยไหม หนูจะเอาไปใส่ถ้วยให้” อินนัดดาเอ่ยถามเมื่อเขานั่งลงที่โซฟาแต่ไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระ เลยกลายเป็นว่าเธอต้องนั่งอยู่บนตักเขานิ่งๆ“ยังไม่อยากกิน” ปัณณธรตอบเสียงเบา เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ‘คนสำคัญ’ ที่มารดาบอกคือผู้หญิงคนนี้ บางทีคงถึงเวลาที่เขาจะต้องปล่อยวางความโกรธแค้นแล้วกลับมายอมรับความจริงได้แล้ว“ไม่กลัวฉันเหรอ” คนตัวโตหยั่งเชิงถาม และรอคอยคำ
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งทำงานมาตั้งแต่เที่ยง เหลือบมองนาฬิกาที่ผนังมันบอกเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว สักครู่คนรับใช้คงเอาอาหารมาส่ง ชายหนุ่มเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน เลื่อนประตูกระจกเปิดออกแล้วก้าวเท้าเดินออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ยามเย็นระเบียงไม้กว้างเชื่อมต่อกับหลังบ้าน ภาพขุนเขาน้อยใหญ่สลับซ้อนอยู่เบื้องหน้า สายลมเย็นพัดเอื่อย ความเงียบสงบทำให้ปัณณธรพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง เขานั่งลงตรงเก้าอี้ไม้โยก เอนหลังและหลับตาลงพักสายตา เรื่องงานไม่ได้หนักหนาเกินไปสำหรับเขาหรอก เขาไม่ได้เหนื่อยล้าเพราะงาน หากแต่เหนื่อยล้าเพราะหัวใจ หัวใจที่กำลังสับสน การได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่เขาได้มาเป็นภรรยาด้วยความเคียดแค้น ทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว อินนัดดาอ่อนหวานแต่ไม่ได้อ่อนแอ เธอพยายามถามหาสาเหตุที่เขาทำร้ายอยู่ตลอด ไม่ได้ก้มหน้าก้มตายอมให้เขาทำร้ายอย่างเดียว แต่ด้วยแรงที่น้อยกว่าทำให้เธอไม่สามารถโต้ตอบอะไรเขาได้ ตอนนี้เธอคงรู้แล้ว รู้ถึงสาเหตุที่เขาทำร้ายเธอ ถึงได้ยอมอยู่ที่นี่โดยไม่ร้องขออยากกลับบ้าน อยู่เพื่อช่วยเหลือปานรักของสาวของเขา“เหนื่อยเหรอลูก” เสียงมารดาปลุกให้ปัณณธรตื่นจากห
“คงไม่ได้เป็นคำขอที่มากเกินไป หากผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก เพื่อให้ปานได้ค่อยๆยอมรับอดีต คุณสะดวกไหม” ก้องภพยิ้มกว้าง พยักหน้ายอมรับอย่างง่ายดาย อย่างน้อยเขาก็ได้มีโอกาสไถ่โทษให้คนในครอบครัวอานนท์ยิ้มให้ชายหนุ่มเช่นกัน เขาตัดสินใจที่จะไม่แจ้งความเอาผิดกับชัชชัย เพราะห่วงความรู้สึกของปานรักที่ต้องไปให้ปากคำ แค่นี้ลูกสาวของเขาก็บอบช้ำมากพอแล้ว หากต้องไปเผชิญหน้าและเล่าเรื่องราวที่เลวร้ายนั้นอีก ปานรักอาจจะแย่ไปกว่านี้ก็ได้ อำนาจเงินของเขามีมากพอที่ปิดเรื่องทุกอย่างให้เงียบได้โดยง่าย และวันนี้เขาตัดสินใจจะลองรักษาลูกสาวด้วยวิธีการของตัวเอง การรักษาที่จะทำให้ลูกสาวเขาเข้มแข็งขึ้น ยอมรับความจริงมากขึ้นก้องภพอยู่ดูแลน้องสาวจนกระทั่งอินนัดดาอาการดีขึ้น ปานรักออกจากโรงพยาบาลไปหลายวันแล้ว แต่ปรางทิพย์และอานนท์ก็ยังเทียวมาเยี่ยมลูกสะใภ้อยู่ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น ผิดกับสามีของคนป่วยที่ไม่มาให้คนป่วยเห็นหน้าเลย“หนูอยากกลับบ้านจังเลยพี่ก้อง” อินนัดดานั่งพิงหมอนที่หัวเตียง ดวงตาเหม่อลอยมองออกไปด้านนอกห้อง ก้องภพขยับตัวลุกข
คนไข้บอบช้ำไปทั้งร่าง เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ต้องให้ร่างกายได้พักฟื้นสักระยะนะคะ หมอเกรงว่าเป็นแบบนี้บ่อยๆ เธออาจจะมีอาการหวาดกลัวการมีเพศสัมพันธ์ได้ หมอให้ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบแล้วก็ยาฆ่าเชื้อแล้ว พรุ่งนี้อาการน่าจะดีขึ้น ต่อไปควรระมัดระวังและทะนุถนอมคนไข้มากกว่านี้นะคะคุณหมอคงนึกว่าเขาเป็นสามีของน้องสาว จึงกล่าวคำแนะนำอย่างหวังดีในตอนท้าย ก้องภพได้แต่พยักหน้ารับและกล่าวคำขอบคุณ ชายหนุ่มถอนหายใจแรง เขาเฝ้ามองอินนัดดาตั้งแต่คุณหมอเดินออกจากห้องไปตั้งนานแล้ว สงสารที่ผู้หญิงตัวเล็กๆต้องมาเป็นที่ระบายความแค้นของปัณณธร ถ้าหากคืนนั้นเขาไปช่วยปานรักไม่ทันล่ะ ปัณณธรจะไม่ฆ่าอินนัดดาทิ้งหรอกหรือเสียงเคาะประตูทำให้ก้องภพลุกขึ้นยืนหันมองไปทางประตู ปรางทิพย์และอานนท์เปิดประตูเดินเข้ามา“หนูอินเป็นยังไงบ้างคุณก้อง” ปรางทิพย์มองดูใบหน้าซีดเซียวของลูกสะใภ้แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้“อินไข้ขึ้นสูงแล้วก็มีอาการบอบช้ำไปทั้งร่างกายครับ ตอนนี้ก็มีเพ้อบ้างเป็นบางครั้ง แต่คุณหมอให้ยาแล้ว พรุ่งนี้เช้าน่าจะดีขึ้นครับ” ปรางทิพย์พยักหน้ารับฟัง อยากจะถามถึงสา
“ตาปัณทำไมทำนิสัยแย่ๆแบบนี้กับแขกฮึ ถึงคุณก้องเขาจะอายุน้อยกว่าเรา แต่เขาก็มีศักดิ์เป็นพี่ภรรยา ต้องให้เกียรติเขานะลูก” ปรางทิพย์บ่นให้ลูกชายตัวดี ปัณณธรไหวไหล่เล็กน้อย คนเป็นแม่จึงได้แต่ถอนหายใจปลงๆ“ปานเป็นยังไงบ้างครับแม่” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องคุย ไม่อยากฟังคุณนายแม่บนไปมากกว่านี้“ก็ดีขึ้นแล้ว คุณหมอให้ยานอนหลับ น้องจะได้พักผ่อน ตอนนี้ก็หลับอยู่ แม่กับพ่อแวะกลับมาดูเรา อีกสักหน่อยก็ว่าจะกลับไปหาน้องแล้ว ปัณจะไปด้วยไหม”“เอ..แต่หนูอินไม่สบายอยู่นี่ ใครจะอยู่เป็นเพื่อนล่ะ พรุ่งนี้ปัณค่อยไปหาน้องก็ได้” อานนท์เป็นห่วงลูกสะใภ้จึงไม่อยากให้ลูกชายไปด้วย เพราะยังไงพรุ่งนี้ปานรักก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว“ไม่สบายนิดหน่อย ไม่ถึงตายหรอกครับ ผมอยากไปดูว่าน้องไม่เป็นไรจริงๆ” ผู้สูงวัยสองคนสบตากันแล้วพ่นลมหายใจออกมาพร้อมกันอากาศหลังตะวันตกดินค่อนข้างเย็น ก้องภพเดินออกมาจากห้องพักที่เจ้าของบ้านใจดีจัดให้พักบนบ้านไม้หลังใหญ่ชายคาเดียวกัน ชายหนุ่มเดินออกมาดื่มด่ำกับบรรยากาศยามโพล้เพล้ สอบถามจากเด็กรับใช้ในบ้านจึงรู้ว่าเจ้าของบ้านทั้งสามไปหาป
เขาย้ำว่าไม่ทำเหมือนคืนนั้นก็จริง ไม่รุกล้ำล่วงเกิน แต่ทุกสัมผัสรุกรานช่างหวามไหวจนกายสาวสะท้านครั้งแล้วครั้งเล่า เขาปรนเปรอร่างเล็กด้วยนิ้วเรียวและลิ้นร้อน และเธอก็ตอบสนองเรียกร้องอย่างน่าอาย ยอมแม้กระทั่งปรนเปรอตอบแทนตามที่เขาร้องขอ จนที่สุดมุทิตาก็หลับใหลไปในอ้อมกอดของคุณหมอหนุ่มด้วยความอ่อนเพลีย ต้นตะวันกอดกระชับร่างบางแนบอก กดจูบที่ขมับสวยชื้นเหงื่อแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงคนนี้ มุทิตาเป็นของเขาคนเดียว“คุณเป็นใคร ทำไมลูกปานเห็นคุณแล้วถึงได้เป็นแบบนี้” ปรางทิพย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน มองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจเหมือนเธอและสามี“ผมชื่อก้องภพครับ เป็นพี่ชายของอิน ตั้งแต่อินแต่งงานไปผมติดต่อน้องสาวไม่ได้เลย คุณลุงชัชบอกว่าคุณปัณอาจจะพาอินมาพักผ่อนที่นี่ ผมเลยมาตามหาน้องครับ” อานนท์กับปรางทิพย์สบตากัน รู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่าลูกชายพาอินนัดดาไปพักที่บ้านสวนปานรักเพื่ออะไร“ตาปัณพาหนูอินไปพักผ่อนที่บ้านสวน ไม่ได้มาที่นี่หรอกคุณก้องภพ แต่ตอนนี้สองคนนั่นกำลังเดินทางมาที่นี่ หากคุ
“หยุดกรีดร้องโวยวายเสียงดังได้แล้ว พรุ่งนี้ผมไม่อยากโดนแซวว่าเล่นท่ายากจนคู่ขาเสียวหนักกรี๊ดลั่นคอนโด” มุทิตาถลึงตาใส่คนที่ทับตัวเองอยู่ หญิงสาวทุบตีบ่ากว้างและผลักไสเขาสุดแรง ต้นตะวันยิ้มใส่ตากลมโต“ผมจะปล่อยถ้าม่อนยอมอยู่เงียบๆ แล้วฟังผมบ้าง” มุทิตากลอกตาไปมา ครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก็พยักหน้ารับ เมื่อต้นตะวันเอามืออกจากปากเธอ หญิงสาวก็อ้าปากราวกับเตรียมพร้อมจะโวยวาย ชายหนุ่มจึงโน้มใบหน้าลงชิดปิดเสียงโวยวายนั้นด้วยริมฝีปากของเขาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวดิ้นรนในตอนแรก แต่แล้วก็ถูกคนช่ำชองล่อหลอกด้วยจุมพิตแสนหวาน ต่างคนต่างจมดิ่งลงสู่ความหวานหวาม มุทิตาจูบตอบหยอกล้อลิ้นสากที่เกี่ยวรัดลิ้นเล็กของตน ต้นตะวันครางในลำคออย่างพอใจ“คราวนี้จะพูดดีๆได้หรือยัง” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามในตอนที่ถอนริมฝีปากออกมาแล้ว แต่ยังคงอ้อยอิ่งอยู่กับกลีบปากสีเรื่อ มุทิตาหอบหายใจแรงราวกับขาดอากาศหายใจมานาน ใบหน้านวลแดงเรื่อ เธอใช้กำปั้นเล็กทุบอกคนขโมยจูบ“จะพูดอะไรก็พูดมาสิ ทำไมต้องจูบด้วย” เสียงหวานกระเง้ากระงอด“ก็เมื่อกี้ม่อนจะโวยวายไง” มุทิตากลอกตาขึ้นแล้วเบ้ปาก“ฉันจะบอกว่
“ครับคุณ” มุทิตาโกรธกับท่าทางยียวนของอีกฝ่าย หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เอื้อมมือไปเปิดประตูรถอีกครั้ง แต่ก็ถูกต้นตะวันผลักให้ปิดเหมือนเดิม ชายหนุ่มรีบแย่งกุญแจรถมาไว้ในมือพร้อมกับกดล็อกอย่างรวดเร็ว“ไอ้หมอบ้า...ทำอะไรน่ะ ฉันจะกลับบ้านนะ” มุทิตาเงยหน้าสบตาคนตัวโตวาดแว้ดๆ อยากจะโผเข้าไปทุบตีเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ยั้งตัวเองไว้ เพราะไม่อยากเข้าใกล้ ไม่ยากสัมผัส แค่เห็นเขาในระยะใกล้หัวใจเธอก็เต้นโครมครามจนน่ากลัว“ม่อน...เราต้องคุยกัน”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” มุทิตาสะบัดหน้าหนี“มีสิ เยอะด้วย มานี่” ต้นตะวันจับข้อมือของอีกฝ่ายดึงให้เดินตาม มุทิตาขืนตัวสุดฤทธิ์ หญิงสาวอ้าปากจะตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ได้แค่อ้าค้างไว้เท่านั้น เพราะนิ้วเรียวที่ชี้หน้าตน สายตาดุดัน และมาพร้อมกับคำขู่ที่ทำให้เธอต้องหุบปากฉับ“อยากให้คนอื่นรู้นักหรือไงว่าเราได้กันแล้ว”ไอ้หมอบ้า จะพูดเสียงดังทำไม มุทิตาถลึงตาใส่คนพูด แล้วกวาดสายตามองรอบกาย ยังดีที่ตอนนี้ยังไม่ใกล้เวลาผับปิด จึงไม่ค่อยมีผู้คนอยู่บริเวณลานจอดรถเท่าไร“คุยกันตรงนี้ก็ได้” หญิงสาวพูดเสียงอ่อนเสียงหวา
ในเช้าสดใส...ร่างบางพลิกกายไปมาบนเตียงกว้าง สองสัปดาห์แล้วที่เธอเอาแต่เก็บตัวอยู่กับบ้าน นับจากวันที่เธอกลับมาจากบ้านสวนปานรัก มุทิตาผุดลุกขึ้นนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ หญิงสาวเหลียวมองไปรอบห้องนอนกว้าง บิดาของเธอบอกให้ไปทำงานที่บริษัทปัณณธรกรุ๊ปได้แล้ว แต่เธอยังอิดออด อ้างว่าขอพักผ่อนต่ออีกสักนิด บิดาผู้ตามใจเธอมาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่ได้รบเร้าอะไรอีก เสียงเตือนข้อความเข้าของโปรแกรมแชทผ่านโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มุทิตาหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างหัวเตียง วาดนิ้วเลื่อนอ่านข้อความของกลุ่มเพื่อนสนิท วีว่า:แกเลื่อนมาหลายวันแล้วนะม่อน เจี๊ยบสวยเริ่ด:ใช่ๆ...คืนนี้เลยแก ที่นี่เด็ด มีน:เด็ดยังไงวะ เจี๊ยบสวยเริ่ด:ผู้ชายหล่อเพียบ วีว่า:ผู้ชายหรือเก้งกวาง...เอาให้แน่ เจี๊ยบสวยเริ่ด:ผู้ชายย่ะ มีน:คืนนี้เจอกันนะม่อน อ่านแล้วอย่าเงียบ ตอบ!! มุทิตาพ่นลมหายใจออกยื