หลินฉิงอันก้าวไปข้างหน้าพลางกล่าวอย่างสุภาพ
"พวกเรามีปลาสดที่จับมาจากแม่น้ำบนเขาเจ้าค่ะ อยากจะมานำเสนอให้กับโรงเตี๊ยมไห่ถังของท่าน หากท่านสนใจ ข้าคิดว่าพวกท่านคงจะพอใจกับคุณภาพของปลานี้"
เมื่อเขาเห็นปลาสดที่อยู่บนรถเข็นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
"โอ้โห! ปลาสดงามถึงเพียงนี้ พวกท่านเป็นผู้จับมาหรือ?" เสี่ยวเอ้อถามด้วยความตื่นเต้น
หลินฉางหยูพยักหน้า
"ใช่แล้ว พวกเราเป็นชาวบ้านที่จับปลาเองจากแม่น้ำบนเขา ทุกตัวในนี้เพิ่งจับมาเมื่อวานและดูแลอย่างดีจนถึงตอนนี้ ท่านลองตรวจดูได้"
เสี่ยวเอ้อก้มลงมองปลาก่อนจะหยิบปลาตัวหนึ่งขึ้นมาดูใกล้ ๆ เนื้อปลาสดใสและยังมีกลิ่นน้ำจาง ๆ ที่บ่งบอกถึงความสดใหม่
"ยอดเยี่ยมจริง ๆ!" เสี่ยวเอ้ออุทานออกมา ก่อนจะยิ้มกว้าง
"พวกท่านรอสักครู่ ข้าจะไปเรียกเถ้าแก่ให้มาตรวจดูด้วยตนเอง เถ้าแก่ของเราเป็นคนที่ชอบวัตถุดิบสดใหม่เช่นนี้มาก"
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนรูปร่างสมส่วนในช
แสงอาทิตย์ยามบ่ายอ่อนโยนทอดผ่านแมกไม้ที่ไหวลู่ตามสายลม หลินฉิงอันกับหลินฉางหยูเดินเข็นรถเข็นกลับจากอำเภอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและการซื้อขายมาตลอดวัน แต่ความสำเร็จที่ได้จากการขายปลาครั้งนี้ก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกคุ้มค่า“ท่านพ่อ” หลินฉิงอันเอ่ยขึ้นพลางหันมามองบิดา“ลูกคิดว่าการจับปลาควรวางแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น หากเราจับปลาในวันเดียวกับที่ต้องส่งปลา ข้ากลัวว่าจะเร่งรีบจนเกิดความผิดพลาด”หลินฉางหยูพยักหน้าพร้อมขมวดคิ้วครุ่นคิด“เจ้าพูดถูกนัก หากพวกเราจับปลาก่อนหนึ่งวันแล้วพักให้ตัวปลาสดชื่นในโอ่งดินก่อนนำไปส่ง คงจะดีกว่า”“อีกอย่าง” หลินฉิงอันเสริม“ลูกคิดว่าเราควรเตรียมของเพิ่มเติม เช่น ผ้าคลุมสำหรับป้องกันแสงแดดเผาตัวปลา หากทำเช่นนี้ โรงเตี๊ยมไห่ถังคงพึงพอใจในคุณภาพของปลามากขึ้น”หลินฉางห
"แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีเจ้าค่ะ ตอนนี้เรามีเงินเหลือจากการขายปลาตั้ง 500 อีแปะหลังจากซื้อของทุกอย่างแล้ว!"น้ำเสียงของหลินฉิงอันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ"มากถึงเพียงนั้นเลยหรือ?"หลินอ้ายมีสีหน้าตกใจปนดีใจ ขณะยื่นมือมารับถุงเงินที่หลินฉางหยูส่งให้ นางเปิดถุงดู เห็นเหรียญอีแปะเรียงกันอย่างเป็นระเบียบในถุงผ้าสีน้ำตาลเล็ก ๆ"เจ้าค่ะ ข้าไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ทุกคนในบ้าน รวมทั้งซื้อข้าวสาร เนื้อ และเครื่องปรุงต่าง ๆ กลับมาให้ท่านแม่ใช้ในครัว แต่ยังเหลือเงินอีกตั้ง 500 อีแปะ แน่ะเจ้าค่ะ" หลินฉิงอันบอกอย่างกระตือรือร้นหลินอ้ายมองเงินในถุงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ดีจริง ๆ ครอบครัวเราจะได้มีเงินเก็บไว้เผื่อยามจำเป็น อันเอ๋อร์ เจ้าเก่งนัก"หลังจากจัดเก็บของเสร็จ ทุกคนในครอบครัวก็มานั่งล้อมวงกินอาหารเย็นด้วยกันบนโต๊ะไม้ในครัว มีแสงตะเกียงน้ำมันเล็ก ๆ ส่องแสงให้บรรยากาศอบอุ่นหลินฉางหยูเริ่มเล่าถึงแผนการจับปลาและการทำสัญญากับโรงเตี๊ยมไห่ถัง"
แสงแรกของวันสาดส่องลงมายังหมู่บ้านต้าไห่ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีทองอ่อน หมอกบาง ๆ ลอยเอื่อยบนยอดเขา ชาวบ้านเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการหาบน้ำและเตรียมของไปนา แต่วันนี้กลับมีเสียงกระซิบกระซาบแพร่กระจายอยู่ตามลานหมู่บ้านตั้งแต่เช้ามืด"เจ้ารู้หรือไม่? ได้ยินว่าบ้านตระกูลหลินที่เพิ่งแยกบ้านไปจากตระกูลจู ขโมยสมบัติของตระกูลจูไปเพียบ! มิน่าล่ะถึงได้มีข้าวของมากมายเช่นนี้!""จริงหรือ! บ้านหลินที่ว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม ข้าก็นึกว่าพวกเขาขยันทำมาหากินเสียอีก""จะขยันอะไรกัน พวกมันก็แค่โจรดี ๆ นี่เอง! ข้าล่ะสงสารตระกูลจูเสียจริง ต้องมาเสียของไปเพราะพวกมัน"คำพูดเหล่านี้มาจากกลุ่มชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากท้องนา ทุกคนฟังแล้วต่างเริ่มสงสัย หลายคนพากันหยุดทำงานกลางคันเพื่อซักถามรายละเอียดจากผู้พูดจูฉางไห่เดินเข้ามาในลานหมู่บ้านพร้อมกับสีหน้ามืดครึ้ม แต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจงใจเดินเข้าไปหากลุ่มชาวบ้านและเริ่มบ่นให้ได้ยิน
เมื่อครอบครัวหลินนำหลักฐานเป็นสัญญาซื้อขายปลามาให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบ ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันซุบซิบด้วยความอยากรู้และความอิจฉาที่เริ่มก่อตัวขึ้น"สัญญาซื้อขายปลา! แค่ได้ยินก็รู้ว่าตระกูลหลินต้องได้ราคาดีไม่น้อยแน่ ๆ!""จริง ข้าเองยังไม่เคยเห็นใครในหมู่บ้านเรามีเอกสารแบบนี้เลย"ผู้ใหญ่บ้านหลี่จื่อเฉิงตรวจสอบเอกสารด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เสมอเริ่มมีรอยยิ้มแห่งความพอใจ"หลินฉางหยู หลินฉิงอัน พวกเจ้าทำได้ดีมาก นี่เป็นสัญญาที่แสดงถึงการทำมาค้าขายอย่างขยันขันแข็ง ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้านขอรับรองว่าพวกเจ้าคือชาวบ้านที่ตั้งใจทำมาหากินจริง ๆ"ชาวบ้านที่ยืนฟังอยู่เริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง"ดูเหมือนพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีแล้วนะ""ใช่ แต่เจ้าไม่คิดหรือว่าตระกูลจูอาจไม่ปล่อยเรื่องนี้ง่าย ๆ?"ด้านแม่เฒ่าจูและจูฉางไห่ที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของทั้งคู่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน แม่เฒ่าจูขยับเข้าไปหาจูฉางไห่พร้อมพูดด้วยเสียงเบา
หลังจากเดินทางเกือบครึ่งชั่วยาม สองพ่อลูกก็มาถึงลำธารกลางหุบเขาที่มีน้ำใสแจ๋วไหลเอื่อยๆ เสียงน้ำกระทบโขดหินดังก้องไปทั่วบริเวณ หลินฉางหยูวางตะกร้าลงบนพื้นแล้วหันไปมองรอบ ๆ"วันนี้ปลาคงมากเหมือนเดิม หากเราได้ครบสองร้อยตัวเร็ว พ่อก็อยากกลับไปช่วยแม่เจ้าเตรียมมื้อกลางวัน""ข้าจะช่วยเต็มที่เจ้าค่ะ ท่านพ่อ วันนี้ต้องจับได้เร็วกว่าครั้งก่อนแน่นอน"สองพ่อลูกเริ่มลงมือทำงาน หลินฉิงอันเตรียมตาข่ายและไม้ไผ่สำหรับจับปลา ส่วนหลินฉางหยูเดินสำรวจหาที่วางตะกร้าใบใหญ่เพื่อรอใส่ปลาที่จับได้สองพ่อลูกเดินไปยังหลุมดักปลาที่เคยขุดเอาไว้ พวกเขาช่วยกันจับปลาใส่ตะกร้าคนละไม้คนละมืออย่างรวดเร็วหลินฉิงอันที่จับปลาอยู่อีกหลุมหนึ่งใกล้ ๆ ยกปลาตัวใหญ่ให้หลินฉางหยูดูพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ตัวนี้ตัวใหญ่จริง ๆ ท่านพ่อ""ใช่แล้ว ข้าว่าปลาวันนี้คงอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว"หลังจากจับ
หลินฉิงอันไม่เสียเวลา นางรีบสะพายตะกร้าสานที่มีสายรัดแข็งแรง พร้อมเตรียมมีดเล่มเล็กไว้ใช้สำหรับตัดสมุนไพรหรือผลไม้ป่า นางสวมรองเท้าผ้าเรียบง่ายที่เหมาะสำหรับเดินทางไกล และผูกผ้าคลุมไหล่กันแดดกันลมเมื่อทุกอย่างพร้อม นางมุ่งหน้าสู่เนินเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านหลินฉางหยูมองตามลูกสาวจนลับสายตา จากนั้นจึงเริ่มตรวจสอบรถเข็นของตนเองอย่างละเอียด เขาหมอบลงใกล้ล้อรถเข็นที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง ใช้มือสัมผัสตรวจดูความมั่นคงของแกนล้อ"ต้องแน่ใจว่ารถเข็นนี้ใช้งานได้ดีทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นปลาที่เราหามาอย่างลำบากจะเสียหายได้ง่าย ๆ" เขาพึมพำกับตนเองทางขึ้นเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นและพุ่มไม้สูง หลินฉิงอันเดินไปตามทางเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านใช้เดินผ่านในยามต้องการเก็บของป่า ตลอดทางเสียงนกร้องและสายลมเย็นพัดผ่านทำให้นางรู้สึกสดชื่น"วันนี้ลมเย็นดีจริง หากโชคดีอาจจะพบผลหมากรากไม้ดี ๆ หรือสมุนไพรที่ขายได้ราคาก็เป็นได้" นางพูดกับตัวเองอย่างรื่
ยามฟ้าสาง หลินฉิงอันกับหลินฉางหยูเข็นรถปลาที่มัดไว้เรียบร้อยด้วยตาข่ายก้าวออกจากบ้าน แม้จะยังคงมีสายลมเย็นแห่งรุ่งเช้าพัดผ่าน แต่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความคึกคักของการทำงานอย่างตั้งใจทำให้สองพ่อลูกมีพลังเต็มเปี่ยม การเดินทางครั้งนี้ไม่มีการหลบเลี่ยงหรืออ้อมไปทางใดอีก ชาวบ้านในตำบลต่างรับรู้แล้วว่าครอบครัวหลินมีสัญญาส่งปลากับโรงเตี๊ยมไห่ถังเสียงล้อรถเข็นกระทบกับทางดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลินฉิงอันเดินอยู่ข้างหน้า สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจและความกระตือรือร้น ขณะที่หลินฉางหยูเดินตามหลังพร้อมมือที่จับคันรถแน่น“ลูกพ่อ หากเราขยันอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานความเป็นอยู่ของเราจะดีขึ้นแน่ ๆ” หลินฉางหยูเอ่ยพลางยิ้มให้ลูกสาวหลินฉิงอันพยักหน้ารับพลางหันมายิ้ม “ข้าเองก็เชื่อเช่นนั้นเจ้าค่ะท่านพ่อ เราต้องตอบแทนเถ้าแก่หลิวให้ดีที่สุด เพราะเขาให้โอกาสเราขายปลา”เมื่อถึงหน้าโรงเตี๊ยมไห่ถังในยามฟ้ายังมืด เสี่ยวเอ้อที่เฝ้าประตูยิ้มต้อนรับสองพ่
ชาวบ้านหันมามองหลินฉางหยู ก่อนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใช่แล้ว หลินฉางหยู! พวกเขาได้รับเงินจากผู้ใหญ่บ้านและถูกขับไล่ออกไปจากหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน ข้าเห็นด้วยตาตัวเองว่าพวกเขาเก็บข้าวของออกไปทางทิศตะวันตก”หลินฉางหยูได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งอก“หากเป็นจริงเช่นนี้ หมู่บ้านของพวกเราคงสงบสุขขึ้นได้เสียที”เมื่อหลินฉางหยูกลับมาถึงบ้าน เขาเล่าเรื่องที่ได้ยินจากชาวบ้านให้หลินฉิงอันฟัง นางกำลังจัดผลไม้ป่าที่เก็บมาได้จากการขึ้นเขาไว้ในตะกร้าเตรียมขายที่ตลาด“ลูกเอ๋ย! พ่อมีข่าวดีมาบอก เมื่อเช้านี้ข้าได้ยินจากชาวบ้านว่าตระกูลจูตกลงย้ายออกไปจากหมู่บ้านแล้ว!” หลินฉางหยูพูดพร้อมสีหน้าสดใสหลินฉิงอันที่กำลังวางผลไม้ชะงักไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองบิดา ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่อยากเชื่อ“ท่านพ่อ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเจ้าคะ?
เช้าวันต่อมา หลังอาหารเช้า หลินฉางหยูเดินทางไปพบช่างไม้ที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้าน เพื่อปรึกษาเรื่องการทำชั้นวางผลไม้ตามที่หลินฉิงอันต้องการ เขาต้องการสั่งทำชั้นวางจำนวนสิบอัน เนื่องจากปริมาณผลไม้ที่เก็บมานั้นมีจำนวนมาก เขาเกรงว่าพื้นที่ในห้องเก็บของจะไม่เพียงพอเมื่อไปถึงบ้านช่างไม้ หลินฉางหยูได้อธิบายรายละเอียดของชั้นวางที่ต้องการให้ช่างไม้ฟังอย่างละเอียด รวมถึงขนาดและจำนวนชั้นของแต่ละอัน ช่างไม้ได้ฟังรายละเอียดทั้งหมดแล้วก็แจ้งราคาให้หลินฉางหยูทราบ ราคาสำหรับชั้นวางพร้อมถาดวางทั้งสามสิบอัน (ชั้นวาง 10 อัน แต่ละอันมี 3 ชั้น) คือชุดละ 500 อีแปะ เนื่องจากช่างไม้ต้องไปจ้างคนสานถาดเพิ่มเติมหลินฉางหยูได้วางเงินมัดจำจำนวน 1 ตำลึงให้กับช่างไม้ และตกลงกันว่าจะให้ช่างไม้นำชั้นวางมาส่งที่บ้านเมื่อทำเสร็จ ซึ่งช่างไม้แจ้งว่าจะใช้เวลาอย่างเร็วที่สุด 3 วัน และอย่างช้าที่สุด 4 วันต่อหนึ่งชุดหลินฉางหยูพยักหน้าตกลงและขอบคุณช่างไม้ ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวให้หลินฉิงอันทราบ
เมื่อมาถึงสวนผลไม้บนเขา หลินฉางหยูและหลินฉิงอันได้เริ่มชี้แนะวิธีการเก็บผลไม้ที่ถูกต้องให้กับชาวบ้าน พวกเขาอธิบายถึงลักษณะของผลไม้ที่เหมาะสมสำหรับการนำไปแช่อิ่ม“ลูกพลับที่ใช้ได้ต้องมีสีเหลืองอมส้ม เปลือกไม่แตก และไม่ช้ำ”หลินฉางหยูอธิบายพร้อมกับชี้ให้ดูผลพลับบนต้น“ส่วนมะขาม ต้องเลือกฝักที่แก่จัด เปลือกสีน้ำตาลเข้ม และแห้งสนิท” หลินฉิงอันเสริม“สำหรับพุทรา ต้องเลือกลูกที่ผิวเรียบ สีเขียวอมเหลือง และแน่น ส่วนมะดัน ต้องเลือกลูกที่ยังดิบอยู่ มีสีเขียวสด และเนื้อแน่น”พวกเขายังได้สอนวิธีการเก็บผลไม้โดยไม่ให้ต้นไม้และผลไม้ได้รับความเสียหาย เช่น การใช้มีดตัดขั้วผลไม้แทนการเด็ด หรือการใช้ตะกร้าที่บุผ้าเพื่อป้องกันผลไม้ช้ำ ถึงแม้วันนี้ชาวบ้านจะไม่ได้มีตะกร้าบุผ้ามา แต่คราวหน้าพวกเขาคงจัดทำกันขึ้นมาเองอย่างแน่นอนเมื่อชาวบ้านได้ฟังคำอธิบายของหลินฉางหยูและหลินฉิงอันแล้ว พ
เช้าวันต่อมา หลังอาหารเช้าไม่นาน ผู้ใหญ่บ้านหลี่ก็เดินทางมาที่บ้านของหลินฉางหยู พร้อมกับโฉนดบ้านและที่ดินในมือ เขาได้นำโฉนดมามอบให้กับหลินเจี้ยนด้วยตนเอง“นี่คือโฉนดบ้านและที่ดินในชื่อของท่านหลินเจี้ยน” ผู้ใหญ่บ้านหลี่กล่าวพร้อมกับยื่นโฉนดให้หลินเจี้ยนหลินเจี้ยนรับโฉนดมาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เขามองดูโฉนดด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ หลังจากนั้น ทุกคนก็ช่วยกันขนย้ายสิ่งของต่างๆ ไปยังบ้านใหม่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก บ่าวทั้งสี่ โจวซาน เฉียนซื่อ ซุนฮวา และเจิ้งหง ช่วยกันทำความสะอาดบ้านใหม่ก่อนที่จะช่วยขนของเข้าไปเก็บให้เรียบร้อยหลินฉางหยูและหลินเจี้ยนเดินสำรวจรอบๆ บ้านใหม่ด้วยกัน พวกเขาดูความเรียบร้อยของบ้านและตรวจสอบสภาพของแปลงผักหลังบ้าน หลินเจี้ยนหันไปขอบคุณหลินฉางหยูจากใจจริง“ขอบคุณน้องเขยมาก ข้าไม่รู้จะกล่าวขอบคุณเจ้ากับอ้ายเออร์อย่างไรดี” หลินเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งหลินฉางหยูตบไหล่หลินเจี้ยนเ
“นายหญิง นี่คือเงินค่าปลาและถั่วงอกที่ขายได้ในวันนี้ขอรับ” โจวซานและเฉียนซื่อกล่าวพร้อมกับยื่นเงินให้หลินอ้ายหลินอ้ายรับเงินมาและกล่าวขอบคุณบ่าวทั้งสอง“ขอบคุณมากนะ พวกเจ้าเหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนเถิด” หลินอ้ายกล่าวแต่โจวซานและเฉียนซื่อไม่ได้คิดที่จะพักผ่อน พวกเขามีภารกิจสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ นั่นคือการปลูกต้นกล้าผลไม้ที่นำลงมาจากเขาหลังจากมอบเงินให้หลินอ้ายแล้ว โจวซานและเฉียนซื่อก็รีบไปที่แปลงที่ดินใหม่เพื่อเริ่มงานปลูกต้นกล้า พวกเขาไม่ได้พักผ่อนแม้แต่น้อย เพราะต้องการที่จะทำงานให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ซุนฮวาและเจิ้งหงก็ออกมาช่วยงานปลูกต้นกล้าด้วยเช่นกัน พวกนางช่วยจัดเตรียมดินและรดน้ำต้นกล้าที่ปลูกเสร็จแล้วระหว่างที่หลินฉางหยูและหลินฉิงอันไม่อยู่ บ่าวไพร่ทั้งสี่คนไม่ได้เกียจคร้านแม้แต่น้อย พวกเขาทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ทำให้ต้นกล้าผลไม้ที่นำลงมาจากภูเขาถูกนำลงแปลงปลูกในที่ดินผืนใหม่ไปจำนวนมากแล้ว
ก่อนที่แสงแรกของวันจะสาดส่อง ท้องฟ้ายังคงมืดมิด บรรดาบ่าวไพร่ในบ้านตระกูลหลินต่างก็ตื่นขึ้นมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง เสียงไก่ขันปลุกให้ทุกคนตื่นจากนิทราโจวซานและเฉียนซื่อซึ่งมีหน้าที่ต้องนำปลาและถั่วงอกไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถังในวันนี้ พวกเขารีบตื่นกันตั้งแต่ยามอิ๋น (03:00-05:00 น.) และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง เพื่อไปจับปลาในบ่อขึ้นใส่ตะกร้าบนเกวียนลาและถอนถั่วงอกใส่ตะกร้าเหมือนเช่นทุกครั้งซุนฮวาและเจิ้งหงก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน พวกนางเริ่มเตรียมหุงหาอาหารเช้าสำหรับทุกคนในบ้าน และทำความสะอาดบริเวณบ้าน ถึงแม้ว่าหลินฉางหยูและหลินฉิงอันจะไม่ต้องเดินทางไปส่งสินค้าที่โรงเตี๊ยมด้วยตนเองแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เช่นเคย พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือโจวซานและเฉียนซื่อในการเตรียมปลาและถั่วงอกหลินฉางหยูตรวจสอบปลาที่อยู่ในตะกร้าอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าปลาทุกตัวยังคงสดใหม่ ส่วนหลินฉิงอันก็ช่วยคัดเลือกถั่วงอกที่งอกงามเต็มที่และบรรจุลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง หลินอ้ายเองก
เนื่องจากครอบครัวของหลินเจี้ยนมีทรัพย์สินติดตัวไม่มากนัก การเก็บข้าวของจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว พวกเขามีเพียงเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว และของใช้จำเป็นเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของเหล่านั้นลงหีบและห่อผ้าอย่างเรียบร้อย ไม่นานนัก ข้าวของทั้งหมดก็ถูกขนขึ้นเกวียนลาจนหมดสิ้น ของฝากที่หลินฉางหยูและหลินอ้ายซื้อมาจากตลาดในอำเภอจึงยังไม่ได้ถูกนำลงจากเกวียน เนื่องจากพวกเขาตั้งใจจะนำไปมอบให้ที่หมู่บ้านต้าไห่ทีหลังเมื่อทุกอย่างพร้อม หลินฉางหยูก็ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับเกวียน โดยมีหลินอ้าย หลินฉิงอัน หลินซู หลินเจี้ยน หลินหุย หลินหยง และหลินเสี่ยวนั่งอยู่บนเกวียนด้านหลัง เกวียนลาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านฉิงไห่ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านต้าไห่ ระหว่างการเดินทาง หลินอ้ายสังเกตเห็นว่าทุกคนในครอบครัวของนางดูเหน็ดเหนื่อยและหิวโหย นางจึงนำขนมและผลไม้ที่ซื้อมาจากตลาดออกมาแบ่งปันให้ทุกคนได้รับประทานรองท้อง“ท่านแม่ พี่ใหญ่ ทุกคนลองทานขนมและผลไม้เหล่านี้ก่อนเถิด อีกไม่นานเราก็จะถึงต้าไห่แล้ว” หลินอ้ายกล่าวพร้อม
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ออกเดินทางจากอำเภอไห่ตง พวกเขาใช้เวลาเดินทางอีกพักใหญ่ก็มาถึงหมู่บ้านฉิงไห่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอ บรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของตลาดในอำเภอเมื่อเกวียนลาของครอบครัวหลินเคลื่อนตัวเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาก็สังเกตเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเหล่านั้นหันมามองพวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยความประหลาดใจ และบางคนมองด้วยความเห็นใจหลินฉิงอันสังเกตเห็นสายตาของชาวบ้านเหล่านั้น นางรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาจึงมองมาที่ครอบครัวของนางเช่นนั้น นางจึงหันไปถามหลินอ้ายผู้เป็นแม่“ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดชาวบ้านเหล่านั้นจึงมองพวกเราเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” หลินฉิงอันถามด้วยความสงสัยหลินอ้ายเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของนางที่ฉิงไห่ นางพยายามมองหาความคุ้นเคยจากชาวบ้านเหล่านั้น แต่ก
หลินฉางหยูลุกขึ้นขอบคุณผู้ใหญ่บ้านหลี่ ก่อนส่งเขาออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้ถึงแม้ที่บ้านจะใช้เงินมากในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่หลินฉางหยูก็จำได้ว่าลูกสาวของเขาบอกว่ามันคือการลงทุนที่คุ้มค่า เขาจึงยอมให้ภรรยานำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นหลังเวลาอาหารเที่ยงครึ่งชั่วยาม ผู้ใหญ่บ้านก็พาชาวบ้านสิบคนพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับปรับหน้าดินและตัดไม้ทำรั้วให้บ้านหลิน หลินฉางหยูขอบคุณผู้ใหญ่บ้านก่อนที่เขาจะจากไปแล้วปล่อยให้ชาวบ้านรับฟังงานที่หลินฉางหยูจะให้พวกเขาทำ“ข้าต้องรบกวนพวกท่านแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มขอรับ กลุ่มหนึ่งติดตามข้าและโจวซานขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่มาไว้สำหรับทำรั้วรอบที่ดิน โดยให้รั้วเชื่อมต่อกับที่บ้านของข้าขอรับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้ปรับหน้าดินรอไปก่อน หลังจากได้ไม้ไผ่มากพอแล้ว พวกท่านค่อยรวมกลุ่มกันทำรั้วก่อนแล้วค่อยปรับที่ดินทีหลัง”ชาวบ้านรับคำสั่งของหลินฉางหยู พวกเขาแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไปทำงานทันที งานปรับหน้าดินมีเฉียนซื่อคอยควบคุมแทนหลิน
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการปรับพื้นที่ดินและสร้างรั้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยทำงาน เนื่องจากที่ดินมีขนาดใหญ่ การทำเองทั้งหมดคงต้องใช้เวลานานเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลินฉางหยูจึงเรียกโจวซานและเฉียนซื่อมาพบ“โจวซาน เฉียนซื่อ พวกเจ้าว่างหรือไม่? ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยงานเล็กน้อย” หลินฉางหยูกล่าว“พวกเราว่างขอรับ นายท่าน มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือขอรับ?” โจวซานและเฉียนซื่อตอบพร้อมกัน“ข้าต้องการให้พวกเจ้าขึ้นเขาไปกับข้าและฉิงเออร์ เพื่อนำต้นกล้าผลไม้ที่เราพบเมื่อวานลงมา” หลินฉางหยูกล่าวโจวซานและเฉียนซื่อรับคำอย่างยินดี พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวหลินอย่างเต็มที่ เมื่อได้รับคำสั่งจากหลินฉางหยู โจวซานและเฉียนซื่อก็รีบไปเตรียมตัวสำหรับการขึ้นเขา พวกเขาไปตรวจสอบรถเข็นที่ใช้สำหรับขนของ และนำตะกร้าใส่ปลาที่เพิ่งล้างเสร็จออกมาต