แสงอาทิตย์ยามบ่ายอ่อนโยนทอดผ่านแมกไม้ที่ไหวลู่ตามสายลม หลินฉิงอันกับหลินฉางหยูเดินเข็นรถเข็นกลับจากอำเภอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและการซื้อขายมาตลอดวัน แต่ความสำเร็จที่ได้จากการขายปลาครั้งนี้ก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกคุ้มค่า
“ท่านพ่อ” หลินฉิงอันเอ่ยขึ้นพลางหันมามองบิดา
“ลูกคิดว่าการจับปลาควรวางแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น หากเราจับปลาในวันเดียวกับที่ต้องส่งปลา ข้ากลัวว่าจะเร่งรีบจนเกิดความผิดพลาด”
หลินฉางหยูพยักหน้าพร้อมขมวดคิ้วครุ่นคิด
“เจ้าพูดถูกนัก หากพวกเราจับปลาก่อนหนึ่งวันแล้วพักให้ตัวปลาสดชื่นในโอ่งดินก่อนนำไปส่ง คงจะดีกว่า”
“อีกอย่าง” หลินฉิงอันเสริม
“ลูกคิดว่าเราควรเตรียมของเพิ่มเติม เช่น ผ้าคลุมสำหรับป้องกันแสงแดดเผาตัวปลา หากทำเช่นนี้ โรงเตี๊ยมไห่ถังคงพึงพอใจในคุณภาพของปลามากขึ้น”
หลินฉางห
"แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีเจ้าค่ะ ตอนนี้เรามีเงินเหลือจากการขายปลาตั้ง 500 อีแปะหลังจากซื้อของทุกอย่างแล้ว!"น้ำเสียงของหลินฉิงอันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ"มากถึงเพียงนั้นเลยหรือ?"หลินอ้ายมีสีหน้าตกใจปนดีใจ ขณะยื่นมือมารับถุงเงินที่หลินฉางหยูส่งให้ นางเปิดถุงดู เห็นเหรียญอีแปะเรียงกันอย่างเป็นระเบียบในถุงผ้าสีน้ำตาลเล็ก ๆ"เจ้าค่ะ ข้าไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ทุกคนในบ้าน รวมทั้งซื้อข้าวสาร เนื้อ และเครื่องปรุงต่าง ๆ กลับมาให้ท่านแม่ใช้ในครัว แต่ยังเหลือเงินอีกตั้ง 500 อีแปะ แน่ะเจ้าค่ะ" หลินฉิงอันบอกอย่างกระตือรือร้นหลินอ้ายมองเงินในถุงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ดีจริง ๆ ครอบครัวเราจะได้มีเงินเก็บไว้เผื่อยามจำเป็น อันเอ๋อร์ เจ้าเก่งนัก"หลังจากจัดเก็บของเสร็จ ทุกคนในครอบครัวก็มานั่งล้อมวงกินอาหารเย็นด้วยกันบนโต๊ะไม้ในครัว มีแสงตะเกียงน้ำมันเล็ก ๆ ส่องแสงให้บรรยากาศอบอุ่นหลินฉางหยูเริ่มเล่าถึงแผนการจับปลาและการทำสัญญากับโรงเตี๊ยมไห่ถัง"
แสงแรกของวันสาดส่องลงมายังหมู่บ้านต้าไห่ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีทองอ่อน หมอกบาง ๆ ลอยเอื่อยบนยอดเขา ชาวบ้านเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการหาบน้ำและเตรียมของไปนา แต่วันนี้กลับมีเสียงกระซิบกระซาบแพร่กระจายอยู่ตามลานหมู่บ้านตั้งแต่เช้ามืด"เจ้ารู้หรือไม่? ได้ยินว่าบ้านตระกูลหลินที่เพิ่งแยกบ้านไปจากตระกูลจู ขโมยสมบัติของตระกูลจูไปเพียบ! มิน่าล่ะถึงได้มีข้าวของมากมายเช่นนี้!""จริงหรือ! บ้านหลินที่ว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม ข้าก็นึกว่าพวกเขาขยันทำมาหากินเสียอีก""จะขยันอะไรกัน พวกมันก็แค่โจรดี ๆ นี่เอง! ข้าล่ะสงสารตระกูลจูเสียจริง ต้องมาเสียของไปเพราะพวกมัน"คำพูดเหล่านี้มาจากกลุ่มชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากท้องนา ทุกคนฟังแล้วต่างเริ่มสงสัย หลายคนพากันหยุดทำงานกลางคันเพื่อซักถามรายละเอียดจากผู้พูดจูฉางไห่เดินเข้ามาในลานหมู่บ้านพร้อมกับสีหน้ามืดครึ้ม แต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาจงใจเดินเข้าไปหากลุ่มชาวบ้านและเริ่มบ่นให้ได้ยิน
เมื่อครอบครัวหลินนำหลักฐานเป็นสัญญาซื้อขายปลามาให้ผู้ใหญ่บ้านตรวจสอบ ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันซุบซิบด้วยความอยากรู้และความอิจฉาที่เริ่มก่อตัวขึ้น"สัญญาซื้อขายปลา! แค่ได้ยินก็รู้ว่าตระกูลหลินต้องได้ราคาดีไม่น้อยแน่ ๆ!""จริง ข้าเองยังไม่เคยเห็นใครในหมู่บ้านเรามีเอกสารแบบนี้เลย"ผู้ใหญ่บ้านหลี่จื่อเฉิงตรวจสอบเอกสารด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เสมอเริ่มมีรอยยิ้มแห่งความพอใจ"หลินฉางหยู หลินฉิงอัน พวกเจ้าทำได้ดีมาก นี่เป็นสัญญาที่แสดงถึงการทำมาค้าขายอย่างขยันขันแข็ง ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้านขอรับรองว่าพวกเจ้าคือชาวบ้านที่ตั้งใจทำมาหากินจริง ๆ"ชาวบ้านที่ยืนฟังอยู่เริ่มกระซิบกระซาบกันอีกครั้ง"ดูเหมือนพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีแล้วนะ""ใช่ แต่เจ้าไม่คิดหรือว่าตระกูลจูอาจไม่ปล่อยเรื่องนี้ง่าย ๆ?"ด้านแม่เฒ่าจูและจูฉางไห่ที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของทั้งคู่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน แม่เฒ่าจูขยับเข้าไปหาจูฉางไห่พร้อมพูดด้วยเสียงเบา
หลังจากเดินทางเกือบครึ่งชั่วยาม สองพ่อลูกก็มาถึงลำธารกลางหุบเขาที่มีน้ำใสแจ๋วไหลเอื่อยๆ เสียงน้ำกระทบโขดหินดังก้องไปทั่วบริเวณ หลินฉางหยูวางตะกร้าลงบนพื้นแล้วหันไปมองรอบ ๆ"วันนี้ปลาคงมากเหมือนเดิม หากเราได้ครบสองร้อยตัวเร็ว พ่อก็อยากกลับไปช่วยแม่เจ้าเตรียมมื้อกลางวัน""ข้าจะช่วยเต็มที่เจ้าค่ะ ท่านพ่อ วันนี้ต้องจับได้เร็วกว่าครั้งก่อนแน่นอน"สองพ่อลูกเริ่มลงมือทำงาน หลินฉิงอันเตรียมตาข่ายและไม้ไผ่สำหรับจับปลา ส่วนหลินฉางหยูเดินสำรวจหาที่วางตะกร้าใบใหญ่เพื่อรอใส่ปลาที่จับได้สองพ่อลูกเดินไปยังหลุมดักปลาที่เคยขุดเอาไว้ พวกเขาช่วยกันจับปลาใส่ตะกร้าคนละไม้คนละมืออย่างรวดเร็วหลินฉิงอันที่จับปลาอยู่อีกหลุมหนึ่งใกล้ ๆ ยกปลาตัวใหญ่ให้หลินฉางหยูดูพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ตัวนี้ตัวใหญ่จริง ๆ ท่านพ่อ""ใช่แล้ว ข้าว่าปลาวันนี้คงอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียว"หลังจากจับ
หลินฉิงอันไม่เสียเวลา นางรีบสะพายตะกร้าสานที่มีสายรัดแข็งแรง พร้อมเตรียมมีดเล่มเล็กไว้ใช้สำหรับตัดสมุนไพรหรือผลไม้ป่า นางสวมรองเท้าผ้าเรียบง่ายที่เหมาะสำหรับเดินทางไกล และผูกผ้าคลุมไหล่กันแดดกันลมเมื่อทุกอย่างพร้อม นางมุ่งหน้าสู่เนินเขาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านหลินฉางหยูมองตามลูกสาวจนลับสายตา จากนั้นจึงเริ่มตรวจสอบรถเข็นของตนเองอย่างละเอียด เขาหมอบลงใกล้ล้อรถเข็นที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง ใช้มือสัมผัสตรวจดูความมั่นคงของแกนล้อ"ต้องแน่ใจว่ารถเข็นนี้ใช้งานได้ดีทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นปลาที่เราหามาอย่างลำบากจะเสียหายได้ง่าย ๆ" เขาพึมพำกับตนเองทางขึ้นเขาเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นและพุ่มไม้สูง หลินฉิงอันเดินไปตามทางเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านใช้เดินผ่านในยามต้องการเก็บของป่า ตลอดทางเสียงนกร้องและสายลมเย็นพัดผ่านทำให้นางรู้สึกสดชื่น"วันนี้ลมเย็นดีจริง หากโชคดีอาจจะพบผลหมากรากไม้ดี ๆ หรือสมุนไพรที่ขายได้ราคาก็เป็นได้" นางพูดกับตัวเองอย่างรื่
ยามฟ้าสาง หลินฉิงอันกับหลินฉางหยูเข็นรถปลาที่มัดไว้เรียบร้อยด้วยตาข่ายก้าวออกจากบ้าน แม้จะยังคงมีสายลมเย็นแห่งรุ่งเช้าพัดผ่าน แต่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความคึกคักของการทำงานอย่างตั้งใจทำให้สองพ่อลูกมีพลังเต็มเปี่ยม การเดินทางครั้งนี้ไม่มีการหลบเลี่ยงหรืออ้อมไปทางใดอีก ชาวบ้านในตำบลต่างรับรู้แล้วว่าครอบครัวหลินมีสัญญาส่งปลากับโรงเตี๊ยมไห่ถังเสียงล้อรถเข็นกระทบกับทางดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลินฉิงอันเดินอยู่ข้างหน้า สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจและความกระตือรือร้น ขณะที่หลินฉางหยูเดินตามหลังพร้อมมือที่จับคันรถแน่น“ลูกพ่อ หากเราขยันอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อีกไม่นานความเป็นอยู่ของเราจะดีขึ้นแน่ ๆ” หลินฉางหยูเอ่ยพลางยิ้มให้ลูกสาวหลินฉิงอันพยักหน้ารับพลางหันมายิ้ม “ข้าเองก็เชื่อเช่นนั้นเจ้าค่ะท่านพ่อ เราต้องตอบแทนเถ้าแก่หลิวให้ดีที่สุด เพราะเขาให้โอกาสเราขายปลา”เมื่อถึงหน้าโรงเตี๊ยมไห่ถังในยามฟ้ายังมืด เสี่ยวเอ้อที่เฝ้าประตูยิ้มต้อนรับสองพ่
ชาวบ้านหันมามองหลินฉางหยู ก่อนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใช่แล้ว หลินฉางหยู! พวกเขาได้รับเงินจากผู้ใหญ่บ้านและถูกขับไล่ออกไปจากหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน ข้าเห็นด้วยตาตัวเองว่าพวกเขาเก็บข้าวของออกไปทางทิศตะวันตก”หลินฉางหยูได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งอก“หากเป็นจริงเช่นนี้ หมู่บ้านของพวกเราคงสงบสุขขึ้นได้เสียที”เมื่อหลินฉางหยูกลับมาถึงบ้าน เขาเล่าเรื่องที่ได้ยินจากชาวบ้านให้หลินฉิงอันฟัง นางกำลังจัดผลไม้ป่าที่เก็บมาได้จากการขึ้นเขาไว้ในตะกร้าเตรียมขายที่ตลาด“ลูกเอ๋ย! พ่อมีข่าวดีมาบอก เมื่อเช้านี้ข้าได้ยินจากชาวบ้านว่าตระกูลจูตกลงย้ายออกไปจากหมู่บ้านแล้ว!” หลินฉางหยูพูดพร้อมสีหน้าสดใสหลินฉิงอันที่กำลังวางผลไม้ชะงักไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองบิดา ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงความไม่อยากเชื่อ“ท่านพ่อ เรื่องนี้เป็นความจริงหรือเจ้าคะ?
ในยามอิ๋น (ตีสามถึงตีห้า) ซึ่งฟ้ายังมืดสนิท หลินฉิงอันและหลินฉางหยูตื่นจากที่นอนด้วยความกระตือรือร้น หลังล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองจุดตะเกียงก่อนมุ่งหน้าสู่บ่อพักปลาที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ“วันนี้เรามีเวลาไม่มาก ต้องรีบจับปลาให้ครบสองร้อยตัวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น” หลินฉางหยูพูดพร้อมยกถังน้ำไปวางข้างบ่อหลินฉิงอันพยักหน้า “ข้าจะช่วยท่านพ่อจับปลาให้เร็วที่สุดเจ้าค่ะ”นางพูดพร้อมสะพายตะกร้าแล้วค่อย ๆ ใช้กระชอนช้อนปลาขึ้นมาทีละตัวด้วยความระมัดระวังไม่ช้าปลาสด ๆ ก็กระโดดโลดเต้นอยู่ในตะกร้าหลายใบที่วางเรียงกันไว้บนรถเข็น หลินฉางหยูช่วยลูกสาวจัดเรียงตะกร้าอย่างแน่นหนาเพื่อให้รถเข็นสมดุล“ครบสองร้อยตัวพอดี นี่ก็นับว่าเร็วมาก” หลินฉางหยูพูดพลางยิ้มหลินอ้ายมารดาของหลินฉิงอันที่ตื่นเช้าเช่นกัน ได้เตรียมซาลาเปาร้อน ๆ และกระบอกน้ำไว้ให้สองพ่อลูกกินระหว่างเดินทางเข้าอำ
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ออกเดินทางจากอำเภอไห่ตง พวกเขาใช้เวลาเดินทางอีกพักใหญ่ก็มาถึงหมู่บ้านฉิงไห่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอ บรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของตลาดในอำเภอเมื่อเกวียนลาของครอบครัวหลินเคลื่อนตัวเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาก็สังเกตเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเหล่านั้นหันมามองพวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยความประหลาดใจ และบางคนมองด้วยความเห็นใจหลินฉิงอันสังเกตเห็นสายตาของชาวบ้านเหล่านั้น นางรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาจึงมองมาที่ครอบครัวของนางเช่นนั้น นางจึงหันไปถามหลินอ้ายผู้เป็นแม่“ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดชาวบ้านเหล่านั้นจึงมองพวกเราเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” หลินฉิงอันถามด้วยความสงสัยหลินอ้ายเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของนางที่ฉิงไห่ นางพยายามมองหาความคุ้นเคยจากชาวบ้านเหล่านั้น แต่ก
หลินฉางหยูลุกขึ้นขอบคุณผู้ใหญ่บ้านหลี่ ก่อนส่งเขาออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้ถึงแม้ที่บ้านจะใช้เงินมากในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่หลินฉางหยูก็จำได้ว่าลูกสาวของเขาบอกว่ามันคือการลงทุนที่คุ้มค่า เขาจึงยอมให้ภรรยานำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นหลังเวลาอาหารเที่ยงครึ่งชั่วยาม ผู้ใหญ่บ้านก็พาชาวบ้านสิบคนพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับปรับหน้าดินและตัดไม้ทำรั้วให้บ้านหลิน หลินฉางหยูขอบคุณผู้ใหญ่บ้านก่อนที่เขาจะจากไปแล้วปล่อยให้ชาวบ้านรับฟังงานที่หลินฉางหยูจะให้พวกเขาทำ“ข้าต้องรบกวนพวกท่านแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มขอรับ กลุ่มหนึ่งติดตามข้าและโจวซานขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่มาไว้สำหรับทำรั้วรอบที่ดิน โดยให้รั้วเชื่อมต่อกับที่บ้านของข้าขอรับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้ปรับหน้าดินรอไปก่อน หลังจากได้ไม้ไผ่มากพอแล้ว พวกท่านค่อยรวมกลุ่มกันทำรั้วก่อนแล้วค่อยปรับที่ดินทีหลัง”ชาวบ้านรับคำสั่งของหลินฉางหยู พวกเขาแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไปทำงานทันที งานปรับหน้าดินมีเฉียนซื่อคอยควบคุมแทนหลิน
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการปรับพื้นที่ดินและสร้างรั้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยทำงาน เนื่องจากที่ดินมีขนาดใหญ่ การทำเองทั้งหมดคงต้องใช้เวลานานเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลินฉางหยูจึงเรียกโจวซานและเฉียนซื่อมาพบ“โจวซาน เฉียนซื่อ พวกเจ้าว่างหรือไม่? ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยงานเล็กน้อย” หลินฉางหยูกล่าว“พวกเราว่างขอรับ นายท่าน มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือขอรับ?” โจวซานและเฉียนซื่อตอบพร้อมกัน“ข้าต้องการให้พวกเจ้าขึ้นเขาไปกับข้าและฉิงเออร์ เพื่อนำต้นกล้าผลไม้ที่เราพบเมื่อวานลงมา” หลินฉางหยูกล่าวโจวซานและเฉียนซื่อรับคำอย่างยินดี พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวหลินอย่างเต็มที่ เมื่อได้รับคำสั่งจากหลินฉางหยู โจวซานและเฉียนซื่อก็รีบไปเตรียมตัวสำหรับการขึ้นเขา พวกเขาไปตรวจสอบรถเข็นที่ใช้สำหรับขนของ และนำตะกร้าใส่ปลาที่เพิ่งล้างเสร็จออกมาต
เมื่อมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านหลี่ พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้ใหญ่บ้านหลี่เชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านและพูดคุยกัน“มีธุระอะไรหรือ ฉางหยู ฉิงอัน?” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ถาม“ข้าต้องการจะขอคำปรึกษาท่านเรื่องที่ดินว่างในหมู่บ้าน ข้าสนใจที่จะซื้อที่ดินเพิ่มสักหน่อยขอรับ” หลินฉางหยูกล่าว“อ้อ เรื่องที่ดินหรือ? ได้สิ ข้าพอจะรู้ว่ามีที่ดินว่างอยู่บ้าง” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตอบผู้ใหญ่บ้านหลี่ได้นำแผนที่ของหมู่บ้านออกมาและชี้ให้หลินฉางหยูและหลินฉิงอันดูที่ดินว่างต่างๆ ที่อยู่ในหมู่บ้าน“ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของบ้านหวัง เขาเพิ่งย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ เขาอาจจะสนใจขายที่ดินผืนนี้” ผู้ใหญ่บ้านหลี่กล่าวพร้อมชี้ไปยังที่ดินผืนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับไร่นาเดิมของบ้านจู“ส่วนที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของหมู่บ้าน ยังไม่มีใครจับจอง ถ้าเจ้าสนใจก็สามารถขอซื้อจากหมู่บ้านไ
หลินฉิงอันเดินสำรวจต้นผลไม้แต่ละต้นอย่างใกล้ชิด นางสังเกตเห็นว่าผลไม้เหล่านั้นมีลักษณะที่เหมาะสมกับการนำไปแช่อิ่ม“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าผลไม้เหล่านี้เหมาะกับการนำไปแช่อิ่มมากเจ้าค่ะ” หลินฉิงอันกล่าวเมื่อหลินฉิงอันบอกว่าผลไม้เหล่านั้นเหมาะกับการนำไปแช่อิ่ม หลินฉางหยูก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจว่า “แช่อิ่ม” คืออะไร เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน“แช่อิ่ม? มันคืออะไรหรือ อันเออร์?” หลินฉางหยูถามด้วยความสงสัยเขาพยายามนึกว่าเคยได้ยินคำนี้จากที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่สามารถนึกออกได้หลินฉิงอันเห็นสีหน้างุนงงของบิดา ก็รู้ได้ทันทีว่าบิดาไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “แช่อิ่ม” นางนึกขึ้นได้ว่านางมาจากยุคสมัยที่แตกต่างจากที่นี่ และวิธีการถนอมอาหารบางอย่างอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคนี้นางจึงคิดหาทางอธิบายให้บิดาเข้าใจ โดยแสร้งบอกว่านางได้ยินคนอื่นพูดถึงวิธีการนี้ม
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ คุณชายน้อยทั้งสองตั้งใจเรียนมาก และบ่าวคนอื่นๆ ก็ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” เฉินหลงรายงานหลินฉางหยูพยักหน้าด้วยความพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น จากนั้นเฉินหลงจึงขอตัวออกไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับทำอาหาร เนื่องจากตอนนี้มีคนอยู่ในจวนมากขึ้น เขาต้องการซื้ออาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคนหลินอ้ายที่ได้ฟังรายงานของเฉินหลงก็รู้สึกสบายใจที่ลูกชายทั้งสองสบายดี แต่นางก็ยังคงมีความห่วงใยอยู่ในใจ นางจึงมอบเงินเพิ่มเติมให้เฉินหลงอีกห้าตำลึง“เฉินหลง นี่เป็นเงินอีกห้าตำลึง ข้าอยากให้เจ้าเอาไว้ซื้อวัตถุดิบดีๆ ทำอาหารให้ฉิงเฉิงกับฉิงหยาง พวกเขากำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์” หลินอ้ายกล่าวพร้อมยื่นถุงเงินให้เฉินหลงเฉินหลงรับถุงเงินมาด้วยความเคารพและกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณนายหญิงมากขอรับ ข้าจะดูแลคุณชายน้อยทั้งสองเป็นอย่างดี” เฉินหลงกล่าว
ก่อนที่หลินฉางหยูจะพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ หลินอ้ายได้พูดคุยกับหลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางอีกครั้ง นางกำชับให้ลูกชายทั้งสองดูแลตัวเองให้ดี เชื่อฟังบ่าวที่จวน และตั้งใจเรียนหนังสือ“ฉิงเฉิง ฉิงหยาง เจ้าทั้งสองดูแลตัวเองด้วยนะ เชื่อฟังเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ และอย่าดื้อรั้น” หลินอ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กชายทั้งสองรับปากผู้เป็นแม่ พวกเขารู้ว่าแม่เป็นห่วงพวกเขามาก และพวกเขาจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง“ขอรับ ท่านแม่ พวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี” เด็กชายทั้งสองตอบพร้อมกันหลังจากนั้น หลินฉางหยูจึงพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันขึ้นเกวียนลาเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ ทิ้งให้หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอำเภอหลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอันกลับไปแล้ว หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางไม่ได้สั่งการอะไรกับเฉินหลงเพิ่มเติม พวกเขาเพียงแค่ขอบคุณเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ
หลังจากที่จัดการเรื่องบ้านและทาสเรียบร้อยแล้ว หลินฉางหยูได้พาหลินอ้ายไปยังตลาดในอำเภอเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเตรียมไว้ให้บ่าวที่ต้องดูแลจวนใหม่ พวกเขาซื้อข้าวสาร ผักสด เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงรส และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับหลายวันหลินอ้ายเลือกซื้อของอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นของคุณภาพดีและราคาเหมาะสม นางคิดถึงบ่าวทั้งสี่คนที่ต้องดูแลจวนในอำเภอ และอยากให้พวกเขาได้รับประทานอาหารที่ดีเมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย หลินอ้ายจึงเรียกเฉินหลงซึ่งเป็นหัวหน้าบ่าวที่จวนใหม่มาพบ นางได้มอบเงินให้เฉินหลงจำนวนห้าตำลึง เพื่อให้เขาใช้จ่ายซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ในระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่“เฉินหลง นี่เป็นเงินจำนวนห้าตำลึง เจ้าเก็บรักษาไว้ให้ดี และใช้จ่ายอย่างประหยัด ซื้ออาหารและสิ่งของที่จำเป็นสำหรับทุกคนในจวน” หลินอ้ายกล่าวพร้อมยื่นถุงเงินให้เฉินหลงเฉินหลงรับถุงเงินมาด้วยความเคารพและกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณ
หลินฉางหยูเห็นท่าทีของทาสทั้งหมดแล้วก็หันหน้าไปหาหลินอ้ายด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ เขาพอใจมากที่ได้คนมีความสามารถหลากหลาย พวกเขาไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร แต่เป็นเพียงชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ พวกเขาไม่คิดจะข่มเหงทาสพวกนี้สักนิด ขอเพียงพวกเขาตั้งใจทำงานให้ครอบครัวหลินก็เพียงพอแล้วเด็กชายทั้งสองได้แต่มองทาสทั้งแปดอย่างอยากรู้อยากเห็น ส่วนหลินฉิงอันที่เคยผ่านโลกมาตั้งแต่ภพก่อนไม่ได้รู้สึกอันใดมากนัก นางเพียงรอดูว่าคนเหล่านี้เหมาะที่จะใช้งานหรือไม่เท่านั้น เพราะนางยังมีวิธีการช่วยครอบครัวหาเงินได้อีกมาก ถ้าพวกเขาเชื่อใจได้และซื่อสัตย์จริง ๆ นางก็จะมอบงานที่ดีให้กับพวกเขาในอนาคตเองไม่นานนักผู้ดูแลก็นำสัญญาขายตัวและเงินทอน 15 ตำลึง มามอบให้หลินฉางหยู ระหว่างที่หลินฉางหยูพาทุกคนเดินออกจากโรงค้าทาส เขากระซิบกับภรรยาเสียงเบา“ฮูหยิน เจ้าว่าเราควรซื้อสิ่งใดให้พวกเขาก่อนดี”“ท่านพี่อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ เราไปหาซื้อที่นอนกับเสื้อผ้าให้พวกเขาเสียก่อน ไหนจะพวกวัตถุดิบทำ