Share

บทที่ 212

Author: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
นางยอมรับว่าตนเองมิใช่คนใจดีอะไร เพราะคนใจดีล้วนอายุสั้น

ในไม่ช้า เจียงเฟิ่งหัวก็เปิดเผยข่าวนี้ต่อเจียงจิ่นเหยียนอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ

หลังเจียงจิ่นเหยียนได้รู้ ภายในใจก็เกิดการดิ้นรนเป็นอย่างมาก

หากชีวิตหลังการแต่งงานของจางอวี่มั่วไม่มีความสุข หรือนางได้รู้ว่าเป็นหลี่เฉิงจงใจวางแผนใส่นาง วันนั้นยิ่งเป็นหลี่เฉิงจงใจให้คนมาทำให้นางอับอาย แล้วนางจะทำเช่นใด?

จางอวี่มั่วเป็นสตรีที่ดีงามและมีความสามารถอย่างยิ่ง นางไม่ควรถูกปฏิบัติเช่นนี้

ที่จางอวี่มั่วยอมแต่งงานกับหลี่เฉิง อาจเป็นเพราะนางถูกเขาทำให้เสียใจอย่างลึกซึ้ง จึงได้ตอบตกลงการของแต่งงานของสกุลหลี่

เจียงจิ่นเหยียนได้ดึงเรื่องนี้มาไว้กับตัวอีกแล้วโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับที่สวี่อิ๋งถูกทำร้ายในปีนั้น เขาก็ไม่อาจให้อภัยตนเองเช่นเดียวกัน

หลังออกมาจากที่ทำงาน เขาก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่กี่วันจากนั้น เขาก็ตั้งใจไปตรวจสอบเรื่องหลี่เฉิงเป็นพิเศษ

ที่หลี่เฉิงกลับมาเมืองหลวงก็เพื่อแต่งงาน แต่เขายังคงแอบปลอมตัวออกไปดื่มสุราเคล้านารีอย่างลับๆ บุรุษเช่นนี้จะชอบจางอวี่มั่วอย่างจริงในอย่างนั้นหรือ?

ยิ่งใกล้วันแต่งงานของจางอวี่มั่ว เจียงจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 213

    ในวันเทศกาลไหว้พระจันทร์เจียงเฟิ่งหัวและซูถิงหว่านล้วนแต่งกายอย่างประณีตมาปรากฏตัวต่อหน้าเซี่ยซาง “หม่อมฉันคารวะท่านอ๋องเพคะ”“อืม ไปกันเถอะ!” เซี่ยซางสวมอาภรณ์หรูหรา ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายความสูงศักดิ์และความน่ายำเกรง เขาเป็นฝ่ายไปประคองเจียงเฟิ่งหัวขึ้นรถม้า จากนั้นก็จะขึ้นไปเพียงลำพังด้วยความเคยชินซูถิงหว่านแต่งกายด้วยชุดกระโปรงที่ทำจากผ้าไหมสีขาวกระจ่างดุจหิมะยาวระพื้น ดูเหมือนชายกระโปรงจะจำกัดความเคลื่อนไหวของนาง นางจึงกล่าวเบาๆ ว่า “ท่านอ๋องก็ทรงประคองหม่อมฉันด้วยสิเพคะ”เซี่ยซางจึงได้ตระหนักขึ้นมา ยามปกติซูถิงหว่านไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกิริยา สามารถขึ้นลงรถม้าได้อย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดถึงนาง คิดว่านางจะตามขึ้นมาได้เองเซี่ยซางก็มิได้คิดมาก ก็แค่เรื่องง่ายๆ เพียงยื่นมือเท่านั้น เขาจึงยื่นมือไปให้ซูถิงหว่าน ในตอนที่มือของนางถูกเซี่ยซางกุมไว้ในฝ่ามือ นางถึงสาวเท้าน้อยๆ เหยียบขึ้นไปบนบันไดขึ้นรถม้าอย่างชดช้อยในวินาทีถัดมา อาจเป็นเพราะนางเหยียบถูกชายกระโปรงของตนเข้า ร่างกายจึงโอนเอนตกไปในอ้อมแขนของเซี่ยซาง ริมฝีปากของนางประทับจูบลงบนคางของเซี่ยซางอย่างไม่ทันระวัง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 214

    เด็กๆ กล่าวอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความเคารพว่า “หลานคารวะเสด็จอาห้าและเสด็จอาสะใภ้ห้า”เจียงเฟิ่งหัวเตรียมการไว้ก่อนแล้วและได้นำสาวใช้เข้าวังมาด้วย นางรับถุงผ้าจากเหลียนเย่มาสามใบ แล้วยื่นไปยังเบื้องหน้าของเด็กทั้งสาม ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ยื่นถุงผ้าสีชมพูไปที่เบื้องหน้าของเด็กหญิง “เจ้าคือเวยเอ๋อร์สินะ รูปโฉมงดงามจริงๆ อาสะใภ้ห้าเตรียมของขวัญแรกพบหน้าไว้ให้เจ้า หวังว่าเวยเอ๋อร์จะชอบนะ”เซี่ยเวยเบิกตากว้างรับถุงผ้า นางยิ้มอย่างเขินอายบนใบหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานสดใสว่า “ขอบพระทัยเสด็จอาสะใภ้ห้าเพคะ อาสะใภ้ห้างดงามเหลือเกิน ทรงเหมือนกับเทพธิดาเลยเพคะ”จากนั้น เจียงเฟิ่งหัวก็ยื่นถุงผ้าสองใบยังเบื้องหน้าของเด็กชายอีกสองคนที่อายุมากขึ้นมาหน่อย “เจ้าคือฉีเอ๋อร์ ส่วนเจ้าคืออวี้เอ๋อร์สินะ”เมื่อเซี่ยฉีกับเซี่ยอวี้ได้ฟังก็กล่าวพร้อมกันว่า “เสด็จอาสะใภ้ห้าไม่เคยพบพวกเรามาก่อน เหตุใดจึงรู้ชื่อพวกเราได้พ่ะย่ะค่ะ”เจียงเฟิ่งหัวพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาสะใภ้ห้าจะเตรียมของขวัญพบหน้าให้พวกเจ้า ก็ย่อมต้องรู้ถึงความชอบของพวกเจ้า ข้ายังรู้ด้วยว่าฉีเอ๋อร์เข้าศึกษาที่สำนักศึกษาหลวงแล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 215

    “ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” เสียงตะโกนแหลมสูงของขันทีดึงสายตาของทุกคนกลับมาทุกคนพากันถวายความเคารพต่อฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างนอบน้อมรอจนฮ่องเต้และฮองเฮานั่งลงบนตำแหน่งที่อยู่เหนือขึ้นไปแล้ว คนทั้งหลายจึงได้กลับไปนั่งที่ตำแหน่งของตนหลังจากสนทนาทักทายตามมารยาทอีกรอบ เสียงวงดนตรีที่ประกอบไปด้วยเครื่องขลุ่ย ซอเอ้อหู และผีผาก็ค่อยๆ ดังอ้อยอิ่งขึ้นมาอย่างช้าๆไม่ว่าฮองเฮาจะได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้หรือไม่ นางย่อมนั่งอยู่ข้างกายของฮ่องเต้เสมอ วินาทีถัดมา เจียงเฟิ่งหัวก็เห็นฉากที่ทำให้นางรู้สึกทั่วร่างแตกเป็นเสี่ยงๆ นางเห็นฮ่องเต้ทรงปอกส้มลูกหนึ่งด้วยพระองค์เอง จากนั้นชิมด้วยตนเองก่อนครึ่งหนึ่ง แล้วจึงยื่นอีกครึ่งให้ฮองเฮา ฮองเฮาคร้านจะรับจึงยื่นหน้าเข้าไป ส้มครึ่งชิ้นนั่นจึงเข้าสู่ปากของฮองเฮาไปอย่างง่ายดายเช่นนั้นเจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ไม่ได้เข้าวังมาไม่กี่เดือน ในวังหลวงเกิดสิ่งใดขึ้นกันนี่?ต่อให้นางกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งนางก็รู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดให้ประหลาดใจแล้ว เนื่องจากโลกนี้กว้างใหญ่นัก เรื่องแปลกอัศจรรย์นั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน ทว่าการกระทำนี้ของฮ่องเต้กับฮองเฮา ทำให้น

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 216

    เจียงเฟิ่งหัวพบว่าซูถิงหว่านและซูชิงชิงล้วนหายตัวไปแล้ว คิดว่าพวกนางหมายมั่นที่จะช่วงชิงให้เป็นแน่ต่อมา ผู้ที่หลั่งไหลเข้ามาลงชื่อยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่พระชายาขององค์ชายสามและพระชายาขององค์ชายสี่ก็คิดจะแสดงทักษะของตนออกมาเช่นกันเหล่านางสนมก็ไม่ยอมน้อยหน้า ทุกคนล้วนมองอย่างตื้นเขินว่า ขอแค่ได้รับรางวัลจากฝ่าบาทก็เพียงพอให้พวกนางโอ้อวดไปได้ชั่วชีวิตแล้วเจียงเฟิ่งหัวกับเซี่ยซางปรึกษากันไว้แต่แรกแล้วว่าจะบรรเลงเพลง ‘ถ้อยวจีแห่งผีผา’ ร่วมกัน แม้บทเพลงจะจบลงแล้ว ทว่าความซาบซึ้งที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงจิตทำให้ทุกคนไม่อาจถอนสติกลับคืนมาได้เป็นเวลานาน เสมือนหนึ่งว่าพวกเขาได้เข้าสู่สภาวะลืมตน แม้แต่ผีเสื้อในอุทยานหลวงได้ฟังก็ยังตกอยู่ในห้วงแห่งความหลงใหล พวกมันเกาะอยู่บนไหล่ของคนทั้งสอง ถึงกับลืมเลือนที่จะกระพือปีกโบยบินเสียงร้องของพระชายาเหิงอ๋องยิ่งราวกับเสียงคีตาจากสรวงสวรรค์ ท่วงทำนองบนปลายนิ้วของนางราวทะลุผ่านชั้นเมฆา ท่องผ่านภูผาสูง ไปปลุกความฝันอันหลับใหลทุกคนถึงกับลืมปรบมือและส่งเสียงร้องชื่นชม ตราบจนเหิงอ๋องและพระชายาเหิงอ๋องจับมือกันลงจากเวที ทุกคนจึงได้สติกลับคืนมา จากนั้นก

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 217

    หมอหลวงก็มาถึงอย่างรวดเร็ว สายตาขอเฉิงฮองเฮาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง นางเดินมาที่ด้านหน้าของซูชิงชิง “หมอหลวงหวัง รีบดูอาการให้ซูเจี๋ยอวี๋เร็วเข้า เหตุใดมือของนางจึงได้มีเลือดออกมาขนาดนี้ โธ่ นี่น่าสงสารเกินไปแล้ว”ซูชิงชิงพยายามหลบเลี่ยงไม่หยุด “ไม่ต้องแล้ว ข้าไม่เป็นไร แค่ถูกสายพิณบาดนิ้วเท่านั้น ข้าให้นางกำนัลหยุดเลือดและทำแผลครู่เดียวก็พอแล้ว”นางกำนัลในตำหนักของซูชิงชิงถูกประหารไปหมดแล้ว คนที่ส่งไปยังตำหนักของนางในเวลานี้ย่อมเป็นคนของเฉิงฮองเฮาทั้งสิ้น ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดในตำหนัก เฉิงฮองเฮาล้วนล่วงรู้อย่างชัดเจนเฉิงฮองเฮากล่าวอย่างห่วยใยว่า “ถึงอย่างไรก็ต้องให้หมอหลวงหวังช่วยตรวจอาการให้ซูเจี๋ยอวี๋สักครั้งจึงจะวางใจได้”ในเวลานี้เอง สี่หมัวมัวและพวกก็ก้าวเข้าไปจับมือของซูชิงชิงไว้แล้วยื่นไปที่เบื้องหน้าของหมอหลวงหวังหลังจากที่หมอหลวงหวังโรยผงห้ามเลือดและทำแผลให้นางเสร็จ ซูชิงชิงคิดว่านี่นับว่าจบลงแล้ว ผู้ใดจะคาดว่า ในหมู่ผู้คน มีคนร้องตะโกนขึ้นมาว่า “นี่มันกลิ่นอะไรกันถึงได้เหม็นขนาดนี้!”มีคนชะโงกจมูกไปดมบนร่างของซูชิงชิง “กลิ่นโชยมาจากตัวของพระสนม ยิ่งดมก็ยิ่งเหม็น”ซูชิง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 218

    ฮูหยินผู้เฒ่าซูก็รู้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงเช่นกัน จึงรีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ “ขอฝ่าบาททรงลงพระอาญา ทว่าที่ชิงชิงเป็นเช่นนี้ก็เพราะถูกคนให้ร้าย ที่แท้คนร้ายที่อยู่เบื้องหลังการทำลายนางเป็นใคร ขอฝ่าบาทโปรดทรงตรวจสอบอย่างเข้มงวดด้วยเถิดเพคะ” แน่นอนว่าผู้ที่นางหมายถึงย่อมเป็นเฉิงฮองเฮาฮูหยินผู้เฒ่าซูยังคิดว่าฮ่องเต้จะเห็นแก่หน้าสกุลซู แล้วมอบความยุติธรรมให้กับซูชิงชิง“ฮ่าๆๆ…” จู่ๆ ซูชิงชิงก็กระชากมวยผมของนางจนยุ่งเหยิง ดึงปิ่นระย้าเต็มศีรษะทิ้งแล้วหัวเราะเสียงดังออกมา “กรรมสนอง กรรมสนอง!”ผ่านไปเพียงครู่เดียว ซูชิงชิงก็วิ่งชนไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งราชอุทยานถูกนางทำจนยุ่งเหยิงไปหมดเฉิงฮองเฮาขึ้นเสียงว่า “ทหาร รีบหยุดซูเจี๋ยอวี๋ไว้เร็วเข้า” ซูชิงชิงคิดจะแสร้งเสียสติให้ผู้ใดดูกันนางเผด็จการเอาแต่ใจอยู่ในวังหลวงมาสิบกว่าปี เหล่าสนมนางในในวังได้รับความอัปยศจากนางทุกรูปแบบ ดังนั้นในเวลานี้ จึงไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่เห็นใจนาง ทุกคนล้วนชมละครอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเย็นชาองค์หญิงเก้าเซี่ยหลิงเอ๋อร์ร้องไห้พลางพุ่งไปอยู่ข้างกายนาย “เสด็จแม่ ทรงเป็นอันใดไปเพคะ?”ซูชิงชิงราวกับเปลือกอันกลว

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 219

    ในเวลานั้นเอง ซูถิงหว่านราวกับได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ นางชี้หน้าเจียงเฟิ่งหัวได้ก็ด่าออกมาทันทีว่า “เจียงเฟิ่งหัว เป็นเจ้า เป็นเจ้าที่ต้องการทำร้ายข้า ที่ใบหน้าของข้างกลายเป็นเช่นนี้จะต้องเป็นฝีมือของเจ้าแน่ ทุกวันนี้ข้าอุตส่าห์ไปเรียนเขียนอ่าน เรียนกฎเกณฑ์มารยาทกับเจ้าทุกวัน ข้าเคารพเจ้าเป็นพระชายาแล้วแต่ทำไมเจ้ายังไม่อาจยอมรับข้าอีก และถึงกับจะทำร้ายข้าด้วย”เจียงเฟิ่งหัวก็ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเช่นกัน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง “ชายารองหมายความว่าอย่างไร ข้าจะไปทำร้ายเจ้าได้อย่างไร”“จะต้องเป็นเจ้าแน่ เจ้าชอบเสแสร้งแกล้งทำ ยามอยู่ต่อหน้าท่านอ๋องเจ้ามักแสร้งทำเป็นอ่อนโยน อ่อนแอ แต่แท้ที่จริงแล้วเจ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น เจียงเฟิ่งหัว ข้าอุตส่าห์ยอมถอยทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนกับเจ้าแล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังไม่ยอมละเว้นข้าอีก เหตุใดเจ้าต้องทำร้ายข้า ทำลายโฉมของข้า”เพื่อวันนี้ นางตั้งใจเตรียมตัวมาเป็นเวลานานมาก นางฝึกซ้อมการร่ายรำ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดนางก็อดทนจนผ่านมาได้แล้ว นางทำสำเร็จแล้วชัดๆ เซี่ยซางถูกนางดึงดูดมาได้สำเร็จแล้ว คิดไม่ถึงว่าวิธีการของเจียงเฟิ่งหัวจะอำมหิตเช่

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 220

    พระชายาอวี้อ๋องได้ยินเซี่ยอวี้พูดถึงเรื่องนี้มานานแล้ว นางจึงชัดแจ้งเป็นอย่างดี ตอนนั้นนางก็เพียงฟังเป็นเรื่องขำขันเท่านั้น ทว่าต่อมา เมื่อก็นางถูกเซี่ยอวี้ทรมานจนแทบทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ไหวนานแล้ว เซี่ยอวี้ให้ท้ายอนุทำร้ายภรรยา เซี่ยซางก็เป็นเช่นเดียวกันพวกเชื้อพระวงศ์ชายพวกนี้ คิดว่าสตรีรังแกได้ง่ายจริงๆ อย่างนั้นหรือในเมื่อคิดจะโวยวาย เช่นนั้นก็เปิดโปงออกมาให้เป็นเรื่องใหญ่ไปเสียเลย นางมีลูกไม่ได้ดังนั้นจึงไม่กลัวสิ่งใดอีก ถึงอย่างไรแม่สามีก็ไม่ชอบนาง และสามีก็ไม่รักนางอีก ช้าเร็วก็ต้องแก่ตายอย่างโดดเดี่ยว กระทั่งถูกเซี่ยอวี้ทุบตีจนตายก็เป็นไปได้หลังจากที่ทุกคนได้ฟังก็รู้สึกประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าจะยังมีเรื่องเช่นนี้ฮ่องเต้เป็นผู้ที่รู้เรื่องนี้ แม้เขาจะตำหนิเซี่ยซางไปหลายประโยค แต่เมื่อมิได้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ใดขึ้นมา เขาจึงได้ปล่อยไปสายตาที่เซี่ยซางมองเจียงเฟิ่งหัวยิ่งรู้สึกผิดขึ้นไปอีก เรื่องในวันนั้น ยังเป็นเจียงเฟิ่งหัวที่ช่วยพวกเขาคลี่คลายจนสงบด้วยเขาจึงหันไปกล่าวกับซูถิงหว่านอย่างเย็นชาว่า “เจ้าอย่าได้กล่าวหาพระชายาอย่างไร้มูล ข้าอยู่กับพระชายาตลอดเวลา ดังนั้นเป็นไ

Latest chapter

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 314  

    กลับมาถึงตำหนักครั้นนางผลักประตูห้องออกก็รับรู้ได้ถึงกระแสอากาศเย็นเยียบระลอกหนึ่งพัดเข้ามาจนนางหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้เซี่ยซางกลับมา นางคงถูกฮองเฮาทรมานจนตายไปก่อนแล้ว ฮองเฮาและเจียงเฟิ่งหัวเกลียดนางเข้ากระดูกดำ คนอย่างพวกนางไม่มีทางปล่อยนางไปแน่ ไม่รู้ว่าสงครามนี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใด แต่นางต้องหาหนทางหลบหลีกเอาตัวรอดจากการทรมานของพวกนางให้ได้ บัดนี้ท่านป้าสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าบาทไปแล้ว มิหนำซ้ำยังคลุ้มคลั่งจนสติวิปลาสไปแล้ว หวังให้นางช่วยเหลือก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ซูถิงหว่านเพิ่งออกมาจากห้องเครื่องเล็ก นางกินอิ่มแล้ว บัดนี้ความง่วงงุนเริ่มครอบงำ จึงตัดสินใจว่าจะงีบบนเตียงสักตื่นหนึ่งก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ต่อให้จะหนีออกจากวังหลวงกลับไปที่ด่านชายแดน ก็ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่นานนัก ซูถิงหว่านก็ค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา ในความฝันนางเห็นเจียงเฟิ่งหัวสวมอาภรณ์เนื้อหยาบสีเรียบกำลังเย็บปะเสื้อผ้า มือของนางเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยช้ำจากความหนาวเย็น ข้างกายของนางมีเด็กชายหนึ่งคนและเด็กหญิงอีกหนึ่งคน เสื้อผ้าที่สวมอยู่บนตัวดูเก่าคร่ำคร่า แม้

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 313  

    กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจอาชาขาววิ่งผ่านช่องแคบ เพียงพริบตาเดียว กองทัพใหญ่ก็ออกจากเมืองเซิ่งจิงมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว เจียงเฟิ่งหัวและซูถิงหว่านเองก็อยู่ในวังหลวงมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ซูถิงหว่านตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างก็ไปที่ห้องเครื่องเล็กแล้ว ครั้นต้มโจ๊กขาวถ้วยหนึ่งเรียบร้อย ซูถิงหว่านก็อาศัยช่วงที่นางข้าหลวงไม่อยู่ ถ่มน้ำลายลงไปในถ้วยหลายครั้ง ถึงกินแล้วไม่ตายแต่เจ้าได้ขยะแขยงไปจนตายแน่ อาหารโอชารสตั้งมากมายเพียงนั้นไม่รู้จักกิน กลับอยากกินโจ๊กข้าวขาวไร้เกลือไร้รสชาติ ยิ่งไปกว่านั้นโจ๊กข้าวขาวนี้ก็ต้มยากเป็นที่สุด แค่ครึ่งเดือนนางไม่รู้เลยว่าทำหม้อพังไปกี่ใบแล้วถึงจะเคี่ยวจนได้โจ๊กที่ขาวและเหนียวข้นเช่นนี้ออกมา ในตอนนี้เองสี่หมัวมัวก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามา พร้อมกล่าวอย่างวางมาด “พระชายารองซูลำบากแล้วเพคะ” “พระกระยาหารเช้าของฮองเฮาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนะเพคะ!” สี่หมัวมัวกล่าวต่อ “เตรียมเรียบร้อยแล้ว” ซูถิงหว่านเกลียดสี่หมัวมัวเข้าไส้ สักวันนางจะต้องเอาคืนความอัปยศทั้งหมดที่นางเคยได้รับจากยายปีศาจเฒ่าคนนี้ให้ได้แน่ แต่กระนั้นนางก็ไม่กล้าล่วงเกินสี่หมัวมัว มิเช่นนั้นสิ่ง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 312  

    เขาเป็นฝ่ายอธิบายกับเฉิงหมิงและเฉิงยางก่อนเอง “น้องหญิงสามของข้าน้อยสมรสกับเหิงอ๋อง เคราะห์ดีที่เมื่อตอนนั้นได้ท่านทั้งสองช่วยข้าเตรียมของขวัญแต่งงานให้น้องหญิงสาม นางปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง” “พี่จิ่นเหยียนน้องหญิงสามคนที่ท่านคอยพูดถึงไม่ขาดปาก น้องหญิงสามคนที่มีสติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องเป็นที่สุดได้อภิเษกสมรสกับท่านเหิงอ๋องเองหรอกหรือ ช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ!” นัยน์ตาของทั้งสองคนล้วนฉายประกายเสียดายออกมา พวกเขายังนึกอยากประลองหมากกระดานกับคุณหนูสามสกุลเจียงอยู่เลย  เซี่ยซางได้ยินถนัด เห็นอยู่ชัดเต็มตา ก็รู้สึกว่าเจียงจิ่นเหยียนในยามที่เอ่ยถึงน้องหญิงคนนี้ต่อหน้าคนอื่นจะต้องรู้สึกภาคภูมิใจมากเป็นแน่แท้ บัดนี้เจียงเฟิ่งหัวเป็นภรรยาของเขาแล้ว ได้สมรสภรรยาเป็นสตรีมีความรู้มากความสามารถคนหนึ่ง เขาเองก็พลอยรู้สึกภาคภูมิใจไปด้วยเช่นกัน  ตอนที่ออกจากวังนางยังโกรธกรุ่น เขาคิดเอาไว้ว่ารอให้เวลาผ่านไปก่อนนางจะต้องเข้าใจเขาแน่ เซี่ยซางรู้ว่าคนสกุลเฉิงมีเด็กหนุ่มหลายท่านกำลังเตรียมตัวสอบเคอจวี่เพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียง กอบกู้สกุลเฉิงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ท่ามกลางคนเหล่านั้นก็มีเฉิงหมิง

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 311  

    ครั้นออกจากวัง เซี่ยซางก็พาเจียงจิ่นเหยียนไปที่เรือนสกุลเฉิงอย่างลับ ๆ จากหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเฉิงก็สามารถมองเห็นความเงียบเหงาเสื่อมโทรมของตระกูลเฉิงได้อย่างชัดเจน เจียงจิ่นเหยียนเอ่ย “กระหม่อมเคยได้ยินถึงวีรกรรมอันเฟื่องฟูของแม่ทัพใหญ่เฉิงในปีก่อนนั้น ทั้งที่เขาเองก็เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรสร้างผลงานไว้มากมายคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเหตุใด แม่ทัพใหญ่เฉิงถึงได้เงียบหายไปอย่างกะทันหัน สกุลเฉิงถึงขั้นตกต่ำจนแทบไม่ต่างจากตระกูลสามัญชนคนทั่วไป” ที่แห่งนี้ยิ่งดูไม่เหมือนสกุลมารดาของฮองเฮาผู้ยิ่งใหญ่เลยด้วยซ้ำไป! ต่อให้ฮองเฮาจะมิได้รับความโปรดปราน แต่ถึงอย่างไรพระนางก็เป็นฮองเฮา และไม่สมควรมีใครกล้าหยามเกียรติดูแคลนสกุลเฉิง แต่ว่า… เซี่ยซางย่อมรู้เหตุผลดี จวนสกุลเฉิงเปลี่ยนไปเช่นนี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงกับเสด็จแม่ของเขา มองดูความเงียบเหงาของสกุลเฉิงแล้ว ภายในใจของเซี่ยซางพลันเกิดความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนขึ้น หากว่าไม่มีเหตุการณ์เมื่อปีก่อนนั้น หากว่าสกุลเฉิงไม่ช่วยเสด็จแม่ พวกเขาก็คงไม่ต้องถูกเสด็จพ่อพลอยรังเกียจเดียดฉันท์ไปด้วยกัน เพราะความเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียว ทำใ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 310

    เขาคิดว่า ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางมักมีความเกี่ยวข้องที่ซับซ้อนร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายก็เป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้ถูกผู้อื่นควบคุมเหตุใดเสด็จพ่อจึงมอบความโปรดปรานให้กับซูกุ้ยเฟย ก็มิใช่เพราะสกุลซูเช่นกันหรือ? เสด็จพ่อถึงกับรู้ว่าสกุลซูยักยอกสวัสดิการกองทัพ แต่ก็ไม่อาจลงโทษได้ นั่นก็เป็นเพราะสกุลซูตรากตรำทำงานหนัก ปกปักชายแดน สร้างผลงานยิ่งใหญ่เมื่อเขาขบคิดเข้าใจก็ตรงไปที่ห้องทรงอักษรทันทีรอจนเซี่ยซางจากไป เจียงเฟิ่งหัวก็เช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วกล่าวกับเหลียนเย่ว่า “ในช่วงนี้จนกระทั่งท่านอ๋องรบชนะกลับมา ข้าจะอาศัยอยู่ในวังตลอด เจ้าไปเตรียมการสักหน่อยเถิด” นางต้องแจ้งต่ออู๋ซินเช่นกัน ให้เขาช่วยคอยประสาน สกุลเจียงจะได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของฮ่องเต้เมื่อเซี่ยซางไปถึงห้องทรงอักษร ก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ทันที แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ลูกขอให้เสด็จพ่อทรงมีราชโองการโดยเร็ว ลูกตรวจสอบพบแล้วว่า ผู้ที่เป็นแกนนำในการโจมตีต้าโจวของเราครั้งนี้ คือผู้บัญชาการของเผ่าหู ฮูเหยียนซิวหลัว ลูกเดาว่าที่เขายกทัพมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 309

    เจียงเฟิ่งหัวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เซี่ยซางมายืนตรงหน้านางด้วยแววตาของเขาที่ดำทะมึนอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่รอให้นางกล่าวสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว เขาก็ก้าวเข้าข้างหน้าแล้วมาใช้กำลังบังคับอุ้มนางออกไปทันที แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้วแต่ภายในใจของนางยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูท่าคงจะทำให้เซี่ยซางโมโหเข้าแล้วจริงๆเมื่อออกจากตำหนักคุนหนิง เจียงเฟิ่งหัวแสร้งทำเป็นยังโมโหอยู่ “ท่านอ๋องจะอุ้มหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ จู่ๆ ทรงทำเช่นนี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ? พระองค์ไม่กลัวชายารองซูจะโกรธหรือเพคะ”เซี่ยซางหยุดฝีเท้าลง วางนางลงบนทางเดิน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจ้องดวงหน้าของเจียงเฟิ่งหัวเขม็ง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเจ้ากับข้าเป็น ‘สามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ให้เกียรติกันและกันดุจอาคันตุกะ’ หมายความว่าอย่างไร?”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวไม่ยอมถอยว่า “ก็หมายความตามอักษรเพคะ”เซี่ยซางแทบจะถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมาแล้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ”เจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงไป พูดสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็ได้ยินเซี่ยซางกล่าวต่อด้วยความโมโหว่า “ช่วงที่ผ่านม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 308

    เมื่อเซี่ยซางได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบคิดในใจว่า ซูถิงหว่านบอกว่าเสด็จแม่แกล้งป่วย? อาการป่วยของเสด็จแม่นั้นเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง ซูถิงหว่านช่างกล้าพูดได้ทุกอย่างจริงๆ!นางคิดว่าหากเขาคิดจะตีชาวหูให้ถอยร่นกลับไป ก็ได้แต่พึ่งสกุลซูของนางหรือไร จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เห็นเสด็จแม่อยู่ในสายตาเลยเจียงเฟิ่งหัวเห็นเขาไม่กล่าววาจาจึงจากไปทันที ไม่มีผู้ใดเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่นางหมุนตัวไป มุมปากของนางก็โค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ยิ่งซูถิงหว่านทำเช่นนี้ก็จะยิ่งผลักเซี่ยซางให้ไกลออกไปนางคิดว่าในแผ่นดินนี้มีเพียงสกุลซูที่ออกรบเป็นหรือไง สกุลซูตรากตรำสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนต้องให้ความยำเกรงพวกเขา ทว่าทุกเรื่องราวล้วนควรหยุดในจุดที่เหมาะสม ไม่ว่าสิ่งใดหากมากเกินไปจะเป็นโทษได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่จนคุกคามผู้เป็นนายเหนือหัว ทำให้ผู้คนชิงชังเอาได้ที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เซี่ยซางแต่งซูถิงหว่านเป็นภรรยาเอก จะไม่มีการพิจารณาในข้อนี้เชียวหรือ?เจียงเฟิ่งหัวย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขี้ระแวงขี้สงสัย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังระวังป้องกัน แล้วนับประสาอะไรกับแม่ทัพที่เฝ้ารักษา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 307

    ในเวลานั้นเอง เซี่ยซางย้อนกลับมาที่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาเห็นบรรยากาศออกจะเคร่งเครียดอยู่บ้าง จึงถามว่า “มีสิ่งใดหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ข้างนอกกันหมด?”ซูถิงหว่านจ้องมองเซี่ยซางอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร ต่อหน้าเจียงเฟิ่งหัว นางดึงเซี่ยซางไปยังมุมที่อยู่อีกด้าน “ท่านอ๋อง มิได้ทรงรับปากว่าจะพาหม่อมฉันกลับชายแดนหรือเพคะ? ท่านย่ากับพี่ใหญ่ยังรอพวกเรานะเพคะ”เซี่ยซางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ยามนี้เสด็จแม่ทรงประชวรหนัก ข้างกายนางไม่อาจไม่จัดคนไว้คอยปรนนิบัติ เจ้าเป็นชายารองของจวนเหิงอ๋อง และก็เป็นสะใภ้ของเสด็จแม่ ตามหลักจึงควรรั้งอยู่ดูแลเสด็จแม่”เขาลดเสียงเบากล่าวต่อว่า “หวานหว่าน เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่ไม่ดีนัก จะได้ถือโอกาสนี้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่พอดี” เพราะเขากังวลว่าซูถิงหว่านจะเสียมรรยาทต่อฮองเฮาด้วยเหตุนี้ จึงได้มาอธิบายต่อนางให้ชัดเจนด้วยตนเองท่านอ๋องก็ทรงรู้ดีว่าฮองเฮาไม่โปรดหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำสิ่งใดก็ทรงรังเกียจหม่อมฉันทั้งนั้น เดิมหม่อมฉันก็ปรนนิบัติคนไม่เป็นอยู่แล้ว เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีจนทำให้ฮองเฮายิ่งทรงพิโรธ กล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status