Share

บทที่ 110  

Author: กระต่ายน้อยใต้ดวงจันทร์
บุรุษแคว้นต้าโจวล้วนชื่นชอบการมีภรรยาหลายคน ไม่อาจเข้าใจได้เลยจริง ๆ ทั้งที่มีพระชายาที่งดงามเลิศล้ำดุจหยกแก้วและบุปผาอยู่แล้ว เหตุใดจะต้องแต่งชายารองที่ไม่รู้กฎระเบียบอีกคนหนึ่งด้วย

นางกวาดสายตามองอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงผู้คนจอแจอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสื่อมโทรม ทว่าในตอนนี้เองนางคล้ายจะมองเห็นเงาร่างสีขาววูบหนึ่งปรากฏอยู่ตรงที่นั่งสำหรับบุรุษด้านนอก

เพียงแค่สีขาววูบเดียวนั้นกลับปลุกเร้าอารมณ์ที่แตกต่างออกไปขึ้นมาได้ นางรู้สึกเพียงว่ากลิ่นอายของความโสมมทั่วทั้งท้องพระโรงถูกแต่งแต้มไปด้วยความสงบและบริสุทธิ์

ซางอวี๋เพียนเพียนพลันลุกขึ้นยืนและเดินออกไปด้านนอก ฝีเท้าของนางดุจสายลม สายตามุ่งตรงไปด้านหน้า รู้สึกเพียงแค่ว่าบุคคลผู้นั้นช่างสง่างามและเต็มด้วยพลัง ดั่งจันทร์กระจ่างหลังสายพิรุณ

นางเดินไปตรงหน้าเจียงจิ่นเหยียน และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “ข้ารู้จักท่าน”

เจียงจิ่นเหยียนกำลังยกจอกสุราดื่มฉลองกับเซียวอวี้และบรรดาศิษย์ ครั้นเห็นสตรีในอาภรณ์หรูหราท่านหนึ่งเดินมาตรงหน้า ชุดของนางคือชุดแบบแคว้นเจาซี อีกทั้งยังแต่งตัวได้รุ่มรวยทรงเกียรติ ก็เดาฐานะของผู้มาเยือนได้ในทันที “องค์หญิง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Related chapters

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 111

    เสียงเพลงอันไพเราะนุ่มนวลที่บรรเลงไม่หยุดสามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้ เจียงเฟิ่งหัวดื่มเหล้าไปสองจอกหน้าก็เริ่มแดง นางเริ่มตัวโงนเงน สัปหงก เมื่อตัวนางเซก็ไปซบไหล่เซี่ยซางเจียงเฟิ่งหัวก็สะดุ้งตื่นทันที นั่งตัวตรง พยายามเบิกตากว้างเหมือนกำลังจดจ้องที่นางรำ นางไม่รู้ว่านางรำเต้นท่าอะไรบ้าง เหมือนเป็นคนตาบอดที่ลืมตาดูเท่านั้นเซี่ยซางเห็นท่าทางของนางแล้ว ก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย “เมื่อเช้าตื่นเช้าไปหรือ?”เจียงเฟิ่งหัวผงกหัว “เพคะ”เซี่ยซางกวาดสายตาดูในงาน งานเลี้ยงเพิ่งเริ่ม ทุกคนก็เหมือนจะง่วงกันหมดแล้ว คนที่สัปหงกก็ไม่น้อย งานเลี้ยงนี้ที่กรมพิธีการจัดก็น่าเบื่ออยู่บ้างจริง ๆ “ข้าส่งเจ้าไปพักผ่อนที่ตำหนักเฉินซีหน่อยแล้วกัน รองานเลี้ยงเลิกแล้วค่อยส่งเจ้าออกจากวัง”เจียงเฟิ่งหัวส่ายหน้าไปมา กล่าวเสียงเบาว่า “หม่อมฉันยังทนไหวอยู่เพคะ แขกสำคัญยังไม่กลับ ไหนเลยเจ้าภาพจะกลับก่อนได้”ซูถิงหว่านเข้ามาแทรก กล่าวเบา ๆ “หม่อมฉันก็เริ่มง่วงแล้ว หม่อมฉันไปพักกับพระชายาสักหน่อยนะเพคะ! งานเลี้ยงนี้ก็น่าเบื่ออยู่ไม่น้อยจริง ๆ” นางพูดความจริงอย่างเต็มปากเต็มคำเจียงเฟิ่งหัวไม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 112

    แต่นางก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเซียวอวี้จะเข้าวังได้นี่นา นอกเสียจากว่าซูกุ้ยเฟยไปกระซิบข้างหมอนกับฮ่องเต้ บรรดาบัณฑิตในสำนักศึกษาจึงเข้าวังมาร่วมงานเลี้ยงได้ ทำเป็นบอกว่าให้ราชทูตต่างชาติได้เห็นว่าแคว้นต้าโจวเต็มไปด้วยคนมีความสามารถ ที่แท้เป็นการล่อเซียวอวี้เข้าวังเมื่อเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว เจียงเฟิ่งหัวก็เดินช้า ๆ นางรู้ว่าพี่ใหญ่ต้องอยู่กับเซียวอวี้แน่ ต้องคิดหาวิธีบอกให้พี่ใหญ่รู้ แล้วก็อย่าให้เซียวอวี้อยู่ตามลำพังเด็ดขาดเวลานี้เอง อู๋ซินกงกงบังเอิญผ่านมาพอดี ถวายคำนับไปทางเจียงเฟิ่งหัวอย่างเคารพนบนอบหนึ่งครั้ง “บ่าวถวายพระพรพระชายาเหิงอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”“อู๋ซินกงกงไม่อยู่รับใช้ข้างพระวรกายฝ่าบาทหรือ?” เจียงเฟิ่งหัวถามเป็นพิธี“มีท่านอาจารย์รับใช้อยู่ มิต้องเรียกใช้บ่าวหรอกพ่ะย่ะค่ะ” อู๋ซินพูดอีกว่า “ตอนนี้บ่าวก็เป็นคนว่างงานคนหนึ่ง รอให้ท่านอาจารย์เรียกอยู่ทุกเมื่อ”เจียงเฟิ่งหัวยิ้ม “ยังไม่ได้ขอบคุณอู๋ซินซินกงกงเลยที่ไปส่งข้าคัดพระคัมภีร์ที่ศาลบรรพชนคราวก่อน ไม่เช่นนั้นหลงทางในวังหลวงที่ใหญ่โตเช่นนี้ก็ได้ขายหน้าแย่”อู๋ซินกล่าวด้วยความเคารพ “พระชายาไม่ต้องเกรงใจไป เรื่องเหล่าน

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 113

    ขณะเดียวกัน ณ ตำหนักหลวนเฟิ่งซูกุ้ยเฟยรู้ว่าฮ่องเต้แต่งตั้งองค์หญิงแคว้นเฉาซีเป็นพระสนมหย่าเฟยแล้วก็โกรธสุดขีด นางก็ไม่อยากไปร่วมงานให้คนอื่นมาหัวเราะเยาะ จึงอ้างว่าไม่สบายเพื่อไม่ไปร่วมงานเลี้ยงอวิ๋นฟางคุกเข่าลงด้วยความเคารพหน้าซูกุ้ยเฟย “ทูลกุ้ยเฟย จากที่บ่าวแอบสอดส่องอย่างลับ ๆ พยายามค้นหา ในที่สุดก็เจอจุดอ่อนของพระชายาเหิงอ๋องแล้วเพคะ”ซูกุ้ยเฟยกล่าวเสียงเข้ม “คราวก่อนเจ้าส่งจดหมายบอกข้าให้เกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้เชิญบัณฑิตที่เพียบพร้อมทั้งปัญญาและคุณธรรมจากสำนักศึกษาหลวง เข้าวังมาร่วมงานเลี้ยงรับรองราชทูตจากแคว้นเจาซี เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”อวิ๋นฟางยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น “กุ้ยเฟย บ่าวค้นพบความลับอย่างหนึ่งของพระชายาเหิงอ๋องเพคะ”ซูกุ้ยเฟยได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว “เจ้าแน่ใจนะ”“บ่าวสืบจนแน่ชัดแล้วเพคะ จริงแท้แน่นอน คนผู้นั้นก็ศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาหลวง เป็นศิษย์ของเจียงหวย วันนี้ก็เข้าวังมา ไม่แน่ว่าก่อนที่เจียงเฟิ่งหัวจะแต่งกับเหิงอ๋อง ทั้งสองคนก็รักกันมานานแล้ว”ซูกุ้ยเฟยจ้องอวิ๋นฟางด้วยแววตาเย็นเยียบ “เจียงเฟิ่งหัวไม่ใช่คนโง่ นางไม่มีทางโง่จนวิ่งเข้าวังมากับผู้ชายคนหนึ่งเพื่อ

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 114

    “ลากไปซ่อนในเรือนด้านข้างที่ไม่มีคน แค่นางกำนัลตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง รอให้ซูกุ้ยเฟยถูกเปิดโปง นางก็ไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่”ขณะนี้จุดสำคัญของวังหลวงอยู่ที่ตำหนักหงฝู มีอู๋ซินนำทาง เขาก็นำตัวคนไปซ่อนในตำหนักของซูกุ้ยเฟยโดยที่ไม่มีใครรู้ได้อย่างง่ายดาย......ขณะเดียวกัน ทางนี้ซูถิงหว่านเห็นเจียงเฟิ่งหัวเอาแต่เดินเล่นริมทะเลสาบอย่างไร้จุดหมาย ก็พูดว่า “ที่นี่หนาวเกินไปแล้ว ทุกคนไปกันหมดแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะเพคะ!”“ก็ใช่น่ะสิ ทุกคนไปกันหมดแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ!” ท่าทางอ้อนแอ้นของเจียงเฟิ่งหัวทำให้ซูถิงหว่านรู้สึกสะอิดสะเอียน“พระชายารองอยากไปเดินเล่นที่สวนบุปผชาติไหม?” นางกล่าวในทันใดซูถิงหว่านตาลุกวาว “ได้สิเพคะ ได้ยินว่าดอกไม้ทางนั้นกำลังบานสะพรั่ง หม่อมฉันกำลังอยากไปดูสักหน่อยพอดีเลย”“ข้าก็กำลังอยากไปดูพอดีเหมือนกัน ดอกไม้ในวังบานสะพรั่งหนาแน่นกว่าในจวนเรา” เจียงเฟิ่งหัวท่าทางเหมือนเป็นคนรักดอกไม้มาก ยื่นมือไปทางซูถิงหว่านอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน “พระชายารองดึงข้าขึ้นไปหน่อยสิ ขั้นบันไดนี่สูงเกินไปแล้ว ข้าก้าวไม่ขึ้น”ซูถิงหว่านตะลึงจนเบิกตากว้าง เจียงเฟิ่งหัวจะบอบบางเพียงไรก็ไม่ต้องท

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 115

    ณ ตำหนักหงฝูเมื่อได้ยินเสียง ‘จับนักฆ่า’ แล้ว ภายในห้องจัดงานที่สงบสุขด้วยเสียงร้องรำทำเพลงก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นในพริบตาเดียว ฮ่องเต้ที่กำลังเมามายก็ตาสว่างทันที องครักษ์ลับทั้งหมดก็ออกมาคุ้มกันอยู่ข้างฮ่องเต้แทบจะในชั่วพริบตาใต้เท้าซางผู้บัญชาการหน่วยราชองครักษ์ทูลรายงานอย่างรวดเร็ว “ทูลฝ่าบาท มีนักฆ่าเข้ามาในวัง กระหม่อมส่งคนไปไล่ล่าแล้ว ขณะนี้นักฆ่าหนีไปทางพระราชฐานชั้นในพ่ะย่ะค่ะ” “ก็ไปตามจับสิ!” ฮ่องเต้ตะคอกด้วยความพิโรธ โกรธเกรี้ยวประดุจฟ้าผ่า “ใครกล้ามาลอบสังหารในวังกัน ไปจับมันมา เราจะทำให้มันแหลกลาญไม่เหลือชิ้นดี”ผู้บัญชาการซางตกอกตกใจจนทั้งตัวสั่นเทา จะเข้าไปพระราชฐานชั้นในย่อมต้องขอพระบรมราชานุญาตจากฮ่องเต้ก่อน ไม่เช่นนั้นไปล่วงเกินเหล่าเจ้านายฝ่ายในเข้า พวกเขาได้หัวหลุดจากบ่ากันถ้วนหน้าแน่ เขารีบขานรับ “พ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้หันไปพูดกับบรรดาองค์ชายอีกว่า “พวกเจ้านิ่งเป็นสิงโตหินอะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบไปดูอีกว่าใครกันมันกล้าบุกเข้ามาในวัง ต้องจับตัวมันให้ได้”พวกเขารับพระบัญชาแล้วออกไป ออกมาจากตำหนังหงฝูแล้ว เซี่ยซางเจอซูถิงหว่านวิ่งหอบแฮ่ก ๆ กลับมา“หวานหว่าน เจ้

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 116

    นางเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ตะโกนเรียกว่า “สีเป่า เจ้าอยู่ข้างในหรือเปล่า? เมี๊ยวๆ...เจ้าตอบข้าสักคำสิ!”เสียง “กุกกัก” ดังออกมาจากในตู้อีกครั้งซูกุ้ยเฟยตะโกนเรียกออกไปด้านนอกหนหนึ่ง “จินหมัวมัว เหมยเซียง เซี่ยจู๋…”นางตะโกนเรียกอยู่นานก็ไม่มีคนเข้ามา“เมี๊ยว!” บุรุษเลียนแบบเสียงแมวร้องขึ้นมาครั้งหนึ่งซูกุ้ยเฟยได้ยินเสียงแมวร้องจึงได้ลดความระวังลง นางเปิดประตูตู้ออก เมื่อเห็นภายในบุรุษร่างกายเปลือยเปล่าอยู่ผู้หนึ่ง นางก็ตกใจจนตะลึงไปวินาทีถัดมา บุรุษผู้นั้นก็พุ่งออกมากอดรัดนางไว้ “แม่แมวน้อย ที่แท้เจ้าอยู่นี่เอง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะงามเช่นนี้ เล่นสนุกเก่งเช่นนี้ทำเอาข้าทรมานรออยู่นาน ที่แท้ก็คิดจะทำให้ข้าประหลาดใจนี่เอง”ในตอนที่อวิ๋นฟางยั่วยวนเขานั้น สวมผ้าคลุมหน้าอยู่ตลอด เพียงให้เขารู้สึกว่านางเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง แต่กลับไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางอย่างชัดเจน กระทั่งนางพาเขาเข้ามาในวังหลวงอันโอ่อ่าหรูหรา เขาจึงได้รู้ว่าที่แท้นางเป็นคนในวัง วันนี้ในวังจัดงานเลี้ยง คนมากมายพลุกพล่านจึงไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเขาถูกตีจนสลบ บนร่างแม้แต่กางเกงชั้นในก็ไม่เหลือ เห็นสตรีที่อยู่เบื้องหน้

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 117

    เมื่อซูกุ้ยเฟยได้ยินเสียงก็ได้สติกลับมาในฉับพลัน นางคิดผลักร่างของเขาออกไปอย่างลนลาน “เจ้าเป็นมือสังหารหรือ?”ฝ่ายชายก็ลนลานทำสิ่งใดไม่ถูกเช่นกัน รีบปฏิเสธว่า “ข้าไม่ใช่มือสังหาร ข้าไม่ใช่มือสังหารจริงๆ ไม่ใช่ว่าพระสนมนำข้าเข้าวังแล้วเอาข้ามาซ่อนไว้ที่นี่หรือ?”ซูกุ้ยเฟยเห็นเขาเหมือนพวกบุรุษหนุ่มที่อาศัยหน้าตาพึ่งพาอิสตรี และบัดนี้ก็มิใช่เวลามาซักไซ้ไล่เลียงว่าเขาเป็นมือสังหารหรือไม่ แต่เป็นกรณีที่ในตำหนักของนางมีบุรุษเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน หากให้คนจับได้ นางคงได้ตายอย่างไร้ที่ฝังนางพูดเสียงเข้มว่า “เจ้าจงซ่อนตัวก่อน”บุรุษผู้นั้นยังจะกล้าคิดเรื่องอื่นอีกได้อย่างไร เขาตื่นตระหนกจนทำสิ่งใดไม่ถูกแล้ว แม้เรื่องนี้จะเพิ่งเริ่มและเพลิงปรารถนาบนร่างของเขายังไม่จางหายไป แต่เขาได้ถูกทำให้ตกใจจนไม่อาจเรียกสติกลับมา“เจ้าลุกขึ้นมาสิ!” ซูกุ้ยเฟยกระซิบเสียงเบา“ข้า…ข้ายืนไม่ขึ้นแล้ว” บุรุษผู้นั้นหวาดหวั่นจนร่างกายสั่นเทา ก่อนหน้านี้มิได้คิดถึงผลที่จะตามมา ถูกตัณหาล่อลวงจิตใจ รู้สึกเพียงว่าน่าตื่นเต้น บัดนี้มาเสียใจก็สายเกินไปเสียแล้วซูกุ้ยเฟยคิดว่านี่เป็นตู้เสื้อผ้าในตำหนักด้านข้าง คนทั้งส

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 118

    ยิ่งซูชิงชิงไม่ยอมให้คนเข้าไป ก็ยิ่งแปลว่าข้างในมีเรื่องผิดปกติ นอกจากนี้ เหล่านางกำนัลและหมัวมัวที่ปรนนิบัติอยู่ในตำหนักนางล้วนไปที่ใดแล้ว ผ่านมาค่อนคืนแล้วจึงยังไม่เห็นคนสี่หมัวมัวอยากช่วยระบายโทสะให้ฮองเฮานานแล้ว เมื่อได้โอกาสย่อมไม่มีทางปล่อยไป นางพาคนบุกเข้าไปทันทีทุกสิ่งภายในล้วนไม่เที่ยง สี่หมัวมัวจึงไปค้นหาบนเตียงอีกครั้ง ทว่าบนเตียงก็ไร้ซึ่งความผิดปกติใด กระทั่งใต้เตียงก็ถูกดูไปแล้วเมื่อเห็นว่านางมุ่งหน้าไปทางห้องข้างของตำหนัก ซูกุ้ยเฟยก็ตะโกนเรียกออกมา “สี่หมัวมัว…”สี่หมัวมัวตกใจจนสะดุ้ง คิดอยากด่านางว่าร่ำร้องอะไรซูกุ้ยเฟยก็พูดต่อว่า “ด้านในซ่อนคนไม่ได้หรอก หากไม่เชื่อหมัวมัวก็เข้าไปดูเถิด”สี่หมัวมัวก็เลิกม่านขึ้นเดินเข้าไปจริงๆ ภายในว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่จริงๆ แต่ว่ากลับมีกลิ่นชนิดหนึ่งอวลอาย ทำให้คนรู้สึกอยากอาเจียนสี่หมัวมัวเปิดตู้เสื้อผ้าออก ภายในไม่มีวี่แววของคน แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ในตู้เสื้อผ้ากลับกระจัดกระจายเต็มตู้ไปหมด นางตาแหลมจึงพบชุดบุรุษที่ด้านล่างสุดของตู้เสื้อผ้า กระทั่งยังมีสายรัดเอว รองเท้าและถุงเท้าด้วย เนื่องจากไม่พบตัวคน นางจึงไม่กล้าโหวกเหวกโวย

Latest chapter

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 310

    เขาคิดว่า ระหว่างราชวงศ์กับขุนนางมักมีความเกี่ยวข้องที่ซับซ้อนร้อยแปดพันเก้า สุดท้ายก็เป็นเพราะเขายังไม่แข็งแกร่งพอ จึงได้ถูกผู้อื่นควบคุมเหตุใดเสด็จพ่อจึงมอบความโปรดปรานให้กับซูกุ้ยเฟย ก็มิใช่เพราะสกุลซูเช่นกันหรือ? เสด็จพ่อถึงกับรู้ว่าสกุลซูยักยอกสวัสดิการกองทัพ แต่ก็ไม่อาจลงโทษได้ นั่นก็เป็นเพราะสกุลซูตรากตรำทำงานหนัก ปกปักชายแดน สร้างผลงานยิ่งใหญ่เมื่อเขาขบคิดเข้าใจก็ตรงไปที่ห้องทรงอักษรทันทีรอจนเซี่ยซางจากไป เจียงเฟิ่งหัวก็เช็ดน้ำตาที่หางตา แล้วกล่าวกับเหลียนเย่ว่า “ในช่วงนี้จนกระทั่งท่านอ๋องรบชนะกลับมา ข้าจะอาศัยอยู่ในวังตลอด เจ้าไปเตรียมการสักหน่อยเถิด” นางต้องแจ้งต่ออู๋ซินเช่นกัน ให้เขาช่วยคอยประสาน สกุลเจียงจะได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้หรือไม่ อำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของฮ่องเต้เมื่อเซี่ยซางไปถึงห้องทรงอักษร ก็คุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ทันที แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ลูกขอให้เสด็จพ่อทรงมีราชโองการโดยเร็ว ลูกตรวจสอบพบแล้วว่า ผู้ที่เป็นแกนนำในการโจมตีต้าโจวของเราครั้งนี้ คือผู้บัญชาการของเผ่าหู ฮูเหยียนซิวหลัว ลูกเดาว่าที่เขายกทัพมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้แค้นเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 309

    เจียงเฟิ่งหัวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เซี่ยซางมายืนตรงหน้านางด้วยแววตาของเขาที่ดำทะมึนอย่างน่าสะพรึงกลัว ไม่รอให้นางกล่าวสิ่งใดแม้แต่ประโยคเดียว เขาก็ก้าวเข้าข้างหน้าแล้วมาใช้กำลังบังคับอุ้มนางออกไปทันที แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้วแต่ภายในใจของนางยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูท่าคงจะทำให้เซี่ยซางโมโหเข้าแล้วจริงๆเมื่อออกจากตำหนักคุนหนิง เจียงเฟิ่งหัวแสร้งทำเป็นยังโมโหอยู่ “ท่านอ๋องจะอุ้มหม่อมฉันไปที่ใดเพคะ จู่ๆ ทรงทำเช่นนี้คิดจะทำสิ่งใดกันแน่เพคะ? พระองค์ไม่กลัวชายารองซูจะโกรธหรือเพคะ”เซี่ยซางหยุดฝีเท้าลง วางนางลงบนทางเดิน ดวงตาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธจ้องดวงหน้าของเจียงเฟิ่งหัวเขม็ง “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าเจ้ากับข้าเป็น ‘สามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ให้เกียรติกันและกันดุจอาคันตุกะ’ หมายความว่าอย่างไร?”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวไม่ยอมถอยว่า “ก็หมายความตามอักษรเพคะ”เซี่ยซางแทบจะถูกทำให้โมโหจนหัวเราะออกมาแล้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นหรือ”เจียงเฟิ่งหัวตกตะลึงไป พูดสิ่งใดไม่ออกแม้แต่คำเดียว จากนั้นก็ได้ยินเซี่ยซางกล่าวต่อด้วยความโมโหว่า “ช่วงที่ผ่านม

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 308

    เมื่อเซี่ยซางได้ยินสิ่งนี้ เขาก็แอบคิดในใจว่า ซูถิงหว่านบอกว่าเสด็จแม่แกล้งป่วย? อาการป่วยของเสด็จแม่นั้นเขาได้เห็นด้วยตาตนเอง ซูถิงหว่านช่างกล้าพูดได้ทุกอย่างจริงๆ!นางคิดว่าหากเขาคิดจะตีชาวหูให้ถอยร่นกลับไป ก็ได้แต่พึ่งสกุลซูของนางหรือไร จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เห็นเสด็จแม่อยู่ในสายตาเลยเจียงเฟิ่งหัวเห็นเขาไม่กล่าววาจาจึงจากไปทันที ไม่มีผู้ใดเห็นว่าในเสี้ยววินาทีที่นางหมุนตัวไป มุมปากของนางก็โค้งเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา ยิ่งซูถิงหว่านทำเช่นนี้ก็จะยิ่งผลักเซี่ยซางให้ไกลออกไปนางคิดว่าในแผ่นดินนี้มีเพียงสกุลซูที่ออกรบเป็นหรือไง สกุลซูตรากตรำสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ทุกคนล้วนต้องให้ความยำเกรงพวกเขา ทว่าทุกเรื่องราวล้วนควรหยุดในจุดที่เหมาะสม ไม่ว่าสิ่งใดหากมากเกินไปจะเป็นโทษได้ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่จนคุกคามผู้เป็นนายเหนือหัว ทำให้ผู้คนชิงชังเอาได้ที่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้เซี่ยซางแต่งซูถิงหว่านเป็นภรรยาเอก จะไม่มีการพิจารณาในข้อนี้เชียวหรือ?เจียงเฟิ่งหัวย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว ฮ่องเต้ที่ขี้ระแวงขี้สงสัย แม้แต่ลูกชายของตัวเองก็ยังระวังป้องกัน แล้วนับประสาอะไรกับแม่ทัพที่เฝ้ารักษา

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 307

    ในเวลานั้นเอง เซี่ยซางย้อนกลับมาที่เบื้องหน้าของคนทั้งสอง เขาเห็นบรรยากาศออกจะเคร่งเครียดอยู่บ้าง จึงถามว่า “มีสิ่งใดหรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ข้างนอกกันหมด?”ซูถิงหว่านจ้องมองเซี่ยซางอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร ต่อหน้าเจียงเฟิ่งหัว นางดึงเซี่ยซางไปยังมุมที่อยู่อีกด้าน “ท่านอ๋อง มิได้ทรงรับปากว่าจะพาหม่อมฉันกลับชายแดนหรือเพคะ? ท่านย่ากับพี่ใหญ่ยังรอพวกเรานะเพคะ”เซี่ยซางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “แผนการมีการเปลี่ยนแปลง ยามนี้เสด็จแม่ทรงประชวรหนัก ข้างกายนางไม่อาจไม่จัดคนไว้คอยปรนนิบัติ เจ้าเป็นชายารองของจวนเหิงอ๋อง และก็เป็นสะใภ้ของเสด็จแม่ ตามหลักจึงควรรั้งอยู่ดูแลเสด็จแม่”เขาลดเสียงเบากล่าวต่อว่า “หวานหว่าน เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่ไม่ดีนัก จะได้ถือโอกาสนี้มาฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเจ้ากับเสด็จแม่พอดี” เพราะเขากังวลว่าซูถิงหว่านจะเสียมรรยาทต่อฮองเฮาด้วยเหตุนี้ จึงได้มาอธิบายต่อนางให้ชัดเจนด้วยตนเองท่านอ๋องก็ทรงรู้ดีว่าฮองเฮาไม่โปรดหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะทำสิ่งใดก็ทรงรังเกียจหม่อมฉันทั้งนั้น เดิมหม่อมฉันก็ปรนนิบัติคนไม่เป็นอยู่แล้ว เกรงว่าจะทำได้ไม่ดีจนทำให้ฮองเฮายิ่งทรงพิโรธ กล

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 306

    นึกถึงชาติก่อนที่นางถูกเซี่ยอวี้หย่า มีจุดจบที่ไร้ทั้งทรัพย์สินและอำนาจ สุดท้ายยังต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายว่าไม่อาจตั้งครรภ์ ในช่วงสุดท้ายของชีวิตนางก็มิได้ตายในตำแหน่งพระชายาอวี้อ๋องดังที่ปรารถนาคนอย่างหลัวจื่อฉยงไม่มีทางฆ่าตัวตาย ผู้มีตำแหน่งเป็นถึงพระชายาหากกระทำอัตวินิบาตกรรมขึ้นมาถือเป็นความผิดมหันต์ หลังตายไม่เพียงไม่อาจสงบสุข ยังจะทำให้วงศ์ตระกูลต้องพลอยเดือดร้อนไปอีก จุดนี้หลัวจื่อฉยงได้ไตร่ตรองเป็นอย่างดีนางน่าจะมาถึงจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะถอยก็ถอยไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไร้หนทางแล้วแต่นางมิใช่พระโพธิสัตว์ ไม่คิดจะไปยุ่งเรื่องชาวบ้านของจวนอวี้อ๋อง นอกจากนี้นางก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปยุ่งและเซี่ยซางก็ไม่อยากให้นางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้นางคิดว่า ชาติก่อนแม้หลัวจื่อฉยงถูกหย่าอย่างน้อยก็ยังเหลือชีวิต ในชาตินี้หวังว่าชะตาชีวิตของนางอย่าได้แย่กว่าชาติที่แล้วเลยนางเพิ่งเข้าไปในตำหนักคุนหนิง ก็เห็นซูถิงหว่านเดินมาที่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับดวงตาที่จ้องเขม็งมาที่นางอย่างดุเดือด ทว่าในไม่ช้า นางก็เก็บงำความโกรธในก้นบึ้งดวงตาแล้วเดินเข้ามาใกล้เจียงเฟิ่งหัวเมื

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 305

    เจียงเฟิ่งหัวเหยียดหลังตรง เดินผ่านหน้าซูถิงหว่านไปอย่างสง่างาม ทำให้ซูถิงหว่านโมโหแทบตายแต่ก็ไม่กล้าแสดงออกนางคร้านจะสนใจสีหน้าซีดเผือดราวเถ้ากระดูกคนตายของนาง ไปส่งทุกคนถึงหน้าประตูตำหนักคุนหนิงด้วยตนเองในเวลานั้นเอง จู่ๆ เจียงเฟิ่งหัวก็รั้งพระชายาองค์ชายรองไว้ ดึงนางไปกระซิบถามที่ด้านข้างว่า “คอของพี่สะใภ้รองเป็นอะไรไป? ได้รับบาดเจ็บหรือ?”พระชายาขององค์ชายรองสวมเสื้อปกสูง ทั้งยังสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่อีก นางพยายามลดการคงอยู่ของตนลงมากที่สุดแล้ว แต่ก็ยังคงถูกเจียงเฟิ่งหัวค้นพบเข้าได้นางจึงเผยบาดแผลที่แขนออกมาให้เจียงเฟิ่งหัวดู จากนั้นก็เลิกคอเสื้อให้นางดูอีก รอยแผลถูกเชือกรัดออกมา นางเกือบขาดอากาศหายใจตายไปแล้ว นางจากบริเวณพวกนี้ บนมือ ขา เอว และแผ่นหลังของนางล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซี่ยอวี้ทั้งสิ้น เขาคิดจะซ้อมนางให้ตายจริงๆหลังเจียงเฟิ่งหัวได้เห็นก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ กล่าวเสียงเบาว่า “แผลพวกนี้เป็นอวี้อ๋องตีอย่างนั้นหรือ?”พระชายาอวี้อ๋องหัวเราะเยาะตนเองทีหนึ่ง “นอกจากเขาแล้วยังจะมีผู้ใดกล้าลงมือกับข้าอีกเล่า”เจียงเฟิ่งหัวกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ท่านก็

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 304

    โดยไม่รู้ว่า แผนการเล็กๆ ของนางกำลังจะพังทลายลงแล้วเมื่อเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ซูถิงหว่านจึงได้พบว่าพระชายาทุกท่านล้วนอยู่ที่นี่ ด้านนอกหนาวจนคนฟันกระทบกัน แต่นางมีเสื้อคลุมตัวใหม่ที่แสนอบอุ่น ด้านคุณภาพมันถูกทำขึ้นจากขนมิงค์ ส่วนด้านรูปลักษณ์นี่เป็นแบบล่าสุดในตอนนี้ ในมือของนางยังถือเตาพกไว้ นอกจากปลายจมูกที่ถูกความเย็นทำให้แดงก่ำแล้ว นางก็ไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด ดูไปแล้วน่ารักเป็นอย่างมากสายตาของทุกคนล้วนจับจ้องไปที่ตัวนาง นางติดตามอยู่ที่ด้านหลังของเซี่ยซางอย่างสงบเสงี่ยมรู้ธรรมเนียม ทว่าภายในใจกลับกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง ความรู้สึกที่ถูกผู้อื่นจับจ้องช่างดีจริงๆ ทว่า ทุกคนกลับรู้สึกว่าชายารองซูแต่งกายอย่างโอ้อวดเกินไปหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาก็ถือเป็นแม่สามีของนาง นางเพิ่งมาถึงตอนนี้เดิมก็ไม่ผิดธรรมเนียมแล้ว เห็นแก่ที่นางเป็นเพียงชายารองมิใช่ชายาเอก จึงไม่มีผู้ใดตำหนินาง แต่การแต่งกายประดับประดาอย่างฉูดฉาดเย้ายวนยิ่งกว่าพระชายาเช่นนี้สถานการณ์แบบใดควรแต่งกายเช่นใด นางควรจะแยกแยะให้ออกสิ!เมื่อมาถึงเบื้องหน้าของฮองเฮา เซี่ยซางก็กล่าวว่า “เสด็จแม่ทรงประชวรแล้ว เจ้ามีฐานะเป็น

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 303

    “แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่หรวนหร่วน ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ไม่สำคัญ การปกป้องหลานของข้าให้ดีจึงจะเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของเจ้า แค่กๆ…”ฮองเฮาปิดปาก “อย่าเข้ามาใกล้แม่เช่นนี้ อยู่ห่างออกไปสักหน่อย แม่จะได้ไม่ทำให้เจ้าติดโรคจนทำร้ายเด็กไปด้วย ซางเอ๋อร์ลูกดูแลหรวนหร่วนให้ดีก็พอ แม่ไม่เป็นไร แค่กๆ…”เจียงเฟิ่งหัวชื่นชมทักษะการแสดงของเฉิงฮองเฮาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อนางได้ยินเสียงไอพวกนี้ นางยังรู้สึกสงสารและกังวลขึ้นมาในใจเลยต่อหน้าทุกคน เซี่ยซางไม่กล้าให้เจียงเฟิ่งหัวนั่งแล้ว ไม่เช่นนั้นหากถูกคนอื่นวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ที่ได้รับผลกระทบก็คือชื่อเสียงของนาง อีกทั้งนางทำดีมากแล้ว ยิ่งไม่อาจให้คนครอบชื่อเสียงอกตัญญูให้นางอย่างไร้เหตุผลแม้เสด็จแม่มีเขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียว แต่ในจวนอ๋องของเขามีผู้หญิงอยู่สองคน บัดนี้ คนหนึ่งมาคอยปรนนิบัติดูแลอย่างตั้งใจอยู่ที่นี่ อีกคนกลับไม่ถามไถ่ มิน่าเสด็จแม่จึงไม่เคยชอบซูถิงหว่านเลยตอนนั้น หากเขาแต่งซูถิงหว่านมาเป็นพระชายาเหิงอ๋องจริง ไม่รู้ว่าเสด็จแม่จะทรงเสียใจและเป็นทุกข์เพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกันเช่นนี้ ราชครูเจียงและเจียงฮูหยินน

  • ย้อนชะตาวิวาห์รัก ชาตินี้ข้าขอเป็นฮองเฮา   บทที่ 302

    แต่หากฮองเฮาทำให้เขาโมโห เขาก็สามารถทอดทิ้งนาง ทรมานนางได้เช่นกันเพราะเขาคือฮ่องเต้ที่สูงส่งเหนือผู้ใด เคยชินกับการมีสตรีคอยเอาอกเอาใจและเชื่อฟังมานานแล้ว ก็แค่นั้นเอง ดังนั้นฮ่องเต้และฮองเฮาจะมีความผูกพันฉันสามีภรรยาได้สักเท่าไรนางรับรู้ได้ถึงความเย็นชาไร้น้ำใจของฮ่องเต้มีเพียงใช้ชีวิตอย่างไร้ใจไร้ไมตรีเท่านั้นจึงจะไม่เจ็บปวดนางคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าเส้นทางที่นางต้องเดินก็คือทางสายเก่าของฮองเฮา แต่เส้นทางของนางกับฮองเฮาก็แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะนางจะกุมหัวใจของเซี่ยซางไว้ให้มั่น แล้วเหยียบซูถิงหว่านกับสกุลซูทั้งตระกูลขึ้นสู่ตำแหน่งหากมีวันหนึ่ง พวกมันได้รู้ว่า ความร่ำรวยหรูหรายศถาบรรดาศักดิ์ที่พวกมันเคยได้เพลิดเพลินในชาติก่อน ถูกตัวนางในชาตินี้ทำลาย ไม่รู้ว่าพวกมันจะสำนึกเสียใจต่อทุกสิ่งที่เคยทำร้ายนางหรือไม่เส้นทางนี้ทั้งยาวนานและยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าขอเพียงนางค่อยๆ วางแผนไปทีละก้าว ก็ไม่มีอุปสรรคใดที่ไม่อาจเอาชนะ นางมีความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะได้เห็นฉากที่พวกมันก้มกราบศิโรราบอยู่บนพื้นทางด้านนี้ เหล่าองค์ชายกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแสดงออกถึงความกตัญญูของตน แ

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status